The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศิลปะกรีก โรมัน ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ศิลปินเอกแห่งนีโอคลาสสิกกับผลงานชิ้นเอก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Prai Fah, 2024-01-20 01:18:56

ประวัติศาสตร์ศิลปะยุคคลาสสิก

ศิลปะกรีก โรมัน ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก ศิลปินเอกแห่งนีโอคลาสสิกกับผลงานชิ้นเอก

สารบัญ เรื่อง หน้า -ศิลปะยุคคลาสสิก 1-2 -ศิลปะกรีก-โรมัน 3-5 -ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก (NEO-CLASSIC) 6-8 -ศิลปินเอกแห่งยุคนีโอคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุด กับผลงานชิ้นเอก 1.ฌัก-หลุยส์ดาวีด(Jacques-Louis David) 9-12 2.ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ (Jean-Auguste-DominiqueIngres) 13-15 3.ฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) 16-18 4.เออแฌน เดอลาครัว (Eugène Delacroix) 19-22 5.อันโตนิโอคาโนวา (AntonioCanova) 23-25


ศิลปะยุคคลาสก ศิลปะยุคคลาสสิค(calssic)เนสยเนความสางามและความสมรของงานลปะ อย่างเช่น จิตรกรรม ประมากรรม และสถาตยกรรม วงเวลาเดนในคสยโบราณ ของกรีกและโรมัน นับงแประมาณ 500 อนคสตกาลงประมาณ 500คสกราช ในศิลปะยุคคลาสสิคของกกงานลปะไบทพลจากปชญาและฒนธรรมกกโบราณ ผลงานที่มีนัยสำ คัญได้แ"อาคาโมเยน" ของเฟอสและ "เดลาส" ของปชญาโปส ศิลปินที่เด่นชัดในยุคนี้ไแพดาสเฟอสและเฟดกเซอในลปะโรนคลาสค ความเมแงและราบนในงานประมากรรม สางสรรโดย ประษปแบบการอสารในภาษาลปะ งานาสนใจไแ"เดดาส" ของเลออนาโดและ "นปองอาโนส" ของพชยาน ลนโรนคลาสคอเยงไแเลออนาโดและเคแลนเจโร ในขณะเยวน สถาตยกรรมโรนคลาสคเนความสมรและความเนระบบ ผสม ผสานระหางการสางสรรและการออกแบบใเาบการใงาน สถาตยกรรมโรนเน โรนแบบโบราณ (Doric), โรนแบบเยอรน (Ionic),และโรนแบบโคนน (Corinthian) กลายเนญกษของนาจและพงของอาณากรโรน


ศิลปะยุคคลาสก ศิลปะยุคคลาสสิก แบ่งเน 2ค -ศิลปะยุคกรีก -ศิลปะยุคโรมัน ศิลปะยุคกรีก ศิลปะกรีก (500 ปีอน พ.ศ. – พ.ศ. 440) ชาวกกความเอา “มษเนมาตรดสรรพสิ่ง” ซึ่งความเชื่อนี้เป็นรากฐาน ทางฒนธรรมของชาวกก เทพเาของชาวกกจะปางอางมษและไความเอเยวบตหงความตายเหอนชาวปงน งไสานหองศพบอนตรเหอนบชาวปลปะโรน ลปะโรน (พ.ศ. 340 – พ.ศ. 870) แบบอางลปะโรนปรากฏกษณะดเจนในวงทธศตวรรษ4 เอยมาจนกระงประมาณ พ.ศ. 1040 โดยในวงเวลาหงไเปยนสาระเองราวใหเนเองราวเยวบศาสนาคสบอมาเนเวลากนานมาก จนกระงเอกงคอนสะแตนโนเลไกลายเนเองหลวงใหของกรวรรโรน ในพ.ศ. 870 ใสยแงโรนองนดลงแหงอารยธรรมญของโรน ออารยธรรมกกและทสน


ประติมากรรม ส่วนมากเป็นเรื่องศาสนา ซึ่งสร้างถวายเทพเจ้าต่าง ๆ วัสดุที่นิยใช้สร้างงานได้แก่ ทองแดงและดินเผา ใน สมัยต่อมานิยมสร้างจาก สำ ริดและหินอ่อนเพิ่มขึ้น ในสมัยแรก ๆ รูปทรงยังมีลักษณะคล้ายรูปเรขาคณิตอยู่ต่อมาในสมัยอาร์ คาอิก (200 ปีก่อน พ.ศ.) เริ่มมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์มากขึ้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เทพเจ้า รูปนักกีฬา รูปวีรบุรุษ รูปสัตว์ต่าง ๆ ในยุคหลัง ๆ รูปทรงจะมีความเป็น มนุษย์มากขึ้น แสดงท่าทางการเคลื่อนไหวที่สง่างาม มีการ ขัดถูผิวหินให้เรียบ ดูคล้ายผิว มนุษย์ มีลีลาที่เป็นไปตามธรรมชาติมากขึ้น ทำ ให้ประติมากรรมกรีกจัดเป็นยุคคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกในความงามที่เป็นความ จริงตามธรรมชาตินั่นเอง ศิลปะกรีก จิตรกรรม จิตรกรรม รู้จักกันดีก็มีแต่ภาพวาดระบายสีตกแต่งผิวแจกันเท่านั้น ที่ ชาวกรีกนิยมทำ มาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 1 เป็นภาพที่ มีรูปร่างที่ถูกตัดทอนรูปจน ใกล้เคียงกับรูปเรขาคณิต มีความเรียบง่ายและคมชัดสีที่ใช้ได้แก่ สีดินคือเอาสีดำ อมน้ำ ตาลผสม บาง ๆ ระบายสีเป็นภาพบนพื้นผิวแจกันที่เป็นดินสีน้ำ ตาลอมแดงแต่บางทีก็มีสีขาวและสีอื่น ๆ ร่วมด้วยเทคนิคการใช้รูปร่าง สีดำ ระบายพื้นหลัง เป็นสีแดงนี้ เรียกว่า “จิตรกรรมแบบรูปตัวดำ ”และทำ กันเรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 1 มีรูปแบบ ใหม่ขึ้นมาคือ“จิตรกรรมแบบรูปดัวแดง”โดยใช้สีดำ อม น้ำ ตาลเป็นพื้นหลังภาพ ตัวรูปเป็นสีส้มแดง หรือสีน้ำ ตาลไม้ ตามสีดิน ของพื้น แจกัน ประติมากรรม สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม ใช้ระบบโครงสร้างแบบเสาและคาน เช่นเดียวกับอียิปต์ มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากฐานอาคารซึ่ง ยกเป็นชั้น ๆ ก็จะเป็นฝาผนัง โดยปราศจากหน้าต่าง ซึ่งจะกั้นเป็นห้องต่าง ๆ 1–3 ห้อง ปกติสถาปนิกจะสร้างเสารายล้อม รอบอาคารหรือสนามด้วย มีการสลับช่วงเสากัน อย่างมีจังหวะ ระหว่างเสากับช่องว่างระหว่างเสา ทำ ให้พื้นภายนอกรอบ ๆ วิหารมีความสว่างและมีรูปทรงเปิดมากกว่าสถาปัตยกรรมอียิปต์และมีขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่โตจนเกินไป มีรูปทรงเรียบ ง่ายสถาปัตยกรรมกรีกแบบพื้นฐาน 2 ใน 3แบบ เกิดใน สมัยอาร์คาอิก คือแบบดอริก และแบบไอโอนิก ซึ่งแบบหลังพบแพร่ หลายทั่วไป ในแถบเอเชียไมเนอร์ เสาหล่านี้แต่ละต้นจะมีคานพาดหัวเสาถึงกันหมดในสมัยต่อมา เกิดสถาปัตยกรรมอีแบบ หนึ่งคือแบบโครินเธียน หัวเสาจะมีลายรูปใบไม้ชาวกรีกนิยมสร้างอาคารโดยใช้สถาปัตยกรรมทั้งสามชนิดนี้ผสมผสานกัน โดย มีการตกแต่งประดับประดาด้วยการแกะสลักลวดลายประกอบ บางทีก็แกะสลักรูป คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้ สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำ เงินได้รับความ นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่วและสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำ หรับ ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน


ศิลปะโรมัน จิตรกรรม อาศัยจากการค้นคว้าข้อมูลจากเมืองปอมเปอีสตาบิเอและ เฮอร์คิวเลนุม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุ เวียสเมื่อ พ.ศ. 622และถูกขุดค้นพบในสมัยปัจจุบัน จิตรกรรมผาฝนังประกอบด้วยแผงรูปสี่เหลี่ยผืนผ้า ซึ่งมักเลียนแบบหิน อ่อน เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพคน และภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม มีการใช้แสงเงาและกายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน เขียนด้วยสี ฝุ่นผสมกับกาวน้ำ ปูน และสีขี้ฝึ้งร้อน นอกจากการวาดภาพ ยังมีภาพประดับด้วยเศษหินสี(Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งบนพื้นและผนังอาคาร จิตรกรรม ประติมากรรมโรมันรับอิทธิพลมากจากชาวอีทรัสกันและกรีกยุคเฮเลนิสติก แสดงถึงลักษณะที่ถูกต้องทางกายภาพ เป็น แบบอุดมคติที่เรียบง่ายแต่ดูเข้มแข็งมาก ประติมากรรมอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือประติมากรรมรูปนูนเรื่องเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ มีรายละเอียดของเรื่องราว เหตุการณ์ถูกต้อง ชัดเจน ประติมากรรมโรมันในยุคหลังๆ เริ่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ พิธีกรรมทางศาสนามากเป็นพิเศษ วัสดุที่ใช้สร้างประติมากรรมของโรมันมักสร้างขึ้นจาก ขี้ผึ้งดินเผา หิน และสำ ริด ประติมากรรม สถาปัตยกรรมโรมัน ได้แก่อาคารต่าง ๆ ส่วนมากเป็นรูปทรงพื้นฐาน วัสดุที่ใช้สร้างอาคารได้แก่ ไม้ อิฐดินเผา หิน ปูน และ คอนกรีตซึ่งชาวโรมันเป็นชาติแรกที่ใช้คอนกรีตอย่างกว้างขวางและพัฒนารูปแบบออกจากระบบเสาและคาน ไปสู่ระบบ โครงสร้างวงโค้ง หลังคาทรงโค้ง หลังคาทรงกลมลอยได้และหลังคาทรงโค้งกากบาท มีการนำ สถาปัตยกรรมที่สำ คัญของกรีก ทั้ง 3แบบ มาเปลี่ยนแปลงและ ปรับปรุงให้วิจิตรบรรจงขึ้นชาวกรีกใช้เสาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างแต่ชาวโรมันมักจะเพิ่ม การตกแต่งลงไป โดยไม่คำ นึงถึงประโยชน์ทางโครงสร้างเท่าไรนัก ลำ เสาของกรีกจะเป็นท่อนๆ นำ มาวางซ้อนต่อกันขึ้นไป แต่ เสาของโรมันจะเป็นเสาหินแข็งสูงใหญ่ท่อนเดียวตลอดรูปแบบอนุสาวรีย์ที่พบมากของโรมันคือ ประตูชัยเป็นสิ่งก่อสร้างตั้ง อิสระประดับตกแต่งด้วยคำ จารึก และรูปนูนบรรยายเหตุการณ์ที่เป็นอนุสรณ์ สถาปัตยกรรมที่สำ คัญอีกอย่างหนึ่งของโรมัน คือ สะพานส่งน้ำ ซึ่งใช้เป็นทางส่งน้ำ จากภูเขา มาสู่เมืองต่างๆ ของชาวโรมันเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรม ของโรมันอย่างเห็นได้ชัดสถาปัตยกรรมโรมันในช่วง พ.ศ. 600–873 ได้สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งและอำ นาจของจักรวรรดิ โรมัน อาคารสถาปัตยกรรมมีขนาดกว้างใหญ่ และมีการตกแต่งอย่างฟุ่มเฟือย มีการควบคุมทำ เลที่ตั้ง การจัดภูมิทัศน์อย่าง พิถีพิถันมีการสร้างลานชุมนุมชาวเมือง โรงมหรสพหรือสนามกีฬา โรงอาบน้ำ สาธารณะและ อาคารที่พักอาศัยต่างๆ เป็น จำ นวนมาก ภายในอาคารมักประดับด้วยหินอ่อน หินสีชมพู และประติมากรรมแกะสลักตกแต่งอย่างสวยงาม สถาปัตยกรรม


รูปจิตรกรรมกรีก รูปสถาปัตยกรรมกรีก รูปจิตรกรรมโรมัน รูปสถาปัตยกรรมโรมัน รูปประติมากรรมกรีก รูปประติมากรรมโรมัน


ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก (Neo-Classic) เป็นรูปแบบศิลปะที่ได้รับ อิทธิพลมาจากการที่ชาว ฝรั่งเศสเกิดการต่อต้านระบบฟิวดัล หรือระบบศักดินาสวามิภักดิ์(Feudalism) ที่แบ่งชนชั้น จากปัญหาทางการเมืองดังกล่าว เป็นสาเหตุสำ คัญส่วนหนึ่งที่ทำ ให้ชาวยุโรปกลับมาสนใจใน ศิลปะแบบคลาสสิกอีกครั้งหนึ่ง คำ ว่า Neoแปลว่า ใหม่ หรือ New ส่วน Classic มาจากชื่อเรียกศิลปะกรีกยุคคลาสสิคซึ่ง เป็นยุคที่ศิลปะมีความสวยงามอย่างมาก ดังนั้นลักษณะของศิลปะแบบนีโอคลาสสิกจึงมี แนวคิดและการสร้างงานลอกเลียนจากศิลปะยุคโบราณแทบทุกอย่างงานสถาปัตยกรรมยุค นีโอคลาสสิกพบมากในยุโรปและได้รับความนิยมมากในประเทศฝรั่งเศสรูปลักษณะเด่นๆ ที่ ยุคนีโอคลาสสิก นำ มาใช้และสังเกตได้เช่น 1.Symmetrical shape(รูปร่างที่สมมาตร) 2.TallColumn that risethefull heightof building หรือColonian (เสาที่สูงขึ้นไปจนเต็ม ความสูงอาคาร) 3.Triangularpediment (สามเหลี่ยมหน้าจั่วด้านหน้าอาคาร) 4.Domed roof (หลังคายอด โดม) ศิลปะแบบนีโอคลาสสิก (NEO-CLASSIC)


ตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยุคนีโอคลาสสิก ได้แก่ ประตูชัยฝรั่งเศสค.ศ.1806 เป็นอนุสรณ์สถานที่สำ คัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอยู่ทาง ทิศตะวันตกของชองป์-เซลิเซ่ส์แบบของประตูชัยนั้น ฌอง ชาลแกร็งเป็นผู้ออกแบบ ในรูป แบบศิลปะคลาสสิคใหม่ ที่ได้ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ ช่างแกะสลักที่ สำ คัญของประเทศฝรั่งเศสนั้นก็ได้มีส่วนร่วมในรูปแกะสลักของประตูชัยฝรั่งเศสด้วย ด้านจิตรกรรมนั้น มีความเจริญอย่างมาก จิตรกรรมยุคนีโอคลาสสิกต่างๆ มักเป็นเนื้อหาที่ ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวตามเทพนิยายกรีก และมีเรื่องราวส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับสภาพสังคมและ การปกครองตัวอย่างเช่น Oath OfTheHoratii จิตรกรรมสีน้ำ มันบนผ้าใบ โดยจาค หลุยส์เดวิด มีการจัดองค์ ประกอบภาพเหมือนการแสดงละครบนเวทีและนิยมใช้ภาพสถาปัตยกรรมที่ใหญ่โตเป็นพื้น หลัง


ภาพความตายของโสเครติสโดยเดวิดแสดงให้เห็นความสมจริงตามแบบตามองเห็น การกำ หนดมิติ น้ำ หนัก แสงเงาอาศัยอิทธิพลเดิมของศิลปะสมัยกลาง มีการนำ ลักษณะ โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมสมัยกรีกและโรมันมาสร้างเป็นภาพพื้นหลังแสดงเรื่องราวใน สมัยกรีกและโรมัน แฝงไว้ด้วยความรักชาติความเสียสละและความสำ นึกผิดรับผิดชอบต่อ ประชาชน ด้านประติมากรรม มักลอกเลียนแบบประติมากรรมศิลปะกรีกและศิลปะโรมมัน ตัวอย่างเช่น ประติมากรรม จอร์จ วอชิงตันโดยโฮราติโอะ กรีนอฟ ในประเทศอเมริกา มีลักษณะคล้ายโสเครติส นอกจาก ศิลปะแบบ Neo-Classicแล้วนั้น ในสมัยใหม่ก็ยังมิศิลปหลายๆแบบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบ Baroque, Romantic ,Realistic , Impressionism , Neo-Impressionism ,Post-Impressionism ซึ่งมีความสำ คัญและมี คุณค่าแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของสมัยใหม่.


ศิลปินเอกแห่งยุคนีโอคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดกับผลงานชิ้นเอก 1. ฌัก-หลุยส์ดาวีด(Jacques-Louis David) ฌัก-หลุยส์ดาวีดเป็นจิตรกรชั้นนำ ผู้โดดเด่นแห่งยุคนีโอคลาสสิกในช่วงปลายศตวรรษที่ 18ดาวีดเกิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1748 พ่อของเขา เสียชีวิตตอนที่เขาอายุเพียง 9 ปี เขาจึงไปอยู่กับลุงที่เป็นสถาปนิกผู้มั่งคั่งด้วยความชอบการวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจเขาจึงมุ่งหน้าเรียนการเขียนภาพเพื่อเป็นจิตรกร แทนการเป็นสถาปนิกอย่างที่แม่กับลุงต้องการดาวีดได้เข้าเรียนที่สถาบันศิลปะชั้นนำ Royal Academy ที่กรุงปารีส ปี 1774 เขาชนะการแข่งขัน Prix deRome ได้รับทุนไปเรียนศิลปะที่กรุงโรมซึ่งเขาได้ศึกษาผลงานของศิลปินชั้นนำ มากมายรวมทั้งได้เที่ยวชมซากปรักหักพังของเมืองปอมเปอีที่เพิ่งขุดขึ้นใหม่ และได้ศึกษา ผลงานของRaphael ซึ่งทำ ให้เขาประทับใจในศิลปะแบบคลาสสิกอย่างไม่รู้ลืม ปี 1780ดาวีดกลับมาอยู่ที่ปารีสเริ่มสร้างผลงานและชื่อเสียงพร้อมกับสอนลูกศิษย์จำ นวนมาก ผลงานชั้นยอดชิ้นแรกเป็นภาพ Oathof theHoratiiตามมา ด้วยภาพ Deathof Socrates ที่ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์เทียบเท่ากับภาพบนเพดานโบสถ์น้อยซิสทีนของ Michelangeloและภาพในห้องราฟาเอลที่ พระราชวังวาติกันของRaphael ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสที่เริ่มต้นในปี 1789ดาวีดเข้าร่วมกับฝ่ายปฏิวัติและได้เขียนภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การลอบ สังหาร Marat นักคิดนักเขียนและหัวหอกสำ คัญของฝ่ายปฏิวัติขณะอยู่ในอ่างอาบน้ำ ในชื่อภาพ The Deathof Marat ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงมาก ที่สุดของเขา นอกจากนี้ดาวีดยังเขียนภาพเหมือนบุคคลที่เป็นผลงานชั้นยอดมากมายอย่างเช่นภาพ Portraitof MadameRécamierและภาพ Portraitof ÉmilieSériziat andHer Son หลังการปฏิวัตินโปเลียน โบนาปาร์ตได้เป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส พระองค์ชื่นชอบผลงานของดาวีดและให้เขาเป็นจิตรกรแห่งราชสำ นัก ดาวีดจึงมีผลงานชิ้น เยี่ยมที่เป็นภาพของนโปเลียนหลายภาพอย่างเช่นภาพ NapoleonCrossingthe Alpsและภาพ TheEmperor Napoleon inHis Study at theTuileries รวมทั้ง ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาTheCoronationof Napoleon ภาพเขียนสีน้ำ มันขนาดยาวเกือบ 10 เมตรสูงกว่า 6 เมตร ซึ่งดาวีดใช้เวลาเขียนภาพนี้นานกว่า 3 ปี หลังจากนโปเลียนหมดอำ นาจเขาจึงเนรเทศตัวเองไปอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และเสียชีวิตที่นั่นในปี 1825ดาวีดไม่เพียงมีผลงานภาพเขียนชั้นยอด มากมายเท่านั้น เขายังมีลูกศิษย์ที่ต่อมากลายเป็นศิลปินชั้นนำ แห่งยุคอีกหลายคน รวมทั้ง Jean-Auguste-DominiqueIngresและ François Gérard


ผลงานชิ้นเอกของฌัก-หลุยส์ดาวีด TheCoronationof Napoleon The Deathof Marat NapoleonCrossingthe Alps


The Deathof Socrates Oathof theHoratii Portraitof MadameRécamier Portraitof MadameRécamierTheInterventionof theSabine Women


TheEmperor Napoleon inHis Study at theTuileries PortraitofÉmilieSériziat and TheLictorsBringtoBrutus theBodiesof His Sons


2. ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ (Jean-Auguste-DominiqueIngres) ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ เป็นจิตรกรคนสำ คัญในยุคนีโอคลาสสิกผู้ได้รับการยกย่องว่าเขียนภาพเปลือยผู้หญิงได้สวยที่สุดแอ็งกร์เกิดเมื่อปี 1780 ที่เมือง Montauban ประเทศฝรั่งเศสเข้าเรียนที่สถาบันศิลปะที่เมืองToulouseซึ่งครอบครัวย้ายมาอยู่เมื่อปี 1791 พออายุ17 ปีเขาไปศึกษาศิลปะต่อในสตูดิโอของ JacquesLouis David ที่กรุงปารีสแอ็งกร์เป็นลูกศิษย์ David นาน 4 ปี จนปี 1801 เขาชนะการแข่งขัน Prix deRomeได้ทุนไปศึกษาต่อที่กรุงโรม แต่สถาบันมีปัญหาด้านการเงิน ทำ ให้เขาต้องรอนานหลายปี ระหว่างที่รอเขาได้รับงานเขียนภาพพร้อมกับพัฒนาฝีมือโดยนำ เอาเทคนิคที่ศึกษาจากภาพเขียนยุคเรอเนสซองส์ผสมผสานกับสิ่งที่เรียนรู้ จาก David กลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวซึ่งปรากฏในผลงานชั้นยอดชิ้นแรกๆคือภาพ Napoleon Ion his ImperialThrone ก่อนที่เขาจะไปกรุงโรมในปี 1806 ระหว่างศึกษาที่สถาบัน AcadémiedeFranceในกรุงโรมแอ็งกร์ส่งภาพเขียนกลับมายังปารีสเพื่อประเมินความก้าวหน้าตามข้อกำ หนดของนักเรียนทุน หลายภาพที่ เขาส่งมาเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมที่กลายเป็นภาพดังในเวลาต่อมา ซึ่งรวมทั้งภาพ The ValpinçonBatherและภาพ Jupiter andThetis หลังจบการศึกษาในปี 1811แอ็งกร์ ยังทำ งานเขียนภาพที่โรมต่ออีกระยะหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปเมืองเนเปิลส์เพื่อเขียนภาพให้กษัตริย์แห่งเนเปิลส์ในปี 1814 ซึ่งเขาเขียนให้หลายภาพรวมทั้งภาพสำ คัญหนึ่ง ในภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาคือภาพ Grande Odalisque ปี 1820แอ็งกร์ย้ายไปอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์และสร้างผลงานในแนวภาพประวัติศาสตร์มีหลายภาพที่โดด เด่น ภาพ The Vow of Louis XIII ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์งานศิลปะอย่างมาก หลังจากกลับมาอยู่ที่ปารีสแอ็งกร์ได้สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมอีกมากมายอย่างเช่นภาพ The ApotheosisofHomeและภาพ Portraitof MonsieurBertin ปี 1834 แอ็งกร์กลับไปอยู่ที่โรมอีกครั้งทำ หน้าที่เป็นผู้อำ นวยการของสถาบัน AcadémiedeFrance นาน 6 ปี ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่สถาบัน EcoledesBeaux-Arts ใน ปารีส พร้อมกับสร้างภาพเขียนชั้นยอดของเขาต่อไป แม้ขณะที่อายุมากกว่า 70 ปีแล้วแอ็งกร์ยังเขียนภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ปี 1856 เขาเขียนภาพ TheSourceซึ่งเขาทำ ค้างไว้ตั้งแต่ปี 1820 จนเสร็จสมบูรณ์และกลายเป็นหนึ่งในภาพผู้หญิงเปลือยที่สวยที่สุด หลังจากนั้นอีกหลายปีเขายังได้เขียนภาพ TheTurkishBath ซึ่งเป็นภาพที่มีชื่อ เสียงอย่างมากอีกภาพหนึ่งแอ็งกร์เสียชีวิตเมื่อปี 1867ด้วยวัย86 ปี ทิ้งผลงานชั้นยอดเอาไว้มากมายแม้ตัวแอ็งกร์เองคิดว่าเขาเป็นจิตรกรเขียนภาพประวัติศาสตร์แต่ ผู้คนส่วนใหญ่กลับคิดว่าภาพเหมือนบุคคลคือมรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา


ผลงานชิ้นเอกของฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ Napoleon Ion his Imperial The ValpinçonBather Throne Portraitof MonsieurBertin The Vow of Louis XIII Madame Moitessier


Grande Odalisque The ApotheosisofHomer Jupiter andThetis TheSource TheTurkishBath


3. ฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) ฟรันซิสโก โกยา เป็นจิตรกรแนวโรแมนติกและช่างภาพพิมพ์ผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินชาวสเปนคนสำ คัญที่สุดในช่วงปลายศตวรรษที่ 18และต้นศตวรรษที่ 19 โกยา เกิดเมื่อปี 1746 ที่เมือง Fuendetodos ประเทศสเปน เขาเรียนศิลปะตอนอายุ14 ปีกับจิตรกรที่เมืองZaragoza นาน 4 ปี จากนั้นจึงไปศึกษาต่อที่กรุงมาดริดกับศิลปินดัง AntonRaphael Mengsแต่เข้ากันไม่ค่อยได้และหลังจากพลาดหวังจากการสอบชิงทุนเข้าศึกษาในสถาบัน Real Academia deBellas Artes deSan Fernandoเขาจึงเดิน ทางไปศึกษาผลงานของศิลปินยุคก่อนที่กรุงโรม ก่อนจะมาเริ่มทำ งานที่มาดริดด้วยการเขียนภาพชุดบนพรมแขวนผนังจำ นวนกว่า 40 ภาพ หนึ่งในนั้นเป็นภาพที่โดดเด่นมาก ได้แก่ภาพ TheParasol จากนั้นจึงเริ่มทำ งานแกะสลักภาพพิมพ์ที่ต่อมาเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีผลงานที่ยอดเยี่ยมมากมายรวมทั้งภาพ TheSleepofReason Produces Monsters ปี 1783 โกยารับงานเขียนภาพเหมือนให้บุคคลสำ คัญของสเปน Countof Floridablanca ทำ ให้เขามีโอกาสเขียนภาพให้กับบุคคลในราชวงศ์สเปนอีกหลายคน จนถึงปี 1786 เขาได้เป็นจิตรกรส่วนพระองค์ของพระเจ้าชาลส์ที่ 3และได้เป็นจิตรกรเอกแห่งราชสำ นักสเปนในสมัยพระเจ้าชาลส์ที่ 4 ในช่วงนี้โกยามีผลงานยอดเยี่ยมมากมายรวม ทั้งภาพ Charles IV of Spain andHis Familyและภาพ The White Duchess ในช่วงเวลาเดียวกันโกยาได้เขียนภาพคู่ที่เลื่องชื่อที่สุดของเขาให้กับ Manuel Godoy นายก รัฐมนตรีสเปน เป็นภาพหญิงสาวในอิริยาบถเดียวกันภาพหนึ่งเธอสวมเสื้อผ้า (TheClothed Maja)ส่วนอีกภาพหนึ่งเธอไร้อาภรณ์ (The Nude Maja) โชคร้ายที่เขาเกิดป่วย และทำ ให้เขาหูหนวกอย่างถาวรซึ่งมีส่วนทำ ให้แนวทางและสไตล์การเขียนภาพของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม กองทัพฝรั่งเศสของนโปเลียนเข้ามารุกรานสเปนในปี 1808 ระหว่างสงครามโกยาเขียนภาพ TheColossus ที่แสดงยักษ์อสุรกายกำ ลังเดินผ่านไปขณะที่ผู้คนแผ่นหนี กระเจิดกระเจิง หลังสงครามเขาเขียนภาพจากความทรงจำ ในความโหดร้ายของสงครามชื่อภาพ TheThirdof May 1808 ที่กลายเป็นหนึ่งในภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของ เขา ในช่วงบั้นปลายชีวิตโกยาในวัย75 ปีที่อยู่อย่างเดียวดายในสภาพที่สิ้นหวังทั้งร่างกายและจิตใจได้เขียนภาพ 14 ภาพในชุดที่เรียกว่าBlackPaintings ซึ่งเขาใช้เทคนิคที่ แตกต่างออกไป หนึ่งในนั้นเป็นภาพที่โด่งดังมากคือภาพ Saturn DevouringHis Son เขาเสียชีวิตในปี 1828ด้วยวัย82 ปี จากผลงานที่ยอดเยี่ยมในหลากหลายสไตล์ทั้งแบบ สมัยเก่าและแบบแหวกแนวล้ำ ยุคโกยาจึงมักถูกเรียกเป็นทั้ง Old Mastersคนสุดท้ายและเป็นจิตรกรสมัยใหม่คนแรก


ผลงานชิ้นเอกของฟรันซิสโก โกยา TheThirdof May 1808 Manuel Osorio ManriquedeZúñiga Charles IV of Spain andHis Family TheParasol The White Duchess


The Nude Maja TheClothed Maja Saturn DevouringHis Son TheSleepofReasonProduces Monsters TheColossus


4. เออแฌน เดอลาครัว (Eugène Delacroix) เออแฌน เดอลาครัว เป็นศิลปินคนสำ คัญของฝรั่งเศสผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำ ของศิลปะแบบโรแมนติก เขาเกิดเมื่อปี 1798 ที่เมืองเล็กๆใกล้กรุงปารีสและเติบโตที่ นั่น ปี 1815เดอลาครัวเรียนการเขียนภาพกับ Pierre-Narcisse Guérin จิตรกรชาวปารีสในสไตล์นีโอคลาสสิกของ Jacques-Louis Davidแต่เขากลับได้รับแรงบันดาลใจ ในเรื่องการใช้สีกับการเคลื่อนไหวจาก PeterPaulRubensและศิลปินชาวเวนิสในยุคเรอเนสซองส์และได้รับอิทธิพลจากเพื่อนศิลปินแนวโรแมนติกของเขาหลายคน รวมทั้ง นักเปียนโน FrédéricChopinและนักเขียน GeorgeSand ปี 1822 เดอลาครัวมีผลงานสำ คัญชิ้นแรกคือภาพ TheBarqueof Danteซึ่งถือกันว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ส่ง สัญญาณการเปลี่ยนแปลงลักษณะการเล่าเรื่องจากแบบนีโอคลาสสิกมาเป็นแบบโรแมนติก อีกสองปีต่อมาเดอลาครัวคลอดผลงานชิ้นเอกคือภาพ The MassacreatChios ที่เขาเสนอภาพความน่ากลัวของการทำ ลายล้างของสงครามในเหตุการณ์สังหารหมู่บน เกาะChios ได้อย่างยอดเยี่ยม ตามมาด้วยภาพ Greeceon theRuinsof Missolongh ในเหตุการณ์เดียวกันซึ่งสะท้อนความรู้สึกของชาวกรีซที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ปี 1827 เดอลาครัวมีผลงานชั้นยอดออกมาอีกคราวนี้เป็นเรื่องราวจากบทละครในชื่อภาพ The Deathof Sardanapalus ซึ่งได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ศิลปะอย่างมาก เขาใช้ เวลาเพียง5 ปีสร้างชื่อจากคนที่ไม่มีใครรู้จักกลายเป็นจิตรกรชื่อดังชั้นแนวหน้าของประเทศ ปี 1830 ฝรั่งเศสเกิดเหตุการณ์ JulyRevolution การปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้า ชาร์ลส์ที่ 10 เดอลาครัวเขียนภาพ Liberty LeadingthePeopleเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเขาเสนอภาพของเทพีแห่งเสรีภาพนำ หน้าผู้คนข้ามอุปสรรคและคน ที่ล้มลง ในมือของเธอถือธง 3สีซึ่งต่อมากลายเป็นธงชาติฝรั่งเศสและภาพนี้ได้กลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขา ปี 1832 เดอลาครัวเดินทางไปยังสเปนและประเทศในทวีปแอฟริกาเหนือในภารกิจทางการทูตที่โมร็อคโคหลังจากฝรั่งเศสเข้ายึดครองอัลจีเรียตัวเขาเองก็ต้องการหนี จากความศิวิไลซ์ของปารีสไปสัมผัสวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมในประเทศเหล่านั้น ในการเดินทางครั้งนี้เดอลาครัวได้เขียนภาพวิถีชีวิตของคนแถบแอฟริกาเหนือกว่า 100 ภาพ หลายภาพเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของเขาอย่างเช่นภาพ Womenof Algiers in their Apartmentและภาพ Entryof theCrusaders inConstantinopleต่อมาเดอลาครัวหัน ไปรับงานเขียนภาพฝาผนังในอาคารสาธารณะ รวมทั้งเขียนภาพปูนเปียกที่โบสถ์ด้วย พออายุมากขึ้นเดอลาครัวซึ่งมีปัญหาการติดเชื้อในลำ คอมักจะออกไปพักผ่อนใน กระท่อมของเขาที่ Champrosay นอกกรุงปารีสเขาเสียชีวิตในปี 1863 ในวัย65 ปี


ผลงานชิ้นเอกของเออแฌน เดอลาครัว Liberty LeadingthePeople The Deathof Sardanapalus Greeceon theRuinsof Missolonghi TheBarqueof Dante The MassacreatChios


Womenof Algiers in their Apartment Entryof theCrusaders inConstantinople Orphan Girl at theCemetery ThefanaticsofTangiers A YoungTigerPlaying with Its Mother


5.อันโตนิโอคาโนวา (AntonioCanova) อันโตนิโอคาโนวา เป็นประติมากรชาวอิตาลีหนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนีโอคลาสสิกผู้มีผลงานประติมากรรมหินอ่อนที่ยอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงอย่างยิ่งคาโน วาเกิดเมื่อปี 1757 ที่เมืองPossagnoสาธารณรัฐเวนิสเขาเติบโตในเหมืองหินของคุณปู่ซึ่งเป็นทั้งช่างตัดหินและประติมากรจึงสามารถแกะสลักหินอ่อนเป็นตั้งแต่ยัง มีอายุไม่ถึง 10 ปี พออายุได้13 ปีเขาไปเป็นลูกศิษย์ของประติมากรมีชื่อเสียง GiuseppeBernardi ที่เมืองเวนิสอยู่2 ปี จากนั้นเริ่มรับงานเองผลงานแรกเป็นรูปแกะ สลักหินอ่อน 2 ชิ้น Orpheusและ Eurydiceเสร็จในปี 1777 ซึ่ง Orpheus ได้รับการยกย่องมากและคาโนวาเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองเวนิสอีก 2 ปีต่อ มาเขาสร้างผลงาน Daedalus and Icarus ซึ่งได้รับการชื่นชอบมากเช่นกัน ก่อนที่เขาจะก้าวไปสู่เวทีใหญ่ที่กรุงโรมในปี 1780 ที่โรมคาโนวาใช้เวลาในการศึกษาผลงานของ Michelangeloและยังไปดูเมืองโบราณอีกหลายแห่ง ระหว่างปี 1783 -1787 เขาออกแบบและสร้างอนุสาวรีย์หลุมฝัง ศพพระสันตปาปาClement XIV ต่อด้วยของพระสันตปาปาClement XIII ซึ่งเสร็จในปี 1792 จากนั้นได้สร้างรูปแกะสลักหินอ่อน PsycheRevived byCupid’s Kiss ซึ่ง ไม่เพียงได้รับการยกย่องเป็นประติมากรรมชิ้นเอกแห่งยุคนีโอคลาสสิก ยังถือเป็นพัฒนาการแห่งศิลปะแบบโรแมนติกอีกด้วย หลังจากนั้นไม่นานคาโนวาก็กลายเป็น ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของยุโรป มีลูกค้าเป็นบุคคลสำ คัญและสมาชิกในราชวงศ์ต่างๆทั่วทั้งยุโรป รวมทั้งจักรพรรดินโปเลียนที่คาโนวาสร้างรูปปั้นชั้นยอดให้ หลายชิ้น เช่น Venus Victrixและ Napoleon as Mars thePeacemaker คาโนวาเดินทางไปอังกฤษหลายครั้งได้เยี่ยมชมประติมากรรมหินอ่อนเอลกิน (Elgin Marbles) รวมทั้งไปดูแลการติดตั้งผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งคือTheThree Graces ก่อนจะกลับอิตาลีทำ งานแกะสลักรูปปั้น Venus Italica ที่สร้างขึ้นทดแทนรูปปั้น Venus de’ Medici ซึ่งถูกนโปเลียนยึดครองไป ความโด่งดังของคาโนวาไปไกล ถึงสหรัฐอเมริกาที่ได้จ้างเขาทำ รูปปั้นของ George Washington ซึ่งถูกส่งถึงรัฐนอร์ทแคโรไลนาในปี 1821แต่น่าเสียดายที่มันถูกทำ ลายจากไฟไหม้หลังจากจัดแสดงได้ เพียง 10 ปี คาโนวาทุ่มเทเวลาให้กับการแกะสลักรูปปั้นแทบไม่หยุดหย่อน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตยังได้สร้างผลงานชิ้นเยี่ยมให้กับราชวงศ์อังกฤษคือรูปปั้น Mars and Venusคาโนวาเสียชีวิตในปี 1822ด้วยวัย64 ปี เขาเป็นศิลปินที่สร้างงานศิลปะมาตลอดชีวิตและไม่เคยแต่งงาน


ผลงานชิ้นเอกของอันโตนิโอคาโนวา PsycheRevived byCupid’s Kiss Venus Victrix Napoleon as Mars the Peacemaker T Venus Italica heThree Graces


Cupid andPsyche Mars and Venus Theseus and the Minotaur Orpheus Daedalus and Icarus


สมาชิกกลุ่ม นายวีรกร มูลศรี เลขที่11 6/3 นางสาว วรัญญาแก้วกำ เนิด เลขที่28 6/3


Click to View FlipBook Version