คูม่ อื การปฏบิ ตั ิงาน
(Work Manual)
การดาเนินการดา้ นคดีศุลกากรและของกลาง
ด่านศลุ กากรแม่สอด กรมศุลกากร
กระทรวงการคลัง
ด่านศุลกากรแมส่ อด สานกั งานศุลกากรภาคที่ 3
จัดทาข้นึ ณ วนั ที่ 31 เดือนตุลาคม พ.ศ.2564 ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
สารบัญ หนา้
เรื่อง 1
1. วตั ถุประสงค์ของคู่มือการปฏิบตั งิ าน 1
2. ขอบเขต 1
3. คาจากดั ความ 2
4. ประวัตแิ ละเขตพน้ื ที่ในความรับผดิ ชอบของด่านศุลกากรแมส่ อด 4
5. กระบวนการดาเนินการ (Work Flow) 9
6. ข้ันตอนการปฏิบัติงาน 10
7. มาตรฐานการปฏบิ ัติงาน 10
8. กฎหมายท่เี กยี่ วข้อง 51
9. ระบบติดตามและประเมินผล 51
10. เอกสารอ้างองิ 52
11. แบบฟอรม์ ท่ีใช้
12. ภาคผนวก
1
1. วัตถุประสงคข์ องคู่มอื การปฏิบตั งิ าน
1.1 เพ่อื ใหด้ ่านศุลกากรแมส่ อด มคี ู่มือการปฏบิ ัตงิ าน ทีถ่ กู ต้อง ชัดเจน ใช้เป็นแนวทางในการปฏบิ ัติงาน
ดา้ นคดศี ุลกากรและของกลาง ใหเ้ ป็นไปในทิศทางเดยี วกนั โดยถกู ตอ้ งตามระเบียบ กฎหมายท่กี าหนด
1.2 เพ่ือเร่งรัด การดาเนินการด้านคดีและของกลางให้สาเร็จ เสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็ว ทันเวลา
เพมิ่ ประสทิ ธิภาพ ประสิทธิผลในการดาเนินการดา้ นคดศี ุลกากรและของกลาง
1.3 เพื่อใช้หรือเผยแพร่ให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและบุคคลภายนอกได้รับรู้
เข้าใจกระบวนการปฏิบัติงานและใช้ประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวเพ่ือขอการรับบริการหรือบูรณาการ
ท่ตี รงกับความต้องการ
2. ขอบเขต
2.1 การรบั แฟม้ คดี
2.2 พิจารณาแฟม้ คดี
2.3 การรับและนาส่งของกลาง
2.4 การเกบ็ รกั ษาของกลาง
2.5 การประเมินราคาของกลาง
2.6 เกณฑ์การระงบั คดี
2.7 การคนื ของกลาง
2.8 การจาหนา่ ยของกลาง
2.9 การปดิ แฟม้ คดี
3. คาจากัดความ ความหมาย
คาจากัดความ อธิบดกี รมศุลกากร หรือผูซ้ ึ่งอธบิ ดีกรมศลุ กากรมอบหมาย
ผู้ท่ีอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมาย ตามคาสั่งกรมศุลกากรท่ี
อธบิ ดี 472/2562 เรื่อง การมอบอานาจให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี
ผู้อานวยการสานกั งานศลุ กากรภาคท่ี 3 ลงวนั ท่ี 7 ตุลาคม 2562
ผู้ท่ีมีหน้าท่ีอนุมัติการส่ังคดี และอนุมัติจาหน่ายของกลาง ตามคาส่ัง
นายด่านศุลกากรแม่สอด, ผู้อานวยการ กรมศุลกากรท่ี 472/2562 เร่ือง มอบอานาจให้ปฏิบัติราชการ
สว่ นบรกิ ารศลุ กากร และหัวหน้าฝา่ ยฯ แทนอธิบดี กรมศุลกากร ลงวนั ที่ 7 ตลุ าคม 2562
ผมู้ ีหนา้ ที่รับของกลาง ตรวจนับ และบันทึกขอ้ มูลการนาสง่ ของกลาง
เจา้ พนกั งานศลุ กากร ในระบบของกลาง
ผู้มหี น้าที่ประเมนิ ราคาของกลางและคา่ ภาษีอากร
นักวิชาการศุลกากร ผู้มีหน้าที่ ลงรับ และออกเลข แ ฟ้ม คดี ใน แ ฟ้มส าร บ บ ค ดี
เจา้ หน้าที่ธรุ การ (แบบท่ี 487)
ผู้มีหนา้ ทพ่ี จิ ารณาส่งั คดี
นิติกร
คณะกรรมการกาหนดราคาปันสว่ น ผู้มีหน้าท่ีกาหนดราคารับซื้อ และราคาขายของกลางปันส่วน
จาหนา่ ยของกลางตามทก่ี รมฯ มอบหมายเป็นกรณพี ิเศษ
2
คาจากดั ความ ความหมาย
คณะกรรมการขายทอดตลาด ผมู้ ีหนา้ ทดี่ าเนินการจาหน่ายของกลางโดยวธิ ีขายทอดตลาด
คณะกรรมการทาลายของกลาง ผู้มหี นา้ ทด่ี าเนินการทาลายของกลาง
ของกลาง ทรัพย์สินที่ถูกยดึ หรืออายดั ไว้เพ่ือเป็นพยานหลักฐานทางคดหี รือเพื่อให้
ตกเปน็ ของแผ่นดิน
ของสดเสยี ง่าย ของท่ีหากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะเสื่อมสภาพ หรือเสียหาย
ท้ังหมด หรือแต่บางส่วน หรือเส่ือมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใช้
ประโยชน์ได้ตามปกติ เชน่ ผัก ผลไม้ เน้ือสตั ว์ เปน็ ต้น
ของซึ่งถา้ หน่วงช้าไว้จะเปน็ การเส่ยี ง ของท่ีหากจาหน่ายล่าช้าจะเส่ียงความเสียหายต่อประโยชน์ของทาง
ความเสยี หาย ราชการ เช่น ของท่ีมีเวลาหมดอายุ เคร่ืองสาอาง หรือของประเภท
เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า หรืออปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เป็นต้น
ของซึ่งค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมาก ของที่มีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา หรือดูแลมากเกินราคาของกลาง
เกินสมควร รวมค่าภาษีอากรทุกประเภท
การจาหน่ายของกลางก่อนตกเป็นของ การจาหน่ายของกลางในคดีที่ยังไม่มีผลคดีถึงท่ีสุด หรือยังไม่
แผน่ ดนิ ตกเป็นของแผ่นดนิ ตามกฎหมาย
ของกลางที่ตกเปน็ ของแผน่ ดิน 1. ของหรือส่ิงที่ยึดไว้โดยศาลมีคาพิพากษาถึงท่ีสุดท่ีให้ริบตาม
พ.ร.บ. ศลุ กากร พ.ศ. 2560 หรอื กฎหมายอ่ืนทเี่ ก่ยี วกบั ศุลกากร
2. ของหรือส่ิงที่ยึดไว้ตาม พ.ร.บ. ศุลกากรหรือกฎหมายอ่ืนที่
เก่ียวกับศุลกากรและผู้ถูกจับกุมยินยอมทาความตกลงระงับคดีงด
การฟ้องร้อง ตามความใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา
256 หรือมาตรา 257 โดยยินยอมยกของกลางใหเ้ ป็นของแผ่นดิน
4. ประวตั ิและเขตพน้ื ท่ใี นความรบั ผดิ ชอบของด่านศลุ กากรแมส่ อด
4.1 ด่านศุลกากรแม่สอด ตั้งอยู่เลขที่ 287 หมู่ 1 ถนนเอเชีย ตาบลท่าสายลวด อาเภอแม่สอด
จังหวัดตาก บนที่ดินราชพัสดุหมายเลขที่ ตก. 146 เน้ือท่ี 3 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา เป็นด่านศุลกากรทางบกอยู่ติด
เขตแดนไทยกับเมียนมา ตั้งข้ึนตามกฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ 3) ลงวันท่ี 28 มิถุนายน พ.ศ. 2463
ในอดตี เปน็ ด่านฝากอาเภอแมส่ อด มนี ายอาเภอแมส่ อด ทาหนา้ ที่นายดา่ นศลุ กากรแม่สอดโดยตาแหนง่
จนกระท่ังปี พ.ศ. 2498 กรมศุลกากรได้แต่งตั้งเจ้าหน้าท่ีศุลกากรไปปฏิบัติหน้าที่ด้านศุลกากร โดยปฏิบัติ
หน้าที่ที่ด่านพรมแดนบ้านท่าสายลวด ซึ่งก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2493 - 2494 โดยในปี พ.ศ. 2501 – 2502
ได้ใช้เป็นที่ทาการด่านศุลกากรแม่สอดเป็นการช่ัวคราว และเม่ือปีพ.ศ. 2507 ด่านฯ แม่สอด ได้รับงบประมาณ
ให้ก่อสร้างอาคารท่ีทาการด่านศุลกากรใหม่ ณ สถานท่ีปัจจุบันเป็นเรือนไม้สองชั้น และในปี พ.ศ. 2537
ได้รับงบประมาณให้ก่อสร้างอาคารที่ทาการด่านใหม่อีกครั้งหนึ่ง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช้ัน มีพื้นท่ีใช้
สอยประมาณ 850 ตารางเมตร ทดแทนอาคารท่ีทาการเดิม ซึ่งได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน มีบ้านพักข้าราชการรวมทั้ง
คลังเก็บรักษาของกลางอยู่ในร้ัวเดียวกัน ต้ังอยู่เลขที่ 287 หมู่ 1 ถนนเอเชีย 1 (สายแม่สอด - ตาก)
ตาบลท่าสายลวด อาเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
3
๔.๒ ด่านพรมแดนแม่สอด แห่งที่ 1 ด่านพรมแดนแม่สอด เป็นด่านท่ีอยู่ในความกากับดูแลของ
ด่านศุลกากรแม่สอด เปิดให้บริการประชาชนทุกวัน ต้ังแต่เวลา 05.30 - 20.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ
นบั เปน็ อาคารท่ีมั่นคงและทางออกท่ีสาคัญแห่งหน่ึงของประเทศ สามารถส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เป็น
อย่างดี มีสินค้าและคนเดินทางผ่านเข้าออกเป็นจานวนมาก ในช่วงระยะเวลา 60 ปีท่ีผ่านมา มีการสร้างและรื้อ
ถอนอาคารท่ีทาการหลายครั้ง จนกระทั่งในปัจจุบันได้ก่อสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงรูปตัวยูคว่า
ลักษณะคล้ายซุ้มประตู มีพ้ืนที่ใช้สอย 302 ตารางเมตร เพื่อใช้เป็นที่ทาการของด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้า
เมอื ง ด่านควบคุมโรค และด่านกักกันพชื และสตั ว์ โดยช้นั บนทาเป็นห้องประชมุ ขนาด 24 ทน่ี ง่ั สามารถจผุ ู้เขา้ ร่วม
ประชุมได้ประมาณ 50 คน เม่ือวันที่ 30 มีนาคม 2543 เวลา 10.00 น. ฯพณฯ พิเชษฐ พันธ์ุวิชาติกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสมใจนึก เองตระกูล อธิบดีกรมศุลกากรได้เดินทางมาทาพิธีเปิด
อาคารด่านพรมแดนแม่สอด ซ่ึงต้ังอยู่เชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า (ฝั่งไทย) ริมแม่น้าเมย ตาบลท่าสายลวด
อาเภอแมส่ อด จังหวัดตาก
๔.๓ โครงการก่อสร้างสะพานมติ รภาพไทย-เมียนมา แหง่ ท่ี 2 เมือ่ วนั ที่ 6 ตลุ าคม 2552 คณะรฐั มนตรี
รัฐบาลไทยมีมติเห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2 ที่อาเภอแม่สอด จังหวัดตาก
และดาเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมท้งั ศูนย์บริการนาเข้า - สง่ ออก ศูนย์โลจิสติกส์ และคลงั สินค้า
โดยจัดหาพื้นท่ีตามแนวเส้นทางก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - เมียนมา แห่งท่ี 2 เพื่อรองรับปริมาณการขนส่ง
สินค้าที่เพ่ิมมากข้ึน และรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก หรือ East - West Economic Corridor
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยและเมียนมาได้ร่วมกนั จัดทาความตกลงว่าดว้ ยการขนส่งข้ามแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือ
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง หรือ GMS เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านกฎระเบียบ
อันเป็นกุญแจสาคัญไปสู่การเชื่อมโยงในภูมิภาค ซ่ึงการก่อสร้างประกอบด้วยตัวสะพานข้ามแม่น้าเมย ถนนเช่ือมต่อ
สะพานทั้ง 2 ฝั่ง รวมท้ังอาคารด่าน หรือ Border Control Facilities เพ่ืออานวยความสะดวกให้หน่วยงานต่าง ๆ
ที่มีภารกิจรับผิดชอบการตรวจผ่านแดนเข้ามาใช้สถานที่ปฏิบัติงานให้บริการประชาชนร่วมกัน เช่น กรมศุลกากร
สานักงานตรวจคนเขา้ เมือง กรมปศสุ ตั ว์ เป็นตน้ และไดเ้ ปดิ ใช้อย่างเป็นทางการเม่ือวันท่ี 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562
มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดร่วมกับ นาย อู ฮาน ซอ
รัฐมนตรีกระทรวงการก่อสร้าง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า โดยจะใช้สาหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
แตส่ าหรบั การค้าขายเพยี งเลก็ น้อยและรถยนต์สว่ นบุคคลยงั คงใช้ทส่ี ะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แหง่ ท่ี 1 เชน่ เดมิ
กระทั่ง เมื่อวันท่ี 21 มี.ค. พ.ศ. 2563 สถานการณ์โรคระบาด ไวรัสโควิด 19 ท่ีแพร่กระจายอย่างมาก
เพ่ือป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยให้ชาวไทย และชาวเมียนมา ท่ีเข้า - ออกชายแดน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
(นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ) ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย กับประเทศเพ่ือนบ้าน
ด้านชายแดนเมียนมาเรียบร้อยแล้ว จึงมีคาสั่งปิดพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งท่ี 1 เพื่อให้เหลือเพียงช่องทาง
เข้า - ออก ชายแดน เพียงแห่งเดียว โดยเปิดให้ใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้าเมย แห่งท่ี 2
ทบ่ี า้ นวังตะเคยี นใต้ หมู่ 7 ต.ทา่ สายลวด อ.แมส่ อด เพยี งจุดเดยี ว
4.๔ พ้ืนท่ีรับผิดชอบของด่านศุลกากรแม่สอด ตั้งอยู่ในจังหวัดตาก มีเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบในเขตพ้ืนท่ี 5
จงั หวดั ได้แก่ จงั หวัดตาก จงั หวดั กาแพงเพชร จังหวัดสโุ ขทยั จังหวัดนครสวรรค์ และจงั หวดั อุทัยธานี พ้นื ทร่ี วมท้งั ส้ิน
47,938.155 ตร.กม.
4.2.๑ บรเิ วณด่านศุลกากรแม่สอด ตาบลท่าสายลวด อาเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
4.2.๒ บรเิ วณตามลานา้ เมยตอนทเ่ี ป็นเสน้ เขตแดนระหวา่ งราชอาณาจักรไทยกบั สาธารณรฐั แหง่
สหภาพเมยี นมา ในเขตระยะหา่ งจากสะพานมติ รภาพ ไทย – พมา่ ดา้ นละ ๕๐๐ เมตร
4
5. กระบวนการดาเนนิ การ (Work Flow)
ลาดบั ผังกระบวนการ รายละเอยี ด ผรู้ บั ผิดชอบ ระยะเวลา เอกสารท่เี กีย่ วข้อง
1 รบั บันทึกการ เจ้าหน้าทฯี่ จะบนั ทึก เจ้าหนา้ ท่ี 1 วัน - บนั ทึกการ
ตรวจคน้ -จับกมุ , รายละเอยี ดของคดแี ละของ ศุลกากร ตรวจคน้ - จบั กมุ
บญั ชีของกลาง กลางในสารบบคดี ประจา - บัญชขี องกลาง
แนบทา้ ยและ (แบบ 487) และสารบบ งานคดี แนบทา้ ย
ของกลางในคดี บัญชขี องกลาง (แบบ 464) - แบบ 487
พร้อม ออกเลขทแ่ี ฟ้มคดี - แบบ 464
และเลขทบี่ ัญชีของกลาง
2 ตรวจสอบของ เจ้าหน้าทฯ่ี ตรวจสอบ เจา้ หนา้ ที่ 1 วัน บนั ทกึ การรับ -
กลางและเก็บ นบั ของกลางให้ถูกต้อง ศลุ กากร สง่ ของกลาง
เขา้ คลงั สนิ คา้ ตรงกับรายละเอียดบัญชีของ ประจางาน
กลางแนบท้าย แล้วเกบ็ เขา้ คดี
คลงั สนิ คา้
3 บันทึกข้อมลู เจา้ หน้าทฯ่ี บันทึกข้อมูลคดี เจา้ หนา้ ที่ 1 วนั แบบรายงานการ
รายงานการ เพื่อรายงานการจบั กมุ เบือ้ งตน้ ศลุ กากร จบั กุมเบ้ืองต้น ตาม
จับกมุ เบื้องตน้ ในระบบงานป้องกันและปราม ประจางาน ประมวลระเบียบ
และข้อมูลของ ปรามและบนั ทกึ ข้อมูลของ คดี ปฏิบัตศิ ลุ กากร
กลาง กลางลงในระบบงานของกลาง พ.ศ.2560
ขอ้ 7 02 02 21
4 ประเมินราคา สง่ รายละเอียดขอ้ มลู ของ นกั วิชาการ ขนึ้ อยู่กับ แบบรายงานการ
และค่าภาษี ประเมินราคาและค่าภาษี ศุลกากร ชนิดและ ประเมนิ ราคาของ
อากร อากร ผู้มหี น้าที่ ปรมิ าณของ กลาง
ประเมิน กลาง
ราคาและ
ค่าภาษอี ากร
5 พจิ ารณาแฟม้ คดี พจิ ารณาข้อเทจ็ จริงและ นิตกิ ร ขน้ึ อยกู่ ับ ระเบียบ ประกาศ
เสนอความเห็น ขอ้ กฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ ง ความ หรือกฎหมายท่ี
ด้านคดแี ละ - คดที ี่มตี วั ผ้ตู อ้ งหา ซบั ซอ้ นของ เกย่ี วขอ้ ง
ความเหน็ จะต้องพจิ ารณาสั่งคดีไปก่อน คดี และเกณฑ์การ
เกี่ยวกบั ของกลาง -คดที ี่ไม่ปรากฎตัวผู้ตอ้ งหา เปรยี บเทยี บ
จะต้องพิจารณาใหข้ องกลาง งดการฟ้องร้อง
ตกเป็นของแผ่นดนิ ตามมาตรา
167 วรรคสาม แห่ง
พระราชบญั ญตั ิศลุ กากร
พ.ศ.2560
5
ลาดบั ผงั กระบวนการ รายละเอียด ผ้รู บั ผดิ ชอบ ระยะเวลา เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง
6 เสนอความเห็น กรณีที่ของกลางเป็นของสด นิติกร 1 วัน ประมวลระเบียบ
จาหน่ายของ ของเสยี ได้, ของซง่ึ ถา้ หนว่ งชา้ ปฏบิ ัติศลุ กากร
กลางไปกอ่ นตก ไว้จะเป็นการเสยี หายและของ พ.ศ.2560
เป็นของแผน่ ดนิ ซง่ึ ค่าใช้จ่ายในการเกบ็ รักษา
มาตรา 171 มากเกนิ สมควรให้จาหน่าย
แห่ง ของกลางไปก่อนตกเปน็ ของ
พระราชบญั ญตั ิ แผ่นดิน
ศุลกากร
พ.ศ.2560
7 พจิ ารณาแฟ้มคดี เสนอเรือ่ งใหห้ ัวหนา้ หวั หนา้ ฝา่ ย 1 วนั ระเบยี บ ประกาศ
สั่งคดีไปกอ่ น ฝา่ ยบรกิ ารศลุ กากรท่ี 2 หรอื บริการ หรอื กฎหมายที่
และพจิ ารณา ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย ศลุ กากรที่ 2 เก่ียวขอ้ ง
เกย่ี วกบั - พิจารณาสง่ั คดีไปก่อน และเกณฑ์การ
ของกลาง - พจิ ารณาให้ของกลางตก เปรียบเทียบงดการ
เป็นของแผน่ ดิน ฟอ้ งร้อง
- พิจารณาใหข้ องจาหน่าย
ของกลางไปก่อนตกเปน็ ของ
แผน่ ดิน
8 ดาเนินการดา้ น ให้ผู้ตอ้ งหาทาความ นติ ิกร 1 วัน คารอ้ งเปรียบเทียบ
คดตี ามท่ีไดส้ ั่งคดี ตกลงระงับคดีในชน้ั ศุลกากร งดการฟ้องร้องตาม
ไปก่อน โดยย่นื คารอ้ งเปรียบเทยี บงด พระราชบัญญตั ิ
การฟ้องร้องตาม ศุลกากร
พระราชบญั ญัติศลุ กากร
- ชาระค่าปรับ
- ยกของกลางให้เปน็
ของแผน่
- ท้งั ชาระคา่ ปรบั และยกของ
กลางให้เปน็ ของแผ่นดนิ
9 พิจารณาระงบั คดี เสนอเรอ่ื ง ผอ. ศภ.3 ผอ.ศภ.3 1 วัน รายงานการส่ังคดี
เพอ่ื อนมุ ตั ติ าม หรอื กรณีทร่ี าคาของกลางรวม หรือ ไปก่อน
มาตรา 256 คา่ ภาษีอากรเกนิ กวา่ สแี่ สน คณะกรรมการ
หรอื มาตรา 257 บาท ตอ้ งเสนอเรื่องให้ เปรียบเทยี บฯ
แห่ง คณะกรรมการเปรยี บเทยี บฯ
พระราชบัญญัติ เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ัตริ ะงบั คดี
ศุลกากร เปรียบเทียบงดการฟ้องรอ้ ง
พ.ศ.2560
6
ลาดับ ผงั กระบวนการ รายละเอียด ผรู้ บั ลาดับ เอกสารเก่ยี วข้อง
10 เสนอความเห็น พจิ ารณาจาหนา่ ยของกลาง นติ กิ ร ขน้ึ อย่กู ับ ประมวลระเบียบ
จาหนา่ ยของ ตามประเภทสินคา้ โดยวิธีการ ขอ้ เทจ็ จรงิ ปฏิบตั ิศุลกากร
กลาง หรอื ตามประมวลระเบียบปฏิบตั ิ ในคดี และ พ.ศ.2560
จาหนา่ ยของ ศุลกากร พ.ศ.2560 ดังนี้ วันที่มผี ลคดี
กลางไปกอ่ นตก 1.ขายทอดตลาด
เปน็ ของแผ่นดิน 2.ขายคืนเจา้ ของ
3.ขายปันส่วน
4.ส่งมอบสว่ นราชการ
5.ทาลาย
6.วิธีการอืน่ ตามอนุมัติอธิบดี
11 พจิ ารณา เสนอเร่ืองให้หัวหน้า หวั หนา้ ฝา่ ย 1 วนั ประมวลระเบยี บ
จาหน่ายของ ฝา่ ยบริการศุลกากรท่ี 2 หรือ บริการ ปฏิบัตศิ ลุ กากร
กลาง ผ้ทู ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ศุลกากรที่ 2 พ.ศ.2560
พจิ ารณาจาหน่าย
ของกลาง
12 ดาเนนิ การ ดาเนนิ การจาหน่ายของกลาง นิตกิ ร ข้ึนอยกู่ ับ ประมวลระเบยี บ
จาหนา่ ยของ ตามที่ไดร้ ับอนุมัติ วิธีการ ปฏิบัติศลุ กากร
กลาง
จาหน่ายของ พ.ศ.2560
กลาง
7
กระบวนการดาเนนิ คดีลักลอบศุลกากรในกรณที ่ีไมม่ ตี วั ผู้ต้องหา
รับบนั ทกึ ตรวจคน้ จับกุม บญั ชีของกลาง
และของกลางในคดี
ตรวจนับของกลางในคดีและจดั เกบ็ รักษาของกลางในคดี
จดั ตงั้ แฟ้มคดีและบนั ทึกข้อมลู คดลี งในสารบบคดี ของกลาง มลี กั ษณะ
- ของสดของเสียได้
ส่งตวั อย่างของกลาง ใหเ้ จา้ หน้าทศ่ี ุลกากรเพอื่ ตรวจสอบ - ของซ่ึงถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ
ประเภทพิกดั อตั ราศลุ กากร และประเมินราคาคา่ ภาษอี ากร เสย่ี งความเสยี หาย
- ของซ่ึงค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา
จะมากเกินสมควร
พจิ ารณาจาหนา่ ยของกลางไปก่อน
ตกเปน็ ของแผน่ ดนิ ตามระเบียบ
มีเจ้าของหรือผู้มีสิทธิแสดงตัวย่ืนคาร้องขอคืน ไม่มีเจ้าของหรือผู้มีสิทธิแสดงตัวย่ืนคาร้องขอ
ต่อเจ้าหนา้ ทีศ่ ลุ กากรภายใน 30 วนั นบั แต่วันท่ี คืนต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่
ยึด หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันท่ียึด สาหรับ วันที่ยึด หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ยึด
ยานพาหนะท่ใี ชใ้ นการกระทาความผดิ สาหรับยานพาหนะทใ่ี ช้ในการกระทาความผิด
ตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ เกย่ี วกับสิทธคิ วามเปน็ เจา้ ของ พิจารณาให้ของกลางตกเปน็ ของแผน่ ดนิ
และจาหนา่ ยของกลางตามระเบยี บ
มีสว่ นรเู้ ห็นหรอื เกยี่ วข้อง ไมม่ สี ว่ นรู้เห็นหรอื
กับการกระทาความผดิ เกีย่ วขอ้ ง
กับการกระทาความผดิ
พจิ ารณาคืนของกลางในคดี
พจิ ารณาดาเนินคดี ขอตยิ ุติการดาเนินคดี
ในกรณีทม่ี ผี ูต้ ้องหา ดาเนนิ คดี
8
กระบวนการดาเนนิ คดีลกั ลอบศุลกากรในกรณที ม่ี ีตวั ผตู้ ้องหา
รบั บนั ทึกตรวจค้นจบั กุม บญั ชขี องกลาง
และของกลางในคดี
ตรวจนับของกลางในคดีและจดั เกบ็ รักษาของกลางในคดี
จัดตั้งแฟ้มคดีและบันทกึ ขอ้ มลู คดลี งในสารบบคดี ของกลาง มลี กั ษณะ
- ของสดของเสยี ได้
ส่งตัวอย่างของกลางใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีศลุ กากรเพื่อ - ของซึ่งถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ
ตรวจสอบประเภทพิกดั อัตราศุลกากร และ เสย่ี งความเสยี หาย
- ของซ่ึงค่าใช้จ่ายในการเก็บ
ประเมินราคาคา่ ภาษอี ากร รกั ษาจะมากเกินสมควร
พิจารณาจาหน่ายของกลางไปก่อน
ตกเป็นของแผ่นดินตามระเบยี บ
ผตู้ ้องหายอมรบั ผิดตามข้อกลา่ วหาและขอทาความตกลงระงบั ผู้ตอ้ งหาไม่ยอมรับผดิ ตามขอ้ กลา่ วหาและไม่ทาความตกลง
คดีในช้ันศุลกากร โดยยื่นคาร้องเปรียบเทียบงดการฟ้องร้อง ระงับคดีในช้ันศุลกากร โดยยื่นคาร้องเปรียบเทียบงดการ
ตามพระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร ฟ้องร้องตามพระราชบัญญัตศิ ลุ กากร
พจิ ารณาส่ังคดไี ปก่อน ตามเกณฑก์ ารเปรยี บเทียบ สง่ เร่อื งใหพ้ นกั งานสอบสวนเพือ่ ดาเนนิ คดอี าญากับ
งดการฟอ้ งรอ้ งตามพระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร พ.ศ.2560 ผตู้ ้องหา
สง่ ให้เร่ืองใหผ้ อู้ านวยการสานกั งานศุลกากรภาคท่ี 3 กรณีราคาของกลางรวมค่าอากร รอทราบผลคดจี ากพนกั งานสอบสวน/
พจิ ารณาอนมุ ัตเิ ปรียบเทยี บงดการฟอ้ งร้อง 2560 พนกั งานอยั การ/ศาล
เข้าด้วยกันแลว้ เกนิ กว่าสี่แสนบาท
สง่ ใหเ้ รื่องใหค้ ณะกรรมการเปรียบเทียบ
พิจารณาอนมุ ัติเปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ ง
พิจารณาจาหน่ายของกลางตามระเบยี บ
9
๖. ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน
6.1 เจ้าหน้าที่ฯ รับบันทึกการตรวจค้น-จับกุม บัญชีของกลางแนบท้าย และของกลางในคดี
จากเจ้าหนา้ ท่ีศลุ กากรชุดจับกุม แล้วบนั ทกึ ขอ้ มลู รายละเอยี ดของคดีและของกลางลงในสารบบคดีตามแบบ 487
และแบบ 464 พร้อมตัง้ แฟม้ คดี ออกเลขที่แฟ้มคดี และออกเลขทีบ่ ัญชีของกลาง
6.2 เจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบ นับของกลางให้ถูกต้อง ตรงกับรายละเอียดบัญชีของกลางแนบท้าย
แล้วเก็บเข้าคลังสินค้า หากตรวจพบว่าหีบห่อมีสภาพชารุดหรือไม่เหมาะสม เจ้าหน้าท่ีฯ จะถ่ายรูปสภาพของ
และหีบหอ่ เครือ่ งหมายเดมิ ไวแ้ ละทาการเปลีย่ นภาชนะบรรจใุ หม่ใหเ้ หมาะสม
6.3 เจ้าหน้าที่ฯ บันทึกข้อมูลคดี เพื่อรายงานการจับกุมเบ้ืองต้นในระบบงานป้องกันและปรามปราม
และบันทึกข้อมูลของกลางลงในระบบงานของกลาง และส่งข้อมูลของกลางในงานพิธีการฯ เพ่ือประเมินราคา
และคา่ ภาษอี ากรของกลาง
6.4 นกั วชิ าการศุลกากร งานพิธีการฯ ดาเนนิ การประเมนิ ราคาและค่าภาษีอากรของกลางแล้วนาไป
ประกอบการพจิ ารณาความความผดิ
6.5 นติ กิ รพิจารณาแฟ้มคดี โดยจะพจิ ารณาข้อเท็จจริงและขอ้ กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องในคดี
- คดีที่ตวั ผูต้ ้องหา นิติกรจะต้องเสนอความเห็นดา้ นคดเี พ่ือพิจารณาสง่ั คดีไปกอ่ น
- คดี่ไม่ปรากฏตัวผู้ต้องหา นิติกรจะเสนอความเห็นให้ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน และ
เสนอความเห็นวิธีการจาหน่ายของกลาง
หากของกลางในคดีเป็นของสดของเสยี ได้, ของซึ่งถ้าหน่วงช้าไว้จะเปน็ การเส่ียงความเสียหาย
และของซง่ึ ค่าใชจ้ า่ ยในการเก็บรักษามากเกินสมควร นติ ิกรดาเนนิ การเสนอความเหน็ ให้จาหนา่ ยของกลางลักษณะ
ดงั กล่าวไปก่อนตกเปน็ ของแผ่นดิน ตามมาตรา 171 แห่งพระราชบญั ญตั ิศลุ กากร พ.ศ.2560
6.6 เสนอแฟ้มคดใี ห้หัวหน้าฝา่ ยบริการศลุ กากรที่ 2 พจิ ารณาอนมุ ตั ิสั่งคดีไปก่อน
6.7 เม่ือพิจารณาอนุมัติสั่งคดีไปก่อน นิติกรดาเนินการให้ผู้ต้องหาทาความตกลงระงับคดี
ในชน้ั ศลุ กากร โดยย่นื คาร้องเปรยี บเทียบงดการฟ้องร้อง ยินยอมชาระค่าปรบั หรือยกของกลางใหเ้ ป็นของแผ่นดิน
หรอื ท้งั ชาระค่าปรบั และยกของกลางใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดิน
6.8 เสนอรายงานการสั่งคดีไปก่อน ให้ผู้อานวยการสานักงานศุลกากรภาคท่ี 3 หรือ ในคดีที่ราคา
ของกลางรวมค่าภาษีอากรเกินกว่าสี่แสนบาท ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบฯ เพ่ือพิจารณาอนุมัติระงับคดี
เปรียบเทยี บงดการฟ้องร้อง ตามมาตรา 256 หรือมาตรา 257 แห่งพระราชบัญญัตศิ ลุ กากร พ.ศ.2560
6.9 เมื่อคดีมีผลคดถี ึงท่ีสดุ โดยคดีไดร้ บั การพจิ ารณาเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องแล้ว และของกลาง
ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว นิติกรเสนอความเห็นจาหน่ายของกลางในคดี ตามมาตรา 170 แห่งพระราชบัญญัติ
ศลุ กากร พ.ศ.2560 ประกอบประมวลระเบยี บปฏิบัตศิ ุลกากร พ.ศ.2560 ขอ้ 7 05 06 01 โดยวธิ ีการ ดังน้ี
6.9.1 ขายทอดตลาด
6.9.2 ขายคนื เจ้าของ
6.9.3 ขายปนั สว่ น
6.9.4 สง่ มอบส่วนราชการ
6.9.5 ทาลาย
6.9.6 วิธีการอ่ืนตามอนมุ ตั อิ ธิบดี
6.10 เสนอแฟม้ คดีใหห้ วั หน้าฝา่ ยบรกิ ารศุลกากรที่ 2 พิจารณาอนมุ ัตจิ าหน่ายของกลาง
6.11 นิติกรหรอื เจ้าหนา้ ที่ฯ ดาเนินการจาหนา่ ยของกลาง ตามท่ไี ดพ้ ิจารณาอนมุ ัติ
10
7. มาตรฐานการปฏิบตั งิ าน
7.1 ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความละเอียด รอบคอบ ดาเนนิ การตามข้นั ตอนระเบยี บ กฎหมาย ทกี่ าหนด
7.2 มีการติดตามผลการดาเนินการในแต่ละขั้นตอน อย่างสม่าเสมอ ตามที่กาหนด เพ่ือให้งานแล้วเสร็จ
และมีประสิทธภิ าพ
๗.๒.1 กรณีคดีที่มีตัวผู้ต้องหา และผู้ต้องหาประสงค์ต่อสู้คดีในชั้นศาล เจ้าหน้าที่คดีฯ (นิติกร)
จะทาหนงั สอื สอบถามผลคดไี ปยังเจา้ หนา้ ท่ตี ารวจ ผูร้ ับผิดชอบคดนี ้นั ฯ ทุก ๆ 3 เดือน เพอ่ื ตดิ ตามผลคดีและจะได้
ดาเนินการกับของกลางตามระเบยี บต่อไป
๗.๒.2 กรณีหน่วยงานอื่นเป็นผู้จับกุม และของกลางเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์และยังไม่ได้
ตรวจสอบ จาก ๗ หน่วยงาน หรือยังตรวจสอบไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่งานคดีฯ (นิติกร) จะทาหนังสือสอบถามผล
การตรวจสอบจากผ้จู ับกุมทกุ ๆ 3 เดือน
7.3 ต้องมีการจัดทาบัญชี รายละเอียด ให้ครบถ้วน เพ่ือการทบทวนและตรวจสอบย้อนหลังได้ และ
จัดทารายงานผลการดาเนินการเสนอผบู้ ังคับบัญชาตามลาดบั ชัน้
8. กฎหมายท่ีเก่ียวขอ้ ง
8.1 กฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ งในข้นั ตอนการพิจารณาแฟ้มคดี
พระราชบญั ญตั ศิ ุลกากร พ.ศ. 2560
8.1.1 มาตรา 202 ผู้ใดย่ืน จัดให้ หรือยอมให้ผู้อ่ืนยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูล ซึ่งเก่ียวกับ
การเสียอากรหรือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ อันอาจก่อให้เกิดความสาคัญผิด
ในรายการใด ๆ ที่ได้แสดงไว้ในใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลดังกล่าว ต่อพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษปรับ
ไมเ่ กนิ หา้ แสนบาท
ตามเกณฑ์การเปรยี บเทยี บงดการฟ้องร้องประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (1) ขอ้ 1 – ขอ้ 16
8.1.2 มาตรา 208 ผู้นาของเข้าหรือผู้ส่งของออกผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 51
ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หา้ หมน่ื บาท
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทยี บงดการฟอ้ งร้องประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (7) ขอ้ 1 – ข้อ 4
8.1.3 มาตรา 242 ผู้ใดนาเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซ่ึงของท่ียังมิได้ผ่านพิธีการ
ศุลกากร หรือเคล่ือนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บนโรงพักสินค้า ที่ม่ันคงท่าเรือรับอนุญาต
หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินส่ีเท่า
ของราคาของซ่ึงได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจาท้ังปรับ และให้ริบของน้ัน ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตาม
คาพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง ตอ้ งระวางโทษเชน่ เดยี วกัน
ตามเกณฑ์การเปรยี บเทยี บงดการฟอ้ งรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (41) ข้อ 1 – ข้อ 8
8.1.4 มาตรา 243 ผู้ใดนาของที่ผ่านหรือกาลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือ
ส่งของดงั กล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร โดยหลกี เลย่ี งหรือพยายามหลีกเลีย่ งการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากร
ท่ีต้องเสียสาหรับของน้ัน ๆ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินส่ีเท่าของ
ค่าอากรท่ตี ้องเสียเพมิ่ หรือท้ังจาทั้งปรับ และศาลส่ังรบิ ของน้ันก็ได้ ไม่วา่ จะมผี ู้ถูกลงโทษตามคาพิพากษาหรือไม่
ผใู้ ดพยายามกระทาความผดิ ตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งระวางโทษเช่นเดยี วกนั
ตามเกณฑ์การเปรียบเทียบงดการฟ้องรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (42) ข้อ 1 – ข้อ 3
11
8.1.5 มาตรา 244 ผู้ใดนาของที่ผ่านหรือกาลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร
หรือส่งของดังกล่าวออไปนอกราชอาณาจักร หรือนาของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลาโดยหลีกเลี่ยง
ข้อจากัดหรือข้อห้ามอันเก่ียวกับของนั้น ต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท
หรอื ทงั้ จาท้ังปรบั และศาลอาจสง่ั รบิ ของนัน้ ก็ได้ ไม่ว่าจะมผี ู้ถกู ลงโทษตามคาพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทาความผิดตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งระวางโทษเช่นเดยี วกนั
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทียบงดการฟอ้ งร้องประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (43) ข้อ 1 – ข้อ 7
8.1.6 มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจาหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซ้ือ รับจานา หรือรับไว้
โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับเปน็ เงนิ สเ่ี ท่าของราคาของซงึ่ ไดร้ วมคา่ อากรเขา้ ดว้ ยแลว้ หรือท้งั จาทง้ั ปรับ
ตามเกณฑก์ ารเปรยี บเทียบงดการฟอ้ งร้องประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45) ข้อ 1 – ขอ้ 4
การกระทาความผิดตามวรรคหน่ึง หากเป็นการกระทาโดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด
ตามมาตรา 243 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรท่ีต้อง
เสียเพิ่ม หรอื ทงั้ จาท้ังปรบั
ตามเกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บงดการฟอ้ งร้องประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45)
การกระทาความผิดตามวรรคหน่ึง หากเป็นการกระทาโดยรู้ว่าเป็นของอันเน่ืองด้วย ความผิด
ตามมาตรา 244 ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ ห้าปี หรอื ปรับไม่เกนิ หา้ แสนบาท หรือท้ังจาทงั้ ปรับ
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทยี บงดการฟอ้ งรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45) ขอ้ 1 – ข้อ 2
8.1.7 มาตรา 252 การกระทาความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 244
ใหก้ ระทาตอ้ งรับผดิ แม้ไดก้ ระทาโดยไมม่ เี จตนา
8.1.8 มาตรา ๒๕๕ ให้อธิบดีมีอานาจสั่งจ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบท่ีอธิบดีกาหนด
โดยไดร้ ับอนุมตั ิจากรฐั มนตรี ในกรณีดังตอ่ ไปนี้
(๑) ความผิดตามมาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๔ เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม
และมาตรา ๒๔๖ ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละส่ีสิบจากเงินค่าขายของกลาง โดยให้หักจ่าย เป็นเงิน
สินบนร้อยละยี่สิบ และเป็นเงินรางวัลร้อยละยี่สิบ แต่กรณีท่ีมิได้ริบของกลางหรือของกลาง ไม่อาจจาหน่ายได้
ให้หักจ่ายจากเงนิ ค่าปรับ
(๒) ความผิดตามมาตรา ๒๐๒ มาตรา ๒๔๓ และมาตรา ๒๔๔ เฉพาะกรณีความผิด
ฐานหลีกเลี่ยงข้อจากัดให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละยี่สิบจากเงินค่าขายของกลาง แต่กรณีที่มิได้ริบของกลาง
หรือของกลาง ไม่อาจจาหน่ายได้ให้หกั จ่ายจากเงินค่าปรับ
(๓) กรณีทม่ี กี ารตรวจเก็บอากรขาด และเจ้าหน้าที่ผู้สารวจเงินอากรตรวจพบเปน็ ผลให้เรียก
อากรเพ่ิมเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัลรอ้ ยละสิบของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพ่ิมเติมได้ เงินสินบนและรางวลั
ตาม (๑) และ (๒) ใหห้ กั จ่ายเปน็ เงินสินบนได้ไมเ่ กินคดลี ะห้าลา้ นบาท และหกั จา่ ยเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละห้า
ลา้ นบาท และตาม (๓) ใหห้ กั จา่ ยเป็นเงินรางวลั ไดไ้ ม่เกิน ห้าลา้ นบาทตอ่ การตรวจพบ
8.1.9 มาตรา ๒๕๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าบุคคลน้นั
ยินยอมใช้ค่าปรับ หรือได้ทาความตกลง หรือทาทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามท่ีอธิบดีเห็นสมควรแล้ว อธิบดี
จะงดการฟ้องรอ้ งเสียกไ็ ด้ และให้ถือวา่ คดีเลิกกันตามบทบัญญัติแหง่ ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณา ความอาญา
ในกรณีท่ีอธิบดีเห็นสมควรจะฟ้องบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้บันทึกเหตุผล
ในการฟ้อง ผู้กระทาความผิดไว้ด้วย
12
8.1.10 มาตรา ๒๕๗ ความผิดตามมาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๓ มาตรา ๒๔๔
และ มาตรา ๒๔๗ ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเกินกว่าส่ีแสนบาท ให้คณะกรรมการ เปรียบเทียบ
มอี านาจเปรียบเทียบได้
คณะกรรมการเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทน
กระทรวงการคลงั และผแู้ ทนสานักงานตารวจแห่งชาติ
เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทาการเปรียบเทียบกรณีใด และผู้ต้องหาได้ชาระเงิน
ค่าปรับ หรือได้ทาความตกลง หรือทาทัณฑ์บน หรือให้ประกัน ตามคาเปรียบเทียบภายในระยะเวลาท่ี
คณะกรรมการเปรียบเทียบกาหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณา
ความอาญา
8.2 กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องในขน้ั ตอนการนาส่งและรบั ของกลาง
8.2.1 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
(1) มาตรา ๑๗๐ บรรดาของหรือส่งิ ทีย่ ดึ ไวต้ ามพระราชบัญญัตนิ ี้หรอื กฎหมายอนื่ ที่เกี่ยวกับ
การศุลกากรต้องส่งมอบให้พนกั งานศลุ กากรเพื่อดาเนนิ การตามกฎหมายต่อไป
ของหรือส่ิงท่ียึดและตกเป็นของแผ่นดินหรือท่ีศาลสั่งให้ริบตามพระราชบัญญัติน้ี
หรือกฎหมายอื่น ที่เก่ียวกับการศุลกากร ใหจ้ าหน่ายตามระเบียบท่ีอธบิ ดีกาหนด
(2) มาตรา ๑๗๑ ถ้าของที่ยึดไว้เป็นของสดของเสียได้ หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเส่ียง
ความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร อธิบดีจะสั่งให้ขายทอดตลาดหรือขาย โดยวิธีอ่ืน
กอ่ นที่ของนน้ั จะตกเป็นของแผ่นดนิ กไ็ ด้ทั้งน้ี ตามระเบยี บทีอ่ ธิบดีกาหนด
เงินท่ีได้รับจากการขายของตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายและค่าภาระติดพันแล้ว
ให้ถอื ไวแ้ ทนของ
8.2.2 ประมวลระเบยี บปฏบิ ัติศุลกากร พ.ศ. 2560
(1) ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 0๕ 01 01 ความหมายของของกลาง หมายถึง ทรัพย์สิน
ท่ถี กู ยดึ หรืออายัดไว้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานทางคดี หรือเพื่อใหต้ กเปน็ ของแผ่นดนิ โดยมรี ายละเอียด ดังนี้
(1.1) ยึดหรืออายัดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดี กล่าวคือ พนักงานศุลกากร หรือ
เจ้าพนักงานตาม กฎหมายอื่น มีอานาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินน้ันไว้เพ่ือใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบ
การพจิ ารณาคดใี น ความผิดเกย่ี วกบั พระราชบญั ญตั ศิ ุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ และกฎหมายทเี่ ก่ยี วข้อง
สาหรับอานาจยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐
คอื อานาจตามมาตรา ๑๕๗ (๓) หรืออาจอ้างอานาจตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา กไ็ ด้
ทั้งน้ี ไม่จาเป็นว่าทรัพย์สินท่ียึดมาเพ่ือวัตถุประสงค์น้ีจะต้องเป็นของแผ่นดิน
เสมอไป พนักงานศุลกากร หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายอ่ืนจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาของกลาง
ทย่ี ดึ ไวเ้ พอ่ื วตั ถุประสงค์นี้เพราะอาจต้องคนื แกเ่ จ้าของหรือผู้มสี ิทธใิ นภายหลัง
(1.2) ยึดหรืออายัดไว้เพ่ือให้ตกเป็นของแผ่นดิน กล่าวคือ พนักงานศุลกากร
หรือเจ้าพนักงานตาม กฎหมายอ่ืน มีหน้าที่ต้องยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ เนื่องจากทรัพย์สินนั้นจะต้องตก
เป็นของแผ่นดินโดยผล ของกฎหมาย หรือโดยคาส่ังของศาลหรือผลคดีถึงท่ีสุดเน่ืองจากเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการ
กระทาความผิด ได้มาโดยกระทาความผิด หรือมีไว้เป็นความผิด เป็นต้น สาหรับอานาจยึดหรืออายัดตาม
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ คือ อานาจตามมาตรา ๑๖๗ หรืออาจอ้างอานาจตามประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญากไ็ ด้
13
ทั้งนี้ ทรัพย์สินท่ีถูกยึดมาเพ่ือวัตถุประสงค์น้ีหากผลคดีถึงที่สุดว่าต้องตกเป็น
ของแผ่นดินแล้วจะต้องมี การจาหน่ายต่อไป พนักงานศุลกากรหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่นจึงต้องใช้ความ
ระมัดระวังในการดูแล รักษาของกลางที่ยึดไว้เพ่ือวัตถุประสงค์นี้เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการที่
จะไดร้ ับจากการ จาหนา่ ยของกลางในภายหลงั
(2) ประมวลระเบยี บปฏบิ ัตฯิ 7 05 02 01 การนาสง่ ของกลาง
(2.1) ของกลางท่ยี ดึ หรอื รบั ไวต้ ามกฎหมายศลุ กากร ให้มีหน่วยงานรับของกลาง ดงั น้ี
(2.1.1) หากนาส่งกรมศุลกากรให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม
เปน็ หนว่ ยงานรบั ของกลางและควบคมุ เก็บรกั ษาของ
(2.1.2) หากนาส่งของกลางไปยังสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร
ให้หน่วยงานคดีและของ กลางของสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรน้ัน ๆ เป็นหน่วยงานรับของกลางและ
ควบคมุ เก็บรักษาของ
(2.2) ของกลางที่ได้ทาการยึดโดยพนักงานศุลกากรในเขตพ้ืนท่ีความรับผิดชอบของ
สานักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรใด ให้นาส่งของกลางไปยังสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่มีเขตพื้นท่ี
ความรับผิดชอบนั้น ไม่ว่าผู้ยึดจะเป็นพนักงานศุลกากรหน่วยงานใดก็ตาม เว้นแต่มีเหตุจาเป็นหรือความเหมาะสม
ผ้ยู ึดจะขอ อนมุ ัติผบู้ ังคบั บัญชานาส่งกรมศุลกากร สานกั งานศลุ กากร หรอื ด่านศุลกากรอืน่ กไ็ ด้
(2.3) ของกลางท่ียึดหรือรับไว้ตามกฎหมายศุลกากรโดยเจ้าพนักงานของ
หน่วยราชการอื่น ให้นาส่งกรม ศุลกากร สานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรท่ีใกล้ที่สุด หากท้องท่ีท่ีจับกุม
ไม่มีสานักงานศุลกากรหรือด่าน ศุลกากร หรือมีแต่อยู่ห่างไกลมาก ไม่สะดวกในด้านการคมนาคมก็ให้นาส่ง
สานกั งานศุลกากรหรือดา่ นศลุ กากร ทอ่ี ยใู่ กล้ทีส่ ดุ เกบ็ รกั ษาของกลาง
(2.4) ของกลางทีย่ ากลาบากต่อการขนย้าย หรอื เส่ยี งตอ่ ความเสียหาย หรอื ค่าใช้จ่าย
ในการขนย้ายมาก เกินควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอานาจอนุมัติไม่ต้องส่งของกลางให้กรมศุลกากร
หรอื ดา่ นศุลกากร เป็นผ้ดู แู ลรกั ษาของกลางกไ็ ดโ้ ดยให้ถือหลักเกณฑด์ ังตอ่ ไปนี้
(2.4.1) ผจู้ บั กุมขอเก็บรกั ษาของกลางเอง เพอ่ื ประสงคใ์ นการดาเนินคดี
(2.4.2) ผู้ครอบครองของกลางหรือผู้ถูกจับกุมขอเก็บรักษาของกลางเอง
เมื่อผู้จับกุมให้ความ ยนิ ยอมโดยใหว้ างประกันตามที่กรมศุลกากรกาหนด
(2.4.3) ถา้ ไม่สามารถจะปฏิบัติตามข้อ (4.4.1) และ (4.4.2) ได้ จะให้เชา่ สถานที่
เก็บรกั ษาของกลาง หรอื จดั คนเฝา้ ของกลางนัน้ ไวก้ ็ได้
(3) ประมวลระเบยี บปฏบิ ัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 02 การรบั ของกลาง
(3.1) ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมนาส่งของกลางโดยทาหนังสือนาส่งเป็น 3 ชุด
มีรายละเอียดเกยี่ วกบั ชนิดของ เครอื่ งหมายการค้า เมอื งกาเนิด ปรมิ าณ และน้าหนกั ใหล้ ะเอยี ดชัดแจ้ง กรณีสินค้า
มีปัญหาเร่ืองทรัพย์สินทางปัญญา ต้องมีเอกสารการตรวจสอบสิทธิของตัวแทนประกอบ โดยกรณีนาส่ง
กรมศุลกากรให้ย่ืนเอกสารที่สว่ นคดี สานักกฎหมาย กรณีนาส่งสานักงานศุลกากรหรอื ด่านศุลกากร ให้ยื่นเอกสาร
ตอ่ หนว่ ยงานทร่ี ับผดิ ชอบด้านคดี
(3.2) ให้พนักงานศุลกากรผู้จบั กุมบันทึกข้อมูลการนาสง่ ของกลางในระบบของกลาง
กรณีเจ้าพนักงาน ของหนว่ ยราชการอน่ื เป็นผจู้ ับกุม ให้สว่ นคดี สานักกฎหมาย หรือฝา่ ยคดีของสานักงานศุลกากร
หรอื หน่วยงานคดขี องดา่ นศุลกากรทาหนา้ ทบี่ ันทกึ ข้อมลู การนาส่งของกลางในระบบของกลาง
(3.3) ให้หน่วยงานของกลาง ตรวจชั่ง และนับของให้ถูกต้องตรงกับรายละเอียดใน
หนังสือนาส่งและข้อมูลในระบบ หากไม่ครบถ้วนหรือมีของชารุดแตกหักเสียหาย ก็ให้บันทึกไว้ในหนังสือนาส่งให้
ชัดแจ้ง แล้วแจ้งให้ผู้จับกุมบันทึกแก้ไขข้อมูลในระบบของกลางให้ถูกต้องก่อนออกเลขที่บัญชีคลังของกลางใน
14
ระบบของกลาง โดยให้ผ้นู าส่งของกลางและผู้รับของกลางลงลายมือชื่อรับรองพร้อมท้งั ลงวนั เดือน ปี กากับไว้ใน
บนั ทึก การรบั -ส่งของกลาง เกบ็ ไวเ้ ปน็ หลักฐานประกอบบัญชี ณ หน่วยงานของกลาง
(3.4) หากเป็นเวลานอกราชการ ให้ผู้จับกุมเก็บรักษาของกลางไว้ก่อนช่ัวคราว
และดาเนินการตามข้อ (1) ถงึ (3) ในวนั แรกท่ีเปิดทาการ
(3.5) ของที่นาส่งในสภาพทั้งหีบห่อ ให้ผู้นาส่งใช้แถบกระดาษทากาวผนึกหีบห่อ
พร้อมท้ังมัดลวด ประทบั ตรา กศก. อีกช้ันหน่ึง ในหนงั สือนาส่งใหร้ ะบุจานวน เลขหมาย ลักษณะ และน้าหนักของ
แต่ละหีบห่อ และระบุเลขหมายตรา กศก. ไว้ด้วยการเปิดสารวจหีบหอ่ ควรจะกระทาโดยพลัน ต้องกระทาต่อหน้า
ผอู้ านวยการสว่ นของกลางหรือผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย และผนู้ าสง่ ของกลาง
(3.6) ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องไม่อาจนาของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยงานของกลางได้
ด้วยเหตุใดก็ตาม เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ผู้จับกุมแจ้งรายละเอียดแห่งของให้หน่วยงานของกลาง
เพ่ือดาเนินการในด้านบัญชี โดยถือปฏิบัติตามแนวเดียวกันกับการนาส่งของกลาง โดยระบุสถานท่ีเก็บของไว้
ให้ชัดแจง้
(3.7) ของกลางทุกรายการท่ีหนว่ ยงานของกลางรบั ไว้ รวมท้ังของตามขอ้ (6) จะต้อง
ลงรายการรับใน บัญชีของกลางเรียงตามลาดับ เลขที่ และวัน เดอื น ปี ทีร่ ับของไว้หรือทีไ่ ด้รบั แจง้
(4) ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 0๓ การนาส่งและรับของ
กลางประเภทรถยนต์
การนาสง่ ของกลางประเภทรถยนตม์ าทก่ี รมศุลกากรโดยขบั ไปเองให้ปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
(4.1) ให้ทาหนังสือนาส่งรถยนต์ของกลางและให้ระบุรายละเอียดเก่ียวกับชนิดรถยนต์
ยี่ห้อ หมายเลข เครื่องยนต์ หมายเลขประจาตัวถงั รถ สี รุ่นปี อุปกรณ์ประจารถยนต์ ชื่อและตาแหน่ง เจ้าหน้าท่ี
ผู้ควบคุม รถยนต์ของกลาง และรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ที่เคลื่อนย้ายรถ และวันเว ลาที่คาดว่าจะมาถึง
และชื่อผูค้ วบคุมรถแจ้งโดยใหส้ ว่ นของกลางทราบลว่ งหนา้ และทาสาเนาใหผ้ ู้ควบคมุ รถยนตข์ องกลางถือไปด้วย
(4.2) จัดทาสาเนาหนังสือนาส่งรถยนต์ของกลาง ตามข้อ (๑) ให้เพียงพอกับจานวน
ด่านตรวจรถ ของศุลกากรทจี่ ะตอ้ งนารถผา่ นตั้งแตต่ น้ ทางจนถึงกรมศลุ กากรทกุ ด่าน
(4.3) ให้ผู้ควบคุมรถยนต์ของกลางมอบสาเนาหนังสือนาส่งรถให้แก่ด่านตรวจฯ
ท่นี ารถผ่านไวเ้ ปน็ หลักฐาน ด่านละ ๑ ฉบับ
(4.4) ผู้ควบคุมรถยนต์ของกลางต้องจดแจ้งรายละเอียด และลงนามในสมุดผ่าน
ด่านตรวจฯ พร้อมทั้ง แสดงบัตรประจาตัวต่อด่านตรวจฯ ทุกด่านท่ีนารถผ่าน และต้องเปิดรถให้ตรวจ เพื่อแสดง
ความบรสิ ทุ ธว์ิ า่ ไมม่ ี ของลกั ลอบหนศี ลุ กากรซุกซอ่ นมาด้วย
(4.5) เมื่อด่านตรวจฯ ได้รับสาเนาหนังสือส่งรถยนต์ของกลาง ตามข้อ (4.3)
ใหล้ งทะเบียนไว้เปน็ หลกั ฐาน
(4.6) ให้สว่ นของกลาง สานกั สืบสวนและปราบปราม ตรวจสอบว่ารถยนตข์ องกลางได้
นาส่งมาถึงกรมศุลกากรถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากปรากฏว่าไม่มีรถยนต์ของกลางส่งมาภายในเวลาอันสมควร
หรือมี หลักฐานไม่ตรงกนั ประการใด ใหป้ ระสานงานกับหน่วยงานต้นทางโดยดว่ น
(5) ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 04 การนาส่งและรับของ
กลางประเภทสนิ ค้าละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา
(5.1) ก่อนนาส่งและรับของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าท่ี
นาส่งมอบและรับ ของกลางตรวจสอบว่าหลักฐานการนาส่งของกลางมีเอกสารแสดงว่าของกลางน้ัน เป็นของ
ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และมีหลักฐานการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าของสิทธิหรือตัวแทนเจ้าของสิทธิ
หรือไม่
15
(5.2) หากไม่พบข้อความหรือหลักฐานการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าของสิทธิหรือ
ตัวแทนเจ้าของสิทธิ ว่าเป็นของที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผู้นาส่งหรือผู้จับกุมจะต้องแจ้งให้เจ้าของสิทธิหรือ
ตวั แทนฯ มาทาการตรวจสอบและรบั รองวา่ เป็นของทลี่ ะเมิดทรัพยส์ ินทางปญั ญาก่อนและเมื่อดาเนินการเสร็จแล้ว
ให้นาส่งและ รบั ของกลางต่อไป
8.3 กฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งในขน้ั ตอนวิธกี ารเก็บรักษาของกลาง
8.3.1 ประมวลระเบยี บปฏิบตั ิฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 01
(1) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือหน่วยงานคดีและของกลาง
แล้วแต่กรณี ทาป้ายรายการ และระบุเลขท่ีและวัน เดือน ปี ที่รับของ เลขที่แฟ้มคดี (ถ้ามี) ชนิดของ ปริมาณ
และน้าหนัก แล้วผูกตดิ ไวก้ ับหบี หอ่ หรือตัวของ
(2) ของใดที่มีภาชนะบรรจุไม่เหมาะสม ให้จัดหาภาชนะบรรจุใหม่ โดยให้คานึงถึงความ
รดั กมุ ในทางรปู คดีเกยี่ วกับการบันทึกสภาพหบี ห่อของกลางดว้ ย
(3) ใหน้ าของเขา้ เก็บในคลังเก็บของ ดงั นี้
(3.1) วางในชน้ั เกบ็ ของ หรือช่องซึง่ กาหนดไว้ จัดให้เปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
(3.2) แยกของออกเปน็ แต่ละประเภทมิให้ปะปนกันในแตล่ ะแฟม้ คดี
(3.3) ของท่ีเสียง่ายหรืออาจเปรอะเปือ้ นของอ่นื ใด ใหแ้ ยกบรรจุหรอื วางไว้ต่างหาก
(3.4) ให้ระบุหมายเลขประจาช้ันหรือช่องลงไว้ในบัญชีของกลางให้ตรงกัน ถ้ามีการ
โยกยา้ ยของกลางให้แกเ้ ลขหมายลงในบัญชขี องกลางให้ตรงตามทเ่ี ปน็ จรงิ
(3.5) ในกรณีที่เป็นของมีค่า ให้เก็บไว้ในตู้นิรภัยของหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีเก็บรักษา
หรอื ตู้นิรภัยของธนาคาร
8.3.2 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 02 การเก็บรักษาของกลางซ่ึง
เปน็ สินค้าอนั ตราย
กรณีของกลางเป็นสินค้าอันตราย ให้ระมัดระวังในการเก็บรักษาโดยคานึงถึงข้อกาหนด
เฉพาะในการเกบ็ รกั ษาของกลางน้นั และควรคานึงถึงข้อระมดั ระวงั เบอ้ื งต้น ดงั นี้
(1) สถานที่เก็บรักษาต้องเป็นอาคารท่ีอากาศถ่ายเทสะดวก ต้องจัดบริเวณให้เป็นท่ีเก็บ
โดยเฉพาะและต้องมพี น้ื ที่วา่ งเหลือไวโ้ ดยรอบ
(2) ต้องเก็บให้ห่างจากแหล่งติดไฟ อาหาร เครื่องดื่ม และอาหารสัตว์ และห้ามสูบบุหรี่
บรเิ วณเก็บสารอันตราย
(3) กรณีเป็นสารโปตัสเซียมคลอเรท ห้ามจัดเก็บรวมกับสารกัมะถัน ผงถ่าน กรด
สารอินทรีย์ ของเหลวไวไฟ ของเขง็ ไวไฟ น้ามันเชื้อเพลงิ ปยุ๋ คอก ปยุ๋ ยเู รีย และยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุต้องปดิ ฝา
มดิ ชดิ ห้ามวางบนโตะ๊ ไม้และต้องจดั วางสารเคมไี มส่ งู เกิน 3 เมตร
(4) ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดเก็บสารเคมีอันตราย ประสานงานไปยัง
หน่วยงานราชการท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบควบคุมดูแลสารเคมีดังกล่าว เพ่ือจัดส่งเจ้าหน้าท่ีมาร่วมตรวจสอบ และให้
คาแนะนาใหการจัดเกบ็ รักษาทีถ่ กู ต้องและเหมาะสม
8.3.3 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 0๓ การเก็บรักษาของกลาง
ซึ่งเปน็ ยานพาหนะ
เพื่อให้พนักงานศุลกากรผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษายานพาหนะของกลางที่กระทาผิด
กฎหมาย ศลุ กากรทไ่ี ด้ส่งั ยึดไวไ้ มใ่ หส้ ญู หาย และอยใู่ นสภาพดตี ามสมควร จงึ ใหถ้ ือปฏิบตั ิ ดงั นี้
(1) ให้พนักงานศุลกากรผู้รับ รับและเก็บรักษาท่ีได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ตรวจรับ
ยานพาหนะของกลางจากผู้จบั กุมหรือผูน้ าส่ง โดยจัดทาบัญชรี ายละเอียดของยานพาหนะนั้น ๆ ว่าเป็นรถหรือเรอื
สภาพของ ยานพาหนะเป็นอยา่ งไร หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ เครื่องอะไหล่ท่ีมีของใช้ต่าง ๆ ประจายานพาหนะน้ัน
16
และรายการอื่น ๆ ท่ีควรบันทึกไว้พร้อมท้ังให้ลงราคาท่ีประเมินไว้ให้เป็นหลักฐาน ถ้ามีเจ้าของหรือผู้รับมอบ
ก็ให้ลงนามพร้อมวัน เดือน ปีไว้ และให้ผู้นาส่งลงนามรับรองไว้ด้วย เสร็จแล้วให้เจ้าหน้าท่ีผู้รับมอบยานพาหนะ
ของกลาง ลงนามกากบั ไว้เปน็ หลักฐาน
(2) ถ้ายานพาหนะของกลางท่ียึดไว้น้ัน ได้มีคาส่ังกรมฯ ให้คืนเจ้าของ ให้ถือปฏิบัติตาม
ประมวลฯ วา่ ดว้ ยการคนื ของกลาง
(3) ให้หน่วยงานของกลาง มีหน้าที่เฝ้าดูแลรับผิดชอบยานพาหนะท่ีได้รับมอบไว้มิให้สูญ
หาย เสยี หาย หรอื ปล่อยให้ยานพาหนะนั้น ๆ ทรดุ โทรม ถา้ จาเปน็ จะตอ้ งถอดชิ้นส่วนไปเกบ็ รักษาหรือตรวจสภาพ
ของ ยานพาหนะเพื่อจดั การซอ่ มกแ็ จ้งใหส้ านักบริหารกลางทราบ
8.3.4 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 0๔ การเก็บรักษาของกลาง
ซ่งึ เป็นไม้
(1) ใหเ้ จ้าหนา้ ที่เกบ็ รักษาของกลางตรวจสอบ ชนิด นบั จานวน วัดปริมาตร และตีตราไม้
รว่ มกบั เจ้าหน้าทกี่ รมป่าไม้ และบนั ทึกขอ้ มูลนาสง่ ไมข้ องกลาง
(2) ให้ผู้จับกุมเคล่ือนย้ายนาส่งไม้ของกลาง เข้าเก็บรักษาในสถานที่เก็บรักษาร่วมกับ
เจา้ หน้าทีเ่ ก็บ รักษาของกลาง
8.3.5 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 05 การเก็บรักษาของกลาง
ซง่ึ เปน็ สนิ คา้ ละเมดิ ทรัพยส์ ินทางปัญญา
(1) ใหพ้ นักงานศุลกากรผูร้ ับและเก็บรักษาของกลางแยกเก็บของกลางที่ละเมิดทรัพย์สิน
ทางปญั ญาไว้ มใิ ห้ปะปนกบั ของกลางประเภทอ่ืน
(2) หากสถานที่เก็บรักษาของกลางที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่เพียงพอ ให้รายงาน
ผู้บังคับบัญชา ทราบเพ่ือแจ้งเจ้าของสิทธิหรือตัวแทนฯ ทรัพย์สินทางปัญญาน้ันในฐานะผู้ดูแลสิทธิเพื่อสนับสนุน
ในเร่อื ง คา่ ใช้จ่าย
8.4 กฎหมายทเี่ กยี่ วข้องในข้ันตอนการประเมนิ ราคาของกลาง
8.4.1 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 01 การส่งตัวอย่างของกลางไป
ประเมนิ ราคาและคา่ ภาษีอากร
(1) ใหผ้ ูเ้ ก็บรกั ษาของกลาง สง่ ตัวอย่างของกลางไปประเมินราคาและค่าภาษีอากร
(2) ให้มีการบันทึกการส่งมอบและรับมอบไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลส่ง
ประเมนิ ราคาภาษี อากรในระบบของกลาง
(3) ใหผ้ ู้ทาหน้าทป่ี ระเมนิ อากรบันทึกราคาประเมนิ และค่าภาษีอากรลงในระบบของกลาง
พร้อมสง่ ขอ้ มลู การประเมินราคาในระบบให้หนว่ ยงานคดี และเก็บสาเนาใบประเมนิ ราคาไวเ้ ปน็ หลักฐาน
(4) หลังจากการประเมินราคาเสร็จส้ินใหแ้ จง้ ผลการประเมินพร้อมส่งตัวอย่างของกลางคืน
ใหผ้ เู้ กบ็ รักษาของกลางที่รบั ผดิ ชอบโดยพลัน
(5) ผู้มีหน้าท่ีเก็บรักษาของกลางบันทึกผลการประเมินในบัญชีของกลาง (แบบท่ี 463)
และแจง้ ผลให้ หน่วยงานคดที ราบ
(6) ตัวอยา่ งของทไ่ี ด้รบั กลับคนื ใหเ้ ก็บเขา้ รวมกับของเดิม ถา้ เปน็ กรณที ่ีมขี องมากรายการ
ไม่สะดวก แก่การเก็บเข้ารวมก็ให้บรรจุของตัวอย่างเหล่าน้ันรวมไว้ด้วยกันเป็นราย ๆ ติดป้ายรายการของ
ตามประมวลฯ ข้อ 7 05 03 01 (1) ไวท้ ่หี บี หอ่ แลว้ วางรวมไว้กบั หีบห่อเดมิ
17
8.4.2 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 02 ขั้นตอนการประเมินราคา
ของกลาง
(1) ใหห้ น่วยงานของกลาง จดั ทาใบประเมนิ ราคาของกลางตามแบบแนบท้ายประมวลฯ
(2) หากตอ้ งการรายละเอียดเก่ียวกับชนดิ หรอื ส่วนผสมของสนิ คา้ เพ่ือประเมินราคาและค่า
ภาษีอากร ให้บันทึกข้อมูลส่งวเิ คราะห์สินค้าในระบบของกลาง เอาตัวอย่างไปโดยนาวิธีการชักตัวอย่างมาใช้บงั คับ
โดยอนุโลม และจัดส่งตัวอย่างของกลางไปยังหน่วยงานวิเคราะห์สินค้า หรือหน่วยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวข้องโดยเก็บ
สาเนาไว้เป็นหลักฐานที่หนว่ ยงานของกลาง
(3) กรณีที่การจับกุมนั้นมีตัวผู้ต้องหาและของกลางยังไม่ได้จัดส่งไปหน่วยของกลาง
ให้ผู้จับกุมทาใบ ประเมินราคาพร้อมสาเนาส่งให้หน่วยงานคดีเพื่อใช้กาหนดเป็นวงเงินประกันตัวผู้ต้องหาแล้วให้
หน่วยงานคดี เก็บต้นฉบับใบประเมินราคาของกลางแนบแฟ้มคดีไว้แล้วส่งสาเนาใบประเมินราคาของกลางและ
สาเนาต้นเรอ่ื ง การจับกุมไปยังหน่วยงานของกลางเพ่อื ดาเนินการต่อไป
8.4.3 ประมวลระเบยี บปฏิบตั ิฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 03 วิธกี ารประเมินราคาของกลาง
(1) ให้หน่วยงานของกลางหรือหน่วยบริการศุลกากรท่ีมีหน้าท่ีประเมินราคาของกลาง
ประเมินราคา ของกลางตามสภาพแห่งของของกลาง เว้นแต่การประเมินราคาและภาษีอากรรถยนต์ท่ีเป็น
ของกลาง ตามกฎหมายศุลกากร ให้ถือปฏิบัติตามประมวลฯ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับการประเมินราคารถยนต์
ทงั้ นี้ ใหห้ กั ส่วนลดจนถึงเดือนสดุ ทา้ ยกอ่ นเดอื นท่ีนาออกจาหน่าย
(2) การคานวณค่าภาษีอากร ให้ใช้พิกัดอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันที่ทาการจับกุม
เปน็ เกณฑ์ในการคานวณอากร
(3) การประเมนิ ราคาของกลางเพ่อื ประโยชน์ในการกาหนดเบย้ี ปรับ ให้ถอื ปฏิบัติดงั น้ี
(3.1) ถ้าราคาของกลางท่ีประเมินแต่ละคราวไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้หัวหน้า
ฝ่ายหรือผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมายลงนามกากบั
(3.2) ถ้าราคาของกลางที่ประเมินแต่ละคราวเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทข้ึนไป
ให้ข้าราชการใน ตาแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชานาญการพิเศษ ท่ีกากับงานของกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ลงนามกากับ
(3.3) ถ้าราคาของกลางท่ีประเมินแต่ละคราวเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทข้ึนไป
ให้ผู้อานวยการสานัก หรือสานักงานศลุ กากร หรือนายด่านศุลกากร หรอื ผทู้ ไ่ี ด้รับมอบหมายลงนามกากบั
18
8.5 เกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องร้อง ประมวลระเบียบปฏิบตั ฯิ พ.ศ. 2560 หมวด 7 04 02 01
8.5.1 เกณฑก์ ารเปรยี บเทียบงดการฟอ้ งรอ้ ง ตามประมวลขอ้ 7 04 02 01 (1)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
(1) ม.202
การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ขอ้ 1 กรณีแสดงข้อมลู ไมถ่ ูกต้อง ผอ่ นผนั การปรับ
หรอื ไม่บริบรู ณ์เป็นเหตใุ ห้อากร
เกนิ จากท่ีต้องชาระ
ข้อ 2 กรณีแสดงข้อมูลไมถ่ ูกตอ้ ง ผ่อนผนั การปรับ
หรือไม่บรบิ รู ณเ์ ปน็ เหตใุ ห้อากร
ขาดไม่เกนิ ๕,๐๐๐.- บาท
ขอ้ 3 กรณวี างเงนิ อากรจานวน ผอ่ นผันการปรบั
สงู สุดไว้ เป็นประกันตามมาตรา
55 แหง่ พระราชบัญญตั ิศลุ กากร
พ.ศ. 2560 ไวก้ ่อนท่ีพนกั งาน
ศุลกากรจะตรวจพบความผิด
ขอ้ 4 กรณีแสดงข้อมลู ไม่ถูกต้อง ผ่อนผันการปรับ
หรอื ไม่ บรบิ รู ณ์เปน็ เหตุให้อากร
ขาดเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท
แต่ผกู้ ระทาความผดิ ตรวจพบ
ความผิดเองแล้วร้อง ขอแก้ไขให้
ถูกต้องโดยแสดงแจ้งชัดเป็นลาย
ลกั ษณ์อกั ษร ต่อพนักงาน
ศุลกากรกอ่ นทพ่ี นักงานศุลกากร
ตรวจพบความผดิ ทั้งนี้โดยไม่มี
เหตุทจุ รติ ดว้ ย ประการใด ๆ เวน้
แต่กรณีทม่ี กี ารขอแก้ไขตามที่
กาหนดไว้ในขอ้ (5)
การขอแก้ไขข้อมูลก่อน
การตรวจ ปล่อยของออกไปจาก
อ า รั ก ข า ข อ ง ศุ ล ก า ก ร ต้ อ ง ย่ื น
ขอแก้ไขก่อนการกา หนดชื่อ
พนักงานศุลกากรเพ่ือ ทาการ
ตรวจปล่อยของ
ขอ้ 5 กรณีผู้กระทาความผดิ ปรับ 1,000 บาท และให้ชาระ
ตรวจพบ ความผดิ เองวา่ มีของ ค่าภาษีอากรที่ขาดให้ครบถ้วน
เกนิ จากที่สาแดงในใบขน สนิ คา้ พร้อม เบีย้ ปรบั เงนิ เพิ่มตาม
ขาเข้าภายหลังจากที่ได้รบั มอบ กฎหมาย และให้แก้ไข
ของไปจาก อารักขาของศลุ กากร ข้อมลู ใบขนสินคา้ ใหถ้ ูกต้อง
แล้วร้องขอแก้ไขให้ถกู ต้อง โดย
19
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(1) ม.202
การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
แสดงแจง้ ชัดเปน็ ลายลกั ษณ์
อักษรต่อพนกั งานศลุ กากรก่อนท่ี
พนักงานศลุ กากรจะตรวจพบ
ความผิดโดยไม่มีเหตุทุจริตดว้ ย
ประการใด ๆ หรือไมป่ รากฏ
ขอ้ เทจ็ จรงิ ว่าเป็นของท่นี าเข้ามา
โดยไมผ่ ่านพิธีการศลุ กากร
ข้อ 6 กรณีเจ้าหน้าท่ีผู้สารวจเงิน ผอ่ นผันการปรบั
อากร ทักทว้ ง
ขอ้ 7 กรณีแสดงชนิดหรือปริมาณ ผอ่ นผันการปรับ
ของใชใ้ นบ้านเรือนและของใช้
สว่ นตวั ในใบขนสินค้า
คลาดเคล่อื น จากของท่ีนาเขา้ จริง
เพียงเลก็ น้อยและเห็นไดว้ ่ามิได้
นาเข้าเพ่ือประโยชนใ์ นทางการคา้
ขอ้ 8 กรณีแสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง ผ่อนผนั การปรบั
หรอื ไมบ่ รบิ ูรณ์แต่ไม่มีผลกระทบ
ตอ่ อากร
ขอ้ 9 กรณีมีคาชแ้ี จงพอใจ หรือ ผอ่ นผนั การปรับ
เมือ่ ข้อเทจ็ จริงและพยานหลกั ฐาน
ฟังเป็นทยี่ ตุ ิได้วา่ ผ้กู ระทา
ความผดิ ไม่มีเจตนาจะฉอ้ อากร
ข้อ 10 กรณีแสดงข้อมูลในใบขน ปรับ 500 บาท
สนิ ค้าอนั ได้แกร่ หสั สถติ ิสินค้า
มลู ค่าการนาเข้าและส่งออก
ปรมิ าณ หรือนา้ หนักตามหนว่ ย
ทจ่ี ดั เก็บสถติ ิรหสั ประเทศท่เี ป็น
สากลอตั ราแลกเปลยี่ น และ
เลขประจาตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไมถ่ ูกตอ้ ง ซ่งึ ไมม่ ผี ลกระทบต่อ
คา่ อากร
การกระทาตามวรรคหนึ่ง ผอ่ นผันการปรบั
หากผกู้ ระทาความผดิ ตรวจพบ
ความผดิ เองแลว้ รอ้ งขอ แก้ไขให้
ถกู ต้องโดยแสดงแจง้ ชัดเปน็ ลาย
ลกั ษณ์อักษร ตอ่ เจา้ หน้าที่
ภายใน ๑๐ วนั นบั แตว่ ันส่งมอบ
หรอื สง่ ออก
20
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
(1) ม.202
การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
ข้อ 11 กรณีแสดงข้อมูลไม่ ปรับรอ้ ยละ ๑๐ ของ อากรท่ี
ถูกต้อง หรือไม่ บริบูรณ์แต่มี ขาดไมน่ อ้ ยกวา่ ๑,๐๐๐ บาท
ข้อเท็จจริงและหลักฐานเห็นได้ว่า แตไ่ ม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
มูลเหตุ แห่งการกระท าผิดเกิด และให้ ชาระค่าภาษีอากรที่
จากผูก้ ระท าความผิดไม่ ใชค้ วาม ขาด ให้ครบถ้วนพรอ้ มเบย้ี ปรับ
ระมดั ระวงั ใหเ้ พยี งพอ เงินเพมิ่ ตามกฎหมาย
ขอ้ 12 กรณีแสดงท่ีอยแู่ ละหรอื ปรับ 50,000 บาท
สถาน ประกอบการในใบขน
สินคา้ ขาเข้า ใบขนสินค้าขาออก
หรือเอกสารอนื่ ๆ ไม่ถูกตอ้ ง
หรือไมบ่ รบิ รู ณ์ หรือการแสดง
เอกสารดังกล่าวใหพ้ นักงาน
ศุลกากรสาคญั ผดิ ซึ่งท่ีอย่หู รือ
สถานประกอบการโดย สถานท่ี
ดงั กล่าว ไมม่ ีสภาพแห่งการเปน็
สถาน ประกอบการอยา่ งแทจ้ ริง
หรือมกี ารแอบอ้าง สถานท่ีโดย
ฉ้อฉล
ข้อ 13 กรณีการกระทาใด ๆ ให้ปรบั รอ้ ยละ ๑๐ ของ จานวน
ในใบขน สินค้าเพ่อื ขอคืนเงิน คา่ อากรท่ีอาจจะ ได้รบั คืนหรือ
อากรหรือขอชดเชยค่าภาษี อากร เงนิ ชดเชยที่จะพงึ ไดร้ บั เกินกว่า
โดยแสดงข้อมูลเกีย่ วกับของไม่ ความจรงิ ท้งั นี้คา่ ปรบั ตอ้ งไม่
ถูกต้องและ พนักงานศลุ กากร นอ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่
พบวา่ ของนน้ั ไม่ตรงกับท่แี สดงไว้ เกนิ ๕๐,๐๐๐ บาท
หรอื มปี รมิ าณน้อยกวา่ ท่ีแสดง
หรอื ไม่มกี ารส่งออก ตามท่แี สดง
ซึ่งขอ้ เท็จจรงิ และหลักฐานเห็นได้
วา่ มไิ ดเ้ กดิ จากเจตนาทจุ ริตใน
การขอคืนอากรหรือชดเชยค่า
ภาษีอากร
ขอ้ 14 กรณีการแสดงเกยี่ วกับ ปรับ 1,000 บาท
ของทน่ี าเขา้ เก็บในและนาออก
จากคลังสินคา้ ทัณฑบ์ น หรือเขต
ปลอดอากร หรอื เขต
ประกอบการเสรี หรอื ขอใชส้ ทิ ธิ
ประโยชนจ์ ากคณะกรรมการ
ส่งเสรมิ การลงทนุ และอยใู่ น
หลกั เกณฑท์ ่จี ะได้รบั การยกเวน้
21
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(1) ม.202
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
อากร ซึ่งพนักงานศุลกากรตรวจ
พบ ชนดิ ของ ปริมาณ หรอื
นา้ หนกั ไม่ตรงตามทีแ่ สดง ในใบ
ขนสนิ คา้ เวน้ แต่จะมเี จตนาทุจริต
ในการฉ้อ ค่าอากร
ข้อ 15 กรณีแสดงหรือไมแ่ สดง ใหป้ รบั หนงึ่ เทา่ ของอากร
อากร ชัว่ คราว หรอื อากรตอบโต้ ชัว่ คราวอากรตอบโต้การทมุ่
การทุ่มตลาดหรืออากร ชัว่ คราว ตลาด หรอื อากรช่ัวคราว อากร
หรอื อากรปกป้องหรือชาระอากร ปกป้องทีข่ าดแต่ไม่เกนิ
ดังกล่าว ไมถ่ ูกต้อง หรือไม่ 500,000 บาท และใหช้ าระ
ครบถว้ น อากรดงั กลา่ ว พร้อม
ภาษีมลู ค่าเพ่ิมที่ขาด และเบีย้
ปรบั เงินเพิม่ ตามกฎหมาย
กรณีตามวรรคหน่ึง หากอากร ให้ปรบั หน่ึงเท่าของ
ดงั กลา่ ว ขาดเกินกว่า อากรชวั่ คราวอากรตอบโต้การ
500,000 บาท ทุ่มตลาด หรอื อากรชั่วคราว
อากร ปกป้องท่ีขาด แตไ่ ม่เกิน
500,000 บาท
และใหช้ าระอากรดังกล่าว
พรอ้ ม ภาษีมูลค่าเพิม่ ที่ขาดและ
เบยี้ ปรบั เงนิ เพิ่มทขี่ าดตามสว่ น
เวน้ แตก่ รณที านองเดียวกับ ให้ผ่อนผันการปรับ
ประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร
พ.ศ. 2560 ข้อ 7 04 02 01
(1) ข้อ1 ข้อ 2 ขอ้ 3 ข้อ4 ข้อ 6
และข้อ8
ขอ้ 16 กรณีแสดงข้อมลู เกยี่ วกบั ปรับ 1,000 บาท
ชนดิ หรอื ประเภทพิกดั ศลุ กากร
ของสินค้าประมงและ ผลติ ภัณฑ์
ประมงไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่บริบูรณ์
ความผิดตามวรรคหนึ่ง หาก ให้ปรับเพ่มิ อกี เป็นเงนิ หน่งึ เท่า
เปน็ การกระทาความผดิ ซ้าในทา่ ของจานวนเงนิ คา่ ปรับคร้ัง
หรือท่เี ดียวกนั หลังสดุ ทง้ั นี้จานวน คา่ ปรบั
ต้องไมเ่ กิน 500,000 บาท
22
8.5.2 เกณฑ์การเปรียบเทยี บงดการฟอ้ งร้อง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (7)
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
(7) ม.208
การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
กรณฝี ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั ปรบั 1,000 บาท
พธิ กี ารศลุ กากรในการนาของไป
จากอารักขาของศลุ กากรหรอื การ
ส่งของออกไปนอกราชอาณาจกั ร
กรณีส่งข้อมูลใบขนสินค้าเพื่อนา ปรับผนู้ าของเข้าหรือสง่ ของ
ของเข้าหรือออกจากคลังสินค้า ออกและ/หรือตัวแทนออกของ
ทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากร เป็นเงิน 1,000 บาท
โดยไม่มีของท่ีจะนาเข้าหรือ หากกระทาความผิดในลกั ษณะ
ส่งออก หรือส่งข้อมูลใบขนสินค้า เดยี วกันซา้ ณ กอง สานักงาน
หลายคร้ัง สาหรับการนาของเข้า หรอื ด่านศุลกากรเดยี วกันใน
หรือออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน รอบปีปฏทิ ิน ใหป้ รบั เพม่ิ อีก
หรือเขตปลอดอากรครั้งหน่ึง ๆ ครั้งละ 1,000 บาท ทั้งนี้
โดยไม่ยกเลิกใบขนสินค้า จนเป็น คา่ ปรบั รวมในรอบปปี ฏิทิน
เหตุทาให้ใบขนสินค้าค้างสถานะ ต้องไม่เกิน 5,000 บาท
รับบรรทกุ
หากการกระทาความผิดตาม
วรรคแรกและวรรคสอง
เป็นความผิดฐานอ่ืนด้วย ให้
เ ป รี ย บ เ ที ย บ ง ด ก า ร ฟ้ อ ง ร้ อ ง
ในความผิดฐานอื่นด้วยแล้วแต่
กรณี
8.5.3 เกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ ง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (41)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242 การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ข้อ 1 กรณีนาเข้ามาในหรอื ปรบั สองเทา่ ของราคา ของรวม
สง่ ออกไป นอกราชอาณาจักรซง่ึ ค่าอากร กบั อกี หนึง่ เท่าของ
ของทีย่ งั มิไดผ้ ่านพิธกี ารศุลกากร ภาษีมูลคา่ เพ่ิม ภาษีสรรพสามิต
หรือเคลือ่ นยา้ ยของออกไปจาก ภาษเี พื่อ มหาดไทย และภาษี
ยานพาหนะ คลงั สนิ คา้ ทัณฑ์บน อืน่ ๆ (ถา้ มี) และให้ยกของ
โรงพักสนิ ค้า ที่ ม่นั คง ท่าเรือรบั กลางให้เป็นของแผ่นดิน
อนญุ าต หรือเขตปลอดอากรโดย
ไม่ได้รบั อนุญาตจากพนักงาน
ศุลกากร
23
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
ขอ้ 2 กรณีตรวจพบการกระทา ใหย้ กของกลางให้เป็นของ
ความผดิ ทที่ า่ อากาศยาน แผน่ ดนิ
(1) กรณีตรวจพบและจบั กุม
ผ้ตู อ้ งหาขณะอยูใ่ นชอ่ งเขยี ว
ชอ่ งลูกเรอื ชอ่ งเอกสทิ ธิ์ทางการ
ทูต และชอ่ งผตู้ ิดบัตรอนญุ าตใน
พ้ืนที่ ตรวจของศลุ กากร แต่ยังไม่
พ้นหอ้ งตรวจของ ผโู้ ดยสาร หรอื
ภายในอาคารผู้โดยสารขาเขา้
ระหวา่ ง ประเทศช้ันใน
ถ้าของกลางเปน็ สตั วป์ ่าหรือ ปรบั หนึง่ เท่าของราคา
ซาก สัตว์ปา่ ตามบัญชีCITES รวมคา่ อากรกับอีกหน่ึง เทา่ ของ
หมายเลข 1 หรือตวั นิ่มและ ซาก ภาษีมลู ค่าเพ่มิ ภาษีสรรพสามิต
ตัวนิม่ หรือพันธ์ุพืชป่า ภาษีเพอ่ื มหาดไทย และภาษี
ตามบญั ชี CITES หมายเลข 1 อื่น ๆ (ถ้าม)ี และให้ยกของ
กลางใหเ้ ป็นของแผน่ ดนิ
(2) กรณตี รวจพบและจับกมุ ปรับสองเท่าของราคาของ
ผตู้ อ้ งหาภายหลังผ่านพ้นห้อง รวมคา่ อากรกบั อีกหนึง่ เท่าของ
ตรวจของผู้โดยสาร ภาษีมลู ค่าเพม่ิ ภาษสี รรพสามิต
ภาษเี พ่ือมหาดไทย และ
ภาษอี นื่ ๆ (ถา้ มี) และให้ยกของ
กลาง ให้เปน็ ของแผ่นดิน
(3) กรณีความผดิ ตาม (1) และ ปรบั สเ่ี ทา่ ของราคาของ รวมค่า
(2) ถ้าเปน็ การนาเขา้ มาใน อากร และใหย้ ก ของกลางให้
ลกั ษณะซกุ ซอ่ นโดยวิธกี าร เปน็ ของ แผ่นดิน
อนั แยบยล เพ่ือไมใ่ ห้เจ้าหนา้ ท่ี
ตรวจพบ
ขอ้ 3 กรณีตาม ข้อ 1 ข้อ 2 (1) ปรับสเี่ ท่าของราคาของ รวมค่า
(2) และ (3)ถ้าผู้ตอ้ งหา หรือผ้มู ี อากร และให้ยก ของกลางให้
ส่วนเก่ียวข้องไดก้ ระทาการ เป็นของ แผ่นดนิ และใหแ้ จ้ง
โดยอกุ อาจ เชน่ ใช้กาลังต่อสู้ ความดาเนินคดีกบั บคุ คลทตี่ ่อสู้
ขัดขวาง หรือทาร้ายรา่ งกาย ขดั ขวางการจบั กมุ ใหส้ ง่ เรื่องให้
พนักงานศุลกากรผู้ทาการจับกุม พนักงานสอบสวนดาเนนิ คดีโดย
ไม่หยดุ ยานพาหนะทบี่ รรทกุ ของ ไม่รบั ทาความตกลงงดการ
อนั เป็นความผิดเพื่อให้ พนักงาน ฟอ้ งร้อง
ศุลกากรตรวจคน้ โดยมีเจตนา
24
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242
การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ฝ่าฝืนคาสั่งของเจ้าหน้าที่ หรือ
ยอ้ื แยง่ ของกลางหรอื ทาลายของ
กลาง ที่เจ้าหน้าทีจ่ ับกมุ หรือยึดไว้
หรอื ทาลาย เครื่องหมายดวงตรา
กญุ แจ หรอื เคร่ืองผูกมดั ใด ๆ ท่ี
เจา้ หน้าท่ีได้ทาหรือหมายไว้ท่ีของ
กลางนนั้ หากการตอ่ ส้ขู ัดขวาง
ดงั กล่าวเป็นเหตุให้ เจา้ หนา้ ท่ี
ผทู้ าการจับกุมไดร้ ับอนั ตราย
ข้อ 4 กรณีของกลางเปน็ น้ามัน ใหป้ รบั ส่ีเทา่ ของราคาของรวม
เช้ือเพลงิ มีปริมาณตั้งแต่ ๕,๐๐๐ ค่าอากร และใหย้ กของกลาง
ลิตรขึ้นไป ให้เป็นของแผน่ ดนิ
หากของกลางตามวรรคหน่งึ ให้ปรบั สองเท่าของราคาของ
มีปริมาณต่ากว่า ๕,๐๐๐ ลติ ร รวมคา่ อากรกับอกี หนงึ่ เทา่ ของ
ภาษมี ลู คา่ เพิ่ม ภาษีสรรพสามติ
ภาษีเพือ่ มหาดไทยและภาษี
อืน่ ๆ (ถา้ ม)ี และให้ยกของกลาง
ให้เป็นของแผน่ ดนิ
ข้อ 5 กรณีนาเงินตรา เงินตรา ใหผ้ ู้ตอ้ งหายกเงนิ ตราของกลาง
ต่างประเทศ หรอื ตราสารเปล่ียน ใหเ้ ปน็ ของ แผ่นดนิ และคืน
มือเข้ามาใน หรือนาออกไป เงนิ ตราให้แกผ่ ตู้ ้องหาตาม
นอกประเทศ จานวนท่ีมีสทิ ธิจะนาตดิ ตวั
(1) ความผดิ ฐานนาหรอื พาหรือ ออกไปโดยไม่ต้องขออนุญาต
พยายามนาหรือพาเงนิ ตรา จากเจ้าพนักงาน เว้นแต่กรณีท่ี
ออกไปนอกประเทศ โดยไม่ได้รับ ผูต้ อ้ งหา ได้รบั อนญุ าตจากเจ้า
อนุญาต พนกั งานก่อนถูกจับกมุ
ให้นาเงินตราออกไป
จานวนเท่าใดก็ให้คนื เงินตรา
จานวนท่ไี ด้รับ อนญุ าตและท่ีมี
สทิ ธิจะนาติดตวั ออกไป
โดยไม่ตอ้ งขออนุญาต
(2) บุคคลใดส่งหรือนาเงินตรา
เงินตราต่างประเทศ หรือตราสาร
เปลี่ยนมือออกดังต่อไปน้ีออกไป
นอกหรือเขา้ มาในประเทศ โดยไม่
แ จ้ ง ร า ย ก า ร เ ก่ี ย ว กั บ เ งิ น ต ร า
เงนิ ตราต่างประเทศ หรอื ตราสาร
25
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
(41) ม.242
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
เปลยี่ นมอื นน้ั ต่อพนักงาน
ศลุ กากรอันเป็นการฝา่ ฝืนหรอื
ละเลยไมป่ ฏบิ ัติตามประกาศ
กระทรวงการคลงั เรื่อง การ
ควบคุมการแลกเปลีย่ นเงิน
(ฉบบั ที่ 6) ลงวันที่
8 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2560
ซึง่ ออกโดยอาศัยอานาจ
ตามความในกฎกระทรวงกาหนด
หลกั เกณฑเ์ ก่ียวกับ การส่ง
หรอื นาเงนิ ตรา เงนิ ตรา
ตา่ งประเทศ และตราสารเปลี่ยน
มือ ออกไปนอกหรือเข้ามาใน
ประเทศ พ.ศ.2559 ลงวนั ที่
22 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ควบคุมการ แลกเปลี่ยนเงิน
พทุ ธศักราช ๒๔๘๕
ซงึ่ แก้ไขเพมิ่ เติมโดย
พระราชบญั ญัติควบคุมการ
แลกเปล่ยี นเงนิ (ฉบบั ท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๙
(ก) เงินตราท่เี ปน็ ธนบตั ร หรือ
เหรยี ญกษาปณ์อันมมี ลู ค่าเกิน
กว่าสแ่ี สนห้า หมนื่ บาท
(ข) เงนิ ตราต่างประเทศที่ เป็น
ธนบัตรหรอื เหรยี ญกษาปณ์อันมี
มลู คา่ รวมกนั แลว้ เกินกวา่ หนึ่ง
หมนื่ ห้าพนั ดอลลารส์ หรัฐหรือ
เทียบเทา่
(ค) ตราสารเปลยี่ นมือทไี่ มร่ ะบุ
ช่อื ผรู้ ับเงนิ และไม่มขี ้อกาหนด
ห้ามเปล่ียนมอื ดังตอ่ ไปนี้
1) ตราสารเปลีย่ นมือที่ระบุ
จานวนเงนิ เปน็ เงินบาท อนั มี
มูลค่ารวมกันแลว้ เกิน กวา่ สแ่ี สน
ห้าหม่นื บาท
26
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242
การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
2) ตราสารเปลยี่ นมอื ท่ีระบุ
จานวนเงนิ เปน็ เงนิ ตรา
ต่างประเทศ อนั มมี ลู คา่ รวมกนั
แล้วเกนิ กว่าหน่ึงหมนื่ ห้าพนั
ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเทา่
(ง) เงินตรา เงนิ ตราตา่ งประเทศ
หรือตรา สารเปลีย่ นมือ ตาม (ก)
(ข) และ (ค) ซ่ึงเม่ือรวมกนั แล้ว
มมี ลู คา่ เกนิ กว่าสีแ่ สนหา้ หมน่ื
บาท หรอื เทียบเท่า
(2.1) กรณีตรวจพบขณะผา่ น ปรับรอ้ ยละ 10 ของมูลค่าของ
ด่านศุลกากรหรอื ด่านพรมแดน เงินตรา เงินตราต่างประเทศ
เงินตรา หรือตราสารเปล่ยี นมอื และให้
เงินตราต่างประเทศหรือตราสาร ผู้ตอ้ งหาปฏิบัตใิ ห้ครบถว้ น
เปลย่ี นมือ ซ่งึ เมื่อรวมกนั แลว้ มี ถูกต้องตามประกาศ
มูลค่าเกินกวา่ สีแ่ สนห้าหมื่นบาท กระทรวงการคลงั แลว้ ให้คนื
แต่ไมเ่ กินสองล้านบาทหรือ เงนิ ตราต่างประเทศ หรือตรา
เทยี บเท่า สารเปล่ยี นมอื ของกลางให้แก่
ผู้ตอ้ งหาไปได้
เงนิ ตรา เงนิ ตราตา่ งประเทศ ปรับรอ้ ยละ 20 ของมูลค่าของ
หรอื ตราสารเปลยี่ นมือ ซึ่งเม่ือ เงนิ ตรา เงนิ ตราตา่ งประเทศ
รวมกนั แล้วมีมลู ค่าเกนิ กวา่ สอง หรือตราสารเปลีย่ นมือ และให้
ลา้ นบาทหรอื เทียบเทา่ ผู้ตอ้ งหาปฏิบัตใิ ห้ครบถ้วน
ถูกต้องตามประกาศ
กระทรวงการคลัง แล้วให้คนื
เงนิ ตรา
กรณที ี่มีข้อเท็จจริงและ ใหย้ กเงินตรา เงินตรา
พยานหลกั ฐานว่าเงินตรา เงนิ ตรา ตา่ งประเทศ หรอื ตราสาร
ต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยน เปลีย่ นมอื ของกลางท่ีไดม้ าโดย
มอื ดังกล่าวเปน็ ของท่ีได้มาโดยไม่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายใหเ้ ป็นของ
ชอบด้วยกฎหมาย แผ่นดิน
*แกไ้ ขเพิ่มเติมตาม (2.2) กรณีตรวจพบ ณ ท่ีอื่นที่ ให้ยกเงินตรา เงินตรา
คาสั่งทวั่ ไปกรม
ศลุ กากรท่ี มใิ ชด่ ่านศลุ กากรหรือด่าน ตา่ งประเทศ หรอื ตราสาร
20/2564
ลงวันที่ 6 กรกฎาคม พรมแดนตามข้อ (2.1) เชน่ เปล่ียนมอื ของกลางใหเ้ ปน็ ของ
2564
เสน้ ทางธรรมชาติ เป็นต้น แผน่ ดนิ
27
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242 การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
ขอ้ 6 กรณีทีข่ องกลางเป็นของที่ ให้ยกของกลางใหเ้ ปน็ ของ
ไมต่ ้องชาระอากรศุลกากร ไม่ว่า แผน่ ดนิ
จะตรวจพบ ณ ที่ใดใน
ราชอาณาจกั ร
ข้อ 7 กรณตี รวจพบและจับกุม ให้ยกของกลางใหเ้ ปน็ ของ
ผู้ต้องหาทด่ี ่านพรมแดน แผน่ ดิน
หรือด่านศลุ กากร
ถา้ ของกลางเปน็ สัตว์ปา่ หรือซาก ปรบั หน่ึงเท่าของราคาของ
สตั ว์ป่าตามบญั ชีCITES หมายเลข รวมคา่ อากรกับอีกหนึง่ เท่า
1 หรือตวั นมิ่ และซากตวั นมิ่ หรือ ของภาษีมลู คา่ เพม่ิ ภาษี
พันธุ์พืชป่าตามบัญชี สรรพสามติ ภาษีเพื่อมหาดไทย
CITES หมายเลข 1 และภาษอี ื่น ๆ (ถ้าม)ี และให้ยก
ของกลางให้เป็นของแผน่ ดิน
ขอ้ 8 กรณีท่ีได้มีการนาสินค้า ปรบั ตัวแทนเรือผู้สง่ ของออก
บรรทุก ขน้ึ เรือและสง่ ออกไป และผ้ทู ่เี ก่ียวข้อง รว่ มกนั เป็น
นอกราชอาณาจักรโดยผสู้ ่งของ เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และให้
ออกมิได้สง่ ข้อมลู ใบขนสนิ ค้าขา ระงบั การใช้ สิทธปิ ระโยชน์
ออกในระบบ ศลุ กากร ทางภาษี อากรทุกประเภท
อิเลก็ ทรอนิกส(์ TCES) เพือ่ ปฏิบัติ เฉพาะ ใบขนสนิ ค้าขาออก
พิธีการ ศลุ กากร หากข้อเท็จจริง ฉบับนั้น
ปรากฏวา่ ผสู้ ง่ ของออกมิได้ มี
เจตนาทจุ รติ ในการนาของออกไป
โดยไมผ่ ่านพธิ ี การศุลกากร หรือ
หลกี เล่ียงอากร
กรณีตามวรรคหน่ึง หากกระทา ใหเ้ พม่ิ โทษอีกรอ้ ยละห้าสบิ
ความผดิ ซ้าคร้ังต่อไปในรอบปี ของโทษทไี่ ด้รับครงั้ แรก
ปฏทิ ิน
28
8.5.4 เกณฑก์ ารเปรียบเทียบงดการฟอ้ งรอ้ ง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (42)
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(42) 243 การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
ใหป้ รบั ครึ่งเทา่ ของอากรท่ขี าด
ขอ้ 1 ความผิดฐานหลกี เล่ียง และใหช้ าระค่าภาษีอากรที่ขาด
อากรหรือพยายามหลีกเล่ยี ง ใหค้ รบถว้ นพร้อมเบย้ี ปรับเงนิ
อากรเป็นเหตุใหอ้ ากรขาด เพ่มิ ตามกฎหมาย
(1) อากรขาดไมเ่ กนิ ใหป้ รบั หนงึ่ เท่าของ อากรท่ีขาด
50,000 บาท และให้ชาระ ค่าภาษอี ากรที่
ขาดให้ ครบถว้ น พรอ้ มเบย้ี
(2) อากรขาดเกินกว่า ปรบั เงนิ เพ่มิ ตามกฎหมาย
50,000 บาท แตไ่ ม่เกิน
100,000 บาท
(3) อากรขาดเกนิ กว่า ใหป้ รบั สองเท่าของ อากรท่ีขาด
100,000. บาท และให้ชาระ ค่าภาษอี ากรท่ี
ขาดให้ ครบถว้ น พรอ้ มเบ้ีย
ปรับ เงนิ เพิ่มตามกฎหมาย
ข้อ 2 การแกไ้ ข เพิ่มเตมิ ตัดทอน ใหป้ รบั ส่เี ท่าของอากรที่ขาด
ขอ้ ความแห่งเอกสาร การปลอม และให้ชาระค่า ภาษีอากรที่
ดวงตรา ลายมอื ชื่อ ลายมือชื่อยอ่ ขาดให้ ครบถว้ นพรอ้ มเบ้ยี ปรับ
หรอื เคร่ืองหมายอยา่ งอืน่ ของ เงินเพิม่ ตามกฎหมาย
พนักงานศุลกากร เป็นเหตุให้
ค่าอากรขาด
ขอ้ 3 ความผิดฐานหลกี เลยี่ ง ปรบั ส่ีเทา่ ของค่าอากรทีข่ าด
อากรในกรณีที่เหน็ ไดว้ ่าเป็น และใหย้ กของกลาง ท่ีซุกซ่อน
การนาของซุกซ่อนมากับของท่ี มานัน้ ใหเ้ ปน็ ของแผ่นดนิ
สาแดงโดยวิธกี ารอนั แยบยล
เพ่ือไม่ใหเ้ จา้ หน้าที่ ตรวจพบของ
ทซี่ ุกซ่อนไว้นน้ั
29
8.5.5 เกณฑก์ ารเปรยี บเทียบงดการฟอ้ งร้อง ตามประมวลขอ้ 7 04 02 01 (43)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(43) ม.244
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
ข้อ 1 กรณเี ปน็ การหลีกเล่ยี งขอ้ ใหย้ กของกลางใหเ้ ปน็
ห้ามในการนาเข้า การส่งออก ของแผ่นดนิ
การผ่านแดน หรือการถา่ ยลา
ในกรณีของต้องห้ามตาม ปรับหน่งึ เท่าของราคาของ
วรรคแรก เป็นของท่ีมีคุณคา่ ทาง รวมค่าอากรกับอีกหน่ึง เทา่ ของ
ศิลปวตั ถุ โบราณวัตถุ ภาษีมูลคา่ เพิม่ ภาษีสรรพสามิต
ประวัตศิ าสตร์ หรือโบราณคดี ภาษเี พอื่ มหาดไทยและภาษี
หรอื วตั ถุลามก หรือสอื่ ลามก อื่น ๆ (ถา้ มี) และใหย้ กของ
สตั วป์ ่าหรือซากสตั ว์ปา่ ตามบัญชี กลาง ใหเ้ ป็นของแผน่ ดนิ
CITES หมายเลข 1 หรอื พันธุ์พืช
ป่าตามบญั ชี CITES หมายเลข 1
หรอื เปน็ ของละเมิดลขิ สทิ ธ์ิ
หรือละเมิดเครอ่ื งหมายการค้า
หรือละเมิดทรพั ย์สินทางปัญญา
กรณเี ป็นของละเมิดลขิ สิทธ์ิ ใหย้ กของกลางใหเ้ ป็นของ
หรอื ละเมิดเคร่อื งหมายการค้า แผ่นดิน
หรอื ละเมิดทรัพยส์ ินทางปัญญาท่ี
เปน็ ของติดตัวผ้โู ดยสารหรือผู้
เดินทาง ที่พนักงานศลุ กากรตรวจ
พบที่ชอ่ งมีของต้องสาแดง (ชอ่ ง
แดง) ณ ทา่ อากาศยาน หรือ
ตรวจพบขณะชาระอากรปาก
ระวางท่ดี า่ นพรมแดน หรือด่าน
ศลุ กากร
กรณีนาของท่ีมีการแสดง ใหย้ กของกลางใหเ้ ป็นของ
กาเนดิ เป็นเทจ็ เข้ามาใน แผ่นดนิ
ราชอาณาจกั ร
ข้อ 2 กรณหี ลกี เล่ียงข้อจากัด ปรับร้อยละ ๑๐ ของ ราคาของ
ในการนาเข้า การสง่ ออก ไม่นอ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
การผา่ นแดน หรือการถา่ ยลา แต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
(๑) กรณขี องต้องกากัดใน โดยไม่คานึงถงึ วา่ ของนน้ั ๆ
การนาเขา้ หากหนว่ ยราชการผมู้ ี จะต้องเสยี อากรหรือไม่
หน้าทอ่ี อกใบอนุญาต ได้ออก
ใบอนญุ าตให้ภายหลงั วันนาเข้า
หรอื ได้แจ้ง ใหก้ รมศลุ กากรทราบ
เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรว่าผ่อนผัน
30
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(43) ม.244
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
ใหน้ าเขา้ มาไดห้ รืออนุญาตให้
นาเข้ามาไดแ้ ละ ใหส้ ง่ กลับ
ออกไปนอกราชอาณาจักร
แต่ในกรณที ี่หนว่ ยราชการ ปรับร้อยละ ๕ ของราคาของ
ผู้มีหนา้ ทอ่ี อกใบอนญุ าตได้ออก ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
ใบอนญุ าตใหล้ ่าช้า เกนิ กวา่ แต่ไมเ่ กนิ ๑๐,๐๐๐ บาท
หน่ึงเดือนนับแต่วนั ทีผ่ นู้ าของเข้า
รอ้ งขอ ซงึ่ เห็นไดว้ า่ ผนู้ าของเข้า
พยายามปฏบิ ตั ิให้ถูกต้องแล้วกรณี
การเปรียบเทยี บงดการฟอ้ งร้อง
ข้างตน้ หากมใี บอนญุ าตหลาย
ฉบับ ใหป้ รับเป็นรายใบอนุญาต
กรณที ี่มีใบอนุญาตฉบบั เดียวใช้
กบั ใบขนสินค้าหลายฉบับ ให้ปรบั
เป็นราย ใบขนสินค้า
กรณที ี่หนว่ ยราชการผ้มู หี น้าที่ ใหย้ กของกลางให้เป็น
ออกใบอนุญาตมิได้ออกใบอนุญาต ของแผน่ ดิน
หรอื มิได้แจง้ ให้ กรมศุลกากรทราบ
เปน็ ลายลักษณ์อกั ษรดังกลา่ วใน
วรรคแรก
(2) กรณีของต้องกากัดเป็นตัว ปรบั หนึ่งเทา่ ของราคาของ
นิ่ม และซากตวั น่ิม ตามบัญชี รวมคา่ อากรกบั อกี หนง่ึ เท่าของ
CITES หมายเลข 2 ภาษมี ูลค่าเพิม่ (ถ้า มี) แต่ไม่
(3) กรณตี าม (1) – (๓) ใหใ้ ช้ เกนิ 500,000 บาท และให้
เปน็ หลักเกณฑใ์ นการพิจารณา ยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
แก่ของต้องกากดั ใน การส่งออก
หรอื นาเขา้ เพื่อการผ่านแดน
หรอื การถ่ายลาดว้ ยโดยอนโุ ลม
ขอ้ 3 กรณีไม่ได้ปฏบิ ตั ติ าม ใหป้ รบั รายการละ ๑,๐๐๐ บาท
เง่ือนไขที่กฎหมายกาหนดหรือ หากของท่ีนาเข้ามีจานวนมาก
ไมป่ ฏิบัติตามประกาศอัน เกย่ี วกบั ให้ทาหนังสือแจ้งสานักงาน
ฉลาก หรือใบรบั รองการวเิ คราะห์ คณะกรรมการอาหาร และยา
หรอื เอกสารกากับหรือเง่ือนไข หรอื หน่วยงานท่ี เกย่ี วขอ้ งทราบ
เกี่ยวกบั การนาของนั้นเขา้ มาใน ด้วย
ราชอาณาจักร แล้วแต่กรณีเช่น
เง่ือนไขตาม พระราชบญั ญตั ิ
อาหาร พ.ศ. 2522
31
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(43) ม.244 การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
พระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ. 2510
พระราชบญั ญัติเคร่ืองสาอาง
พ.ศ. 2558
ขอ้ 4 กรณีนาอาหารที่อยู่ในข่าย ใหป้ รับร้อยละ ๕ ของ ราคา
ควบคมุ การนาเขา้ ตามประกาศ ของ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑,๐๐๐.- บาท
กระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี ๑๐๒ แต่ไม่ เกนิ ๑๐,๐๐๐.- บาท
(พ.ศ. ๒๕๒๙) แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
ฉบับท่ี ๑๑๖
(พ.ศ. ๒๕๓๑ ) เขา้ มาใน
ราชอาณาจักร ใช้หลักเกณฑ์ ดังน้ี
(๑) กรณผี ู้นาของเข้านาอาหาร
เข้ามาในราชอาณาจักร โดยไมม่ ี
หนงั สอื รบั รองความ ปลอดภัย
ของสถาบันของทางราชการ
ที่เช่ือถือได้ของประเทศที่เป็น
แหลง่ กาเนิดตามข้อ ๓ ของ
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
ฉบับดังกล่าวมาแสดงในขณะผ่าน
พธิ กี าร แต่ผลการวเิ คราะหข์ อง
สานักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา ปรากฏว่า มกี ัมมนั ตรังสี
ไมเ่ กนิ กาหนดตามประกาศ
(2) กรณีผ้นู าของเขา้ นาอาหาร ปรบั ร้อยละ ๑๐ ของราคาของ
เขา้ มา ในราชอาณาจักร โดยมี ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่
หนงั สอื รบั รองความปลอดภัย เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แลว้ ให้
ตามข้อ ๓ ของประกาศกระทรวง สง่ กลับออกไปนอก
สาธารณสขุ ฉบับ ดังกล่าวมา ราชอาณาจักร
แสดงและผลการวเิ คราะห์ของ
สานักงาน คณะกรรมการอาหาร
และยา ปรากฏวา่ มีกัมมันตรังสี
เกินกาหนดตามประกาศและให้
สง่ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจักร
32
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(43) ม.244
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
(3) กรณีผนู้ าของเขา้ นาอาหาร ใหป้ รับร้อยละ ๒๐ ของราคา
เข้ามาในราชอาณาจักร โดยไมม่ ี ของไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
หนังสอื รับรองความปลอดภยั แต่ไมเ่ กิน ๒๐,๐๐๐ บาท
ตามข้อ ๓ ของประกาศ แลว้ ใหส้ ง่ กลับออกไปนอก
กระทรวงสาธารณสุขฉบับ ราชอาณาจักร
ดงั กลา่ วมาแสดง และผลการ
วิเคราะห์ของสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา
ปรากฏว่ามีกัมมนั ตรังสเี กนิ
กาหนดตามประกาศและ ให้
สง่ กลบั ออกไปนอกราชอาณาจักร
ข้อ 5 กรณนี าปุ๋ยเคมเี ข้ามา ปรับ 10,๐๐๐ บาท
ในราชอาณาจักรไมต่ รงตาม
ประกาศกระทรวงเกษตร และ
สหกรณ์และพระราชบญั ญัติปุ๋ย
พ.ศ. ๒๕๑๘ ใชห้ ลักเกณฑด์ ังน้ี
(๑) ปยุ๋ เคมีทน่ี าเขา้ ไม่ตรง
ตาม ขนาดบรรจใุ นใบสาคัญการ
ขนึ้ ทะเบียน และกรมวิชาการ
เกษตรไดอ้ นุญาตใหผ้ นู้ าเข้าแก้ไข
ขนาด บรรจใุ นใบสาคัญการขึ้น
ทะเบียนเพิม่ เติมใหต้ รงกบั ของท่ี
นาเขา้ จริงแลว้
(2) ปยุ๋ เคมีทีน่ าเข้ามีความชืน้ ปรับ 10,๐๐๐ บาท
สงู เกนิ กาหนดและกรมวชิ าการ
เกษตรไดแ้ จ้งให้กรม ศลุ กากร
ทราบและผ่านศุลกากรได้ โดยให้
ผ้นู าของเข้าไปดาเนนิ การลด
ความชื้นให้ถูกต้องภายใต้
เงือ่ นไขของกรมวิชาการเกษตร
(3) ปุย๋ เคมที ่นี าเข้ามปี รมิ าณ ใหผ้ า่ นพธิ ีการไปได้โดยไม่
ธาตอุ าหารรับรอง หรือธาตุ ตอ้ งพิจารณาความผดิ
อาหารพชื ไมต่ รงตามใบสาคัญ
การข้ึนทะเบียนหรือหนังสอื
33
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
(43) ม.244 การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
สาคญั รบั แจ้ง โดยผ้นู าของเข้ายืน่ ปรบั ตามใบสาคัญการขึ้น
คารอ้ งขอสุ่มตวั อย่างไปวิเคราะห์ ทะเบยี นหรือหนังสอื สาคัญรับ
ยงั กรมวชิ าการเกษตร และผล แจ้งฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
การวิเคราะห์ ๒ ใน ๓ ครั้ง มี และให้ผ้นู าของเขา้ ไป
ปรมิ าณธาตุอาหาร รบั รอง หรอื ดาเนนิ การตามเง่ือนไขในใบ
ธาตอุ าหารพืชตรงตามที่กาหนด สาคัญการขน้ึ ทะเบยี นหรอื
หนังสอื สาคญั รับแจ้งให้
ปุย๋ เคมีทีน่ าเขา้ มีสูตรหรือเกรดไม่ ครบถว้ นต่อไป
ตรงตามใบสาคญั การขึ้นทะเบียน
ต่อมาผนู้ าเข้าได้นาใบสาคญั การ
ขนึ้ ทะเบียน หรือ หนังสือสาคัญ
รบั แจ้งฉบบั ใหม่ซ่ึงมสี ูตรหรือกรด
ตรงกบั สนิ ค้าที่นาเขา้ มาแสดง
และให้ผ่านพิธีการศลุ กากรไปได้
กรณไี ม่มีใบสาคญั การข้นึ ให้ผู้นาของเขา้ ยกของกลางให้
ทะเบยี น หรอื หนังสอื สาคญั เปน็ ของแผ่นดิน
รับแจง้ มาแสดงต่อกรมศุลกากร
ขอ้ 6 กรณีการนาเมล็ดพนั ธซ์ุ ึ่ง ปรบั รอ้ ยละ ๑๐ ของ ราคาของ
เปน็ ของควบคุมการนาเข้าตาม ไม่นอ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
พระราชบัญญัติพนั ธ์พุ ืช พ.ศ. แตไ่ ม่เกนิ ๒๐,๐๐๐ บาท
๒๕๑๘ เขา้ มาในราชอาณาจกั ร
เพอ่ื การค้าและปรากฏว่ามี
คุณภาพต่ากว่ามาตรฐานท่ี
กาหนด ใชห้ ลกั เกณฑ์ดังน้ี
(๑) กรณีผนู้ าของเข้าประสงค์จะ
ส่งเมล็ดพนั ธท์ุ ่นี าเข้ากลบั ออกไป
นอกราชอาณาจักร และ
หนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องแจ้งให้
กรมศลุ กากรทราบวา่ ผ่อนผนั ให้
นาเขา้ มาในราชอาณาจักรไดโ้ ดย
มีเงอ่ื นไขใหส้ ง่ กลับออกไป
(2) กรณผี นู้ าของเข้าไมป่ ระสงค์ ปรับรอ้ ยละ ๑๐ ของราคาของ
จะส่งของกลับออกไปนอก ไม่นอ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท แตไ่ ม่
ราชอาณาจักร เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และให้
ยกของใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดิน
34
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
(43) ม.244
การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
ข้อ 7 กรณีความผดิ ตาม ข้อ 3
ขอ้ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 ให้ใช้เปน็
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาแก่ของ
ตอ้ งกากดั ในการส่งออกหรอื นา
เข้าเพ่ือการผ่านแดน หรอื การ
ถา่ ยลาดว้ ยโดยอนุโลม
8.5.6 เกณฑ์การเปรียบเทยี บงดการฟ้องร้อง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (45)
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของการ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
(45)
ม.246 กระทาความผิด ฟ้องร้อง
วรรคแรก
ข้อ 1 กรณีชว่ ยซอ่ นเร้น ให้ยกของกลางใหเ้ ป็นของ
ช่วยจาหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซอื้ แผ่นดนิ
รบั จานาหรอื รับไวโ้ ดย ประการใด
ซ่ึงของอนั ตนพงึ รู้วา่ เป็นของอัน
เนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒
ข้อ 2 กรณีของกลางตามข้อ 1 ใหป้ รบั หนึง่ เท่าของราคาของ
เป็นของ ดงั ต่อไปน้ี รวม ค่าอากรกบั อกี หน่ึงเทา่
(1) สรุ า ไวนเ์ บยี ร์บุหรี่ ของภาษีมลู ค่าเพม่ิ
(2 ) สินค้าเกษตรประเภท ภาษีสรรพสามติ ภาษเี พอ่ื
กระเทียม หอมหัวใหญ่ (รวมเมล็ด มหาดไทย และภาษีอื่น ๆ
พันธห์ุ อมหัวใหญ)่ หอมแดง มัน (ถา้ มี) และให้ยกของกลางให้
ฝรั่ง เสน้ ไหม และ น้ามนั ปาล์ม เปน็ ของแผ่นดนิ
(3) ของละเมิดลขิ สิทธห์ิ รือละเมดิ
เครอื่ งหมายการค้าหรอื ละเมิด
ทรัพยส์ ินทางปัญญา
(4) ของกลางเป็นสตั ว์ปา่ หรือซาก
สตั วป์ ่าตามบัญชีCITES หมายเลข
1 หรือตวั น่มิ และซากตวั นมิ่ หรอื
พันธพ์ุ ืชป่าตามบัญชีCITES
หมายเลข 1
(5) เลอ่ื ยโซ่ หรือเลือ่ ยโซย่ นตแ์ ละ
ส่วนประกอบ และอุปกรณ์
ประกอบของเล่อื ยโซห่ รือเล่อื ยโซ่
ยนต์ทตี่ อ้ งขออนญุ าตนาเข้า
35
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของการ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(45) ม.246 กระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
วรรคแรก ข้อ 3 กรณีที่ของกลางเปน็ นา้ มัน ปรบั หนง่ึ เท่าของราคาของ
เช้อื เพลิงปรมิ าณตัง้ แต่ รวมคา่ อากรกบั อกี หนง่ึ
ม.246 ๕,๐๐๐ ลติ รขน้ึ ไป เท่าของภาษมี ลู ค่าเพ่ิม ภาษี
วรรคสอง สรรพสามติ ภาษเี พ่ือ
ม.246 ข้อ 4 กรณีทข่ี องกลางเปน็ นา้ มนั มหาดไทยและภาษีอ่นื ๆ
วรรคสาม เช้ือเพลิงมีปริมาณต่ากว่า ๕,๐๐๐ (ถา้ มี) และใหย้ กของกลางให้
ลิตร เปน็ ของแผน่ ดนิ
- ใหย้ กของกลางใหเ้ ปน็ ของ
แผ่นดิน
ปรบั คร่งึ เท่าของอากรที่ขาด
ข้อ 1 กรณีการกระทาความผิด ปรบั หนง่ึ เทา่ ของราคาของ
โดยรวู้ า่ เปน็ ของต้องหา้ มตาม รวมคา่ อากรกบั อีกหนึ่งเทา่
มาตรา 244 โดยของ ตอ้ งห้ามนัน้ ของภาษีมูลคา่ เพิ่ม
เป็น สัตวป์ า่ หรอื ซากสตั ว์ป่าตาม ภาษีสรรพสามิต ภาษเี พอ่ื
บัญชี CITES หมายเลข 1 หรอื มหาดไทยและภาษีอ่ืนๆ(ถา้ มี)
พนั ธพุ์ ชื ป่าตามบัญชี CITES แต่ไมเ่ กนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
หมายเลข 1 หรือเป็นของละเมดิ และใหย้ กของกลางให้เป็น
ลิขสทิ ธ์ิ หรอื ละเมดิ เครอ่ื งหมาย ของแผน่ ดนิ
การคา้ หรือละเมดิ ทรัพยส์ นิ ทาง
ปัญญา
ข้อ 2 กรณีการกระทาความผิดโดย ให้ปรบั หน่งึ เทา่ ของ ราคาของ
รวู้ ่าเป็นของต้องกากดั ตามมาตรา รวมคา่ ภาษี อากรทุกประเภท
244 โดยของนัน้ เป็นของต้อง แต่ไม่ เกนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
กากดั ดงั ต่อไปนี้ และให้ยกของกลางให้เปน็
(1) สรุ า ไวนเ์ บียรบ์ หุ ร่ี ของแผน่ ดนิ
(2 ) สินค้าเกษตรประเภท
กระเทียม หอมหวั ใหญ่
(รวมเมลด็ พันธ์ุหอมหวั ใหญ่)
หอมแดง มนั ฝรง่ั เสน้ ไหม และ
นา้ มนั ปาล์ม
(3) ของกลางเปน็ ตวั นิม่ และซาก
ตัว น่ิม
(4) เลื่อยโซ่ หรือเลือ่ ยโซ่ยนต์และ
ส่วนประกอบ และอปุ กรณ์
ประกอบของเล่อื ยโซ่ หรือเลื่อยโซ่
ยนตท์ ี่ต้องขออนุญาตนาเข้า
36
8.6 กฎหมายทีเ่ กี่ยวข้องในข้นั ตอนการคืนของกลาง
8.6.1 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 05 01 เง่ือนไขการคืนของกลาง
ใหค้ นื ของกลางแก่เจ้าของหรอื ผูม้ ีสิทธคิ รอบครองเมื่อผลการพิจารณาคดีสน้ิ สดุ ลง หรอื เม่ือมี
คาร้องขอคืนตามความในพระราชบญั ญัตศิ ลุ กากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗
กรณคี าร้องขอคนื ของกลางตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗
ให้สานักกฎหมาย ฝ่ายคดีของสานักงาน หรือหน่วยงานคดีของด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี เป็นผู้รับคาร้องและมี
อานาจพิจารณาสง่ั คืนของกลางให้แก่เจ้าของ
8.6.2 ประมวลระเบียบปฏิบตั ิฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 05 02 การพิจารณาคาร้องขอคืนของกลาง
ให้หน่วยท่ีรับผิดชอบการพิจารณาคืนของกลางตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.
๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗ ตรวจสอบคาร้องขอคืนของกลางและดาเนนิ การดังตอ่ ไปนี้
(1) คาร้องขอคนื ของกลาง จะตอ้ งระบุชือ่ และสถานที่อยู่ของเจ้าของกรรมสทิ ธ์ิหรือผู้มีสิทธิ
แห่งของกลาง และชือ่ ทอ่ี ยขู่ องผยู้ น่ื คาร้องขอคนื ตลอดจนมรี ายละเอยี ดพอสมควรเพื่อใหท้ ราบว่าเป็นของกลางรายใด
(2) ใบมอบอานาจจะต้องปิดอากรแสตมป์ถูกต้องตามกฎหมายและย่ืนพร้อมกับคาร้องขอ
คนื ของกลาง
(3) ในกรณที ี่ผู้มอบอานาจอยูใ่ นตา่ งประเทศ หนงั สือมอบอานาจจะต้องผ่านการรับรองจาก
สถานทูต หรอื สถานกงสุลไทยโดยถูกตอ้ ง
(4) คารอ้ งขอคืนของกลางรายใดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่กี าหนดไวใ้ ห้ปฏเิ สธไม่รบั คาร้อง
จนกว่า ผู้ย่ืนคาร้อง จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในกาหนด ๖๐ วัน สาหรับการขอคืนยานพาหนะที่ใช้ในการกระทาผิด
หรอื ภายในกาหนด ๓๐ วนั สาหรับการขอคืนสง่ิ อืน่ นับแตว่ นั ยดึ ของกลาง
8.6.3 ประมวลระเบยี บปฏบิ ตั ฯิ 7 05 05 03 การคืนของกลางให้แก่เจ้าของ
(1) การคืนของกลางให้แก่เจ้าของเมื่อคดีถึงท่ีสุดโดยคาพิพากษาของศาล ให้คืนของกลาง
ให้แก่ เจ้าของที่แท้จริงไปได้แล้วรายงานข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ให้กรมศุลกากรทราบโดยด่วน สาหรับ
ดา่ นศลุ กากรให้ผู้อานวยการสานกั งานศลุ กากรภาคกาชับใหด้ า่ นฯ ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
(1.1) กรณีพนักงานศุลกากรเป็นผ้จู ับกุม ก่อนจะคืนของกลางรายใดให้ด่านศุลกากร
ตรวจสอบหลักฐานการเปน็ เจา้ ของท่ีแท้จริง และคาร้องขอคนื ใหถ้ ูกตอ้ งเสียกอ่ นแล้วจงึ คืนของกลางให้ไปได้
(1.2) กรณีเจ้าพนักงานของหน่วยราชการอ่ืนเป็นผู้จับกุม ให้ส่งมอบของกลางให้แก่
เจ้าพนกั งานผู้จับกุมรบั ไปดาเนินการตามคาพิพากษาของศาลตอ่ ไป
(2) กรณีทมี่ ยี านพาหนะท่ีใช้ในการกระทาความผดิ เป็นของกลางในคดีด้วย แต่ในการฟ้องร้อง
ดาเนินคดีพนกั งานอัยการไม่ได้ขอให้ศาลริบยานพาหนะของกลาง เนอื่ งจากพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ
เห็นวา่ เจ้าของยานพาหนะมิได้มสี ่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทาความผิด เชน่ นีใ้ หค้ นื ยานพาหนะ ดงั กลา่ วไปก่อนได้
ตามนยั ขอ้ 8.7.2 (๑) และ (3) การคืนของกลางในกรณีอืน่ ๆ ต้องเสนออธิบดีหรือผซู้ ่ึงอธิบดีมอบหมาย
8.6.4 ประมวลระเบียบปฏบิ ัติฯ 7 05 05 04 ขัน้ ตอนการคืนของกลาง
(1) เมื่อผู้มีอานาจส่ังคืนของกลางได้ส่ังให้คืนของกลางแล้ว ให้สานักกฎหมายหรือฝ่ายคดี
ของ สานักงานหรือหน่วยงานคดีของด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี ทาบันทึกแจ้งคาส่ังคืนของกลางให้ผู้จับกุมทราบ
154 โดยมสี าเนา 1 ฉบบั พรอ้ มท้งั สง่ เร่ืองทง้ั หมดให้หน่วยของกลาง ของสานกั งานหรือด่านศุลกากรแลว้ แต่กรณี
เพอื่ สง่ มอบของกลางให้ผู้จบั กุมเพอ่ื คนื ให้แกเ่ จ้าของกรรมสิทธิ์
(2) ในการส่งคืนของกลาง ให้ผู้ท่ีรับมอบของกลางลงลายมือช่ือ วัน เดือน ปี ท่ีรับคืนใน
แฟ้มคดีและใน บัญชีของกลาง แล้วให้เก็บสาเนาบันทึกการสั่งคดีของสานักกฎหมายหรือหน่วยงานคดี แล้วแต่
กรณี ไว้เป็นหลักฐานประกอบบัญชี ณ หน่วยของกลาง ทั้งน้ี ของกลางที่กรมศุลกากรสั่งให้ส่งมอบในกรณีอื่นก็ให้
ปฏิบัติใน ทานองเดยี วกัน
37
8.7 กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องในขัน้ ตอนการจาหน่ายของกลาง
8.7.1 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 01 02 การจาหนา่ ยของกลางท่ีตกเป็นของแผ่นดิน ของกลาง
ท่ีตกเป็นของแผ่นดิน ไมว่ ่าดว้ ยผลของกฎหมาย หรอื โดยคาสั่งของศาลหรือผลคดีถึงที่สุด หากเป็นของหรือสิ่งท่ียึด
ไวต้ ามพระราชบญั ญัตศิ ุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ หรอื กฎหมายอื่นทเี่ ก่ียวกับการศลุ กากร ใหด้ าเนินการจาหนา่ ย ดังน้ี
(1) ขายทอดตลาด
(2) ขายคนื เจา้ ของ
(3) ขายปันสว่ น
(4) ส่งมอบส่วนราชการ
(5) ทาลาย
(6) วิธีการอนื่ ตามอนุมตั ิอธบิ ดี
8.7.2 ประมวลระเบียบปฏิบัตฯิ 7 05 01 03 การจาหนา่ ยของกลางก่อนตกเปน็ ของแผ่นดนิ
การจาหน่ายของกลางในคดีที่ยังไม่มีผลถึงที่สุด หรือยังไม่ตกเป็นของแผ่นดินตาม
กฎหมาย หากเป็นของที่อยภู่ ายใตเ้ ง่ือนไขดังต่อไปนี้ ใหด้ าเนนิ การจาหนา่ ยไปกอ่ นเพ่อื ถือเงนิ แทนของได้
(1) ของสดของเสียง่ายหมายความว่า ของท่ีหากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะ
เส่ือมสภาพ หรือ เสียหายทั้งหมดหรือบางส่วนหรือเสื่อมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เช่น ผัก
ผลไม้ เนื้อสตั ว์ หรือปลา เปน็ ตน้
(2) ของซ่ึงถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หมายความว่า ของที่หาก
จาหน่ายล่าช้าจะเส่ียง ความเสียหายต่อประโยชน์ของทางราชการ เช่น ของที่มีเวลาหมดอายุ ของที่นิยมกันท่ัวไป
ในชว่ั ระยะเวลาหน่ึง เครอ่ื งสาอาง หรือของประเภทเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ เป็นตน้
(3) ของซึ่งค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร หมายความว่า ของที่มี
ค่าใช้จา่ ยในการเก็บ รกั ษาหรือดแู ลมากเกนิ ราคาประเมนิ ของกลางรวมค่าภาษีอากรทุกประเภท หรอื จาหนา่ ยแล้ว
เปน็ ท่แี นช่ ัดวา่ จะ ไม่คุ้มคา่ ภาระติดพัน เช่น ของท่ีตอ้ งเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิ ของที่ตอ้ งเก็บรักษาโดย
วธิ เี ฉพาะ หรือ ของทีต่ ้องจ่ายค่าเชา่ พ้นื ที่เพื่อเก็บรักษาสงู เปน็ ต้น
8.7.3 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 01 04 การออกใบรับรองการนาเข้า (แบบที่ 32) ใน
กรณซี อื้ ของกลาง
กรณีท่ีสานัก สานักงาน หรือด่านศุลกากรได้จาหน่ายของกลาง การออกใบรับรองการ
นาเขา้ (แบบที่ 32) สาหรบั ของดงั กล่าวให้แกผ่ ู้ซอื้ ใหถ้ ือปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา่ ดว้ ยการใช้ใบรบั รองการนาเข้า ทงั้ น้ี
ให้คานึงถึง ระยะเวลาในการขนย้ายโดยยานพาหนะน้ัน ๆ ตามปกติวิสัย อายุของของกลาง ควรจะเป็นก่ีวัน ก็ให้
กาหนด ระยะเวลาตามนน้ั
8.7.4 ประมวลระเบยี บปฏิบัติฯ 7 05 0๖ 01 หลกั การจาหนา่ ยของกลาง
(๑) เมื่อของกลางตกเป็นของแผ่นดินแล้ว อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย มีอานาจ
จาหนา่ ยของกลาง นนั้ ได้ตามวิธีการตา่ ง ๆ ดงั น้ี
(1.๑) ขายทอดตลาด
(๑.2) ขายคนื เจา้ ของ
(๑.3) ขายปนั สว่ น
(๑.4) สง่ มอบส่วนราชการ
(๑.5) ทาลาย
(๑.6) วธิ กี ารอืน่ ตามอนุมัติอธิบดี
38
(2) สาหรับของกลางท่ียังไม่ตกเป็นของแผ่นดิน แตเ่ ป็นของสดเสียง่าย หรือถ้าหนว่ งช้าไว้
จะเป็นการ เส่ยี งความเสยี หาย หรือค่าใชจ้ ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร อธบิ ดหี รอื ผู้ซึง่ อธิบดีมอบหมายมี
อานาจ ในการจาหน่ายของกลางนน้ั ไดต้ ามวธิ ีการตา่ ง ๆ ดงั น้ี
(๒.1) ขายทอดตลาด
(๒.2) ขายคืนเจา้ ของ
(๒.3) ขายปันสว่ น
(3) การจาหนา่ ยของกลางโดยส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม ใหป้ ฏบิ ตั ิดังนี้
(๓.1) การจาหน่ายรถยนต์ของกลาง ให้มีคณะกรรมการท่ีอธิบดีกรมศุลกากรแต่งตั้ง
คณะหนง่ึ เรียกวา่ “คณะกรรมการจาหน่ายรถยนต์ของกลาง”
(๓.2) การขายทอดตลาดของกลางที่นอกจากรถยนต์ของกลางให้มีคณะกรรมการท่ี
ผู้อานวยการ สานกั สืบสวนและปราบปรามแตง่ ตั้งคณะหนึง่ เรยี กว่า “คณะกรรมการขายทอดตลาดของกลาง”
(๔) การจาหน่ายของกลางของหนว่ ยงานของกลางอื่น ใหผ้ ู้อานวยการสานักหรือนายด่าน
ศุลกากรแต่งต้ัง “คณะกรรมการจาหน่ายของกลางและของตกคา้ ง” เพอื่ ดาเนนิ การจาหน่ายของกลาง
(5) การกาหนดวธิ ีการจาหน่ายของกลาง โดยวิธีการขายทอดตลาด หรือโดยวิธีอ่ืนใดต้อง
ไดร้ ับการ อนุมัตจิ ากอธบิ ดหี รือผู้ทอ่ี ธบิ ดีมอบหมาย
(6) ของกลางท่ีพึงจาหน่ายได้แล้ว ให้นาออกจาหน่ายตามลาดับก่อนหลังท่ีรับไว้ เว้นแต่
ในกรณีท่ีมีเหตุสมควรจะไม่จาหน่ายตามลาดับการรับของกลางก็ได้เช่น ของซ่ึงเปลืองเนื้อท่ีเก็บหรือของซึ่งอยู่ใน
ฤดกู าล ทีค่ วรนาออกจาหนา่ ย
(7) ของทุกรายที่ได้รับอนุมัติและบันทึกการอนุมัติในระบบของกลาง ให้ผู้ปฏิบัติงาน
จาหนา่ ยบนั ทึก ผลการอนมุ ตั ิวิธีการจาหนา่ ยและบันทึกการดาเนนิ การจาหนา่ ยในระบบของกลาง
๘.7.5 วิธีขายทอดตลาด ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 06 02 โดยคณะกรรมการขาย
ทอดตลาดดาเนินการขายตามบัญชีในประกาศขายทอดตลาด
(1) ให้หน่วยงานของกลางของสานักหรือด่านศุลกากร ดาเนินการออกประกาศขาย
ทอดตลาดและปิด ประกาศขายทอดตลาด ซึง่ มรี ายละเอียดของ วัน เวลา สถานท่ี และบญั ชีรายการของกลางที่จะ
ทาการขายทอดตลาด ให้ประชาชนทราบ ณ ที่ทาการขายทอดตลาด ทั้งนี้ให้สาเนาประกาศให้คณะกรรมการขาย
ทอดตลาด ของกลางทราบทนั ทที ไ่ี ดป้ ระกาศ
(2) ถ้าของกลางมีราคาประเมินต้ังแต่ 500,000 บาท ให้ปิดประกาศขายทอดตลาด
ล่วงหนา้ อย่างนอ้ ย 3 วันทาการก่อนวันขาย กรณเี รง่ ดว่ น ใหป้ ระกาศขายทอดตลาดลว่ งหน้าไม่น้อยกว่า 1 วนั ทา
การ เวน้ แต่อธบิ ดีหรือผูซ้ ่งึ อธบิ ดมี อบหมายสั่งการเป็นอย่างอ่นื
(3) การโฆษณา ให้ระบุวัน เวลา และสถานที่ และรายการสินค้าท่ีน่าสนใจด้วยพอเป็น
สังเขป ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาให้ถือเป็นค่าภาระติดพันในอันท่ีจะหักจากเงินค่าขายของกลาง ในกรณีที่ต้อง
ใช้เงิน ล่วงหน้าให้เบิกทดลองจ่ายจากเงินทุนกลางและนาส่งคืนเมื่อได้หักเงินค่าขายของกลางแล้ว โดยให้มี
ผ้รู ับผดิ ชอบ ดังนี้
(๓.1) กรณีส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามเป็นผู้ขายทอดตลาด ให้ขอ
ความร่วมมอื สว่ นสื่อสารองคก์ ร สานกั บรหิ ารกลาง ทาการประชาสัมพันธ์ผ่านสือ่ ต่าง ๆ ตามทีเ่ ห็นสมควร
(๓.2) กรณีส่วนหน่วยงานของกลางของสานักงานศุลกากรอ่ืนหรือด่านศุลกากรเป็น
ผขู้ าย ทอดตลาด ใหด้ าเนินการประชาสัมพนั ธใ์ นส่ือรูปแบบตา่ ง ๆ ไดต้ ามท่ีเห็นสมควร
(3.๓) ในวันเวลา ที่จะทาการขายทอดตลาด ให้หน่วยงานของกลาง จัดเตรียม
ตัวอย่างของกลางไว้ให้ พร้อมยังสถานที่ขาย และจัดเจ้าหน้าที่อานวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการขาย
ทอดตลาดของกลางใน ขณะที่ทาการขายทอดตลาด
39
(๓.4) ให้คณะกรรมการที่มหี น้าทีใ่ นการขายทอดตลาดของกลางดาเนินการขายตาม
บัญชีรายการใน ประกาศขายทอดตลาดของหน่วยงานของกลาง โดยคานึงถึงราคาตลาดท่ีพึงจะขายได้ สภาพของ
ความนิยม หรือเหตุผลอนื่ ภายใต้หลักเกณฑ์ดังตอ่ ไปนี้
(๓.4.1) ของกลางรายใดท่ีราคาประมลู สงู สุดค้มุ ราคาประเมนิ บวกภาษีอากร
ให้คณะกรรมการฯ ขายได้
(๓.4.2) ของกลางรายใดท่มี ีราคาประเมินไม่เกิน ๕๐๐,000 บาท เมือ่ มผี ู้ให้
ราคาประมูลสูงสุด คุ้มค่าภาษีอากร หากมีเหตุผลสมควรขายในราคานั้น ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายได้แล้ว
สรุปเสนอ ผู้อานวยการส่วนที่กากับดูแลหนว่ ยงานของกลาง เพื่อทราบพร้อมเหตผุ ล
(๓.4.3) ของกลางรายใดที่มีราคาประเมินไม่เกิน ๕0,000 บาท เม่ือมีผู้ให้
ราคาประมูลสูงสุด ไม่คุ้มค่าภาษีอากร หากมีเหตุผลสมควรขายในราคาน้ัน ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายได้
แล้วสรุปเสนอ ผู้อานวยการส่วนทก่ี ากับดแู ลหนว่ ยงานของกลาง เพือ่ ทราบพรอ้ มเหตุผล
(๓.4.4) ของกลางท่ีมีราคาประมูลสูงสุดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ (๑.
1) (๑.2) และ (๑.3) หากมี เหตุสมควรขายในราคาน้ัน ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายโดยให้เรียกเงินมัดจาไว้
รอ้ ยละ 25 ของราคา ทเ่ี สนอซอ้ื สงู สดุ แลว้ นาเสนออธบิ ดหี รอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมายเพือ่ อนุมัตกิ ารขาย
(๓.4.5) ในกรณีตามข้อ (๓.๔.4) การขายทอดตลาดจะสมบูรณ์ ต่อเม่ือ
อธิบดีหรือผู้ที่ซ่ึงอธิบดี มอบหมายได้อนุมัติให้ขายตามราคาท่ีเสนอน้ัน หากในกรณีท่ีอธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบ
อานาจไม่อนุมัติก็ให้คนื เงินมัดจาและนาของกลางออกขายทอดตลาดใหม่ หรอื จาหนา่ ยโดยวธิ ีอื่นตามทีอ่ ธบิ ดีหรอื ผู้
ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย เห็นสมควร โดยถือว่าของกลางรายนั้นถูกเพิกถอนจากการขายทอดตลาดและผเู้ สนอราคานัน้
ถูกยกเลกิ ไปตาม มาตรา 513 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(๓.4.6) หากมีเหตุขัดข้องด้วยกรณีใด ๆ ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะ
กรรมการฯ ท่ีจะยุติการขายในขณะใดก็ได้เม่ือมีเหตุอันสมควร แล้วรายงานให้ผู้อานวยการส่วนของกลาง สานัก
สบื สวนและปราบปราม หรอื ผ้อู านวยการสว่ นทก่ี ากบั ดูแลหนว่ ยงานของกลางทราบพร้อมเหตุผล
(๓.4.7) กรณีการขายทอดตลาดโดยวิธปี ระกวดราคา (Sealed first-price
auction หรือ blind auction หรือ first-price sealed-bid auction) ให้กระทาโดยวิธียื่นซองเสนอราคาต่อ
ประธานคณะกรรมการที่มีหน้าทใ่ี นการขายของกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
(๓.4.7.1) เม่ือมีผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควรจะรับ
ไว้ก็ให้นาเสนออธิบดีหรอื ผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุมัติ หากผู้มีอานาจอนุมัติมีความเห็นวา่ ราคาที่นาเสนอ
มาน้นั มรี าคาต่าหรอื ดว้ ย เหตอุ นั ใดก็อาจสงวนสิทธิที่จะไมข่ ายตามที่คณะกรรมการฯ ของกลางนาเสนอก็ได้
(๓.4.7.2) ผู้เข้าประกวดราคาทุกรายจะต้องวางมัดจาซองเป็น
จานวนเงนิ ตามท่ีกาหนด ในประกาศขายทอดตลาด
(๓.4.7.3) ในวันเปิดซอง เมื่อมีผู้เข้าประกวดราคาเสนอราคา
สูงสุดและคณะกรรมการฯ เห็นว่ามีเหตุผลสมควรขายในราคานั้น ผู้เข้าประกวดราคาผู้นั้นจะต้องลงนามในสญั ญา
ซ้ือของกลางพร้อม วางเงินมัดจาไว้ร้อยละ 25 ของราคาที่เสนอซ้ือ และชาระเงินค่าขายของกลางที่เหลือร้อยละ
75 ภายใน 3 วัน ทาการนับจากวันที่กรมศุลกากรอนุมัติและผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องมารับมอบของกลาง
ภายใน 7 วัน ทาการนับแตว่ ันที่ชาระเงินครบถ้วน เวน้ แต่ได้รับการผอ่ นผันจากอธิบดีหรือผู้ทอ่ี ธบิ ดีมอบหมาย
(๓.4.7.4) หากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่อนุมัติการขาย
ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวน และปราบปรามหรืองานคดีของกลางของด่านศุลกากรคืนเงินมัดจาร้อยละ 25 ที่
วางไว้ภายใน 3 วันทาการ
40
(๓.5) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามหรือหน่วยงานของกลางของ
ด่านศุลกากร บันทึก ผลการจาหน่ายของกลางและออกใบส่ังเก็บเงินในระบบของกลางเพ่ือให้ผู้ท่ีประมูลนาใบสั่ง
เก็บเงินไปชาระเงนิ ทหี่ น่วยงานบญั ชีและอากร
(๓.6) ให้หน่วยงานการเงินท่ีรับผิดชอบรับชาระเงินและออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้
ประมลู ได้ เพื่อเป็น หลักฐานว่าได้ชาระคา่ ของกลางถกู ต้องครบถว้ นตามจานวนของทัง้ หมดทีป่ ระมูลไดแ้ ลว้
(๓.7) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามหรือหน่วยงานของกลางของ
ด่านศุลกากร ส่งมอบของกลางพร้อมบันทึกเลขที่ใบเสร็จรับเงิน และจานวนเงินที่ขายพร้อมสาเนาใบเสร็จรับเงิน
แนบไว้ เป็นหลกั ฐานในบัญชขี องกลาง
(๓.8) ห้ามพนักงานศุลกากรเข้าสู้ราคา หรือเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในการขาย
ทอดตลาดของ กรมศุลกากรไม่ว่าจะเป็นการขายทอดตลาดท้ังในส่วนกลางหรือหรือในส่วนภูมิภาค ทั้งน้ี ให้
ผู้อานวยการ ส่วนราชการระดับสานักสานักงาน และนายด่านศุลกากรทุกแห่ง สอดส่องดูแลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด
ถือปฏบิ ตั ิ โดยเครง่ ครดั
๘.7.6 วธิ ีขายคนื เจ้าของ ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 03
(1) การจาหนา่ ยของกลางโดยวิธขี ายคนื เจา้ ของ ให้กระทาโดยวธิ กี ารและเงื่อนไขดงั นี้
(1.๑) เป็นของกลางในคดีที่ผถู้ ูกจับกุมยินยอมทาความตกลงระงับคดีงดฟ้องร้องตาม
ความใน พระราชบัญญตั ศิ ลุ กากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๖ หรอื มาตรา ๒๕๗
(๑.2) การขายคืนเจา้ ของนน้ั ไมก่ อ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายแกท่ างราชการ
(๑.3) ของท่ีต้องปฏิบัติตามกฎหมายอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง ผู้ซ้ือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
ดงั กลา่ วใหค้ รบถ้วนกอ่ น
(๑.4) ขายของกลางในราคาประเมนิ รวมคา่ ภาษีอากรทุกประเภท
๘.7.7 วิธีขายปันส่วน ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 04 การจาหน่ายของกลางโดยวิธีขาย
ปนั สว่ น ใหถ้ ือปฏิบตั ดิ ังนี้
(1) ใหห้ นว่ ยงานของกลางดาเนนิ การขายของปนั สว่ นอยา่ งโปรง่ ใสและเป็นธรรม
(2) การจาหนา่ ยของกลางโดยวิธีขายปนั ส่วนเพ่ือเปน็ สวสั ดิการ หรอื เพ่อื เปน็ ขวัญกาลังใจ
แกเ่ จ้าหน้าที่รัฐ
(3) การจาหน่ายของกลางโดยวิธขี ายปันสว่ นแกส่ ว่ นราชการ ใหก้ ระทาไดเ้ มือ่ เห็นสมควร
(4) ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงซึ่งผู้อานวยการสานักหรือสานักงาน หรือนายด่าน
ศลุ กากรแต่งต้ัง เรียกวา่ “คณะกรรมการกาหนดราคาของปันส่วน” มโี ดยให้มหี น้าที่
(๔.1) กาหนดราคารับซื้อ และราคาขายของกลางปนั ส่วน
(๔.2) จาหนา่ ยของกลาง ตามที่กรมฯ มอบหมายเปน็ กรณีพเิ ศษ
(5) การกาหนดราคารบั ซ้ือต้องไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50 ของราคาประเมนิ รวมค่าภาษีอากร
และ คานวณเพ่ิมอีกร้อยละ 10 ของราคารับซื้อแต่ไม่เกินชิ้นละ 500 บาท เป็นราคาขายปันส่วน เว้นแต่คณะ
กรรมการฯ เห็นว่าการใช้เกณฑ์ร้อยละ ๕๐ ของราคาประเมินรวมค่าภาษีอากรดังกล่าวกับของกลางบางชนิด จะ
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้เสนอผู้อานวยการสานัก สานักงาน หรือนายด่านศุลกากรกาหนด ราคา
จาหน่ายปันสว่ นท่สี งู กว่าเกณฑด์ งั กล่าวเป็นการเฉพาะกรณีได้
(6) ของใดท่ีอธิบดีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายอนุมัติให้จาหน่ายโดยวิธีขายปันส่วนแล้ว ให้
หน่วยงานของ กลางบันทึกการดาเนินการจาหน่ายของกลางในระบบของกลาง แล้วนาของกลางออกขายปันส่วน
ให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว
41
(7) ใหส้ ่วนของกลาง สานักสบื สวนและปราบปราม หรืองานคดีและของกลาง ของด่านศุลกากร
รวบรวมบญั ชขี องกลางทีจ่ ะจาหน่ายโดยวธิ ีปนั ส่วน ให้นาออกจาหนา่ ยโดยใช้เกณฑ์ตามทค่ี ณะกรรมการฯ กาหนด
(8) กรณีคณะกรรมการฯ ได้กาหนดราคาปันส่วนและมีการนาของกลางออกขายปันสว่ น
แลว้ ปรากฏโดยชดั แจ้งว่าจะไม่สามารถขายของปันสว่ นตามราคาที่คณะกรรมการฯ กาหนดได้ อาจดว้ ยเหตุสภาพ
ของ ค่านิยมท่ีเปล่ียนแปลงไป เป็นต้น ก็ให้พิจารณาหักลดอัตราส่วนลงหรือพิจารณาตามสภาพของตามความ
เหมาะสม โดยให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่านศุลกากร
นาเสนอคณะกรรมการกาหนดราคาปันส่วนตามข้อ (๔) พิจารณาทบทวนกาหนดราคารับซ้ือและราคาขายใหม่
เพ่อื ดาเนินการจาหนา่ ยของกลางตามทเี่ หน็ สมควรต่อไป
(9) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่าน
ศุลกากร ออกใบสั่งจ่ายตามแบบแนบทา้ ยประมวลฯ บทนี้ โดยใหแ้ ยกออกเป็นรายแฟ้มคดี และระบุเลขท่บี ัญชคี ลัง
ของ กลางไว้ แต่แฟ้มคดีหนึ่งอาจออกใบส่ังจ่ายได้หลายฉบับ แล้วออกใบส่ังเก็บเงินพร้อมสาเนา 3 ฉบับ และ
รวบรวมเงนิ ทช่ี าระคา่ ขายของกลางปันสว่ นในราคารับซื้อ และออกใบส่ังเก็บเงิน ในระบบของกลาง เพอ่ื นาเงิน ไป
ชาระที่หนว่ ยงานการเงนิ ทีร่ ับผิดชอบ
(10) การชาระเงินให้ชาระเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คขีดคร่อม "A/C PAYEE" สั่งจ่าย
กรมศุลกากร (พักรายได้) โดยส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่าน
ศลุ กากรนาไป ชาระเงินท่หี น่วยงานบญั ชแี ละอากร ภายในวนั นัน้ หรอื วนั ทาการถดั ไป
(11) ส่วนแบ่งเงินทุนกลางร้อยละ 10 ของราคารับซ้ือแต่ไม่เกิน ชิ้นละ 500 บาท ให้
นาเข้าบัญชีเงินทุนกลางข้าราชการกรมศุลกากร ร้อยละ 8 ของราคารับซ้ือ และนาเข้าบัญชีส่งเสริมการขายส่วน
ของกลาง ร้อยละ 2 ของราคารับซ้ือ ภายในวันเดียวกันพร้อมทั้งลงบัญชีบันทึกรายละเอียดแห่งของพร้อมกับอ้าง
เลขท่ี บัญชคี ลงั ของกลาง
(12) ให้ส่วนของกลาง สานกั สบื สวนและปราบปราม หรอื งานคดีและของกลางของด่าน
ศลุ กากร ดาเนนิ การตามข้ันตอนของเอกสาร ดงั นี้
(๑๒.1) ส่งต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน สาเนาใบส่ังจ่าย ต้นฉบับใบสั่งเก็บเงิน ให้
หน่วยงานกากบั คลัง ของกลางเพ่ือนาไปตัดบัญชตี ามเลขท่บี ัญชีคลังและรวบรวมปดิ แฟ้มคดตี ่อไป
(๑๒.2) บันทึกเลขท่ีรับชาระเงินในสมุดทะเบียนคุมใบสั่งจ่าย เก็บสาเนาใบสั่งจ่าย
สาเนา ภาพถา่ ยใบเสรจ็ รบั เงินไวเ้ ป็นหลักฐานเพ่ือการตรวจสอบ
(๑๒.3) การออกใบเสร็จรับเงินค่าขายปันส่วนของกลางของสานัก หรือสานักงาน
หรือ ด่านศุลกากรเป็นการรัดกุม ให้กาหนดวิธกี ารเพอ่ื ป้องกนั การนาใบเสร็จรบั เงินไปใชห้ มุนเวยี นคลุมของลักลอบ
หนศี ลุ กากรด้วย
(13) ใบเบิกของรายใดที่หน่วยงานกากับคลังของกลางได้จ่ายของกลางปันส่วนไปให้งาน
ปันส่วนแล้วเกิน 30 วัน หากยังไม่ได้รับใบเสร็จรับเงินพร้อมสาเนาใบส่ังจ่าย ให้คลังของกลางติดตามทวงถามจาก
หน่วยงานงานปนั สว่ นของกลาง
(14) ให้หน่วยงานปันส่วนของกลาง ดาเนินการจัดทาบัญชีระบบบัญชีคู่ บัญชีการค้า
กาไร – ขาดทนุ จดั ทากระดาษทาการ สาหรบั ระยะเวลา 1 ปี ส้นิ สุด 31 ธันวาคม ของทกุ ปี
๘.7.8 วิธีส่งมอบส่วนราชการ ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 05 การจาหน่ายของกลาง
โดยวธิ ีสง่ มอบส่วนราชการ ให้กระทาโดยวธิ กี ารและเงือ่ นไขดังน้ี
(1) การส่งมอบส่วนราชการใดให้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการนาไปใช้ประโยชน์ใน
กิจการของ สว่ นราชการนนั้ ๆ
(2) ส่วนราชการผรู้ บั มอบตกลงยนิ ยอมรบั ผิดชอบคา่ ภาระติดพันหรือคา่ ใชจ้ ่ายในการส่งมอบ
42
๘.7.9 วิธที าลาย ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 06 การจาหน่ายโดยวิธที าลาย
(1) ให้ผู้อานวยการสานักสืบสวนและปราบปรามหรือสานักงานหรือนายด่านศุลกากร
แตง่ ต้งั คณะกรรมการข้ึนคณะหนึง่ เรียกว่า “คณะกรรมการทาลายของกลาง” เพือ่ ดาเนินการทาลายของกลาง ให้
เป็นไปตามระเบยี บนี้
(2) ของใดท่ีเสียหายหรือเส่ือมสภาพหรือเป็นของอยู่ในเงื่อนไขต้องทาลาย ให้เสนออธิบดี
หรือผู้ซึ่ง อธิบดีมอบหมาย พิจารณาอนุมัติทาลาย และเม่ือได้รับอนุมัติแล้ว ให้เจ้าหน้าที่บันทึกการอนุมัติลงใน
ระบบ ของกลางและบัญชีของกลางและเก็บบันทึกการอนุมัติดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้แจ้งคณะกรรมการ
ทาลาย ของกลางทราบทกุ สิ้นเดือนโดยแยกเป็น 2 บญั ชี ดงั น้ี
(๒.1) บญั ชขี องกลางละเมิดทรพั ย์สินทางปัญญา
(๒.2) บัญชีของกลางอน่ื ๆ
(3) ให้คณะกรรมการทาลายของกลางรับของกลางไปทาลายและก่อนรับของกลางให้
ตรวจสอบชนิด ปริมาณและน้าหนักของทุกรายการให้ถูกต้องครบถ้วนแล้วลงลายมือช่ือพร้อม วัน เดือน ปี ที่รับ
ของไว้เป็น หลักฐานและให้ดาเนินการทาลายได้ตามแต่จะเห็นสมควรโดยเร็ว เม่ือได้ทาลายเรียบร้อยแล้วให้
รายงาน ผู้อานวยการสานัก หรือสานักงาน หรือนายด่านศุลกากรทราบ สาหรับส่วนของกลาง สานักสืบสวนและ
ปราบปราม ใหร้ ายงานอธิบดแี ละจดั ส่งรายงานให้กลมุ่ ตรวจสอบภายในทราบด้วย
(4) ของท่ีอยู่ระหวา่ งรอการทาลายให้แยกเกบ็ ต่างหากจากของอืน่
(5) ให้ผู้อานวยการส่วนท่ีกากับดูแลหน่วยงานของกลาง มีอานาจติดตามและเร่งรัดการ
ปฏิบัตงิ านของ คณะกรรมการทาลายของกลางและในกรณีท่มี ปี ัญหากใ็ ห้มีอานาจสั่งการแก้ไขได้
๘.7.10 วิธีการอื่นตามอนุมัติอธิบดี ประมวลระเบียบฯ 7 05 06 07 ในกรณีท่ีไม่สามารถ
จาหน่ายของกลางที่ตกเปน็ ของแผ่นดินโดยวิธีท่ีกลา่ วมาแล้ว ให้หน่วยงานของกลางเสนออนุมัติอธิบดีเพื่อจาหน่าย
ของกลางโดยวิธีการอ่ืน ทั้งน้ี จะต้องเสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจาหน่ายของกลาง พร้อมเหตุผล
และความจาเปน็ ในการเลอื กจาหนา่ ยของกลางดว้ ยวธิ ีน้ันใหท้ ราบ โดยละเอียด
๘.7.11 การจาหน่ายของกลางที่เปน็ ของต้องกากัด ประมวลระเบียบฯ 7 05 06 08
(1) ของกลางท่ีเป็นของต้องกากดั ท่ีหากจาหน่ายอาจกระทบกระเทือนถึงความมัน่ คง หรอื
ความสงบ เรียบร้อยของประเทศ ตลอดจนสุขอนามัยหรือศีลธรรมอันดงี ามของประชาชน ใหจ้ าหนา่ ยโดยวธิ ีการ ดงั นี้
(๑.1) ส่งมอบสว่ นราชการ
(๑.2) วิธีการทาลาย
(๑.3) วธิ ีการอน่ื ตามอนุมัติอธบิ ดี
(2) ของกลางที่เป็นของต้องกากัดซึ่งมีบัญญัติของกฎหมาย มติของคณะรัฐมนตรีหรือ
สัญญาซ่ึงรฐั ตอ้ งผกู พนั กาหนดวธิ กี ารจาหน่ายไวก้ ใ็ ห้ปฏิบตั ิไปตามนั้นโดยความเหมาะสม
8.7.12 การจาหนา่ ยของกลางท่ีเปน็ ของต้องห้าม ประมวลระเบยี บปฏิบัติฯ 7 05 06 09
(1) ของกลางซึ่งเป็นของต้องห้าม เว้นแต่ของต้องห้ามตามพระราชบัญญตั ิหา้ มนาของท่มี ี
การแสดงกาเนิดเป็นเทจ็ เข้ามา พุทธศกั ราช ๒๔๘๑ ให้จาหนา่ ยโดยวธิ ีการ ดังนี้
(๑.1) วิธกี ารทาลาย
(๑.2) วธิ กี ารอนื่ ตามอนมุ ตั ิอธบิ ดี
๘.7.13 หลักเกณฑ์การจาหน่ายของกลางสาหรับของบางประเภท ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7
05 06 ๑๐ สาหรบั ของบางประเภท ใหม้ ีหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขการจาหน่ายเพ่ิมเติมจากท่ีได้กล่าวไว้ ดงั น้ี
(1) ยาเสน้ ยาอดั ยาสูบ หรือบุหรี่ของกลาง
43
(๑.1) การจาหน่ายยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหรี่ของกลางต้องคานึงถึงการปฏิบัติ
ตามกฎหมายท่ี เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.
๒๕๓๕ เป็นต้น
(๑.2) ยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหรี่ของกลางท่ีเสื่อมคุณภาพให้ส่งมอบแก่
หนว่ ยงานราชการท่มี ี ความประสงค์จะนาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์สาธารณะโดยไม่อาจนากลบั มาบริโภคได้อีก
(๑.3) หากไม่มีหน่วยราชการใดประสงค์ขอรับยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหรี่ของ
กลางทีเ่ ส่อื ม คุณภาพดงั กลา่ วให้ปฏิบตั ติ ามระเบียบว่าดว้ ยการทาลาย
(๑.4) การพิจารณาและตรวจสอบคุณภาพยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหร่ีของกลาง
ให้อยู่ใน หลักเกณฑ์การตรวจสอบตามหนังสือโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ท่ี รยส ๐๙๐๐๐๑/๒๘๑๐ ลงวนั ท่ี
๒ ตลุ าคม ๒๕๓๕ และหนังสือท่ี รยส ๑๕๐๐๐๓/๓๔๕๘ ลงวนั ท่ี ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยอนุโลม ดงั นี้
(๑.4.1) การตรวจสอบอายุบุหรี่ ถ้าปรากฏว่าบุหร่ีของกลางท่ีจับได้มีอายุ
มากกว่า ๔ เดือน นับจากวันที่ผลิตให้ถือว่าบุหรี่น้ันเสื่อมคุณภาพ หากไม่อาจตรวจสอบวันที่ผลิตได้ให้นับแต่วันท่ี
รับเข้าเกบ็ รกั ษาจนถงึ วนั ตรวจ
(๑.4.2) การตรวจสอบคุณลักษณะทางกายภาพ ถ้าปรากฏว่ากระดาษมวน
บหุ รีเ่ ปลีย่ นสี หรอื มีจุดตามกระดาษมวนบหุ รี่ และมกี ล่นิ ราหรอื เหม็นอับแสดงว่าบุหรเี่ สื่อมสภาพ
(๑.4.3) การตรวจสอบคณุ ภาพยาเส้นในมวนบุหร่ีโดยวิธีดมกล่ิน ถ้าปรากฏ
ว่าบุหรข่ี องกลางมกี ล่ินรา หรอื เหมน็ อับแสดงวา่ บหุ รี่นั้นเส่ือมคุณภาพ
(๑.4.4) ตรวจรสชาด โดยวิธีทดลองสูบเปรียบเทียบกับบุหร่ีชนิดเดียวกัน
หรือเคร่อื งหมาย การค้าเดยี วกนั ท่มี ีคุณภาพดี
(๑.4.5) ถ้าหากได้ดาเนินการตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังเป็นท่ีสงสัย ให้
วนิ ิจฉยั ว่าบุหร่ีนนั้ เสอ่ื มคุณภาพ
(๑.4.6) การสุ่มตัวอย่างบุหรี่ของกลางและการไม่ยอมรับ (Reject) ให้ใช้
หลกั เกณฑต์ ามตาราง ดงั นี้
จานวนบุหรข่ี องกลาง จานวนตวั อยา่ ง การไมย่ อมรบั (REJECT)
ตอ่ LOT ต่อเคร่อื งหมายการคา้ ทสี่ มุ่ เปดิ ตรวจ
จานวนบุหรี่ <1 หบี (<50 หอ่ ) ถ้าพบว่าบุหรี่ทีเ่ ปิดตรวจอย่างน้อย ๑ ซอง มีบหุ รเี่ สื่อม
๑ ซอง ต่อ ๑๐ คุณภาพ
1 - 10ห่อ ห่อ
ถ้าพบวา่ บุหรท่ี ี่เปิดตรวจอยา่ งนอ้ ย ๑ ห่อ มีบหุ รเี่ สือ่ ม
> 10 หอ่ 1 ซอง ต่อ ๑๐ คณุ ภาพ
ห่อ
จานวนบหุ รี่ >๑หบี
๑ – ๑๐ หอ่
> ๑๐ หบี ๑ ห่อ ต่อ ๑ หบี ถ้าพบว่าบุหรีท่ ีเ่ ปิดตรวจอย่างนอ้ ย ๑ห่อ มีบุหร่เี ส่อื ม
คุณภาพ
๑ ห่อ ต่อ ๑๐หีบ
ถา้ พบวา่ บุหรที่ ี่เปิดตรวจอยา่ งนอ้ ย ๑ห่อ มบี ุหร่เี ส่อื ม
คณุ ภาพ
44
(2) รถยนตข์ องกลางทต่ี กเป็นของแผ่นดนิ
(๒.1) การจาหน่ายรถยนต์ของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินให้ดาเนินการจาหน่าย
โดยวิธีการขาย ทอดตลาดตามนโยบายที่กระทรวงการคลังกาหนด ท้ังน้ีได้กาหนดแนวปฏิบัติให้ผู้จับกุมตรวจสอบ
รถยนต์ท่ี ตรวจยึดในความยึดฐานลักลอบหรือหลีกเลี่ยงในการนาเข้าตามมาตรา 242 – มาตรา 244 แห่ง
พระราชบัญญัตศิ ลุ กากร พ.ศ. 2560 ทุกคนั ไม่วา่ จะมีผู้ต้องหาหรือไมก่ ต็ าม โดยหน่วยงานต่างๆ ๗ หน่วยงาน ดังน้ี
(๒.1.1) กองพิสูจน์หลักฐาน สานักงานตารวจแห่งชาติเพื่อตรวจสอบสภาพ
รถยนตม์ ีรอ่ งรอยการขูดลบ แก้ไข ทีบ่ รเิ วณเลขหมายประจาตัวถัง และเลขหมายประจาเคร่ืองยนต์ หากมีการแก้ไข
หมายเลขเดมิ คอื เลขใด
(๒.1.2) กองทะเบียนประวัติอาชญากร สานักงานตารวจแห่งชาติเพ่ือ
ตรวจสอบหลกั ฐาน การแจง้ หายวา่ มกี ารแจง้ หายหรือถกู โจรกรรมภายในประเทศหรือไม่
(๒.1.3) กองการต่างประเทศ สานักงานตารวจแห่งชาติเพื่อตรวจสอบ
หลกั ฐานการแจ้ง หายว่ามีประวัตกิ ารจดทะเบยี นและประวตั ิการแจ้งหายในต่างประเทศหรือไม่
(๒.1.4) กองบริหารการค้าสินค้าท่ัวไป กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อ
ตรวจสอบหลักฐาน การนาเข้าว่าเคยมกี ารอนุญาตใหน้ าเข้ามาในราชอาณาจกั รหรือไม่
(๒.1.5) สานักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษรี ถ กรมการขนสง่ ทางบก เพื่อ
ตรวจสอบ หลกั ฐานการจดทะเบยี นว่าเคยมีการย่ืนขอจดทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบกหรือไม่
(๒.1.6) ตัวแทนจาหน่ายรถยนต์ยี่หอ้ น้ัน ๆ เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทเป็นผสู้ ่งั
นาเข้าหรือ เป็นผู้จาหน่ายรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวหรือไม่ ประวัติผู้ซ้ือและผู้ขาย (ถ้ามี) ข้อมูลจาเพาะจาก
บรษิ ทั ผู้ผลิต ในส่วนที่เกย่ี วข้อง เช่น ผลติ จากประเทศใด ปที ่ีผลิต ชนดิ รุ่น ขนาดเครือ่ งยนต์
(๒.1.7) สานักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อตรวจสอบการ
นาเขา้ มาในราชอาณาจกั ร
(๒.2) กรณีรถยนต์ของกลางที่จะนาไปจาหน่ายโดยวิธีการขายทอดตลาดที่ส่วน
ของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม ต้องเป็นรถยนต์ของกลางท่ีมีสภาพดี ขับเคล่ือนได้ และให้ส่งแฟ้มคดี
พร้อมรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถัง ราคาค่าภาษีอากร รูปถ่ายอย่างน้อย 5 ภาพพร้อมกับ
คาอธิบายประกอบภาพถ่ายโดยละเอียด
หากรถยนต์คันใดไม่คุ้มค่าในการเคล่ือนย้ายมาจาหน่ายที่ส่วนของกลาง สานัก
สืบสวนและ ปราบปราม ให้ดาเนินการขออนุมัติจาหน่าย ณ ส านักงานศุลกากร ห รือด่านศุลกากรจาก
คณะกรรมการ จาหน่ายรถยนตข์ องกลาง
(3) ไม้ ให้จาหนา่ ยตามมตคิ ณะรัฐมนตรี และ/หรือตามทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนด
(4) อาหาร
(๔.1) ให้จาหน่ายของกลางประเภทอาหารโดยคานึงถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับของ
กลางท่ีเปน็ ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพประเภทอาหารดว้ ย
(๔.2) กรณีของกลางที่จะทาการชักตัวอย่างนั้นมีทั้งของที่อยู่ในสภาพดี และของท่ี
อยู่ในสภาพเน่า จะเสื่อมคุณภาพปะปนคละกันอยู่ เช่น ภาชนะบรรจุเป็นสนิมหรือบุบบี้เป็นต้น ให้เจ้าหน้าที่ส่วน
ของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือสานักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี คัดเลือกแยกของ
ดังกล่าวออกจาก กันให้เป็นสัดส่วนก่อน แล้วจึงสุ่มชักตัวอย่างจากของกลางท่ีได้แยกไว้นั้นเพ่ือส่งวิเคราะห์ต่อไป
เว้นแต่เจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้วเห็นได้แน่ชัดว่าของกลางรายใดยังไม่เส่ือมคุณภาพจะไม่ทาการชักตัวอย่างส่ง
วิเคราะหก์ ็ได้
45
(๔.3) ให้มปี รมิ าณการชกั ตวั อย่าง ดังนี้
(๔.3.1) ในกรณีที่ของกลางมีปริมาณไม่เกิน ๑๐๐ หน่วย ให้ชักตัวอย่างไม่
นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๕ ของของกลางท้ังหมด
(๔.3.2) ในกรณีที่ของกลางมีปริมาณเกิน ๑๐๐ หน่วยขึ้นไป ให้ชักตัวอยา่ ง
ไมต่ า่ กว่า ร้อยละ ๒ แตไ่ ม่เกินร้อยละ ๕ โดยจะต้องมีตวั อย่างรวมกันไมน่ อ้ ยกว่า ๕ หน่วย
(๔.3.3) ให้ชักตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มจากของกลางที่มี ชนิด ขนาด ย่ีห้อและ
เครื่องหมายการค้า เดียวกัน สาหรับของกลางท่ีมี ชนิด ขนาด ย่ีห้อ และเคร่ืองหมายการค้าแตกตา่ งกัน ให้ทาการ
สุม่ ชกั จากของกลางทกุ ลกั ษณะ
(๔.3.4) เม่ือได้ทาการชักตัวอย่างเสร็จแล้ว ให้เจ้าหน้าท่ีผูท้ าการชกั ตัวอย่าง
ทารายงานแจ้ง รายละเอยี ดเกีย่ วกับตัวอยา่ งและปริมาณตวั อย่างพร้อมท้ังลงลายมือช่ือ วนั เดือน ปี ท่ที าการ แล้ว
ให้สง่ รายงานพรอ้ มตวั อยา่ งให้เจา้ หนา้ ทว่ี ิเคราะห์สินคา้ โดยพลัน
(๔.3.5) ให้เจ้าหน้าท่ีวิเคราะห์สินค้าทาการวิเคราะห์สภาพของตัวอย่างให้
แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทาการ นับแต่วันที่ได้รับรายงานและตัวอย่างของกลางแล้วให้ส่งผลวิเคราะห์ให้หน่วยงาน
ของกลางทราบโดยพลัน ทั้งน้ี ให้ ระบุกาหนดระยะเวลาท่ีตัวอย่างยังคงมีสภาพใช้ได้ตามผลการวิเคราะห์ไว้ใน
รายงานผลการวิเคราะห์ให้ชัดเจนดว้ ย
(๔.3.6) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรืองานคดีและ
ของกลางของด่านศุลกากรทาการจาหน่ายของกลางประเภทอาหารที่ได้ทาการวิเคราะห์แล้วนั้น ภายในกาหนด
ระยะเวลาท่ีหนว่ ยงาน วิเคราะหส์ นิ ค้าได้ระบไุ วต้ ามข้อ
(๔.3.7) หากไม่อาจจาหน่ายได้จนล่วงพ้นกาหนดระยะเวลาดังกล่าว และ
ประสงค์จะนาออกจาหน่ายใหม่ จะต้องทาการชักตัวอย่างส่งวิเคราะห์ใหม่ โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังกล่าว
ขา้ งต้น
(5) ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ
(๕.1) ผลิตภัณฑ์สุขภาพ หมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์
เครื่องสาอาง วัตถุอันตรายและวัตถุเสพติดตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยาที่ กรมศุลกากรจบั กุมหรอื ยดึ ไว้
(๕.2) การทาลายของกลางทเี่ ป็นผลติ ภัณฑ์ สุขภาพท่กี รมศุลกากรได้ จบั กุมหรือยึดไว้
ใหแ้ จ้งข้อมลู เก่ียวกับประเภท ปริมาณ มูลคา่ และผลการทาลายใหส้ านักงานคณะกรรมการอาหารและยาทราบ ทุกครั้ง
(๕.3) กรณีท่ีมีปัญหาเก่ียวกับของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กรมศุลกากรได้จับกุม
หรือยึดไว้ ซ่ึงมี การตกลงแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือมีข้อตกลงหรือระเบียบเฉพาะเร่ืองน้ัน ๆ ได้กาหนดไว้
แล้ว ให้เปน็ ไป ตามข้อตกลงหรอื ระเบยี บท่ีได้กาหนดไวน้ ั้น
(๕.4) ในกรณที มี่ ีปญั หาในการปฏิบตั ใิ ห้หารือเจา้ หนา้ ทป่ี ระจาด่านอาหารและยา
(๕.5) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอาหารท่ีมีลักษณะดังต่อไปน้ี ให้จาหน่ายโดยวธิ ีการ
ทาลาย
(๕.5.1) อาหารท่มี ีลกั ษณะและ/หรือผลการตรวจวเิ คราะหเ์ ข้าข่าย
(๕.5.2) อาหารไม่บริสุทธิ์ตามความในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ
อาหาร พ.ศ.2522
(๕.5.3) อาหารปลอม ตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. 2522
(๕.5.4) อาหารผิดมาตรฐาน ตามความมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติ
อาหาร พ.ศ.2522
46
(๕.5.5) อาหารทม่ี ีฉลากเก่าเลอะเลือน
(๕.5.6) อาหารทีม่ ภี าชนะบรรจุชารุด
(๕.5.7) อาหารท่ีเส่ือมสภาพไปจากเดิมเท่าที่สังเกตพบเห็นได้โดยวิธี
ธรรมชาติ
(๕.5.8) อาหารท่ีมีการแสดงฉลากระบุ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุการบริโภค
หรอื วันเดือนปี ทีค่ วรบริโภคก่อน ซงึ่ ไดล้ ว่ งเลยกาหนดตามท่รี ะบไุ ว้ดังกล่าว
(๕.5.9) อาหารที่มีผลการวเิ คราะหแ์ สดงวา่ เป็นอันตรายตอ่ สขุ ภาพ
(๕.6) ผลิตภณั ฑ์สุขภาพที่เป็นอาหารสดและพชื ผลทางการเกษตร เช่น เน้ือสัตวแ์ ช่
แข็ง แมงกะพรุนสด หอม กระเทียม พริก ผลไม้สด เป็นต้น ซึ่งไม่มีลักษณะของอาหารท่ีต้องทาลายหรือส่งมอบ
สว่ นราชการ ใหด้ าเนนิ การจาหนา่ ยได้โดยวธิ กี ารอื่น
(๕.7) ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเป็นอาหารที่มีลักษณะต่อไปน้ีให้ขอความร่วมมือ
เจ้าหน้าท่ปี ระจา ด่านอาหารและยาเก็บตัวอย่างส่งวเิ คราะห์ เม่ือปรากฏผลการตรวจวิเคราะหว์ า่ อาหารดังกล่าวไม่
เป็นอันตราย ต่อสุขภาพให้จาหนา่ ยโดยการขายปันส่วน ได้แก่
(๕.7.1) อาหารทไ่ี ม่มีฉลากปิดหรือฉลากไม่ครบถ้วน
(๕.7.2) อาหารทหี่ ลักฐานการนาเข้าหรือเอกสารอ่ืนประกอบขดั แย้งกันเอง
หรอื ไมม่ ี ความชัดเจนในเร่ืองชื่อผ้นู าเขา้ และประเทศผผู้ ลติ
(๕.8) ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเป็นอาหารห้ามนาเข้าหรือนาเข้าโดยไม่ถูกต้องและเป็น
อาหารที่ต้อง ทาลายโดยวิธีการเฉพาะ เช่น BSE. DIOXIN ให้ขออนุมัติอธิบดีส่ังให้ส่งคืนประเทศต้นทางโดยความ
สมัครใจ ของผนู้ าเข้าเปน็ อันดับแรก แตถ่ า้ ไมส่ ามารถส่งคืนประเทศตน้ ทางได้ไมว่ า่ ดว้ ยเหตุใด ใหด้ าเนินการตามท่ี
อธิบดี หรือผทู้ ไี่ ด้รับมอบหมายเหน็ สมควร โดยถือวา่ เปน็ การจาหน่ายโดยวิธอี ื่นตามอนุมัตอิ ธิบดี
(๕.9) ผลิตภณั ฑ์สุขภาพที่เป็นยาในลกั ษณะดังนี้
(๕.9.1) ยาทไ่ี ม่มีฉลากปดิ
(๕.9.2) ยาท่มี ีฉลากเก่าเลอะเลอื น
(๕.9.3) ยาที่เสื่อมคุณภาพแล้ว ซึ่ง คาว่า “ยาที่เส่ือมคุณภาพ” ให้
หมายความรวมทั้ง
(๕.9.3.1) ยาท่ีสน้ิ อายุตามทแ่ี สดงไว้ในฉลาก
(๕.9.3.2) ยาท่ีเส่ือมสภาพไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชดั
(๕.9.3.3) ยาที่ตรวจวิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่ามีตัวยาต่ากว่า
มาตรฐานจนจดั เป็นยาปลอมหรือยาผดิ มาตรฐานตามพระราชบญั ญัติยา พ.ศ. 2510 ให้หนว่ ยงานทจ่ี ับกุมหรือยึด
ไว้จัดสง่ ตวั อย่างยาให้หน่วยงานวิเคราะห์สนิ ค้าตรวจสอบ หรอื ให้พนกั งานศุลกากรผูม้ ีหนา้ ทว่ี ิเคราะหส์ ินคา้ ช่วยทา
การวเิ คราะห์ตรวจสอบยาท้งั จานวนน้ันเสยี ก่อนตามความเหมาะสมแก่กรณี
หากปรากฏว่ายาของกลางรายใดเส่ือมคุณภาพหรือเป็นยาที่เข้า
ลักษณะข้อหน่ึงข้อใดดังกล่าวข้างต้น หรือเป็นยาที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่มีทะเบียนตาหรับยา ให้เสนอ
ผู้อานวยการสานักหรือ สานกั งาน หรือนายดา่ นศลุ กากรเพ่ือส่ังการให้คณะกรรมการทาลายของกลางรับไปทาลาย
ต่อไป แต่ถ้ายารายใดยังมีคุณภาพดี มีทะเบียนตาหรับยาและไม่เป็นยาที่เข้าลักษณะข้อหน่ึงข้อใดดังกล่าวข้างต้น
เมื่อยาของกลางได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้วก็ให้แจ้งให้คณะกรรมการอาหารและยาช่วยทาการตรวจสอบและส่ง
เจ้าหนา้ ทมี่ ารบั ยาของกลางจากกรมศุลกากรเพ่ือนาไปใช้ในราชการต่อไป
(๕.10) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นเครื่องมือแพทย์ท่ีมีลักษณะดังต่อไปน้ี ให้จาหน่าย
โดยวิธีการทาลาย
47
(๕.1๐.1) เครื่องมือแพทย์ท่ีไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ แห่ง
พระราชบญั ญตั เิ คร่ืองมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.2) เคร่ืองมือแพทย์ท่ีไม่ได้แจ้งรายละเอียดตามมาตรา ๑๙ หรือ
๒๗ (๑) (๕) เฉพาะกรณีเพ่ือใช้ในการศึกษาวิจัย วิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพมาตรฐาน (๖) และ (๗) แห่ง
พระราชบญั ญัติ เครื่องมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.3) เคร่ืองมือแพทย์ทั่วไปท่ีห้ามนาเข้าตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุขฉบบั ท่ี ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๔๙) แห่งพระราชบญั ญัติเครือ่ งมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๓๑
(๕.1๐.4) เคร่ืองมือแพทย์ที่ไม่ทราบแหล่งท่ีมาชัดเจน หรือไม่มีการแจ้ง
ช่ือผ้ผู ลิตและ แหล่งผลิต
(๕.1๐.5) เครื่องมือแพทย์ปลอมตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติ
เคร่ืองมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.6) เคร่ืองมือแพทย์ที่มีคุณภาพต่ากว่าตามมาตรฐานตามมาตรา
๔๘ แหง่ พระราชบญั ญตั ิเคร่อื งมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.7) เครื่องมือแพทย์ท่ีเส่ือมคุณภาพตามมาตรา ๔๙ แห่ง
พระราชบัญญตั เิ ครอื่ งมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.8) เคร่ืองมือแพทย์ท่ีไม่ปลอดภัยในการใช้ตามมาตรา ๕๐ แห่ง
พระราชบัญญตั ิ เครือ่ งมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณที ่ีไมส่ ามารถดาเนินการทาลายเครื่องมือแพทยด์ ังกลา่ วได้ ให้
ขออนุมัตอิ ธิบดีหรือผู้ซึง่ อธิบดมี อบหมาย ส่งั ให้สง่ คนื ประเทศตน้ ทางโดยความสมคั รใจของผู้นาเข้าเป็นอันดับแรก
แต่ถ้าไม่สามารถ ส่งคืนประเทศต้นทางได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ดาเนินการตามที่อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย
เหน็ สมควร
(๕.๑๑) ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพที่เป็นเครือ่ งสาอางท่มี ีลักษณะดังต่อไปน้ี ใหจ้ าหน่ายโดย
วิธีการทาลาย
(๕.๑๑.1) เครือ่ งสาอางทม่ี ีฉลากเกา่ เลอะเลอื น
(๕.๑๑.2) เครอื่ งสาอางท่ีเส่อื มคุณภาพ เช่น เครอ่ื งสาอางท่ีระบุ วนั เดอื น ปี
ท่ีส้ินสดุ อายกุ ารใชง้ านหรอื เครือ่ งสาอางทเ่ี สอ่ื มสภาพไปจากเดิมเท่าทีส่ งั เกตพบเห็นได้โดยวิธธี รรมชาติ
(๕.๑๑.3) เครื่องสาอางท่ีไม่ปลอดภัยในการใช้เคร่ืองสาอางปลอม
เคร่ืองสาอาง ผดิ มาตรฐานตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 แหง่ พระราชบัญญัตเิ คร่ืองสาอาง พ.ศ. 2535
(๕.๑๒) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นเคร่ืองสาอางท่ีมีลักษณะดังต่อไปนี้ให้ขอความ
ร่วมมือเจ้าหน้าท่ี ประจาด่านอาหารและยาเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์ เม่ือปรากฏผลการตรวจวิเคราะห์ว่า
เครอ่ื งสาอางดงั กล่าว ไม่เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ ใหจ้ าหนา่ ยโดยการขายปนั สว่ น ไดแ้ ก่
(๕.๑๒.1) เคร่ืองสาอางไม่มีฉลากภาษาไทยหรือฉลากไม่ครบถ้วนตาม
ประกาศ
(๕.๑๒.2) เครื่องสาอางที่หลักฐานการนาเข้าหรือเอกสารอ่ืนประกอบ
ขดั แย้งกันเอง หรือไมม่ ีความชดั เจนในเรอื่ งชื่อผูน้ าเข้า และประเทศผู้ผลิต
(๕.๑๓) ผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพท่ีเป็นวัตถอุ นั ตรายทีม่ ีลกั ษณะดงั ต่อไปนี้ ใหจ้ าหนา่ ยโดย
วธิ ีการทาลาย
(๕.๑๓.1) วัตถุอนั ตรายชนดิ ที2่ และ 3 ท่ีไม่มฉี ลากปดิ หรือฉลากไม่ครบถ้วน
(๕.๑๓.2) วัตถอุ ันตรายชนดิ ท่ี 2 และ 3 ท่ีมีฉลากเลอะเลือน
(๕.๑๓.3) วัตถอุ ันตรายชนิดที่ 2 และ 3 ที่เสอ่ื มคุณภาพ ผิดมาตรฐาน ปลอม
48
(๕.๑๓.4) วัตถุอันตรายชนิดท่ี 2 และ 3 ท่ีไม่มีเลขทะเบียน (ไม่ได้ขอขึ้น
ทะเบียน ถูกต้อง) หรือถูกส่ังเพิกถอนทะเบียน หากไม่สามารถทาลายได้โดยวิธีการปลอดภัยต่อประชาชนและ
ทราบแหลง่ ทม่ี า ใหข้ ออนุมัติ อธบิ ดีส่ังใหส้ ง่ คนื ประเทศต้นทางโดยความสมัครใจของผูน้ าเข้าเป็นอนั ดับแรก แตถ่ ้า
ไม่สามารถส่งคืนประเทศ ตน้ ทางได้ไมว่ า่ ดว้ ยเหตุใด ให้ด าเนนิ การตามทอี่ ธิบดีหรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมายเหน็ สมควร
โดยถือว่าเป็นการ จาหนา่ ยโดยวิธีอนื่ ตามอนุมตั ิอธิบดี
(๕.๑๓.๕) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นวัตถุอันตรายท่ีเป็นวัตถุอันตราย
ประเภทที่ ๔ (ห้ามนาเข้า ห้ามส่งออก) ให้ขออนุมัติอธิบดีสั่งให้ส่งคืนประเทศต้นทาง โดยถือว่าเป็นการจาหน่าย
โดยวิธอี ่ืนตามอนมุ ัติ อธบิ ดี
(๕.๑๓.๖) ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเป็นวัตถุเสพติดให้ดาเนินการตามระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจบั ยึด และตรวจพสิ จู นย์ าเสพติด พ.ศ. 2537 ยกเว้นยาเสพติดให้โทษประเภท 3
ให้กรมศุลกากร ดาเนินการทาลายท้งั หมด
(๖) วิทยสุ ื่อสาร
(๖.1) วทิ ยสุ ่ือสารหรืออุปกรณท์ มี่ ีสภาพชารดุ หรือไม่เหมาะสมที่จะใช้ในราชการ ให้
จาหน่ายโดยวธิ ที าลาย
(๖.2) ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจใดมีความประสงค์จะซ้ือวิทยุสื่อสารจากกรม
ศุลกากรให้แจ้งความประสงค์ต่อกรมศุลกากรพร้อมทั้งระบุรายละเอียดแห่งของ ชนิด ย่ีห้อ รุ่น และจานวน ฯลฯ
ต่อ กรมศุลกากรด้วย โดยให้การจาหน่ายโดยการขายให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจน้ีถือเป็นการจาหน่ ายของ
กลางโดยวิธีการอน่ื ตามอนุมตั ิอธบิ ดี
(๖.3) กรณสี ่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามเป็นหนว่ ยงานของกลาง ให้
พิจารณานาเสนออธบิ ดีอนุมัติ
(๖.4) กรณีหน่วยงานของกลางของสานักงานหรือด่านศุลกากร อธิบดีมอบหมายให้
ผูอ้ านวยการสานักหรอื นายดา่ นศุลกากรพจิ ารณาอนมุ ตั ิ
(๖.5) ให้ขายวิทยุสื่อสารของกลางท่ีตกเป็นของแผ่นดินแล้วให้แก่ส่วนราชการหรือ
รฐั วิสาหกิจ ตามลาดับกอ่ นหลงั ในราคาร้อยละ ๔๐ ของราคาประเมนิ รวมค่าภาษีอากร เว้นแต่เปน็ ส่วนราชการที่มี
หน้าที่ รบั ผดิ ชอบเกี่ยวกับความมน่ั คงหรือเกี่ยวกับราชการท่ีสาคัญ ใหส้ ว่ นของกลาง สานักสบื สวนและปราบปราม
หรอื งานคดีและของกลาง ของด่านศุลกากร นาเสนออธิบดีหรือผูอ้ นมุ ัตกิ ารจาหนา่ ยของกลาง
(๖.6) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรืองานคดีและของกลาง
ของด่านศุลกากร แจ้งส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจท่ีซ้ือของกลางดังกล่าว นาใบเสร็จรับเงินท่ีกรมศุลกากรออกให้
ไปขอจดทะเบียนการใช้วิทยุส่ือสารกับสานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตอ่ ไป
(๖.7) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ให้จาหน่ายโดยวิธีการทาลายและต้อง
ตรวจนบั ของกลาง กอ่ นการทาลายทกุ ครง้ั
๘.7.14 หลักเกณฑ์การขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นก่อนของกลางจะตกเป็นของแผ่นดิน
ประมวลระเบยี นปฏบิ ตั ิฯ 7 05 06 ๑๑
อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย มีอานาจจาหน่ายของกลางก่อนตกเป็นของแผ่นดินได้
ตามความในพระราชบัญญตั ิศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๑ โดยตอ้ งจาหน่ายโดยวธิ ีการขายทอดตลาด หรือวิธีการ
ขายวธิ ีอ่นื เพือ่ ใหม้ เี งินถือไว้แทนของ ท้ังนี้ ของกลางท่ีอาจขายได้ก่อนตกเป็นของแผ่นดินจะต้องเป็นของกลาง ดังน้ี
(1) ของสดของเสียได้หมายความว่า ของที่หากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะ
เส่ือมสภาพ หรือ เสียหายทั้งหมดหรอื บางส่วน หรือเสื่อมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใชป้ ระโยชนไ์ ด้ตามปกติ เช่น ผัก
ผลไม้ เนือ้ สัตว์ หรือปลา เป็นต้น