The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กำหนดการสอนวิชาภาษาไทย-ม.-2-เทอม-2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Varatta Upachitkul, 2020-12-22 23:31:18

กำหนดการสอนวิชาภาษาไทย-ม.-2-เทอม-2

กำหนดการสอนวิชาภาษาไทย-ม.-2-เทอม-2

กาหนดการจัดการเรียนรู้

ท22102 ภาษาไทย ม. 2

นางสาวธญั ญาดล อปุ ชิตกุล

โรงเรยี นโคกโพธิไ์ ชยศึกษา อาเภอโคกโพธ์ิไชย จงั หวัดขอนแกน่

สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต 25
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

คานา
กำหนดกำรสอนเล่มนจ้ี ดั ทำขึ้นเพอ่ื เปน็ แนวทำงกำรจดั กำรเรียนรู้ รำยวิชำ ท22102
ภำษำไทย ชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ 2 กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย โดยสอดคล้องกับสำระกำรเรียนร้แู ละ
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน
พทุ ธศักรำช 2551
ไดร้ วบรวม หลกั กำร จุดหมำย หลกั สูตรกลมุ่ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย ควำมสำคญั ของ
ภำษำไทย ธรรมชำตขิ องภำษำไทย คุณภำพผู้เรยี น และไดจ้ ดั ทำตำรำงวิเครำะหจ์ ุดหมำย สำระและ
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ คำอธิบำย รำยวิชำ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ กำหนดกำรสอนรำยชั่วโมง จุดประสงค์กำรเรียนรู้
และกำรวัดผลประเมนิ ผล เพื่อใชเ้ ปน็ แนวกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน ประจำภำคเรยี นที่ 2
ปีกำรศกึ ษำ 2563 ต่อไป

ธญั ญำดล อุปชติ กลุ

หลักสตู รระดับช้นั เรยี นที่อิงมาตรฐาน
รายวชิ า ท22102 ภาษาไทย ระดับชัน้ เรียน มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย จานวน 60 ช่ัวโมง

1. ความเป็นมาและความสาคญั
ภำษำไทยเปน็ เอกลกั ษณ์ของชำตเิ ป็นสมบัติทำงวัฒนธรรมอันก่อใหเ้ กิดควำมเป็นเอกภำพและ

เสรมิ สรำ้ งบคุ ลกิ ภำพของคนในชำติให้มคี วำมเป็นไทย เปน็ เคร่ืองมือในกำรติดต่อสอ่ื สำรเพอ่ื สร้ำงควำมเขำ้ ใจ
และควำมสัมพนั ธท์ ีด่ ีต่อกัน ทำให้สำมำรถประกอบกิจธุระ กำรงำน และดำรงชวี ิตร่วมกันในสังคม
ประชำธิปไตยได้อย่ำงสนั ตสิ ุข และเปน็ เครื่องมือในกำรแสวงหำควำมรู้ ประสบกำรณจ์ ำกแหล่งข้อมูล
สำรสนเทศตำ่ งๆ เพือ่ พัฒนำควำมรู้ พฒั นำกระบวนกำรคิดวเิ ครำะห์ วจิ ำรณ์ และสรำ้ งสรรค์ใหท้ ันต่อกำร
เปล่ียนแปลงทำงสงั คม และควำมกำ้ วหน้ำทำงวทิ ยำศำสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในกำรพัฒนำอำชีพให้
มีควำมมน่ั คงทำงเศรษฐกจิ นอกจำกนี้ยงั เป็นสอื่ แสดงภมู ิปญั ญำของบรรพบุรุษด้ำนวฒั นธรรม ประเพณี
และสุนทรียภำพ เปน็ สมบตั ิล้ำคำ่ ควรแก่กำรเรียนรู้ อนุรักษ์ และสบื สำนให้คงอยู่คูช่ ำตไิ ทยตลอดไป

ประเทศสมำชิกอำเซยี นจะมีกำรรวมตวั กนั เป็นประชำคมอำเซียนในปี 2558 เป็นกำรสรำ้ งสังคม
ภูมภิ ำคให้พลเมืองของประเทศสมำชกิ อำเซยี นอยู่รวมกันฉันญำตมิ ติ รในครอบครวั เดยี วกนั ประเทศ ประชำคม
อำเซยี นก่อตงั้ ขน้ึ โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อสง่ เสรมิ ควำมเข้ำใจอันดีต่อกนั ระหวำ่ งประเทศภูมิภำค ธำรงไว้ซง่ึ
สนั ตภิ ำพเถยี รภำพ และควำมม่นั คงทำงกำรเมือง สร้ำงสรรคค์ วำมเจรญิ ก้ำวหนำ้ ทำงด้ำนเศรษฐกิจ กำร
พัฒนำทำงด้ำนวฒั นธรรม กำรกนิ ดี อยู่ดี บนพืน้ ฐำนของควำมเสมอภำคและผลประโยชนร์ ว่ มกันของ
ประเทศสมำชิกทัง้ 10 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย มำเลเซีย สงิ คโปร์ อนิ โดนีเซีย ฟลิ ิปปนิ ส์ บูรไน
เวียดนำม ลำว พม่ำ และกัมพชู ำ กำรดำเนินกำรนำแนวคิดกำรศึกษำสู่ประชำคมอำเซียนเพ่ือให้เกิดควำม
ย่ังยืนในกำรดำเนนิ กำรจงึ เนน้ กำรผสำนแนวคดิ ดังกลำ่ วเข้ำไปในหลักสูตรสถำนศกึ ษำ โดยจัดเปน็ 1)รำยวิชำ
พืน้ ฐำน 2)รำยวชิ ำเพมิ่ เติม 3)กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี น เพื่อให้ผเู้ รยี นมีคุณภำพตำมหลักสูตรแกนกลำง
กำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน พทุ ธศักรำช 2551 ขณะเดยี วกนั กเ็ ป็นกำรเตรยี มกำรใหผ้ ้เู รยี นมีควำมรู้ ทักษะ
กระบวนกำร และเจตคติ ค่ำนยิ มของพลเมืองไทยที่มคี วำมรู้ ควำมเข้ำใจ และสำมำรถอยู่ในประชำคม
อำเซยี นไดเ้ ปน็ อย่ำงดี

ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นแนวคดิ และหลักปฏิบัติในกำรดำเนินชวี ติ ทพ่ี ระบำทสมเด็จพระ
เจ้ำอยู่หวั ภูมพิ ลอดุลยเดช รชั กำลปัจจุบนั ทรงมีพระรำชดำรสั ชี้แนะแก่พสกนิกรชำวไทยมำนำนกวำ่
30 ปี ดว้ ยสำยพระเนตรที่ยำวไกลลกึ ซึ้งยิ่งกว่ำนกั พัฒนำ หรอื นักวชิ ำกำรใดๆจะมีสติปัญญำเสมอเหมือนได้
ดงั พระบรมรำโชวำท และพระรำชดำรัสของพระองค์ นบั ตั้งแต่ปี 2517 เปน็ ต้นมำ ที่ได้ทรงเน้นยำ้ แนวทำง

กำรพฒั นำอย่ำงเปน็ ข้ันตอนบนหลกั แนวคิดพึ่งตนเอง เพื่อใหเ้ กิดควำมพอมี พอกิน พอใช้ และมคี วำมสุข
โดยใชห้ ลักควำมพอประมำณ กำรคำนงึ ถงึ ควำมมเี หตุผล กำรสรำ้ งภูมคิ ุ้มกนั ทดี่ ีในตวั และทรงเตือนสติ
ประชำชนคนไทยไม่ให้ประมำท กำรมคี ุณธรรม จริยธรรม เปน็ กรอบแนวคิด และกำรกระทำ สำมำรถ
ประยกุ ต์ใชใ้ นทกุ มิตชิ วี ติ ทุกภำคสว่ น และทุกด้ำนของกำรพฒั นำ เพ่ือใหส้ งั คมส่วนรวมไดอ้ ยูร่ ว่ มกนั อย่ำง
สันติสุขและเจรญิ ก้ำวหนำ้ ไปพร้อมกนั อย่ำงม่ันคง และย่ังยืน

จำกควำมสำคญั ดังกล่ำวขำ้ งต้น ในฐำนะครูผูส้ อนรำยวิชำภำษำไทยพน้ื ฐำน ช้ันมัธยมศึกษำปีที่
4 จงึ ไดจ้ ัดทำหลักสตู รระดบั ชนั้ เรยี น เพอ่ื เปน็ เคร่ืองมือหรือข้อสนเทศในกำรจดั กระบวนกำรเรียนรู้ใหม้ ี
ประสทิ ธิภำพสงู ข้นึ บรรลุตำมจดุ หมำย อนั จะเปน็ กำรพัฒนำคณุ ภำพผูเ้ รียนสถำนศกึ ษำและสนองนโยบำย
ของหนว่ ยงำนที่เกย่ี วข้องต่อไป

วิสัยทัศน์ หลักการ จุดมงุ่ หมาย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน 2551

วสิ ยั ทัศน์
หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พน้ื ฐำน มุ่งพัฒนำผู้เรยี นทุกคน ซ่ึงเป็นกำลงั ของชำติใหเ้ ป็นมนษุ ยท์ ี่

มีควำมสมดุลทัง้ ด้ำนรำ่ งกำย ควำมรู้ คณุ ธรรม มีจติ สำนึกในควำมเปน็ พลเมอื งไทยและเปน็ พลโลก ยดึ ม่ันใน
กำรปกครองตำมระบอบประชำธปิ ไตยอันมีพระมหำกษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ มีควำมรู้และทักษะพ้นื ฐำน
รวมท้งั เจตคติ ที่จำเปน็ ต่อกำรศกึ ษำต่อ กำรประกอบอำชพี และกำรศึกษำตลอดชีวิต โดยมงุ่ เนน้ ผูเ้ รยี นเป็น
สำคญั บนพื้นฐำนควำมเชอื่ ว่ำ ทกุ คนสำมำรถเรียนรแู้ ละพัฒนำตนเองได้เต็มตำมศักยภำพ

หลกั การ
หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พืน้ ฐำน มหี ลกั กำรที่สำคัญ ดังนี้

1. เป็นหลกั สูตรกำรศกึ ษำเพ่ือควำมเป็นเอกภำพของชำติ มีจดุ หมำยและมำตรฐำนกำรเรยี นรู้
เปน็ เป้ำหมำยสำหรบั พัฒนำเด็กและเยำวชนใหม้ ีควำมรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพนื้ ฐำน
ของควำมเปน็ ไทยควบคู่กับควำมเป็นสำกล

2. เปน็ หลกั สตู รกำรศกึ ษำเพ่ือปวงชน ทป่ี ระชำชนทกุ คนมีโอกำสไดร้ บั กำรศึกษำอยำ่ งเสมอภำค และ
มคี ณุ ภำพ

3. เป็นหลักสตู รกำรศกึ ษำทส่ี นองกำรกระจำยอำนำจ ให้สังคมมสี ว่ นรว่ มในกำรจัดกำรศึกษำ
ให้สอดคล้องกับสภำพและควำมตอ้ งกำรของท้องถิ่น

4. เปน็ หลกั สูตรกำรศึกษำที่มีโครงสร้ำงยืดหยุ่นทัง้ ดำ้ นสำระกำรเรียนรู้ เวลำและกำรจดั กำรเรียนรู้
5. เปน็ หลกั สตู รกำรศกึ ษำทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั
6. เปน็ หลกั สูตรกำรศกึ ษำสำหรบั กำรศกึ ษำในระบบ นอกระบบ และตำมอธั ยำศัย ครอบคลมุ ทกุ
กลุม่ เป้ำหมำย สำมำรถเทยี บโอนผลกำรเรียนรู้ และประสบกำรณ์

จดุ ม่งุ หมาย
หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน มุง่ พัฒนำผูเ้ รยี นให้เป็นคนดี มีปญั ญำ มคี วำมสขุ

มศี ักยภำพในกำรศกึ ษำต่อ และประกอบอำชพี จงึ กำหนดเป็นจุดหมำยเพ่ือให้เกิดกบั ผู้เรยี น เมื่อจบ
กำรศึกษำขนั้ พ้ืนฐำน ดงั น้ี

1. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคำ่ นิยมทพี่ ึงประสงค์ เห็นคุณค่ำของตนเอง มวี นิ ยั และปฏบิ ตั ติ นตำม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศำสนำ หรอื ศำสนำทต่ี นนบั ถอื ยดึ หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง

2. มีควำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร กำรคดิ กำรแก้ปัญหำ กำรใช้เทคโนโลยี และมที ักษะชวี ิต
3. มีสขุ ภำพกำยและสุขภำพจติ ท่ดี ี มีสขุ นิสยั และรักกำรออกกำลังกำย
4. มคี วำมรักชำติ มจี ติ สำนกึ ในควำมเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มั่นในวิถีชวี ติ และกำรปกครอง
ตำมระบอบประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข

5. มจี ติ สำนึกในกำรอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญำไทย กำรอนุรกั ษแ์ ละพัฒนำสงิ่ แวดล้อม มีจิต
สำธำรณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้ำงสิง่ ทีด่ งี ำมในสังคม และอยูร่ ว่ มกนั ในสงั คมอยำ่ งมีควำมสุข

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน มุ่งให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประกำร ดังนี้

1. ความสามารถในการสอื่ สาร เป็นควำมสำมำรถในกำรรับและสง่ สำร มวี ัฒนธรรมในกำรใชภ้ ำษำ
ถ่ำยทอดควำมคดิ ควำมร้คู วำมเขำ้ ใจ ควำมรู้สึก และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลขำ่ วสำรและ
ประสบกำรณ์อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม รวมทั้งกำรเจรจำต่อรองเพ่ือขจัดและลด
ปัญหำควำมขดั แยง้ ต่ำง ๆ กำรเลือกรบั หรอื ไม่รบั ขอ้ มลู ขำ่ วสำรด้วยหลกั เหตุผลและควำมถกู ต้อง ตลอดจนกำร
เลือกใชว้ ิธีกำรส่ือสำร ที่มีประสิทธิภำพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทมี่ ีต่อตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคดิ เป็นควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดสงั เครำะห์ กำรคดิ อย่ำง
สร้ำงสรรค์ กำรคิดอย่ำงมวี จิ ำรณญำณ และกำรคิดเปน็ ระบบ เพื่อนำไปสู่กำรสรำ้ งองค์ควำมรูห้ รอื สำรสนเทศ
เพ่อื กำรตัดสินใจเก่ียวกับตนเองและสังคมได้อย่ำงเหมำะสม

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา เปน็ ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำและอปุ สรรคต่ำง ๆ
ทเี่ ผชญิ ได้อยำ่ งถูกตอ้ งเหมำะสมบนพ้นื ฐำนของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและข้อมลู สำรสนเทศ เขำ้ ใจ
ควำมสมั พันธ์และกำรเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ำรณต์ ำ่ ง ๆ ในสังคม แสวงหำควำมรู้ ประยุกต์ควำมรู้มำใช้ในกำร
ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หำ และมีกำรตดั สินใจท่ีมปี ระสิทธภิ ำพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ ต่อตนเอง สงั คม
และส่งิ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เปน็ ควำมสำมำรถในกำรนำกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ใน
กำรดำเนินชวี ติ ประจำวัน กำรเรียนรู้ดว้ ยตนเอง กำรเรียนรู้อย่ำงต่อเน่ือง กำรทำงำน และกำรอยู่รว่ มกันใน
สังคมด้วยกำรสรำ้ งเสรมิ ควำมสัมพันธ์อันดีระหวำ่ งบคุ คล กำรจัดกำรปญั หำและควำมขดั แยง้ ต่ำง ๆ อย่ำง
เหมำะสม กำรปรบั ตัวให้ทันกับกำรเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภำพแวดลอ้ ม และกำรรู้จักหลกี เลย่ี ง
พฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ท่สี ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อน่ื

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ควำมสำมำรถในกำรเลอื กและใช้เทคโนโลยีดำ้ นต่ำง ๆ
และมที ักษะกระบวนกำรทำงเทคโนโลยี เพื่อกำรพฒั นำตนเองและสงั คมในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรสือ่ สำร
กำรทำงำน กำรแก้ปัญหำอย่ำงสร้ำงสรรค์ ถกู ต้องเหมำะสมและมีคุณธรรม

การประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (10)
1. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ (10)
2. ซ่อื สัตย์สจุ ริต (20)
3. มีวนิ ัย (20)
4. ใฝเ่ รียนรู้ (10)
5. อยู่อยำ่ งพอเพียง (10)
6. มุง่ ม่ันในกำรทำงำน (10)
7. รักควำมเปน็ ไทย (10)
8. มจี ิตสำธำรณะ

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คะแนน 80-100 หมำยถงึ ระดบั ดเี ยีย่ ม (3)
ระดับดีเยย่ี ม (2)
คะแนน 70-79 หมำยถึง ระดับดีเยย่ี ม (1)
ระดับดีเยี่ยม (0)
คะแนน 50-69 หมำยถึง

คะแนน 0-49 หมำยถงึ

การประเมินการอา่ นคิดวิเคราะหเ์ ขียน
1. สำมำรถคัดสรรส่ือที่ต้องกำรเพ่ือหำขอ้ มูลสำรสนเทศได้ตำมวตั ถุประสงค์ สำมำรถสร้ำงควำม

เขำ้ ใจ (20)
2. สำมำรถจับประเด็นสำคัญและประเดน็ สนนั สนุน โตแ้ ย้ง (20)
3. สำมำรถวเิ ครำะห์วิจำรณ์ ควำมสมเหตุสมผล ควำมนำ่ ช่ือถือ ลำดบั ควำมและควำมเป็นไปได้ของ

เรอื่ ง (20)
4. สำมำรถสรปุ คุณค่ำ แนวคิด แง่คิดท่ีได้จำกกำรอ่ำน (20)
5. สำมำรถสรปุ อภิปรำย ขยำยควำมแสดงควำมคิดเหน็ โต้แย้ง สนับสนนุ โนม้ นำ้ ว โดยกำรเขยี น

สื่อสำร (20)

เกณฑ์การประเมนิ การอา่ นคดิ วิเคราะห์เขยี น

คะแนน 80-100 หมำยถึง ระดบั ดเี ย่ยี ม (3)
ระดับดีเยี่ยม (2)
คะแนน 70-79 หมำยถงึ ระดับดเี ย่ยี ม (1)
ระดบั ดเี ย่ยี ม (0)
คะแนน 50-69 หมำยถงึ

คะแนน 0-49 หมำยถงึ

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ภาษาไทย
หลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พื้นฐำนกำหนดมำตรฐำนกำรเรียนรใู้ น 8 กลุม่ สำระกำรเรียนรู้

จำนวน 67 มำตรฐำน ดงั น้ี

สาระที่ 1 การอ่าน ใช้กระบวนกำรอ่ำนสร้ำงควำมรู้และควำมคิดเพอื่ นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หำในกำร
มาตรฐาน ท 1.1 ดำเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รักกำรอ่ำน

สาระท่ี 2 การเขยี น ใช้กระบวนกำรเขยี น เขยี นส่ือสำร เขยี นเรียงควำม ยอ่ ควำม และเขียนเรื่องรำว
มาตรฐาน ท 2.1 ในรปู แบบต่ำงๆ เขยี นรำยงำนขอ้ มูลสำรสนเทศและรำยงำนกำรศึกษำคน้ ควำ้
อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ

สาระที่ 3 การฟงั การดู และการพดู
มาตรฐาน ท 3.1 สำมำรถเลือกฟงั และดูอยำ่ งมีวิจำรณญำณ และพดู แสดงควำมรู้ ควำมคิด

ควำมรสู้ ึกในโอกำสต่ำงๆ อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณ และสร้ำงสรรค์

สาระที่ 4 หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เขำ้ ใจธรรมชำติของภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและพลัง

ของภำษำ ภูมปิ ญั ญำทำงภำษำ และรักษำ ภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชำติ

สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขำ้ ใจและแสดงควำมคิดเหน็ วจิ ำรณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยำ่ ง

เหน็ คณุ ค่ำและนำมำประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง

คณุ ภาพผเู้ รียน

จบชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

 อำ่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนำะได้ถูกต้อง เข้ำใจควำมหมำย
โดยตรงและควำมหมำยโดยนัย จับใจควำมสำคัญและรำยละเอยี ดของสง่ิ ท่ีอ่ำน แสดงควำม
คิดเหน็ และขอ้ โตแ้ ยง้ เกย่ี วกับเรือ่ งท่ีอำ่ น และเขยี นกรอบแนวคิด ผังควำมคิด ยอ่ ควำม เขียน
รำยงำนจำกสงิ่ ที่อำ่ นได้ วเิ ครำะห์ วจิ ำรณ์ อย่ำงมีเหตุผล ลำดับควำมอย่ำงมีขั้นตอนและควำม
เป็นไปได้ของเร่ืองทอ่ี ่ำน รวมทัง้ ประเมนิ ควำมถูกต้องของข้อมลู ที่ใชส้ นับสนนุ จำกเร่ืองที่อำ่ น

 เขียนส่อื สำรดว้ ยลำยมอื ทอี่ ่ำนง่ำยชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องเหมำะสมตำมระดับภำษำเขียนคำ
ขวญั คำคม คำอวยพรในโอกำสตำ่ งๆ โฆษณำ คติพจน์ สนุ ทรพจน์ ชีวประวัติ อตั ชีวประวัตแิ ละ
ประสบกำรณ์ตำ่ งๆ เขียนย่อควำม จดหมำยกิจธุระ แบบกรอกสมัครงำน เขียนวิเครำะห์
วจิ ำรณ์ และแสดงควำมร้คู วำมคดิ หรอื โต้แย้งอย่ำงมเี หตผุ ล ตลอดจนเขียนรำยงำนกำรศึกษำ
คน้ คว้ำและเขียนโครงงำน

 พูดแสดงควำมคดิ เหน็ วเิ ครำะห์ วจิ ำรณ์ ประเมนิ สงิ่ ท่ีได้จำกกำรฟงั และดู นำข้อคดิ ไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน พดู รำยงำนเร่ืองหรอื ประเดน็ ท่ีไดจ้ ำกกำรศึกษำค้นคว้ำอยำ่ งเป็น
ระบบ
มีศลิ ปะในกำรพูด พูดในโอกำสต่ำงๆ ไดต้ รงตำมวัตถุประสงค์ และพดู โน้มน้ำวอยำ่ งมีเหตผุ ล
น่ำเชอื่ ถอื รวมท้งั มมี ำรยำทในกำรฟัง ดู และพูด

 เข้ำใจและใชค้ ำรำชำศัพท์ คำบำลสี ันสกฤต คำภำษำต่ำงประเทศอืน่ ๆ คำทับศัพท์ และศัพท์
บญั ญตั ิในภำษำไทย วิเครำะห์ควำมแตกตำ่ งในภำษำพดู ภำษำเขยี น โครงสรำ้ งของประโยครวม
ประโยคซอ้ น ลักษณะภำษำท่ีเป็นทำงกำร กึ่งทำงกำรและไมเ่ ปน็ ทำงกำร และแตง่ บทร้อยกรอง
ประเภทกลอนสภุ ำพ กำพย์ และโคลงส่สี ภุ ำพ

 สรปุ เนื้อหำวรรณคดีและวรรณกรรมที่อำ่ น วิเครำะหต์ ัวละครสำคญั วิถชี วี ิตไทย และคุณค่ำที่
ได้รบั จำกวรรณคดีวรรณกรรมและบทอำขยำน พร้อมท้งั สรุปควำมรขู้ ้อคดิ เพ่ือนำไปประยุกตใ์ ช้
ในชีวติ จริง

จบช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6

 อำ่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนำะได้ถกู ต้องและเข้ำใจ ตคี วำม แปล
ควำม และขยำยควำมเร่ืองท่ีอ่ำนได้ วเิ ครำะห์วจิ ำรณเ์ รอ่ื งท่อี ่ำน แสดงควำมคิดเห็นโต้แยง้
และเสนอควำมคิดใหมจ่ ำกกำรอำ่ นอยำ่ งมเี หตุผล คำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเรอ่ื งทอี่ ่ำน เขยี น
กรอบแนวคิด
ผงั ควำมคิด บันทึก ยอ่ ควำม และเขียนรำยงำนจำกส่งิ ที่อ่ำน สงั เครำะห์ ประเมนิ ค่ำ และนำ
ควำมรูค้ วำมคิดจำกกำรอ่ำนมำพฒั นำตน พัฒนำกำรเรยี น และพัฒนำควำมร้ทู ำงอำชพี และ
นำควำมรคู้ วำมคิดไปประยุกต์ใชแ้ ก้ปัญหำในกำรดำเนนิ ชวี ิต มมี ำรยำทและมีนิสัยรักกำรอ่ำน

 เขยี นส่อื สำรในรูปแบบตำ่ งๆ โดยใช้ภำษำได้ถูกตอ้ งตรงตำมวตั ถุประสงค์ ย่อควำมจำกส่อื ที่มี
รปู แบบและเนื้อหำทีห่ ลำกหลำย เรียงควำมแสดงแนวคดิ เชิงสรำ้ งสรรค์โดยใช้โวหำรตำ่ งๆ
เขยี นบันทึก รำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำตำมหลกั กำรเขยี นทำงวชิ ำกำร ใช้ขอ้ มูลสำรสนเทศในกำร
อำ้ งอิง ผลิตผลงำนของตนเองในรูปแบบต่ำงๆ ทง้ั สำรคดีและบันเทงิ คดี รวมท้งั ประเมินงำน
เขยี นของผู้อ่นื และนำมำพฒั นำงำนเขียนของตนเอง

 ตง้ั คำถำมและแสดงควำมคิดเหน็ เกีย่ วกับเรอื่ งทฟ่ี ังและดู มีวจิ ำรณญำณในกำรเลือกเร่ืองที่ฟงั
และดู วเิ ครำะหว์ ัตถปุ ระสงค์ แนวคดิ กำรใช้ภำษำ ควำมน่ำเชื่อถือของเร่ืองท่ีฟังและดู
ประเมินสง่ิ ท่ีฟังและดูแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวิต มีทกั ษะกำรพดู ในโอกำสต่ำงๆ ทั้ง
ทีเ่ ป็นทำงกำรและไม่เปน็ ทำงกำรโดยใชภ้ ำษำที่ถูกต้อง พูดแสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โน้มน้ำว
และเสนอแนวคิดใหม่อยำ่ งมีเหตุผล รวมท้ังมมี ำรยำทในกำรฟงั ดู และพูด

 เข้ำใจธรรมชำตขิ องภำษำ อิทธิพลของภำษำ และลักษณะของภำษำไทย ใชค้ ำและกลุ่มคำสรำ้ ง
ประโยคได้ตรงตำมวตั ถปุ ระสงค์ แตง่ คำประพันธ์ประเภท กำพย์ โคลง ร่ำยและฉันท์ ใชภ้ ำษำ
ไดเ้ หมำะสมกบั กำลเทศะและใชค้ ำรำชำศพั ทแ์ ละคำสภุ ำพไดอ้ ยำ่ งถูกต้อง วเิ ครำะหห์ ลักกำร
สร้ำงคำในภำษำไทย อิทธิพลของภำษำต่ำงประเทศในภำษำไทยและภำษำถนิ่ วิเครำะห์และ
ประเมนิ กำรใช้ภำษำจำกสื่อส่ิงพิมพแ์ ละสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 วิเครำะห์วจิ ำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตำมหลกั กำรวจิ ำรณว์ รรณคดเี บื้องต้น รูแ้ ละเข้ำใจ
ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดี ภูมิปญั ญำทำงภำษำและวรรณกรรมพืน้ บ้ำน เชอ่ื มโยงกับกำรเรียนรู้

ทำงประวัตศิ ำสตร์และวิถีไทย ประเมินคุณคำ่ ดำ้ นวรรณศิลป์ และนำขอ้ คดิ จำกวรรณคดีและ
วรรณกรรมไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง

กาหนดการสอนวชิ าภาษาไทย : Course syllabus

ชื่อวิชา : ภำษำไทยพืน้ ฐำน 1.5 หนว่ ยกำรเรียน

รหสั วิชา : ท22102 ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 2

สถานภาพรายวิชา : วชิ ำพืน้ ฐำน มคี ่ำ 1.5 หน่วยกำรเรยี น

ใช้เวลำในช้นั เรยี นตลอดภำคกำรเรยี น 3 คำบ/สัปดำห์

เวลาเรยี น : 20 สัปดำห์

ผูส้ อน : นำงสำวธัญญำดล อุปชิตกุล ศศ.บ. (ภำษำไทย), กศ.ม. (เทคโนโลยีกำรศึกษำ)

1. คำอธิบำยรำยวิชำกลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย รำยวชิ ำ ภำษำไทย รหสั วิชำ ท22102
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษำตอนปลำย ช้ันมัธยมศึกษำปที ี่ 2 ภำคเรยี ที่ 2 เวลำ 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ย
กำรเรยี น

อำ่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้อย่ำงถูกต้อง ไพเรำะ และเหมำะสมกับเรือ่ งที่
อ่ำน ตคี วำม แปลควำม และขยำยควำมเรอ่ื งที่อำ่ น ตอบคำถำมจำกกำรอำ่ นงำนเขียนประเภทต่ำงๆ
ภำยในเวลำทีก่ ำหนด

เขยี นส่ือสำรในรูปแบบตำ่ งๆ ไดต้ รงตำมวัตถุประสงค์ โดยใช้ภำษำเรยี บเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและ
สำระสำคญั ชัดเจน เขยี นยอ่ ควำมจำกส่ือทีม่ ีรปู แบบ และเน้อื หำหลำกหลำย ผลิตงำนเขยี นของตนเองใน
รูปแบบต่ำงๆ เขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำค้นควำ้ เรอ่ื งทสี่ นใจตำมหลกั กำรเขียนเชงิ วิชำกำร และใชข้ อ้ มลู
สำรสนเทศอำ้ งอิงอย่ำงถูกต้อง

ประเมินเร่ืองท่ีฟังและดูแลว้ กำหนดแนวทำงนำไประยุกตใ์ ช้ในกำรดำเนนิ ชีวติ พูดในโอกำสตำ่ งๆ พูด
แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โน้มน้ำวใจ และเสนอแนวคิดใหมด่ ้วยภำษำถูกต้องเหมำะสม มมี ำรยำทในกำรฟัง กำร
ดู และกำรพูด

ใช้คำและกลุ่มคำสร้ำงประโยคตรงตำมวัตถุประสงค์ อธบิ ำยและวิเครำะห์หลักกำรสร้ำงคำใน
ภำษำไทย

วเิ ครำะหล์ กั ษณะเด่นของวรรณคดีเช่ือมโยงกบั กำรเรียนรู้ทำงประวตั ิศำสตรแ์ ละวิถชี วี ติ ของสังคมใน
อดตี วิเครำะห์และประเมินคุณค่ำดำ้ นวรรณศิลป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐำนะทเ่ี ปน็ มรดกทำง
วฒั นธรรมของชำติ สงั เครำะหข์ ้อคิดจำกวรรณคดี และวรรณกรรมเพอื่ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง ทอ่ งจำ
และบอกคุณค่ำบทอำขยำนตำมท่กี ำหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ุณคำ่ ตำมควำมสนใจ และนำไปใช้อำ้ งองิ

ท 1.1 มตี วั ช้วี ดั ท่ี ม. 4/1 ม. 4/2 ม. 4/6
ท 2.1 มตี วั ชี้วดั ท่ี ม. 4/1 ม. 4/3 ม. 4/4 ม. 4/6
ท 3.1 มตี ัวช้วี ดั ที่ ม. 4/3 ม. 4/5 ม. 4/6
ท 4.1 มตี วั ชว้ี ัดที่ ม. 4/2 ม. 4/6 ท 5.1 มีตวั ชว้ี ดั ท่ี ม. 4/2 ม. 4/3 ม. 4/4 ม. 4/6
รวมมี 19 ตวั ช้วี ดั

2. ตัวชี้วัดวิชำภำษำไทย รหัสวชิ ำ ท31102 ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี 2 ภำคเรียนท่ี 2 เวลำเรียน 3 ชว่ั โมง /
สัปดำห์

สำระท่ี 1 กำรอ่ำน
ตัวชี้วัดที่
1. อ่ำนออกเสยี งบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้อยำ่ งถูกตอ้ ง ไพเรำะ และเหมำะสมกับเรือ่ งท่ีอำ่ น
2. ตคี วำม แปลควำม และขยำยควำมเร่ืองท่ีอำ่ น
6. ตอบคำถำมจำกกำรอ่ำนงำนเขยี นประเภทต่ำงๆ ภำยในเวลำทก่ี ำหนด

สำระที่ 2 กำรเขียน
มตี ัวชี้วัดที่
1. เขียนส่ือสำรในรูปแบบต่ำงๆ ไดต้ รงตำมวัตถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ ำษำเรียบเรยี งถูกตอ้ ง มีขอ้ มูลและสำระสำคญั
ชดั เจน
3. เขยี นยอ่ ควำมจำกสอื่ ทีม่ ีรูปแบบ และเน้ือหำหลำกหลำย
4. ผลิตงำนเขยี นของตนเองในรูปแบบต่ำงๆ
6. เขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ เรื่องทสี่ นใจตำมหลักกำรเขยี นเชิงวชิ ำกำร และใชข้ ้อมูลสำรสนเทศ

อำ้ งองิ อยำ่ งถูกตอ้ ง

สำระที่ 3 กำรฟัง กำรดู และกำรพูด
มีตัวช้ีวัดท่ี
3. ประเมินเร่อื งทีฟ่ ังและดูแล้วกำหนดแนวทำงนำไประยุกตใ์ ชใ้ นกำรดำเนนิ ชวี ิต
5. พูดในโอกำสต่ำงๆ พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โนม้ นำ้ วใจ และเสนอแนวคิดใหมด่ ้วยภำษำถูกตอ้ งเหมำะสม
6. มมี ำรยำทในกำรฟัง กำรดู และกำรพดู

สำระท่ี 4 หลกั กำรใชภ้ ำษำ
มีตัวชว้ี ัดที่
2. ใช้คำและกล่มุ คำสร้ำงประโยคตรงตำมวัตถุประสงค์
6. อธิบำยและวเิ ครำะหห์ ลักกำรสร้ำงคำในภำษำไทย

สำระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มีตวั ช้วี ัดท่ี
2. วเิ ครำะหล์ กั ษณะเดน่ ของวรรณคดเี ช่อื มโยงกับกำรเรยี นรทู้ ำงประวตั ิศำสตร์และวถิ ชี วี ิตของสงั คมในอดตี
3. วิเครำะห์และประเมินคุณค่ำด้ำนวรรณศิลปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมในฐำนะทเ่ี ป็นมรดกทำงวัฒนธรรม
ของชำติ
4. สังเครำะหข์ ้อคิดจำกวรรณคดี และวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
6. ทอ่ งจำและบอกคุณค่ำบทอำขยำนตำมที่กำหนดและบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่ำตำมควำมสนใจ และนำไปใช้
อ้ำงอิง

3. วธิ ีกำรเรียนกำรสอน
4.1 วิธกี ำรสอนหลัก ได้แก่
1) ผสู้ อน สนทนำ ซกั ถำม บรรยำย นำเสนอตัวอยำ่ งท่ีมีผลงำนดเี ด่นท้ังในและ

นอกสถำนศกึ ษำ วิธกี ำรสอนท่นี ำมำใช้ คอื วิธกี ำรสอนแบบบรรยำย วิธกี ำรสอนแบบแบง่ กลมุ่ วธิ กี ำรสอน
แบบยึดผเู้ รียนเป็นสำคญั วิธกี ำรสอนแบบจิ๊กซอ (Jigsaw) วิธีกำรสอนแบบควำมรว่ มมือ

2) กำรสำธิตกำรสอนในบำงหัวขอ้ จำเปน็ ต้องมีกำรสำธติ เพื่อให้ผูเ้ รียนเหน็
ลักษณะของจรงิ ให้ประสบกำรณต์ รง กำรใหผ้ ู้เรียนทำกิจกรรม กำรซักถำมควำมเขำ้ ใจ สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รยี นฝกึ
ปฏิบัติดว้ ยตนเอง

3) กำรฝึกทักษะ (Drill and Practice) เป็นกำรสอนที่มุ่งให้ผเู้ รยี นพฒั นำ
เร็ว และแมน่ ยำในเรื่องท่เี รียน โดยกำรทำซ้ำ ๆจนเกิดควำมชำนำญ ในกำรฝกึ อำจฝกึ รำยบุคคล ฝึกรำย
กลุ่ม เป็นคู่ หรือท้งั ชั้น ผูส้ อนตรวจสอบควำมเขำ้ ใจในด้ำนเนอ้ื หำ โดยกำรซักถำม สังเกต ประเมินผลกำร
ฝกึ ทักษะ ผูส้ อนตอ้ งให้ผเู้ รียนร้ผู ลโดยทนั ทเี พอื่ กำรแก้ไขที่ถกู ต้อง

4) มอบหมำยงำนใหผ้ ู้เรียนมีควำมรบั ผิดชอบเป็นรำยกลุม่ ตำมหัวขอ้ ที่ไดร้ บั
มอบหมำยท้งั เป็นรำยงำนเอกสำร รำยงำนหน้ำชั้น นำเสนอผลงำนกำรศึกษำคน้ ควำ้

4. กำรจดั หน่วยกำรเรียน
หน่วยที่ 1 อำ่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง ตคี วำม แปลควำม และขยำยควำมเรอื่ งท่อี ่ำน

ตอบคำถำมจำกกำรอำ่ นงำนเขียนประเภทตำ่ งๆ ภำยในเวลำท่ีกำหนด
หน่วยท่ี 2 เขยี นย่อควำมจำกส่อื ท่ีมีรปู แบบ และเน้อื หำหลำกหลำย ผลิตงำนเขยี นของตนเองในรปู แบบ

ต่ำงๆ เขยี นรำยงำนกำรศึกษำคน้ ควำ้ เร่ืองทีส่ นใจตำมหลักกำรเขียนเชงิ วชิ ำกำร และใชข้ อ้ มูล
สำรสนเทศอ้ำงอิง
หนว่ ยที่ 3 ประเมินเรื่องท่ีฟังและดูแล้วกำหนดแนวทำงนำไประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวติ
หน่วยที่ 4 พูดในโอกำสตำ่ งๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โน้มน้ำวใจ และเสนอแนวคดิ ใหมด่ ้วยภำษำถูกต้อง
เหมำะสม มมี ำรยำทในกำรฟงั กำรดู และกำรพดู
หน่วยท่ี 5 ใชค้ ำและกลมุ่ คำสรำ้ งประโยคตรงตำมวัตถุประสงค์
หน่วยท่ี 6 อธิบำยและวิเครำะหห์ ลกั กำรสรำ้ งคำในภำษำไทย
หน่วยท่ี 7 วิเครำะหล์ ักษณะเด่นของวรรณคดเี ชอ่ื มโยงกับกำรเรยี นรทู้ ำงประวัตศิ ำสตรแ์ ละวิถชี วี ิตของสังคม
ในอดตี
หน่วยท่ี 8 วิเครำะห์และประเมินคุณคำ่ ด้ำนวรรณศิลปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมในฐำนะทเ่ี ป็นมรดก
ทำงวฒั นธรรมของชำติ
หน่วยที่ 9 สงั เครำะห์ขอ้ คิดจำกวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
หน่วยท่ี 10 ท่องจำและบอกคณุ ค่ำบทอำขยำนตำมท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่ีมคี ุณคำ่ ตำมควำม
สนใจ และนำไปใชอ้ ้ำงองิ

สาระ/มาตรฐานและตัวชี้วัด

รายวิชา ท22102 ภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2

ขอ้ ท่ี สาระ/มาตรฐาน ตัวช้วี ัด จานวน คะแนน

ชั่วโมง

1 ท 1.1 ม. 4-6/1 อำ่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้อย่ำงถกู ต้อง 3 10

ไพเรำะ และเหมำะสมกบั เร่ืองท่อี ำ่ น

2 ท 1.1 ม. 4-6/2 ตีควำม แปลควำม และขยำยควำมเรือ่ งทอี่ ำ่ น 35

3 ท 1.1 ม. 4-6/3 วเิ ครำะหแ์ ละวิจำรณ์เร่อื งท่อี ่ำนในทกุ ๆ ด้ำนอยำ่ งมีเหตผุ ล 35

4 ท 1.1 ม. 4-6/5 วิเครำะห์ วิจำรณ์ แสดงควำมคดิ เห็นโต้แยง้ เกีย่ วกับเร่อื งทอี่ ่ำน 3 5

และเสนอควำมคดิ ใหม่อย่ำงมีเหตผุ ล

5 ท 1.1 ม. 4-6/7 อ่ำนเรื่องต่ำงๆ แล้วเขยี นกรอบแนวคดิ ผังควำมคดิ บนั ทกึ ย่อ 3 5

ควำม และรำยงำน

6 ท 1.1 ม.4-6/8 สงั เครำะห์ควำมรู้จำกกำรอำ่ นสื่อสง่ิ พิมพ์สือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 35

และแหล่งเรียนรู้ต่ำงๆ มำพัฒนำตน พัฒนำกำรเรยี น และ

พฒั นำควำมร้ทู ำงอำชีพ

7 ท 1.1 ม.4-6/9 มมี ำรยำทในกำรอำ่ น 25

8 ท 2.1 ม.4-6/1 เขยี นสอ่ื สำรในรูปแบบต่ำงๆ ได้ตรงตำมวตั ถปุ ระสงค์โดยใช้ 35

ภำษำเรียบเรยี งถูกตอ้ งมขี ้อมูลและสำระสำคัญชัดเจน

9 ท 2.1 ม.4-6/2 เขยี นเรียงควำม 2 10

10 ท 2.1 ม.4-6/3 เขียนยอ่ ควำมจำกสื่อท่ีมีรูปแบบและเนือ้ หำหลำกหลำย 25

11 ท 2.1 ม.4-6/7 บนั ทกึ กำรศึกษำค้นคว้ำเพ่ือนำไปพัฒนำตนเองอยำ่ งสม่ำเสมอ 2 5

12 ท 2.1 ม.4-6/8 มมี ำรยำทในกำรเขยี น 25

13 ท 5.1 ม.4-6/1 วเิ ครำะห์และวจิ ำรณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตำมหลกั กำร 3 10

วิจำรณเ์ บ้อื งตน้

14 ท 5.1 ม.4-6/3 วิเครำะหแ์ ละประเมินคณุ คำ่ ด้ำนวรรณศิลปข์ องวรรณคดี และ 3 10

วรรณกรรมในฐำนะที่เป็นมรดกทำงวฒั นธรรมของชำติ

15 ท 5.1 ม.4-6/4 สงั เครำะห์ข้อคิดจำกวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไป 3 10

ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

รวม 40 100

คะแนนการวัดผลและประเมินผล

1. ประเมนิ ผลหนว่ ยกำรเรียนรู้ระหว่ำงภำค 50 คะแนน

2. ประเมนิ ผลกลำงภำค 20 คะแนน

3. ประเมินผลปลำยภำค 30 คะแนน

รวม 100 คะแนน

4. ประเมินคณุ ลักษณะ 100 คะแนน

5. คะแนนอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ เขียน 100 คะแนน


Click to View FlipBook Version