หนังสือเรียนรายวิชาพื ้นฐาน ชั ้นประถมศึกษาปี ที่
หน่วยการเรียนรู้ที่ งานเกษตร การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ การปลูกพืช ประเภทของพืช ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการปลูกพืช การปลูกผักในแปลง
๑. การปลูกพืช การปลูกพืชเป็ นการน าเมล็ดพันธุ์ หน่อ หัว มา ปลูกลงในดินหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม เพื่อให้งอก หรือเจริญเติบโต สามารถ น าไปใช้ประโยชน์ตาม ต้องการและขยายพันธุ์ ต่อไป การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕
การปลูกพืชเป็ นงานเกษตรประเภทหนึ่งซึ่งสามารถน าผลผลิตไป ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ไ ด้ เ ช่ น ก า ร ป ลู ก ผั ก ส ว น ค รั ว จ ะ ไ ด้ ผักสวนครัวไว้ รับประทานในครัวเรื อน และหากมีผลผลิตมาก ก็น าไปจ าหน่ายเพื่อสร้างรายได้การปลูกต้นมะม่วงจะได้มะม่วงสุกไว้ รับประทาน และได้ร่มเงาจากกิ่งก้านและใบของต้นมะม่วง การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕
๒. ประเภทของพืช การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ๒.๑ พืชสวน เป็ นพืชที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่าง ใกล้ ชิด และพิถีพิถัน มีขอบเขตในการปลูกที่ แน่นอน มีขั ้นตอนและความประณีตในการปลูก มาก นับตั ้งแต่การเพาะเมล็ด การเตรียมดิน การจัด ระยะปลูก การให้ปุ๋ ย การให้น ้า การพรวนดิน การ ป้ องกันและก าจัดวัชพืช แมลง การเก็บเกี่ยวผลผลิต แบ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ได้ดังนี ้ ไม้ผล เป็ นพืชที่ใช้ประโยชน์จากผลส่วนใหญ่เป็ นไม้ ยืนต้นที่มีอายุยืน ล าต้นแข็งแรง เช่น มะม่วง ลองกอง ล าไย ลิ ้นจี่ ส้ม เงาะ ทุเรียน มังคุด น้อยหน่า ลองกอง น้อยหน่า เงาะ
การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ไม้ดอก เป็ นพืชที่ใช้ประโยชน์จากดอก โดยใช้ ตกแต่งอาคารบ้านเรือน หรือตัดดอกมา ปักแจกัน มีทั ้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้พุ่ม และไม้ คลุมดิน ตัวอย่างไม้ดอก เช่น ดาวเรือง ดาวกระจาย ชวนชม เข็ม บานชื่น กุหลาบ เบญจมาศ กล้วยไม้ ไม้ประดับ เป็ นพืชที่ปลูกขึ ้นเพื่อใช้ประโยชน์จาก รูปร่าง รูปทรง สีสันของล าต้นและใบ ซึ่งสวยงาม แตกต่างกัน มีทั ้งไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้พุ่ม และ ไม้ล้มลุก เช่น ปาล์มต่างๆ ข่อย สนชนิดต่างๆ เทียนทอง สาวน้อยประแป้ ง เฟิ ร์นชนิดต่างๆ
มะเขือ ผักหวาน ชะอม การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ผัก เป็ นพืชที่ปลูกขึ ้นเพื่อใช้ประโยชน์ จากส่วน ต่าง ๆ เป็ นอาหาร เช่น ล าต้น ใบ ดอก ผล เมล็ด และหัว ผักส่วนใหญ่เป็ นไม้ล้มลุกเจริญเติบโตเร็ว ผักอายุสั ้น เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ผักกาด คะน้า ผักบุ้ง พริก มะเขือ ฟักทอง แตงกวา ส่วนผักที่เป็ น พืชยืนต้นมีอายุยืน เช่น สะตอ ชะอม กระถิน มะรุม ผักหวาน มะกรูด ขี ้เหล็ก ผักหวาน พืชสมุนไพร เป็ นพืชที่ปลูกขึ ้นเพื่อใช้ส่วนต่าง ๆ มาท า ยารักษาโรค และบรรเทาอาการเจ็บป่ วย ซึ่งแต่ละชนิด จะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป เช่น ฟ้ าทะลายโจร ช่วยขับเสมหะ ลดไข้ แก้ร้อนใน ใบบัวบก ช่วยลดความดันโลหิต ขมิ ้นชั ้น ช่วยเรื่อง ท้องอืด ท้องร่วง จุกเสียด
๒. ประเภทของพืช การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ๒.๒ พืชไร่ เป็ นพืชที่ปลูกโดยใช้เนื ้อที่มาก เจริญเติบโต เร็ว ส่วนใหญ่เป็ นพืชล้มลุก มีอายุตั ้งแต่ ๒ เดือน ถึง ๑ ปี หรือมากกว่า ผลผลิตของพืชไร่ใช้บริโภคเป็ น อาหารหลักและเป็ นสินค้ าส่งออก จัดเป็ นพืช เศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสามารถท ารายได้เข้ า ประเทศเป็ นจ านวนมาก ตัวอย่างพืชไร่ เช่น ข้าว ข้ า ว โ พ ด อ้ อ ย ถั่วต่าง ๆ ยาสูบ ฝ้ าย มันส าปะหลัง ข้าวโพด ข้าว อ้อย ถั่ว ยาสูบ ฝ้ าย
๓. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการปลูกพืช การปลูกพืชให้เจริญเติบโตนั ้น ท าได้หลายวิธี ทั ้งการปลูกพืชในดินและการปลูกพืชแบบ ไม่ใช้ดิน (hydroponics) ซึ่งโดยทั่วไปมักนิยมปลูก พืชในดิน เพราะมีขั ้นตอนการปลูกและวิธีการดูแลรักษาง่าย กว่า การปลูกพืชในดินสามารถปลูกได้ทั ้งในภาชนะและ ในแปลง โดยจะเลือกปลูก แบบใดนั ้น ขึ ้นอยู่กับพื ้นที่หรือบริเวณ ที่มี กล่าวคือ ถ้ามีพื ้นที่น้อยก็ควรเลือก ปลูกพืชในภาชนะ และหากมีพื ้นที่ กว้างขวางก็ควรเลือกปลูกพืชในแปลง การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ การปลูกพืชในดิน
๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน มีดังนี ้ ๑) การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ หรือส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น กิ่งพันธุ์ หน่อ หัว ที่จะน ามาใช้เพาะปลูก ควรคัดเลือกที่มีคุณภาพดี โดยมีลักษณะทั่วไป ดังนี ้ (๑) เมล็ดพันธุ์ ควรเลือกเมล็ดจากฝักแก่เต็มที่ มีความสมบูรณ์ เมล็ดใหญ่แข็งแรง ไม่เหี่ยว ไม่ฝ่ อ ไม่ถูกแมลงเจาะท าลาย และไม่เป็ นโรค (๒) ส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น กิ่งพันธุ์ ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่ไม่อ่อน หรือแก่จนเกินไป มี ความสมบูรณ์ ไม่เหี่ยว ไม่เน่า ไม่เป็ นโรค และไม่ถูกแมลงกัดกิน ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีความ สมบูรณ์ ๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕
๒) การเตรียมดิน เป็ นการท าให้ดินมีสภาพเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งโดยทั่วไป พืชจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนผสมกับปุ๋ ยหมักหรือปุ๋ ยคอก เพราะท าให้ดิน มีสภาพร่วน โปร่ง ระบายน ้าและอากาศได้ดี การเตรียมดินสามารถใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อ ความสะดวกในการจัดหาและประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนี ้ ๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ดินร่วน 1 ส่วน ปุ๋ ยหมัก 1 ส่วน ปุ๋ ยคอก 1 ส่วน
๓) การปลูกพืช เป็ นการน าเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าหรือส่วนต่าง ๆ ของพืชมาปลูก ลงในดินที่เตรียมไว้แล้ว ซึ่งท าได้หลายวิธี เช่น ใช้เมล็ดพันธุ์โรยหรือหว่านลงบนดิน ใช้กิ่งพันธุ์ปักช าลงในดิน ใช้ต้นกล้าปลูกลงในหลุมที่ขุดไว้ ๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ การหว่านเมล็ดพันธุ์ ลงบนดิน การปักช ากิ่งพันธุ์ ลงในดิน การปลูกต้นกล้า ในหลุม
๔) การดูแลรักษา เป็ นการท าให้ต้นพืชที่ปลูก เจริญเติบโต งอกงาม และให้ผลผลิตตามต้องการ ซึ่งมีวิธีการ ดังนี ้ (๑) การรดน ้า น ้าช่วยล าเลียงสารอาหารในดิน ให้แก่ต้นพืช จึงควรรดทุกวัน วันละ ๒ ครั ้ง เช้าและเย็น ไม่ ควรรดน ้ามากเกินไป เพราะจะท าให้พืชเน่าตายได้ (๒) การพรวนดิน เป็ นการท าให้ดินร่วนซุยมี ช่องว่าง ท าให้พืชได้รับอาหารสะดวก ในพื ้นที่ ขนาดเล็ก เช่น แปลงผัก ให้ใช้ส้อมพรวนค่อย ๆ พรวนดิน ระหว่างแถวที่ปลูกพืช ส าหรับพื ้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ในไร่ ใน สวนผลไม้ ควรใช้จอบพรวนดินระหว่างแถวปลูกพืชหรือ รอบ ๆ โคนต้นพืช ๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ (๓) การใส่ปุ๋ ย เป็ นการให้อาหารแก่พืช ปุ๋ ย แต่ละชนิดท าให้พืชเจริญเติบโตแตกต่างกัน การให้ปุ๋ ยจึง ต้องพิจารณาจากพืชที่ปลูกด้วย เช่น ถ้าปลูกคะน้าที่เป็ นผัก กินใบ ควรใส่ปุ๋ ยยูเรีย ซึ่งมีธาตุไนโตรเจนสูง วิธีการใส่ปุ๋ ยท า ได้หลายวิธี เช่น การหว่าน การโรยเป็ นแถว การโรยรอบต้น พืช การใส่ข้างต้นพืช การละลายน ้ารด (๔) การก าจัดวัชพืช เป็ นการป้ องกันไม่ให้วัชพืช เช่น หญ้าต่าง ๆ มาแย่งอาหารพืช การก าจัดวัชพืชท าได้โดย การถอนด้วยมือ เสร็จแล้วจึงพรวนดินและใส่ปุ๋ ยหมัก ปุ๋ ย คอก หรือปุ๋ ยเคมี (๕) การก าจัดแมลง เป็ นการป้ องกันไม่ให้แมลงมา กัดกิน หรือเจาะท าลายต้นพืช ซึ่งท าได้หลายวิธี เช่น การใช้ มือจับแมลงไปทิ ้ง การใช้สารเคมีหรือสารสกัดจากสมุนไพร ฉีดพ่น การใช้แมลงก าจัดแมลงด้วยกันเอง
๕) การเก็บเกี่ยวผลผลิต เป็ นการน าผลผลิตที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วมาใช้ ประโยชน์ ซึ่งท าได้หลายวิธี ดังนี ้ (๑) เก็บเกี่ยวด้วยมือ เช่น การเก็บพริก การถอนต้นหอม (๒) ใช้เครื่องมือขนาดเล็ก เช่น การใช้มีดตัดโคนต้นผักกินใบ การใช้ตะกร้อ สอยผลไม้ การใช้เคียวเกี่ยวข้าว การใช้จอบขุดเผือกและมัน (๓) การใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ เช่น การใช้เครื่องเกี่ยวข้าว ๓.๑ ขั ้นตอนการปลูกพืชในดิน การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ การใช้เครื่องเกี่ยวข้าว การใช้จอบขุดเผือกและมัน การใช้ตะกร้อสอยผลไม้ การใช้เคียวเกี่ยวข้าว การเก็บพริก
๔. การปลูกผักในแปลง คะน้า เป็ นผักที่นิยมปลูกเพื่อ รับประทานใบและล าต้น โดยปลูกได้ ตลอดทั ้งปี ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดีที่สุด คือ เดือนตุลาคม ถึง เดือนเมษายน คะน้าที่ นิยมปลูกในประเทศไทย ได้แก่ คะน้ายอดหรือคะน้าใบ ซึ่งสามารถหาซื ้อ เมล็ดพันธุ์ได้ตามร้านค้าที่จ าหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักทั่วไป คุณประโยชน์ของคะน้า คะน้ามีวิตามินเอช่วยบ ารุงสายตา วิตามินซี ช่วย บ ารุงผิวพรรณ แคลเซียม ช่วยบ ารุงกระดูกและฟัน ใยอาหาร ช่วยให้การ ขับถ่ายเป็ นปกติ คะน้าสามารถน ามาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ผัดคะน้าน ้ามันหอย ผัดคะน้าปลาเค็ม ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ย าคะน้ากุ้งสด การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ๔.๑ การปลูกคะน้า คะน้าในแปลง ผัดคะน้าน ้ามันหอย
การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ๑. เมล็ดพันธุ์คะน้า ๒. เสียม ๓. สายยาง ๔. ฟางแห้ง ๕. ปุ๋ ยคอกและปุ๋ ยหมัก ๖. จอบ ๗. คราด วัสดุ อุปกรณ์ การเตรียมดิน ยกร่องแปลงปลูกแบบจีน มีคูน ้าล้อมรอบหรือแบบยก ร่องธรรมดาในแปลงนา ใช้ดินร่วนปนทราย หรือดินที่ผสมปุ๋ ยคอกและ ปุ๋ ยหมักคลุกเคล้ากัน วิธีการปลูก ก่อนปลูกต้องรดน ้าให้ทั่วแปลง น าเมล็ดที่เตรียมไว้มา หว่านลงบนแปลงปลูก กลบด้วยดินละเอียดบาง ๆ แล้วคลุมด้วยฟาง หรือหญ้าแห้งเพื่อป้ องกันต้นอ่อนจากแสงแดด และรักษาความชื ้นของ ผิวดิน หรือจะปลูกโดยใช้วิธีโรยเป็ นแถวบนแปลงปลูก การดูแลรักษา คะน้าเป็ นผักที่ต้องการน ้ามากแต่ไม่ชอบน ้าขัง จึงควรให้น ้าอย่างสม ่าเสมอ วันละ ๒ ครั ้ง เช้าและเย็น ส าหรับ วัชพืชที่ขึ ้นในระยะแรกควรถอนออกทันที เพราะวัชพืชเป็ นตัวแย่งน ้าและธาตุอาหารจากคะน้า การเก็บเกี่ยว คะน้าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ ๔๕-๕๕ วัน ควรเก็บเกี่ยวโดยการถอนด้วยมือให้ใบ ต้น และรากไม่ขาด ออกจากกัน ก่อนถอนควรรดน ้าบนแปลงให้ดินชุ่มชื ้นเพื่อสะดวกในการถอน เมื่อถอนเสร็จแล้วน าไปล้างดินออก ตกแต่งโดยเด็ด ใบเหลืองและใบแห้งทิ ้ง ขั ้นตอนการปลูกคะน้า
๔.๒ การปลูกต้นหอม การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ต้นหอมหรือหอมแบ่ง เป็ นผักที่นิยม รับประทานส่วนของต้นและใบ ขยายพันธุ์โดยใช้หัว เจริญเติบโตได้ดี ในดินร่วน ชอบอากาศชื ้น และต้องการแสงแดดตลอดวัน คุณประโยชน์ของต้นหอม ต้นหอมนิยมรับประทานสดโดยใช้เป็ นผักเคียง ตกแต่งอาหารหรือชูรสอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว และเป็ นสมุนไพรที่มี สรรพคุณทางยาในการลดไข้ รักษาแผล ช่วยลดระดับน ้าตาลในเลือด ยับยั ้งเส้นเลือดอุดตัน รวมทั ้งแก้ผดผื่นคันและ ถอนพิษแมลงกัดต่อย ต้นหอมในแปลง ตกแต่งอาหารหรือชูรสอาหาร
การงานอาชีพ ชั ้นประถมศึกษาปี ที่ ๕ ๑. หัวหอม ๒. ปุ๋ ยคอกหรือปุ๋ ยหมัก ๓. สายยาง ๔. จอบ ๕. เสียม ๖. ฟางแห้ง ๗. คราด ๘. เศษซากใบไม้ วัสดุ อุปกรณ์ การเตรียมดิน ควรเตรียมแปลงผักขนาดกว้าง ๑ เมตร ยาว ๔-๖ เมตร โดยขุดดินและพลิกดิน จากนั ้นคลุกเคล้าเศษซากใบไม้ ปุ๋ ยคอก หรือปุ๋ ยหมักกับดินให้เข้ากัน ปรับแต่งหน้าดินให้เรียบ รดน้าให้ ชุ่มแล้วหมักทิ ้งไว้ ๔-๗ วัน วิธีการปลูก ใช้หัวที่สมบูรณ์ ไม่เป็ นโรค ตัดรากบางส่วนและปลายยอด ออก ทิ ้งไว้ ๒ วัน เมื่อแตกหน่อแล้วน าไปปลูกโดยใช้นิ ้วหัวแม่มือกดส่วน ที่เป็ นรากลงดิน อย่ากดให้หัวจมดินจนมิด ระยะปลูกระหว่างต้นและ ระหว่างแถว ๑๐-๑๕ เซนติเมตร ปิ ดคลุมดินบาง ๆ ด้วยหญ้าหรือฟาง แห้ง เพื่อรักษาความชุ่มชื ้น และควรรดน ้าให้ชุ่ม การดูแลรักษา ควรให้น ้าสม ่าเสมออย่างเพียงพอทุกวัน วันละ ๒ ครั ้งเช้าและเย็น นอกจากนี ้ควรพรวนดินและก าจัดวัชพืชเป็ น ประจ า การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวต้นหอมหรือหอมแบ่งคือ ๔๐-๕๐ วัน โดยเลือกเก็บขณะต้นโตเต็มที่ แตกกอใหม่ สีเขียวสด ก่อนที่ปลายใบจะเหลือง ด้วยการถอนขึ ้นมาทั ้งกอ สลัดดินที่ติดรากออก จุ่มน ้าล้างท าความสะอาด ขั ้นตอนการปลูกต้นหอม