สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ ตัวชี้วัด หนวยการเรียนรูที่ ๑๑ สภาวะทางอารมณที่สงผลตอสุขภาพ อธิบายสภาวะอารมณ ความรูสึกที่มีผลตอสุขภาพ (พ ๔.๑ ป.๔/๒)
ผังสาระการเรียนรู ความเครียดและการจัดการ กับความเครียด สภาวะทางอารมณที่สงผลตอสุขภาพ สภาวะทางอารมณ ที่สงผลตอสุขภาพ ลักษณะของอารมณ สภาวะทางอารมณที่มีผล ตอสุขภาพทางบวก สภาวะทางอารมณ ที่มีผลตอสุขภาพทางลบ การจัดการกับอารมณ ในเบื้องตน สาเหตุของความเครียด การปฏิบัติตนเพื่อลด ความเครียด สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ สภาวะทางอารมณที่สงผลตอสุขภาพ
๑. อารมณ หมายถึง ความรูสึกภายในจิตใจที่มี ตอสิ่งตาง ๆ รอบตัว ซึ่งสามารถแสดงออกมาได หลายรูปแบบ ขึ้นอยูกับสิ่งที่มากระทบตอจิตใจ อารมณแบงได ๒ ลักษณะ ดังนี้ ลักษณะของอารมณ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๑. อารมณทางบวก เชน ดีใจ ชอบใจ รัก ชื่นชม สุขสบาย สนุกสนาน ลักษณะอารมณทางบวกจะสงผลดีตอสุขภาพ ๒. อารมณทางลบ เชน โกรธ อิจฉาริษยา เสียใจ เศราใจ กลัว เกลียด วิตกกังวล เครียด ลักษณะอารมณทางลบ จะสงผลเสียตอสุขภาพ อารมณแตละลักษณะมีรายละเอียด ดังนี้ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
เปนลักษณะอารมณที่ดี เกิดขึ้นเมื่อสามารถทําในสิ่ง ที่ตองการได ประสบความสําเร็จในเรื่องที่คาดหวัง หรือไดรับ สิ่งที่ดี เชน ไดรับรางวัล ไดรับคําชมเชย เมื่อมีอารมณพึงพอใจหรือเบิกบานใจ จะทําใหมีความสัมพันธ ที่ดีกับคนอื่น ๆ รูสึกมีความสุข ไมเกิดความเครียด และมีกําลังใจ ในการเรียนและปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ ๑. อารมณพึงพอใจหรือเบิกบานใจ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
อารมณพึงพอใจ เบิกบานใจเมื่อไดรับของขวัญ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
วัยเรียนเปนวัยที่มีความอยากรูอยากเห็นในเรื่องตาง ๆ และจะทดลองทําเพื่อแสวงหาเหตุผลของเรื่องนั้น ๆ เพื่อใหเกิด การเรียนรูมากขึ้น ความอยากรูอยากเห็นเปนสิ่งที่ดี และควร ใชใหถูกตองเหมาะสม เชน การศึกษาคนควาเรื่องที่ตองการรู ดวยตนเอง จากหองสมุดหรือถามพอแม ผูปกครอง หรือครู ที่สามารถใหคําตอบในเรื่องนั้นไดอยางถูกตอง ๒. ความอยากรูอยากเห็น สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
การหาความรูเพิ่มเติมใหหองสมุดเปนการหาความรูที่เหมาะสม สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
เด็กอายุ ๙-๑๒ ป มักมีอารมณดังกลาวนี้กับบุคคล ภายนอกบาง เชน เพื่อนวัยเดียวกัน โดยจะเกิดขึ้น เมื่อมีการเปรียบเทียบตนเองกับผูอื่นที่ดีกวา การเห็นคนอื่นได ในสิ่งที่ดีกวาตน หรือรูสึกวาคนอื่นมีสิ่งที่ดีกวาหรือเหนือกวาตน เชน เพื่อนไดคะแนนสอบดีกวาหรือเพื่อนไดรับความสนใจ จากครูมากกวา ๓. อารมณอิจฉาริษยา สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
การแสดงอารมณอิจฉาริษยา เปนสิ่งที่ไมเหมาะสม เราควรชื่นชมหรือแสดงความยินดี เมื่อเห็นเพื่อนหรือ ผูอื่นประสบความสําเร็จ การแสดงความยินดีกับเพื่อน อยางจริงใจ ทําใหรูสึกมีความสุข สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
อาจเกิดจากการไมไดรับสิ่งที่ตองการ หรือไมสามารถ ทําสิ่งที่ตองการหรือสิ่งที่คาดหวังได เชน ตองการไดคะแนนสูง ๆ เมื่อไมไดก็โกรธตนเอง บางคนโกรธคนอื่นเพราะไมทําตาม ที่ตนตองการ เชน ชวนใหเพื่อนเลนดวยแลวเพื่อนไมเลนดวย ก็โกรธเพื่อน ๔. อารมณโกรธ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
การแสดงออกถึงอารมณโกรธ อาจแสดงออกโดยการตอตาน คือ เงียบ หรือไมพูดดวย พูดจาไมสุภาพ กาวราว กับคนหรือสิ่งที่ทําใหโกรธ ขวางปา หรือ ทําลายสิ่งของ ซึ่งเปนการกระทําที่ไมเหมาะสม และไมควรปฏิบัติอยางยิ่ง การแสดงอารมณโกรธ เมื่อไมไดสิ่งที่ตองการ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๒. การมีอารมณที่ดี เชน ดีใจ สนุกสนาน เบิกบาน จะมีผลดีตอสุขภาพรางกาย และจิตใจ คือ ทําใหจิตใจ ราเริงแจมใส สดชื่น ยิ้มแยม มีสุขภาพรางกายที่แข็งแรง ไมเจ็บปวยงาย ไมเบื่ออาหารหรือปวดศีรษะ รับประทานอาหารไดตามปกติ สภาวะทางอารมณ ที่มีตอสุขภาพทางบวก สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
การทําอารมณใหราเริงแจมใสจะทําใหมีความสุข สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๓. สภาวะของอารมณมีความสัมพันธกับสุขภาพ ของแตละบุคคล การมีอารมณวิตกกังวล เครียด หรือ เศราใจ อาจทําใหเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดทอง เบื่ออาหาร ออนเพลีย จิตใจเศราหมอง และหากมี อารมณโกรธ หงุดหงิดเปนประจํา ก็จะทําใหเกิดอาการ หายใจเร็ว ตัวสั่น ซึ่งสงผลเสียตอสุขภาพกายและจิตใจ สภาวะทางอารมณ ที่มีผลตอสุขภาพทางลบ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
การมีอารมณเศราเสียใจจะทําใหจิตใจไมแจมใส สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๔. ๑. เมื่อมีปญหาควรเลาใหพอแม ผูปกครอง ครู หรือเพื่อนที่ไววางใจไดฟง เพื่อชวยแกไขปญหา การจัดการกับอารมณในเบื้องตน ๒. รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน เชน ปลูกตนไม อานหนังสือ ทํากิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ ๓. ฝกนั่งสมาธิ เพื่อควบคุมอารมณ และทําจิตใจ ใหสงบ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๔. ไมใชกําลังหรือความรุนแรงในการแกไขปญหา ๕.รูจักผอนคลายอารมณดวยการออกกําลังกาย เลนกีฬา รองเพลง วาดภาพ หรือดูโทรทัศนรายการที่ชอบ ๖. ฝกรับฟงความคิดเห็นของผูอื่นและรูจักมองโลกในแงดี สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
เมื่อมีปญหาควรเลาใหพอแม หรือคนในครอบครัวฟง การเลนดนตรีชวยผอนคลายอารมณได สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ ความเครียดและการจัดการกับความเครียด
ความเครียดเปนสิ่งที่เกิดขึ้นไดกับทุกคน การมีความเครียด จะสงผลกระทบตอจิตใจและทําใหเกิดการเจ็บปวยได ความเครียดแบงได ๒ ลักษณะ ดังนี้ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๑. ความเครียดทางรางกาย คือ การที่รางกายมีการตอบสนอง ตอสิ่งที่มาคุกคาม เชน ตกอยูในสถานการณที่นากลัว พอแมทะเลาะกันทุกวัน หรืออยูในที่ที่มีเสียงดังเปนเวลานาน ทําใหเกิดความเครียด ๒. ความเครียดทางจิตใจ คือ การตอบสนองเมื่อคิดหรือ รูสึกวาจะเกิดอันตราย เชน คิดวาตองถูกพอแม ผูปกครอง ดุหรือลงโทษ ถากลับบานผิดเวลา หรือคิดวาครูจะทําโทษ ถามาโรงเรียนสาย สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๑. สาเหตุของความเครียด ความเครียดเกิดจากสาเหตุ ดังนี้ ๑.เกิดจากการสูญเสียสิ่งที่ตนรัก ผิดหวังหรือ ไมไดในสิ่งที่คาดหวังไว เชน สัตวเลี้ยงตาย ไมชนะการประกวด ๒.เกิดจากความกลัวหรือความวิตกกังวล เชน กลัวสอบตก กลัวถูกทําโทษ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๓. เกิดจากตองเผชิญการเปลี่ยนแปลงหรือตองเปลี่ยน สิ่งแวดลอมใหม เชน การยายโรงเรียน การที่พอแม แตงงานมีครอบครัวใหม ๔. เกิดจากสภาพแวดลอมภายนอก เชน การจราจรติดขัด อากาศเปนพิษ อยูในที่ที่เสียงดังมาก ๆ ๕. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของรางกาย เชน มีประจําเดือนครั้งแรก มีสิวขึ้นที่ใบหนา สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๒. การปฏิบัติตนเพื่อลดความเครียด เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น ควรลดความเครียด ดวยการปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ทําความเขาใจกับเหตุการณตาง ๆ ที่เกิดขึ้น อยางถูกตอง และรูจักยอมรับความเปนจริง ๒. เมื่อมีปญหาหรือความเครียด ควรปรึกษากับพอแม ผูปกครองหรือครูเพื่อหาทางแกปญหาอยางถูกตอง สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๓. ไมแกปญหาความเครียดดวยวิธีการที่ผิด ๆ เชน การหนีเรียน การหนีออกจากบาน เที่ยวเตร สูบบุหรี่ ๔. ไมคาดหวังสิ่งที่เกินความเปนจริงไวลวงหนาหรือที่เรียกวา ตีตนไปกอนไข เชน กลัวสอบตกทั้งที่ยังไมไดสอบ ๕. หางานอดิเรกที่ชอบทํา เชน เลี้ยงสัตว สะสมแสตมป สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
๖. ใชเวลาวางทํากิจกรรมที่มีประโยชน เชน ออกกําลังกาย ฟงเพลง รดน้ําตนไม เมื่อมีปญหาหรือความเครียด ควรปรึกษาพอแม สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ สรุป ความเครียดเปนสิ่งที่เกิดขึ้นไดกับทุกคน การปฏิบัติตนเพื่อลดความเครียดอยางเหมาะสม ทําใหดํารงชีวิตอยางมีความสุข