1. วัตถุประสงคข์ องคู่มอื การปฏบิ ัตงิ าน
1.1 เพ่อื ให้ดา่ นศลุ กากรแมส่ อด มีคู่มอื การปฏบิ ัตงิ าน ที่ถูกตอ้ ง ชัดเจน ใช้เปน็ แนวทางในการปฏิบัติงาน
ด้านคดีศุลกากรและของกลาง ให้เป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน โดยถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายที่กาหนด
1.2 เพ่ือเร่งรัด การดาเนินการด้านคดีและของกลางให้สาเร็จ เสร็จสิ้นไปด้วยความรวดเร็ว ทันเวลา เพิ่ม
ประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผลในการดาเนนิ การดา้ นคดศี ุลกากรและของกลาง
1.3 เพื่อใช้หรือเผยแพร่ให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและบุคคลภายนอกได้รับรู้ เข้าใจ
กระบวนการปฏิบัติงานและใช้ประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวเพื่อขอการรับบริการหรือบูรณาการท่ีตรงกับ
ความต้องการ
2. ขอบเขต
2.1 การรบั แฟม้ คดี
2.2 พิจารณาแฟม้ คดี
2.3 การรบั และนาสง่ ของกลาง
2.4 การเก็บรกั ษาของกลาง
2.5 การประเมินราคาของกลาง
2.6 เกณฑ์การระงบั คดี
2.7 การคืนของกลาง
2.8 การจาหนา่ ยของกลาง
2.9 การปิดแฟ้มคดี
3. คาจากดั ความ ความหมาย
คาจากัดความ อธบิ ดีกรมศลุ กากร หรือผทู้ ี่อธิบดีกรมศลุ กากรมอบหมาย
ผู้ที่อธิบดีกรมศุลกากรมอบหมาย ตามคาส่ังกรมศุลกากรท่ี
อธบิ ดี 472/2562 เร่ือง การมอบอานาจให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดี ลง
ผอู้ านวยการสานักงานศุลกากรภาคท่ี 3 วันท่ี 7 ตุลาคม 2562
ผู้ท่ีมีหน้าที่อนุมัติการส่ังคดี และอนุมัติจาหน่ายของกลาง ตามคาสั่ง
นายดา่ นศุลกากรแม่สอด, ผอู้ านวยการ กรมศุลกากรท่ี 472/2562 เรื่อง มอบอานาจให้ปฏิบัติราชการ
ส่วนบริการศุลกากร และหวั หนา้ ฝา่ ยฯ แทนอธบิ ดี กรมศุลกากร ลงวนั ท่ี 7 ตลุ าคม 2562
ผู้มหี น้าที่รบั ของกลาง ตรวจนับ และบันทึกข้อมูลการนาสง่ ของกลาง
เจ้าพนักงานศุลกากร ในระบบของกลาง
ผ้มู หี น้าทป่ี ระเมินราคาของกลางและค่าภาษีอากร
นักวชิ าการศลุ กากร ผู้มีหน้าที่ลงรับ และออกเลขแฟ้มคดีในแฟ้มสารบบคดี (แบบที่
เจา้ หนา้ ท่ธี รุ การ 487)
ผมู้ หี น้าทีพ่ ิจารณาสัง่ คดี
นิติกร
คณะกรรมการกาหนดราคาปันส่วน ผู้มีหน้าที่กาหนดราคารับซ้ือ และราคาขายของกลางปันส่วน
จาหน่ายของกลางตามทีก่ รมฯ มอบหมายเปน็ กรณีพเิ ศษ
คณะกรรมการขายทอดตลาด ผมู้ ีหนา้ ทดี่ าเนินการจาหน่ายของกลางโดยวธิ ขี ายทอดตลาด
คาจากัดความ
ความหมาย
2
คณะกรรมการทาลายของกลาง ผมู้ หี น้าท่ีดาเนินการทาลายของกลาง
ของกลาง ทรัพย์สินท่ีถูกยดึ หรืออายดั ไว้เพื่อเป็นพยานหลกั ฐานทางคดหี รือเพื่อให้
ตกเปน็ ของแผน่ ดนิ
ของสดเสยี งา่ ย ของที่หากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะเส่ือมสภาพ หรือเสียหาย
ท้ังหมด หรือแต่บางส่วน หรือเสื่อมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใช้
ประโยชนไ์ ด้ตามปกติ เช่น ผัก ผลไม้ เน้ือสัตว์ เปน็ ต้น
ของซึ่งถ้าหนว่ งชา้ ไวจ้ ะเปน็ การเส่ยี ง ของที่หากจาหน่ายล่าช้าจะเสี่ยงความเสียหายต่อประโยชน์ของทาง
ความเสยี หาย ราชการ เช่น ของท่ีมีเวลาหมดอายุ เคร่ืองสาอาง หรือของประเภท
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า หรืออปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ เปน็ ต้น
ของซ่ึงค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมาก ของท่ีมีค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา หรือดูแลมากเกินราคาของกลาง
เกนิ สมควร รวมคา่ ภาษอี ากรทกุ ประเภท
การจาหน่ายของกลางก่อนตกเป็นของ การจาหน่ายของกลางในคดีที่ยังไม่มีผลคดีถึงที่สุด หรือยังไม่ตกเป็น
แผ่นดนิ ของแผน่ ดินตามกฎหมาย
ของกลางทต่ี กเปน็ ของแผ่นดิน 1. ของหรือส่ิงที่ยึดไว้โดยศาลมีคาพิพากษาถึงท่ีสุดที่ให้ริบตาม
พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 หรือกฎหมายอืน่ ทเ่ี ก่ยี วกบั ศลุ กากร
2. ของหรือสิ่งท่ียึดไว้ตาม พ.ร.บ. ศุลกากรหรือกฎหมายอ่ืนท่ี
เก่ียวกับศุลกากรและผู้ถูกจับกุมยินยอมทาความตกลงระงับคดีงด
การฟ้องร้อง ตามความใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา
256 หรือมาตรา 257 โดยยนิ ยอมยกของกลางให้เปน็ ของแผ่นดนิ
4. ประวัติและเขตพืน้ ท่ใี นความรับผดิ ชอบของดา่ นศลุ กากรแมส่ อด
4.1 ด่านศุลกากรแม่สอด ตั้งอยู่เลขที่ 287 หมู่ 1 ถนนเอเชีย ตาบลท่าสายลวด อาเภอแม่สอด
จังหวัดตาก บนท่ีดินราชพัสดุหมายเลขท่ี ตก. 146 เน้ือท่ี 3 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา เป็นด่านศุลกากรทางบกอยู่ติด
เขตแดนไทยกับเมียนมา ต้ังข้ึนตามกฎกระทรวงการคลัง (ฉบับท่ี 3) ลงวันท่ี 28 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ในอดีต
เป็นดา่ นฝากอาเภอแม่สอด มนี ายอาเภอแมส่ อด ทาหน้าท่ีนายด่านศลุ กากรแมส่ อดโดยตาแหน่ง
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2498 กรมศุลกากรได้แต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีศุลกากรไปปฏิบัติหน้าท่ีด้านศุลกากร โดยปฏิบัติ
หน้าท่ีท่ีด่านพรมแดนบ้านท่าสายลวด ซ่ึงก่อสร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2493 - 2494 โดยในปี พ.ศ. 2501 – 2502
ได้ใช้เป็นที่ทาการด่านศุลกากรแม่สอดเป็นการช่ัวคราว และเมื่อปีพ.ศ. 2507 ด่านฯ แม่สอด ได้รับงบประมาณ
ให้ก่อสร้างอาคารท่ีทาการด่านศุลกากรใหม่ ณ สถานที่ปัจจุบันเป็นเรือนไม้สองช้ัน และในปี พ.ศ. 2537 ได้รับ
งบประมาณให้ก่อสร้างอาคารท่ีทาการด่านใหม่อีกครั้งหน่ึง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ช้ัน มีพื้นท่ีใช้สอย
ประมาณ 850 ตารางเมตร ทดแทนอาคารที่ทาการเดิม ซึ่งได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน มีบ้านพักข้าราชการรวมทั้งคลัง
เก็บรักษาของกลางอยู่ในร้ัวเดียวกัน ตั้งอยู่เลขที่ 287 หมู่ 1 ถนนเอเชีย 1 (สาย แม่สอด - ตาก) ตาบลท่าสายลวด
อาเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
๔.๒ ด่านพรมแดนแม่สอด แห่งท่ี 1 ด่านพรมแดนแม่สอด เป็นด่านท่ีอยู่ในความกากับดูแลของด่าน
ศุลกากรแม่สอด เปิดให้บริการประชาชนทุกวัน ต้ังแต่เวลา 05.30 - 20.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ นับเป็น
3
อาคารท่ีมั่นคงและทางออกท่ีสาคัญแห่งหนึ่งของประเทศ สามารถส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี
มีสินค้าและคนเดินทางผา่ นเขา้ ออกเปน็ จานวนมาก ในชว่ งระยะเวลา 60 ปีท่ผี า่ นมา มีการสร้างและร้ือถอนอาคาร
ท่ีทาการหลายครั้ง จนกระทั่งในปัจจุบันได้ก่อสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงรูปตัวยูคว่า ลักษณะคล้ายซุ้ม
ประตู มีพ้ืนที่ใช้สอย 302 ตารางเมตร เพ่ือใช้เป็นท่ีทาการของด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุม
โรค และด่านกักกันพืชและสัตว์ โดยชั้นบนทาเป็นห้องประชุมขนาด 24 ท่ีน่ัง สามารถจุผู้เข้าร่วมประชุมได้
ประมาณ 50 คน เมื่อวันท่ี 30 มีนาคม 2543 เวลา 10.00 น. ฯพณฯ พิเชษฐ พันธ์ุวิชาติกุล รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสมใจนึก เองตระกูล อธิบดีกรมศุลกากรได้เดินทางมาทาพิธีเปิดอาคารด่าน
พรมแดนแม่สอด ซึ่งต้ังอยู่เชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า (ฝ่ังไทย) ริมแม่น้าเมย ตาบลท่าสายลวด อาเภอแม่สอด
จังหวัดตาก
๔.๓ โครงการก่อสรา้ งสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งท่ี 2 เมื่อวนั ท่ี 6 ตุลาคม 2552 คณะรัฐมนตรี
รฐั บาลไทยมีมติเห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างสะพานมติ รภาพไทย - เมียนมา แห่งที่ 2 ที่อาเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
และดาเนนิ โครงการก่อสรา้ งเขตเศรษฐกจิ พิเศษ รวมทง้ั ศูนย์บรกิ ารนาเข้า - สง่ ออก ศูนยโ์ ลจิสตกิ ส์ และคลงั สินคา้
โดยจัดหาพ้นื ทตี่ ามแนวเส้นทางกอ่ สร้างสะพานมติ รภาพไทย - เมยี นมา แหง่ ที่ 2 เพอ่ื รองรบั ปริมาณการขนสง่
สินคา้ ที่เพ่ิมมากข้นึ และรองรับระเบยี งเศรษฐกจิ ตะวันออก - ตะวนั ตก หรอื East - West Economic Corridor
นอกจากน้ี รัฐบาลไทยและเมียนมาไดร้ ว่ มกันจัดทาความตกลงวา่ ด้วยการขนสง่ ข้ามแดน ภายใตก้ รอบความรว่ มมือ
อนภุ ูมภิ าคลุ่มแม่น้าโขง หรือ GMS เพ่ือให้การพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานควบคู่ไปกบั การพัฒนาด้านกฎระเบยี บ อนั เป็น
กญุ แจสาคญั ไปสู่การเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งการก่อสรา้ งประกอบดว้ ยตัวสะพานขา้ มแม่น้าเมย ถนนเช่ือมต่อสะพาน
ท้ัง 2 ฝัง่ รวมทั้งอาคารดา่ น หรอื Border Control Facilities เพื่ออานวยความสะดวกใหห้ นว่ ยงานตา่ ง ๆ ทีม่ ภี ารกิจ
รบั ผิดชอบการตรวจผา่ นแดนเข้ามาใชส้ ถานท่ีปฏิบัติงานใหบ้ รกิ ารประชาชนร่วมกนั เช่น กรมศุลกากร สานักงานตรวจ
คนเข้าเมือง กรมปศสุ ตั ว์ เป็นต้น และไดเ้ ปดิ ใช้อยา่ งเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ตลุ าคม พ.ศ. 2562 มนี ายศกั ดิ์สยาม
ชิดชอบ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดร่วมกบั นายอู ฮาน ซอ รฐั มนตรีกระทรวงการก่อสรา้ ง
สาธารณรัฐแห่งสหภาพพมา่ โดยจะใชส้ าหรับการขนส่งสนิ คา้ ระหว่างประเทศ แต่สาหรับการคา้ ขายเพยี งเล็กน้อย
และรถยนตส์ ว่ นบุคคลยงั คงใช้ทีส่ ะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แหง่ ท่ี 1 เชน่ เดิม
กระทั่ง เม่ือวันที่ 21 มี.ค. พ.ศ. 2563 สถานการณ์โรคระบาด ไวรัสโควิด 19 ท่ีแพร่กระจายอย่างมาก
เพอื่ ปอ้ งกันการระบาดของไวรัสโควดิ 19 โดยใหช้ าวไทย และชาวเมยี นมา ทเี่ ขา้ -ออกชายแดน ผูว้ ่าราชการจังหวัดตาก
(นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ) ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการศูนย์ส่ังการชายแดนไทย กับประเทศเพ่ือนบ้าน
ด้านชายแดนเมียนมาเรียบร้อยแล้ว จงึ มคี าสง่ั ปิดพรมแดนไทย-เมียนมา แหง่ ที่ 1 เพือ่ ให้เหลือเพียงช่องทาง เขา้ -ออก
ชายแดน เพียงแห่งเดียว โดยเปิดให้ใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้าเมย แห่งท่ี 2 ที่บ้านวังตะเคียนใต้
หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด เพียงจดุ เดยี ว
4.๔ พื้นที่รับผิดชอบของด่านศุลกากรแม่สอด ต้ังอยู่ในจังหวัดตาก มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตพ้ืนท่ี 5
จงั หวัด ไดแ้ ก่ จงั หวดั ตาก จงั หวดั กาแพงเพชร จงั หวดั สุโขทัย จงั หวัดนครสวรรค์ และจังหวัดอทุ ัยธานี พน้ื ที่รวมทง้ั ส้ิน
47,938.155 ตร.กม.
4.2.๑ บริเวณด่านศุลกากรแม่สอด ตาบลท่าสายลวด อาเภอแม่สอด จังหวัดตาก
4.2.๒ บรเิ วณตามลาน้าเมยตอนทเ่ี ปน็ เสน้ เขตแดนระหวา่ งราชอาณาจักรไทยกบั สาธารณรฐั แห่ง
สหภาพเมียนมา ในเขตระยะห่างจากสะพานมติ รภาพ ไทย – พมา่ ดา้ นละ ๕๐๐ เมตร
4
5. กระบวนการดาเนินการ (Work Flow)
ลาดบั ผังกระบวนการ รายละเอียด ผู้รบั ผิดชอบ ระยะเวลา เอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ ง
1 รบั บนั ทกึ การ เจ้าหนา้ ทฯ่ี จะบันทึก เจา้ หน้าที่ 1 วนั -บนั ทกึ การตรวจ
ตรวจค้น-จับกมุ , รายละเอยี ดของคดแี ละของ ศลุ กากร ค้น-จับกมุ
บญั ชีของกลาง กลางในสารบบคดี ประจา -บัญชีของกลาง
แนบท้ายและ (แบบ 487) และสารบบ งานคดี แนบทา้ ย
ของกลางในคดี บญั ชีของกลาง (แบบ 464) -แบบ 487
พร้อม ออกเลขทแ่ี ฟ้มคดี - แบบ 464
และเลขทบี่ ัญชีของกลาง
2 ตรวจสอบของ เจ้าหน้าทฯ่ี ตรวจสอบ เจ้าหนา้ ท่ี 1 วนั บนั ทึกการรบั -สง่
กลางและเก็บ นบั ของกลางใหถ้ ูกต้อง ศลุ กากร ของกลาง
เข้าคลังสินค้า ตรงกบั รายละเอยี ดบัญชีของ ประจางาน
กลางแนบทา้ ย แลว้ เก็บเข้า คดี
คลงั สนิ ค้า
3 บันทึกข้อมูล เจา้ หน้าทฯี่ บนั ทกึ ขอ้ มูลคดี เจา้ หนา้ ท่ี 1 วนั แบบรายงานการ
รายงานการ เพ่อื รายงานการจบั กุมเบอ้ื งตน้ ศุลกากร จับกมุ เบื้องต้น ตาม
จบั กมุ เบ้ืองตน้ ในระบบงานป้องกันและปราม ประจางาน ประมวลระเบียบ
และข้อมูลของ ปรามและบันทึกข้อมลู ของ คดี ปฏิบัตศิ ุลกากร
กลาง กลางลงในระบบงานของกลาง พ.ศ.2560
ขอ้ 7 02 02 21
4 ประเมนิ ราคา ส่งรายละเอียดข้อมูลของ นกั วิชาการ ขึน้ อยู่กับ แบบรายงานการ
และค่าภาษี ประเมินราคาและค่าภาษี ศุลกากร ชนดิ และ ประเมนิ ราคาของ
อากร อากร ผู้มีหน้าที่ ปรมิ าณของ กลาง
ประเมนิ กลาง
ราคาและ
ค่าภาษีอากร
5 พิจารณาแฟ้มคดี พิจารณาข้อเท็จจริงและ นติ ิกร ขึ้นอย่กู ับ ระเบยี บ ประกาศ
เสนอความเห็น ข้อกฎหมายท่เี กยี่ วขอ้ ง ความ หรือกฎหมายที่
ด้านคดแี ละ - คดที ่ีมตี วั ผตู้ อ้ งหา ซบั ซ้อนของ เกย่ี วข้อง
ความเห็น จะตอ้ งพจิ ารณาสัง่ คดีไปก่อน คดี และเกณฑ์การ
เกย่ี วกบั ของกลาง -คดที ่ไี ม่ปรากฎตัวผู้ต้องหา เปรยี บเทียบงดการ
จะตอ้ งพจิ ารณาให้ของกลาง ฟอ้ งร้อง
ตกเป็นของแผน่ ดินตามมาตรา
167 วรรคสาม แหง่
พระราชบัญญตั ิศุลกากร
พ.ศ.2560
5
ลาดบั ผงั กระบวนการ รายละเอียด ผู้รับผดิ ชอบ ระยะเวลา เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง
6 เสนอความเห็น กรณีที่ของกลางเปน็ ของสด นิตกิ ร 1 วัน ประมวลระเบียบ
จาหนา่ ยของ ของเสียได้, ของซ่ึงถา้ หน่วงช้า ปฏิบัติศลุ กากร
กลางไปกอ่ นตก ไว้จะเป็นการเสียหายและของ พ.ศ.2560
เป็นของแผ่นดนิ ซง่ึ ค่าใชจ้ ่ายในการเกบ็ รักษา
มาตรา 171 มากเกินสมควรใหจ้ าหนา่ ย
แหง่ ของกลางไปกอ่ นตกเป็นของ
พระราชบัญญัติ แผน่ ดนิ
ศลุ กากร
พ.ศ.2560
7 พจิ ารณาแฟ้มคดี เสนอเรอื่ งให้หัวหน้า หวั หน้าฝ่าย 1 วนั ระเบียบ ประกาศ
สง่ั คดีไปกอ่ น ฝ่ายบริการศลุ กากรท่ี 2 หรอื บรกิ าร หรือกฎหมายที่
และพจิ ารณา ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย ศลุ กากรท่ี 2 เก่ยี วขอ้ ง และ
เกี่ยวกับ - พิจารณาส่ังคดีไปก่อน เกณฑ์การ
ของกลาง - พจิ ารณาให้ของกลางตก เปรียบเทียบงดการ
เปน็ ของแผ่นดิน ฟ้องร้อง
- พิจารณาใหข้ องจาหนา่ ย
ของกลางไปกอ่ นตกเป็นของ
แผน่ ดิน
8 ดาเนินการด้าน ใหผ้ ูต้ ้องหาทาความ นติ กิ ร 1 วัน คาร้องเปรียบเทียบ
คดีตามท่ีได้ส่ังคดี ตกลงระงับคดใี นชนั้ ศุลกากร งดการฟ้องร้องตาม
ไปก่อน โดยยืน่ คารอ้ งเปรยี บเทยี บงด พระราชบัญญตั ิ
การฟ้องรอ้ งตาม ศุลกากร
พระราชบญั ญัติศลุ กากร
- ชาระคา่ ปรับ
- ยกของกลางให้เปน็
ของแผ่น
- ท้ังชาระค่าปรับและยกของ
กลางใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดนิ
9 พิจารณาระงบั คดี เสนอเร่อื ง ผอ. ศภ.3 หรือ ผอ.ศภ.3 1 วนั รายงานการสงั่ คดี
เพอื่ อนุมัตติ าม กรณีที่ราคาของกลางรวม หรอื ไปก่อน
มาตรา 256 ค่าภาษีอากรเกินกวา่ สีแ่ สน คณะกรรมการ
หรอื มาตรา 257 บาท ตอ้ งเสนอเร่อื งให้ เปรียบเทียบฯ
แหง่ คณะกรรมการเปรียบเทียบฯ
พระราชบัญญตั ิ เพื่อพิจารณาอนมุ ัติระงบั คดี
ศุลกากร เปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ ง
พ.ศ.2560
6
ลาดับ ผงั กระบวนการ รายละเอียด ผรู้ บั ลาดับ เอกสารเก่ยี วข้อง
10 เสนอความเห็น พจิ ารณาจาหนา่ ยของกลาง นติ กิ ร ขน้ึ อย่กู ับ ประมวลระเบียบ
จาหนา่ ยของ ตามประเภทสินคา้ โดยวิธีการ ขอ้ เทจ็ จรงิ ปฏิบตั ิศุลกากร
กลาง หรอื ตามประมวลระเบียบปฏิบตั ิ ในคดี และ พ.ศ.2560
จาหนา่ ยของ ศุลกากร พ.ศ.2560 ดังนี้ วันที่มผี ลคดี
กลางไปกอ่ นตก 1.ขายทอดตลาด
เปน็ ของแผ่นดิน 2.ขายคืนเจา้ ของ
3.ขายปันส่วน
4.ส่งมอบสว่ นราชการ
5.ทาลาย
6.วิธีการอืน่ ตามอนุมัติอธิบดี
11 พจิ ารณา เสนอเร่ืองให้หัวหน้า หวั หนา้ ฝา่ ย 1 วนั ประมวลระเบยี บ
จาหน่ายของ
กลาง ฝา่ ยบริการศุลกากรท่ี 2 หรือ บริการ ปฏิบัตศิ ลุ กากร
12 ดาเนนิ การ ผ้ทู ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ศุลกากรที่ 2 พ.ศ.2560
จาหนา่ ยของ
กลาง พจิ ารณาจาหน่าย
ของกลาง
ดาเนนิ การจาหน่ายของกลาง นิตกิ ร ข้ึนอยกู่ ับ ประมวลระเบยี บ
ตามที่ไดร้ ับอนุมัติ วิธีการ ปฏิบัติศลุ กากร
จาหน่ายของ พ.ศ.2560
กลาง
7
กระบวนการดาเนนิ คดีลักลอบศุลกากรในกรณที ่ีไมม่ ตี วั ผู้ต้องหา
รับบนั ทกึ ตรวจคน้ จับกุม บญั ชีของกลาง
และของกลางในคดี
ตรวจนับของกลางในคดีและจดั เกบ็ รักษาของกลางในคดี
จดั ตงั้ แฟ้มคดีและบนั ทึกข้อมลู คดลี งในสารบบคดี ของกลาง มลี กั ษณะ
- ของสดของเสียได้
ส่งตวั อย่างของกลาง ใหเ้ จา้ หน้าทศ่ี ุลกากรเพอื่ ตรวจสอบ - ของซ่ึงถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ
ประเภทพิกดั อตั ราศลุ กากร และประเมินราคาคา่ ภาษอี ากร เสย่ี งความเสยี หาย
- ของซ่ึงค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา
จะมากเกินสมควร
พจิ ารณาจาหนา่ ยของกลางไปก่อน
ตกเปน็ ของแผน่ ดนิ ตามระเบียบ
มีเจ้าของหรือผู้มีสิทธิแสดงตัวย่ืนคาร้องขอคืน ไม่มีเจ้าของหรือผู้มีสิทธิแสดงตัวย่ืนคาร้องขอ
ต่อเจ้าหนา้ ทีศ่ ลุ กากรภายใน 30 วนั นบั แต่วันท่ี คืนต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่
ยึด หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ยึด สาหรับ วันที่ยึด หรือภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ยึด
ยานพาหนะท่ใี ชใ้ นการกระทาความผดิ สาหรับยานพาหนะทใ่ี ช้ในการกระทาความผิด
ตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ เกย่ี วกับสิทธคิ วามเปน็ เจา้ ของ พิจารณาให้ของกลางตกเปน็ ของแผน่ ดนิ
และจาหนา่ ยของกลางตามระเบยี บ
มีสว่ นรเู้ ห็นหรอื เกยี่ วข้อง ไมม่ สี ว่ นร้เู ห็นหรอื
กับการกระทาความผดิ เกีย่ วขอ้ ง
กับการกระทาความผดิ
พจิ ารณาคืนของกลางในคดี
พจิ ารณาดาเนินคดี ขอตยิ ุติการดาเนินคดี
ในกรณีทม่ี ผี ูต้ ้องหา ดาเนนิ คดี
8
กระบวนการดาเนนิ คดีลกั ลอบศลุ กากรในกรณที ม่ี ีตวั ผตู้ ้องหา
รับบนั ทึกตรวจคน้ จบั กมุ บญั ชีของกลาง
และของกลางในคดี
ตรวจนบั ของกลางในคดีและจดั เกบ็ รกั ษาของกลางในคดี
จัดตง้ั แฟ้มคดแี ละบันทึกขอ้ มลู คดลี งในสารบบคดี ของกลาง มลี กั ษณะ
- ของสดของเสยี ได้
สง่ ตัวอยา่ งของกลางใหเ้ จา้ หนา้ ทีศ่ ลุ กากรเพื่อ - ของซึ่งถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ
ตรวจสอบประเภทพิกัด อัตราศุลกากร และ เสย่ี งความเสยี หาย
- ของซ่ึงค่าใช้จ่ายในการเก็บ
ประเมินราคาคา่ ภาษอี ากร รกั ษาจะมากเกินสมควร
พิจารณาจาหน่ายของกลางไปก่อน
ตกเป็นของแผ่นดินตามระเบยี บ
ผตู้ ้องหายอมรบั ผิดตามขอ้ กลา่ วหาและขอทาความตกลงระงบั ผู้ต้องหาไม่ยอมรับผดิ ตามขอ้ กลา่ วหาและไม่ทาความตกลง
คดีในช้ันศุลกากร โดยยื่นคาร้องเปรียบเทียบงดการฟ้องร้อง ระงับคดีในช้ันศุลกากร โดยยื่นคาร้องเปรียบเทียบงดการ
ตามพระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร ฟ้องร้องตามพระราชบัญญัตศิ ลุ กากร
พจิ ารณาส่ังคดไี ปกอ่ น ตามเกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บ สง่ เร่อื งใหพ้ นกั งานสอบสวนเพือ่ ดาเนนิ คดอี าญากับ
งดการฟอ้ งรอ้ งตามพระราชบัญญตั ิศลุ กากร พ.ศ.2560 ผตู้ ้องหา
สง่ ให้เร่ืองใหผ้ อู้ านวยการสานกั งานศุลกากรภาคที่ 3 กรณีราคาของกลางรวมค่าอากร รอทราบผลคดจี ากพนกั งานสอบสวน/
พจิ ารณาอนมุ ัตเิ ปรียบเทยี บงดการฟอ้ งร้อง 2560 พนกั งานอยั การ/ศาล
เข้าด้วยกนั แล้วเกินกวา่ ส่ีแสนบาท
สง่ ให้เรอื่ งให้คณะกรรมการเปรยี บเทียบ
พิจารณาอนมุ ตั ิเปรียบเทียบงดการฟ้องร้อง
พจิ ารณาจาหนา่ ยของกลางตามระเบยี บ
9
๖. ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
6.1 เจ้าหน้าท่ีฯ รับบันทึกการตรวจค้น-จับกุม บัญชีของกลางแนบท้าย และของกลางในคดีจาก
เจ้าหน้าที่ศุลกากรชุดจับกุม แล้วบันทึกข้อมูลรายละเอียดของคดีและของกลางลงในสารบบคดีตามแบบ 487
และแบบ 464 พรอ้ มต้งั แฟม้ คดี ออกเลขท่แี ฟ้มคดี และออกเลขทบ่ี ญั ชขี องกลาง
6.2 เจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบ นับของกลางให้ถูกต้อง ตรงกับรายละเอียดบัญชีของกลางแนบท้าย
แล้วเกบ็ เข้าคลงั สินคา้
6.3 เจ้าหน้าที่ฯ บันทึกข้อมูลคดี เพื่อรายงานการจับกุมเบื้องต้นในระบบงานป้องกันและปรามปราม
และบันทึกข้อมูลของกลางลงในระบบงานของกลาง และส่งข้อมูลของกลางในงานพิธีการฯ เพ่ือประเมินราคาและ
คา่ ภาษอี ากรของกลาง
6.4 นักวิชาการศุลกากร งานพิธีการฯ ดาเนินการประเมินราคาและค่าภาษีอากรของกลาง แล้ว
นาไปประกอบการพิจารณาความความผดิ
6.5 นติ ิกรพิจารณาแฟม้ คดี โดยจะพิจารณาขอ้ เท็จจรงิ และข้อกฎหมายที่เก่ียวข้องในคดี
- คดีท่ตี วั ผู้ตอ้ งหา นติ กิ รจะตอ้ งเสนอความเห็นด้านคดีเพ่ือพิจารณาสัง่ คดไี ปก่อน
- คด่ไี ม่ปรากฏตวั ผูต้ ้องหา นติ กิ รจะเสนอความเห็นให้ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน และเสนอ
ความเหน็ วธิ กี ารจาหน่ายของกลาง
หากของกลางในคดีเป็นของสดของเสยี ได้, ของซึง่ ถ้าหน่วงช้าไว้จะเปน็ การเสี่ยงความเสียหาย
และของซ่งึ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรกั ษามากเกินสมควร นิตกิ รดาเนินการเสนอความเห็นให้จาหนา่ ยของกลางลักษณะ
ดังกล่าวไปกอ่ นตกเป็นของแผน่ ดิน ตามมาตรา 171 แห่งพระราชบัญญัติศลุ กากร พ.ศ.2560
6.6 เสนอแฟ้มคดีให้หัวหนา้ ฝา่ ยบรกิ ารศลุ กากรที่ 2 พิจารณาอนมุ ตั ิสั่งคดีไปก่อน
6.7 เมื่อพิจารณาอนุมัติสั่งคดีไปก่อน นิติกรดาเนินการให้ผู้ต้องหาทาความตกลงระงับคดีใน
ชั้นศุลกากร โดยยื่นคาร้องเปรียบเทียบงดการฟ้องร้อง ยินยอมชาระค่าปรับ หรือยกของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
หรือท้งั ชาระค่าปรบั และยกของกลางใหเ้ ป็นของแผ่นดิน
6.8 เสนอรายงานการสั่งคดีไปก่อน ให้ผู้อานวยการสานักงานศุลกากรภาคท่ี 3 หรือ ในคดีที่ราคา
ของกลางรวมค่าภาษีอากรเกินกว่าสี่แสนบาท ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติระงับคดี
เปรยี บเทียบงดการฟอ้ งร้อง ตามมาตรา 256 หรอื มาตรา 257 แหง่ พระราชบัญญัติศลุ กากร พ.ศ.2560
6.9 เมื่อคดีมผี ลคดีถึงท่ีสุด โดยคดไี ด้รับการพิจารณาเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องแลว้ และของกลาง
ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว นิติกรเสนอความเห็นจาหน่ายของกลางในคดี ตามมาตรา 170 แห่งพระราชบัญญัติ
ศุลกากร พ.ศ.2560 ประกอบประมวลระเบียบปฏิบตั ิศุลกากร พ.ศ.2560 ขอ้ 7 05 06 01 โดยวิธกี าร ดงั นี้
6.9.1 ขายทอดตลาด
6.9.2 ขายคนื เจา้ ของ
6.9.3 ขายปนั ส่วน
6.9.4 สง่ มอบสว่ นราชการ
6.9.5 ทาลาย
6.9.6 วิธกี ารอืน่ ตามอนมุ ตั อิ ธบิ ดี
6.10 เสนอแฟ้มคดใี ห้หวั หน้าฝ่ายบรกิ ารศุลกากรที่ 2 พิจารณาอนมุ ัติจาหน่ายของกลาง
6.11 นิตกิ รหรือเจา้ หนา้ ทฯ่ี ดาเนินการจาหน่ายของกลาง ตามท่ไี ดพ้ จิ ารณาอนมุ ัติ
10
7. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
7.1 ปฏิบตั งิ านดว้ ยความละเอยี ด รอบคอบ ดาเนนิ การตามขน้ั ตอนระเบยี บ กฎหมาย ทก่ี าหนด
7.2 มีการติดตามผลการดาเนินการในแตล่ ะขนั้ ตอน อย่างสม่าเสมอ ตามที่กาหนด เพื่อให้งานแล้วเสร็จ
และมีประสิทธภิ าพ
๗.๒.1 กรณีคดีที่มีตัวผู้ต้องหา และผู้ต้องหาประสงค์ต่อสู้คดีในชั้นศาล เจ้าหน้าที่คดีฯ (นิติกร)
จะทาหนงั สือสอบถามผลคดีไปยังเจ้าหน้าที่ตารวจ ผูร้ บั ผิดชอบคดีนน้ั ฯ ทุกๆ 3 เดือน เพ่อื ตดิ ตามผลคดีและจะได้
ดาเนนิ การกับของกลางตามระเบียบตอ่ ไป
๗.๒.2 กรณีหนว่ ยงานอน่ื เปน็ ผู้จบั กุม และของกลางเปน็ รถยนต์หรือรถจักรยานยนตแ์ ละยงั ไม่ได้
ตรวจสอบ จาก ๗ หน่วยงาน หรือยงั ตรวจสอบไม่ครบถว้ น เจ้าหนา้ ท่ีงานคดีฯ (นิตกิ ร) จะทาหนังสือสอบถามผล
การตรวจสอบจากผจู้ ับกุมทุกๆ 3 เดอื น
7.3 ตอ้ งมีการจัดทาบญั ชี รายละเอยี ด ให้ครบถ้วน เพอ่ื การทบทวนและตรวจสอบย้อนหลังได้ และจัดทา
รายงานผลการดาเนินการเสนอผู้บังคับบญั ชาตามลาดับชัน้
8. กฎหมายท่เี กี่ยวข้อง
8.1 กฎหมายท่เี กยี่ วข้องในขน้ั ตอนการพจิ ารณาแฟม้ คดี
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
8.1.1 มาตรา 202 ผู้ใดย่ืน จัดให้ หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูล ซ่ึงเกี่ยวกับ
การเสียอากรหรือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ อันอาจก่อให้เกิดความสาคัญผิดใน
รายการใดๆ ท่ีได้แสดงไว้ในใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลดังกล่าว ต่อพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน
หา้ แสนบาท
ตามเกณฑ์การเปรียบเทียบงดการฟอ้ งรอ้ งประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (1) ข้อ 1 – ข้อ 16
8.1.2 มาตรา 208 ผู้นาของเข้าหรือผู้ส่งของออกผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 51 ต้อง
ระวางโทษปรบั ไม่เกินห้าหมื่นบาท
ตามเกณฑ์การเปรียบเทยี บงดการฟอ้ งรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (7) ขอ้ 1 – ข้อ 4
8.1.3 มาตรา 242 ผู้ใดนาเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซ่ึงของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการ
ศุลกากร หรือเคล่ือนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บนโรงพักสินค้า ที่มั่นคงท่าเรือรับอนุญาต
หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินส่ีเท่า
ของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจาท้ังปรับ และให้ริบของนั้น ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคา
พิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทาความผิดตามวรรคหนงึ่ ตอ้ งระวางโทษเชน่ เดยี วกัน
ตามเกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บงดการฟ้องร้องประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (41) ขอ้ 1 – ขอ้ 8
8.1.4 มาตรา 243 ผ้ใู ดนาของทผ่ี ่านหรอื กาลงั ผา่ นพิธีการศลุ กากรเขา้ มาในราชอาณาจักรหรือสง่
ของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจกั ร โดยหลีกเล่ียงหรอื พยายามหลีกเลย่ี งการเสยี อากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่
ตอ้ งเสยี สาหรบั ของนนั้ ๆ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สบิ ปี หรือปรบั เปน็ เงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกนิ สเี่ ท่าของค่า
อากรท่ีต้องเสียเพิ่ม หรือทงั้ จาทัง้ ปรับ และศาลส่ังริบของน้ันก็ได้ ไม่วา่ จะมีผู้ถูกลงโทษตามคาพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง ตอ้ งระวางโทษเชน่ เดยี วกัน
ตามเกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ งประมวลฯ ขอ้ 7 04 02 01 (42) ข้อ 1 – ขอ้ 3
11
8.1.5 มาตรา 244 ผู้ใดนาของที่ผา่ นหรือกาลังผา่ นพิธีการศลุ กากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรอื ส่ง
ของดังกล่าวออไปนอกราชอาณาจักร หรือนาของเข้าเพ่ือการผ่านแดนหรือการถ่ายลาโดยหลีกเล่ียงข้อจากัดหรือ
ข้อห้ามอันเก่ียวกับของนั้น ต้องระวางโทษ จาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ
และศาลอาจสง่ั รบิ ของนั้นกไ็ ด้ ไมว่ ่าจะมผี ้ถู กู ลงโทษตามคาพิพากษาหรือไม่
ผู้ใดพยายามกระทาความผดิ ตามวรรคหน่ึง ตอ้ งระวางโทษเชน่ เดียวกัน
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทียบงดการฟอ้ งรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (43) ขอ้ 1 – ข้อ 7
8.1.6 มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจาหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซ้ือ รับจานา หรือรับไว้ โดย
ประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือ
ปรับเปน็ เงนิ ส่เี ท่าของราคาของซึ่งได้รวมคา่ อากรเขา้ ดว้ ยแล้ว หรอื ทัง้ จาทง้ั ปรับ
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทยี บงดการฟ้องร้องประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45) ขอ้ 1 – ขอ้ 4
การกระทาความผิดตามวรรคหน่ึง หากเป็นการกระทาโดยรวู้ ่าเป็นของอนั เนื่องด้วยความผิดตาม
มาตรา 243 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่าแต่ไม่เกินส่ีเท่าของค่าอากรที่ต้อง
เสียเพมิ่ หรอื ทั้งจาทง้ั ปรบั
ตามเกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ งประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45)
การกระทาความผิดตามวรรคหนึ่ง หากเป็นการกระทาโดยรู้ว่าเป็นของอันเน่ืองด้วย ความผิด
ตามมาตรา 244 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ หา้ ปี หรือปรบั ไม่เกินห้าแสนบาท หรอื ทง้ั จาท้ังปรบั
ตามเกณฑก์ ารเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องประมวลฯ ข้อ 7 04 02 01 (45) ขอ้ 1 – ขอ้ 2
8.1.7 มาตรา 252 การกระทาความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 244 ให้
กระทาต้องรับผิดแม้ได้กระทาโดยไมม่ ีเจตนา
8.1.8 มาตรา ๒๕๕ ให้อธบิ ดีมีอานาจส่ังจ่ายเงินสนิ บนและรางวัลตามระเบียบที่อธบิ ดีกาหนด โดย
ไดร้ บั อนุมตั ิจากรฐั มนตรี ในกรณีดังตอ่ ไปนี้
(๑) ความผิดตามมาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๔ เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเล่ียงข้อห้าม และ
มาตรา ๒๔๖ ให้หกั จ่ายเปน็ เงินสินบนและรางวลั รอ้ ยละส่สี บิ จากเงนิ ค่าขายของกลาง โดยให้หักจ่าย เปน็ เงนิ สินบน
ร้อยละยี่สิบ และเป็นเงินรางวัลร้อยละย่ีสิบ แต่กรณีท่ีมิได้ริบของกลางหรือของกลาง ไม่อาจจาหน่ายได้ให้หักจ่าย
จากเงินคา่ ปรับ
(๒) ความผิดตามมาตรา ๒๐๒ มาตรา ๒๔๓ และมาตรา ๒๔๔ เฉพาะกรณีความผิดฐาน
หลีกเลี่ยงข้อจากัดให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละย่ีสิบจากเงินค่าขายของกลาง แต่กรณีท่ีมิได้ริบของกลาง หรือ
ของกลาง ไมอ่ าจจาหนา่ ยได้ใหห้ ักจา่ ยจากเงินคา่ ปรบั
(๓) กรณที ีม่ กี ารตรวจเกบ็ อากรขาด และเจ้าหนา้ ท่ีผสู้ ารวจเงินอากรตรวจพบเป็นผลให้เรียก
อากรเพ่ิมเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัลรอ้ ยละสิบของเงินอากรท่ีกรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้ เงินสินบนและรางวัล
ตาม (๑) และ (๒) ใหห้ กั จ่ายเปน็ เงินสนิ บนไดไ้ ม่เกินคดลี ะหา้ ลา้ นบาท และหกั จ่ายเปน็ เงนิ รางวัลได้ไม่เกนิ คดีละห้า
ล้านบาท และตาม (๓) ใหห้ ักจา่ ยเปน็ เงนิ รางวลั ไดไ้ มเ่ กนิ หา้ ล้านบาทต่อการตรวจพบ
8.1.9 มาตรา ๒๕๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๕๗ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ถ้าบุคคลน้ัน
ยินยอมใช้ค่าปรับ หรือได้ทาความตกลง หรือทาทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีเห็นสมควรแล้ว อธิบดีจะงด
การฟอ้ งร้องเสียก็ได้ และใหถ้ ือว่าคดีเลกิ กันตามบทบญั ญตั แิ หง่ ประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณา ความอาญา
ในกรณีท่ีอธิบดีเห็นสมควรจะฟ้องบุคคลใดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้บันทึกเหตุผลในการ
ฟ้อง ผู้กระทาความผดิ ไวด้ ้วย
12
8.1.10 มาตรา ๒๕๗ ความผิดตามมาตรา ๒๒๗ มาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๓ มาตรา ๒๔๔ และ
มาตรา ๒๔๗ ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเกินกว่าส่ีแสนบาท ให้คณะกรรมการ เปรียบเทียบมีอานาจ
เปรียบเทียบได้
คณะกรรมการเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทน
กระทรวงการคลัง และผู้แทนสานกั งานตารวจแหง่ ชาติ
เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทาการเปรียบเทียบกรณีใด และผู้ต้องหาได้ชาระเงิน
ค่าปรับ หรือได้ทาความตกลง หรือทาทัณฑ์บน หรือให้ประกัน ตามคาเปรียบเทียบภายในระยะเวลา ท่ี
คณะกรรมการเปรียบเทียบกาหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณา
ความอาญา
8.2 กฎหมายท่เี ก่ียวขอ้ งในขั้นตอนการนาสง่ และรบั ของกลาง
8.2.1 พระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร พ.ศ. 2560
(1) มาตรา ๑๗๐ บรรดาของหรือสิง่ ทย่ี ึดไวต้ ามพระราชบัญญัตินห้ี รอื กฎหมายอืน่ ท่ีเกี่ยวกับ
การศลุ กากรต้องสง่ มอบให้พนกั งานศลุ กากรเพื่อดาเนินการตามกฎหมายต่อไป
ของหรือสิ่งท่ียึดและตกเป็นของแผ่นดินหรือท่ีศาลส่ังให้ริบตามพระราชบัญญัติน้ี
หรือกฎหมายอื่น ท่ีเกี่ยวกับการศุลกากร ให้จาหนา่ ยตามระเบียบท่ีอธบิ ดกี าหนด
(2) มาตรา ๑๗๑ ถ้าของท่ียึดไว้เป็นของสดของเสียได้ หรือถ้าหน่วงช้าไวจ้ ะเป็นการเสย่ี ง
ความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร อธิบดีจะสั่งให้ขายทอดตลาดหรือขาย โดยวิธีอื่น
กอ่ นทข่ี องน้นั จะตกเปน็ ของแผ่นดนิ กไ็ ด้ทง้ั นี้ ตามระเบยี บทีอ่ ธบิ ดีกาหนด
เงินท่ีได้รับจากการขายของตามวรรคหน่ึง เม่ือได้หักค่าใช้จ่ายและค่าภาระติดพันแล้ว ให้
ถอื ไว้แทนของ
8.2.2 ประมวลระเบียบปฏบิ ัติศลุ กากร พ.ศ. 2560
(1) ประมวลระเบียบปฏบิ ัตฯิ 7 0๕ 01 01 ความหมายของของกลาง หมายถงึ ทรพั ยส์ ินท่ี
ถูกยึดหรอื อายดั ไว้ เพอ่ื เป็นพยานหลักฐานทางคดี หรอื เพือ่ ให้ตกเป็น ของแผน่ ดนิ โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
(1.1) ยึดหรืออายัดไว้เพ่ือเป็นหลักฐานทางคดี กล่าวคือ พนักงานศุลกากร หรือเจ้า
พนักงานตาม กฎหมายอื่น มีอานาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินน้ันไว้เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา
คดใี น ความผดิ เกย่ี วกบั พระราชบญั ญตั ศิ ุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ และกฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง
สาหรับอานาจยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ คือ
อานาจตามมาตรา ๑๕๗ (๓) หรอื อาจอ้างอานาจตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา ก็ได้
ท้ังนี้ ไม่จาเป็นว่าทรัพย์สินที่ยึดมาเพื่อวัตถุประสงค์น้ีจะต้องเป็นของแผ่นดิน
เสมอไป พนกั งานศลุ กากร หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายอ่ืนจงึ ต้องใช้ความระมดั ระวังในการดูแลรักษาของกลางท่ี
ยึดไว้เพ่อื วตั ถปุ ระสงคน์ ้ีเพราะอาจต้องคืนแก่เจา้ ของหรือผู้มีสทิ ธิในภายหลัง
(1.2) ยดึ หรืออายัดไวเ้ พื่อใหต้ กเป็นของแผน่ ดนิ กลา่ วคือ พนักงานศุลกากร หรือเจ้า
พนักงานตาม กฎหมายอื่น มีหน้าที่ต้องยึดหรืออายัดทรัพย์สินน้ันไว้ เน่ืองจากทรัพย์สินนั้นจะต้องตกเป็นของ
แผ่นดินโดยผล ของกฎหมาย หรือโดยคาส่ังของศาลหรือผลคดีถึงท่ีสุดเน่ืองจากเป็นทรัพย์ท่ีใช้ในการกระทา
ความผิด ได้มาโดยกระทาความผดิ หรือมีไว้เป็นความผดิ เป็นต้น สาหรับอานาจยึดหรืออายัดตามพระราชบัญญัติ
13
ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ คือ อานาจตามมาตรา ๑๖๗ หรืออาจอ้างอานาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญาก็ได้
ท้ังน้ี ทรัพย์สินท่ีถูกยึดมาเพ่ือวัตถุประสงค์นี้หากผลคดีถึงท่ีสุดว่าต้องตกเป็น
ของแผ่นดินแล้วจะต้องมี การจาหน่ายต่อไป พนักงานศุลกากรหรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่นจึงต้องใช้ความ
ระมัดระวังในการดูแล รักษาของกลางที่ยึดไว้เพื่อวัตถุประสงค์น้ีเพ่ือเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการที่
จะไดร้ บั จากการ จาหนา่ ยของกลางในภายหลัง
(2) ประมวลระเบียบปฏิบตั ิฯ 7 05 02 01 การนาสง่ ของกลาง
(2.1) ของกลางท่ยี ึดหรอื รบั ไวต้ ามกฎหมายศุลกากร ใหม้ หี น่วยงานรับของกลาง ดังน้ี
(2.1.1) หากนาส่งกรมศุลกากรให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม
เป็นหน่วยงานรบั ของกลางและควบคุมเกบ็ รกั ษาของ
(2.1.2) หากนาส่งของกลางไปยังสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร ให้
หน่วยงานคดีและของ กลางของสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรนั้น ๆ เป็นหน่วยงานรับของกลางและควบคุม
เก็บรักษาของ
(2.2) ของกลางที่ได้ทาการยึดโดยพนักงานศุลกากรในเขตพ้ืนท่ีความรับผิดชอบของ
สานักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรใด ให้นาส่งของกลางไปยังสานักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรท่ีมีเขตพื้นท่ี
ความรับผิดชอบน้ัน ไม่ว่าผู้ยึดจะเป็นพนักงานศุลกากรหน่วยงานใดก็ตาม เว้นแต่มีเหตุจาเป็นหรือความเหมาะสม
ผู้ยดึ จะขอ อนุมัติผูบ้ ังคบั บัญชานาส่งกรมศลุ กากร สานกั งานศลุ กากร หรือด่านศุลกากรอืน่ ก็ได้
(2.3) ของกลางที่ยึดหรือรับไว้ตามกฎหมายศุลกากรโดยเจ้าพนักงานของหน่วย
ราชการอ่นื ใหน้ าสง่ กรม ศุลกากร สานักงานศุลกากรหรือด่านศลุ กากรท่ีใกล้ท่ีสุด หากทอ้ งท่ีทีจ่ ับกุมไม่มสี านักงาน
ศุลกากรหรือด่าน ศุลกากร หรือมีแต่อยู่ห่างไกลมาก ไม่สะดวกในด้านการคมนาคมก็ให้นาส่งสานักงานศุลกากร
หรือด่านศุลกากร ทีอ่ ยใู่ กลท้ ส่ี ุด เกบ็ รกั ษาของกลาง
(2.4) ของกลางที่ยากลาบากต่อการขนย้าย หรอื เสย่ี งตอ่ ความเสียหาย หรอื ค่าใช้จ่าย
ในการขนยา้ ยมาก เกนิ ควร อธบิ ดหี รอื ผูซ้ ง่ึ อธิบดีมอบหมายมอี านาจอนมุ ัติไม่ต้องส่งของกลางให้กรมศลุ กากร หรอื
ดา่ นศลุ กากร เปน็ ผดู้ ูแลรักษาของกลางกไ็ ดโ้ ดยให้ถือหลกั เกณฑ์ดังต่อไปนี้
(2.4.1) ผูจ้ ับกมุ ขอเก็บรกั ษาของกลางเอง เพ่ือประสงค์ในการดาเนนิ คดี
(2.4.2) ผู้ครอบครองของกลางหรือผู้ถูกจับกุมขอเก็บรักษาของกลางเอง เม่ือผู้
จบั กุมใหค้ วาม ยินยอมโดยให้วางประกันตามท่ีกรมศุลกากรกาหนด
(2.4.3) ถ้าไม่สามารถจะปฏิบัตติ ามข้อ (4.4.1) และ (4.4.2) ได้ จะใหเ้ ชา่ สถานที่
เก็บรกั ษาของกลาง หรอื จัดคนเฝ้าของกลางน้ันไวก้ ็ได้
(3) ประมวลระเบยี บปฏิบตั ฯิ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 02 การรับของกลาง
(3.1) ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมนาส่งของกลางโดยทาหนังสือนาส่งเป็น 3 ชุด มี
รายละเอียดเก่ยี วกับชนิดของ เครอ่ื งหมายการค้า เมอื งกาเนดิ ปริมาณ และน้าหนักใหล้ ะเอยี ดชัดแจง้ กรณีสินคา้ มี
ปัญหาเรื่องทรัพย์สนิ ทางปัญญา ต้องมีเอกสารการตรวจสอบสิทธขิ องตวั แทนประกอบ โดยกรณนี าสง่ กรมศุลกากร
ใหย้ น่ื เอกสารท่ี ส่วนคดี สานักกฎหมาย กรณีนาส่งสานกั งานศุลกากรหรือด่านศุลกากร ให้ยน่ื เอกสารต่อหนว่ ยงาน
ทรี่ บั ผิดชอบด้านคดี
(3.2) ให้พนักงานศุลกากรผู้จบั กุมบันทกึ ข้อมูลการนาสง่ ของกลางในระบบของกลาง
กรณีเจา้ พนักงาน ของหน่วยราชการอนื่ เป็นผจู้ ับกุม ให้สว่ นคดี สานักกฎหมาย หรือฝา่ ยคดขี องสานักงานศุลกากร
หรอื หนว่ ยงานคดีของด่านศุลกากรทาหน้าที่บันทกึ ข้อมลู การนาสง่ ของกลางในระบบของกลาง
14
(3.3) ให้หน่วยงานของกลาง ตรวจชั่ง และนับของให้ถูกต้องตรงกับรายละเอียดใน
หนังสือนาส่งและข้อมูลในระบบ หากไม่ครบถ้วนหรือมีของชารุดแตกหักเสียหาย ก็ให้บันทึกไว้ในหนังสือนาส่งให้
ชัดแจ้ง แล้วแจ้งให้ผู้จับกุมบันทึกแก้ไขข้อมูลในระบบของกลางให้ถูกต้องก่อนออกเลขท่ีบัญชีคลังของกลางใน
ระบบของกลาง โดยใหผ้ นู้ าสง่ ของกลางและผู้รับของกลางลงลายมือช่ือรับรองพร้อมท้งั ลงวัน เดือน ปี กากบั ไว้ใน
บันทึก การรบั -สง่ ของกลาง เกบ็ ไว้เปน็ หลกั ฐานประกอบบญั ชี ณ หน่วยงานของกลาง
(3.4) หากเป็นเวลานอกราชการ ให้ผู้จับกุมเก็บรักษาของกลางไว้ก่อนชั่วคราวและ
ดาเนินการตามขอ้ (1) ถงึ (3) ในวนั แรกท่เี ปดิ ทาการ
(3.5) ของที่นาส่งในสภาพท้ังหีบห่อ ให้ผู้นาส่งใช้แถบกระดาษทากาวผนึกหีบห่อ
พรอ้ มทั้งมดั ลวด ประทับตรา กศก. อีกช้ันหนึง่ ในหนงั สือนาสง่ ใหร้ ะบจุ านวน เลขหมาย ลักษณะ และน้าหนักของ
แต่ละหีบห่อ และระบุเลขหมายตรา กศก. ไว้ด้วยการเปิดสารวจหีบหอ่ ควรจะกระทาโดยพลนั ต้องกระทาต่อหน้า
ผอู้ านวยการสว่ นของกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และผูน้ าส่งของกลาง
(3.6) ในกรณีที่มีเหตุขัดข้องไม่อาจนาของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยงานของกลางได้
ด้วยเหตุใดก็ตาม เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ผู้จับกุมแจ้งรายละเอียดแห่งของให้หน่วยงานของกลาง เพ่ือ
ดาเนินการในด้านบัญชี โดยถอื ปฏบิ ัตติ ามแนวเดียวกนั กบั การนาส่งของกลาง โดยระบสุ ถานทเี่ กบ็ ของไว้ใหช้ ัดแจง้
(3.7) ของกลางทุกรายการท่หี นว่ ยงานของกลางรบั ไว้ รวมทงั้ ของตามขอ้ (6) จะต้อง
ลงรายการรับใน บญั ชีของกลางเรียงตามลาดบั เลขท่ี และวนั เดอื น ปี ทรี่ ับของไวห้ รือทีไ่ ด้รับแจ้ง
(4) ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 0๓ การนาส่งและรับของ
กลางประเภทรถยนต์
การนาส่งของกลางประเภทรถยนต์มาทก่ี รมศลุ กากรโดยขับไปเองให้ปฏิบัติ ดงั นี้
(4.1) ให้ทาหนังสือนาส่งรถยนต์ของกลางและใหร้ ะบรุ ายละเอียดเกี่ยวกับชนดิ รถยนต์
ยี่ห้อ หมายเลข เครื่องยนต์ หมายเลขประจาตัวถังรถ สี รุ่นปี อุปกรณ์ประจารถย นต์ ชื่อและตาแหน่ง
เจ้าหน้าที่ ผู้ควบคุม รถยนต์ของกลาง และรายละเอียด วัน เวลา สถานที่ที่เคล่ือนย้ายรถ และวันเวลาท่ีคาดว่า
จะมาถึงและชื่อผู้ควบคุมรถแจ้งโดยให้ส่วนของกลางทราบล่วงหน้าและทาสาเนาให้ผู้ควบคุมรถยนต์ของกลางถือ
ไปดว้ ย
(4.2) จัดทาสาเนาหนังสือนาส่งรถยนต์ของกลาง ตามข้อ (๑) ให้เพียงพอกับจานวน
ดา่ นตรวจรถ ของศลุ กากรท่ีจะตอ้ งนารถผ่านต้ังแตต่ ้นทางจนถึงกรมศุลกากรทกุ ดา่ น
(4.3) ให้ผู้ควบคุมรถยนต์ของกลางมอบสาเนาหนังสือนาส่งรถให้แก่ด่านตรวจฯ ที่นา
รถผา่ นไว้เปน็ หลักฐาน ดา่ นละ ๑ ฉบับ
(4.4) ผู้ควบคุมรถยนต์ของกลางต้องจดแจ้งรายละเอียด และลงนามในสมุดผ่านด่าน
ตรวจฯ พร้อมทั้ง แสดงบัตรประจาตัวต่อด่านตรวจฯ ทุกด่านท่ีนารถผ่าน และต้องเปิดรถให้ตรวจ เพื่อแสดงความ
บริสทุ ธิว์ า่ ไม่มี ของลักลอบหนศี ุลกากรซุกซ่อนมาด้วย
(4.5) เมื่อด่านตรวจฯ ได้รับสาเนาหนังสือส่งรถยนต์ของกลาง ตามข้อ (4.3) ให้
ลงทะเบยี นไว้เป็นหลักฐาน
(4.6) ใหส้ ่วนของกลาง สานักสบื สวนและปราบปราม ตรวจสอบวา่ รถยนตข์ องกลางได้
นาส่งมาถึงกรมศุลกากรถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากปรากฏว่าไม่มีรถยนต์ของกลางส่งมาภายในเวลาอันสมควร
หรือมี หลกั ฐานไมต่ รงกนั ประการใด ให้ประสานงานกับหนว่ ยงานตน้ ทางโดยด่วน
15
(5) ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 02 04 การนาส่งและรับของ
กลางประเภทสินคา้ ละเมดิ ทรัพย์สินทางปัญญา
(5.1) ก่อนนาส่งและรับของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าท่ี
นาส่งมอบและรับ ของกลางตรวจสอบว่าหลักฐานการนาส่งของกลางมีเอกสารแสดงว่าของกลางน้ัน เป็นของ
ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และมีหลักฐานการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าของสิทธิหรือตัวแทนเจ้าของสิทธิ
หรอื ไม่
(5.2) หากไม่พบข้อความหรือหลักฐานการตรวจสอบและรับรองจากเจ้าของสิทธิหรือ
ตัวแทนเจ้าของสิทธิ ว่าเป็นของที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผู้นาส่งหรือผู้จับกุมจะต้องแจ้งให้เจ้าของสิทธิหรือ
ตัวแทนฯ มาทาการตรวจสอบและรบั รองวา่ เปน็ ของทลี่ ะเมิดทรัพยส์ ินทางปัญญาก่อนและเม่ือดาเนินการเสร็จแล้ว
ใหน้ าส่งและ รับของกลางต่อไป
8.3 กฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ งในขัน้ ตอนวิธกี ารเก็บรักษาของกลาง
8.3.1 ประมวลระเบียบปฏบิ ตั ฯิ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 01
(1) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือหน่วยงานคดีและของกลาง
แลว้ แตก่ รณี ทาป้ายรายการ และระบุเลขท่ีและวัน เดอื น ปี ท่ีรับของ เลขทแ่ี ฟม้ คดี (ถ้ามี) ชนิดของ ปริมาณ และ
นา้ หนกั แล้วผกู ตดิ ไวก้ บั หีบหอ่ หรือตวั ของ
(2) ของใดที่มีภาชนะบรรจุไม่เหมาะสม ให้จัดหาภาชนะบรรจุใหม่ โดยให้คานึงถึงความ
รดั กุมในทางรูปคดีเกยี่ วกับการบนั ทกึ สภาพหบี หอ่ ของกลางด้วย
(3) ใหน้ าของเขา้ เกบ็ ในคลังเก็บของ ดังนี้
(3.1) วางในชนั้ เก็บของ หรือช่องซ่งึ กาหนดไว้ จดั ให้เปน็ ระเบียบเรยี บร้อย
(3.2) แยกของออกเปน็ แต่ละประเภทมิให้ปะปนกันในแตล่ ะแฟ้มคดี
(3.3) ของทเี่ สยี ง่ายหรอื อาจเปรอะเปื้อนของอื่นใด ให้แยกบรรจุหรือวางไว้ตา่ งหาก
(3.4) ให้ระบุหมายเลขประจาชั้นหรือช่องลงไว้ในบัญชีของกลางให้ตรงกัน ถ้ามีการ
โยกยา้ ยของกลางให้แกเ้ ลขหมายลงในบญั ชีของกลางใหต้ รงตามทเ่ี ปน็ จริง
(3.5) ในกรณีที่เป็นของมีค่า ให้เก็บไว้ในตู้นิรภัยของหน่วยงานท่ีมีหน้าที่เก็บรักษา
หรือตนู้ ิรภัยของธนาคาร
8.3.2 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 02 การเก็บรักษาของกลางซ่ึง
เปน็ สนิ ค้าอนั ตราย
กรณีของกลางเป็นสินค้าอันตราย ให้ระมัดระวังในการเก็บรักษาโดยคานึงถึงข้อกาหนด
เฉพาะในการเกบ็ รักษาของกลางนั้น และควรคานึงถงึ ขอ้ ระมัดระวงั เบอ้ื งต้น ดงั น้ี
(1) สถานท่ีเก็บรักษาต้องเป็นอาคารท่ีอากาศถ่ายเทสะดวก ต้องจัดบริเวณให้เป็นท่ีเก็บ
โดยเฉพาะและตอ้ งมีพนื้ ที่ว่างเหลอื ไว้โดยรอบ
(2) ต้องเก็บให้ห่างจากแหล่งติดไฟ อาหาร เครื่องด่ืม และอาหารสัตว์ และห้ามสูบบุหร่ี
บรเิ วณเก็บสารอนั ตราย
(3) กรณีเป็นสารโปตัสเซียมคลอเรท ห้ามจัดเก็บรวมกับสารกัมะถัน ผงถ่าน กรด
สารอนิ ทรยี ์ ของเหลวไวไฟ ของเขง็ ไวไฟ น้ามนั เชือ้ เพลิง ปุย๋ คอก ป๋ยุ ยูเรยี และยาฆ่าแมลง ภาชนะบรรจุตอ้ งปิดฝา
มดิ ชิด ห้ามวางบนโตะ๊ ไมแ้ ละต้องจดั วางสารเคมีไมส่ ูงเกนิ 3 เมตร
(4) ให้หน่วยงานที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบการจัดเก็บสารเคมีอันตราย ประสานงานไปยัง
หน่วยงานราชการท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลสารเคมีดังกล่าว เพ่ือจัดส่งเจ้าหน้าท่ีมาร่วมตรวจสอบ และให้
คาแนะนาใหการจดั เกบ็ รกั ษาทีถ่ ูกต้องและเหมาะสม
16
8.3.3 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 0๓ การเก็บรักษาของกลางซึ่ง
เปน็ ยานพาหนะ
เพ่ือให้พนักงานศุลกากรผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษายานพาหนะของกลางท่ีกระทาผิด
กฎหมาย ศลุ กากรท่ไี ดส้ ัง่ ยึดไวไ้ มใ่ ห้สูญหาย และอยูใ่ นสภาพดตี ามสมควร จึงให้ถอื ปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
(1) ให้พนักงานศุลกากรผู้รับ รับและเก็บรักษาท่ีได้รับมอบหมาย มีหน้าที่ตรวจรับ
ยานพาหนะของกลางจากผู้จบั กุมหรือผ้นู าส่ง โดยจัดทาบัญชีรายละเอียดของยานพาหนะนนั้ ๆ ว่าเป็นรถหรือเรอื
สภาพของ ยานพาหนะเป็นอยา่ งไร หมายเลขทะเบียน ย่ีห้อ เครื่องอะไหล่ที่มีของใช้ต่าง ๆ ประจายานพาหนะนนั้
และรายการอื่น ๆ ที่ควรบันทึกไว้พร้อมทั้งให้ลงราคาท่ีประเมินไว้ให้เป็นหลักฐาน ถ้ามีเจ้าของหรือผู้รับมอบ ก็ให้
ลงนามพร้อมวัน เดือน ปีไว้ และให้ผู้นาส่งลงนามรับรองไว้ด้วย เสร็จแล้วให้เจ้าหน้าท่ีผู้รับมอบยานพาหนะของ
กลาง ลงนามกากับไวเ้ ปน็ หลักฐาน
(2) ถ้ายานพาหนะของกลางท่ียึดไว้น้ัน ได้มีคาสั่งกรมฯ ให้คืนเจ้าของ ให้ถือปฏิบัติตาม
ประมวลฯ วา่ ดว้ ยการคืนของกลาง
(3) ให้หน่วยงานของกลาง มีหน้าท่ีเฝ้าดูแลรับผิดชอบยานพาหนะที่ได้รับมอบไว้มิให้สูญ
หาย เสียหาย หรือปล่อยใหย้ านพาหนะน้ัน ๆ ทรดุ โทรม ถ้าจาเปน็ จะตอ้ งถอดช้ินสว่ นไปเก็บรักษาหรือตรวจสภาพ
ของ ยานพาหนะเพือ่ จัดการซอ่ มก็แจ้งให้สานกั บริหารกลางทราบ
8.3.4 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 0๔ การเก็บรักษาของกลางซ่ึง
เปน็ ไม้
(1) ให้เจ้าหนา้ ทเี่ กบ็ รกั ษาของกลางตรวจสอบ ชนิด นบั จานวน วัดปริมาตร และตตี ราไม้
รว่ มกบั เจา้ หนา้ ที่กรมป่าไม้ และบนั ทึกข้อมลู นาส่งไม้ของกลาง
(2) ให้ผู้จับกุมเคล่ือนย้ายนาส่งไม้ของกลาง เข้าเก็บรักษาในสถานท่ีเก็บรักษาร่วมกับ
เจ้าหน้าทเ่ี ก็บ รกั ษาของกลาง
8.3.5 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 03 05 การเก็บรักษาของกลางซึ่ง
เป็นสินค้าละเมดิ ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา
(1) ให้พนกั งานศลุ กากรผู้รับและเกบ็ รักษาของกลางแยกเกบ็ ของกลางทลี่ ะเมิดทรัพย์สิน
ทางปัญญาไว้ มใิ หป้ ะปนกบั ของกลางประเภทอ่นื
(2) หากสถานที่เก็บรักษาของกลางที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่เพียงพอ ให้รายงาน
ผู้บงั คับบญั ชา ทราบเพอื่ แจ้งเจา้ ของสทิ ธิหรือตัวแทนฯ ทรพั ย์สินทางปัญญานนั้ ในฐานะผูด้ ูแลสิทธเิ พ่ือสนับสนุนใน
เรอ่ื ง คา่ ใชจ้ า่ ย
8.4 กฎหมายที่เกย่ี วขอ้ งในข้ันตอนการประเมินราคาของกลาง
8.4.1 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 01 การส่งตัวอย่างของกลางไป
ประเมนิ ราคาและค่าภาษอี ากร
(1) ใหผ้ เู้ กบ็ รักษาของกลาง สง่ ตัวอย่างของกลางไปประเมินราคาและคา่ ภาษีอากร
(2) ให้มีการบันทึกการส่งมอบและรับมอบไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลส่ง
ประเมนิ ราคาภาษี อากรในระบบของกลาง
(3) ให้ผ้ทู าหน้าที่ประเมนิ อากรบันทึกราคาประเมนิ และคา่ ภาษีอากรลงในระบบของกลาง
พร้อมส่ง ขอ้ มูลการประเมินราคาในระบบให้หนว่ ยงานคดี และเก็บสาเนาใบประเมนิ ราคาไว้เป็นหลกั ฐาน
(4) หลงั จากการประเมนิ ราคาเสรจ็ สน้ิ ให้แจ้งผลการประเมนิ พรอ้ มส่งตวั อย่างของกลางคืน
ใหผ้ ้เู ก็บ รักษาของกลางทรี่ ับผิดชอบโดยพลัน
17
(5) ผู้มีหน้าท่ีเก็บรักษาของกลางบันทึกผลการประเมินในบัญชีของกลาง (แบบที่ 463)
และแจ้งผลให้ หนว่ ยงานคดีทราบ
(6) ตวั อย่างของทีไ่ ด้รบั กลับคืน ใหเ้ กบ็ เข้ารวมกบั ของเดิม ถา้ เป็นกรณที ี่มขี องมากรายการ
ไม่สะดวก แก่การเก็บเข้ารวมก็ให้บรรจุของตัวอย่างเหล่านั้นรวมไว้ด้วยกันเป็นราย ๆ ติดป้ายรายการของตาม
ประมวลฯ ข้อ 7 05 03 01 (1) ไวท้ ีห่ บี หอ่ แล้ววางรวมไว้กบั หบี ห่อเดิม
8.4.2 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 02 ขั้นตอนการประเมินราคา
ของกลาง
(1) ใหห้ น่วยงานของกลาง จดั ทาใบประเมนิ ราคาของกลางตามแบบแนบทา้ ยประมวลฯ
(2) หากตอ้ งการรายละเอียดเกย่ี วกับชนดิ หรอื สว่ นผสมของสินคา้ เพ่ือประเมินราคาและค่า
ภาษีอากร ให้บันทึกข้อมูลส่งวิเคราะห์สินค้าในระบบของกลาง เอาตัวอย่างไปโดยนาวธิ กี ารชักตัวอย่างมาใชบ้ งั คบั
โดยอนุโลม และจัดส่งตัวอย่างของกลางไปยังหน่วยงานวิเคราะห์สินค้า หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเก็บ
สาเนาไวเ้ ป็นหลักฐานท่หี น่วยงานของกลาง
(3) กรณีท่ีการจับกุมน้ันมีตัวผู้ต้องหาและของกลางยังไม่ได้จัดส่งไปหน่วยของกลาง ให้ผู้
จับกุมทาใบ ประเมินราคาพร้อมสาเนาส่งให้หน่วยงานคดีเพ่ือใช้กาหนดเป็นวงเงินประกันตัวผู้ต้องหาแล้วให้
หน่วยงานคดี เก็บต้นฉบับใบประเมินราคาของกลางแนบแฟ้มคดีไว้แล้วส่งสาเนาใบประเมินราคาของกลางและ
สาเนาต้นเรอื่ ง การจับกุมไปยังหน่วยงานของกลางเพ่อื ดาเนนิ การต่อไป
8.4.3 ประมวลระเบียบปฏบิ ัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 04 03 วธิ ีการประเมินราคาของกลาง
(1) ให้หน่วยงานของกลางหรือหน่วยบริการศุลกากรที่มีหน้าท่ีประเมินราคาของกลาง
ประเมินราคา ของกลางตามสภาพแห่งของของกลาง เว้นแต่การประเมินราคาและภาษีอากรรถยนต์ที่เป็นของ
กลาง ตามกฎหมายศุลกากร ให้ถือปฏิบัติตามประมวลฯ ในส่วนที่เก่ียวกับการประเมินราคารถยนต์ ท้ังนี้ ให้หัก
สว่ นลดจนถึงเดอื นสดุ ทา้ ยกอ่ นเดอื นท่ีนาออกจาหน่าย
(2) การคานวณค่าภาษีอากร ให้ใช้พิกัดอัตราอากรท่ีเป็นอยู่ในวันท่ีท าการจับกุมเป็น
เกณฑ์ในการคานวณอากร
(3) การประเมนิ ราคาของกลางเพอ่ื ประโยชนใ์ นการกาหนดเบี้ยปรับ ใหถ้ อื ปฏบิ ัติดงั นี้
(3.1) ถา้ ราคาของกลางที่ประเมินแตล่ ะคราวไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ใหห้ วั หนา้ ฝ่าย
หรือผทู้ ่ี ไดร้ ับมอบหมายลงนามกากับ
(3.2) ถ้าราคาของกลางที่ประเมินแต่ละคราวเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้
ข้าราชการใน ตาแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชานาญการพิเศษ ท่ีกากับงานของกลางหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายลง
นามกากบั
(3.3) ถ้าราคาของกลางที่ประเมินแต่ละคราวเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทข้ึนไป ให้
ผู้อานวยการสานัก หรือสานกั งานศลุ กากร หรือนายดา่ นศลุ กากร หรอื ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมายลงนามกากับ
18
8.5 เกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องร้อง ประมวลระเบียบปฏิบตั ฯิ พ.ศ. 2560 หมวด 7 04 02 01
8.5.1 เกณฑก์ ารเปรยี บเทียบงดการฟอ้ งรอ้ ง ตามประมวลขอ้ 7 04 02 01 (1)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
(1) ม.202
การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ขอ้ 1 กรณีแสดงข้อมลู ไมถ่ ูกต้อง ผอ่ นผนั การปรับ
หรอื ไม่บริบรู ณ์เป็นเหตใุ ห้อากร
เกนิ จากท่ีต้องชาระ
ข้อ 2 กรณีแสดงข้อมูลไมถ่ ูกตอ้ ง ผ่อนผนั การปรับ
หรือไม่บรบิ รู ณเ์ ปน็ เหตใุ ห้อากร
ขาดไม่เกนิ ๕,๐๐๐.- บาท
ขอ้ 3 กรณวี างเงนิ อากรจานวน ผอ่ นผันการปรบั
สงู สุดไว้ เป็นประกันตามมาตรา
55 แหง่ พระราชบัญญตั ิศลุ กากร
พ.ศ. 2560 ไวก้ ่อนท่ีพนกั งาน
ศุลกากรจะตรวจพบความผิด
ขอ้ 4 กรณีแสดงข้อมลู ไม่ถูกต้อง ผ่อนผันการปรับ
หรอื ไม่ บรบิ รู ณ์เปน็ เหตุให้อากร
ขาดเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท
แต่ผกู้ ระทาความผดิ ตรวจพบ
ความผิดเองแล้วร้อง ขอแก้ไขให้
ถูกต้องโดยแสดงแจ้งชัดเป็นลาย
ลกั ษณ์อกั ษร ต่อพนักงาน
ศุลกากรกอ่ นทพ่ี นักงานศุลกากร
ตรวจพบความผดิ ทั้งนี้โดยไม่มี
เหตุทจุ รติ ดว้ ย ประการใด ๆ เวน้
แต่กรณีทม่ี กี ารขอแก้ไขตามที่
กาหนดไว้ในขอ้ (5)
การขอแก้ไขข้อมูลก่อน
การตรวจ ปล่อยของออกไปจาก
อ า รั ก ข า ข อ ง ศุ ล ก า ก ร ต้ อ ง ย่ื น
ขอแก้ไขก่อนการกา หนดชื่อ
พนักงานศุลกากรเพ่ือ ทาการ
ตรวจปล่อยของ
ขอ้ 5 กรณีผู้กระทาความผดิ ปรับ 1,000 บาท และให้ชาระ
ตรวจพบ ความผดิ เองวา่ มีของ ค่าภาษีอากรท่ีขาดให้ครบถ้วน
เกนิ จากที่สาแดงในใบขน สนิ คา้ พร้อม เบีย้ ปรับเงนิ เพิ่มตาม
ขาเข้าภายหลังจากที่ได้รบั มอบ กฎหมาย และให้แก้ไข
ของไปจาก อารักขาของศลุ กากร ข้อมลู ใบขนสินค้าใหถ้ ูกต้อง
แล้วร้องขอแก้ไขให้ถกู ต้อง โดย
19
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
แสดงแจ้งชดั เป็นลายลกั ษณ์
อกั ษรต่อพนกั งานศุลกากรก่อนที่
พนกั งานศลุ กากรจะตรวจพบ
ความผดิ โดยไมม่ ีเหตทุ ุจรติ ดว้ ย
ประการใด ๆ หรือไม่ปรากฏ
ขอ้ เท็จจริงวา่ เป็นของที่นาเข้ามา
โดยไมผ่ า่ นพิธกี ารศุลกากร
ข้อ 6 กรณีเจ้าหน้าท่ีผู้สารวจเงิน ผอ่ นผันการปรับ
อากร ทักทว้ ง
ข้อ 7 กรณีแสดงชนดิ หรือปริมาณ ผอ่ นผนั การปรับ
ของใช้ในบ้านเรอื นและของใช้
ส่วนตวั ในใบขนสินค้า
คลาดเคลอ่ื น จากของทีน่ าเข้าจริง
เพียงเล็กน้อยและเห็นไดว้ ่ามิได้
นาเข้าเพื่อประโยชนใ์ นทางการค้า
ข้อ 8 กรณีแสดงข้อมลู ไมถ่ ูกตอ้ ง ผอ่ นผนั การปรับ
หรือไม่บริบรู ณ์แต่ไมม่ ผี ลกระทบ
ตอ่ อากร
ข้อ 9 กรณีมคี าชแี้ จงพอใจ ผ่อนผนั การปรับ
หรอื เม่อื ขอ้ เท็จจริงและ
พยานหลักฐานฟังเปน็ ทย่ี ตุ ิได้ว่า
ผกู้ ระทาความผดิ ไม่มเี จตนาจะ
ฉอ้ อากร
ข้อ 10 กรณแี สดงข้อมลู ในใบขน ปรับ 500 บาท
สนิ คา้ อนั ได้แกร่ หสั สถิตสิ นิ ค้า
มลู คา่ การนาเข้าและส่งออก
ปรมิ าณ หรอื นา้ หนักตามหน่วย
ทจี่ ดั เกบ็ สถิติรหสั ประเทศทีเ่ ปน็
สากลอัตราแลกเปล่ียน และ
เลขประจาตวั ผู้เสียภาษีมลู คา่ เพิ่ม
ไม่ถูกตอ้ ง ซงึ่ ไม่มผี ลกระทบต่อ
คา่ อากร
การกระทาตามวรรคหนง่ึ ผ่อนผนั การปรบั
หากผกู้ ระทาความผดิ ตรวจพบ
20
ความผิดเองแลว้ รอ้ งขอ แก้ไขให้
ถูกต้องโดยแสดงแจ้งชดั เปน็ ลาย
ลักษณ์อักษร ตอ่ เจ้าหน้าที่
ภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันส่งมอบ
หรอื สง่ ออก
ข้อ 11 กรณีแสดงข้อมูลไม่ ปรับรอ้ ยละ ๑๐ ของ อากรท่ี
ถูกต้อง หรือไม่ บริบูรณ์แต่มี ขาดไม่นอ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
ข้อเท็จจริงและหลักฐานเห็นได้ว่า แต่ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
มูลเหตุ แห่งการกระท าผิดเกิด และให้ ชาระค่าภาษีอากรที่
จากผู้กระท าความผดิ ไม่ ใชค้ วาม ขาด ใหค้ รบถว้ นพร้อมเบย้ี ปรับ
ระมัดระวังให้เพียงพอ เงนิ เพม่ิ ตามกฎหมาย
ขอ้ 12 กรณแี สดงท่ีอยู่และหรือ ปรับ 50,000 บาท
สถาน ประกอบการในใบขน
สินค้าขาเขา้ ใบขนสินค้าขาออก
หรอื เอกสารอ่ืน ๆ ไม่ถูกต้อง
หรอื ไม่บริบรู ณ์ หรือการแสดง
เอกสารดงั กล่าวให้พนักงาน
ศลุ กากรสาคญั ผดิ ซง่ึ ท่ีอยู่หรือ
สถานประกอบการโดย สถานที่
ดังกล่าว ไม่มีสภาพแห่งการเป็น
สถาน ประกอบการอยา่ งแทจ้ ริง
หรือมกี ารแอบอา้ ง สถานทีโ่ ดย
ฉอ้ ฉล
ข้อ 13 กรณีการกระทาใด ๆ ใหป้ รบั ร้อยละ ๑๐ ของ จานวน
ในใบขน สนิ คา้ เพื่อขอคืนเงิน คา่ อากรท่ีอาจจะ ไดร้ ับคนื หรือ
อากรหรือขอชดเชยคา่ ภาษี อากร เงินชดเชยทีจ่ ะพงึ ไดร้ ับเกินกว่า
โดยแสดงขอ้ มลู เกี่ยวกับของไม่ ความจริง ท้งั นคี้ ่าปรับต้องไม่
ถูกต้องและ พนักงานศุลกากร น้อยกวา่ ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่
พบว่าของนน้ั ไมต่ รงกับที่แสดงไว้ เกนิ ๕๐,๐๐๐ บาท
หรือมปี ริมาณน้อยกว่าท่แี สดง
หรือไม่มีการส่งออก ตามที่แสดง
ซ่งึ ขอ้ เท็จจรงิ และหลักฐานเห็นได้
ว่า มิไดเ้ กดิ จากเจตนาทุจรติ ใน
การขอคนื อากรหรือชดเชยคา่
ภาษอี ากร
21
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
ขอ้ 14 กรณีการแสดงเกี่ยวกับ ปรับ 1,000 บาท
ของทน่ี าเขา้ เก็บในและนาออก
จากคลงั สินค้าทณั ฑ์บน หรือเขต
ปลอดอากร หรอื เขต
ประกอบการเสรี หรือขอใช้สทิ ธิ
ประโยชนจ์ ากคณะกรรมการ
ส่งเสริมการลงทนุ และอย่ใู น
หลักเกณฑ์ท่ีจะไดร้ บั การยกเว้น
อากร ซ่งึ พนกั งานศุลกากรตรวจ
พบ ชนดิ ของ ปริมาณ หรอื
น้าหนักไม่ตรงตามทีแ่ สดง ในใบ
ขนสินค้า เวน้ แต่จะมเี จตนาทุจรติ
ในการฉ้อ คา่ อากร
ข้อ 15 กรณีแสดงหรือไมแ่ สดง ใหป้ รบั หนึ่งเท่าของอากร
อากร ช่ัวคราว หรืออากรตอบโต้ ช่วั คราวอากรตอบโต้การทุ่ม
การทุม่ ตลาดหรืออากร ชวั่ คราว ตลาด หรอื อากรชั่วคราว อากร
หรืออากรปกป้องหรือชาระอากร ปกป้องท่ขี าดแต่ไมเ่ กิน
ดังกล่าว ไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่ 500,000 บาท และให้ชาระ
ครบถว้ น อากรดังกลา่ ว พร้อม
ภาษมี ลู ค่าเพ่มิ ที่ขาด และเบีย้
ปรับเงินเพิ่มตามกฎหมาย
กรณีตามวรรคหน่ึง หากอากร ใหป้ รบั หนงึ่ เทา่ ของ
ดงั กลา่ ว ขาดเกนิ กวา่ 500,000 อากรชั่วคราวอากรตอบโตก้ าร
บาท ทุ่มตลาด หรือ อากรชวั่ คราว
อากร ปกป้องทีข่ าด แตไ่ ม่เกิน
500,000 บาท
และใหช้ าระอากรดังกล่าว
พรอ้ ม ภาษีมลู ค่าเพิ่มทข่ี าดและ
เบีย้ ปรับเงินเพิ่มทข่ี าดตามส่วน
เวน้ แต่กรณที านองเดยี วกับ ให้ผอ่ นผันการปรบั
ประมวลระเบียบปฏบิ ัติศุลกากร
พ.ศ. 2560 ข้อ 7 04 02 01
(1) ขอ้ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ4 ข้อ 6
และข้อ8
22
ข้อ 16 กรณีแสดงข้อมูลเก่ยี วกับ ปรบั 1,000 บาท
ชนิด หรอื ประเภทพิกัดศลุ กากร
ของสนิ ค้าประมงและ ผลติ ภัณฑ์
ประมงไม่ถูกต้อง หรอื ไม่บรบิ ูรณ์
ความผิดตามวรรคหนงึ่ หาก ให้ปรบั เพ่มิ อีกเป็นเงนิ หนง่ึ เท่า
เปน็ การกระทาความผดิ ซา้ ในท่า ของจานวนเงนิ คา่ ปรับคร้ัง
หรอื ทีเ่ ดียวกนั หลงั สุด ท้ังนีจ้ านวน คา่ ปรับ
ตอ้ งไม่เกนิ 500,000 บาท
8.5.2 เกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บงดการฟอ้ งร้อง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (7)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(7) ม.208
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
กรณฝี ่าฝนื หรอื ไม่ปฏิบตั เิ กยี่ วกบั ปรบั 1,000 บาท
พิธกี ารศลุ กากรในการนาของไป
จากอารักขาของ ศุลกากร หรือ
การสง่ ของออกไปนอก
ราชอาณาจักร เวน้ แต่เปน็ การ
กระทาความผดิ เดยี วกนั กับ
ความผดิ ตามมาตรา 202 ให้
ระงบั คดี ตามเกณฑ์เปรียบเทียบ
ในความผดิ ตามมาตรา ดังกล่าว
8.5.3 เกณฑก์ ารเปรยี บเทยี บงดการฟอ้ งรอ้ ง ตามประมวลขอ้ 7 04 02 01 (41)
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
(41) ม.242 การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ขอ้ 1 กรณนี าเข้ามาในหรอื ปรับสองเทา่ ของราคา ของรวม
ส่งออกไป นอกราชอาณาจักรซึง่ ค่าอากร กับอกี หนง่ึ เท่าของ
ของท่ยี งั มิไดผ้ ่านพิธกี ารศุลกากร ภาษีมูลคา่ เพ่ิม ภาษสี รรพสามติ
หรือเคลอ่ื นย้ายของออกไปจาก ภาษเี พอ่ื มหาดไทย และภาษี
ยานพาหนะ คลงั สนิ คา้ ทัณฑ์บน อนื่ ๆ (ถ้าม)ี และให้ยกของ
โรงพักสินคา้ ที่ มน่ั คง ทา่ เรือรับ กลางใหเ้ ปน็ ของแผ่นดิน
อนุญาต หรอื เขตปลอดอากรโดย
ไมไ่ ด้รับอนุญาตจากพนกั งาน
ศลุ กากร
23
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
ข้อ 2 กรณีตรวจพบการกระทา ใหย้ กของกลางใหเ้ ปน็ ของ
ความผดิ ที่ทา่ อากาศยาน แผน่ ดนิ
(1) กรณตี รวจพบและจบั กุม
ผู้ต้องหาขณะอยใู่ นชอ่ งเขยี ว
ชอ่ งลูกเรอื ช่องเอกสิทธิ์ทางการ
ทูต และชอ่ งผ้ตู ิดบตั รอนญุ าตใน
พ้ืนที่ ตรวจของศลุ กากร แต่ยังไม่
พ้นหอ้ งตรวจของ ผโู้ ดยสาร หรือ
ภายในอาคารผโู้ ดยสารขาเขา้
ระหวา่ ง ประเทศชั้นใน
ถา้ ของกลางเปน็ สตั ว์ปา่ หรือ ปรับหน่งึ เทา่ ของราคา
ซาก สตั ว์ป่าตามบัญชีCITES รวมค่าอากรกับอีกหนึง่ เท่าของ
หมายเลข 1 หรือตวั นม่ิ และ ซาก ภาษีมลู ค่าเพ่ิม ภาษสี รรพสามติ
ตัวนิ่มหรอื พนั ธ์ุพชื ป่า ภาษีเพอ่ื มหาดไทย และภาษี
ตามบญั ชี CITES หมายเลข 1 อืน่ ๆ (ถ้ามี) และให้ยกของ
กลางให้เปน็ ของแผ่นดิน
(2) กรณีตรวจพบและจับกมุ ปรับสองเท่าของราคาของ
ผตู้ ้องหาภายหลงั ผ่านพ้นห้อง รวมคา่ อากรกับอีกหนึ่ง เท่าของ
ตรวจของผู้โดยสาร ภาษมี ูลค่าเพม่ิ ภาษีสรรพสามิต
ภาษเี พ่ือมหาดไทย และ
ภาษีอนื่ ๆ (ถ้าม)ี และใหย้ กของ
กลาง ให้เปน็ ของแผ่นดิน
(3) กรณีความผดิ ตาม (1) และ ปรบั สเ่ี ท่าของราคาของ รวมค่า
(2) ถา้ เปน็ การนาเขา้ มาใน อากร และให้ยก ของกลางให้
ลักษณะซุกซอ่ นโดยวธิ ีการ เปน็ ของ แผน่ ดิน
อันแยบยล เพื่อไมใ่ หเ้ จา้ หน้าท่ี
ตรวจพบ
ขอ้ 3 กรณีตาม ข้อ 1 ข้อ 2 (1) ปรับสเ่ี ท่าของราคาของ รวมค่า
(2) และ (3)ถา้ ผู้ต้องหา หรอื ผมู้ ี อากร และใหย้ ก ของกลางให้
ส่วนเก่ียวขอ้ งได้กระทาการ เปน็ ของ แผ่นดนิ และใหแ้ จ้ง
โดยอุกอาจ เช่น ใชก้ าลงั ตอ่ สู้ ความดาเนนิ คดีกบั บุคคลท่ีต่อสู้
ขัดขวาง หรอื ทารา้ ยรา่ งกาย ขดั ขวางการจับกมุ ให้ส่งเรือ่ งให้
พนกั งานศลุ กากรผ้ทู าการจับกมุ พนกั งานสอบสวนดาเนินคดีโดย
ไม่หยุด ยานพาหนะทบี่ รรทกุ ของ ไม่รบั ทาความตกลงงดการ
อันเปน็ ความผดิ เพ่ือให้ พนักงาน ฟ้องร้อง
ศุลกากรตรวจคน้ โดยมเี จตนา
24
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
ฝา่ ฝนื คาส่ังของเจ้าหนา้ ที่ หรือ
ย้อื แยง่ ของกลางหรือทาลายของ
กลาง ทเ่ี จา้ หนา้ ท่ีจับกุมหรือยึดไว้
หรอื ทาลาย เคร่ืองหมายดวงตรา
กญุ แจ หรอื เครอ่ื งผูกมัดใด ๆ ที่
เจ้าหนา้ ที่ได้ทาหรือหมายไว้ท่ีของ
กลางนัน้ หากการต่อสูข้ ัดขวาง
ดังกลา่ วเปน็ เหตุให้ เจา้ หน้าท่ี
ผู้ทาการจบั กุมได้รับอนั ตราย
ขอ้ 4 กรณีของกลางเป็นนา้ มัน ใหป้ รับสี่เทา่ ของราคาของรวม
เชอ้ื เพลงิ มปี ริมาณตั้งแต่ ๕,๐๐๐ ค่าอากร และใหย้ กของกลาง
ลติ รขึ้นไป ใหเ้ ป็นของแผ่นดนิ
หากของกลางตามวรรคหนึง่ ใหป้ รับสองเทา่ ของราคาของ
มีปรมิ าณต่ากว่า ๕,๐๐๐ ลิตร รวมค่าอากรกับอีก หนงึ่ เทา่ ของ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษสี รรพสามิต
ภาษีเพื่อมหาดไทยและภาษี
อืน่ ๆ (ถา้ มี) และให้ยกของกลาง
ให้เป็นของแผน่ ดนิ
ข้อ 5 กรณนี าเงินตรา เงินตรา ให้ผ้ตู อ้ งหายกเงินตราของกลาง
ตา่ งประเทศ หรือตราสารเปลี่ยน ใหเ้ ป็นของ แผน่ ดิน และคนื
มือเข้ามาใน หรือนาออกไป เงนิ ตราให้แก่ผตู้ ้องหาตาม
นอกประเทศ จานวนทีม่ ีสิทธิจะนาตดิ ตวั
(1) ความผดิ ฐานนาหรือพาหรอื ออกไปโดยไมต่ ้องขออนุญาต
พยายามนาหรือพาเงนิ ตรา จากเจ้าพนักงาน เว้นแต่กรณีท่ี
ออกไปนอกประเทศ โดยไม่ได้รับ ผตู้ อ้ งหา ไดร้ บั อนญุ าตจากเจ้า
อนุญาต พนักงานก่อนถูกจับกุม
ให้นาเงินตราออกไป
จานวนเทา่ ใดก็ให้คนื เงนิ ตรา
จานวนทไ่ี ดร้ บั อนุญาตและที่มี
สิทธจิ ะนาตดิ ตวั ออกไป
โดยไม่ตอ้ งขออนุญาต
(2) บุคคลใดส่งหรือนาเงินตรา
เงินตราต่างประเทศ หรือตราสาร
เปลี่ยนมือออกดังต่อไปนี้ออกไป
นอกหรอื เข้ามาในประเทศ โดยไม่
แ จ้ ง ร า ย ก า ร เ ก่ี ย ว กั บ เ งิ น ต ร า
เงนิ ตราตา่ งประเทศ หรือตราสาร
25
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑเ์ ปรยี บเทียบงดการ
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
เปลยี่ นมือน้ันต่อพนักงาน
ศลุ กากรอันเปน็ การฝ่าฝืนหรือ
ละเลยไมป่ ฏิบตั ิตามประกาศ
กระทรวงการคลงั เรื่อง การ
ควบคุมการแลกเปล่ยี นเงนิ (ฉบับ
ที่ 6) ลงวันท่ี
8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ซึ่ง
ออกโดยอาศัยอานาจ ตามความ
ในกฎกระทรวงกาหนด
หลักเกณฑเ์ ก่ียวกับ การส่ง
หรอื นาเงนิ ตรา เงนิ ตรา
ตา่ งประเทศ และตราสารเปล่ยี น
มือ ออกไปนอกหรือเขา้ มาใน
ประเทศ พ.ศ.2559 ลงวนั ท่ี
22 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ควบคุมการ แลกเปล่ียนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕
ซ่ึงแก้ไขเพมิ่ เติมโดย
พระราชบัญญตั ิควบคมุ การ
แลกเปลยี่ นเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๕๙
(ก) เงินตราทเ่ี ป็นธนบัตร หรือ
เหรียญกษาปณ์อนั มมี ูลค่าเกิน
กวา่ ส่ีแสนห้า หม่นื บาท
(ข) เงินตราตา่ งประเทศที่ เป็น
ธนบตั รหรอื เหรียญกษาปณ์อันมี
มลู คา่ รวมกันแลว้ เกินกว่าหน่ึง
หม่นื หา้ พันดอลลาร์สหรฐั หรือ
เทยี บเทา่
(ค) ตราสารเปล่ยี นมือทีไ่ ม่ระบุ
ช่อื ผูร้ ับเงนิ และไม่มขี ้อกาหนด
หา้ มเปล่ียนมอื ดังตอ่ ไปนี้
1) ตราสารเปลี่ยนมอื ท่ีระบุ
จานวนเงินเป็นเงนิ บาท อันมี
มูลคา่ รวมกันแล้วเกิน กว่าสี่แสน
ห้าหมนื่ บาท
26
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
การกระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
2) ตราสารเปล่ียนมือที่ระบุ
จานวนเงนิ เปน็ เงนิ ตรา
ตา่ งประเทศ อันมมี ลู คา่ รวมกนั
แล้วเกนิ กว่าหนึง่ หมน่ื หา้ พนั
ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเทา่
(ง) เงนิ ตรา เงินตราต่างประเทศ
หรอื ตรา สารเปลย่ี นมือ ตาม (ก)
(ข) และ (ค) ซ่ึงเมื่อรวมกนั แล้ว
มีมูลค่าเกินกวา่ สีแ่ สนห้าหมืน่
บาท หรือเทยี บเท่า
(2.1) กรณีตรวจพบขณะผ่าน
ดา่ นศุลกากรหรอื ดา่ นพรมแดน
เงินตรา เงินตราต่างประเทศ ปรับร้อยละ 10 ของมูลค่าของ
หรือตราสารเปล่ียนมือ ซ่ึงเมื่อ เงินตรา เงินตราต่างประเทศ
รวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่าสี่แสน หรือตราสารเปลี่ยนมือ และให้
ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินสองล้าน ผู้ต้องหาปฏิบัติให้ครบถ้วน
บาทหรอื เทียบเทา่ ถู ก ต้ อ ง ต า ม ป ร ะ ก า ศ
กระทรวงการคลัง แล้วให้คืน
เงินตราต่างประเทศ หรือตรา
สารเปลี่ยนมือของกลางให้แก่
ผู้ต้องหาไปได้
เงินตรา เงินตราต่างประเทศ ปรับร้อยละ 20 ของมูลค่าของ
หรือตราสารเปลี่ยนมือ ซึ่งเมื่อ เงินตรา เงินตราต่างประเทศ
รวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่าสอง หรือตราสารเปล่ียนมือ และให้
ลา้ นบาทหรอื เทยี บเท่า ผู้ ต้ อ ง ห า ป ฏิ บั ติ ใ ห้ ค ร บ ถ้ ว น
ถู ก ต้ อ ง ต า ม ป ร ะ ก า ศ
กระทรวงการคลัง แล้วให้คืน
เงนิ ตรา
ก ร ณี ท่ี มี ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง แ ล ะ ใ ห้ ย ก เ งิ น ต ร า เ งิ น ต ร า
พยานหลกั ฐานวา่ เงนิ ตรา เงินตรา ต่างประเทศ หรือตราสาร
ต่างประเทศ หรือตราสารเปล่ียน เปล่ียนมือของกลางท่ีได้มาโดย
มือดังกล่าวเป็นของท่ีได้มาโดยไม่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้เป็นของ
ชอบดว้ ยกฎหมาย แผน่ ดิน
(2.2) กรณีตรวจพบ ณ ที่อ่ืนท่ี ใ ห้ ย ก เ งิ น ต ร า เ งิ น ต ร า
มิ ใ ช่ ด่ า น ศุ ล ก า ก ร ห รื อ ด่ า น ต่างประเทศ หรือตราสาร
พรมแดนตามข้อ (2.1) เช่น เปลี่ยนมือของกลางให้เป็นของ
เสน้ ทางธรรมชาติ เปน็ ต้น แผ่นดิน
27
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ข้อ 6 กรณีทข่ี องกลางเปน็ ของท่ี ให้ยกของกลางให้เปน็ ของ
ไมต่ ้องชาระอากรศลุ กากร ไม่ว่า แผ่นดนิ
จะตรวจพบ ณ ท่ีใดใน
ราชอาณาจักร
ข้อ 7 กรณตี รวจพบและจบั กุม ใหย้ กของกลางให้เปน็ ของ
ผตู้ อ้ งหาท่ดี ่านพรมแดน แผน่ ดนิ
หรอื ด่านศลุ กากร
ถา้ ของกลางเปน็ สัตวป์ า่ หรือซาก ปรบั หน่งึ เท่าของราคาของ
สัตวป์ ่าตามบัญชีCITES หมายเลข รวมค่าอากรกบั อกี หนงึ่ เท่า
1 หรอื ตวั นิ่ม และซากตวั น่มิ หรอื ของภาษีมลู ค่าเพ่มิ ภาษี
พนั ธพุ์ ชื ป่าตามบัญชี สรรพสามิต ภาษีเพ่ือมหาดไทย
CITES หมายเลข 1 และภาษอี ่ืน ๆ (ถ้ามี) และให้ยก
ของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
ขอ้ 8 กรณีทไ่ี ด้มีการนาสินคา้ ปรับตวั แทนเรอื ผู้สง่ ของออก
บรรทุก ขน้ึ เรือและส่งออกไป และผทู้ เ่ี กีย่ วข้อง รว่ มกนั เปน็
นอกราชอาณาจักรโดยผสู้ ่งของ เงนิ ๕๐,๐๐๐ บาท และให้
ออกมิได้สง่ ข้อมูลใบขนสินค้าขา ระงบั การใช้ สทิ ธปิ ระโยชน์
ออกในระบบ ศลุ กากร ทางภาษี อากรทุกประเภท
อิเลก็ ทรอนกิ ส์(TCES) เพ่ือปฏิบัติ เฉพาะ ใบขนสนิ ค้าขาออก
พธิ กี าร ศุลกากร หากขอ้ เทจ็ จรงิ ฉบบั น้นั
ปรากฏว่าผูส้ ง่ ของออกมิได้ มี
เจตนาทจุ รติ ในการน าของ
ออกไป โดยไมผ่ า่ นพธิ ี การ
ศุลกากร หรอื หลีกเลย่ี งอากร
กรณตี ามวรรคหน่ึง หากกระทา ใหเ้ พ่มิ โทษอีกร้อยละห้าสิบ
ความผิดซา้ ครงั้ ต่อไปในรอบปี ของโทษท่ไี ดร้ ับคร้ังแรก
ปฏทิ นิ
8.5.4 เกณฑก์ ารเปรียบเทยี บงดการฟ้องร้อง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (42)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(42) 243 การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
ข้อ 1 ความผดิ ฐานหลกี เลย่ี ง ใหป้ รับครึง่ เท่าของอากรที่ขาด
อากรหรือพยายามหลกี เล่ียง และให้ชาระคา่ ภาษีอากรท่ีขาด
อากรเป็นเหตุใหอ้ ากรขาด ให้ครบถว้ นพร้อมเบ้ยี ปรับเงิน
(1) อากรขาดไม่เกนิ เพ่ิมตามกฎหมาย
50,000 บาท
28
(2) อากรขาดเกินกว่า ใหป้ รบั หนง่ึ เท่าของ อากรที่ขาด
50,000 บาท แต่ไมเ่ กนิ และใหช้ าระ ค่าภาษอี ากรที่
100,000 บาท ขาดให้ ครบถว้ น พรอ้ มเบ้ีย
ปรบั เงนิ เพม่ิ ตามกฎหมาย
(3) อากรขาดเกนิ กวา่ ให้ปรับสองเท่าของ อากรทีข่ าด
100,000. บาท และให้ชาระ ค่าภาษีอากรท่ี
ขาดให้ ครบถว้ น พรอ้ มเบยี้
ปรับ เงนิ เพมิ่ ตามกฎหมาย
ขอ้ 2 การแกไ้ ข เพิ่มเติม ตดั ทอน ให้ปรับสเ่ี ท่าของอากรที่ขาด
ขอ้ ความแห่งเอกสาร การปลอม และให้ชาระค่า ภาษีอากรท่ี
ดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อ ขาดให้ ครบถ้วนพร้อมเบ้ียปรับ
หรอื เคร่ืองหมายอย่างอ่ืนของ เงนิ เพ่ิมตามกฎหมาย
พนักงานศลุ กากร เปน็ เหตใุ ห้
ค่าอากรขาด
ขอ้ 3 ความผิดฐานหลกี เลยี่ ง ปรับสี่เท่าของค่าอากรทข่ี าด
อากรในกรณีที่เห็นไดว้ ่าเปน็ และใหย้ กของกลาง ท่ีซกุ ซ่อน
การนาของซุกซ่อนมากบั ของที่ มาน้นั ใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดิน
สาแดงโดยวธิ ีการอันแยบยล
เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าท่ี ตรวจพบของ
ทซ่ี ุกซ่อนไวน้ ัน้
8.5.5 เกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟอ้ งร้อง ตามประมวลข้อ 7 04 02 01 (43)
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(43) ม.244 การกระทาความผดิ ฟอ้ งร้อง
ให้ยกของกลางใหเ้ ป็น
ขอ้ 1 กรณีเปน็ การหลกี เล่ยี งขอ้ ของแผน่ ดิน
ห้ามในการนาเข้า การส่งออก
การผา่ นแดน หรือการถา่ ยลา ปรบั หนึ่งเทา่ ของราคาของ
รวมค่าอากรกบั อกี หนง่ึ เท่าของ
ในกรณขี องต้องหา้ มตามวรรค ภาษีมลู คา่ เพ่มิ ภาษีสรรพสามติ
แรก เป็นของท่ีมีคุณค่าทาง ภาษีเพอ่ื มหาดไทยและภาษี
ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ อ่ืน ๆ (ถา้ มี) และใหย้ กของ
ประวัติศาสตร์ หรอื โบราณคดี กลาง ใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดนิ
หรือวัตถลุ ามก หรือสอ่ื ลามก
สัตว์ปา่ หรอื ซากสัตวป์ ่าตามบัญชี
CITES หมายเลข 1 หรือพนั ธุ์พืช
ป่าตามบัญชี CITES หมายเลข 1
หรอื เป็นของละเมดิ ลิขสิทธิ์
29
หรอื ละเมิดเครอ่ื งหมายการค้า
หรอื ละเมดิ ทรพั ย์สินทางปัญญา
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
กรณเี ปน็ ของละเมดิ ลิขสทิ ธห์ิ รอื ให้ยกของกลางให้เป็นของ
ละเมดิ เคร่ืองหมายการคา้ หรือ แผน่ ดิน
ละเมดิ ทรัพย์สนิ ทางปัญญาทเ่ี ปน็
ของติดตัวผู้โดยสารหรอื ผ้เู ดนิ ทาง
ท่พี นกั งานศุลกากรตรวจพบท่ี
ช่องมขี องต้องสาแดง (ชอ่ งแดง)
ณ ท่าอากาศยาน หรือตรวจพบ
ขณะชาระอากรปากระวางที่ด่าน
พรมแดน หรือด่านศลุ กากร
กรณนี าของท่ีมีการแสดงกาเนิด ให้ยกของกลางใหเ้ ป็นของ
เปน็ เท็จเข้ามาในราชอาณาจกั ร แผ่นดิน
ข้อ 2 กรณหี ลีกเล่ียงข้อจากดั ปรับร้อยละ ๑๐ ของ ราคาของ
ในการนาเข้า การส่งออก ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
การผา่ นแดน หรือการถา่ ยลา แต่ไมเ่ กนิ ๒๐,๐๐๐ บาท
(๑) กรณีของต้องกากดั ในการ โดยไม่คานงึ ถงึ ว่าของนน้ั ๆ
นา เข้า หากหนว่ ยราชการผู้มี จะต้องเสียอากรหรอื ไม่
หน้าทีอ่ อกใบอนุญาต ได้ออก
ใบอนุญาตให้ภายหลงั วันนาเข้า
หรอื ไดแ้ จ้ง ให้กรมศุลกากรทราบ
เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรวา่ ผอ่ นผัน
ใหน้ าเขา้ มาไดห้ รืออนุญาตให้
นาเขา้ มาไดแ้ ละ ใหส้ ่งกลบั
ออกไปนอกราชอาณาจักร
แตใ่ นกรณที ่ีหน่วยราชการผู้มี ปรับร้อยละ ๕ ของราคาของ
หน้าทอี่ อกใบอนญุ าตได้ออก ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
ใบอนุญาตให้ล่าช้า เกนิ กวา่ หนงึ่ แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท
เดือนนบั แตว่ นั ท่ีผูน้ าของเข้า
ร้องขอ ซ่งึ เห็นไดว้ ่าผู้นาของเขา้
พยายามปฏบิ ัติให้ถูกต้องแล้วกรณี
การเปรยี บเทียบงดการฟ้องร้อง
ข้างต้น หากมใี บอนุญาตหลาย
ฉบบั ให้ปรับเป็นรายใบอนญุ าต
กรณีท่ีมีใบอนุญาตฉบบั เดียวใช้
กบั ใบขนสินค้าหลายฉบับ ให้ปรับ
เป็นราย ใบขนสินค้า
30
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของ เกณฑเ์ ปรียบเทียบงดการ
การกระทาความผิด ฟ้องร้อง
กรณที ่หี น่วยราชการผมู้ ีหนา้ ที่ ให้ยกของกลางให้เปน็
ออกใบอนุญาตมิได้ออกใบอนุญาต ของแผ่นดิน
หรอื มไิ ด้แจง้ ให้ กรมศุลกากรทราบ
เป็นลายลักษณ์อกั ษรดงั กล่าวใน
วรรคแรก
(2) กรณขี องต้องกากัดเปน็ ตวั ปรับหนึ่งเทา่ ของราคาของ
นม่ิ และซากตัวน่ิม ตามบญั ชี รวมค่าอากรกับอีกหนึง่ เทา่ ของ
CITES หมายเลข 2 ภาษมี ูลคา่ เพม่ิ (ถ้า มี) แต่ไม่
(3) กรณีตาม (1) – (๓) ใหใ้ ช้ เกนิ 500,000 บาท และให้
เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ยกของกลางให้เปน็ ของแผ่นดิน
แกข่ องต้องกากัดใน การส่งออก
หรอื นาเข้าเพื่อการผ่านแดน
หรอื การถ่ายลาดว้ ยโดยอนุโลม
ข้อ 3 กรณีไม่ได้ปฏิบัติตาม ให้ปรบั รายการละ ๑,๐๐๐ บาท
เงอื่ นไขท่ีกฎหมายกาหนดหรือ หากของที่นาเข้ามีจานวนมาก
ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามประกาศอัน เกีย่ วกับ ให้ทาหนังสือแจ้งสานักงาน
ฉลาก หรอื ใบรบั รองการวเิ คราะห์ คณะกรรมการอาหาร และยา
หรอื เอกสารกากับหรือเง่ือนไข หรอื หนว่ ยงานท่ี เกยี่ วขอ้ งทราบ
เก่ียวกับการนาของน้ันเขา้ มาใน ด้วย
ราชอาณาจกั ร แล้วแต่กรณีเช่น
เงือ่ นไขตาม พระราชบญั ญตั ิ
อาหาร พ.ศ. 2522
พระราชบญั ญัติยา พ.ศ. 2510
พระราชบัญญตั ิเครื่องสาอาง พ.ศ.
2558
ขอ้ 4 กรณนี าอาหารที่อยู่ในข่าย ให้ปรบั ร้อยละ ๕ ของ ราคา
ควบคมุ การนาเขา้ ตามประกาศ ของ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐.- บาท
กระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี ๑๐๒ แตไ่ ม่ เกิน ๑๐,๐๐๐.- บาท
(พ.ศ. ๒๕๒๙) แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดย
ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ
ฉบบั ท่ี ๑๑๖
(พ.ศ. ๒๕๓๑ ) เขา้ มาใน
ราชอาณาจักร ใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) กรณีผนู้ าของเข้านาอาหาร
เข้ามาในราชอาณาจักร โดยไมม่ ี
หนงั สือรับรองความ ปลอดภัย
ของสถาบันของทางราชการ
31
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
7 04 02 01 ฐานความผดิ
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
ท่เี ชื่อถอื ได้ของประเทศท่ีเป็น
แหล่งกาเนิดตามข้อ ๓ ของ
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับดงั กลา่ วมาแสดงในขณะผ่าน
พธิ กี าร แต่ผลการวเิ คราะห์ของ
สานกั งานคณะกรรมการอาหาร
และยา ปรากฏว่า มกี ัมมันตรังสี
ไมเ่ กินกาหนดตามประกาศ
(2) กรณีผู้นาของเขา้ นาอาหาร ปรับรอ้ ยละ ๑๐ ของราคาของ
เขา้ มา ในราชอาณาจักร โดยมี ไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท แต่ไม่
หนังสือรบั รองความปลอดภยั เกนิ ๒๐,๐๐๐ บาท แลว้ ให้
ตามข้อ ๓ ของประกาศกระทรวง ส่งกลบั ออกไปนอก
สาธารณสขุ ฉบับ ดังกล่าวมา ราชอาณาจักร
แสดงและผลการวเิ คราะห์ของ
สานกั งาน คณะกรรมการอาหาร
และยา ปรากฏวา่ มีกมั มนั ตรงั สี
เกนิ กาหนดตามประกาศและให้
สง่ กลับออกไปนอกราชอาณาจกั ร
(3) กรณผี ูน้ าของเข้านาอาหาร ให้ปรบั ร้อยละ ๒๐ ของราคา
เขา้ มาในราชอาณาจักร โดยไม่มี ของไม่น้อยกวา่ ๑,๐๐๐ บาท
หนังสือรบั รองความปลอดภยั แตไ่ มเ่ กิน ๒๐,๐๐๐ บาท
ตามข้อ ๓ ของประกาศ แลว้ ใหส้ ง่ กลับออกไปนอก
กระทรวงสาธารณสขุ ฉบบั ราชอาณาจกั ร
ดังกลา่ วมาแสดง และผลการ
วเิ คราะหข์ องสานกั งาน
คณะกรรมการอาหารและยา
ปรากฏว่ามีกมั มันตรงั สีเกนิ
กาหนดตามประกาศและ ให้
สง่ กลับออกไปนอกราชอาณาจักร
ข้อ 5 กรณีนาปุ๋ยเคมีเข้ามา ปรบั 10,๐๐๐ บาท
ในราชอาณาจักรไมต่ รงตาม
ประกาศกระทรวงเกษตร และ
สหกรณแ์ ละพระราชบัญญัติปุ๋ย
พ.ศ. ๒๕๑๘ ใชห้ ลกั เกณฑ์ดงั นี้
(๑) ปยุ๋ เคมีทีน่ าเข้าไม่ตรงตาม
ขนาดบรรจุในใบสาคญั การขึ้น
รายละเอยี ดหรือลักษณะของ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
การกระทาความผดิ ฟ้องร้อง
32
ทะเบยี น และกรมวิชาการเกษตร ปรบั 10,๐๐๐ บาท
ได้อนุญาตใหผ้ ู้นาเข้าแก้ไขขนาด
บรรจใุ นใบสาคัญการขึน้ ทะเบียน
เพิม่ เติมให้ตรง กบั ของทีน่ าเข้า
จรงิ แลว้
(2) ป๋ยุ เคมีท่นี าเข้ามีความชน้ื สูง
เกินกาหนดและกรมวิชาการ
เกษตรไดแ้ จ้งให้กรม ศุลกากร
ทราบและผ่านศุลกากรได้ โดยให้
ผนู้ าของเข้าไปดาเนนิ การลด
ความช้ืนให้ถกู ต้องภายใต้
เงอื่ นไขของกรมวชิ าการเกษตร
(3) ป๋ยุ เคมีทน่ี าเขา้ มีปริมาณธาตุ ให้ผา่ นพิธกี ารไปได้โดยไม่ ต้อง
อาหารรบั รอง หรือธาตอุ าหารพชื พจิ ารณาความผดิ
ไม่ตรงตาม ใบสาคัญการขึ้น
ทะเบยี นหรือหนงั สือสาคัญรับ
แจง้ โดยผนู้ าของเขา้ ยนื่ คาร้องขอ
สุ่มตวั อย่างไป วิเคราะหย์ ังกรม
วิชาการเกษตร และผลการ
วิเคราะห์ ๒ ใน ๓ คร้งั มีปรมิ าณ
ธาตอุ าหาร รับรอง หรือธาตุ
อาหารพืชตรงตามท่ีกาหนด
ปุย๋ เคมีทน่ี าเขา้ มีสูตรหรือเกรดไม่ ปรับตามใบสาคัญการข้นึ
ตรงตามใบสาคญั การข้นึ ทะเบียน ทะเบยี นหรือหนงั สอื สาคัญรับ
ต่อมาผู้นาเข้าไดน้ าใบสาคัญการ แจ้งฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท
ขึ้นทะเบียน หรือ หนงั สอื สาคัญ และให้ผู้นาของเขา้ ไป
รบั แจง้ ฉบบั ใหม่ซง่ึ มสี ตู รหรอื กรด ดาเนนิ การตามเงือ่ นไขในใบ
ตรงกบั สนิ คา้ ที่นาเข้ามาแสดง สาคญั การขน้ึ ทะเบียนหรอื
และใหผ้ ่านพิธีการศุลกากรไปได้ หนังสือสาคัญรบั แจ้งให้
ครบถ้วนตอ่ ไป
7 04 02 01 ฐานความผดิ กรณไี ม่มีใบสาคญั การขน้ึ ใหผ้ ู้นาของเข้ายกของกลางให้
ทะเบยี น หรอื หนังสอื สาคญั เป็นของแผ่นดิน
รับแจ้งมาแสดงต่อกรมศลุ กากร
เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
รายละเอยี ดหรือลักษณะของ ฟ้องร้อง
การกระทาความผิด
33
ขอ้ 6 กรณีการนาเมล็ดพันธ์ซุ ึ่ง ปรบั รอ้ ยละ ๑๐ ของ ราคาของ
เปน็ ของควบคมุ การนาเข้าตาม ไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท
พระราชบญั ญัติพันธพ์ุ ืช พ.ศ. แตไ่ มเ่ กนิ ๒๐,๐๐๐ บาท
๒๕๑๘ เข้ามาในราชอาณาจักร
เพอ่ื การคา้ และปรากฏวา่ มี
คณุ ภาพต่ากวา่ มาตรฐานท่ี
กาหนด ใช้หลกั เกณฑด์ ังนี้
(๑) กรณผี ู้นาของเขา้ ประสงค์จะ
ส่งเมล็ดพนั ธ์ุที่นาเข้ากลับออกไป
นอกราชอาณาจักร และ
หนว่ ยงานท่เี กย่ี วข้องแจง้ ให้
กรมศุลกากรทราบวา่ ผ่อนผนั ให้
นาเข้ามาในราชอาณาจักรไดโ้ ดย
มเี ง่อื นไขใหส้ ่งกลับออกไป
(2) กรณีผ้นู าของเขา้ ไม่ประสงค์ ปรับร้อยละ ๑๐ ของราคาของ
จะสง่ ของกลับออกไปนอก ไมน่ ้อยกว่า ๑,๐๐๐ บาท แตไ่ ม่
ราชอาณาจักร เกนิ ๒๐,๐๐๐ บาท และให้
ยกของใหเ้ ปน็ ของแผน่ ดนิ
ขอ้ 7 กรณีความผดิ ตาม ข้อ 3
ข้อ 4 ขอ้ 5 และข้อ 6 ให้ใชเ้ ปน็
หลักเกณฑใ์ นการพิจารณาแก่ของ
ตอ้ งกากดั ในการสง่ ออกหรือนา
เขา้ เพ่ือการผา่ นแดน หรอื การ
ถ่ายลาดว้ ยโดยอนโุ ลม
8.5.6 เกณฑ์การเปรยี บเทียบงดการฟ้องรอ้ ง ตามประมวลขอ้ 7 04 02 01 (45)
7 04 02 01 ฐานความผิด รายละเอียดหรอื ลักษณะของการ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
(45)
ม.246 กระทาความผิด ฟ้องร้อง
วรรคแรก
ขอ้ 1 กรณชี ว่ ยซ่อนเร้น ให้ยกของกลางให้เปน็ ของ
ชว่ ยจาหนา่ ย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ แผน่ ดนิ
รับจานาหรอื รบั ไวโ้ ดย ประการใด
ซ่ึงของอันตนพึงรู้วา่ เปน็ ของอัน
เนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๔๒
7 04 02 01 ฐานความผดิ รายละเอยี ดหรอื ลักษณะของการ เกณฑ์เปรยี บเทียบงดการ
กระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
34
ขอ้ 2 กรณีของกลางตามข้อ 1 ให้ปรับหนึง่ เทา่ ของราคาของ
เปน็ ของ ดังตอ่ ไปน้ี รวม คา่ อากรกับอีกหนึง่ เท่า
(1) สุรา ไวน์เบียร์บุหร่ี ของภาษีมลู คา่ เพ่มิ
(2 ) สนิ คา้ เกษตรประเภท ภาษสี รรพสามติ ภาษีเพอ่ื
กระเทียม หอมหัวใหญ่ (รวมเมลด็ มหาดไทย และภาษีอนื่ ๆ (ถ้า
พนั ธ์ุหอมหัวใหญ)่ หอมแดง มัน มี)และให้ยกของกลางใหเ้ ป็น
ฝร่งั เสน้ ไหม และ น้ามันปาล์ม ของแผน่ ดนิ
(3) ของละเมดิ ลิขสทิ ธห์ิ รือละเมดิ
เครื่องหมายการคา้ หรอื ละเมิด
ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา
(4) ของกลางเป็นสตั วป์ า่ หรือซาก
สตั ว์ปา่ ตามบัญชีCITES หมายเลข
1 หรือตวั นม่ิ และซากตวั น่ิมหรือ
พนั ธ์พุ ชื ปา่ ตามบัญชีCITES
หมายเลข 1
(5) เลอ่ื ยโซ่ หรือเล่อื ยโซ่ยนตแ์ ละ
สว่ นประกอบ และอปุ กรณ์
ประกอบของเลือ่ ยโซ่หรือเลอื่ ยโซ่
ยนต์ทต่ี อ้ งขออนญุ าตนาเข้า
ข้อ 3 กรณีทขี่ องกลางเปน็ น้ามัน ปรับหนงึ่ เท่าของราคาของ
เชือ้ เพลงิ ปริมาณตั้งแต่ รวมคา่ อากรกับอีกหนง่ึ เทา่
๕,๐๐๐ ลติ รข้ึนไป ของภาษีมลู คา่ เพิม่ ภาษี
สรรพสามติ ภาษเี พื่อ
มหาดไทยและภาษีอนื่ ๆ
(ถา้ มี) และให้ยกของกลางให้
เป็นของแผน่ ดิน
ข้อ 4 กรณีทขี่ องกลางเปน็ น้ามัน ให้ยกของกลางให้เปน็ ของ
เช้ือเพลิงมปี ริมาณต่ากวา่ ๕,๐๐๐ แผน่ ดิน
ลิตร
ม.246 - ปรบั ครึง่ เท่าของอากรท่ขี าด
วรรคสอง
7 04 02 01 ม.246 ขอ้ 1 กรณีการกระทาความผิด ปรับหนึ่งเทา่ ของราคาของ
วรรคสาม โดยรูว้ า่ เปน็ ของต้องหา้ มตาม รวมค่าอากรกับอีกหน่ึงเทา่
มาตรา 244 โดยของ ตอ้ งหา้ มน้ัน ของภาษีมูลค่าเพิม่
ฐานความผดิ เป็น สัตว์ป่าหรือซากสตั วป์ า่ ตาม ภาษสี รรพสามติ ภาษเี พ่อื
บัญชี CITES หมายเลข 1 หรือ มหาดไทยและภาษีอ่ืน ๆ (ถ้า
พนั ธพ์ุ ชื ป่าตามบัญชี CITES มี) แต่ไมเ่ กิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
รายละเอียดหรอื ลักษณะของการ เกณฑ์เปรียบเทียบงดการ
กระทาความผิด ฟอ้ งร้อง
35
หมายเลข 1 หรือเปน็ ของละเมดิ และใหย้ กของกลางใหเ้ ป็น
ลขิ สทิ ธิ์ หรือละเมิดเครื่องหมาย ของแผน่ ดนิ
การค้า หรือละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทาง
ปญั ญา
ขอ้ 2 กรณีการกระทาความผิดโดย ใหป้ รบั หนึง่ เทา่ ของ ราคาของ
รูว้ า่ เป็นของต้องกากัดตามมาตรา รวมคา่ ภาษี อากรทกุ ประเภท
244 โดยของนั้นเปน็ ของต้อง แต่ไม่ เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
กากดั ดงั ต่อไปนี้ และให้ยกของกลางใหเ้ ป็น
(1) สรุ า ไวน์เบยี รบ์ ุหร่ี ของแผ่นดนิ
(2 ) สนิ ค้าเกษตรประเภท
กระเทยี ม หอมหัวใหญ่
(รวมเมลด็ พันธุ์หอมหวั ใหญ่)
หอมแดง มนั ฝร่ัง เสน้ ไหม และ
นา้ มันปาล์ม
(3) ของกลางเป็นตวั นิ่ม และซาก
ตัว น่ิม
(4) เล่ือยโซ่ หรอื เล่ือยโซ่ยนตแ์ ละ
สว่ นประกอบ และอุปกรณ์
ประกอบของเลือ่ ยโซ่ หรือเลอ่ื ยโซ่
ยนต์ท่ตี อ้ งขออนญุ าตนาเข้า
8.6 กฎหมายที่เก่ยี วขอ้ งในข้นั ตอนการคนื ของกลาง
8.6.1 ประมวลระเบยี บปฏบิ ัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 05 01 เงือ่ นไขการคนื ของกลาง
ให้คืนของกลางแกเ่ จ้าของหรอื ผ้มู ีสิทธิครอบครองเมื่อผลการพจิ ารณาคดีสิน้ สดุ ลง หรือเม่อื มี
คารอ้ งขอคนื ตามความในพระราชบัญญัตศิ ุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗
กรณีคารอ้ งขอคืนของกลางตามความในพระราชบัญญัติศลุ กากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗
ให้สานักกฎหมาย ฝ่ายคดีของสานักงาน หรือหน่วยงานคดีของด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี เป็นผู้รับคาร้องและมี
อานาจพิจารณาสงั่ คนื ของกลางให้แก่เจ้าของ
8.6.2 ประมวลระเบียบปฏบิ ัติฯ พ.ศ. 2560 หมวด 7 05 05 02 การพิจารณาคาร้องขอคืนของกลาง
ให้หน่วยที่รับผิดชอบการพิจารณาคืนของกลางตามความในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.
๒๕๖๐ มาตรา ๑๖๗ ตรวจสอบคาร้องขอคนื ของกลางและดาเนนิ การดังต่อไปน้ี
(1) คารอ้ งขอคืนของกลาง จะต้องระบุชื่อและสถานที่อยู่ของเจ้าของกรรมสทิ ธ์ิหรือผู้มีสิทธิ
แหง่ ของกลาง และชื่อที่อยู่ของผู้ย่นื คาร้องขอคนื ตลอดจนมีรายละเอียดพอสมควรเพื่อให้ทราบว่าเป็นของกลางรายใด
(2) ใบมอบอานาจจะต้องปิดอากรแสตมป์ถูกต้องตามกฎหมายและย่ืนพร้อมกับคาร้องขอ
คนื ของกลาง
(3) ในกรณีทีผ่ มู้ อบอานาจอยูใ่ นต่างประเทศ หนังสือมอบอานาจจะตอ้ งผ่านการรับรองจาก
สถานทูต หรือสถานกงสุลไทยโดยถูกตอ้ ง
(4) คาร้องขอคืนของกลางรายใดไม่เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ให้ปฏิเสธไม่รับคาร้อง
จนกว่า ผู้ยื่นคาร้อง จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในกาหนด ๖๐ วัน สาหรับการขอคืนยานพาหนะท่ีใช้ในการกระทาผิด
หรือภายในกาหนด ๓๐ วนั สาหรบั การขอคนื ส่งิ อ่ืนนับแต่วนั ยดึ ของกลาง
36
8.6.3 ประมวลระเบียบปฏิบตั ฯิ 7 05 05 03 การคืนของกลางให้แก่เจ้าของ
(1) การคืนของกลางให้แก่เจ้าของเม่ือคดีถึงที่สุดโดยคาพิพากษาของศาล ให้คืนของกลาง
ให้แก่ เจ้าของที่แท้จริงไปได้แล้วรายงานข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ให้กรมศุลกากรทราบโดยด่วน สาหรับ
ดา่ นศุลกากรให้ผู้อานวยการสานกั งานศุลกากรภาคกาชับใหด้ ่านฯ ปฏบิ ตั ดิ งั นี้
(1.1) กรณีพนักงานศุลกากรเป็นผจู้ ับกุม ก่อนจะคืนของกลางรายใดให้ด่านศุลกากร
ตรวจสอบหลักฐานการเปน็ เจ้าของทแี่ ทจ้ รงิ และคาร้องขอคืนให้ถูกต้องเสียก่อนแล้วจึงคนื ของกลางให้ไปได้
(1.2) กรณีเจ้าพนักงานของหน่วยราชการอ่ืนเป็นผู้จับกุม ให้ส่งมอบของกลางให้แก่
เจา้ พนกั งานผู้จับกมุ รับไปดาเนินการตามคาพิพากษาของศาลตอ่ ไป
(2) กรณีที่มียานพาหนะที่ใช้ในการกระทาความผิดเป็นของกลางในคดีด้วย แต่ในการ
ฟ้องร้อง ดาเนินคดีพนักงานอัยการไม่ได้ขอให้ศาลริบยานพาหนะของกลาง เนื่องจากพนักงานสอบสวนและ
พนักงาน อัยการเห็นว่าเจ้าของยานพาหนะมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทาความผิด เช่นน้ีให้คืนยานพาหนะ
ดังกล่าวไปก่อนได้ตามนัย ข้อ 8.7.2 (๑) และ (3) การคืนของกลางในกรณีอื่น ๆ ต้องเสนออธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดี
มอบหมาย
8.6.4 ประมวลระเบยี บปฏบิ ัติฯ 7 05 05 04 ขัน้ ตอนการคืนของกลาง
(1) เม่ือผู้มีอานาจสั่งคืนของกลางได้ส่ังให้คืนของกลางแล้ว ให้สานักกฎหมายหรือฝ่ายคดี
ของ สานักงานหรือหน่วยงานคดีของด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี ทาบันทึกแจ้งคาส่ังคืนของกลางให้ผู้จับกุมทราบ
154 โดยมสี าเนา 1 ฉบบั พร้อมท้ังส่งเร่ืองทงั้ หมดใหห้ น่วยของกลาง ของสานักงานหรือด่านศุลกากรแล้วแต่กรณี
เพื่อส่งมอบของกลางให้ผ้จู ับกุมเพ่ือคืนใหแ้ กเ่ จ้าของกรรมสิทธิ์
(2) ในการส่งคืนของกลาง ให้ผู้ที่รับมอบของกลางลงลายมือช่ือ วัน เดือน ปี ท่ีรับคืนใน
แฟ้มคดีและใน บัญชีของกลาง แล้วให้เก็บสาเนาบันทึกการส่ังคดีของสานักกฎหมายหรือหน่วยงานคดี แล้วแต่
กรณี ไว้เป็นหลักฐานประกอบบัญชี ณ หน่วยของกลาง ท้ังน้ี ของกลางท่ีกรมศุลกากรส่ังให้ส่งมอบในกรณีอ่ืนก็ให้
ปฏิบัติใน ทานองเดียวกัน
8.7 กฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ งในขนั้ ตอนการจาหนา่ ยของกลาง
8.7.1 ประมวลระเบียบปฏบิ ตั ิฯ 7 05 01 02 การจาหนา่ ยของกลางที่ตกเป็นของแผน่ ดนิ ของกลาง
ทีต่ กเปน็ ของแผ่นดิน ไม่วา่ ดว้ ยผลของกฎหมาย หรือโดยคาสั่งของศาลหรือผลคดีถึงท่สี ุด หากเป็นของหรือสิ่งท่ียึด
ไวต้ ามพระราชบญั ญตั ิศลุ กากร พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือกฎหมายอ่นื ท่เี ก่ยี วกบั การศุลกากร ให้ดาเนนิ การจาหนา่ ย ดังนี้
(1) ขายทอดตลาด
(2) ขายคนื เจา้ ของ
(3) ขายปนั สว่ น
(4) ส่งมอบสว่ นราชการ
(5) ทาลาย
(6) วิธีการอ่นื ตามอนมุ ตั อิ ธิบดี
8.7.2 ประมวลระเบียบปฏบิ ัตฯิ 7 05 01 03 การจาหนา่ ยของกลางก่อนตกเปน็ ของแผ่นดิน
การจาหน่ายของกลางในคดีท่ียังไม่มีผลถึงที่สุด หรือยังไม่ตกเป็นของแผ่นดินตาม
กฎหมาย หากเป็นของที่อยภู่ ายใต้เง่ือนไขดงั ต่อไปนี้ ให้ดาเนินการจาหน่ายไปก่อนเพ่อื ถือเงินแทนของได้
(1) ของสดของเสียง่ายหมายความว่า ของที่หากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะ
เสื่อมสภาพ หรือ เสียหายท้ังหมดหรือบางส่วนหรือเส่ือมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เช่น ผัก
ผลไม้ เนอื้ สตั ว์ หรือปลา เป็นตน้
37
(2) ของซ่ึงถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเส่ียงความเสียหาย หมายความว่า ของท่ีหาก
จาหน่ายล่าช้าจะเสี่ยง ความเสียหายต่อประโยชน์ของทางราชการ เช่น ของท่ีมีเวลาหมดอายุ ของที่นิยมกันทั่วไป
ในชวั่ ระยะเวลาหนงึ่ เครือ่ งสาอาง หรอื ของประเภทเครื่องใชไ้ ฟฟา้ หรืออุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ เปน็ ตน้
(3) ของซึ่งค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร หมายความว่า ของท่ีมี
คา่ ใชจ้ ่ายในการเก็บ รกั ษาหรือดแู ลมากเกนิ ราคาประเมนิ ของกลางรวมค่าภาษีอากรทุกประเภท หรอื จาหน่ายแล้ว
เป็นทแี่ นช่ ัดว่าจะ ไมค่ ุม้ คา่ ภาระตดิ พนั เช่น ของที่ตอ้ งเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิ ของทตี่ ้องเก็บรักษาโดย
วิธเี ฉพาะ หรอื ของทตี่ ้องจ่ายค่าเชา่ พื้นที่เพ่ือเกบ็ รักษาสูง เป็นตน้
8.7.3 ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 01 04 การออกใบรับรองการนาเข้า (แบบที่ 32) ใน
กรณีซอ้ื ของกลาง
กรณีที่สานัก สานักงาน หรือด่านศุลกากรได้จาหน่ายของกลาง การออกใบรับรองการ
นาเข้า (แบบที่ 32) สาหรบั ของดังกลา่ วใหแ้ ก่ผูซ้ อื้ ให้ถอื ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการใช้ใบรับรองการนาเข้า ท้ังน้ี
ให้คานึงถึง ระยะเวลาในการขนย้ายโดยยานพาหนะน้ัน ๆ ตามปกติวิสัย อายุของของกลาง ควรจะเป็นก่ีวัน ก็ให้
กาหนด ระยะเวลาตามนน้ั
8.7.4 ประมวลระเบียบปฏิบตั ิฯ 7 05 0๖ 01 หลักการจาหน่ายของกลาง
(๑) เม่ือของกลางตกเป็นของแผ่นดินแล้ว อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย มีอานาจ
จาหนา่ ยของกลาง น้ันได้ตามวิธีการต่าง ๆ ดงั นี้
(1.๑) ขายทอดตลาด
(๑.2) ขายคนื เจ้าของ
(๑.3) ขายปันส่วน
(๑.4) สง่ มอบส่วนราชการ
(๑.5) ทาลาย
(๑.6) วิธกี ารอน่ื ตามอนุมัตอิ ธิบดี
(2) สาหรับของกลางท่ียังไมต่ กเป็นของแผ่นดนิ แตเ่ ป็นของสดเสียง่าย หรอื ถ้าหนว่ งช้าไว้
จะเป็นการ เส่ียงความเสียหาย หรือค่าใชจ้ ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร อธบิ ดีหรือผู้ซ่งึ อธิบดีมอบหมายมี
อานาจ ในการจาหน่ายของกลางน้นั ไดต้ ามวธิ ีการต่าง ๆ ดงั นี้
(๒.1) ขายทอดตลาด
(๒.2) ขายคืนเจา้ ของ
(๒.3) ขายปันสว่ น
(3) การจาหน่ายของกลางโดยสว่ นของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม ให้ปฏบิ ตั ดิ งั นี้
(๓.1) การจาหน่ายรถยนต์ของกลาง ให้มีคณะกรรมการที่อธิบดีกรมศุลกากรแต่งต้ัง
คณะหนึ่ง เรยี กวา่ “คณะกรรมการจาหน่ายรถยนตข์ องกลาง”
(๓.2) การขายทอดตลาดของกลางที่นอกจากรถยนต์ของกลางให้มีคณะกรรมการท่ี
ผู้อานวยการ สานกั สบื สวนและปราบปรามแตง่ ตงั้ คณะหน่งึ เรียกว่า “คณะกรรมการขายทอดตลาดของกลาง”
(๔) การจาหนา่ ยของกลางของหนว่ ยงานของกลางอ่ืน ให้ผอู้ านวยการสานักหรือนายด่าน
ศุลกากรแตง่ ตั้ง “คณะกรรมการจาหนา่ ยของกลางและของตกค้าง” เพื่อดาเนินการจาหนา่ ยของกลาง
(5) การกาหนดวธิ ีการจาหน่ายของกลาง โดยวิธีการขายทอดตลาด หรือโดยวิธีอ่ืนใดต้อง
ไดร้ ับการ อนุมตั ิจากอธบิ ดหี รือผทู้ ่อี ธบิ ดมี อบหมาย
38
(6) ของกลางท่ีพึงจาหน่ายได้แล้ว ให้นาออกจาหน่ายตามลาดับก่อนหลังท่ีรับไว้ เว้นแต่
ในกรณีท่ีมีเหตุสมควรจะไม่จาหน่ายตามลาดับการรับของกลางก็ได้เช่น ของซ่ึงเปลืองเนื้อท่ีเก็บหรือของซึ่งอยู่ใน
ฤดูกาล ทีค่ วรนาออกจาหน่าย
(7) ของทุกรายที่ได้รับอนุมัติและบันทึกการอนุมัติในระบบของกลาง ให้ผู้ปฏิบัติงาน
จาหน่ายบันทึก ผลการอนุมัติวธิ ีการจาหนา่ ยและบันทึกการดาเนนิ การจาหน่ายในระบบของกลาง
๘.7.5 วิธีขายทอดตลาด ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 06 02 โดยคณะกรรมการขาย
ทอดตลาดดาเนนิ การขายตามบัญชีในประกาศขายทอดตลาด
(1) ให้หน่วยงานของกลางของสานักหรือด่านศุลกากร ดาเนินการออกประกาศขาย
ทอดตลาดและปดิ ประกาศขายทอดตลาด ซึง่ มรี ายละเอียดของ วัน เวลา สถานที่ และบัญชรี ายการของกลางที่จะ
ทาการขายทอดตลาด ให้ประชาชนทราบ ณ ท่ีทาการขายทอดตลาด ทั้งนี้ให้สาเนาประกาศให้คณะกรรมการขาย
ทอดตลาด ของกลางทราบทนั ทีท่ีได้ประกาศ
(2) ถ้าของกลางมีราคาประเมินต้ังแต่ 500,000 บาท ให้ปิดประกาศขายทอดตลาด
ล่วงหน้า อยา่ งนอ้ ย 3 วันทาการก่อนวนั ขาย กรณีเรง่ ดว่ น ใหป้ ระกาศขายทอดตลาดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วันทา
การ เวน้ แต่อธบิ ดหี รือผู้ซึง่ อธบิ ดมี อบหมายส่งั การเป็นอยา่ งอน่ื
(3) การโฆษณา ให้ระบุวัน เวลา และสถานท่ี และรายการสินค้าที่น่าสนใจด้วยพอเป็น
สังเขป ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาให้ถือเป็นค่าภาระติดพันในอันที่จะหักจากเงินค่าขายของกลาง ในกรณีท่ีต้อง
ใช้เงิน ล่วงหน้าให้เบิกทดลองจ่ายจากเงินทุนกลางและนาส่งคืนเม่ือได้หักเงินค่าขายของกลางแล้ว โดยให้มี
ผูร้ ับผิดชอบ ดงั นี้
(๓.1) กรณีส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามเป็นผู้ขายทอดตลาด ให้ขอ
ความรว่ มมอื สว่ นสอ่ื สารองคก์ ร สานักบรหิ ารกลาง ทาการประชาสมั พนั ธ์ผา่ นสอ่ื ต่าง ๆ ตามทีเ่ หน็ สมควร
(๓.2) กรณีส่วนหน่วยงานของกลางของสานักงานศุลกากรอ่ืนหรือด่านศุลกากรเป็น
ผขู้ าย ทอดตลาด ให้ดาเนินการประชาสมั พนั ธใ์ นสื่อรูปแบบตา่ ง ๆ ไดต้ ามทีเ่ ห็นสมควร
(3.๓) ในวันเวลา ที่จะทาการขายทอดตลาด ให้หน่วยงานของกลาง จัดเตรียม
ตัวอย่างของกลางไว้ให้ พร้อมยังสถานที่ขาย และจัดเจ้าหน้าที่อานวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการขาย
ทอดตลาดของกลางใน ขณะทที่ าการขายทอดตลาด
(๓.4) ใหค้ ณะกรรมการที่มีหน้าทใี่ นการขายทอดตลาดของกลางดาเนนิ การขายตาม
บัญชีรายการใน ประกาศขายทอดตลาดของหนว่ ยงานของกลาง โดยคานึงถึงราคาตลาดที่พึงจะขายได้ สภาพของ
ความนยิ ม หรอื เหตผุ ลอ่นื ภายใตห้ ลกั เกณฑ์ดงั ต่อไปนี้
(๓.4.1) ของกลางรายใดท่ีราคาประมลู สูงสุดคมุ้ ราคาประเมนิ บวกภาษีอากร
ใหค้ ณะกรรมการฯ ขายได้
(๓.4.2) ของกลางรายใดทีม่ ีราคาประเมินไมเ่ กิน ๕๐๐,000 บาท เมื่อมีผู้ให้
ราคาประมูลสูงสุด คุ้มค่าภาษีอากร หากมีเหตุผลสมควรขายในราคานั้น ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายได้แล้ว
สรปุ เสนอ ผ้อู านวยการสว่ นที่กากับดแู ลหน่วยงานของกลาง เพื่อทราบพรอ้ มเหตุผล
(๓.4.3) ของกลางรายใดท่ีมีราคาประเมินไม่เกิน ๕0,000 บาท เมื่อมีผู้ให้
ราคาประมูลสูงสุด ไม่คุ้มค่าภาษีอากร หากมีเหตุผลสมควรขายในราคานั้น ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายได้
แลว้ สรปุ เสนอ ผ้อู านวยการส่วนท่ีกากบั ดแู ลหนว่ ยงานของกลาง เพือ่ ทราบพรอ้ มเหตุผล
(๓.4.4) ของกลางที่มีราคาประมูลสูงสุดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ (๑.
1) (๑.2) และ (๑.3) หากมี เหตุสมควรขายในราคานั้น ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาขายโดยให้เรียกเงินมัดจาไว้
ร้อยละ 25 ของราคา ทเ่ี สนอซือ้ สงู สดุ แลว้ นาเสนออธบิ ดหี รอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมายเพือ่ อนุมตั ิการขาย
39
(๓.4.5) ในกรณีตามข้อ (๓.๔.4) การขายทอดตลาดจะสมบูรณ์ ต่อเม่ือ
อธิบดีหรือผู้ที่ซึ่งอธิบดี มอบหมายได้อนุมัติให้ขายตามราคาที่เสนอนั้น หากในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบ
อานาจไม่อนุมตั กิ ใ็ ห้คืนเงินมดั จาและนาของกลางออกขายทอดตลาดใหม่ หรือจาหน่ายโดยวิธอี ่ืนตามท่ีอธิบดีหรือผู้
ซึ่งอธิบดีมอบหมาย เห็นสมควร โดยถือว่าของกลางรายน้ันถูกเพิกถอนจากการขายทอดตลาดและผู้เสนอราคาน้นั
ถกู ยกเลกิ ไปตาม มาตรา 513 แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
(๓.4.6) หากมีเหตุขัดข้องด้วยกรณีใด ๆ ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะ
กรรมการฯ ที่จะยุติการขายในขณะใดก็ได้เม่ือมีเหตุอันสมควร แล้วรายงานให้ผู้อานวยการส่วนของกลาง สานัก
สบื สวนและปราบปราม หรอื ผอู้ านวยการส่วนท่ีกากับดูแลหน่วยงานของกลางทราบพร้อมเหตุผล
(๓.4.7) กรณกี ารขายทอดตลาดโดยวธิ ปี ระกวดราคา (Sealed first-price
auction หรือ blind auction หรือ first-price sealed-bid auction) ให้กระทาโดยวิธีย่ืนซองเสนอราคาต่อ
ประธานคณะกรรมการทมี่ ีหนา้ ท่ใี นการขายของกลางหรือผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
(๓.4.7.1) เมื่อมีผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควรจะรับ
ไว้ก็ให้นาเสนออธิบดีหรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุมัติ หากผู้มีอานาจอนุมัติมีความเห็นว่าราคาท่ีนาเสนอ
มานัน้ มีราคาต่าหรือด้วย เหตุอนั ใดก็อาจสงวนสทิ ธิทจ่ี ะไมข่ ายตามที่คณะกรรมการฯ ของกลางนาเสนอกไ็ ด้
(๓.4.7.2) ผู้เข้าประกวดราคาทุกรายจะต้องวางมัดจาซองเป็น
จานวนเงนิ ตามทีก่ าหนด ในประกาศขายทอดตลาด
(๓.4.7.3) ในวันเปิดซอง เม่ือมีผู้เข้าประกวดราคาเสนอราคา
สูงสุดและคณะกรรมการฯ เห็นว่ามีเหตุผลสมควรขายในราคาน้ัน ผู้เข้าประกวดราคาผู้นั้นจะต้องลงนามในสญั ญา
ซื้อของกลางพร้อม วางเงินมัดจาไว้ร้อยละ 25 ของราคาที่เสนอซ้ือ และชาระเงินค่าขายของกลางท่ีเหลือร้อยละ
75 ภายใน 3 วัน ทาการนับจากวันท่ีกรมศุลกากรอนุมัติและผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องมารับมอบของกลาง
ภายใน 7 วัน ทาการนับแตว่ นั ที่ชาระเงินครบถ้วน เวน้ แตไ่ ด้รับการผอ่ นผันจากอธิบดหี รอื ผู้ทอ่ี ธบิ ดีมอบหมาย
(๓.4.7.4) หากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่อนุมัติการขาย
ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวน และปราบปรามหรืองานคดีของกลางของด่านศุลกากรคืนเงินมัดจาร้อยละ 25 ที่
วางไวภ้ ายใน 3 วนั ทาการ
(๓.5) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามหรือหน่วยงานของกลางของ
ด่านศุลกากร บันทึก ผลการจาหน่ายของกลางและออกใบส่ังเก็บเงินในระบบของกลางเพ่ือให้ผู้ที่ประมูลนาใบส่ัง
เกบ็ เงนิ ไปชาระเงนิ ท่หี นว่ ยงานบัญชีและอากร
(๓.6) ให้หน่วยงานการเงินท่ีรับผิดชอบรับชาระเงินและออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้
ประมูลได้ เพ่อื เปน็ หลกั ฐานว่าได้ชาระค่าของกลางถกู ต้องครบถ้วนตามจานวนของทง้ั หมดทีป่ ระมลู ไดแ้ ล้ว
(๓.7) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปรามหรือหน่วยงานของกลางของ
ด่านศุลกากร ส่งมอบของกลางพร้อมบันทึกเลขท่ีใบเสร็จรับเงิน และจานวนเงินที่ขายพร้อมสาเนาใบเสร็จรับเงิน
แนบไว้ เป็นหลักฐานในบญั ชีของกลาง
(๓.8) ห้ามพนักงานศุลกากรเข้าสู้ราคา หรือเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในการขาย
ทอดตลาดของ กรมศุลกากรไม่ว่าจะเป็นการขายทอดตลาดท้ังในส่วนกลางหรือหรือในส่วนภูมิภาค ท้ังน้ี ให้
ผู้อานวยการ ส่วนราชการระดับสานักสานักงาน และนายด่านศุลกากรทุกแห่ง สอดส่องดูแลให้เจ้าหน้าท่ีในสังกัด
ถือปฏบิ ตั ิ โดยเคร่งครดั
๘.7.6 วธิ ขี ายคืนเจา้ ของ ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 03
(1) การจาหนา่ ยของกลางโดยวธิ ขี ายคนื เจา้ ของ ใหก้ ระทาโดยวธิ ีการและเงอื่ นไขดังน้ี
(1.๑) เป็นของกลางในคดีที่ผูถ้ ูกจับกุมยินยอมทาความตกลงระงับคดีงดฟ้องร้องตาม
ความใน พระราชบญั ญัตศิ ุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๖ หรือมาตรา ๒๕๗
40
ดังกล่าวใหค้ รบถว้ นกอ่ น (๑.2) การขายคนื เจ้าของนนั้ ไม่ก่อใหเ้ กิดความเสียหายแกท่ างราชการ
(๑.3) ของท่ีต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เก่ียวข้อง ผู้ซ้ือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
(๑.4) ขายของกลางในราคาประเมินรวมค่าภาษอี ากรทุกประเภท
๘.7.7 วิธีขายปันส่วน ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 04 การจาหน่ายของกลางโดยวิธีขาย
ปันส่วน ให้ถอื ปฏิบตั ิดังนี้
(1) ให้หนว่ ยงานของกลางดาเนินการขายของปนั สว่ นอยา่ งโปรง่ ใสและเป็นธรรม
(2) การจาหนา่ ยของกลางโดยวิธีขายปันสว่ นเพื่อเป็นสวสั ดิการ หรอื เพือ่ เปน็ ขวญั กาลังใจ
แก่เจ้าหนา้ ทรี่ ัฐ
(3) การจาหนา่ ยของกลางโดยวิธีขายปนั สว่ นแก่สว่ นราชการ ใหก้ ระทาไดเ้ มอ่ื เหน็ สมควร
(4) ให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงซึ่งผู้อานวยการสานักหรือสานักงาน หรือนายด่าน
ศลุ กากรแต่งตั้ง เรยี กว่า “คณะกรรมการกาหนดราคาของปันส่วน” มีโดยใหม้ ีหน้าที่
(๔.1) กาหนดราคารบั ซ้อื และราคาขายของกลางปนั ส่วน
(๔.2) จาหน่ายของกลาง ตามทีก่ รมฯ มอบหมายเป็นกรณีพเิ ศษ
(5) การกาหนดราคารับซื้อต้องไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 ของราคาประเมนิ รวมค่าภาษีอากร
และ คานวณเพ่ิมอีกร้อยละ 10 ของราคารับซ้ือแต่ไม่เกินช้ินละ 500 บาท เป็นราคาขายปันส่วน เว้นแต่คณะ
กรรมการฯ เห็นว่าการใช้เกณฑ์ร้อยละ ๕๐ ของราคาประเมินรวมค่าภาษีอากรดังกล่าวกับของกลางบางชนิด จะ
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้เสนอผู้อานวยการสานัก สานักงาน หรือนายด่านศุลกากรกาหนด ราคา
จาหน่ายปันส่วนทส่ี ูงกวา่ เกณฑด์ ังกลา่ วเป็นการเฉพาะกรณีได้
(6) ของใดท่ีอธิบดีหรือผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายอนุมัติให้จาหน่ายโดยวิธีขายปันส่วนแล้ว ให้
หน่วยงานของ กลางบันทึกการดาเนินการจาหน่ายของกลางในระบบของกลาง แล้วนาของกลางออกขายปันส่วน
ใหเ้ สรจ็ สิ้น โดยเร็ว
(7) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรืองานคดีและของกลาง ของด่าน
ศลุ กากร รวบรวมบญั ชีของกลางทจ่ี ะจาหน่ายโดยวธิ ีปันสว่ น ใหน้ าออกจาหน่ายโดยใชเ้ กณฑต์ ามที่คณะกรรมการฯ
กาหนด
(8) กรณีคณะกรรมการฯ ได้กาหนดราคาปันส่วนและมีการนาของกลางออกขายปันสว่ น
แล้ว ปรากฏโดยชดั แจง้ วา่ จะไมส่ ามารถขายของปันสว่ นตามราคาทค่ี ณะกรรมการฯ กาหนดได้ อาจด้วยเหตุสภาพ
ของ ค่านิยมท่ีเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น ก็ให้พิจารณาหักลดอัตราส่วนลงหรือพิจารณาตามสภาพของตามความ
เหมาะสม โดยให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่านศุลกากร
นาเสนอคณะกรรมการกาหนดราคาปันส่วนตามข้อ (๔) พิจารณาทบทวนกาหนดราคารับซ้ือและราคาขายใหม่
เพ่อื ดาเนินการจาหนา่ ยของกลางตามท่ีเห็นสมควรต่อไป
(9) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่าน
ศุลกากร ออกใบส่ังจา่ ยตามแบบแนบท้ายประมวลฯ บทน้ี โดยใหแ้ ยกออกเปน็ รายแฟ้มคดี และระบุเลขทบี่ ญั ชคี ลัง
ของ กลางไว้ แต่แฟ้มคดีหนึ่งอาจออกใบส่ังจ่ายได้หลายฉบับ แล้วออกใบสั่งเก็บเงินพร้อมสาเนา 3 ฉบับ และ
รวบรวมเงนิ ทชี่ าระค่าขายของกลางปันส่วนในราคารบั ซ้ือ และออกใบสง่ั เก็บเงนิ ในระบบของกลาง เพื่อนาเงนิ ไป
ชาระทีห่ น่วยงานการเงินท่ีรบั ผดิ ชอบ
(10) การชาระเงินให้ชาระเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คขีดคร่อม "A/C PAYEE" สั่งจ่าย
กรมศุลกากร (พักรายได้) โดยส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของด่าน
ศลุ กากรนาไป ชาระเงินท่หี น่วยงานบญั ชแี ละอากร ภายในวันน้นั หรอื วนั ทาการถดั ไป
41
(11) ส่วนแบ่งเงินทุนกลางร้อยละ 10 ของราคารับซื้อแต่ไม่เกิน ช้ินละ 500 บาท ให้
นาเข้าบัญชีเงินทุนกลางข้าราชการกรมศุลกากร ร้อยละ 8 ของราคารับซื้อ และนาเข้าบัญชีส่งเสริมการขายส่วน
ของกลาง ร้อยละ 2 ของราคารับซื้อ ภายในวันเดียวกันพร้อมทั้งลงบัญชีบันทึกรายละเอียดแห่งของพร้อมกับอ้าง
เลขที่ บัญชคี ลังของกลาง
(12) ใหส้ ่วนของกลาง สานกั สบื สวนและปราบปราม หรือ งานคดแี ละของกลางของด่าน
ศลุ กากร ดาเนินการตามขนั้ ตอนของเอกสาร ดงั น้ี
(๑๒.1) ส่งต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน สาเนาใบส่ังจ่าย ต้นฉบับใบสั่งเก็บเงิน ให้
หนว่ ยงานกากบั คลัง ของกลางเพ่อื นาไปตัดบญั ชีตามเลขทบ่ี ัญชีคลงั และรวบรวมปดิ แฟม้ คดตี ่อไป
(๑๒.2) บันทึกเลขที่รับชาระเงินในสมุดทะเบียนคุมใบส่ังจ่าย เก็บสาเนาใบสั่งจ่าย
สาเนา ภาพถา่ ยใบเสรจ็ รับเงนิ ไว้เป็นหลักฐานเพื่อการตรวจสอบ
(๑๒.3) การออกใบเสร็จรับเงินค่าขายปันส่วนของกลางของสานัก หรือสานักงาน
หรอื ด่านศุลกากรเปน็ การรัดกุม ใหก้ าหนดวิธีการเพื่อป้องกนั การนาใบเสรจ็ รบั เงนิ ไปใชห้ มุนเวียนคลมุ ของลักลอบ
หนีศลุ กากรดว้ ย
(13) ใบเบิกของรายใดท่ีหน่วยงานกากับคลังของกลางได้จ่ายของกลางปันส่วนไปให้งาน
ปันส่วนแลว้ เกิน 30 วัน หากยังไม่ได้รับใบเสรจ็ รบั เงินพร้อมสาเนาใบส่ังจ่าย ให้คลังของกลางตดิ ตามทวงถามจาก
หน่วยงานงานปันสว่ นของกลาง
(14) ให้หน่วยงานปันส่วนของกลาง ดาเนินการจัดทาบัญชีระบบบัญชีคู่ บัญชีการค้า
กาไร – ขาดทุน จดั ทากระดาษทาการ สาหรบั ระยะเวลา 1 ปี ส้นิ สดุ 31 ธนั วาคม ของทกุ ปี
๘.7.8 วิธีส่งมอบส่วนราชการ ตามประมวลระเบียบฯ 7 05 06 05 การจาหน่ายของกลางโดย
วธิ สี ง่ มอบสว่ นราชการ ให้กระทาโดยวิธกี ารและเง่อื นไขดงั น้ี
(1) การส่งมอบส่วนราชการใดให้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการนาไปใช้ประโยชน์ใน
กิจการของ สว่ นราชการนั้น ๆ
(2) ส่วนราชการผู้รับมอบตกลงยินยอมรับผิดชอบค่าภาระติดพันหรือค่าใช้จ่ายในการส่ง
มอบ
๘.7.9 วธิ ที าลาย ตามประมวลระเบยี บฯ 7 05 06 06 การจาหน่ายโดยวธิ ีทาลาย
(1) ให้ผู้อานวยการสานักสืบสวนและปราบปรามหรือสานักงานหรือนายด่านศุลกากร
แตง่ ตง้ั คณะกรรมการขึ้นคณะหนงึ่ เรียกว่า “คณะกรรมการทาลายของกลาง” เพอ่ื ดาเนินการทาลายของกลาง ให้
เปน็ ไปตามระเบียบน้ี
(2) ของใดทีเ่ สียหายหรือเสื่อมสภาพหรือเปน็ ของอยู่ในเง่ือนไขต้องทาลาย ใหเ้ สนออธิบดี
หรือผู้ซ่ึง อธิบดีมอบหมาย พิจารณาอนุมัติทาลาย และเม่ือได้รับอนุมัติแล้ว ให้เจ้าหน้าที่บันทึกการอนุมัติลงใน
ระบบ ของกลางและบัญชีของกลางและเก็บบันทึกการอนุมัติดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้แจ้งคณะกรรมการ
ทาลาย ของกลางทราบทุกสิ้นเดือนโดยแยกเป็น 2 บญั ชี ดังนี้
(๒.1) บัญชีของกลางละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา
(๒.2) บัญชขี องกลางอนื่ ๆ
(3) ให้คณะกรรมการทาลายของกลางรับของกลางไปทาลายและก่อนรับของกลางให้
ตรวจสอบชนิด ปริมาณและน้าหนักของทุกรายการให้ถูกต้องครบถ้วนแล้วลงลายมือชื่อพร้อม วัน เดือน ปี ท่ีรับ
ของไว้เป็น หลักฐานและให้ดาเนินการทาลายได้ตามแต่จะเห็นสมควรโดยเร็ว เมื่อได้ทาลายเรียบร้อยแล้วให้
รายงาน ผู้อานวยการสานัก หรือสานักงาน หรือนายด่านศุลกากรทราบ สาหรับส่วนของกลาง สานักสืบสวนและ
ปราบปราม ใหร้ ายงานอธบิ ดีและจัดส่งรายงานให้กลุ่มตรวจสอบภายในทราบดว้ ย
(4) ของท่ีอยู่ระหวา่ งรอการทาลายให้แยกเก็บต่างหากจากของอืน่
42
(5) ให้ผู้อานวยการส่วนท่ีกากับดูแลหน่วยงานของกลาง มีอานาจติดตามและเร่งรัดการ
ปฏิบัตงิ านของ คณะกรรมการทาลายของกลางและในกรณที มี่ ีปัญหาก็ให้มีอานาจสง่ั การแก้ไขได้
๘.7.10 วิธีการอ่ืนตามอนุมัติอธิบดี ประมวลระเบียบฯ 7 05 06 07 ในกรณีที่ไม่สามารถ
จาหน่ายของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินโดยวธิ ีที่กล่าวมาแลว้ ใหห้ น่วยงานของกลางเสนออนุมัติอธิบดีเพ่ือจาหน่าย
ของกลางโดยวิธีการอื่น ท้ังนี้ จะต้องเสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจาหน่ายของกลาง พร้อมเหตุผล
และความจาเป็นในการเลอื กจาหนา่ ยของกลางด้วยวธิ ีนัน้ ให้ทราบ โดยละเอยี ด
๘.7.11 การจาหน่ายของกลางที่เปน็ ของตอ้ งกากดั ประมวลระเบียบฯ 7 05 06 08
(1) ของกลางทเ่ี ป็นของตอ้ งกากดั ทีห่ ากจาหน่ายอาจกระทบกระเทือนถึงความมั่นคง หรอื
ความสงบ เรยี บร้อยของประเทศ ตลอดจนสขุ อนามัยหรือศีลธรรมอนั ดงี ามของประชาชน ใหจ้ าหนา่ ยโดยวิธกี าร ดังนี้
(๑.1) ส่งมอบสว่ นราชการ
(๑.2) วธิ ีการทาลาย
(๑.3) วธิ ีการอื่นตามอนุมัตอิ ธิบดี
(2) ของกลางท่ีเป็นของต้องกากัดซึ่งมีบัญญัติของกฎหมาย มติของคณะรัฐมนตรีหรือ
สัญญาซงึ่ รัฐตอ้ งผูกพันกาหนดวธิ ีการจาหนา่ ยไวก้ ใ็ ห้ปฏิบตั ิไปตามน้นั โดยความเหมาะสม
8.7.12 การจาหน่ายของกลางทีเ่ ปน็ ของตอ้ งหา้ ม ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7 05 06 09
(1) ของกลางซึ่งเป็นของต้องห้าม เว้นแต่ของต้องห้ามตามพระราชบัญญตั ิหา้ มนาของทีม่ ี
การแสดงกาเนิดเปน็ เทจ็ เขา้ มา พทุ ธศักราช ๒๔๘๑ ให้จาหนา่ ยโดยวิธกี าร ดงั นี้
(๑.1) วิธกี ารทาลาย
(๑.2) วิธีการอนื่ ตามอนุมัติอธิบดี
๘.7.13 หลักเกณฑ์การจาหน่ายของกลางสาหรับของบางประเภท ประมวลระเบียบปฏิบัติฯ 7
05 06 ๑๐ สาหรับของบางประเภท ให้มีหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขการจาหน่ายเพิ่มเติมจากที่ได้กลา่ วไว้ ดังน้ี
(1) ยาเสน้ ยาอดั ยาสบู หรอื บุหรี่ของกลาง
(๑.1) การจาหน่ายยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหร่ีของกลางต้องคานึงถึงการปฏิบัติ
ตามกฎหมายท่ี เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.
๒๕๓๕ เป็นตน้
(๑.2) ยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหร่ีของกลางท่ีเสื่อมคุณภาพให้ส่งมอบแก่
หนว่ ยงานราชการท่ีมี ความประสงค์จะนาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนส์ าธารณะโดยไมอ่ าจนากลบั มาบรโิ ภคได้อีก
(๑.3) หากไม่มีหน่วยราชการใดประสงค์ขอรับยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหร่ีของ
กลางทเี่ สื่อม คุณภาพดงั กล่าวให้ปฏิบตั ิตามระเบยี บวา่ ดว้ ยการทาลาย
(๑.4) การพิจารณาและตรวจสอบคุณภาพยาเส้น ยาอัด ยาสูบหรือบุหร่ีของกลาง
ให้อยู่ใน หลักเกณฑ์การตรวจสอบตามหนังสอื โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ที่ รยส ๐๙๐๐๐๑/๒๘๑๐ ลงวนั ท่ี
๒ ตลุ าคม ๒๕๓๕ และหนงั สือที่ รยส ๑๕๐๐๐๓/๓๔๕๘ ลงวันท่ี ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยอนุโลม ดงั นี้
(๑.4.1) การตรวจสอบอายุบุหร่ี ถ้าปรากฏว่าบุหร่ีของกลางท่ีจับได้มีอายุ
มากกว่า ๔ เดือน นับจากวันท่ีผลิตให้ถือว่าบุหร่ีน้ันเส่ือมคุณภาพ หากไม่อาจตรวจสอบวันที่ผลิตได้ให้นับแต่วันท่ี
รับเข้าเก็บ รกั ษาจนถงึ วนั ตรวจ
(๑.4.2) การตรวจสอบคุณลักษณะทางกายภาพ ถ้าปรากฏว่ากระดาษมวน
บหุ รีเ่ ปล่ยี นสี หรอื มจี ุดตามกระดาษมวนบุหรี่ และมกี ล่ินราหรอื เหมน็ อับแสดงวา่ บหุ รีเ่ ส่ือมสภาพ
(๑.4.3) การตรวจสอบคุณภาพยาเส้นในมวนบหุ ร่โี ดยวธิ ดี มกล่ิน ถ้าปรากฏ
ว่าบหุ รขี่ องกลางมกี ล่ินรา หรือเหม็นอบั แสดงวา่ บหุ ร่ีนัน้ เสื่อมคุณภาพ
43
(๑.4.4) ตรวจรสชาด โดยวิธีทดลองสูบเปรียบเทียบกับบุหร่ีชนิดเดียวกัน
หรอื เครอื่ งหมาย การคา้ เดียวกนั ทม่ี ีคุณภาพดี
(๑.4.5) ถ้าหากได้ดาเนินการตามข้ันตอนข้างต้นแล้วยังเป็นท่ีสงสัย ให้
วนิ จิ ฉัยว่าบหุ ร่นี ัน้ เส่ือมคุณภาพ
(๑.4.6) การสุ่มตัวอย่างบุหร่ีของกลางและการไม่ยอมรับ (Reject) ให้ใช้
หลักเกณฑต์ ามตาราง ดงั น้ี
จานวนบหุ รขี่ องกลาง จานวนตัวอยา่ ง การไมย่ อมรับ (REJECT)
ต่อ LOT ต่อเคร่ืองหมายการคา้ ทส่ี ่มุ เปดิ ตรวจ
จานวนบุหรี่ <1 หบี (<50 หอ่ ) ถ้าพบวา่ บหุ รี่ทีเ่ ปิดตรวจอยา่ งน้อย ๑ ซอง มีบุหร่ีเสื่อม
๑ ซอง ตอ่ ๑๐ คณุ ภาพ
1 - 10ห่อ หอ่
ถา้ พบว่าบุหรท่ี เ่ี ปิดตรวจอยา่ งน้อย ๑ ห่อ มีบหุ รเ่ี ส่อื ม
> 10 หอ่ 1 ซอง ตอ่ ๑๐ คณุ ภาพ
หอ่
จานวนบุหรี่ >๑หีบ
๑ – ๑๐ หอ่
> ๑๐ หีบ ๑ ห่อ ตอ่ ๑ หบี ถ้าพบว่าบุหร่ีที่เปิดตรวจอย่างน้อย ๑ห่อ มบี หุ ร่ีเสือ่ ม
คุณภาพ
๑ หอ่ ตอ่ ๑๐หีบ
ถ้าพบว่าบุหรี่ที่เปิดตรวจอย่างน้อย ๑ห่อ มบี หุ ร่ีเส่อื ม
คุณภาพ
(2) รถยนตข์ องกลางทตี่ กเป็นของแผ่นดนิ
(๒.1) การจาหน่ายรถยนต์ของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินให้ดาเนินการจาหน่าย
โดยวิธีการขาย ทอดตลาดตามนโยบายที่กระทรวงการคลังกาหนด ทั้งน้ีได้กาหนดแนวปฏิบัติให้ผู้จบั กุมตรวจสอบ
รถยนต์ที่ ตรวจยึดในความยึดฐานลักลอบหรือหลีกเล่ียงในการนาเข้าตามมาตรา 242 – มาตรา 244 แห่ง
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ทุกคันไม่ว่าจะมีผู้ต้องหาหรือไม่ก็ตาม โดยหน่วยงานต่างๆ ๗ หน่วยงาน
ดงั น้ี
(๒.1.1) กองพิสูจน์หลักฐาน สานักงานตารวจแห่งชาติเพื่อตรวจสอบสภาพ
รถยนต์มี ร่องรอยการขูดลบ แก้ไข ที่บริเวณเลขหมายประจาตัวถัง และเลขหมายประจาเครื่องยนต์ หากมีการ
แก้ไข หมายเลขเดิมคอื เลขใด
(๒.1.2) กองทะเบียนประวัติอาชญากร สานักงานตารวจแห่งชาติเพ่ือ
ตรวจสอบหลกั ฐาน การแจง้ หายวา่ มกี ารแจ้งหายหรอื ถูกโจรกรรมภายในประเทศหรอื ไม่
(๒.1.3) กองการต่างประเทศ สานักงานตารวจแห่งชาติเพื่อตรวจสอบ
หลักฐานการแจ้ง หายวา่ มปี ระวัตกิ ารจดทะเบียนและประวตั กิ ารแจ้งหายในต่างประเทศหรือไม่
(๒.1.4) กองบริหารการค้าสินค้าท่ัวไป กรมการค้าต่างประเทศ เพ่ือ
ตรวจสอบหลกั ฐาน การนาเข้าว่าเคยมีการอนุญาตใหน้ าเขา้ มาในราชอาณาจักรหรือไม่
44
(๒.1.5) สานักมาตรฐานงานทะเบยี นและภาษีรถ กรมการขนสง่ ทางบก เพอ่ื
ตรวจสอบ หลกั ฐานการจดทะเบียนวา่ เคยมีการยน่ื ขอจดทะเบยี นไว้กับกรมการขนส่งทางบกหรือไม่
(๒.1.6) ตัวแทนจาหน่ายรถยนต์ย่ีหอ้ น้ัน ๆ เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทเป็นผูส้ ่งั
นาเข้าหรือ เป็นผู้จาหน่ายรถยนต์ของกลางคันดังกล่าวหรือไม่ ประวัติผู้ซ้ือและผู้ขาย (ถ้ามี) ข้อมูลจาเพาะจาก
บรษิ ัทผู้ผลิต ในส่วนทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เชน่ ผลิตจากประเทศใด ปที ่ผี ลิต ชนิด รุ่น ขนาดเครอ่ื งยนต์
(๒.1.7) สานักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพ่ือตรวจสอบการ
นาเข้ามาในราชอาณาจกั ร
(๒.2) กรณีรถยนต์ของกลางท่ีจะนาไปจาหน่ายโดยวิธีการขายทอดตลาดท่ีส่วน
ของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม ต้องเป็นรถยนต์ของกลางท่ีมีสภาพดี ขับเคล่ือนได้ และให้ส่งแฟ้มคดี
พร้อมรายละเอียดหมายเลขเคร่ืองยนต์ หมายเลขตัวถัง ราคาค่าภาษีอากร รูปถ่ายอย่างน้อย 5 ภาพพร้อมกับ
คาอธิบายประกอบภาพถา่ ยโดยละเอยี ด
หากรถยนต์คันใดไม่คุ้มค่าในการเคล่ือนย้ายมาจาหน่ายท่ีส่วนของกลาง สานัก
สืบสวนและ ปราบปราม ให้ดาเนินการขออนุมัติจาหน่าย ณ ส านักงานศุลกากร ห รือด่านศุลกากรจาก
คณะกรรมการ จาหน่ายรถยนตข์ องกลาง
(3) ไม้ ให้จาหน่ายตามมติคณะรัฐมนตรี และ/หรอื ตามทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด
(4) อาหาร
(๔.1) ให้จาหน่ายของกลางประเภทอาหารโดยคานึงถึงหลักเกณฑ์เก่ียวกับของ
กลางท่ีเป็น ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพประเภทอาหารด้วย
(๔.2) กรณีของกลางท่ีจะทาการชกั ตัวอย่างน้ันมีทั้งของที่อยู่ในสภาพดี และของท่ี
อยู่ในสภาพเน่า จะเส่ือมคุณภาพปะปนคละกันอยู่ เช่น ภาชนะบรรจุเป็นสนิมหรือบุบบี้เป็นต้น ให้เจ้าหน้าที่ส่วน
ของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรือสานักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี คัดเลือกแยกของ
ดังกล่าวออกจาก กันให้เป็นสัดส่วนก่อน แล้วจึงสุ่มชักตัวอย่างจากของกลางท่ีได้แยกไว้น้ันเพ่ือส่งวิเคราะห์ต่อไป
เว้นแต่เจ้าหน้าท่ี พิจารณาแล้วเห็นได้แน่ชัดว่าของกลางรายใดยังไม่เสื่อมคุณภาพจะไม่ทาการชักตัวอย่างส่ง
วเิ คราะห์กไ็ ด้
(๔.3) ให้มปี รมิ าณการชักตวั อย่าง ดงั น้ี
(๔.3.1) ในกรณีท่ีของกลางมีปริมาณไม่เกิน ๑๐๐ หน่วย ให้ชักตัวอย่างไม่
น้อยกวา่ ร้อยละ ๕ ของของกลางทั้งหมด
(๔.3.2) ในกรณีที่ของกลางมีปริมาณเกิน ๑๐๐ หน่วยขึ้นไป ให้ชักตัวอยา่ ง
ไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ ๒ แตไ่ มเ่ กินร้อยละ ๕ โดยจะตอ้ งมตี วั อย่างรวมกนั ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ หนว่ ย
(๔.3.3) ให้ชักตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มจากของกลางที่มี ชนิด ขนาด ย่ีห้อและ
เคร่ืองหมายการค้า เดียวกัน สาหรับของกลางท่ีมี ชนิด ขนาด ย่ีห้อ และเครื่องหมายการค้าแตกตา่ งกัน ให้ทาการ
สมุ่ ชกั จากของ กลางทุกลกั ษณะ
(๔.3.4) เมื่อได้ทาการชักตัวอย่างเสร็จแล้ว ให้เจ้าหนา้ ท่ีผ้ทู าการชักตัวอยา่ ง
ทารายงานแจ้ง รายละเอยี ดเกี่ยวกับตัวอย่างและปริมาณตวั อยา่ งพร้อมท้ังลงลายมือช่ือ วัน เดอื น ปี ท่ีทาการ แลว้
ใหส้ ่ง รายงานพรอ้ มตวั อย่างให้เจ้าหน้าท่ีวิเคราะหส์ ินคา้ โดยพลัน
(๔.3.5) ให้เจ้าหน้าท่ีวิเคราะห์สินค้าทาการวิเคราะห์สภาพของตัวอย่างให้
แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทาการ นับแต่วันท่ีได้รับรายงานและตัวอย่างของกลางแล้วให้ส่งผลวิเคราะห์ให้หน่วยงาน
ของกลางทราบโดยพลัน ทั้งนี้ ให้ ระบุกาหนดระยะเวลาที่ตัวอย่างยังคงมีสภาพใช้ได้ตามผลการวิเคราะห์ไว้ใน
รายงานผลการวเิ คราะหใ์ ห้ชัดเจนด้วย
45
(๔.3.6) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรืองานคดีและ
ของกลางของด่านศุลกากรทาการจาหน่ายของกลางประเภทอาหารท่ีได้ทาการวิเคราะห์แล้วน้ัน ภายในกาหนด
ระยะเวลาท่ีหนว่ ยงาน วิเคราะห์สินคา้ ได้ระบุไวต้ ามข้อ
(๔.3.7) หากไม่อาจจาหน่ายได้จนล่วงพ้นกาหนดระยะเวลาดังกล่าว และ
ประสงค์จะนาออกจาหน่ายใหม่ จะต้องทาการชักตัวอย่างส่งวิเคราะห์ใหม่ โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังกล่าว
ขา้ งต้น
(5) ผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพ
(๕.1) ผลิตภัณฑ์สุขภาพ หมายถึง ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เคร่ืองมือแพทย์
เคร่ืองสาอาง วัตถุอันตรายและวัตถุเสพติดตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยาที่ กรมศลุ กากรจับกมุ หรือยึดไว้
(๕.2) การทาลายของกลางทเ่ี ป็นผลิตภัณฑ์ สุขภาพทีก่ รมศุลกากรได้ จับกุมหรือยึด
ไว้ ใหแ้ จ้งขอ้ มูลเกย่ี วกับประเภท ปรมิ าณ มลู ค่าและผลการทาลายใหส้ านักงานคณะกรรมการอาหารและยาทราบ
ทกุ ครง้ั
(๕.3) กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีกรมศุลกากรได้จับกุม
หรือยึดไว้ ซ่ึงมี การตกลงแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างอ่ืน หรือมีข้อตกลงหรือระเบียบเฉพาะเร่ืองน้ัน ๆ ได้กาหนดไว้
แล้ว ใหเ้ ป็นไป ตามขอ้ ตกลงหรอื ระเบียบทีไ่ ด้กาหนดไวน้ นั้
(๕.4) ในกรณที ี่มปี ัญหาในการปฏิบัตใิ ห้หารอื เจา้ หน้าทีป่ ระจาด่านอาหารและยา
(๕.5) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอาหารที่มีลกั ษณะดังต่อไปนี้ ให้จาหน่ายโดยวธิ ีการ
ทาลาย
(๕.5.1) อาหารทมี่ ลี กั ษณะและ/หรือผลการตรวจวเิ คราะห์เขา้ ขา่ ย
(๕.5.2) อาหารไม่บริสุทธิ์ตามความในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติ
อาหาร พ.ศ.2522
(๕.5.3) อาหารปลอม ตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ. 2522
(๕.5.4) อาหารผิดมาตรฐาน ตามความมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติ
อาหาร พ.ศ.2522
(๕.5.5) อาหารท่ีมีฉลากเก่าเลอะเลอื น
(๕.5.6) อาหารทมี่ ีภาชนะบรรจชุ ารดุ
(๕.5.7) อาหารท่ีเส่ือมสภาพไปจากเดิมเท่าท่ีสังเกตพบเห็นได้โดยวิธี
ธรรมชาติ
(๕.5.8) อาหารท่ีมีการแสดงฉลากระบุ วัน เดือน ปี ที่หมดอายุการบริโภค
หรอื วนั เดอื นปี ที่ควรบรโิ ภคกอ่ น ซึ่งไดล้ ่วงเลยกาหนดตามทรี่ ะบุไวด้ งั กล่าว
(๕.5.9) อาหารท่มี ีผลการวเิ คราะห์แสดงวา่ เปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพ
(๕.6) ผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพท่ีเปน็ อาหารสดและพืชผลทางการเกษตร เชน่ เนอื้ สัตวแ์ ช่
แข็ง แมงกะพรุนสด หอม กระเทียม พริก ผลไม้สด เป็นต้น ซ่ึงไม่มีลักษณะของอาหารที่ต้องทาลายหรือส่งมอบ
สว่ นราชการ ใหด้ าเนินการจาหนา่ ยไดโ้ ดยวิธีการอน่ื
(๕.7) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอาหารที่มีลักษณะต่อไปนี้ให้ขอความร่วมมือ
เจา้ หนา้ ทป่ี ระจา ด่านอาหารและยาเก็บตัวอย่างสง่ วิเคราะห์ เมอ่ื ปรากฏผลการตรวจวิเคราะห์ว่าอาหารดังกล่าวไม่
เป็นอันตราย ตอ่ สุขภาพให้จาหนา่ ยโดยการขายปันสว่ น ได้แก่
(๕.7.1) อาหารทไ่ี ม่มฉี ลากปดิ หรอื ฉลากไมค่ รบถ้วน
46
(๕.7.2) อาหารทห่ี ลักฐานการนาเขา้ หรือเอกสารอ่ืนประกอบขดั แย้งกันเอง
หรอื ไม่มี ความชัดเจนในเรื่องช่ือผู้นาเข้าและประเทศผผู้ ลติ
(๕.8) ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเป็นอาหารห้ามนาเข้าหรือนาเข้าโดยไม่ถูกต้องและเป็น
อาหารท่ีต้อง ทาลายโดยวิธีการเฉพาะ เช่น BSE. DIOXIN ให้ขออนุมัติอธิบดีสั่งให้ส่งคืนประเทศต้นทางโดยความ
สมัครใจ ของผู้นาเข้าเปน็ อันดับแรก แตถ่ ้าไมส่ ามารถสง่ คืนประเทศตน้ ทางได้ไมว่ ่าดว้ ยเหตุใด ให้ดาเนนิ การตามท่ี
อธบิ ดี หรือผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมายเหน็ สมควร โดยถือวา่ เป็นการจาหน่ายโดยวธิ อี ืน่ ตามอนมุ ัตอิ ธิบดี
(๕.9) ผลติ ภัณฑ์สุขภาพทเ่ี ปน็ ยาในลักษณะดงั น้ี
(๕.9.1) ยาที่ไมม่ ีฉลากปดิ
(๕.9.2) ยาที่มีฉลากเก่าเลอะเลอื น
(๕.9.3) ยาท่ีเส่ือมคุณภาพแล้ว ซึ่ง คาว่า “ยาท่ีเสื่อมคุณภาพ” ให้
หมายความรวมท้งั
(๕.9.3.1) ยาทีส่ ้นิ อายุตามท่แี สดงไวใ้ นฉลาก
(๕.9.3.2) ยาท่ีเสื่อมสภาพไปจากเดิมอย่างเหน็ ได้ชัด
(๕.9.3.3) ยาท่ีตรวจวิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่ามีตัวยาต่ากว่า
มาตรฐานจนจดั เป็นยาปลอมหรือยาผิดมาตรฐานตามพระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ. 2510 ใหห้ น่วยงานที่จบั กมุ หรือยึด
ไว้จดั ส่งตวั อยา่ งยาให้หนว่ ยงานวิเคราะห์สนิ คา้ ตรวจสอบ หรอื ใหพ้ นกั งานศุลกากรผูม้ ีหนา้ ทว่ี ิเคราะหส์ นิ คา้ ช่วยทา
การวเิ คราะหต์ รวจสอบยาท้งั จานวนนัน้ เสยี กอ่ นตามความเหมาะสมแกก่ รณี
หากปรากฏว่ายาของกลางรายใดเส่ือมคุณภาพหรือเป็นยาที่เข้า
ลักษณะข้อหน่ึงข้อใดดังกล่าวข้างต้น หรือเป็นยาที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่มีทะเบียนตาหรับยา ให้เสนอ
ผ้อู านวยการสานกั หรือ สานกั งาน หรอื นายด่านศุลกากรเพ่ือสงั่ การให้คณะกรรมการทาลายของกลางรบั ไปทาลาย
ต่อไป แต่ถ้ายารายใดยังมีคุณภาพดี มีทะเบียนตาหรับยาและไม่เป็นยาท่ีเข้าลักษณะข้อหน่ึงข้อใดดังกล่าวข้างต้น
เม่ือยาของกลางได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้วก็ให้แจ้งให้คณะกรรมการอาหารและยาช่วยทาการตรวจสอบและส่ง
เจ้าหนา้ ท่มี ารับ ยาของกลางจากกรมศลุ กากรเพือ่ นาไปใชใ้ นราชการต่อไป
(๕.10) ผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีเป็นเครื่องมือแพทย์ท่ีมีลักษณะดังต่อไปน้ี ให้จาหน่าย
โดยวธิ ีการ ทาลาย
(๕.1๐.1) เครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา ๑๗ แห่ง
พระราชบญั ญตั เิ ครื่องมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.2) เครื่องมือแพทย์ท่ีไม่ได้แจ้งรายละเอียดตามมาตรา ๑๙ หรือ
๒๗ (๑) (๕) เฉพาะกรณีเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย วิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพมาตรฐาน (๖) และ (๗) แห่ง
พระราชบัญญัติ เคร่อื งมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.3) เคร่ืองมือแพทย์ท่ัวไปที่ห้ามนาเข้าตามประกาศกระทรวง
สาธารณสขุ ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๔๙) แห่งพระราชบัญญัติเคร่ืองมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๓๑
(๕.1๐.4) เครื่องมือแพทย์ท่ีไม่ทราบแหล่งท่ีมาชัดเจน หรือไม่มีการแจ้ง
ชือ่ ผู้ผลติ และ แหลง่ ผลติ
(๕.1๐.5) เคร่ืองมือแพทย์ปลอมตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติ
เครื่องมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.6) เครื่องมือแพทย์ท่ีมีคุณภาพต่ากว่าตามมาตรฐานตามมาตรา
๔๘ แหง่ พระราชบัญญตั เิ ครือ่ งมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
(๕.1๐.7) เครื่องมือแพทย์ที่เสื่อมคุณภาพตามมาตรา ๔๙ แห่ง
พระราชบญั ญัติเครือ่ งมอื แพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑
47
(๕.1๐.8) เครื่องมือแพทย์ท่ีไม่ปลอดภัยในการใช้ตามมาตรา ๕๐ แห่ง
พระราชบญั ญัติ เครือ่ งมือแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในกรณที ไ่ี มส่ ามารถดาเนินการทาลายเคร่ืองมือแพทยด์ งั กลา่ วได้ ให้
ขออนมุ ตั อิ ธิบดีหรือผู้ซง่ึ อธบิ ดีมอบหมาย ส่งั ให้สง่ คืนประเทศตน้ ทางโดยความสมัครใจของผู้นาเข้าเป็นอันดับแรก
แต่ถ้าไม่สามารถ ส่งคืนประเทศต้นทางได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ดาเนินการตามท่ีอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
เห็นสมควร
(๕.๑๑) ผลิตภัณฑ์สขุ ภาพทเ่ี ป็นเครอื่ งสาอางทม่ี ีลักษณะดงั ต่อไปน้ี ใหจ้ าหนา่ ยโดย
วธิ ีการทาลาย
(๕.๑๑.1) เครอ่ื งสาอางทม่ี ีฉลากเกา่ เลอะเลือน
(๕.๑๑.2) เคร่ืองสาอางที่เสอื่ มคุณภาพ เช่น เคร่ืองสาอางที่ระบุ วัน เดอื น
ปี ทส่ี ้ินสดุ อายกุ ารใชง้ านหรอื เครือ่ งสาอางทเ่ี ส่ือมสภาพไปจากเดิมเท่าท่ีสังเกตพบเหน็ ไดโ้ ดยวิธีธรรมชาติ
(๕.๑๑.3) เคร่ืองสาอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้เครื่องสาอางปลอม
เคร่ืองสาอาง ผิดมาตรฐานตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติเคร่ืองสาอาง พ.ศ.
2535
(๕.๑๒) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นเครื่องสาอางที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ให้ขอความ
ร่วมมือเจ้าหน้าที่ ประจาด่านอาหารและยาเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์ เมื่อปรากฏผลการตรวจวิเคราะห์ว่า
เคร่ืองสาอางดังกลา่ ว ไม่เปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ ใหจ้ าหน่ายโดยการขายปันส่วน ไดแ้ ก่
(๕.๑๒.1) เคร่ืองสาอางไม่มีฉลากภาษาไทยหรือฉลากไม่ครบถ้วนตาม
ประกาศ
(๕.๑๒.2) เครื่องสาอางท่ีหลักฐานการนาเข้าหรือเอกสารอ่ืนประกอบ
ขดั แยง้ กนั เอง หรอื ไมม่ ีความชดั เจนในเรอ่ื งช่ือผู้นาเขา้ และประเทศผู้ผลิต
(๕.๑๓) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เปน็ วตั ถอุ ันตรายที่มลี กั ษณะดังต่อไปน้ี ให้จาหนา่ ยโดย
วธิ กี ารทาลาย
(๕.๑๓.1) วตั ถุอนั ตรายชนิดท2ี่ และ 3 ทไี่ ม่มีฉลากปิดหรือฉลากไม่ครบถว้ น
(๕.๑๓.2) วตั ถอุ ันตรายชนดิ ท่ี 2 และ 3 ท่มี ีฉลากเลอะเลือน
(๕.๑๓.3) วตั ถุอนั ตรายชนิดท่ี 2 และ 3 ทเี่ สื่อมคณุ ภาพ ผดิ มาตรฐาน ปลอม
(๕.๑๓.4) วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และ 3 ที่ไม่มีเลขทะเบียน (ไม่ได้ขอข้ึน
ทะเบียน ถูกต้อง) หรือถูกส่ังเพิกถอนทะเบียน หากไม่สามารถทาลายได้โดยวิธีการปลอดภัยต่อประชาชนและ
ทราบแหลง่ ท่ีมา ใหข้ ออนุมตั ิ อธิบดสี งั่ ใหส้ ง่ คนื ประเทศต้นทางโดยความสมัครใจของผนู้ าเข้าเป็นอนั ดับแรก แต่ถ้า
ไมส่ ามารถสง่ คนื ประเทศ ตน้ ทางได้ไม่วา่ ด้วยเหตุใด ให้ด าเนินการตามทีอ่ ธิบดีหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมายเห็นสมควร
โดยถือวา่ เปน็ การ จาหนา่ ยโดยวิธอี ่นื ตามอนมุ ตั อิ ธบิ ดี
(๕.๑๓.๕) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นวัตถุอันตรายท่ีเป็นวัตถุอันตราย
ประเภทท่ี ๔ (ห้ามนาเข้า ห้ามส่งออก) ให้ขออนุมัติอธิบดีสั่งให้ส่งคืนประเทศต้นทาง โดยถือว่าเป็นการจาหน่าย
โดยวิธีอื่นตามอนุมัติ อธบิ ดี
(๕.๑๓.๖) ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นวัตถุเสพติดให้ดาเนินการตามระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการจับ ยึด และตรวจพสิ ูจน์ยาเสพติด พ.ศ. 2537 ยกเว้นยาเสพติดให้โทษประเภท 3
ใหก้ รมศลุ กากร ดาเนินการทาลายทงั้ หมด
(๖) วิทยสุ ่ือสาร
(๖.1) วทิ ยุสอื่ สารหรืออปุ กรณ์ทม่ี ีสภาพชารดุ หรือไม่เหมาะสมทจ่ี ะใช้ในราชการ ให้
จาหน่ายโดยวิธีทาลาย
48
(๖.2) ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจใดมีความประสงค์จะซ้ือวิทยุส่ือสารจากกรม
ศุลกากรให้แจ้งความประสงค์ต่อกรมศุลกากรพร้อมทั้งระบุรายละเอียดแห่งของ ชนิด ยี่ห้อ รุ่น และจานวน ฯลฯ
ต่อ กรมศุลกากรด้วย โดยให้การจาหน่ายโดยการขายให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนี้ถือเป็นการจาหน่ายของ
กลางโดยวิธีการอื่นตามอนุมัตอิ ธิบดี
(๖.3) กรณีส่วนของกลาง สานักสบื สวนและปราบปรามเปน็ หนว่ ยงานของกลาง ให้
พิจารณานาเสนออธิบดีอนุมัติ
(๖.4) กรณหี นว่ ยงานของกลางของสานักงานหรือดา่ นศุลกากร อธบิ ดีมอบหมายให้
ผอู้ านวยการสานกั หรอื นายด่านศลุ กากรพจิ ารณาอนมุ ตั ิ
(๖.5) ให้ขายวิทยุส่ือสารของกลางท่ีตกเป็นของแผ่นดินแล้วให้แก่ส่วนราชการหรือ
รฐั วิสาหกิจ ตามลาดับก่อนหลงั ในราคาร้อยละ ๔๐ ของราคาประเมินรวมค่าภาษีอากร เว้นแต่เปน็ สว่ นราชการที่มี
หน้าท่ี รบั ผดิ ชอบเกี่ยวกับความมนั่ คงหรือเกี่ยวกับราชการทีส่ าคญั ใหส้ ่วนของกลาง สานกั สืบสวนและปราบปราม
หรือ งานคดแี ละของกลาง ของด่านศุลกากร นาเสนออธิบดีหรอื ผู้อนมุ ตั กิ ารจาหน่ายของกลาง
(๖.6) ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและปราบปราม หรืองานคดีและของกลาง
ของด่านศุลกากร แจ้งส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่ซ้ือของกลางดังกล่าว นาใบเสร็จรับเงินที่กรมศุลกากรออกให้
ไปขอจดทะเบียนการใช้วิทยุส่ือสารกับสานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแหง่ ชาติ (กสทช.) ตอ่ ไป
(๖.7) สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ให้จาหน่ายโดยวิธีการทาลายและต้อง
ตรวจนับของกลาง กอ่ นการทาลายทุกครั้ง
๘.7.14 หลักเกณฑ์การขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอ่ืนก่อนของกลางจะตกเป็นของแผ่นดิน
ประมวลระเบยี นปฏิบัติฯ 7 05 06 ๑๑
อธิบดีหรือผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย มีอานาจจาหน่ายของกลางก่อนตกเป็นของแผ่นดินได้
ตามความในพระราชบัญญตั ิศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๑ โดยตอ้ งจาหน่ายโดยวธิ ีการขายทอดตลาด หรอื วิธีการ
ขายวธิ ีอน่ื เพอื่ ใหม้ ีเงินถือไวแ้ ทนของ ทั้งนี้ ของกลางที่อาจขายได้ก่อนตกเป็นของแผน่ ดินจะต้องเป็นของกลาง ดังนี้
(1) ของสดของเสียได้หมายความว่า ของท่ีหากปล่อยไว้ในสภาพธรรมชาติจะ
เสื่อมสภาพ หรือ เสียหายทั้งหมดหรอื บางส่วน หรือเส่ือมคุณสมบัติเดิมจนไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เช่น ผัก
ผลไม้ เน้ือสตั ว์ หรอื ปลา เป็นต้น
(2) ของซ่ึงถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หมายความว่า ของท่ีหาก
จาหน่ายล่าช้าจะเส่ียง ความเสียหายต่อประโยชน์ของทางราชการ เช่น ของท่ีมีเวลาหมดอายุ ของท่ีนิยมกันทั่วไป
ในช่ัวระยะเวลาหนึ่ง ของท่ีอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เคร่ืองสาอาง หรือของประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือ
อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ เป็นตน้
(3) ของซึ่งค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร หมายความว่า ของที่มีค่าใช้จ่าย
ในการเก็บ รกั ษาหรือดูแลมากเกนิ ราคาประเมนิ ของกลางรวมค่าภาษีอากรทุกประเภท หรอื จาหน่ายแล้วเป็นท่ีแน่
ชดั ว่าจะ ไม่คมุ้ คา่ ภาระติดพนั เช่น ของท่ีตอ้ งเก็บรักษาไวใ้ นห้องควบคุมอณุ หภูมิ ของท่ีต้องเก็บรักษาโดยวธิ เี ฉพาะ
หรือ ของท่ีต้องจา่ ยคา่ เช่าพ้นื ที่เพ่ือเกบ็ รักษาสูง เป็นต้น
๘.7.15 วิธีการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอ่ืนก่อนของกลางจะตกเป็นของแผ่นดิน ประมวล
ระเบียบปฏบิ ัติฯ 7 05 06 ๑๒
การขายของกลางไปก่อนคดีถึงท่ีสุดให้ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน อาจทาให้ขาด
พยานหลักฐานและ เกิดผลเสียหายแก่รูปคดี เพราะคดีในลักษณะดังกล่าวจาเป็นต้องรักษาของกลางไว้เพ่ือพิสูจน์
ข้อเท็จจริง แต่หากจะเก็บรักษาของกลางรอไว้จนกระท่ังคดีถึงท่ีสุด จะทาให้รัฐและผู้เกี่ยวข้องสูญเสียประโยชน์
เพราะของ กลางอาจเสยี ได้ หรอื จะเป็นการเสีย่ งความเสียหาย หรอื ค่าใชจ้ า่ ยในการเกบ็ รกั ษามากเกินสมควร
49
ฉะน้ัน เพื่อเป็นการรกั ษาผลประโยชน์ของรฐั และผู้เกย่ี วขอ้ ง จึงให้ถอื ปฏิบตั ิ
(1) การขออนมุ ัติขายของกลางก่อนตกเป็นของแผ่นดนิ
(๑.1) ถ้าพนักงานศุลกากร พิจารณาเห็นว่า ของกลางรายใดเป็นของสดของเสียง่าย
หรือถ้า หน่วงชา้ ไว้เป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใชจ้ ่ายในการเกบ็ รักษาจะมากเกนิ สมควร ใหเ้ สนอผซู้ ึ่งอธิบดี
มอบหมาย เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ัติขายก่อนคดถี ึงทส่ี ดุ ดังนี้
(๑.2) ในกรณีมีเหตุจาเป็นอย่างยิ่งและที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าการที่จะรายงานและรอ
รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมายไม่ทันแก่การที่ของจะเสียหายแล้ว ให้จัดการจาหน่ายไปก่อนแล้ว
รายงาน อธิบดีหรือผ้ซู ึ่งอธบิ ดมี อบหมายอนมุ ัตภิ ายหลัง
(๑.3) ก่อนที่จะดาเนินการตามข้อ (๑) หรือ (๒) น้ัน ในกรณีที่มีการส่งตัวผู้ต้องหา
ให้ พนักงานสอบสวนดาเนนิ คดี หากสามารถตดิ ต่อพนกั งานสอบสวนได้โดยสะดวกแล้ว ก็ให้ขอความเห็นเสียกอ่ น
โดยอาจทาเป็นบันทึกหรือหนังสือโต้ตอบประกอบเร่ืองไว้ก็ได้ แต่ท้ังน้ีให้เป็นที่เข้าใจว่า เพื่อเป็นการประสานงาน
ระหว่างกันเท่าน้ัน หากพนักงานสอบสวนไม่เห็นด้วย หรือไม่ตอบให้ทราบในเวลาสมควรอันอาจเป็นเหตุให้ไม่ ทัน
แก่การที่ของจะเสียหายแล้ว ให้ดาเนินการตามข้อ (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณีไปได้ โดยแจ้งผลของการติดต่อกับ
พนกั งานสอบสวนไปใหท้ ราบ พรอ้ มกับรายงานขออนุมัติขายของกลาง
(2) ก่อนทจ่ี ะขายของกลาง ใหด้ าเนินการดงั นี้
(๒.1) ถ่ายภาพของกลางท่ีกองรวมไว้ทั้งหมด อย่างน้อย ๑ ภาพ หากสถานท่ีไม่
อานวยทจ่ี ะทาเช่นน้นั ได้ ก็ใหถ้ ่ายภาพแต่ละด้านหรือแตล่ ะมมุ ของกองของกลางตามท่ีเห็นด้วย
(๒.2) ของกลางที่มีจานวนมากและต่างชนิดกัน ให้แยกกองรวมไว้แต่ละประเภท
และถา่ ยภาพ กองของกลางแตล่ ะชนิดใหม้ องเหน็ ได้อยา่ งชดั เจน
(๒.3) ถ้าสามารถจะทาไดโ้ ดยไม่เกดิ ความเสยี หายมากนัก ให้เก็บรกั ษาตวั อยา่ งของ
กลางไว้ชนิดละ ๑ ช้ิน ส่วนหีบห่อหรือส่ิงห่อหุ้มภายนอกก็ให้เก็บรักษาไว้ตามจานวนพอสมควร ทั้งน้ี เพื่อเป็น
หลกั ฐานให้ ทราบสภาพความเปน็ จริงในขณะกระทาผดิ
(๒.4) ให้ทาบนั ทกึ อธิบายลักษณะของของกลาง หีบหอ่ วิธีบรรจุ ฯลฯ โดยละเอียด
เพ่ือใหเ้ กิด ประโยชน์แกร่ ูปคดมี ากที่สดุ
(3) เงินที่ขายไดใ้ หร้ ับชาระเปน็ เงนิ ประกัน และถอื เงินไว้แทนของ และให้จัดการดงั นี้
(๓.1) กรณีผลคดีถึงที่สุดส่ังให้ริบของกลางเป็นของแผ่นดินให้ส่วนของกลาง สานัก
สืบสวนและ ปราบปราม หรืองานคดีและของกลางของด่านศุลกากร ออกใบส่ังผลักประกันในระบบ และแจ้ง
หน่วยงาน การเงนิ ที่รับผดิ ชอบทราบ เพอ่ื ผลักเป็นรายไดแ้ ผ่นดนิ ตอ่ ไป
(๓.2) กรณีผลคดีถึงท่ีสุดให้คืนของกลาง ให้ส่วนของกลาง สานักสืบสวนและ
ปราบปราม หรือ งานคดีและของกลางของดา่ นศลุ กากร แจง้ หนว่ ยงานการเงินทรี่ ับผิดชอบ ออกเช็คสั่งจ่ายตามผล
คดีแทนการ คนื ของกลาง และบันทึกขอ้ มูลในระบบของกลางให้ครบถ้วน
(๔) เมื่อดาเนินการจาหน่ายของกลางที่ได้รับอนุมัติจาหน่ายของกลางแล้ว หัวหน้าฝ่าย
หัวหน้างาน หรือเจ้าหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายออกใบส่ังเก็บ (แบบท่ี 150 ค) ในระบบงาน Receipts & Payment
จานวน 2 ฉบบั (การเงนิ และบญั ชเี ก็บเปน็ หลกั ฐาน 1 ฉบบั , แนบแฟม้ คดี 1 ฉบับ)
(๕) นาใบสัง่ เก็บ (แบบที่ 150 ค) พรอ้ มเงินจากการจาหน่ายของกลางไปส่งมอบให้งาน
การเงนิ และบญั ชี เพ่ือดาเนนิ การออกใบเสร็จรับเงิน กศก. 122
8.7.17 คาส่ังกรมศุลกากร ท่ี 472/2562 เรื่อง มอบอานาจให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรม
ศุลกากร ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ขออนมุ ัติจาหนา่ ยของกลางโดยวิธกี ารต่างๆ ซึ่งผู้มอี านาจอนมุ ตั กิ ารจาหนา่ ย
ข้อ 11.2 การอนุมัติวิธีจาหน่ายและการอนุมัติขายของกลางตามมาตรา 170 แห่ง
พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 แตล่ ะคดี ซง่ึ มีราคารวมคา่ ภาษอี ากรทุกประเภท ดงั นี้
50
1. นายด่านศุลกากร ไม่เกิน 7,000,000.00 บาท
2. ข้าราชการในตาแหน่งประเภทวิชาการระดับชานาญการพิเศษ ไม่เกิน
5,000,000.00 บาท
3. ข้าราชการตาแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชานาญการ ไม่เกิน
3,000,000.00 บาท ท้ังนี้ให้ข้าราชการใน (1) (2) และ (3) อนุมัติจาหน่ายของกลางโดยวิธีทาลายหรือส่งมอบ
ให้สว่ นราชการได้ในวงเงินไม่เกนิ 1,000,000.00 บาท
8.8 กฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ งในขั้นตอนการปดิ แฟม้ คดี
๘.8.1 ประมวลระเบยี บปฏิบัตฯิ 7 0๕ 07 01 บัญชีของกลาง
(1) ให้หน่วยงานของกลาง จัดทาบัญชีของกลาง (แบบท่ี 463) ตามแบบแนบท้าย
ประมวลฯ บทนี้ และบนั ทึกขอ้ มลู ในระบบของกลางให้ครบถ้วน
(2) เอกสารประกอบบญั ชที ีต่ ้องเกบ็ รกั ษาไว้ ณ หนว่ ยงานของกลาง คือ
(๒.1) สาเนาหนงั สือนาสง่ ใหเ้ ก็บเรียงไวต้ ามลาดบั เลขทรี่ ับของ
(๒.2) สาเนาใบประเมินราคาสินค้า ให้เก็บเรียงไว้ตามลาดับเช่นเดียวกับเอกสาร
ตามขอ้ (๒.๑)
(๒.3) สาเนาบันทึกหน่วยงานคดีสั่งคืนของกลาง ให้เก็บเรียงไว้ตามลาดับวัน เดือน
ปที ี่รับแจง้
(๒.4) บันทึกการอนุมตั ิการทาลาย ใหเ้ กบ็ เรยี งไว้ตามลาดับ วัน เดือน ปที ี่ไดร้ บั อนุมัติ
(๒.5) สาเนาบันทกึ การปดิ แฟม้ เรื่อง ให้เก็บเรียงไวต้ ามลาดบั วัน เดือน ปี ทีป่ ดิ แฟ้ม
เอกสาร
(3) เอกสารทั้งหมดท่ีกล่าวมาน้ีจะต้องลงเลขท่ีและวัน เดือน ปี ที่รับของกากับไว้ทุกฉบับ
เพ่ือความสะดวก ในการตรวจสอบภายหลัง
8.8.2 ประมวลระเบียบฯ 7 05 07 03 การปดิ แฟ้มคดี
(1) ของกลางท่ีจาหน่ายหมดแล้วไม่ว่าจะโดยการจาหน่ายโดยวิธีใดก็ตาม ให้หน่วยงาน
ของกลาง รวบรวมหลกั ฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องแลว้ ทาบนั ทึกแจง้ ผลการจาหน่ายไปหนว่ ยงานคดี บันทึกน้ีให้มี
สาเนา 1 ฉบับ เพ่ือเก็บไว้เปน็ หลักฐาน ณ หน่วยงานของกลาง
(2) ใหห้ นว่ ยงานของกลางบนั ทกึ ปดิ บัญชีคลงั ของกลางในระบบของกลาง พรอ้ มทงั้ บันทึก
วนั เดอื น ปี ท่ีปิดแฟ้มเรอื่ งสง่ หน่วยงานคดไี ว้ในบัญชีของกลาง
๙. ระบบตดิ ตามประเมินผล
๙.๑ การปฏบิ ัตงิ านดา้ นคดีศลุ กากรและของกลาง เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขั้นตอนที่เกยี่ วข้อง อยา่ ง
ถกู ต้องและครบถ้วน
๙.๒ การปฏิบัติงานดา้ นคดศี ลุ กากรและของกลาง เปน็ ไปตามตวั ชว้ี ัด หรอื มาตรฐานท่กี าหนด
10. เอกสารอา้ งองิ
9.1 พระราชบญั ญตั ิศุลกากร พ.ศ. 2560
9.2 ประมวลระเบียบปฏิบัตศิ ลุ กากร พ.ศ. 2560