สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ หนวยการเรียนรูที่ ๒ การสราง และรักษาสัมพันธภาพ กับผูอื่น • อธิบายความสําคัญของการสรางและรักษาสัมพันธภาพกับผูอื่น (พ ๒.๑ ป.๖/๑)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ผังสาระการเรียนรู การสรางและรักษา สัมพันธภาพ กับผูอื่น ปจจัยที่ชวยให การทํางานกลุม ประสบความสําเร็จ ความสําคัญของการสราง และรักษาสัมพันธภาพ การสรางและรักษาสัมพันธภาพ กับบุคคลอื่น การสรางและรักษาสัมพันธภาพ กับเพื่อน การสรางและรักษาสัมพันธภาพ กับสมาชิกในครอบครัว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑. ความสําคัญของการสราง และรักษาสัมพันธภาพ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ถาครอบครัวใหความสุขโดยการ ใหเงิน แตไมใหความอบอุนกับลูก หรือคน ในครอบครัว ครอบครัวนั้นจะเปนอยางไร
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ มนุษยตองดํารงชีวิตอยูรวมกับผูอื่น เริ่มตั้งแต ที่บานของตนเอง ที่โรงเรียน ที่ทํางาน ดังนั้นทุกคน จึงควรมีน้ําใจไมตรีและเอื้ออาทรตอกัน การสรางและ รักษาสัมพันธภาพกับผูอื่นจึงเปนสิ่งสําคัญที่จะทําให ทุกคนอยูรวมกันในสังคมไดอยางมีความสุข
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ พอ แม ลูกชาย ลูกสาว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑) มีความหวงใย ดูแลเอาใจใส ชวยเหลือสมาชิก ในครอบครัว ๒) ใชเวลาวางทํากิจกรรมหรือพูดคุยกับสมาชิก ในครอบครัวเปนประจํา ๓)ชวยเหลืองานในครอบครัวเทาที่จะทําได และทําหนาที่ของตนเองใหดีที่สุด
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔) พูดจาไพเราะออนหวาน มีกิริยามารยาทสุภาพ เรียบรอยกับทุกคน ๕) รูจักยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น ไมเอาแตใจตนเอง ๖) มีน้ําใจรูจักการแบงปนและเสียสละใหผูอื่น ๗)ชวยครอบครัวแกไขปญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๘) รูจักการใหอภัย ไมทะเลาะเบาะแวง ๙)แสดงความรักตอกันเปนประจําสม่ําเสมอ ๑๐) ลูกตองเคารพและเชื่อฟงคําสั่งสอน ของพอแม และผูใหญในบาน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การมีสัมพันธภาพที่ดีตอกันของสมาชิกในครอบครัว จะทําใหครอบครัวมีความอบอุน สมาชิกในครอบครัวรูสึก มั่นคงและภาคภูมิใจในครอบครัวตนเอง สามารถพัฒนา และปรับปรุงตนเองใหดํารงชีวิตในสังคมรวมกับผูอื่น ไดอยางมีความสุข
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ พูดคุยกับเพื่อนดวยอารมณ แจมใส ใบหนายิ้มแยม ใชคําพูด ที่สุภาพ มีน้ําใจ เอื้อเฟอเผื่อแผและ แบงปนใหเพื่อน ใหความชวยเหลือเมื่อเพื่อน เดือดรอน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ไมเลนกับเพื่อนรุนแรง ไมรังแก ไมแกลง ไมเอาเปรียบเพื่อน และไมลอเลียน ขอโทษเมื่อตนเองทําผิดตอเพื่อน และรูจักใหอภัย เมื่อเพื่อนทําผิดพลาด มีความจริงใจ ไมโกหก หรือหลอกลวงเพื่อน รูจักยอมรับฟงความคิดเห็นของเพื่อน ไมเอาความคิดของตนเปนหลัก
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ มีความรับผิดชอบตอหนาที่ในการทํางานกลุมหรือ ทํากิจกรรมรวมกับเพื่อน รูจักเอาใจเขามาใสใจเรา เมื่อเพื่อนทําพลาด ควรพูดใหกําลังใจ ไมเยาะเยย ปฏิบัติตนกับเพื่อนอยางเหมาะสม
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การสรางและรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อน เปนสิ่งสําคัญที่จะทําใหเพื่อน ๆ รัก อยากพูดคุยและ เลนดวย สงผลใหใชชีวิตรวมกับเพื่อนไดอยางมีความสุข เกิดความรักและความสามัคคีในหมูเพื่อน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ในชีวิตประจําวันนอกจากสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนแลว เราตองพบเจอกับบุคคลอื่นทั้งที่รูจักและ ไมรูจัก การสรางสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น จะทําใหไดรับความรักและชื่นชม ซึ่งสามารถปฏิบัติได ดังนี้
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑) ยิ้มแยมแจมใส ทักทายคนที่รูจัก ไมทําหนาบึ้งตึง ใชคําพูดที่สุภาพ ออนหวาน ไมใชคําหยาบคาย หรือกาวราวกับผูอื่น ๒) แสดงกิริยามารยาทที่สุภาพเรียบรอย ใหความเคารพผูใหญ หรือผูที่มีอายุมากกวา และรูจักเกรงใจ ใหเกียรติผูอื่น ๓)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ไมเอาเปรียบหรือเห็นแกตัวกับผูอื่น มีน้ําใจ ชวยเหลือผูที่ออนแอกวา ๔) มีความอดทนอดกลั้น รูจักระงับความโกรธ และ ใหอภัยผูอื่น ๕) รูจักกลาวคําวา “ขอบคุณ” “ขอบใจ” และ “ขอโทษ” กับผูอื่นจนเปนนิสัย ๖)
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การกลาวคําทักทายดวยถอยคํา ที่สุภาพ ดูนาชื่นชม การมีน้ําใจชวยผูสูงอายุ ทําใหไดรับคําชื่นชม
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การชวยเหลือผูอื่น ทําใหไดรับไมตรีที่ดีตอบกลับมา เมื่อผูใหญใหสิ่งของตองกลาวคําขอบคุณ เพื่อแสดงถึงการมีมารยาทที่ดี
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การรูจักสรางและรักษาสัมพันธภาพ กับบุคคลอื่น จะทําใหไดรับไมตรีจิตที่ดี เปนที่รักและชื่นชมของผูอื่น
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๒. ปจจัยที่ชวยใหการทํางานกลุม ประสบความสําเร็จ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ การเรียนหรือการทํางานเปนกลุมจะตอง ปฏิบัติงานรวมกันหลายคน การเปนผูมี สัมพันธภาพที่ดีจะเปนพื้นฐานของการทํางาน รวมกับผูอื่นได เพื่อใหงานประสบความสําเร็จนั้น จําเปนตองอาศัยหลายปจจัย ดังนี้ นักเรียนจะมีวิธีการใดเพื่อใหผูอื่นยอมรับ ความสามารถของนักเรียน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๑. ความสามารถสวนบุคคล ทุกคนมีความสามารถในแตละดาน แตกตางกันไป การที่กลุมมีบุคคลที่มีความสามารถ ในหลาย ๆ ดานก็จะทําใหงานประสบความสําเร็จ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๒. การยอมรับความคิดเห็นและความแตกตาง ระหวางบุคคล สมาชิกในกลุมตองรวมกันแสดงความคิดเห็น ในขั้นตอนการทํางาน และรวมกันหาขอตกลงตามหลัก ประชาธิปไตย ไมยึดความคิดเห็นของคนใดคนหนึ่ง เปนใหญ ยอมรับความแตกตางในความสามารถของ บุคคล ไมดูถูกหรือปดกั้นความคิดของผูอื่น ใหโอกาส ทุกคนไดแสดงความคิด และมีสวนรวมในการทํางาน อยางเทาเทียมกัน
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๓. การสรางสัมพันธภาพที่ดีระหวางสมาชิกในกลุม การทํางานกลุมจะสําเร็จไดตองเริ่มจากสมาชิก ทุกคนมีการสรางสัมพันธภาพที่ดีตอกัน ซึ่งเปนปจจัย สําคัญที่ทําใหการทํางานกลุมประสบความสําเร็จไปได ดวยดี
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๔. ความรับผิดชอบ สมาชิกในกลุมตองมีความรับผิดชอบตองาน ของกลุม ปฏิบัติหนาที่ที่ตนไดรับมอบหมายอยางเต็ม ความสามารถ ไมละเลยหนาที่ และหากงานในหนาที่ ของตนเสร็จเรียบรอยแลว ควรชวยเหลือเพื่อนคนอื่น เพื่อใหงานกลุมสําเร็จทันเวลาและมีประสิทธิภาพ
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ๕. บทบาทหนาที่ของสมาชิกในกลุม การทํางานกลุมควรแบงหนาที่ความรับผิดชอบ ใหสมาชิกอยางเทาเทียม โดยดูจากความถนัด ของแตละบุคคล และตองมีความสามัคคีชวยเหลือกัน หากงานของสมาชิกคนใดมีปญหาตองชวยกันหาทาง แกไข
สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๖ ถาสมาชิกในกลุมมีสัมพันธภาพที่ดีตอกัน มีความรวมแรงรวมใจกัน รูจักรับผิดชอบ ในหนาที่และมีความสามัคคีกันทํางาน จะทําใหการทํางานกลุมประสบความสําเร็จ และมีประสิทธิภาพ