4. เนื้อหาสาระ 4.1 หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้านับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านชิ้นหนึ่งที่มีเกือบทุกบ้านที่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจาก ความสะดวกในการหุงข้าว ราคาไม่แพง และมีความคงทน ถ้าใช้อย่างระมัดระวังและถูกต้องตามหนังสือคู่มือ จะใช้ได้นานหลายๆ ปีทีเดียว เพราะความนิยมแพร่หลายของหม้อหุงข้าวไฟฟ้านี่เอง จึงมีหลายบริษัทที่ผลิตขึ้นมาจำหน่าย ดังนั้นแต่ ละยี่ห้อจึงแตกต่างกันทั้งโครงสร้างและการทำงาน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะคล้ายคลึงกัน ถ้าเข้าใจการทำงาน พื้นฐานของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็สามารถที่จะซ่อมได้ไม่ยาก จุดสาคัญของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า คือ ระบบควบคุมความร้อนในการหุงข้าว ซึ่งปัจจุบันมี 2 ระบบ คือ ระบบไมเม็ททอล เป็นการควบคุมความร้อนที่ใช้ไบเม็ททอลไปตัดต่อหน้าสัมผัส ซึ่งเป็นทางผ่านของ กระแสไฟฟ้าเข้าในลวดความร้อน ระบบใช้คุณสมบัติของแม่เหล็กถาวรร่วมกับไบเม็ททอล (สวิทซ์แม่เหล็ก) เป็นระบบที่ใช้ไบเม็ททอล รูปจานวงกลมงอตัวไปดันก้านเหล็กซึ่งมีสปริงยุบตัว โดยอาศัยแรงดูดของแม่เหล็ก ทาให้แรงดันสปริงเอาชนะ แรงดูดของแม่เหล็กดีดก้านเหล็กไปตัดกลไกไฟฟ้าอีกที เมื่อกดสวิทซ์ของหม้อหุงข้าว จะทำให้ก้านทองเหลืองถูกดันขึ้นไปพร้อมกับแผ่นเหล็ก แม่เหล็กจะดุด แผ่นเหล็กเอาไว้ขณะเดียวกันความร้อนจากหม้อหุงข้าวจะถ่ายเทให้กับไบเม็ททอล
เมื่อไบเม็ททอลร้อนมากขึ้น จะงอตัวลงไปดันก้านทองเหลือง ทาให้สปริงเอาชนะแรงดูดของแม่เหล็ก ดันให้แผ่นเหล็กและก้านทองเหลืองหลุดลงมาและก้านทองเหลืองนี้ก็จะไปตัดกลไกไฟฟ้าอีกทีหนึ่ง 4.2 ส่วนประกอบของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า 4.2.1 ฝาหม้อ ทำด้วยอลูมิเนียม หรือสแตนเลส ทาหน้าที่ปิดหม้อใน ป้องกันความร้อนสูญ หายไป 4.2.2 หม้อใน ทำหน้าที่รับความร้อนจากแผ่นความร้อน เพราะฉะนั้นส่วนก้น หม้อที่สัมผัสกับแผ่นความร้อนจึงมีความสำคัญต่อการหุงข้าวมาก เช่น หุงข้าวไม่สุก หรือข้าวแฉะก็เนื่องมาจาก ก้นหม้อในไม่สมบูรณ์ 4.2.3 ลวดความร้อนชุดหุง ไส้ทำด้วยลวดนิโครม หรือเหล็กโครเมี่ยม อัดด้วยผลซิลิก้า (Mg O1) อยู่ในท่อเหล็กซึ่งขดเป็นวงแล้วหุ้มด้วยสาระประกอบอลูมิเนียม (alloy) หล่อเป็นแผ่นรูปร่างต่างๆ 4.2.4 หม้อนอก ทำด้วยแผ่นเหล็กปั๊มขึ้นรูป แล้วล้างสนิมและเคลือบสังกะสีจึงพ่นสี 4.2.5 ชุดควบคุมความร้อน ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิในการหุงข้าว เป็นส่วนที่สำคัญมาก 4.2.6 สวิทซ์ ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้าของแผ่นความร้อน หรือตัดวงจรของไส้อุ่นอย่างเดียว แล้วแต่วงจรของหม้อรุ่นต่างๆ 4.2.7 ลวดความร้อนชุดอุ่น ทำหน้าที่ให้ความร้อนในการอุ่นข้าว
4.3 การถอดชิ้นส่วนเพื่อศึกษาการทำงานและส่วนประกอบโดยละเอียด หม้อหุงข้าวต้นแบบที่ใช้ศึกษา จะใช้ของชาร์ป รุ่น KSH-182 - เริ่มศึกษาส่วนประกอบต่าง ๆ โดยถอดชิ้นส่วนขึ้นมาทีละชิ้น
- จากนั้นคว่ำหม้อหุงข้าวไฟฟ้าลง และถอดสกรู (1) , (2), (3), (4) ซึ่งขารองหม้อหุงข้าวและฝาท้ายจะ หลุดออกมา - พลิกหม้อหุงข้าวขึ้น และใช้ไขควงขันสกรูฝาครอบสวิทซ์และหลอดไฟออกมาจากด้านใน (5) แต่ ระวังน๊อตซึ่งอยู่ด้านนอกจะหล่น - จากนั้นใช้ไขควรขันสกรู(6) และ (7) จากด้านในของท้ายหม้อหุงข้าว ซึ่งจะทาให้ขั้วหัวเสียบของ ปลั๊กหลุดออกมาได้
- ดึงฝาครอบสวิทซ์และหลอดไฟออก จากนั้นค่อยๆ ประคองฐานรองลวดความร้อนขึ้นมา รายละเอียดด้านข้างของฐานรองลวดความร้อน
- ชุดควบคุมความร้อนของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ชุดควบคุมความร้อนของหม้อหุงข้าวรุ่นนี้ใช้ระบบสวิทซ์แม่เหล็ก 4.4 การทำงานของชุดควบคุมความร้อน สวิทซ์แม่เหล็กปกติจะโผล่พ้นลวดความร้อนออกมาเล็กน้อย เนื่องจากถูกดันด้วยสปริงด้านนอกของ สวิทซ์แม่เหล็ก ดังนั้นถ้าหากยังไม่ตั้งหม้ดชั้นในลงบนลวดความร้อน ถ้าไปกดสวิทซ์ แม่เหล็กและแผ่นเหล็กจะ อยู่ห่างกันมาก จนแม่เหล็กดูดแผ่นเหล็กไม่ได้ เมื่อปล่อยสวิทซ์สปริงด้านในก็จะดันแผ่นเหล็กลงมา ดังนั้นหม้อ หุงข้าวจึงไม่ทำงานถ้าไม่มีหม้อชั้นในวางอยู่บนลวดความร้อน เมื่อตั้งหม้อชั้นในลงบนลวดความร้อน หม้อชั้นในจะทับสวิทซ์แม่เหล็ก ทำให้สวิทซ์แม่เหล็กเลื่อนลงมาอยู่ใน ระดับเสมอกับลวดความร้อน เมื่อกดสวิทซ์ แม่เหล็กก็จะดูดแผ่นเหล็กได้ ทาให้สวิทซ์ค้างแม่จะปล่อยมือจาก การกดสวิทซ์
- ยังไม่กดสวิทซ์หน้าสัมผัสแยกจากกัน - กดสวิทซ์แล้วหน้าสัมผัสแตะกัน 4.5 การทำงานของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เมื่อข้าวสุกได้ปริมาณน้าที่เราเติมพอดีหุงข้าวสวยน้ำจะกลายเป็นไอน้ำและกลายเป็นไอคงอยู่ในหม้อ ชั้นในซึ่งจะทำให้ข้าวสุกและอุณหภูมิสูงมากยิ่งขึ้นอุณหภูมิที่สูงขึ้นมาก ๆ นี้จะทาให้แท่งเหล็กเฟอร์ไรต์ เสื่อมสภาพ ทำให้แรงดึงดูดระหว่างแท่งแม่เหล็กกับแท่งเหล็กเฟอร์ไรต์แม่เหล็ก
ในการที่จะซื้อหม้อหุงข้าวแต่ละครั้งเราต้องคานึงถึงความเหมาะสมกับครอบครัวเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการใช้งานและประหยัดค่าไฟฟ้า เวลาที่ใช้ในการหุงข้าวประมาณ 30 นาที แต่ข้าวส่วนบนยังไม่สุกดีนัก ต้องให้หม้อข้าวอุ่นไปอีกระยะ หนึ่งประมาณ 15 นาที ก็จะทาให้ข้าวสุกทั้งหม้อ เมื่อข้าวสุกความร้อนภายในหม้อสูงทำให้แม่เหล็กหมดอำนาจแม่เหล็ก สปริงภายในสวิทซ์แม่เหล็กดันให้แผ่น เหล็กตกลงมา 4.6 วงจรไฟฟ้าของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเสียบปลั๊กของหม้อหุงข้าวและกดสวิทซ์จะมีกระแสไฟฟ้าไหล ผ่านหน้าสัมผัสของสวิทซ์แม่เหล็ก แล้วเลยไปที่ลวดความร้อนชุดหุงและหลอดสัญญานของลวดความร้อนชุด หุง โดยไม่แยกไหลไปที่ลวดความร้อนชุดอุ่นเลย เพราะความต้านทานของหน้าสัมผัสมีน้อยมาก แต่ความ ต้านทานของลวดความร้อนชุดอุ่นมีมาก ดังนั้นกระแสจึงไหลไปที่หน้าสัมผัสหมด ดังนั้นในขณะนี้ลวดความร้อน ชุดหุงจะทำงานและหลอดสัญญานของชุดหุงจะสว่าง เมื่อข้าวเดือดและน้ำแห้งจนสุก สวิทซ์แม่เหล็กก็แยกหน้าสัมผัสออก กระแสไฟฟ้าไหลผ่านหน้าสัมผัส ไม่ได้ ก็จะไหลเข้าไปที่ลวดความร้อนชุดอุ่น และหลอดสัญณาณชุดอุ่น แล้วผ่านไปยังลวดความร้อนชุดหุงและ หลอดสัญญาณชุดหุง ในช่วงนี้หลอดสัญญาณชุดอุ่นจะสว่าง เพราะความต้านทานของลวดความร้อนชุดอุ่นมีค่า
มาก ทำให้แรงดันไฟฟ้าในลวดความร้อนชุดอุ่นมีค่ามากเช่นกัน ประมาณ 170 โวลท์ ส่วนลวดความร้อนชุดหุง มีความต้านทานน้อย จึงมีแรงดันไฟฟ้าในลวดความร้อนหุงน้อยด้วย ประมาณ 50 โวลท์ ดังนั้นหลอดสัญญาณของลวดความร้อนชุดหุงจะดับ เพราะแรงดันไฟฟ้ามีน้อยเกินไปไม่พอที่จะทำให้ หลอดสว่างได้ และในขณะนี้ลวดความร้อนของชุดอุ่นก็จะร้อนมากกว่าลวดความร้อนชุดหุงเช่นกัน แต่ถึงจะ ร้อนมากกว่าก็ยังร้อนไม่เท่าลวดความร้อนชุดหุงในขณะที่กำลังหุง เพราะลวดความร้อนชุดหุงมีกำลังไฟฟ้า (วัตต์) มากกว่าลวดความร้อนชุดอุ่น 4.7 วิธีตรวจเช็คก่อนทำการซ่อม - การตรวจโดยการต้มน้ำ - เตรียมการทดสอบ 1. ใช้ไฟ 200 V. 2. เติมน้ำอุณหภูมิปกติ ประมาณ15-25 °C จำนวน 1 แก้ว ในหม้อใน 3. ตั้งหม้อในบนหม้อนอก แล้วใส่ฝาในและฝาบน ล๊อกหูให้สนิท - การทดสอบ 1. กดสวิทซ์หุง แล้วเริ่มจับเวลา 2. เมื่อน้าเดือดเปิดฝาออกแล้วดูฟองผุดน้าที่เส้นรอบวงของก้นหม้อใน (ใช้เวลาสั้นๆ) รูปที่ 2.23 ฟองผุดน้าเดือนเกิดสม่าเสมอรอบก้นหม้อใน แสดงว่าก้นหม้อในสัมผัสสนิทกับแผ่นความ ร้อน สรุป หม้อในและแผ่นความร้อนปกติ รูปที่ 2.24 ฟองผุดน้ำเดือดไม่สม่ำเสมอก้นหม้อใน น้อยกว่า 3 1. ของเส้นรอบวงก้นหม้อใน สรุป 1. ก้นหม้อใน หรือแผ่นความร้อนบุบ, เสียรูป 2. มีเศษวัสดุติดอยู่ระหว่างก้นหม้อในและผิวของแผ่นความร้อน 3. หากตรวจตามข้อ 2 แล้ว หม้อในและแผ่นความร้อนปกติ ก็ปิดฝาต้มน้ำต่อไป 4. หยุดนาฬิกาจับเวลา ทันทีที่สวิทซ์ตัดเป็นอุ่น แล้วอ่านค่าเวลาที่ได้เวลาปกติ ประมาณ 15 นาที 30 วินาที + 3 นาที
ในการจับเวลา อาจจะมีการคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากอุณหภูมิขององค์ประกอบต่างๆ หากเห็นว่า อยู่ในช่วงที่ใกล้เคียง ก็ให้ทดลองหุงข้าวจริงดู - การทดลองหุงจริง การทดลอง 1. ใช้ไฟ 200 ฮ. 2. ใช้ข้าวและน้ำปริมาณต่ำสุด ของค่าที่กำหนดไว้ในหม้อ 3. อุณหภูมิและห้องที่ทดลอง ประมาณ 20-25 °C 4. ใส่หม้อในลงในหม้อนอก ปิดฝาให้สนิท แล้วกดสวิทซ์หุง 5. เมื่อสวิทซ์หุงตัด ปล่อยให้อุ่นข้าวไปอีก 15 นาที 6. เทคว่ำข้างลงในภาชนะ ให้ข้าวส่วนก้นหม้ออยู่ด้านบน แล้วดูลักษณะของข้าวดังนี้ 1. เกรียมเล็กน้อย แสดงว่า หม้อหุงข้าวใช้ได้ 2. หากไหม้ แสดงว่า สวิทซ์แม่เหล็กเสีย ให้เปลี่ยน 4.8 การตรวจซ่อมหม้อหุงข้าวไฟฟ้า - หม้อหุงข้าวไม่ร้อน ใช้มิเตอร์หรือหลอดทดสอบวัดที่ปลั๊กเสียบของหม้อหุงข้าว พร้อมกับกดที่สวิทซ์ ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่กระดิก ขั้นแรกตรวจสายว่าขาดหรือหักหรือไม่, ปลั๊กเสียบที่ต่อกับตัวหม้อหุงข้าวหลวมหรือไม่
- ถ้าสายไฟและปลั๊กเสียบยังดีอยู่ ถอดฝาท้ายของหม้อหุงข้าวออกแล้ววัดที่ลวดความร้อนชุดหุงว่าดี หรือไม่ถ้าหากเสียก็ซื้อมาเปลี่ยนใหม่ - ถ้าหากหม้อหุงข้าวสุกแล้วแต่หลอดไฟสัญญาณแสดงภาวะอุ่นไม่สว่าง ถ้าหลอดสัญญาณไม่เสียก็ แสดงว่าลวดความร้อนชุดอุ่นเสีย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยวัดที่ขั้วทั้งสองของลวดความร้อนชุดอุ่น - บางทีการที่หม้อหุงข้าวไม่ร้อนก็อาจเป็นเพราะสาเหตุจากหน้าสัมผัสไม่เรียบและมีความต้านทาน มาก ซึ่งอาจทดสอบได้โดยวัดความต้านทานที่ขั้วของหน้าสัมผัสตามรูปที่ 2.28 ถ้าหน้าสัมผัสอยู่ในสภาพดี เข็ม จะชี้ที่ศูนย์โอห์ม ถ้าเข็มขึ้นมากกว่าศูนย์โอห์ม แสดงว่าต้องแก้ไขที่หน้าสัมผัส โดยนามาขัดให้เรียบด้วย กระดาษทรายเบอร์ละเอียด
อีกประการหนึ่งที่ทำให้หม้อหุงข้าวไม่ทำงาน คือกดสวิทซ์แล้วแม่เหล็กไม่ดูดไว้ทำให้สวิทซ์ไม่ล็อคหม้อหุงข้าว จะไม่ร้อน สาเหตุเช่นนี้เนื่องจากก้นหม้อบุบจนไม่แตะกับสวิทซ์แม่เหล็ก จึงต้องระวังรักษาหม้อในอย่าให้บุบ เบี้ยวไปจากสภาพเดิม ตารางการตรวจซ่อมหม้อหุงข้าว ปัญหา สาเหตุ การแก้ไข 1.หม้อหุงข้าวไม่ร้อน เสียบปลั๊กไม่แน่น สายไฟฟ้าขาด ในหรือหลุดจากขั้วของปลั๊ก สวิตช์ของวงจรไม่ถึงกัน เสียบปลั๊กให้แน่นทั้งจุดที่ก้นหม้อ และแหล่งจ่ายไฟ ต่อสายใหม่หรือ ต่อสายกับตัวปลั๊กใหม่ให้เรียบร้อย ปรับระยะสัมผัสของสวิตช์ใหม่ 2.หม้อหุงข้าวตัดวงจรเร็วกว่า ปกติ เกิดการลัดวงจร หน้าสัมผัสของ สวิตช์ไม่แน่น ชุดสปริงเสื่อม ถอดเปลี่ยนแผ่นความร้อนใหม่ ขันหรือขัดหน้าสัมผัสให้สะอาด เปลี่ยนชุดสปริงใหม่ 3.ไฟรั่วลงตัวโครงหม้อหุงข้าว สายต่อเข้าขั้วภายในหม้อหุงข้าว ไม่เรียบร้อย ทำให้มีปลายของ สายไฟฟ้าไปถูกตัวหม้อที่เป็น โลหะ ถอดฝาด้านล่างออกตรวจดูสายไฟ ต่างๆแล้วต่อใหม่ให้เรียบร้อย