สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ หนวยการเรียนรูที่ ๔ หลักการ เคลื่อนไหวรางกาย • จําแนกหลักการเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง การใชแรง และความสมดุล ในการเคลื่อนไหวรางกาย ในการเลนเกม เลนกีฬา และนําผลมาปรับปรุง เพิ่มพูนวิธีปฏิบัติของตนและผูอื่น (พ ๓.๑ ป.๖/๒)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ผังสาระการเรียนรู หลักการเคลื่อนไหว รางกาย หลักการ เคลื่อนไหวรางกาย การเคลื่อนไหวตามหลักการ ทางวิทยาศาสตร ความสมดุล การใชแรง การปรับปรุง เพิ่มพูน วิธีปฏิบัติของตนเองและผูอื่น การรับแรง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑. การเคลื่อนไหว ตามหลักการทางวิทยาศาสตร
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเคลื่อนไหวของรางกาย เกิดจากการ ทํางานประสานกันของระบบอวัยวะ ไดแก ระบบประสาท ระบบโครงรางหรือระบบกระดูก และระบบกลามเนื้อ ดังนี้
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ • ระบบประสาท เปนสวนที่ควบคุมสั่งงานให กลามเนื้อและกระดูกเกิดการเคลื่อนไหวตามตองการ ๑. ระบบโครงรางหรือระบบกระดูก เปนสวนที่ทําให รางกายคงรูปราง ชวยรองรับน้ําหนักตัว และบังคับ รางกายใหเกิดการเคลื่อนไหว ๒.
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ระบบกลามเนื้อ เปนสวนที่หอหุมกระดูกและ มีการหดหรือคลายกลามเนื้อ ทําใหเกิดแรงบังคับ ใหระบบโครงรางหรือระบบกระดูกมีการเคลื่อนไหว ตามตองการ ๓.
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ เมื่อเราตองการเคลื่อนไหว สมองจะรับความรูสึก เกิดความคิด และมีคําสั่งผานเสนประสาทไปยัง กลามเนื้อเรียบและกลามเนื้อลายใหทํางานโดยการเกร็ง หรือหดตัวของกลามเนื้อ ทําใหเอ็น กระดูกขอตอ และ กระดูกโครงรางเคลื่อนที่ รางกายจึงเกิดการเคลื่อนไหว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๒. หลักการเคลื่อนไหวรางกาย
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การรับแรง คือ การจัดวางตําแหนงของอวัยวะให อยูในลักษณะที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่ปฏิบัติ เพื่อลดแรง ปะทะของรางกายกับอากาศ และแรงโนมถวงขณะ เคลื่อนไหว เชน การเอนตัวไปขางหนาขณะวิ่ง การกระโดด ลงสูพื้นดวยสองเทา การรับสิ่งของที่มาจากการขวาง หรือโยน การใชเทารับน้ําหนักตัวขณะเดิน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การรับลูกบอลที่มาจากการโยนเปนการรับแรง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การใชแรง คือ การที่รางกายออกแรงกระทํา ตอวัตถุเคลื่อนที่ เชน การดัน ผลัก ดึง ขวาง เหวี่ยง โยน ตี โหมง การรับลูกบอลที่มาจากการโยนเปนการรับแรง
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ความสมดุล คือ การถายเทน้ําหนักตัวไปสูอวัยวะ ที่เปนจุดรองรับน้ําหนักหรือฐานเพื่อใหรางกายมี จุดศูนยถวง สามารถเคลื่อนไหวโดยไมเสียการทรงตัว ไมลม อยูในลักษณะที่ตองการ เชน การถีบจักรยาน การเลนสเก็ต การเดินลงจากภูเขาหรือที่สูงโดยไมลม การเดินบน สะพานไมเล็ก ๆ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๓. การปรับปรุง เพิ่มพูน วิธีปฏิบัติของตนเองและผูอื่น
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนเกมหรือการเลนกีฬา ผูเลนสามารถเคลื่อนไหว รางกายโดยใชหลักการรับแรง การใชแรง และความสมดุล และนําผลจากการเคลื่อนไหวรางกาย ทั้ง ๓ รูปแบบ มาปรับปรุง เพิ่มพูนทักษะและความสามารถในการเลนเกม และกีฬาใหดียิ่งขึ้นได
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ตัวอยางการใชหลักการรับแรงมาปรับปรุงทักษะ การเลนเกมและกีฬา เชน การรับลูกแชรบอลของผูถือตะกรา ในขณะที่เพื่อน ในทีมโยนลูกบอลมาใหผูถือตะกราเหยียดแขนขึ้นไปให สุด เมื่อลูกบอลลอยเขาสูตะกรา ใหลดแขน เพื่อลดแรง ปะทะ เปนการผอนแรง จะทําใหลูกบอลลงสูตะกราและ ไมกระเดงออกจากตะกรา
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ตัวอยางการใชหลักการใชแรงมาปรับปรุงทักษะ การเลนเกมและกีฬา ตัวอยางการใชหลักความสมดุลมาปรับปรุงทักษะ การเลนเกมและกีฬา เชน การรักษาความสมดุลในการทรงตัวในการเลนกีฬา ยิมนาสติก ทักษะการมวนหนา กอนมวนใหยอเขา แลว คอย ๆ วางมือทั้งสองขางลงที่พื้น จังหวะที่มวนตัวใหกม ศีรษะ เก็บคางใหชิดหนาอกขณะมวนตัวใหอวัยวะสัมผัส พื้นตามลําดับ คือ เริ่มจากศีรษะ ทายทอย คอ หลัง และ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเลนไอซสเก็ต (Ice Skate) รางกายตองอาศัย การเคลื่อนไหวอยางสมดุลเพื่อไมใหลม
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ สะโพก จากนั้นลุกขึ้นยืน ยอเขาเล็กนอย เหยียดแขน ทั้งสองไปขางหนา แลวจึงยืนในทาตรง การใชหลักการเคลื่อนไหว การรับแรง การใชแรง และความสมดุลอยางเหมาะสมกับกิจกรรมที่ปฏิบัติ จะทําใหเกิดความปลอดภัยขณะปฏิบัติกิจกรรม