The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิจัย EdPEx ฉบับสมบูรณ์ (กรุณา-ปัทมาพร)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by karuna tangruthaiwan, 2024-02-22 22:12:24

เล่มรายงานผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

รายงานวิจัย EdPEx ฉบับสมบูรณ์ (กรุณา-ปัทมาพร)

Keywords: รายงานวิจัย

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี A Study of the Implementation of Educational Quality Criteria for Excellence of the Faculty of Agricultural Technology Rajamangala University of Technology Thanyaburi นางสาวปัทมาพร พุ่มทับทิม สำนักประกันคุณภาพการศึกษา นางกรุณา ตั้งฤทัยวรรณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมงานวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประจำปี 2565


ก ชื่องานวิจัย การศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อผู้วิจัย นางสาวปัทมาพร พุ่มทับทิม นางกรุณา ตั้งฤทัยวรรณ ปีที่ทำการวิจัย 2565 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา 1) การดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 2) การมีส่วนร่วมและปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษา (EdPEx) และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 49 คน ซึ่งเป็นคณะกรรมการในการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหูคุณ ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) และการมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามเกณฑ์ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ปัญหาและอุปสรรคในการ ดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ (EdPEx) คือ หมวด 1 การนำองค์กร และหมวด 7 ผลลัพธ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ (EdPEx) คือ หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ อย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 คำสำคัญ: เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx), การมีส่วนร่วม


ข Research Title A Study of the Implementation of Educational Quality Criteria for Excellence of the Faculty of Agricultural, Technology Rajamangala University of Technology Thanyaburi Author Miss Pattamaporn Pumtubtim Mrs.Karuna Tangruthaiwan Year 2022 ABSTRACT The objectives of this research are to study 1) operations according to the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx), 2) participation and obstacles in operating according to the Educational Quality Criteria (EdPEx), and 3) Factors affecting participation and problems hindering performance according to the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx) of the Faculty of Agricultural Technology, Rajamangala University of Technology Thanyaburi. The purposive sample group of 49 people, who are committees of the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx) of the Faculty of Agricultural Technology, Rajamangala University of Technology Thanyaburi, were used to carry out data. The statistics used in data analysis include percentage, mean, standard deviation and analysis of multiple regression equations. The research results found that implementation according to the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx) and participation in the implementation of the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx) of the Faculty of Agricultural Technology, Rajamangala University of Technology Thanyaburi gave overall at a high level. Problems and obstacles in operations were overall at a moderate level. Factors that affect participation in performance according to the criteria (EdPEx) are Category 1: Organizational Leadership, and Category 7: Results. A statistically significant impact level was reported at .05 whereas factors affecting problems and obstacles in performance according to the Educational Quality Criteria for Excellence (EdPEx) was Category 6: Operating System reported at .01. Keywords: Education Criteria for Performance Excellence (EdPEx), Participation.


ค กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยความกรุณาเมตตาอย่างสูงจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ผู้วิจัยขอขอบพระคุณกองทุนส่งเสริมงานวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ให้ทุน สนับสนุนการทำวิจัย “ทุนสนับสนุนการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ประจำปี พ.ศ. 2565” ขอขอบคุณ คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลลิตา ศิริวัฒนานนท์และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ ให้คำแนะนำงานวิจัย ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่สายสนับสนุนได้รับการพัฒนางานวิจัย เพื่อให้มีศักยภาพมีความก้าวหน้าในสายงาน ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิด้านเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพล จันทร์พาณิชย์และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจนา สีมันตร ที่ได้สละเวลา ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำการสร้างเครื่องมือ และชี้แนะแนวทางการดำเนินงานให้แก่ผู้วิจัย ในการ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี รวมทั้ง ขอขอบพระคุณผู้บริหาร คณบดี รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดีคณาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน ที่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการนำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) มาใช้ภายในคณะ เทคโนโลยีการเกษตร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ให้ความอนุเคราะห์ในการเก็บข้อมูล ตลอดจนได้ผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณพ่อแม่ ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานที่คอยเป็นกำลังใจ และ ช่วยเหลือคณะผู้วิจัย คุณค่าอันพึงมีจากงานวิจัยฉบับนี้ขอมอบแก่ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องและให้การ สนับสนุนอย่างดีมาโดยตลอด คณะผู้วิจัย


ง สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย บทคัดย่อภาษาอังกฤษ กิตติกรรมประกาศ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ (ก) (ข) (ค) (ง) (ฉ) (ซ) บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ความสำคัญและที่มาของปัญหา 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 กรอบแนวคิด 3 1.4 ขอบเขตการวิจัย 3 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4 1.6 นิยามคำศัพท์เฉพาะ 4 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา 2.2 แนวคิดทฤษฎีการมีส่วนร่วม 2.3 เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criterija for Performance Excellence : EdPEx) 2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 3.4 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx 5 5 8 11 18 24 24 25 26 27 29 30 33 41


จ สารบัญ หน้า 4.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงเส้นแบบพหูคุณ การดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx 4.5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและอุปสรรค การดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx 4.6 ข้อเสนอแนะ บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 42 44 45 47 47 5.2 การอภิปรายผลการวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะ 51 55 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย ภาคผนวก ข การประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ภาคผนวก ค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประวัติผู้วิจัย 57 59 60 62 68 77


ฉ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 2.1 โครงสร้างคะแนนเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 17 ตารางที่ 3.1 แสดงกลุ่มตัวอย่าง 24 ตารางที่ 4.1 แสดงการทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) 29 ตารางที่ 4.2 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านเพศ 30 ตารางที่ 4.3 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านอายุ 30 ตารางที่ 4.4 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านระดับการศึกษาสูงสุด 30 ตารางที่ 4.5 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประเภทบุคลากร 31 ตารางที่ 4.6 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประสบการณ์เพื่อการดำเนินงานตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 31 ตารางที่ 4.7 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประสบการณ์ในการบริหารงาน 32 ตารางที่ 4.8 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านตำแหน่งทางการบริหาร 32 ตารางที่ 4.9 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 1 การนำองค์กร 33 ตารางที่ 4.10 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 2 กลยุทธ์ 35 ตารางที่ 4.11 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 3 ลูกค้า 36 ตารางที่ 4.12 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 37 ตารางที่ 4.13 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 5 บุคลากร 38 ตารางที่ 4.14 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ 39


ช สารบัญตาราง (ต่อ) หน้า ตารางที่ 4.15 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 7 ผลลัพธ์ 40 ตารางที่ 4.16 สรุปการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 7 หมวด 40 ตารางที่ 4.17 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 41 ตารางที่ 4.18 การรวิเคราะห์การดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) ที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 43 ตารางที่ 4.19 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน ตามเกณฑ์ EdPEx 44 ตารางที่ 4.20 การวิเคราะห์การดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) ที่ส่งผลต่อปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน 45


ซ สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดของการวิจัย ภาพที่ 2.1 แสดงโครงสร้างเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ 3 15 ภาพที่ 2.2 รูปแบบหัวข้อของเกณฑ์ EdPEx 16


1 บทที่1 บทนำ 1.1 ความสำคัญและที่มาของปัญหา ปัจจุบันสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ และ เทคโนโลยีซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเผชิญความท้าทายจากกระแสโลกาภิวัตน์ การจัดการศึกษา ถือเป็นกลไกสำคัญในการผลิตทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ความสามารถเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมการพัฒนา ประเทศ (พงศ์ธวัช, 2546) ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาเป็นหน่วยงานที่ผลิตคนให้มีความสามารถ ตามพันธกิจ หลักของสถาบันอุดมศึกษา 4 ประการ ดังนี้ 1) ด้านการเรียนการสอนหรือการผลิตบัณฑิต 2) ด้านการ วิจัย 3) ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม 4) ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และเครื่องมือที่สำคัญ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในปัจจุบัน คือการนำระบบการประกันคุณภาพการศึกษามาใช้ สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว) ได้ส่งเสริมสนับสนุน การนำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence: EdPEx) มุ่งสู่การบริหารจัดการองค์กรที่เป็นเลิศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ ทัดเทียมและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดย สป.อว ได้ดำเนินการแปล เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ฉบับปี 2563-2566 ซึ่งเรียบเรียงจาก 2019-2020 Baldrige Excellence Framework (Education) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทกับการศึกษาไทย และ มหาวิทยาลัยสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ (สำนักงาน ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2563) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี) เล็งเห็นความสำคัญ และกำหนดนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ บริหารองค์กรอย่างเป็นระบบ และยั่งยืน ประกอบกับมติ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ให้ความเห็นชอบการใช้ระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx) ระดับคณะ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ซึ่งคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี เป็นคณะนำร่องในการนำ เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ไปเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ตามองค์ประกอบของเกณฑ์ ทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย หมวด 1 การนำองค์กร หมวด 2 กลยุทธ์ หมวด 3 ลูกค้า หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ หมวด 5 บุคลากร หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินงาน ในการนำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ไปสู่การปฏิบัตินั้น มทร.ธัญบุรี ดำเนินการถ่ายทอดนโยบาย และแผนพัฒนาคุณภาพองค์กรตามเกณฑ์EdPEx ให้กับผู้บริหาร


2 มหาวิทยาลัยระดับคณะ และบุคลากร โดยส่งเสริม สนับสนุน กำหนดกลยุทธ์และวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ 1) การอบรมเกณฑ์EdPEx สำหรับการดำเนินการที่เป็นเลิศแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร 2) การ อบรมหลักสูตรการเขียนรายงานการประเมินตนเองตามเกณฑ์EdPEx 3) การอบรมให้ความรู้เรื่อง เครื่องมือต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งปัญหาที่พบหลังจากเสร็จสิ้นการอบรม คือ ระดับคณะยังคงขาดทักษะความรู้และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพองค์กร ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ไปสู่การปฏิบัติในฐานะที่คณะผู้วิจัย มีหน้าที่ในการรับผิดชอบงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์EdPEx ได้สังเกต และมีข้อ ค้นพบบริบทการดำเนินงานตามเกณฑ์ฯ พบว่า ผู้บริหารและบุคลากรของคณะเทคโนโลยีการเกษตร ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพองค์กรเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศ บุคลากร ของคณะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ดังนั้น ในการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยจึงได้เล็งเห็นปัญหาสำคัญข้างต้น จึงขอทุนวิจัยเพื่อศึกษา ในหัวข้อเรื่อง การศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 1.2.2 เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมและปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี 1.2.3 เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมและปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


3 1.3 กรอบแนวคิดของการวิจัย ศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี ภาพที่ 1.1 กรอบแนวคิดของการวิจัย 1.4 ขอบเขตการวิจัย ศึกษาวิจัยการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี 1.4.1 ขอบเขตเนื้อหา ศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี 1.4.2 ขอบเขตด้านกลุ่มเป้าหมาย ประชากร คือ บุคลากรภายในของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี จำนวน 111 คน (ที่มา : ข้อมูลบุคลากร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรีข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565) กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะกรรมการในการดำเนินการตามเกณฑ์ EdPEx ของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 49 คน 1.4.3 ข้อจำกัดในการศึกษาครั้งนี้ 1.4.3.1 ด้านความรู้ความเข้าใจเกณฑ์EdPEx ของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยมีระดับของ การรับรู้ที่แตกต่างกัน 1.4.3.2 ประสบการณ์และการมีส่วนร่วมดำเนินการตามเกณฑ์EdPEx มีความแตกต่างกัน 1.4.3.3 ทัศนคติด้านบวกและด้านลบของผู้ตอบแบบสอบถาม


4 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1 ได้รับทราบผลการศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี 1.5.2 ได้ทราบปัญหาและอุปสรรคของการมีส่วนร่วมในการการดำเนินงานตามเกณฑ์ EdPEx เพื่อนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์และวางแผนการพัฒนาคณะไปสู่ความเป็นเลิศ 1.5.3 ได้รับทราบกระบวนการ ขั้นตอนการดำเนินงานภายในคณะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามเกณฑ์ EdPEx 1.5.4 สามารถนำผลจากการศึกษามาใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการตามเกณฑ์EdPEx ได้อย่างเป็นระบบ เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล 1.6 นิยามคำศัพท์เฉพาะ 1.6.1 เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence : EdPEx) หมายถึง เครื่องมือในการบริหารจัดการคุณภาพของการศึกษา เพื่อมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ ตามกรอบการพัฒนาของเกณฑ์ Malcolm Baldrige National Quality Award : MBNQA ต้นแบบของรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) โดยสำนักมาตรฐาน และประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานผลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เรียบ เรียงจาก 2019-2020 Baldrige Excellence Framework (Education) 1.6.2 การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การกำกับ ติดตาม การควบคุม และ การปรับปรุงคุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ปกครอง สังคม ชุมชน ซึ่งทำให้ผลผลิตของการศึกษามีคุณภาพพึงประสงค์ตามความคาดหวัง 1.6.3 คุณภาพการศึกษา หมายถึง ลักษณะที่พึงประสงค์ตามภารกิจของการจัดการศึกษา ตามนโยบายการอุดมศึกษาของประเทศ และการจัดการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย 1.6.4 การดำเนินงาน หมายถึง การปฏิบัติงานของหน่วยงาน ตามกฎ ระเบียบ ปฏิบัติงาน ได้ทันเวลา รวดเร็ว ถูกต้อง มีคุณภาพ 1.6.5 แนวทาง หรือวิธีการ (Approach) หมายถึง วิธีการที่หน่วยงานใช้ดำเนินการ เพื่อตอบข้อกำหนดต่าง ๆ ในเกณฑ์การประเมินแนวทางการดำเนินการจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ของวิธีการตามข้อกำหนดและต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานขององค์กร และการนำวิธีการนั้นไปใช้ ให้เกิดประสิทธิผลเป็นระบบ อย่างยั่งยืน 1.6.6 คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร. ธัญบุรีหมายถึง คณะวิชาที่จัดการเรียนการสอน และ ให้บริการความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ของ มทร.ธัญบุรี


5 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรีผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเกณฑ์EdPEx ศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทาง ในการศึกษาค้นคว้า โดยมีรายละเอียดของแนวคิดดังนี้ 2.1 ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา 2.2 ด้านทฤษฎีการมีส่วนร่วม 2.3 เกณฑ์EdPEx (Education Criteria for Performance Excellence) 2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (2542) การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง กิจกรรมหรือแนวปฏิบัติ ในการสร้างความมั่นใจต่อผู้รับบริการของการศึกษา คือ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน สังคม และรัฐ โดยการ ดําเนินงานของสถานศึกษาตามพันธกิจที่ได้กําหนด ส่งให้ผลผลิตของการศึกษามีคุณภาพ มีคุณลักษณะ ที่ต้องการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2543) กำหนดนิยามการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การบริหารจัดการและดำเนินกิจกรรมตามภารกิจของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความตั้งใจให้ผู้รับบริการทางการศึกษา ทั้งผู้รับบริการโดยตรง ได้แก่ ผู้เรียน ผู้ปกครอง ผู้รับบริการทางอ้อม ได้แก่สถานประกอบการ ประชาชน และสังคม โดยรวม ว่าการดำเนินงานของสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพและทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด การประกันคุณภาพการศึกษามีแนวคิดอยู่บนพื้นฐาน ของการ “ป้องกัน” มิให้เกิดการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และผลผลิตไม่มีคุณภาพ จุฑาและจินตนา (2544, หน้า 5) ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง กลไก หรือกระบวนการใด ๆ ที่เมื่อได้ดําเนินการแล้วจะทําให้เกิดการดํารงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษาตรงตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของผู้เรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนสังคมโดยส่วนรวม ทั้งนี้ รวมถึงกลไกหรือกระบวนการใด ๆ ที่ริเริ่มขึ้นภายในสถาบันอุดมศึกษา เองหรือ หน่วยงานภายนอกก็ได้ สมคิดและสุพักตร์(2544, หน้า 2-3) กล่าวว่า การประกันคุณภาพการศึกษา (Quality Assurance) หมายถึง กิจกรรมหรือแนวปฏิบัติที่จำเป็นต้องดำเนินงานเพื่อประกันว่าคุณภาพของการศึกษาได้รับการ


6 รักษาไว้และส่งเสริมเพิ่มพูน การประกันคุณภาพการศึกษาจึงรวมถึงกิจกรรม หรือแนวปฏิบัติใดๆ ที่หาก ดำเนินการตามแผนและระบบที่วางไว้แล้วจะทำให้เกิดความมั่นใจว่าจะได้ผลผลิต ทบวงมหาวิทยาลัย (2544) ให้นิยามคำว่า การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การมีระบบและ กลไกในการควบคุม ตรวจสอบ และประเมินการดำเนินงานในแต่ละองค์ประกอบคุณภาพ ตามดัชนีที่กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชน ได้มั่นใจว่าสถาบันการศึกษา สามารถผลิตผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยรามคําแหง, สำนักประกันคุณภาพการศึกษา (2547, หน้า 17) กำหนดคำนิยามของ การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การมีระบบและกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ และประเมินการ ดําเนินงานในแต่ละองค์ประกอบคุณภาพ ตามดัชนีบ่งชี้ที่กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสาธารณชนได้มั่นใจว่าสถานศึกษา สามารถให้ผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สรุปว่า การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นการบริหารจัดการตามนโยบาย และพันธกิจของ สถานศึกษาอย่างเป็นระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้โดยดำเนินการพัฒนาให้สอดคล้องตามมาตรฐาน การศึกษาภายใน และภายนอก โดยมีกระบวนการตรวจสอบ ประเมินคุณภาพ เพื่อให้สาธารณชนได้มั่นใจ ต่อสถานศึกษา ในการสร้างผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ 2.1.1 ความจำเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2557, หน้า 11) ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษา จะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การดำเนินการตามภารกิจหลัก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ พัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันมีทั้งปัจจัยภายใน และภายนอก ที่มีผลกับการประกันคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ปัจจัยดังกล่าว มีดังนี้คือ 1. คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา และการผลิตบัณฑิตภายในประเทศมีแนวโน้มแตกต่างกัน มากขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียระยะยาวแก่สังคมโดยรวมของประเทศไทย 2. ความท้าทายของโลกาภิวัตน์ต่อการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษา แบบไม่มีพรมแดน และแนวโน้มการเคลื่อนย้ายนักศึกษาและบัณฑิต การประกอบอาชีพของบัณฑิตใน อนาคต อันเป็นผลจากการรวมตัวของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทั้งสองประเด็นต้องการการรับประกัน ของคุณภาพการศึกษา 3. สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจแก่สังคมทั่วไปได้ว่าสามารถพัฒนา องค์ความรู้ และผลิตบัณฑิต ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล การพัฒนาภาคการผลิตที่แท้จริงทั้งอุตสาหกรรมและ บริการการพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ระดับท้องถิ่น และชุมชน


7 4. สถาบันอุดมศึกษาจะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ (Public Information) ที่เป็นประโยชน์ต่อ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนักศึกษา ผู้จ้างงาน ผู้ปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป 5. สังคมต้องการระบบอุดมศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Participation) มีความโปร่งใส (Transparency) และมีความรับผิดชอบซึ่งตรวจสอบได้ (Accountability) ตามหลัก ธรรมาภิบาล 6. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดทำระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงก่อตั้งให้มีสำนักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประเมินผล การจัดการศึกษาของสถานศึกษา 7. คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศใช้มาตรการอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2549 เพื่อเป็นกลไกกำกับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหน่วยงาน โดยทุกหน่วยงานระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา 8. กระทรวงศึกษาธิการ มีการประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศ แนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 เพื่อให้ การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพื่อการประกันคุณภาพ ของบัณฑิต แต่ละระดับคุณวุฒิ และแต่ละสาขาวิชา 9. กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2554 เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมและกำกับให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษา ให้มีมาตรฐานตามประเภท หรือกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่กำหนดทั้ง 4 กลุ่ม 2.1.2 วัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (2557) สถาบันอุดมศึกษาร่วมกับต้นสังกัด ต้องพัฒนา ระบบ และกลไกการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อให้สถานศึกษามีการพัฒนามุ่งสู่วิสัยทัศน์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยระบบดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ พรบ. และเพื่อให้เป็นไปตามกรอบแผนอุดมศึกษาระยะ ยาว มาตรฐานระดับชาติและนานาชาติ 2. เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานตั้งแต่ระดับหลักสูตร คณะวิชาหรือหน่วยงาน เทียบเท่า และสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ตามระบบและกลไกคุณภาพที่สถาบันศึกษา กำหนดขึ้น โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการดำเนินงานตามตัวบ่งชี้ขององค์ประกอบคุณภาพต่าง ๆ ว่าเป็นไป ตามเกณฑ์และได้มาตรฐาน


8 3. เพื่อให้หลักสูตร คณะวิชาหรือหน่วยงานเทียบเท่า และสถาบันอุดมศึกษาทราบสถานะ ของสถาบันของตนเอง เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพไปสู่เป้าหมาย (Targets) และ เป้าประสงค์ (Goals) ตามจุดเน้นของตนเอง 4. เพื่อรับทราบข้อมูลที่สะท้อนจุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุง ตลอดจนข้อเสนอแนะในการพัฒนา การดำเนินงาน เพื่อปรับปรุงผลการดำเนินการในระดับ ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และยกระดับ ขีดความสามารถของสถาบัน 5. เพื่อให้ข้อมูลสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้มั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษา สามารถสร้างผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ และมาตรฐานตรงตามที่กำหนด 6. เพื่อให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลพื้นฐาน ที่จำเป็น สำหรับส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามแนวทางที่เหมาะสม 2.2 แนวคิดทฤษฎีการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วม สำคัญมากกับการทำงาน เป็นการส่งเสริมให้บุคคล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในด้านการคิด วางแผน ตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ ในการบริหารจัดการให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย จากการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนักวิชาการ พบว่า การมีส่วนร่วมจะเกี่ยวข้อง กับด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยา มีทฤษฎีที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมดังต่อไป ทฤษฎีสองปัจจัย (Two-Factor Theory) ของเฮอร์ซเบิร์ก (Herzberg,1959) โดยมุ่งความสนใจ ที่องค์ประกอบ 2 ชุด คือ องค์ประกอบของความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ โดยพบว่าองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้เกิดความสุขของการทำงานมีอยู่ 2 ประการ คือ 1. องค์ประกอบที่เรียกว่า องค์ประกอบที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ (Motivate Factors) มีอยู่ 5 ประการ คือ 1) ความสำเร็จของงาน หมายถึง การที่คนทำงานได้เสร็จสิ้นและประสบผลสำเร็จอย่างดี เมื่องานประสบผลสำเร็จ จึงเกิดความรู้สึกพอใจ และปลาบปลื้มในผลสำเร็จของงานนั้น 2) การได้รับการยอมรับ หมายถึงการได้รับการยอมรับนับถือไม่ว่าจากผู้บังคับบัญชา จากเพื่อน จากผู้มาขอคำปรึกษาหรือจากบุคคลในหน่วยงาน การยอมรับนี้จะอยู่ในรูปแบบของการยกย่อง ชมเชย หรือการยอมรับในความรู้ความสามารถ 3) ลักษณะของงาน หมายถึง งานที่สนใจ งานที่ต้องอาศัยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ท้าทาย หรือเป็นงานที่สามารถทำตั้งแต่ต้นจนจบได้โดยท้าทาย 4) ความรับผิดชอบ หมายถึง ความพึงพอใจที่เกิดขึ้นจากการได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงาน และมีอำนาจในงานที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ 5) ความก้าวหน้าในตำแหน่งการงาน หมายถึง ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น การมี โอกาสได้ศึกษาเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม


9 2. องค์ประกอบที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน องค์ประกอบนี้เรียกว่า องค์ประกอบค้ำจุน (Hygiene Factors) มีอยู่ 11 ประการ คือ 1) เงินเดือน หมายถึง ค่าจ้างรายเดือนที่จ่ายให้กับบุคลากรในองค์กรนั้น ๆ และการเลื่อนขั้น เงินเดือนนั้นเป็นที่พอใจของบุคคลในหน่วยงาน 2) โอกาสที่จะได้รับความก้าวหน้าในอนาคต หมายถึง โอกาสที่จะได้รับการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง และได้รับความก้าวหน้าในทักษะวิชาชีพ 3) ความสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชา หมายถึง การที่บุคคลสามารถทำงานร่วมกันมีความเข้าใจ อันดีและความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา 4) ฐานะของอาชีพ หมายถึง อาชีพนั้นเป็นที่ยอมรับของสังคมมีเกียรติและศักดิ์ศรี 5) ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา หมายถึง การติดต่อระหว่างบุคคล กับผู้บังคับบัญชาที่แสดง ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ความสามารถทำงานร่วมกันและเข้าใจซึ่งกันและกัน 6) ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หมายถึง การติดต่อระหว่างบุคคลกับเพื่อนร่วมงานที่แสดง ถึงความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ความสามารถทำงานร่วมกันและเข้าใจ 7) เทคนิคการนิเทศ หมายถึง ความสามารถของผู้บังคับบัญชาในการดำเนินงานหรือความ ยุติธรรมในการบริหาร 8) นโยบายและการบริหารงานของบริษัท หมายถึง การจัดการบริหารงานขององค์กรและการ ติดต่อสื่อสารในองค์กร 9) สภาพการทำงาน ได้แก่ สภาพทางกายภาพของงาน เช่น แสง เสียง อากาศ ชั่วโมงทำงาน และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ 10) ความเป็นอยู่ส่วนตัว หมายถึง ความรู้สึกดีหรือไม่ดี อันเป็นผลที่ได้รับจากงานของเขา 11) ความมั่นคงในงาน หมายถึง ความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อความมั่นคงในงาน ความยั่งยืน ของอาชีพ หรือความมั่นคงขององค์กร องค์ประกอบทั้งสองด้าน เป็นสิ่งที่คนงานต้องการ เพราะเป็นแรงจูงใจในการทำงาน องค์ประกอบ หรือปัจจัยกระตุ้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญทำให้คนเกิดความสุขในการทำงาน และเมื่อคน ได้รับการตอบสนองด้วยปัจจัยชนิดนี้แล้ว คนจะเกิดความพึงพอใจในงาน ทฤษฎีการบริหารแบบมีส่วนร่วมของ โคเฮนและอัพฮอฟฟ์ (Cohen & Uphoff, 1980) ให้ความหมายของการบริหารแบบส่วนร่วมว่าจะต้องประกอบด้วยการมีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง 4 ประการ ได้แก่ การมีส่วนในกระบวนการตัดสินใจว่าจะทำอะไร และทำด้วยวิธีการอย่างไร มีส่วนในการ ดำเนินโครงการ ตัดสินใจในการให้ทรัพยากรสนับสนุนโครงการ และการร่วมมือกับองค์กรหรือกลุ่ม กิจกรรมเป็นการเฉพาะ มีส่วนร่วมในผลประโยชน์อันเกิดจากโครงการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการ ประเมินผล โดยมีรายละเอียด ดังนี้


10 1) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making) หมายถึง การที่เปิดโอกาสให้บุคลากรมี ส่วนร่วมในการตัดสินปัญหาการดำเนินงาน การคิดริเริ่มโครงการ การเลือกทำโครงการ รวมถึงงาน และ กิจกรรมส่วนต่าง ๆ ในการดำเนินงานในโครงการหรือกิจกรรมนั้น ๆ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคือ ริเริ่มตัดสินใจ ดำเนินการตัดสินใจ และตัดสินใจปฏิบัติการ 2) การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) หมายถึง การมีส่วนร่วมในการ สนับสนุนหรือจัดหาทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งด้านงบประมาณ ด้านแรงงาน ด้านวัสดุอุปกรณ์ ให้กับโครงการ การมีส่วนร่วมในการดำเนินการนั้น ๆ อาจทำได้หลายรูแบบ เช่น การเป็นคณะกรรมการดำเนินงาน การเป็นสมาชิก การเป็นคณะกรรมการสถานศึกษา อีกทั้งการมีส่วนร่วมสามารถเป็นบุคคลในทุกกลุ่ม ได้เช่นกัน การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ประกอบด้วยการสนับสนุนด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านทรัพยากร ด้านการบริหาร และด้านการประสานขอความร่วมมือ 3. การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ (Benefits) หมายถึง การมีส่วนร่วมในการได้รับ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ทั้งในทางบวก และทางลบ ในขณะที่ดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมนั้น ๆ เช่น การมีรายได้และทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากโครงการหรือกิจกรรมนั้นๆ หรือการมีหนี้สินเพิ่มจากโครงการหรือ กิจกรรมนั้น ๆ การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ ประกอบด้วย ทางด้านวัตถุ ผลประโยชน์ทางสังคม และ ผลประโยชน์ส่วนบุคคล 4. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การเข้ามามีส่วนร่วมในการ ประเมินโครงการอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ เช่น การร่วมประชุม การประเมินคุณภาพ สถานศึกษา การร่วมเป็นคณะทำงานวิจัย การประเมินผลไม่เป็นทางการ ได้แก่ การประชุมแลกเปลี่ยน ความเห็นในการดำเนินโครงการ นำผลการประเมินโครงการมาใช้ในการพิจารณาโครงการครั้งต่อไป เป็น ต้น การมีส่วนร่วมในการประเมินผล ประกอบด้วย การควบคุม และตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมทั้งหมด และการปรับตัวในการมีส่วนร่วม จากการศึกษาของ ยุพาพร (2545 อ้างตาม Erwin, คศ.) กำหนดความหมายของการมีส่วนร่วม คือ กระบวนการอนุญาตให้บุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ด้วยตนเอง เน้นการมีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขันของบุคคล แก้ไขปัญหาร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ เหมาะสมและสนับสนุน ติดตามการปฏิบัติงานขององค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง สันติชัย (2551) กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของบุคลากร หมายถึง การเปิดโอกาสให้บุคลากรเข้า มาร่วมคิด ตัดสินใจในการปฏิบัติงานและร่วมรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ อันมีผลกระทบกับบุคลากร การ ส่งเสริมให้บุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาความเป็นอยู่ของบุคลากรให้ ดีขึ้นนั้น ผู้นำควรจะต้องยอมรับในปรัชญาการพัฒนาว่า มนุษย์ทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นอย่างมีความสุข ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น และพร้อมที่จะอุทิศตน เพื่อกิจกรรมส่วนรวมขององค์กร


11 อดินันท์ (2552) แสดงทฤษฎีสองปัจจัยของ เฮอร์ซเบิร์ก (Hertzberg) เป็นทฤษฎีการจูงใจที่ เกี่ยวข้อง และสามารถโยงไปสู่กระบวนการมีส่วนร่วมได้ และเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการจูงใจผู้ปฏิบัติงานเกิด ความพึงพอใจ ตามทฤษฎีเชื่อว่าผู้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพย่อมขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของ ผู้ปฏิบัติงาน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มความสนใจในการทำงานและมีความรับผิดชอบกระตือรือร้นที่จะ ทำงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตของงานให้มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากผู้ปฏิบัติงานไม่พึงพอใจในการ ทำงานก็จะเกิดความท้อถอย และทำให้ผลงานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ทฤษฎีดังกล่าวสอดคล้องกับการ เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของบุคลากรในองค์กร กล่าวคือ ถ้าบุคลากรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานได้ร่วมคิด ตัดสินใจจะส่งผลให้บุคลากรในองค์กรเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในกิจกรรมมากขึ้น ทำให้ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาได้ นอกจากนี้ทฤษฎีการสร้างผู้นำคือ ผู้มีอำนาจที่ดี (Positive Leader) มักจะเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวในการทำงานอยู่ ในขณะที่ผู้มีอำนาจที่ไม่ดี (Negative Leader) มักจะไม่มีผลงานสร้างสรรค์ การสร้างผู้มีอำนาจหรือผู้นำจะช่วยจูงใจให้บุคลากรเต็มใจที่จะทำงานเพื่อให้ งานบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน เนื่องจากผู้นำเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการจูงใจและรวมกลุ่มคน ดังนั้น ทฤษฎีสองปัจจัยนี้จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กร เพราะทำให้เกิดการ มีส่วน ร่วมในการช่วยเหลือร่วมมือร่วมแรงกันในการทำงานอย่างมีคุณภาพ แสดงให้เห็นถึงการมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ของบุคลากรและผู้นำร่วมกัน ซึ่งกระบวนการมีส่วนร่วมจะต้องมีผู้นำที่ดีจะนำไปสู่ ความสำเร็จ ขององค์กรได้ สรุปว่า ทฤษฎีเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมมีความสำคัญต่อการทำงาน มุ่งเน้นให้เกิดการทำงานร่วมกัน ภายในองค์กร เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลมีส่วนช่วยเหลือระหว่างกัน มีการตัดสินใจร่วมกัน มีการวางแผนระดมความคิด ในการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบในการ บริหารจัดการ ให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรในการปฏิบัติงานร่วมกัน 2.3 เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence: EdPEx) (สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2563) 2.3.1 ที่มาของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence : EdPEx) เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เสริมพลังให้สถาบันบรรลุเป้าหมาย ปรับปรุงผลลัพธ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน องค์กรจำนวนมากทั่วโลกใช้ Baldrige Excellence Framework (เกณฑ์บัลดริจ) เพื่อปรับปรุงและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน องค์กรที่ได้รับรางวัล บัลดริจ คือองค์กรที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบระดับประเทศ และจากการที่องค์กรเหล่านี้ได้แบ่งปัน แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้องค์กรจำนวนมากสามารถนำไปพัฒนา


12 ทั้งแนวทางการดำเนินการและผลลัพธ์ส่งผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศและโลก ในประเทศไทยได้เริ่มปรับใช้เกณฑ์บัลดริจ มาเป็นเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนิน ที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence : EdPEx) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) และกรอบการประเมินผล การประเมินผลการดำเนินงาน รัฐวิสาหกิจ (State EnterState Enterprise Assessment Model : SE-AM) รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่ง ของเกณฑ์มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (Hospital Accreditation : HA) สำหรับเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เป็นการนำเกณฑ์บัลดริจ (Baldrige) ด้านการศึกษามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของการอุดมศึกษาไทย เพื่อให้สถาบัน ใช้พัฒนาการบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่องสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งจะยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของสถาบันและของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ 2.3.2 คุณลักษณะของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เกณฑ์นี้ช่วยให้สถาบันตอบคำถามสำคัญ 3 ข้อ คือ 1. สถาบันของท่านดำเนินการได้ดีอย่างที่ต้องเป็นหรือไม่ 2. สถาบันทราบได้อย่างไร 3. สถาบันของท่านควรจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไรและอย่างไร เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ช่วยให้สถาบันบริหารจัดการ ทุกเรื่อง/องค์ประกอบของสถาบันให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้บรรลุพันธกิจ ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. มุ่งเน้นผลลัพธ์ เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) มุ่งเน้นผลลัพธ์ในเรื่องหลัก ๆ ด้านผู้เรียน คือการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ ลูกค้ากลุ่มอื่น บุคลากร การนำองค์การ และ การกำกับดูแล รวมถึงงบประมาณ การเงิน และตลาด มาจัดทำกลยุทธ์ที่มีความสมดุล โดยไม่ละเลย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีเป้าประสงค์ทั้งระยะสั้น และระยะยาว 2. ไม่กำหนดวิธีการและปรับใช้ให้เหมาะสมได้ เกณฑ์ไม่ได้กำหนดวิธีการว่าสถาบันจะต้องมีโครงสร้างองค์กรอย่างไร ไม่ได้ระบุ ว่าสถาบันจะต้องจัดตั้งหน่วยงานด้านการวางแผน ด้านจริยธรรม พัฒนาคุณภาพ หรือหน่วยงานอื่นๆ เกณฑ์ไม่ได้ระบุให้สถาบันบริหาร ด้วยวิธีเดียวกัน และอนุญาตให้สถาบันเลือกใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อกระตุ้นการพัฒนา เช่น Plan-Do-Study-Act (PDSA) Balanced Scorecard หรือ ศึกษาเกณฑ์การประกันคุณภาพด้วยตนเอง (Accreditation self-studies) เกณฑ์ไม่กำหนดวิธีการไว้ เพราะ


13 - เกณฑ์มุ่งเน้นให้องค์กร ดำเนินการตามความต้องการขององค์กรที่มีร่วมกัน (Common needs) มากกว่าวิธีปฏิบัติที่คัดลอกสถาบันอื่นๆ เหมือนๆ กัน ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจ การสื่อสาร การ แลกเปลี่ยน ความสอดคล้องไปในทิศทางและวัฒนธรรมขององค์กรของสถาบัน สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม และแนวทางอื่นๆ ที่อาจจะดีกว่าแนวทางเดิมๆ ก็ได้ - เกณฑ์มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่าวิธีปฏิบัติ เครื่องมือ หรือโครงร่างของสถาบัน เกณฑ์สนับสนุน ให้สถาบันตอบคำถามด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์ ปรับให้เหมาะสมกับทิศทางและวัฒนธรรมขององค์กร และหาแนวทางที่มีความยืดหยุ่น กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปและอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งการปรับปรุงด้วยการสร้างนวัตกรรม การเลือกใช้เครื่องมือ วิธีการ ระบบ และโครงสร้างของ สถาบัน จึงขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดและประเภทของสถาบัน ความสัมพันธ์ระดับองค์กร และระดับ การพัฒนา รวมทั้งความสามารถและความรับผิดชอบของบุคลากร และห่วงโซ่อุปทาน ปัจจัยเหล่านี้มี ความแตกต่างกัน ระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆ และมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการของความ ต้องการ และกลยุทธ์ของสถาบัน 3. มุ่งเน้นที่ความต้องการของสถาบันการศึกษา เกณฑ์ให้ความสำคัญด้านความแตกต่างของภารกิจ การเรียนรู้ หลักสูตรที่มุ่งเน้นผู้เรียน และยัง เล็งเห็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ปกครอง ผู้ใช้บัณฑิต ผู้ใช้ผลงานวิจัย แนวคิดความเป็นเลิศในเกณฑ์การศึกษานี้ มีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ 1. กลยุทธ์การประเมินที่ได้ผ่านการกลั่นกรอง และใช้ได้ผลอย่างดีในทางปฏิบัติ 2. การปรับปรุงตัววัดและตัวบ่งชี้หลักอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการเรียนรู้ ของผู้เรียน และผลลัพธ์ตามพันธกิจอื่น 3.ความเป็นผู้นำที่เป็นที่ประจักษ์ในด้านผลการดำเนินการปรับปรุง เมื่อเทียบเคียงกับ สถาบัน/องค์กรที่มีการดำเนินการในลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือค่าเทียบเคียงที่เหมาะสม เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) และเกณฑ์มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA) ของสถาบันรับรองคุณภาพ สถานพยาบาล (สรพ.) เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ (กพร.) และระบบการประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (SEPA) ของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สร้างขึ้นมาโดยอาศัยกรอบคำถาม 7 หมวดเช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะขององค์กรทุกประเภท การใช้กรอบเดียวกันในทุกภาคส่วนจะสนับสนุนให้ มีความร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถาบันการศึกษาอาจพิจารณา ข้อกำหนดของเกณฑ์แตกต่างจากหน่วยงาน/ภาคส่วนอื่น ๆ เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) จึงแปลงภาษาที่ใช้และแนวคิดหลักของภาคธุรกิจและการดำเนินการที่เป็นเลิศให้เป็น แนวคิดหลักที่มีความสำคัญเทียบเทียมกันเพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา


14 4. สนับสนุนมุมมองเชิงระบบเพื่อให้เป้าประสงค์สอดคล้องไปในทางเดียวกันทั้งสถาบัน เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) สร้างความสอดคล้อง ไปในทิศทางเดียวกันทั้งสถาบันจากตัววัดที่ได้มาจากกระบวนการและกลยุทธ์ของสถาบันที่มีการเชื่อมโยง และเสริมซึ่งกันและกัน ตัววัดเหล่านี้ผูกโยงโดยตรงกับคุณค่าในมุมมองของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกับผลการดำเนินการโดยรวม การใช้ตัววัดเหล่านี้ จึงเป็นกรอบที่ทำให้ กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง โดยลดความจำเป็นที่จะต้องกำหนดวิธีปฏิบัติ โดยละเอียด ลดการรวมศูนย์การตัดสินใจ หรือลดกระบวนการจัดการที่ซับซ้อนเกินไป ดังนั้นตัววัดเหล่านี้ จึงเป็นทั้งเครื่องมือในการสื่อสาร และเป็นวิธีการถ่ายทอดผลการดำเนินการที่สถาบันต้องการไปสู่ การปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวา ความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน ทำให้มั่นใจว่าสถาบันมีจุดมุ่งหมาย ที่แน่ชัด และเป็นที่รับรู้ทั่วทั้งองค์กร ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนความคล่องตัว การสร้างนวัตกรรม และการกระจายอำนาจในการตัดสินใจ มุมมองเชิงระบบเพื่อให้เป้าประสงค์สอดคล้องไปในทางเดียวกัน เป็นเรื่องที่หยั่งลึกอยู่ในโครงสร้างที่บูรณาการกันระหว่างค่านิยมหลักและแนวคิด โครงร่างองค์กร คำถาม ของเกณฑ์ และแนวทางการให้คะแนน รวมทั้งการมุ่งเน้นผลลัพธ์ เหตุปัจจัยและผล และการเชื่อมโยง ข้ามกระบวนการระหว่างหัวข้อต่างๆ ในเกณฑ์ เมื่อใช้เกณฑ์นี้ข้อมูลป้อนกลับระหว่างกระบวนการและ ผลลัพธ์ จะช่วยให้เกิดวงจรแห่งการพัฒนาที่เน้นการปฏิบัติ4 ขั้นตอน คือ 1. การออกแบบและการเลือกกระบวนการ และตัววัดที่มีประสิทธิผล (แนวทาง) 2. การนำแนวทางไปปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวา (การนำไปสู่การปฏิบัติ) 3.การติดตามและประเมินความก้าวหน้า เก็บและแบ่งปันความรู้ รวมทั้งการหาโอกาส ในการสร้างนวัตกรรม (การเรียนรู้) 4.การปรับแผนบนพื้นฐานของสิ่งที่พบจากการประเมินและผลการดำเนินการของสถาบัน การทำให้กระบวนการและผลการดำเนินการของสถาบัน การทำให้กระบวนการและการปฏิบัติงานใน หน่วยงานต่าง ๆ ประสานกลมกลืนกัน รวมทั้งการเลือกตัววัดของกระบวนการและผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม (บูรณาการ) 2.3.3 โครงสร้างของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ แกนหลักของระบบความเป็นเลิศ มีเกณฑ์เจ็ดหมวด ซึ่งระบุกระบวนการและผลลัพธ์ที่หน่วยงาน กำหนด การบรรลุความเป็นเลิศต้องอาศัยความเป็นผู้นำขององค์กรที่เข้มแข็ง และนี่คือผลลัพธ์ที่แสดง ออกมา คำว่า "บูรณาการ" ที่อยู่ตรงกลางภาพบ่งบอกว่าองค์ประกอบทั้งหมดของระบบเชื่อมต่อและ เชื่อมโยงถึงกัน ลูกศรแนวนอนตรงกลางภาพบ่งบอกถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญภายในกลุ่มผู้นำขององค์กร (หมวด 1-3) ซ้าย) และหมวดหมู่ผลลัพธ์ (หมวด 5 ถึง 7 ด้านขวา) นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้นำและกลุ่มผลงาน


15 หัวลูกศรแนวตั้งตรงกลางภาพ ชี้ไปที่โครงร่างองค์กรและฐานหลักของระบบที่จะให้สารสนเทศและ ข้อมูลสะท้อนกลับแก่กระบวนการที่สำคัญและสภาวะแวดล้อมขององค์กร ภาพที่ 2.1 แสดงโครงสร้างเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (ที่มา : EdPEx.org) 1. โครงร่างองค์กร คือ บริบท วิธีการปฏิบัติการขององค์กร สภาพแวดล้อมการดำเนินการ ความสัมพันธ์ที่สำคัญในการปฏิบัติการและความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุมถึงระบบการจัดการ การดำเนินการองค์การโดยรวม 2. ระบบการปฏิบัติการ ประกอบด้วย การนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การมุ่งเน้นลูกค้า การมุ่งเน้นผู้ปฏิบัติงาน การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์การนำองค์การ ซึ่งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การมุ่งเน้นลูกค้า จัดอยู่ในกลุ่มของการนำองค์กร เน้นที่กลยุทธ์ผู้เรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยผู้นำ ระดับสูงต้องกำหนดทิศทางขององค์กร และแสวงหาโอกาสด้านการจัดการศึกษาในอนาคต การมุ่งเน้น ผู้ปฏิบัติงาน การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ จัดอยู่ในกลุ่มผลลัพธ์ โดยผู้ปฏิบัติงานและกระบวนการ ที่สำคัญ นำไปสู่ความสำเร็จ ส่งผลให้การดำเนินการโดยรวมขององค์กรเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การปฏิบัติการมุ่งสู่ผลลัพธ์ประกอบด้วย ผลลัพธ์ของผู้เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลาด งบประมาณ การเงิน ธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม 3. พื้นฐานของระบบ การวัดการวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้องค์กรมีการ จัดการที่มีประสิทธิผล และมีการปรับปรุงผลการดำเนินการ และความสามารถในการแข่งขัน โดยระบบ


16 ที่ใช้ข้อมูลจริง และองค์ความรู้เป็นแรงผลักดัน การวัดการวิเคราะห์ และการจัดการความรู้นี้เป็นพื้นฐาน ของระบบการจัดการผลการดำเนินการโดยรวม 2.3.3.1 รูปแบบหัวข้อของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วยหัวข้อและประเด็นที่ควรพิจารณาต่างๆ ดังนี้ 1. หัวข้อของเกณฑ์มีทั้งหมด 17 หัวข้อ (และมีอีก 2 หัวข้อในโครงร่างองค์กร) แต่ละหัวข้อ มีจุดมุ่งหมายที่เน้นเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามประเภทของสารสนเทศที่สถาบันต้องอธิบาย ดังนี้ 1) โครงร่างองค์กร กำหนดให้อธิบายสภาวะแวดล้อมของสถาบัน 2) หัวข้อที่เกี่ยวกับกระบวนการ (หมวด 1-6) กำหนดให้อธิบายกระบวนการของสถาบัน 3) หัวข้อเกี่ยวกับผลลัพธ์ (หมวด 7) กำหนดให้รายงานผลลัพธ์ของกระบวนการของสถาบัน 2. ประเด็นเพื่อพิจารณา ในแต่ละหัวข้อ จะมีประเด็นเพื่อพิจารณาในรูปแบบของคำถามหรือข้อความ แบ่งเป็น 3 ระดับ 1) คำถามพื้นฐาน (Basic questions) จะต่อจากหัวข้อหลัก 2) คำถามโดยรวม (Overall questions) จะเป็นคำถามที่ใช้ตัวอักษรเข้ม เป็นจุดเริ่มต้น ของการตอบคำถามของเกณฑ์ 3) คำถามย่อย (Multiple questions) เป็นคำถามเดี่ยว ๆ ในแต่ละประเด็นพิจารณา รวมทั้ง คำถามที่ใช้ตัวอักษรเข้ม คำถามข้อแรกเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดในชุดคำถามนั้น ภาพที่ 2.2 รูปแบบหัวข้อของเกณฑ์ EdPEx (ที่มา EdPEx.org)


17 2.3.3.2 หัวข้อและคะแนนของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ตารางที่ 2.1 โครงสร้างคะแนนเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)


18 2.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ภาวนา และคณะ (2555) ได้ทำการศึกษาวิจัย การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ หลัก (KPI) ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อให้บรรลุความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน และอุปสรรคในการ นำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาไปปฏิบัติ การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) กำหนดตัวชี้วัดผลการ ปฏิบัติงาน (KPIs) เพื่อนำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาไปปฏิบัติเพื่อความเป็นเลิศด้านผลการปฏิบัติงาน (Educational Criteria for Performance Excellence: EdPEx) 2) ศึกษาประเด็นและอุปสรรคในการ ใช้เกณฑ์คุณภาพ เพื่อประสิทธิภาพที่เป็นเลิศ (EdPEx) ในทางปฏิบัติ3) ระบุแนวทางการพัฒนาและ ปรับปรุงแนวปฏิบัติด้านคุณภาพการศึกษาเพื่อการบรรลุความเป็นเลิศ (Educational Criteria for Excellence: EdPEx) ผลการวิจัย พบว่า 1 . การกำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์ (KPIs) การดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เพื่อใช้เป็นตัวอย่าง ในพิจารณาคัดเลือกตัวชี้วัดผลลัพธ์ในการประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินงาน และสามารถจำแนกออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้ - ด้านผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่างได้ 13 ตัวชี้วัด - ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่างได้ 25 ตัวชี้วัด - ด้านผลลัพธ์การดำเนินการด้านงบประมาณ การเงิน และตลาด กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่าง ได้จำนวน 27 ตัวชี้วัด - ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นผู้ปฏิบัติงาน กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่างได้ จำนวน 26 ตัวชี้วัด - ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการ กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่างได้ 7 ตัวชี้วัด - ผลลัพธ์ด้านภาวะผู้นำ กำหนดตัวชี้วัดเป็นตัวอย่างได้ จำนวน 24 ตัวชี้วัด 2. ปัญหาและอุปสรรคในการนำเอาเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศไปสู่ การปฏิบัติ - ด้านผู้บริหาร อาจไม่เห็นความสำคัญในการนำเอาเกณฑ์ไปปฏิบัติอย่างจริง ขาดความรู้ ความเข้าใจรายละเอียดเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ หรือเกณฑ์รางวัลคุณภาพ แห่งชาติ ขาดการสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจของเกณฑ์ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง รวมทั้งมุ่งหวังที่จะได้คะแนนการประเมินตามเกณฑ์มากกว่าลงมือทำให้ เกิดผลการปฏิบัติจริง โดยไม่ได้นำเอาผลการประเมินตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่ เป็นเลิศไปปรับปรุงผลการดำเนินงานอย่างก้าวกระโดด - ด้านคณาจารย์ มีภารกิจจำนวนมาก ด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการ วิชาการ จึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการจัดเก็บตัวชี้วัดด้านการประกันคุณภาพ มีอาจารย์ส่วนใหญ่ยัง ไม่ได้รับการอบรมด้านเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ส่วนอาจารย์ที่ได้รับการ


19 อบรมแล้ว ยังไม่ได้นำเอาเกณฑ์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากขาดการกำกับติดตามของ ผู้บริหารและไม่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไร - ด้านบุคลากร ขาดความรู้ความเข้าใจเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ รวมทั้งขาดประสบการณ์ตรงในการปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการองค์กรตามระบบคุณภาพ ทำให้ไม่ สามารถนำเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศไปสู่การปฏิบัติงานได้ ขาดความมั่นใจใน ตนเอง ทำให้ไม่สามารถพัฒนางานด้านการบริหารได้ การรับรู้เป็นแบบ TOP DOWN ผู้ปฏิบัติงานมักจะ บ่นว่าไม่ใช่งานตนเอง เกณฑ์เหล่านี้เป็นงานผู้บริหาร ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และมีการ เปลี่ยนตัวผู้ปฏิบัติงานหรือผู้รับผิดชอบตัวชี้วัด ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง - ด้านนโยบาย มหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การนำเอาเกณฑ์พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) และเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อ การดำเนินงานที่เป็นเลิศมาใช้ แต่นโยบายด้านการประกันคุณภาพอาจจะไม่เข้มงวดกวดขันอย่างเด็ดขาด มีการผ่อนปรนจนทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติและบางคณะหน่วยงานขอยกเว้นการปฏิบัติหรือไม่ได้ประเมิน ตนเองตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ผู้นำเอานโยบายไปสู่การปฏิบัติมองไม่ เห็นประโยชน์ ขาดกลยุทธ์การนำไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผลและชัดเจน ผู้ตรวจประเมินขาดทักษะในการ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง - ด้านงบประมาณ ขาดงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินงานกิจกรรมด้านการประกันคุณภาพ การฝึกอบรม หรือการจ้างที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำ หรือเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้กับงานด้านการประกันคุณภาพ - ด้านเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เกณฑ์ที่มีเนื้อหาและ ข้อกำหนดในการดำเนินงานมากเกินไป เข้าใจได้ยาก และต้องมีการตีความหมายของเกณฑ์ทำให้น่าเบื่อ บางข้อคำถามของเกณฑ์ไม่สามารถนำมาใช้ในการประเมินคณะและหน่วยงานได้ ขาดแนวปฏิบัติ หรือตัวอย่างที่ดี ไม่ทราบแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตามเกณฑ์ ไม่มีการเฉลี่ยให้ทราบว่าสิ่งที่ดำเนินการสิ่งใดดี หรือไม่ดี 3. แนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการนำเอาเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศไปสู่การปฏิบัติ - การอบรมให้ความรู้ด้านเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ให้บุคลากรทุกระดับเพื่อให้รับรู้โดยทั่วกัน - กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการอบรมโดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง ระดับต้น คณาจารย์ และบุคลากรใหม่ - จัดที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารและบุคลากรในการนำเอาเกณฑ์ฯ ไปสู่การปฏิบัติ


20 - คัดเลือกคณะหน่วยงานนำร่องในการเป็นตัวอย่างในการนำเอาเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศไปสู่การปฏิบัติ - การจัดการความรู้ ค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างแรงจูงใจ ยกย่อง เชิดชูให้รางวัลการศึกษาดูงานองค์กรที่เป็นเลิศด้านการจัดการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ - กำหนดเป็นตัวชี้วัดการประเมินผลผู้บริหารโดยเชื่อมโยงผลงานด้าน QA เข้ากับการเลื่อนขั้น เงินเดือน ผลการดำเนินงาน โบนัส และความดีความชอบอื่น ๆ - กำหนดแนวปฏิบัติหรือนโยบายให้ชัดเจนในการกำหนดให้เอาเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศไปใช้ในการปฏิบัติงานด้านใดบ้าง - มีบทลงโทษสำหรับหน่วยงานที่ไม่ได้ดำเนินงานอย่างจริงจัง - จัดทำแผนกลยุทธ์การดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ปีละ 1 หรือ 2 หมวด เนื่องจากเนื้อหาของเกณฑ์เยอะมาก - กำกับติดตามการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ อย่างจริงจังจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย และคณะกรรมการตรวจประเมินคุณภาพภายใน - จัดทำแผนปรับปรุงองค์กรตามผลการประเมินของเกณฑ์คุณภาพการดำเนินการที่เป็นเลิศ และมีคณะกรรมการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงตามผลการประเมินตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ - ควรจัดทำคู่มือแนะนำเกณฑ์ให้เข้าใจง่ายและมีองค์ประกอบออนไลน์ สืบค้นได้ เต็มใจ (2558) ศึกษาการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศในการ ปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต วัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการปฏิบัติตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และ 2) เพื่อเปรียบเทียบ การปฏิบัติตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศในการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวน ดุสิตศึกษาสวนดุสิตราชภัฏ จำแนกตามความสัมพันธ์ ตำแหน่ง ระดับการศึกษา ระยะเวลาการทำงานใน มหาวิทยาลัย และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จำนวน 320 คน เก็บตัวอย่างแบบสัดส่วน และเครื่องมือ สุ่มตัวอย่างอย่างง่ายใช้ในการศึกษานี้ นี้เป็นแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม และตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทั้งหมด 7 หมวด ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที การทดสอบ ความแปรปรวนแบบทางเดียว และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ ผลจากการ วิจัย พบว่า 1) สถานภาพของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ สังกัดคณะ/โรงเรียน มีตำแหน่งอยู่ในสายวิชาการ ระดับการศึกษา ระดับปริญญาโท ระยะเวลาการทำงานในมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่าง 3-6 ปี และมี


21 ประสบการณ์เกี่ยวกับการประกันคุณภาพ 1-3 ปี 2) บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีการ ปฏิบัติตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา รายหมวดพบว่า มีการปฏิบัติตามเกณฑ์เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ อยู่ในระดับมากทุกหมวด สุวัฒน์และปิยพร (2560) ดำเนินการศึกษาเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศด้าน การศึกษา (EdPEx) เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานแบบบูรณาการเพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานของ องค์กรให้บรรลุผลสำเร็จความเป็นเลิศ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวบ่งชี้ ตามแผนกลยุทธ์ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสาขาวิชาต่างๆ เป็นไปตามเกณฑ์ EdPEx และนำไปใช้ในการพัฒนาขั้นตอนการทำงานภายในภาควิชา สอดคล้องกับตัวชี้วัดตามแผนกลยุทธ์ ผู้วิจัยใช้ตัวบ่งชี้จากแผนยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จำนวน 27 ตัวบ่งชี้เพื่อจัดทำ แบบสอบถามเพื่อขอความคิดเห็นจากผู้นำคณาจารย์ เกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ ตามความก้าวหน้าของเกณฑ์ EdPEx จากหมวดหมู่ 1 ถึง 6 มีหัวข้อทั้งหมด 19 หัวข้อที่มีผลกระทบมากที่สุดต่อความสำเร็จของตัวบ่งชี้ แต่ละตัว และการวิเคราะห์เพื่อระบุกระบวนการสำคัญที่ต้องปรับปรุงตามแนวคิดพาเรโต จากผลการวิจัย พบว่ามีกระบวนการสำคัญ 3 กระบวนการที่ส่งผลต่อความสำเร็จของตัวบ่งชี้ตามแผนกลยุทธ์ได้แก่ 1) การบริหารจัดการของผู้บริหารที่จะทำให้คณะประสบความสำเร็จ (1.1 ก วิสัยทัศน์ ค่านิยม และพันธกิจ) 2) การจัดทำแผนปฏิบัติการ การจัดสรรทรัพยากร แผนด้านบุคลากรและการนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ (2.2 ก การจัดทำแผนปฏิบัติการและนำไปสู่การปฏิบัติ) และ 3) การพัฒนาหลักสูตรและบริหารให้ตรง ความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า (3.1 ก การรับฟังผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น) หากมีการปรับปรุง กระบวนการเหล่านี้ จะสามารถเพิ่มโอกาสความสำเร็จของตัวชี้วัดตามแผนกลยุทธ์ต่อไปในอนาคต กุลพัทธ์และเมธิชญญ์ (2562) ได้ศึกษาวิจัยแนวทางการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อ ศึกษาความพร้อมการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ของมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการตามเกณฑ์ เพื่อนำมาเป็นแนวทางใน การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นการ ดำเนินการวิจัยจากการศึกษา ตำรา เอกสาร ข้อมูลพื้นฐานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ และมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (โดยผู้วิจัยใช้มหาวิทยาลัยมหิดล) แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความคิดเห็น โดยผลการวิจัยพบว่า 1. ความพร้อมด้านการดำเนินงาน ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พบว่ามีการดำเนินงานที่เป็นแนวทางที่ตอบสนอง ต่อข้อกำหนดพื้นฐานของหัวข้อ มีการนำแนวทางไปถ่ายทอดเพื่อนำไปปฏิบัติ และบางหมวดหรือหัวข้อ


22 มีการประเมินและปรับปรุงกระบวนการที่สำคัญ โดยหมวดที่มีความพร้อมมากที่สุดจากสำรวจ ความคิดเห็น คือ หมวดกลยุทธ์ ค่าเฉลี่ย 3.94 คิดเป็นร้อยละ 78.80 ระดับความพร้อมปานกลาง 2. แนวทางการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (โดยผู้วิจัย ใช้มหาวิทยาลัยมหิดล) พบว่าในแต่ละหมวดมีการดำเนินงานโดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA มีการเรียนรู้ ในระดับองค์กร และมีการสร้างนวัตกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ ที่สำคัญ โดยในแต่ละหมวดนั้นจะมีผู้บริหารที่ให้ความสำคัญและใช้ระบบสารสนเทศในการเชื่องโยงข้อมูล ต่าง ๆ โดยแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญที่มหาวิทยาลัยควรนำมาเป็นแนวทาง คือ การกำหนดนโยบาย การดำเนินงาน โดยมีการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ และมีการกำกับติดตามการดำเนินงานเป็นระยะโดย ผู้บริหาร การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการวิเคราะห์หรือประมวลผลข้อมูลและใช้วงจรคุณภาพ PDCA มาใช้ในการดำเนินงาน คือ การกำหนดแผนการดำเนินงาน การดำเนินการการประเมิน และการปรับปรุง ชยภร (2564) ดำเนินการศึกษาเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิผลของการประกันคุณภาพการศึกษา ภายในตามเกณฑ์การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงาน (EdPEx) กรณีศึกษา: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิจัยและวิเคราะห์การดำเนินการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมวิจัยและ ประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อกิจกรรมความเป็นเลิศ โดยใช้ แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ ชุดคำถามถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นกรอบการสัมภาษณ์เพื่อถามคำถามเกี่ยวกับ หัวข้อที่สนใจเพื่อการวิจัยและเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร คณะกรรมการคณะ หัวหน้าทีม และพนักงานเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 48 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพ ตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัย (ร้อยละ 45.83) ระยะเวลาการปฏิบัติงานมากกว่า 10 ปี (ร้อยละ 43.75) และมีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ ต่ำกว่า 1 ปี (ร้อยละ 85.42) 2) ผู้ตอบแบบสอบถามได้เข้า มามีส่วนร่วมการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ ดังนี้ 2.1) การเข้ารับฟังนโยบายการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ จำนวน 2 ครั้ง (ร้อยละ 66.67) 2.2) เข้ารับการฝึกอบรมฯ และการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ จำนวน 1 ครั้ง (ร้อยละ 66.67) 2.3) การมีส่วนร่วมการปฏิบัติงาน ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ จำนวน 2 ครั้ง (ร้อยละ 35.42) 2.4) และ จากข้อคำถามและการสัมภาษณ์ปัญหาและอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ จำนวน 7 หมวด โดยผลการวิเคราะห์แต่ละหมวดการดำเนินงาน พบว่า หมวด 1) การนำองค์กร ภาพรวมมีความถี่ในการเลือกอันดับสูงสุด รองลงมา หมวด 2) การวางแผน


23 เชิงกลยุทธ์ หมวด 7) ผลลัพธ์ หมวด 5) การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6) การมุ่งเน้นปฏิบัติการ หมวด 4) การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ และหมวด 3) การมุ่งเน้นลูกค้า สมพิศและคณะ (2561) ศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อความเป็นเลิศ ในการปฏิบัติงาน (EdPEx) กรณีศึกษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาการปฏิบัติ ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (EdPEx) และศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการ ปฏิบัติงานตามเกณฑ์ EdPEx คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2561 คัดเลือกกลุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 112 คน แบ่งเป็นสายงาน 3 สายงาน (1) สายการสอน (2) สายสนับสนุน และ (3) สายทันตแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามเกณฑ์ EdPEx เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ (1) ข้อมูลส่วนบุคคล (2) คำถามเกี่ยวกับ EdPEx ด้วยคะแนน 5 อันดับ (3) ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานประจำวัน เครื่องมือได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้ค่า IOC = 0.67-1.00 และตรวจสอบความถูกต้อง (ความน่าเชื่อถือ) ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของ Cronbrach = 0.989 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผล การศึกษาพบว่า (1) การปฏิบัติตามเกณฑ์คุณภาพเพื่อความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน (EdPEx) โดยทั่วไป มีอยู่ในระดับสูง ยกเว้นระบบปฏิบัติการประเภทที่ 6 การปฏิบัติตามเกณฑ์ EdPEx อยู่ในระดับปานกลาง (2) อุปสรรคแสดงให้เห็นว่าพนักงานบางคนยังคงไม่สามารถใช้ผลการประเมินเพื่อการปรับปรุงได้


24 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมุ่งที่จะศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรีซึ่งในบทนี้จะได้กล่าวถึงสาระสำคัญเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ บุคลากรภายในของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี จำนวน 111 คน (ที่มา : ข้อมูลบุคลากร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรีข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565) กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะกรรมการในการดำเนินการตามเกณฑ์ EdPEx ของคณะ เทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 49 คน ตารางที่ 3.1 แสดงกลุ่มตัวอย่าง


25 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) และแบบสัมภาษณ์จัดทำขึ้นตาม ความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของการวิจัย เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยตั้งคำถาม ที่สามารถให้คำตอบที่สัมพันธ์กับปัญหาที่ทำการศึกษา 3.2.1 แบบสอบถาม (Questionnaire) แบ่งเป็น 4 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร ประสบการณ์การทำงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา และตำแหน่งทางการบริหาร ตอนที่ 2 แบบสอบถามการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 1 การนำองค์กร หมวด 2 กลยุทธ์ หมวด 3 ลูกค้า หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ หมวด 5 บุคลากร หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์เป็นคำถามแบบ มาตราส่วนช่วงคะแนนค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ย 5 ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนและแปลผล (บุญใจ, 2555) ช่วงคะแนน 4.51-5.00 ระดับการดำเนินการมากที่สุด ช่วงคะแนน 3.51-4.50 ระดับการดำเนินการมาก ช่วงคะแนน 2.51-3.50 ระดับการดำเนินการปานกลาง ช่วงคะแนน 1.51-2.50 ระดับการดำเนินการน้อย ช่วงคะแนน 1.00-1.51 ระดับการดำเนินการน้อยที่สุด ตอนที่ 3 แบบสอบถามการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) เป็นคำถามแบบมาตราส่วนช่วงคะแนนค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ย 5 ระดับ เกณฑ์การ ให้คะแนนและแปลผล (บุญใจ, 2555) ช่วงคะแนน 4.51-5.00 ระดับการมีส่วนร่วมมากที่สุด ช่วงคะแนน 3.51-4.50 ระดับการมีส่วนร่วมมาก ช่วงคะแนน 2.51-3.50 ระดับการมีส่วนร่วมปานกลาง ช่วงคะแนน 1.51-2.50 ระดับการมีส่วนร่วมน้อย ช่วงคะแนน 1.00-1.51 ระดับการมีส่วนร่วมน้อยที่สุด ตอนที่ 4 ปัญหาอุปสรรคการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้แก่ หมวด 1 การนำองค์กร หมวด 2 กลยุทธ์ หมวด 3 ลูกค้า หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการ ความรู้ หมวด 5 บุคลากร หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์เป็นคำถามแบบมาตราส่วน ช่วงคะแนนค่าเฉลี่ยค่าเฉลี่ย 5 ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนและแปลผล (บุญใจ, 2555)


26 ช่วงคะแนน 4.51-5.00 ระดับปัญหาและอุปสรรคมากที่สุด ช่วงคะแนน 3.51-4.50 ระดับปัญหาและอุปสรรคมาก ช่วงคะแนน 2.51-3.50 ระดับปัญหาและอุปสรรคปานกลาง ช่วงคะแนน 1.51-2.50 ระดับปัญหาและอุปสรรคน้อย ช่วงคะแนน 1.00-1.51 ระดับปัญหาและอุปสรรคน้อยที่สุด 3.2.2 การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้วิจัยได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวม เชิงคุณภาพ การสนทนากลุ่ม จำนวน 10 คน โดยการอธิบายโต้แย้ง แสดงความคิดเห็นตามประเด็น การสนทนา 1) การมีส่วนร่วมวางแผนการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) 2) มีส่วนร่วมปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 3) การมีส่วนร่วมให้ข้อมูลเพื่อใช้ในการจัดทำโครงร่างองค์กรตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 4) มีส่วนร่วมให้ข้อมูลเพื่อใช้จัดทำแผนพัฒนาปรับปรุงคุณภาพ องค์กรตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 5) มีส่วนร่วมในการเสนอ วิธีปรับปรุงการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 6) การเข้า ร่วมการฝึกอบรมและการเป็นคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ร่วมกับ คณะ หน่วยงาน และมหาวิทยาลัย และสนทนากลุ่มปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 3.3 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ วิธีสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแบบสอบถาม ตามขั้นตอน ดังนี้คือ 3.3.1 การสร้างแบบสอบถาม 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และเครื่องมือการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 2. กำหนดขอบเขต และโครงสร้างของแบบสอบถามเพื่อให้ครอบคลุม การศึกษา การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี แล้วนำเสนอผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข 3. ร่างแบบสอบถามเพื่อขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้ง มีการตรวจและแก้ไข ปรับปรุง เพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของการวิจัย 4. นำแบบสอบถามมาปรับปรุงแก้ไข ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบพิจารณาหาความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content Validity) พิจารณาข้อคำถาม ที่สร้างขึ้นมาว่ามีความสอดคล้องระหว่างเนื้อหาสาระของเครื่องมือกับเนื้อหาสาระของสิ่งที่ต้องการศึกษา โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับลักษณะเฉพาะกลุ่มพฤติกรรมนั้น และคัดเลือกเฉพาะข้อ


27 คำถามที่มีค่าความตรง ตั้งแต่ 0.66 ขึ้นไป โดยนำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน พิจารณา ลงความเห็นและให้คะแนน (พวงรัตน์, 2540: 116-117) ดังนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อคำถามนั้นมีความสอดคล้อง 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อคำถามนั้นมีความสอดคล้อง -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อคำถามนั้นไม่มีความสอดคล้อง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อคำถามแต่ละข้อมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 จึงถือว่ามีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา 6. การทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ผู้วิจัยวัดความเชื่อมั่นหรือ ความสอดคล้องภายในด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ด้วยการนำแบบสอบถามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย โดยคัดเลือกข้อคำถามที่มีค่า α ตั้งแต่ 0.7 ขึ้นไป ถือว่าข้อ คำถามมีความเชื่อมั่น (ลัดดาและคณะ, 2545) 7. จัดทำแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยต่อไป 3.4 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 3.4.1 ผู้วิจัยจัดเตรียมแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ฉบับที่สมบูรณ์ นำมาแจกกลุ่มตัวอย่าง ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี โดยผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ และนัดวัน เพื่อรวบรวมแบบสอบถามและทำการสัมภาษณ์โดยวิธีแบบเจาะลึก สังเกต การจดบันทึก บันทึกเสียง 3.4.2 ผู้วิจัยนำแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่ได้รับกลับคืน จำนวน 49 ชุด มาตรวจหา ค่าความสมบูรณ์ของแบบสอบถามและข้อสอบถามแต่ละฉบับ แล้วดำเนินการจัดทำตามขั้นตอน เพื่อประมวลผลโดยใช้โปรแกรมประมวลผลสำเร็จรูป และสรุปถอดบทเรียนที่ได้จากการสัมภาษณ์และ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) 3.4.3 จัดระบบข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป และนำเสนอในรูปตาราง และ ความเรียงโดยใช้สถิติในการวิจัยแต่ละตอน ดังนี้ 3.4.3.1 วิเคราะห์เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้ค่าความถี่ร้อยละ เพื่อหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3.4.3.2 การปฏิบัติตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 1 การนำองค์กร หมวด 2 กลยุทธ์ หมวด 3 ลูกค้า หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ หมวด 5 บุคลากร หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะ คำถามเป็นแบบประมาณค่ามาตรวัดประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ย (Mean)


28 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การแปลค่าผลเฉลี่ยการวิเคราะห์ข้อมูล ตามช่วงคะแนนที่กำหนด 3.4.3.3 การมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ (EdPEx) การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะคำถามเป็นแบบประมาณค่ามาตรวัดประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การแปลค่าผลเฉลี่ยการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงคะแนนที่กำหนด การวิเคราะห์ข้อมูลการ ถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคุณ โดยวิธีลดตัวแปร (Backward Elimination) 3.4.3.4 ปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการ ที่เป็นเลิศ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทั้ง 7 หมวด จากการ สนทนากลุ่ม (Focus Group) โดยทำการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ และนำข้อมูลจากแบบสอบถาม ปลายเปิดมาวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่ได้มาในรูปแบบลักษณะการพรรณนาวิเคราะห์ (Analysis Description) ซึ่งนำข้อมูลที่มีความสอดคล้องมารวบรวม และสรุปผลเป็นแนวทางการดำเนินงาน ในรูปแบบของข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การเผยแพร่และสร้างเป็นแนวปฏิบัติที่ดีต่อการนำพา และพัฒนาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีสู่การดำเนินงานตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาภายในเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ การวิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคุณ โดยวิธีลดตัวแปร (Backward Elimination) 3.4.4 แปลผลและสรุปผลการวิเคราะห์การวิเคราะห์ผลการศึกษาการดำเนินงาน ตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรีผู้วิเคราะห์ดำเนินการแปลความหมายและสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยสรุปผล ในรูปแบบตารางแจกแจงความถี่ แผนภูมิ และบรรยายสรุปเป็นความเรียง 3.4.5 ขั้นการรายงานผล 3.1 จัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ 3.2 เสนอรายงานผลการวิเคราะห์ต่อผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง 3.3 เผยแพร่ผลงานการวิเคราะห์


29 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี โดยใช้ แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ได้ค่า สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค อยู่ระหว่าง .731 - .927 ซึ่งมากกว่า 0.7 ขึ้นไป ถือว่าข้อคำถามมีความ เชื่อมั่นที่ยอมรับได้ ดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 แสดงการทดสอบหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) สำหรับ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 49 คน ซึ่งเป็น คณะกรรมการในการดำเนินการตามเกณฑ์EdPEx ของคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี ทำการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคุณ โดยวิธีลดตัวแปร (Backward Elimination) นำเสนอในรูปแบบตาราง และการบรรยายผล โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็น 5 ส่วน ดังนี้ 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx 4.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx 4.5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและอุปสรรค การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx 4.6 ข้อเสนอแนะ


30 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร ประสบการณ์การทำงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา และตำแหน่งทางการบริหาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังตารางที่ 4.2-4.8 ตารางที่4.2 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านเพศ n = 49 เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ ชาย 15 30.60 หญิง 34 69.40 รวม 49 100.00 ข้อมูลด้านเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศหญิง จำนวน 34 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 69.40 สำหรับเพศชาย มีจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 30.60 ตารางที่4.3 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านอายุ n = 49 อายุ จำนวน (คน) ร้อยละ น้อยกว่า 35 ปี 15 30.60 36 - 40 ปี 11 22.40 41 - 50 ปี 11 22.40 50 ปี ขึ้นไป 12 24.60 รวม 49 100.00 ด้านอายุ พบว่าส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 35 ปีจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 30.60 รองลงมาคือ 50 ปี ขึ้นไป มีจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24.60 และอายุระหว่าง 36 - 40 ปีและ 41 - 50 ปีจำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22.40 ตามลำดับ ตารางที่4.4 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านระดับการศึกษาสูงสุด n = 49 ระดับการศึกษาสูงสุด จำนวน (คน) ร้อยละ ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 2.00 ปริญญาตรี 18 36.70 ปริญญาโท 13 26.60 ปริญญาเอก 17 34.70 รวม 49 100.00


31 ข้อมูลด้านระดับการศึกษา มากที่สุดคือ ปริญญาตรีมีจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 36.70 รองลงมาคือ ปริญญาเอก จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 34.70 ปริญญาโท จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26.60 และต่ำกว่าปริญญาตรีจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.00 ตามลำดับ ตารางที่4.5 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประเภทบุคลากร n = 49 ประเภทบุคลากร จำนวน (คน) ร้อยละ สายวิชาการ 28 57.10 สายสนับสนุน 21 42.90 รวม 49 100.00 จากตารางที่ 4.5 ข้อมูลประเภทบุคลากรพบว่า ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายวิชาการ จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 57.10 และ สายสนับสนุน จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 42.90 ตารางที่4.6 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประสบการณ์เพื่อการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) n = 49 ประสบการณ์เพื่อการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) จำนวน (คน) ร้อยละ ต่ำกว่า 1 ปี 15 30.60 1 - 2 ปี 18 36.70 3 - 5 ปี 11 22.40 มากกว่า 5 ปี 5 10.30 รวม 49 100.00 จากตารางที่ 4.6 ข้อมูลประสบการณ์เพื่อการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการ ดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) พบว่าโดยส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพ การศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 1 - 2 ปีจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 36.70 รองลงมา คือ มีประสบการณ์ต่ำกว่า 1 ปีจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 30.60 ประสบการณ์ 3 - 5 ปีจำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22.40 และประสบการณ์มากกว่า 5 ปีจำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 10.30 ตามลำดับ


32 ตารางที่4.7 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านประสบการณ์ในการบริหารงาน n = 49 ประสบการณ์ในการบริหารงาน จำนวน (คน) ร้อยละ ต่ำกว่า 1 ปี 22 44.90 1 - 2 ปี 13 26.60 3 - 5 ปี 6 12.20 มากกว่า 5 ปี 8 16.30 รวม 49 100.00 จากตารางที่ 4.7 ข้อมูลประสบการณ์ในการบริหารงาน มากที่สุดคือ ต่ำกว่า 1 ปีจำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 44.90 รองลงมาคือ 1 - 2 ปีจำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26.60 มากกว่า 5 ปีจำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 16.30 และ 3 - 5 ปีจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 12.20 ตามลำดับ ตารางที่4.8 จำนวนและร้อยละของข้อมูลด้านตำแหน่งทางการบริหาร n = 49 ตำแหน่งทางการบริหาร จำนวน (คน) ร้อยละ อาจารย์ประจำหลักสูตร 11 22.40 หัวหน้าฝ่าย/หัวหน้างาน/หัวหน้าส่วน 7 14.30 อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร 5 10.30 ประธานหลักสูตร 4 8.20 ผู้ช่วยคณบดี 3 6.20 คณบดี 1 2.00 รองคณบดี 1 2.00 หัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษา 1 2.00 เจ้าหน้าที่งานประกันคุณภาพการศึกษา 1 2.00 อื่นๆ 15 30.60 รวม 49 100.00 จากตารางที่ 4.8 ข้อมูลด้านตำแหน่งทางการบริหาร โดยมากที่สุดคือ ตำแหน่งอาจารย์ประจำ หลักสูตร มีจำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22.40 รองลงมาคือหัวหน้าฝ่าย/หัวหน้างาน/หัวหน้าส่วน มีจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 14.30 และอันดับที่ 3 คือ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 10.30 ส่วนน้อยที่สุดคือตำแหน่งคณบดีรองคณบดีหัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษา และเจ้าหน้าที่งานประกันคุณภาพการศึกษา ตำแหน่งละ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.00


33 4.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ประกอบด้วย 7 หมวด ได้แก่ หมวด 1 การนำองค์กร หมวด 2 กลยุทธ์ หมวด 3 ลูกค้า หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ หมวด 5 บุคลากร หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) การแปลค่าผลเฉลี่ยการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงคะแนนที่กำหนด ดังนี้ ช่วงคะแนน 4.51-5.00 ระดับการดำเนินการมากที่สุด ช่วงคะแนน 3.51-4.50 ระดับการดำเนินการมาก ช่วงคะแนน 2.51-3.50 ระดับการดำเนินการปานกลาง ช่วงคะแนน 1.51-2.50 ระดับการดำเนินการน้อย ช่วงคะแนน 1.00-1.51 ระดับการดำเนินการน้อยที่สุด ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังตารางที่ 4.9-4.16 ตารางที่ 4.9 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 1 การนำองค์กร


34 จากตารางที่ 4.9 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 1 การนำองค์กร พบว่า โดยรวม มีการดำเนินการ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าทุกข้ออยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมาก ที่สุด คือ ข้อ 2 มีการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศไว้ในแผน 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจำปีผ่านประเด็นยุทธศาสตร์ข้อ 3 มีการถ่ายทอด/สื่อสารวิสัยทัศน์ ค่านิยม สู่บุคลากรทุกลุ่มผ่านกระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์ข้อ 5 ผู้บริหารหน่วยงานมีการขับเคลื่อนการทำงาน ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์และข้อ 6 ผู้บริหารได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและ จริยธรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 4.14 รองลงมาคือ ข้อ 1 มีการกำหนดวิสัยทัศน์ “ผลิตนวัตกรและ นวัตกรรมทางการเกษตร ที่สร้างคุณค่าสู่สังคมและประเทศ” และทบทวนวิสัยทัศน์ ในช่วงการจัดทำแผน กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ ข้อ 4 มีการดำเนินงานตามแผน/โครงการ/กิจกรรมทุกปีอย่างต่อเนื่องให้เกิด ค่านิยม “ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง –รู้ คิด ทำ แบบมืออาชีพ –มีความเป็นสากล –ต่อยอดเทคโนโลยี -เชื่อมั่น ในทีม และ ข้อ 7 ผู้บริหารมีการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของคณะฯ และรายงานต่อมหาวิทยาลัยตามรอบ อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 4.10


35 ตารางที่ 4.10 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 2 กลยุทธ์ จากตารางที่ 4.10 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 2 กลยุทธ์พบว่า โดยรวมมีการ ดำเนินการ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวม 4.04 เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่ามีการดำเนินการอยู่ ในเกณฑ์ระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้อ 1 มีการกำหนดยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับมหาวิทยาลัย และตอบสนองต่อวิสัยทัศน์/เป้าหมายความท้าทายของคณะฯ มีค่าเฉลี่ย 4.16 ข้อ 6 มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเสนอคณะกรรมการประจำคณะ พิจารณารายไตรมาส มีค่าเฉลี่ย 4.10 และ ข้อ 7 มีการประเมินผลการปฏิบัติตามตัวชี้วัดของแผนกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการประจำปีมีค่าเฉลี่ย 4.06 ส่วนข้อที่ 5 มีการจัดสรรงบประมาณตามแผนงาน/โครงการ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของคณะ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ 3.92


36 ตารางที่ 4.11 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 3 ลูกค้า จากตารางที่ 4.11 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 3 ลูกค้า โดยรวมมีการดำเนินการ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.91 เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมาก ที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้อ 6 มีการส่งเสริมพัฒนานักศึกษาด้านวิชาการ/วิจัยในการแข่งขันระดับชาติ และนานาชาติมีค่าเฉลี่ย 4.08 ต่อมาคือ ข้อ 7 มีการส่งเสริมและพัฒนานักศึกษาให้มีคุณธรรมและ จริยธรรมอย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ย 4.06 และข้อ 2 มีการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของ กลุ่มผู้เรียนและทิศทางของประเทศ มีค่าเฉลี่ย 3.94 ส่วนข้อที่น้อยที่สุดคือ ข้อ 4 มีการนำผลประเมิน ความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ และข้อเสนอแนะจากผู้รับบริการนำมาปรับปรุงบริการอย่างชัดเจน มีค่าเฉลี่ย 3.78


37 ตารางที่ 4.12 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการจัดการความรู้ จากตารางที่ 4.12 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 4 การวัด วิเคราะห์ และการ จัดการความรู้พบว่าโดยรวมมีการดำเนินการอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.02 เมื่อพิจารณารายละเอียด พบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 ข้อแรกคือ ข้อ 5 มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ (KM) ที่มีประโยชน์มาใช้ในการปรับปรุงการทำงาน มีค่าเฉลี่ย 4.14 ต่อมาคือข้อ 2 มีการรวบรวม ติดตามวัดผลการดำเนินงานครอบคลุมแผนงาน/โครงการ มีค่าเฉลี่ย 4.06 และข้อ 4 มีการทบทวนผลการ ดำเนินการเพื่อประเมินผลสำเร็จการบรรลุวัตถุประสงค์ของแผน มีค่าเฉลี่ย 4.06 ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ย น้อยที่สุดคือ ข้อ 3 มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจและในกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ มีค่าเฉลี่ย 3.90


38 ตารางที่ 4.13 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 5 บุคลากร n = 49 หมวด 5 บุคลากร ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับการ ดำเนินการ อันดับ 1. มีการสำรวจอัตรากำลัง และความสามารถของ บุคลากรทุกกลุ่มเพื่อทำแผนพัฒนาบุคลากร 4.06 0.659 ระดับมาก 1 2. มีการพัฒนาบุคลากรที่ตรงความต้องการ ความคาดหวังสอดคล้องตามพันธกิจของคณะ 3.94 0.801 ระดับมาก 2 3. มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน 3.67 0.875 ระดับมาก 5 4. มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กร การพัฒนา กระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง 3.82 0.808 ระดับมาก 4 5. มีการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากร และ ประเมินขีดความสามารถตามผลงานจริง อย่างเป็นระบบ 3.88 0.832 ระดับมาก 3 โดยรวม 3.87 0.705 ระดับมาก จากตารางที่ 4.13 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 5 บุคลากร พบว่า โดยรวมมีการ ดำเนินการ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.87 เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้อ 1 มีการสำรวจอัตรากำลัง และความสามารถของบุคลากร ทุกกลุ่มเพื่อทำแผนพัฒนาบุคลากร มีค่าเฉลี่ย 4.06 ข้อ 2 มีการพัฒนาบุคลากรที่ตรงความต้องการ ความคาดหวังสอดคล้องตามพันธกิจของคณะ มีค่าเฉลี่ย 3.94 และข้อ 5 มีการส่งเสริมความก้าวหน้า ของบุคลากร และประเมินขีดความสามารถตามผลงานจริงอย่างเป็นระบบ มีค่าเฉลี่ย 3.88 ส่วนข้อที่ น้อยที่สุด คือ ข้อ 3 มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน มีค่าเฉลี่ย 3.67


39 ตารางที่ 4.14 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 6 ระบบปฏิบัติการ จากตารางที่ 4.14 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 6 ระบบปฏิบัติการ พบว่า โดยรวม มีการดำเนินการ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.76 เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 แรก ซึ่งอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ข้อ 3 มีการทำงานเป็นทีม บูรณาการข้ามสายงาน การทำงานในรูปแบบ คณะกรรมการ มีค่าเฉลี่ย 3.88 ข้อ 4 มีการกำหนดตัวชี้วัดกระบวนการ ทั้งกระบวนการหลักและ กระบวนการรอง มีค่าเฉลี่ย 3.86 และข้อ 5 มีการพิจารณาใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล เช่น การวิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย มีค่าเฉลี่ย 3.84 ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ซึ่งมีการปฏิบัติตามเกณฑ์ฯ อยู่ในระดับปานกลางคือ ข้อ 6 ระบบสารสนเทศมีความพร้อมใช้งาน มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และมีระบบป้องกันความไม่ปลอดภัยจากไซเบอร์มีค่าเฉลี่ย 3.43


40 ตารางที่ 4.15 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา เพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) หมวด 7 ผลลัพธ์ จากตารางที่ 4.15 การดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx ในหมวด 7 ผลลัพธ์พบว่าโดยภาพรวม มีการดำเนินการ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.84 เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ข้อ 3 คณะมีการกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปรับปรุงองค์กร อย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ย 3.96 รองลงมาคือ 2 คณะมีการวิเคราะห์ผลลัพธ์การดำเนินงานในภาพรวม ขององค์กร มีค่าเฉลี่ย 3.80 และข้อ 1 คณะมีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับคู่เทียบเพื่อหาแนวโน้ม ผลลัพธ์มีค่าเฉลี่ย 3.78 ตามลำดับ ตารางที่ 4.16 สรุปการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) 7 หมวด


41 จากตารางที่ 4.16 สรุปการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx 7 หมวด โดยภาพรวมมีการดำเนินการ อยู่ในระดับมาก ซึ่งสามารถเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยของแต่ละหมวดได้ดังนี้ มากที่สุดคือ หมวด 1 การนำ องค์กร รองลงมาคือ หมวด 2 กลยุทธ์หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการ ความรู้หมวด 3 ลูกค้า หมวด 5 บุคลากร หมวด 7 ผลลัพธ์และหมวด 6 ระบบปฏิบัติการ ตามลำดับ 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์EdPEx การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยและค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การแปลค่าผลเฉลี่ยการวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงคะแนนที่กำหนด ดังนี้ ช่วงคะแนน 4.51-5.00 ระดับการมีส่วนร่วมมากที่สุด ช่วงคะแนน 3.51-4.50 ระดับการมีส่วนร่วมมาก ช่วงคะแนน 2.51-3.50 ระดับการมีส่วนร่วมปานกลาง ช่วงคะแนน 1.51-2.50 ระดับการมีส่วนร่วมน้อย ช่วงคะแนน 1.00-1.51 ระดับการมีส่วนร่วมน้อยที่สุด ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังตารางที่ 4.17 ตารางที่ 4.17 ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามเกณฑ์ คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)


Click to View FlipBook Version