The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ingnun, 2021-03-08 00:24:38

5 หน่วยที่ 15

5 หน่วยที่ 15

ตัวอย่างใบ

ลขิ สิทธข์ิ องศนู ย์วจิ ัยคณติ ศาสตรศกึ ษา หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ ับอน

41

บกจิ กรรม

นุญาต ศูนยว์ ิจัยคณิตศาสตรศกึ ษา มหาวิทยาลัยขอนแกน่

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ (ฉบบั ย่อ) กำรคำดกำรณ์ปัญ
วชิ ำคณิตศำสตร์ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 2
กำรคำดกำรณ
ช่ือครผู สู้ อน : นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ 2 วนั ท่ี 1 กุมภาพนั ธ์ 2564
ชื่อโรงเรยี น:โรงเรียนขจรเกียรติถลาง - นักเรียนทส่ี ร้างร
จำนวน 25 คน เวลำ 10.10 – 11.00 น. - นักเรียนที่สร้างร
- นักเรยี นที่สร้างร
ช่อื หนว่ ยกำรเรยี นรู้: รูปร่าง จำนวน 1 คาบ ช่อื แผน: นักสรา้ งภาค 3 แผนที่ 3/4 คู่
ลำดบั กำรสอน
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นร้ขู องหนว่ ยกำรเรยี นรู้ : ลำดบั กิจกรรมกำรสอน (Flow of 1. ขั้นนำเสนอ
Lesson/ Sequence of Teaching): 1.1 ขน้ั นำเข้ำ
1. นกั เรียนสามารถสร้างรูปร่างทีแ่ ตกต่างกนั จากรูป 1.กำรแสดงแทนโลกจริงของนักเรียน 1. ครูพูดคุยถึง
สามเหลยี่ มทก่ี าหนดให้ได้ (Representations of Real World): สามเหล่ยี มคือร
2. นักเรียนสามารถใช้การเลื่อนขนาน การสะท้อน - หลอดสตี า่ งๆ 1.2 ข้ันนำเสน
และการหนุนในการสร้างรปู ร่างต่างๆ จากรูปต้นแบบ - รูปรา่ งที่นักเรียนสร้างขนึ้ 2. ครูนาหลอด
ทีก่ าหนดใหไ้ ด้ 2.กำรแสดงแทนดว้ ยสือ่ กึง่ รปู ธรรม คุณครูจะใหท้ า
3. นักเรียนสามารถสร้างรูปร่างที่แตกต่างกัน จาก (Representations of Semi Concrete 3. ครูต่อหลอด
เสน้ ตรงได้ Aids): วธิ กี าร)
4. นกั เรียนสามารถสร้างรูปร่างท่ีแตกต่างกันโดยการ - การนาปลายของหลอดสีต่างๆมาต่อกัน 4. ครูถามนักเ
เชอ่ื มจุดกับจุดด้วยเสน้ ได้ เพ่อื ใหเ้ กดิ เปน็ รปู รา่ งต่างๆ สามเหล่ียม) จ
3. ก ำ รแ ส ด ง แ ท น โ ลก ค ณิ ต ศำ ส ต ร์ สนทิ ไมม่ ชี ่องโ
จุดประสงคข์ องแผน: ( Representations of Mathematical 5. ก่อนทจี่ ะเข
นักเรียนสามารถสร้างรูปร่างท่ีแตกต่างกัน World): ปญั หา และแถ
จากเส้นตรงได้ - รปู ร่างทางเรขาคณิต 2. ขัน้ แกป้ ญั ห
7. นักเรียนสร้า
สำระสำคญั ของแผน (Concept/ Main Ideas): โ จ ท ย์ / ส ถ ำ น ก ำ ร ณ์ ปั ญ ห ำ ( Task/ 3. ข้นั นำเสนอ
-การสรา้ งรปู รา่ งต่างๆโดยพจิ ารณาจากสิง่ ทีอ่ ยู่ Problem situation) : 8. ครูใหน้ ักเรีย
รอบตวั 9. ครูให้นักเรีย
- รปู (figure) - รูปรา่ งหรอื รูปทรง (shape) สถำนกำรณ์ปัญหำ: สร้ำงรูปร่ำงท่ี 4. กำรสรุปบท
- การเลอ่ื นขนาน (translation) แตกต่ำงกนั จำกหลอด 10. ครถู ามนัก
- การสะท้อน (reflection) คำสง่ั : ให้นักเรียนสร้ำงรูปร่ำงที่ 11. ครถู ามนกั
- การหมุน (rotation) แตกตำ่ งกันโดยใช้หลอด พรอ้ มตงั้ ช่ือ บา้ นตรงไหน ต
รูปร่ำงนนั้ 12. ครแู ละนัก
สื่อหลกั (สอ่ื สำหรับสร้ำงสถำนกำรณป์ ญั หำ): ชอ่ งโหว่)

1. หลอดสตี ่างๆ สาหรับนกั เรยี นคนละ 25 ชิน้

2. หลอดสีต่างๆ สาหรบั ครู 3. กาว

สอื่ เสรมิ (ส่อื สำหรับชว่ ยในกำรนำเสนอแนวคดิ ของ

นกั เรียน) : กระดาษสี ขนาดใหญ่ สาหรับครู

จานวน 2 ชิ้น

ญหำจรงิ ของนกั เรียน (Students’ authentic problems) : การสร้างรปู แบบมชี อ่ งโหว่ หรอื ไม่ได้เอาหลอดชนกนั 42

ณแ์ นวคดิ ของนกั เรียน

รูปโดยที่หลอดไมบ่ รรจบกันทุกเสน้ คอื ไม่เกิดรปู ร่าง เป็นแคเ่ ส้น
รปู รา่ งโดยที่มหี ลอดปดิ ไมส่ นทิ มีชอ่ งโหวเ่ ปน็ บางสว่ น
รูปร่างโดยทหี่ ลอดปดิ สนิท ไมม่ ีชอ่ งโหว่

น 4 ขนั้ ตอนตำมวิธกี ำรแบบเปิด (Open Approach)
อสถำนกำรณ์ปัญหำ (10 นำท)ี
ำสูบ่ ทเรยี น (3 นำท)ี
งรูปที่เคยสร้างจากกระดาษสีสามเหลี่ยม จานวน 2 ช้ิน โดยให้นักเรียนทายว่ารูปท่ีครูสร้างจากกระดาษสี
รปู อะไร (ปลา) และถามนกั เรียนว่าดจู ากตรงไหน
นอสถำนกำรณ์ปญั หำ (7 นำท)ี
ดขึ้นมาถือไว้แล้วถามนักเรียนว่า “นักเรียนรู้จักไหมว่านี่คืออะไร” (นักเรียนตอบว่าหลอด) “นักเรียนคิดว่าวันนี้
าอะไร” ใหน้ กั เรียนทาย
ดเป็นรูปปลา ดังภาพ แล้วให้นกั เรียนทายว่ารูปที่ครูสร้างคือรูปอะไร ดูจากตรงไหน (ให้นักเรียนช่วยกันอธิบาย

เรียนว่า "คุณครูสร้างรูปอะไร (ปลา) แล้วสองรูปนี้ต่างกันตรงไหน" (นักเรียนตอบ ใช้หลอดแทนกระดาษสี
จากน้ันครูใหน้ ักเรียนสงั เกตวา่ รูปปลาของคณุ ครูทั้ง 2 รูปมีลักษณะอย่างไร (นักเรียนตอบ รูปปลาของคุณครูปิด
โหว่)
ข้ากจิ กรรม ครอู ธบิ ายก่อนวา่ รูปร่างน้ันตอ้ งปดิ สนิท ไมม่ ชี อ่ งโหว่ จากนน้ั ครตู ิดแถบชื่อกิจกรรม แถบสถานการณ์
ถบคาสั่งบนกระดาน ใหน้ กั เรียนอ่านพร้อมกนั
หำเพ่อื เรียนรดู้ ้วยตนเอง (15 นำที)
างรูปต่างๆ โดยใช้หลอดและครูสงั เกตแนวคิดพรอ้ มจดั ลาดบั แนวคดิ ของนักเรียน
อและอภิปรำยแนวคดิ ของนักเรียน (15 นำที)
ยนท่ีสร้างรูปรา่ งท่ีมีชอ่ งโหวอ่ อกมานาเสนอแนวคดิ และวธิ กี ารสร้าง
ยนท่ีสรา้ งรูปร่างได้ปิดสนทิ ไมม่ ชี ่องโหว่ มานาเสนอแนวคิดของตนเอง
ทเรียนจำกกำรเชอื่ มโยงแนวคิดของนกั เรยี นท่ีเกดิ ขน้ึ ในชนั้ เรยี น (10 นำท)ี
กเรยี นวา่ “นกั เรยี นนาหลอดมาสร้างเป็นรูปอะไรบา้ ง เยอะแยะเลย” ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบ
กเรยี นวา่ “นักเรียนดูตรงไหนว่าเปน็ รปู .... (ครูสุ่มภาพ) ดูจากตรงไหนชว่ ยบอกคณุ ครูหน่อย เป็นปลาตรงไหน เป็น
ตรงน้ีเปน็ รูปอะไร (ครใู ชม้ อื ช้ี หรือลากเปน็ รูปสามเหล่ียม หรืออน่ื ๆ)” ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันอธบิ าย
กเรียนร่วมกันสรปุ แนวคดิ (หลอดจะสามารถสร้างรปู ไดเ้ ยอะกว่ากระดาษส)ี (การสรา้ งรปู รา่ งจะตอ้ งปดิ สนทิ ไม่มี

กำรวัดและประเมินสมรรถนะ (Competency)

ดำ้ นควำมรู้ (Knowledge)
นักเรยี นสามารถสรา้ งรูปร่างทแี่ ตกตา่ งกนั จากเส้นตรงได้

ดำ้ นทกั ษะและกระบวนกำร (Skill and Process)
1. ทกั ษะการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (นกั เรียนสามารถคิดหาวธิ กี ารสร้างรปู ร่างจาก
การใชห้ ลอด)
2. ทกั ษะการเช่ือมโยงทางคณิตศาสตร์ (นักเรยี นสามารถนาความรู้และความเข้าใจ
เก่ยี วกบั คุณสมบัตขิ องกระดาษสีสามเหลย่ี มจากคาบท่แี ล้วมาใช้ในการสร้างรปู ร่าง
ตา่ งๆ)
3. ทกั ษะการสอื่ สาร การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และการนาเสนอ (นกั เรียน
สามารถบอกได้วา่ รปู ท่ีสร้างขนึ้ มาเป็นรูปอะไร)
4. ทักษะการให้เหตุผล (นักเรยี นสามารถให้เหตผุ ลประกอบในวธิ กี ารคดิ ของตนได)้
ด้ำนคณุ ลักษณะและค่ำนิยม (Characters and Attribute)
1. นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบในการทางาน
2. นักเรียนเกิดการยอมรับและรบั ฟงั ในความคดิ เห็นของคนอื่น
3. นกั เรยี นมีความกล้าแสดงออก

บันทกึ ผลกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้

ด้ำนความรู้ (Knowledge)

43

ดำ้ นทักษะ และกระบวนกำร (Skill and Process)
ด้ำนคุณลกั ษณะและคำ่ นยิ ม (Characters and Attribute)
ปญั หำและขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ .............................. (ครูผสู้ อน) ลงชอื่ .............................. (หวั หน้าฝา่ ยวชิ าการ)
ลงชอื่ .............................................(ผู้อานวยการโรงเรียน)

แผนการใช้กระดาน ป

กิจกรรม นักสรา้ งภาค 3 แนวคิด

ปลา

สถานการณ์ปญั หา
สร้างรูปร่างท่แี ตกตา่ งกนั จากหลอด

คาสั่ง
ใหน้ ักเรยี นสรา้ งรปู รา่ งท่แี ตกต่างกัน
โดยใช้หลอด พร้อมตั้งชอื่ รปู รา่ งน้นั

44

ป.2 หนว่ ยที่ 5 คาบที่ 3

สร้างรูปโดยที่หลอดไม่บรรจบ สรุป
กนั ทกุ เสน้ คือไมเ่ กิดรปู ร่าง
เป็นแคเ่ สน้ ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ
แนวคิด (หลอดจะสามารถ
สรา้ งรูปรา่ งโดยทมี่ หี ลอดปดิ ไม่ สร้างรูปได้เยอะกว่ากระดาษ
สนทิ มีช่องโหวเ่ ปน็ บางส่วน สี) (การสร้างรูปร่างจะต้องปิด
สนทิ ไม่มีชอ่ งโหว่)

สรา้ งรูปร่างโดยท่หี ลอดปิดสนทิ
ไมม่ ชี ่องโหว่

45

แผนการจดั การเรียนรู้
โรงเรยี นท่ใี ช้นวตั กรรมการศกึ ษาชนั้ เรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)

ภายใต้โครงการพัฒนาการคดิ ขน้ั สงู ทางคณติ ศาสตรข์ องนกั เรยี น ฯ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 โรงเรียนขจรเกยี รตถิ ลาง

สานักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษาเอกชนจังหวดั ภูเกต็

ตาบล ศรสี ุนทร อาเภอ ถลาง จงั หวดั ภูเก็ต (รหสั ไปรษณยี ์ 83110)

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ สาระการเรียนรู้ รปู ร่างและรปู ทรง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5

เร่ือง รูปร่าง หนา้ 60 กจิ กรรมเรอ่ื ง เชื่อมจุดเช่ือมใจ

คาบท่ี 4/4 จานวน 50 นาที วันที่ 18 กมุ ภาพนั ธ์ 2564

ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2/2563 โรงเรยี น ขจรเกยี รตถิ ลาง

ชื่อผ้รู ว่ มสร้างแผน

ชื่อผู้บนั ทกึ 1. นางสาวสตุ ธนิ ี เพ็งภตั รา ครปู ระจาชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 Orchid
ชือ่ ผสู้ อน 2. นางสาวจันทิมา สโุ กมล ครปู ระจาชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 Jasmine
3. นางบปุ ผา แสงศรี ครูพ่ีเลยี้ ง
4. นางสาวนันทวรรณ คาภีระ นกั ศึกษาปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
5. นางสาวกมลชนก จา่ ภา นกั ศึกษาปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา
นางสาวนนั ทวรรณ คาภรี ะ นักศกึ ษาปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
นางสาวนนั ทวรรณ คาภรี ะ นกั ศึกษาปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา

1. เป้าหมายของบทเรียนระดับหน่วยการเรียนรแู้ ละเป้าหมายของบทเรียนในแต่ละคาบในหนว่ ยการเรยี นรู้
นน้ั (Aim of the Lesson)

เปา้ หมายของบทเรยี นระดับหนว่ ยการเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถสร้างรูปร่างต่างๆ ได้ โดยใช้กระดาษสีสามเหลีย่ ม ของทม่ี ีทรงตรง และการลากเส้น
เช่ือมจุดกบั จุด
2. นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์รปู ร่างตา่ งๆ ทส่ี รา้ งขนึ้ มาได้
เป้าหมายของบทเรยี นในแตล่ ะคาบในหนว่ ยการเรียนรนู้ ั้น (คาบที่ 4/4)
นกั เรยี นสามารถลากเสน้ เชือ่ มจุดกับจุด เพ่ือสรา้ งรูปท่ปี ิดสนิท ไม่มชี ่องโหวไ่ ด้

2. ลาดับกิจกรรมการสอน ให้แบ่งเนื้อหาสาระในคาบท่ีจะสอนออกเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ในแต่ละช่วง
เพ่ือให้ได้ความรู้ ความคิดรวบยอด แนวคิด วิธีการ ฯลฯ ท่ีเป็นข้อความรู้ส่วนย่อย ๆ เม่ือครบคาบเรียน
แลว้ จะไดต้ ามจุดประสงคข์ องคาบเรียนน้นั

การแสดงแทนโลกจริงของนักเรยี น
- รูปร่างตา่ งๆที่นักเรียนสรา้ งขน้ึ

ลิขสทิ ธขิ์ องศนู ยว์ จิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพรโ่ ดยไม่ได้รับอนญุ าต ศนู ยว์ จิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

46

ส่อื กง่ึ รูปธรรม
- การลากเสน้ เช่อื มตอ่ กับจุด
การแสดงแทนโลกคณิตศาสตร์
- รูปร่างทางเรขาคณติ

3. ขน้ั ตอนการสรา้ งสถานการณ์ปญั หาปลายเปดิ
3.1 เน้ือหาสาระ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ท่ีต้องการจะเน้นใสถาน

การณ์ปัญหาปลายเปิดของหน่วยการเรียนรู้นี้ (พิจารณาเปรียบเทียบระหว่างหนังสือเรียนคณิตศาสตร์
ไทย กับหนงั สือเรียนคณิตศาสตรญ์ ี่ปุน่ )

3.1.1 เนื้อหาสาระ
- การสรา้ งรูปรา่ งทีป่ ดิ สนิท ไม่มีช่องโหว่ โดยการลากเส้นเช่อื มจุดกบั จุด
- รูป (figure) หมายถึง การแสดงถึงสมบัตขิ องรูปเรขาคณิตน้ันๆ เช่น รูปสามเหลี่ยมมีด้าน
สามดา้ น มีมมุ สามมุม รูปสเ่ี หลีย่ มมีดา้ นสด่ี ้าน มมี ุมสม่ี มุ
- รูปร่างหรือ รูปทรง (shape) หมายถึง รูปที่สามารถสังเกตเห็นได้ โดยไม่คานึงถึงสมบัติ
ของรปู นนั้ ๆ เช่น รปู สมดุ รปู หนา้ ต่าง รูปกลอ่ งดนิ สอ เปน็ ต้น
3.1.2 ทกั ษะ กระบวนการ
1. ทักษะการแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ นกั เรยี นสามารถคดิ หาวธิ กี ารสรา้ งรปู รา่ งจากการ
ลากเส้นเช่ือมจดุ กบั จดุ
2. ทักษะการเชอ่ื มโยงทางคณติ ศาสตร์ นกั เรียนสามารถนาความรแู้ ละความเข้าใจเกย่ี วกับ
การสร้างรปู ที่ปิดสนิท ไม่มีชอ่ งโหวโ่ ดยใช้หลอดจากคาบทีแ่ ลว้ มาใชใ้ นการสรา้ งรปู ร่างต่างๆ
3. ทักษะการนาเสนอ นักเรียนสามารถอภิปรายแนวคิดของกลุ่มตนเองให้เพื่อนร่วมช้ันเข้าใจ
ได้

3.1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบในการทางาน
2. นักเรียนเกดิ การยอมรบั และรบั ฟังในความคดิ เห็นของคนอน่ื
3. นกั เรยี นมคี วามกลา้ แสดงออก

3.2 คาสาคัญในสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด ธรรมชาติการคิดหรือกระบวนการเรียนรู้ของ
นักเรียนจากหน่วยการเรียนรู้ก่อนหน้านี้ หรือจากช้ันเรียนก่อนหน้าน้ี หรือจากประสบการณ์ใน
ชีวิตประจาวันของนักเรียนที่ครูรู้ ที่เก่ียวข้องกับ เนื้อหาสาระ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง

ลิขสิทธขิ์ องศนู ย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนญุ าต ศนู ยว์ จิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

47

ประสงค์ที่กาหนดในข้อ 3.1 เพื่อใช้ในการพิจารณาภาษาท่ีจะกาหนด “คาสาคัญ” (Key words) ใน

สถานการณป์ ญั หาปลายเปดิ

- รปู - รปู ร่างหรอื รูปทรง

- ลากเส้นเช่ือมต่อกันจดุ - เชอ่ื ม  กบั  ดว้ ยเสน้

- สรา้ งรูปทปี่ ดิ สนทิ ไม่มีช่องโหว่

3.3 สถานการณ์ปญั หาในรูปคาส่ังที่ชัดเจนและนกั เรียนเข้าใจไดง้ า่ ยๆ
สถานการณ์ปญั หา: สร้างรปู ร่างท่ีแตกตา่ งกันโดยเชื่อม  กบั  ดว้ ยเส้น
คาส่งั : 1) ให้นักเรียนสรา้ งรูปรา่ งที่แตกตา่ งกนั โดยเชื่อม  กับ  ด้วยเส้น

2) ใหน้ กั เรียนตัง้ ชื่อรูป

3.4 การสร้างหรือออกแบบสื่อให้สัมพันธ์กับคาส่ังในสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด โดยมีส่ือหลักที่
ใช้ในการสร้างสถานการณ์ปญั หาปลายเปิด และสื่อสง่ เสริมทีจ่ ะใชใ้ นขณะท่ีนักเรียนนาเสนอแนวคิดต่อช้ัน
เรียน หรือในขณะทีค่ รูสรปุ บทเรียน

ส่ือหลกั
1. แถบช่ือกิจกรรม
2. แถบสถานการณ์ปญั หา และแถบคาสัง่
3. กระดาษท่มี จี ดุ ๆ ขนาดใหญส่ าหรบั ครู





 

สื่อเสรมิ
1. แถบสรุปแนวคิด

3.5 การกาหนดเวลาทีใ่ ชใ้ นแต่ละคาส่ัง และการกาหนดคาบพรอ้ มกบั เป้าหมายของบทเรยี นของ
แตล่ ะคาบ

1. ข้นั นาเสนอสถานการณป์ ญั หา (10 นาที)
1.1 ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (3 นาท)ี
1. ครูพดู คยุ ถึงรปู ทีเ่ คยสร้างจากกระดาษสีสามเหลยี่ ม จานวน 2 ชิน้ และหลอดสีต่างๆ โดยถามนักเรยี น
วา่ “เราสรา้ งรูปร่างต่างๆ จากอะไรมาแล้วบ้าง”
1.2 ข้ันนาเสนอสถานการณป์ ญั หา (7 นาที)
2. ครูติดกระดาษท่ีมีจุดๆ บนกระดาน แล้วลากเส้นเช่ือมจุดกับจุดเป็นรูปหมาจ้ิงจอก ดังภาพ จากนั้น
ให้นักเรียนทายวา่ ครูสร้างรูปอะไร ดจู ากตรงไหน

ลิขสทิ ธข์ิ องศูนยว์ จิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพรโ่ ดยไม่ได้รับอนญุ าต ศูนย์วจิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

48







3. ครูถามนักเรียนว่า “รูปที่คุณครูสร้างวันนี้ ต่างจากรูปที่เราเคยสร้างอย่างไร” (นักเรียนตอบ เราลากเส้น
เช่อื มจุด เราไม่ใช้กระดาษสีหรือหลอด)

4. ก่อนท่ีจะเข้ากจิ กรรม ครูอธบิ ายกอ่ นว่า รูปร่างนนั้ ต้องปดิ สนิท ไม่มีชอ่ งช่องโหว่ จากนัน้ ครูติดแถบ
ชอ่ื กิจกรรม แถบสถานการณ์ปัญหา และแถบคาสั่งบนกระดานใหน้ กั เรยี นอ่านพร้อมกนั

5. ครูแจกใบกจิ กรรม ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม
2. ข้นั แกป้ ญั หาเพอื่ เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง (15 นาที)
6. นกั เรยี นสรา้ งรปู ตา่ งๆ โดยการลากเสน้ เชื่อมจุดกบั จดุ และต้งั ชือ่ รปู ที่สรา้ งขนึ้ มา ครูสงั เกตแนวคดิ
ของนกั เรียนแต่ละกลุ่มเพอ่ื เรียงลาดับแนวคดิ ในการนาเสนอ
3. ขน้ั นาเสนอและอภปิ รายแนวคดิ ของนักเรยี น (15 นาท)ี
7. ครใู หน้ กั เรียนที่สร้างรูปรา่ งไดม้ ชี ่องโหว่ ออกมานาเสนอแนวคดิ และวธิ กี ารสรา้ ง
8. ครใู หน้ กั เรียนทส่ี รา้ งรปู ร่างได้ปดิ สนทิ ไม่มีชอ่ งโหว่ มานาเสนอแนวคดิ ของตนเอง
9. ครูให้นักเรียนออกมานาเสนอจนกว่าจะครบทุกแนวคิด แล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมกัน
อภปิ รายเกีย่ วกบั แต่ละวธิ ีการ
4. การสรปุ บทเรยี นจากการเชอ่ื มโยงแนวคดิ ของนกั เรียนที่เกิดขน้ึ ในช้นั เรียน (10 นาที)
10. ครูถามนักเรียนว่า “นกั เรยี นสรา้ งเปน็ รปู อะไรบา้ ง” ให้นกั เรยี นช่วยกันตอบ
11. ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนดูตรงไหนว่าเป็นรูป.... (ครูสุ่มภาพ) ดูจากตรงไหนช่วยบอกคุณครู
หนอ่ ย เปน็ ปลาตรงไหน เป็นบา้ นตรงไหน ตรงนี้เป็นรปู อะไร” ใหน้ กั เรียนช่วยกันอธิบาย
12. ครูแจกกระดาษสาหรับเขียนความรู้สึก ให้นักเรียนเขียนความรู้สึกต่อกิจกรรม “ลากเส้นต่อจุด”
จากนน้ั ครูสุม่ อา่ นหนา้ ชั้นเรยี น
13. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวคิด (การสร้างรูปร่างจะต้องปิดสนิท ไม่มีชอ่ งโหว)่ (เส้นก็สามารถ
สรา้ งรปู รา่ งได้หลากหลาย)

3.6 การคาดคะเนแนวคดิ ของนกั เรียนทจ่ี ะตอบสนองต่อคาสง่ั แต่ละคาส่งั
คาสง่ั :
1) ให้นักเรียนสร้างรปู ร่างทแ่ี ตกตา่ งกนั โดยเชื่อม  กับ  ดว้ ยเส้น
2) ให้นกั เรยี นตง้ั ช่อื รปู
- นกั เรยี นสรา้ งรปู โดยทล่ี ากเส้นเชอ่ื มจุดไม่บรรจบกนั ทุกเสน้ คือ ไมเ่ กิดรปู ร่าง

ลิขสิทธขิ์ องศนู ย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพรโ่ ดยไม่ได้รับอนญุ าต ศนู ยว์ จิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

49







- นกั เรยี นสรา้ งรูปรา่ งโดยท่ีลากเส้นเชื่อมจดุ กบั จุด แล้วมชี ่องโหว่ ปดิ ไม่สนทิ เป็นบางสว่ น







- นกั เรยี นสรา้ งรปู รา่ งโดยท่ีลากเสน้ เชื่อมจดุ กบั จดุ แล้วบรรจบกนั ทุกเส้น ไมม่ ชี อ่ งโหว่







4. การจัดลาดับการนาเสนอแนวคิดของนักเรียนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงท้ังแนวคิดและแนวคิด
รวบยอดทางคณิตศาสตรแ์ ละอน่ื ๆ ของบทเรียนในคาบ

คาสง่ั :
1) ให้นกั เรียนสร้างรูปร่างทแ่ี ตกตา่ งกนั โดยเช่อื ม  กบั  ด้วยเส้น
2) ใหน้ ักเรยี นตั้งชื่อรปู

- นกั เรยี นทสี่ ร้างรปู โดยทล่ี ากเส้นเชอื่ มจดุ ไม่บรรจบกันทกุ เส้น คอื ไมเ่ กดิ รูปร่าง
- นกั เรยี นทสี่ ร้างรูปร่างโดยที่ลากเส้นเช่อื มจุดกับจดุ แล้วมชี ่องโหว่ ปิดไม่สนทิ เป็นบางส่วน
- นกั เรยี นทสี่ ร้างรูปรา่ งโดยทลี่ ากเส้นเช่ือมจดุ กบั จดุ แลว้ บรรจบกันทุกเสน้ ไม่มชี ่องโหว่

5. ประเด็นทจ่ี ะใช้ในการรว่ มอภิปรายในชัน้ เรยี นเพอ่ื ให้นกั เรียนบรรลุเปา้ หมายของบทเรียนในแตล่ ะคาบ
- นกั เรยี นลากเสน้ เช่ือมจดุ กบั จดุ แล้วสรา้ งเปน็ รปู อะไรไดบ้ ้าง มวี ิธีการสรา้ งอยา่ งไร
- นกั เรยี นมวี ธิ กี ารสงั เกตรปู รา่ งทเ่ี พอ่ื นสรา้ งขึน้ มาอยา่ งไร

6. การวดั และประเมนิ ผล

ส่ิงทีต่ อ้ งการวดั วธิ กี ารทีใ่ ชใ้ นการวดั เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวัด
- ใบกิจกรรม
ดา้ นความรู้ - การสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี น - คาถามทใ่ี ช้ในการ
อภิปรายแนวคดิ
นักเรียนสามารถลากเส้นเช่ือมจุด - การวิเคราะหแ์ นวคิดของนกั เรยี น

กับจุด เพื่อสร้างรูปที่ปิดสนิท ไม่มี - การสังเกตจากการนาเสนอ

ช่องโหวไ่ ด้ - เหตผุ ลทใ่ี ช้ในการนาเสนอ

- เม่อื ถามแล้วสามารถอธิบายในส่งิ ท่ีสงสยั ได้

ลิขสิทธข์ิ องศูนย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพรโ่ ดยไม่ได้รับอนญุ าต ศูนย์วจิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น

50

51

ตวั อย่างใบกจิ กรรม

ป.2 ห้อง...............................ช่ือเล่น

.................../.................../.................../.................../...................

สถานการณปัญหา : สร้างรปู รา่ งที่แตกตา่ งกนั โดยเชื่อม ● กับ ● ด้วยเส้น
คาสัง่ : 1) ให้นักเรยี นสรา้ งรปู รา่ งท่แี ตกตา่ งกันโดยเชอ่ื ม ● กบั ● ดว้ ยเส้น

2) ใหน้ ักเรียนต้งั ช่อื รปู

ชือ่ รปู ......................................

ลิขสิทธข์ิ องศูนย์วจิ ัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพรโ่ ดยไม่ได้รับอนญุ าต ศูนยว์ จิ ัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

แผนการจัดการเรียนรู้ (ฉบับย่อ) การคาดการณ์แนว
วิชาคณิตศาสตร์ ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 คาสงั่ : 1) ใหน้ ักเ
เส้น
ชอ่ื ครผู ู้สอน : นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 วนั ที่ 18 กุมภาพนั ธ์ 2564
2) ให้นักเ
ชื่อโรงเรียน:โรงเรยี นขจรเกยี รตถิ ลาง จานวน 25 คน เวลา 10.10 – 11.00 น. - นักเรยี นสร้างร
รูปรา่ ง
ชอื่ หน่วยการเรียนรู้: รปู รา่ ง จานวน 1 คาบ ชอื่ แผน: เชอ่ื มจดุ เช่ือมใจ แผนท่ี 4/4 กลมุ่
ลาดบั การสอน 4
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ของหนว่ ยการเรียนรู้ : ลาดบั กิจกรรมการสอน (Flow of Lesson/
1.นักเรียนสามารถสร้างรูปร่างต่างๆ ได้ โดยใช้กระดาษสี Sequence of Teaching): 1. ข้ันนาเสนอสถ
สามเหลย่ี ม ของทม่ี ที รงตรง 1 . ก า ร แ ส ด ง แ ท น โ ล ก จ ริ ง ข อ ง นั ก เ รี ย น 1.1 ขนั้ นาเขา้ ส
และการลากเสน้ เช่ือมจุดกบั จุด (Representations of Real World):
2. นกั เรยี นสามารถวเิ คราะห์รูปร่างต่างๆ ทส่ี รา้ งข้ึนมาได้ - รปู รา่ งต่างๆที่นกั เรียนสรา้ งขนึ้ 1. ครูพูดคุยถึงรปู
2.การแสดงแทนดว้ ยสอื่ กึง่ รปู ธรรม บา้ ง”
จุดประสงคข์ องแผน: (Representations of Semi Concrete
นักเรยี นสามารถลากเส้นเชือ่ มจดุ กับจุด เพื่อสร้างรูปท่ีปดิ Aids): 1.2 ขนั้ นาเสนอ
สนทิ ไมม่ ชี ่องโหวไ่ ด้ - การลากเสน้ เช่อื มตอ่ กบั จุด 2. ครตู ดิ กระดาษ
3 . ก า ร แ ส ด ง แ ท น โ ล ก ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ดงั ภาพ จากน้ันให
สาระสาคัญของแผน (Concept/ Main Ideas): ( Representations of Mathematical 3. ครูถามนักเรยี น
- การสรา้ งรปู ร่างที่ปดิ สนทิ ไมม่ ีช่องโหว่ โดยการลากเส้น World): 4. ก่อนที่จะเข้ากจิ
เชื่อมจุดกบั จดุ -รปู รา่ งทางเรขาคณิต คาส่ังบนกระดาน
- รูป (figure) หมายถึง การแสดงถงึ สมบตั ขิ องรปู 5. ครูแจกใบกิจก
เรขาคณิตนั้นๆ เชน่ รูปสามเหล่ยี มมดี ้านสามด้าน มมี มุ โจทย์/สถานการณ์ปัญหา (Task/ 2. ขนั้ แกป้ ญั หาเ
สามมุม รปู สี่เหล่ยี มมีด้านสดี่ า้ น มีมุมส่ีมุม Problem situation) : 6. นักเรยี นสรา้ งร
- รูปร่างหรอื รปู ทรง (shape) หมายถงึ รูปทีส่ ามารถ สถานการณ์ปัญหา : สร้างรูปร่างที่ การนาเสนอ
สงั เกตเหน็ ได้ โดยไมค่ านงึ ถงึ สมบตั ขิ องรูปน้ันๆ เชน่ รูป แตกตา่ งกันโดยเช่อื ม ●กับ ● ดว้ ยเส้น 3. ขนั้ นาเสนอแล
สมุด รปู หน้าต่าง รูปกลอ่ งดนิ สอ เป็นต้น คาสง่ั : 7. ครูให้นกั เรยี นท
1) ให้นักเรียนสร้างรูปร่างที่แตกต่างกัน 8. ครใู หน้ ักเรียนท
การคาดการณ์ปัญหาจริงของนกั เรียน (Students’ โดยเชอื่ ม ● กับ ● ดว้ ยเสน้ 9. ครูให้นกั เรยี นอ
authentic problems) : การสรา้ งรูปจากการเชือ่ มจดุ 2) ให้นกั เรียนตง้ั ช่อื รปู 4. การสรุปบทเร
โดยใช้เสน้ ตรงและปิดกันสนิท 10. ครูถามนักเรยี
11. ครถู ามนกั เรยี
ส่ือหลกั (ส่อื สาหรับสร้างสถานการณ์ปัญหา): เปน็ รปู อะไร” ให้น
ภาพสถานการณ์ปัญหา คาสง่ั 12. ครูแจกกระด
สอ่ื เสริม(สอื่ สาหรบั ชว่ ยในการนาเสนอแนวคิดของ 13. ครูและนักเรยี
นักเรียน) : แถบขอ้ ความสรุป

วคิดของนกั เรยี น - นักเรียนสร้างรูปร่างโดยท่ีลากเสน้ เชอ่ื มจุดกบั จดุ แลว้ มีชอ่ งโหว5่ 2
เรียนสรา้ งรปู ร่างท่แี ตกตา่ งกนั โดยเชอ่ื ม ● กบั ● ดว้ ย
ปิดไมส่ นิทเป็นบางสว่ น

เรยี นต้งั ชอ่ื รูป - นกั เรยี นสร้างรปู ร่างโดยทล่ี ากเส้นเชือ่ มจดุ กับจดุ แลว้
รูปโดยทลี่ ากเส้นเชื่อมจุดไม่บรรจบกันทุกเส้น คอื ไมเ่ กิด บรรจบกันทกุ เสน้ ไมม่ ีชอ่ งโหว่

4 ขน้ั ตอนตามวธิ ีการแบบเปิด (Open Approach)

ถานการณ์ปัญหา (10 นาที)
สู่บทเรียน (3 นาที)
ปทีเ่ คยสร้างจากกระดาษสสี ามเหลย่ี ม จานวน 2 ชน้ิ และหลอดสีตา่ งๆ โดยถามนักเรยี นวา่ “เราสร้างรปู รา่ งตา่ งๆ จากอะไรมาแล้ว

อสถานการณ์ปญั หา (7 นาที)
ษที่มีจดุ ๆ บนกระดาน แล้วลากเส้นเช่ือมจุดกับจุดเป็นรปู หมาจ้งิ จอก
หน้ กั เรียนทายวา่ ครสู ร้างรูปอะไร ดูจากตรงไหน
นว่า “รปู ท่คี ุณครูสร้างวนั นี้ ตา่ งจากรปู ทเี่ ราเคยสร้างอยา่ งไร” (นกั เรยี นตอบ เราลากเส้นเชอ่ื มจุด เราไมใ่ ช้กระดาษสหี รอื หลอด)
จกรรม ครูอธบิ ายกอ่ นว่า รปู ร่างน้ันตอ้ งปดิ สนิท ไม่มชี ่องชอ่ งโหว่ จากนัน้ ครูติดแถบช่อื กจิ กรรม แถบสถานการณ์ปัญหา และแถบ
นให้นกั เรยี นอ่านพร้อมกนั
กรรม ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่
เพือ่ เรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง (15 นาที)
รปู ต่างๆ โดยการลากเส้นเชอ่ื มจุดกบั จุดและตงั้ ชือ่ รปู ทสี่ รา้ งขึ้นมา ครูสงั เกตแนวคิดของนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เพื่อเรียงลาดบั แนวคิดใน

ละอภิปรายแนวคดิ ของนักเรียน (15 นาที)
ทีส่ ร้างรปู รา่ งไดม้ ีช่องโหว่ ออกมานาเสนอแนวคดิ และวิธีการสรา้ ง
ที่สร้างรปู ร่างไดป้ ิดสนิท ไม่มชี อ่ งโหว่ มานาเสนอแนวคดิ ของตนเอง
ออกมานาเสนอจนกว่าจะครบทุกแนวคดิ แลว้ เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดร้ ่วมกันอภิปรายเกีย่ วกบั แตล่ ะวธิ กี าร
รียนจากการเชื่อมโยงแนวคดิ ของนกั เรยี นที่เกิดข้นึ ในช้นั เรยี น (10 นาท)ี
ยนว่า “นักเรียนสร้างเป็นรปู อะไรบ้าง” ให้นกั เรียนช่วยกันตอบ
ยนว่า “นักเรยี นดตู รงไหนวา่ เป็นรปู .... (ครูสมุ่ ภาพ) ดจู ากตรงไหนชว่ ยบอกคุณครูหน่อย เปน็ ปลาตรงไหน เปน็ บ้านตรงไหน ตรงนี้
นักเรียนช่วยกนั อธิบาย
ดาษสาหรับเขยี นความรสู้ ึก ใหน้ ักเรยี นเขียนความรสู้ ึกต่อกิจกรรม “ลากเส้นตอ่ จดุ ” จากนน้ั ครสู มุ่ อา่ นหนา้ ช้นั เรยี น
ยนรว่ มกันสรุปแนวคิด (การสร้างรปู ร่างจะต้องปดิ สนทิ ไมม่ ีชอ่ งโหว)่ (เสน้ ก็สามารถสรา้ งรูปร่างได้หลากหลาย)

การวัดและประเมนิ สมรรถนะ (Competency)

ดา้ นความรู้ (Knowledge)
นกั เรยี นสามารถลากเสน้ เชอ่ื มจดุ กบั จดุ เพอ่ื สรา้ งรปู ทป่ี ดิ สนทิ ไมม่ ชี อ่ งโหวไ่ ด้

ดา้ นทักษะและกระบวนการ (Skill and Process)
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
1. ทักษะการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ นกั เรยี นสามารถคดิ หาวธิ กี ารสร้างรปู ร่างจาก
การลากเส้นเช่ือมจุดกบั จดุ
2. ทักษะการเชื่อมโยงทางคณติ ศาสตร์ นกั เรยี นสามารถนาความรูแ้ ละความเข้าใจ
เกย่ี วกับการสรา้ งรปู ทีป่ ดิ สนทิ ไม่มชี อ่ งโหวโ่ ดยใช้หลอดจากคาบทแ่ี ล้วมาใชใ้ นการ
สร้างรปู รา่ งตา่ งๆ
ดา้ นคณุ ลักษณะและค่านิยม (Characters and Attribute)
1. นักเรยี นมคี วามรับผดิ ชอบในการทางาน
2. นกั เรียนเกดิ การยอมรบั และรับฟังในความคดิ เห็นของคนอื่น
3. นกั เรยี นมคี วามกลา้ แสดงออก

บันทึกผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (Knowledge)

53

ดา้ นทักษะ และกระบวนการ (Skill and Process)
ด้านคณุ ลกั ษณะและค่านิยม (Characters and Attribute)
ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ .............................. (ครูผสู้ อน) ลงชือ่ .............................. (หัวหน้าฝา่ ยวชิ าการ)
ลงชอื่ .............................................(ผู้อานวยการโรงเรียน)

หนว่ ยที่ 5
กิจกรรม เช่ือ

แนวคิดก

แนวคดิ กล

คาบท่ี 19 54
อมจดุ เช่อื มใจ

กลุ่ม 1 แนวคดิ กลมุ่ 3 สรุปจากแนวคดิ ของ
นักเรยี น (ติดภาพที่
คาดการณไ์ ว้)
-
-

ล่มุ 2 แนวคดิ กลมุ่ 4 -

55

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 5 บนั ทึกหลงั การสอน จานวน 50 นาที
สอนวันท่ี 22 กุมภาพนั ธ์ 2564
กิจกรรมเร่อง เชอ่ื มจุดเชอ่ื มใจ เร่อง รูปร่าง
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
คาบท่ี 4/4
ภาคเรียนที่ 2/2563

ผลการสอน
ผลการสอนโรงเรียนขจรเกียรติถลาง นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ห้อง Jasmine นักเรียนบรรลุ

ตามวตั ถุประสงคท์ ่ีตัง้ ไว้ ดงั น้ี
นกั เรียนสามารถลากเส้นเชอื่ มจดุ กับจดุ เพื่อสรา้ งรูปท่ีปิดสนิท ไม่มีช่องโหวไ่ ด้

จากสถานการณ์ปญั หานักเรยี น นกั เรยี นส่วนใหญ่จะใชไ้ ม้บรรทดั ในกรลากเสน้ ตรง ซึ่งเปน็ วิธกี ารสร้าง
เส้นตรงโดยนักเรียนจะรู้ว่าการสร้างเส้นตรงต้องใช้ไม้บรรทัด แต่ก็มีนักเรียนท่ีวาดโดยไม่ใช้ไม้บรรทัด ซึ่ง
นกั เรียนสามารถวาดออกมาไดห้ ลายรปู แบบโดยสร้างรูปสามเหล่ียม ส่ีเหลย่ี ม แล้วกลับด้านหรือพลกิ ไปมา
หมุน ซ่ึงได้รูป ค้อน ทาส่ีเหลี่ยม 2 อัน และสร้างเส้นตรง วาดเพชร โดยวาดเส้นตรงเชื่อม 4 จุด วาดบ้าน
โดยวาดสามเหล่ียมและวาดสี่เหล่ียม วาดว่าว โดยวาดสามเหล่ียมก่อนแล้วขีดเส้นตรงลงมา ซ่ึง ครูได้
นาเสนอรูปร่างท่ีขีดเส้นตรงหรือเกดิ ช่องโหว่เพื่ออภิปรายร่วมกันกับนักเรียนว่ารูปร่างจะต้องเป็นเส้นตรง
และไม่มชี อ่ งโหว่ จากน้นั ครูถามถึงรปู สามเหล่ียม สเี่ หล่ียมทน่ี ักเรยี นสร้าง เช่น เพชร บ้าน หลังคา นักเรียน
จะบอกได้ว่าเป็นรูปร่าง

ลิขสทิ ธข์ องศูนยว์ ิจัยคณิตศาสตรศกึ ษา ห้ามเผยแพรโ่ ดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต ศนู ยว์ ิจัยคณติ ศาสตรศึกษา มหาวิทยาลยั ขอนแกน่

56

ปญั หา/อุปสรรค
- ในขนั้ นาเสนอแนวคดิ นกั เรียนไม่คอ่ ยสนใจในแนวคิดของเพ่ือน ไม่ต้งั ใจฟังเพ่อื นอธิบายแนวคดิ

แนวทางการแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ
- ในขั้นนาเสนอแนวคิด ครูผู้สอนควรใช้คาถามเข้ามากระตุ้นนักเรียน ให้นักเรียนสามารถอธิบาย

แนวคิดของกลมุ่ ตนเองให้เพอ่ื นเข้าใจ และตัง้ ใจฟงั แนวคิดของเพอ่ื นๆ

ลงชื่อ …………..........……………………….....
(นางสาวนนั ทวรรณ คาภีระ)

นักศึกษาปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา

ลขิ สทิ ธข์ องศูนย์วจิ ัยคณติ ศาสตรศกึ ษา ห้ามเผยแพรโ่ ดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต ศูนย์วิจัยคณติ ศาสตรศกึ ษา มหาวิทยาลัยขอนแกน่

57

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 บนั ทึกหลงั การสอน จานวน 50 นาที
สอนวันท่ี 22 กุมภาพันธ์ 2564
กจิ กรรมเร่อง เชอ่ื มจุดเชอื่ มใจ เรอ่ ง รปู ร่าง
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2
คาบท่ี 4/4
ภาคเรียนที่ 2/2563

ผลการสอน
ผลการสอนโรงเรยี นขจรเกียรตถิ ลาง นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 ห้อง Orchid นักเรยี นบรรลุตาม

วัตถุประสงคท์ ี่ตัง้ ไว้ ดงั นี้
นกั เรียนสามารถลากเส้นเชื่อมจดุ กับจดุ เพ่อื สร้างรูปทป่ี ิดสนทิ ไม่มชี อ่ งโหวไ่ ด้

จากสถานการณ์ปญั หานักเรียน นักเรยี นส่วนใหญจ่ ะใชไ้ ม้บรรทัดในกรลากเส้นตรง ซงึ่ เปน็ วิธกี ารสรา้ ง
เส้นตรงโดยนักเรียนจะรู้ว่าการสร้างเส้นตรงต้องใช้ไม้บรรทัด แต่ก็มีนักเรียนที่วาดโดยไม่ใช้ไม้บรรทัด ซึ่ง
นักเรียนสามารถวาดออกมาได้หลายรูปแบบโดยสร้างนักเรียนวาดแค่เสน้ ตรงเส้นเดียว วาดเส้นตรง 2 เส้น
โดยทาเครือ่ งหมาย บวก ลบ คูณ และวาดรูปสามเหลีย่ ม สี่เหล่ียม แล้วกลับดา้ นหรือพลกิ ไปมา หมุน ซ่ึงได้
รูป ค้อน ทาส่ีเหลี่ยม 2 อัน และสร้างเส้นตรง วาดเพชร โดยวาดเส้นตรงเช่ือม 4 จุด วาดบ้าน โดยวาด
สามเหลยี่ มและวาดส่ีเหล่ียม วาดวา่ ว โดยวาดสามเหลย่ี มกอ่ นแล้วขีดเส้นตรงลงมา ซ่งึ ครูได้นาเสนอรูปร่าง
ท่ขี ดี เส้นตรงหรือเกดิ ช่องโหวเ่ พ่ืออภิปรายรว่ มกนั กบั นักเรียนว่ารูปร่างจะตอ้ งเปน็ เส้นตรง และไม่มชี ่องโหว่
หากเป็นเส้นตรงเส้นเดียวหรอื สองเส้นจะไม่เป็นรูปรา่ งจากนั้นครูถามถึงรูปสามเหลี่ยม สี่เหล่ียมที่นักเรียน
สร้าง เชน่ เพชร บ้าน หลงั คา นักเรียนจะบอกไดว้ ่าเปน็ รูปรา่ ง

ลิขสทิ ธข์ องศูนยว์ ิจัยคณติ ศาสตรศึกษา ห้ามเผยแพรโ่ ดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต ศูนยว์ ิจัยคณติ ศาสตรศกึ ษา มหาวิทยาลยั ขอนแกน่

58

ปัญหา/อปุ สรรค
-นักเรียนไม่ค่อยสนใจเวลาเพ่ือนนาเสนอแนวคิด จะพูดคุย หรือเล่นกัน ในขณะที่เพื่อนพูดหรือครู

เขยี นแนวคดิ ของเพ่ือนๆ

แนวทางการแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครูพยายามกระตุ้นให้นักเรียนสนใจฟังแนวคิดของเพ่ือนในช้ันเรียน โดยการต้ังคาถามเพื่อให้

นักเรียนในช้ันเรียนช่วยกันตอบหรือให้อธิบายในแนวคิดของเพื่อนและในขั้นของการนาเสนอสถานการณ์
ปัญหาด้วยเชน่ กัน

ลงชื่อ …………..........……………………….....
(นางสาวนันทวรรณ คาภรี ะ)

นกั ศึกษาปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศึกษา

ลขิ สทิ ธข์ องศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา หา้ มเผยแพร่โดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาต ศูนยว์ ิจัยคณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน่

ภาพประกอบกา
Open Ap

หนว่ ยที่ 5
ช้นั ประถมศ

ารเรยี นการสอน
pproach

“รปู ร่าง”
ศึกษาปที ่ี 2
























Click to View FlipBook Version