THE
GULF WAR
( สงครามอ่าวเปอร์เซีย )
โดย นายอัสรี ดายะ ชั้นม.5/2 เลขที่20
ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สงครามอ่าว( Gulf War) ชื่อรหัสทางทหาร
ว่า ปฏิบัติการโล่ทะเลทราย (Operation Desert
Shield, 2 สิงหาคม 2533 – 17 มกราคม 2534)
เป็นปฏิบัติการนำสู่การสั่งสมกำลังและการป้องกัน
ของซาอุดีอาระเบียและปฏิบัติการพายุทะเลทราย
(Operation Desert Storm, 17 มกราคม 2534 –
28 กุมภาพันธ์ 2534) ในระยะสู้รบ เป็นสงครามใน
ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียระหว่างกำลังผสมจาก 34 ชาติ
นำโดยสหรัฐอเมริกาต่อประเทศอิรักหลังการบุก
ครองและผนวกคูเวตของอิรัก
สงครามนี้มีชื่ออื่น เช่น สงครามอ่าว
เปอร์เซีย, สงครามอ่าวครั้งที่หนึ่ง, สงครามคูเวต,
สงครามอิรัก ซึ่งคำว่า "สงครามอิรัก" ต่อมาใช้เรียก
การบุกครองอิรักเมื่อปี 2546 แทน
การยึดครองคูเวตของกองทัพอิรักซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 2
สิงหาคม 2533 นั้นถูกนานาชาติประณาม และ
สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
พลันใช้วิธีการบังคับทางเศรษฐกิจต่ออิรัก
ประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช วางกำลัง
สหรัฐเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียและกระตุ้นให้ประเทศอื่น
ส่งกำลังของตนไปที่นั้นด้วย มีหลายชาติเข้าร่วม
กำลังผสม ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใหญ่ที่สุดนับ
แต่สงครามโลกครั้งที่สอง กำลังทหารของกำลังผสม
ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ โดยมีซาอุดีอาระเบีย สหราช
อาณาจักรและอียิปต์เป็นผู้มีส่วนร่วมรายใหญ่ตาม
ลำดับ ซาอุดีอาระเบียสมทบเงิน 36,000 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐจากค่าสงคราม 60,000 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ
สงครามนี้มีการริเริ่มการถ่ายทอดข่าวสด
จากแนวหน้าของการสู้รบ หลัก ๆ โดยเครือข่ายซี
เอ็นเอ็นของสหรัฐ สงครามนี้ยังได้ชื่อเล่นว่า
สงครามวิดีโอเกม หลังการถ่ายทอดภาพรายวันจาก
กล้องบนเครื่องบินทิ้งระเบิดสหรัฐระหว่างปฏิบัติ
การพายุทะเลทราย
ความขัดแย้งระยะแรกเพื่อขับกองทัพอิรักออกจาก
คูเวตเริ่มด้วยทางระดมทิ้งระเบิดทางอากาศและทาง
เรือเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2534 และดำเนินไปห้า
สัปดาห์ ตามด้วยการโจมตีภาคพื้นดินเมื่อวันที่ 24
กุมภาพันธ์ สงครามสิ้นสุดด้วยชัยชนะอย่างขาดลอย
ของกำลังผสม ซึ่งขับกองทัพอิรักออกจากคูเวตและ
รุกเข้าดินแดนอิรัก กำลังผสมยุติการบุกและประกาศ
หยุดยิงหลังการทัพภาคพื้นเริ่ม 100 ชั่วโมง การสู้รบ
ทางอากาศและทางบกจำกัดอยู่ในประเทศอิรัก คูเวต
และบางพื้นที่ตรงพรมแดนซาอุดีอาระเบีย ประเทศ
อิรักปล่อยขีปอาวุธสกั๊ดต่อเป้าหมายทางทหารของ
กำลังผสมและต่ออิสราเอล
เบื้องหลัง
ตลอดช่วงเวลาของสงครามเย็น อิรักเป็นพันธมิตรสหภาพโซเวียตและมีประวัติความไม่ลงรอยกับ
สหรัฐอเมริกา สหรัฐกังวลถึงตำแหน่งของอิรักต่อการเมืองอิสราเอล-ชาวปาเลสไตน์และการที่อิรักไม่เห็นด้วย
กับสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์
สหรัฐเองก็ไม่ชอบการที่อิรักเข้าสนับสนุนกลุ่มอาหรับและปาเลสไตน์ติดอาวุธอย่างอาบูไนดัล ซึ่งทำให้มีการ
รวมอิรักเข้าไปในรายชื่อประเทศผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามชาติของสหรัฐในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.
2522 สหรัฐยังคงสถานะเป็นกลางอย่างเป็นทางการหลังจากการรุกรานของอิหร่านกลายมาเป็นสงครามอิรัก-
อิหร่าน แม้ว่าจะแอบช่วยอิรักอย่างลับ ๆ อย่างไรก็ดีในเดือนมีนาคม 2525 อิหร่านเริ่มทำการโต้ตอบได้สำเร็จ
ปฏิบัติการชัยชนะที่ปฏิเสธไม่ได้ และสหรัฐได้เพิ่มการสนับสนุนให้กับอิรักเพื่อป้องกันไม่ให้อิรักถูกบังคับให้
พ่ายแพ้
ในความพยายามของสหรัฐที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตอิรักอย่างเต็มตัว ประเทศอิรักได้ถูกนำ
ออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้าย นั่นก็เพราะว่าการพัฒนาในบันทึกการปกครอง แม้ว่าอดีตผู้
ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โนเอล คอช ได้กล่าวในเวลาต่อมาว่า "ไม่มีใครที่สงสัยในเรื่องที่อิรักยัง
คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย... เหตุผลจริง ๆ คือเพื่อช่วยให้พวกเขามีชัยเหนืออิหร่าน
เมื่ออิหร่านประสบกับชัยชนะในสงครามและปฏิเสธการสงบศึกที่ได้รับการเสนอขึ้นในเดือนกรกฎาคม การขาย
อาวุธให้กับอิรักก็ทำลายสถิติเมื่อปี 2525 แต่อุปสรรคยังคงมีอยู่ระหว่างสหรัฐกับอิรัก กลุ่มอาบูไนดัลยังคงได้
รับการสนับสนุนอยู่ในแบกแดด เมื่อประธานาธิบดีอิรัก ซัดดัม ฮุสเซน ได้ขับไล่พวกเขาไปยังซีเรียตามคำขอ
ของสหรัฐในเดือนพฤษภาคม
ความตึงเครียดกับคูเวต
เมื่ออิรักทำการหยุดยิงกับอิหร่านในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2531 อิรักก็ประสบกับการล้ม
ละลายอย่างแท้จริง โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ซาอุดิอาระเบียและคูเวต อิรักกดดันทั้งสองชาติให้ยก
หนี้ทั้งหมด แต่ทั้งสองประเทศตอบปฏิเสธ อิรักยังได้กล่าวหาคูเวตว่าได้ผลิตน้ำมันเกินโควตา
ของโอเปก ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลง ซึ่งส่งผลให้อิรักประสบกับปั ญหาด้านเศรษฐกิจเพิ่มเข้าไปอีก
การที่ราคาของน้ำมันตกลงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอิรักอย่างใหญ่หลวง รัฐบาล
อิรักได้บรรยายว่ามันเป็นสงครามทางเศรษฐกิจ ซึ่งอ้างว่าคูเวตเป็นต้นเหตุ โดยการเจาะท่อลอด
ข้ามพรมแดนเข้าไปในทุ่งน้ำมันรูมาเลียของอิรัก
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศยังเกี่ยวข้องกับคำกล่าวอ้างของอิรักที่ระบุว่า คูเวต
เป็นอาณาเขตของอิรัก หลังจากได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรใน พ.ศ. 2475 รัฐบาลอิรัก
ได้ประกาศในัทันทีว่าคูเวตเป็นอาณาเขตโดยชอบธรรมของอิรัก เนื่องจากเคยอยู่ภายใต้การ
ปกครองของอิรักเป็นเวลาหลายศตวรรษจนกระทั่งอังกฤษก่อตั้งคูเวตขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่
หนึ่งดังนั้น จึงได้กล่าวว่า คูเวตเป็นผลผลิตจากลัทธิจักรวรรดินิยมของอังกฤษอิรักอ้างว่าคูเวต
เคยเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดบาสราของจักรวรรดิออตโตมันราชวงศ์ที่ปกครองคูเวต อัลซอบะห์
ได้ตัดสินใจลงนามในข้อตกลงเป็นรัฐในอารักขาเมื่อ พ.ศ. 2442 ซึ่งมอบหมายความรับผิดชอบ
กิจการระหว่างประเทศให้แก่อังกฤษ อังกฤษเขียนพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ และ
พยายามจำกัดทางออกสู่ทะเลของอิรักอย่างระมัดระวัง เพื่อที่ว่ารัฐบาลอิรักในอนาคตจะไม่มี
โอกาสคุกคามการครอบครองอ่าวเปอร์เซียของอังกฤษ อิรักปฏิเสธที่จะยอมรับพรมแดนที่ถูก
เขียนขึ้น และไม่รับรองคูเวตจนกระทั่งปี พ.ศ. 2506
การบุกครองคูเวต
เปิดสงครามก่อนหน้า แต่คูเวตกลับไม่ได้เตรียมกองกำลังของตนเอาไว้ กองทัพคูเวตยอมแพ้ในวันที่ 19
กรกฎาคม
เมื่อสิ้นสุดสงครามอิหร่านอิรักในปีพ.ศ. 2531 กองทัพบกอิรักกลายเป็นกองทัพอันดับสี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย
ประกอบด้วยทหาร 955,000 นายและกองกำลังกึ่งทหารอีก 650,000 นาย จากการคาดการณ์ขั้นต่ำของจอห์น ไช
ลด์สและอังเดร คอร์วิแซร์ กองทัพอิรักสามารถระดมรถถังได้ 4,500 คัน อากาศยานรบ 484 ลำ และ
เฮลิคอปเตอร์รบอีก 232 ลำ ไมเคิล ไนท์ส คาดการว่า ในกรณีอย่างมาก อิรักจะสามารถระดมพลได้ 1 ล้านนาย
และกองกำลังสำรองอีก 850,000 นาย พร้อมรถถัง 5,500 คัน ปืนใหญ่ 3,000 กระบอก อากาศยานรบและ
เฮลิคอปเตอร์ 700 ลำ เป็นทั้งหมด 53 กองพล กรมสงครามพิเศษ 20 กรม และกองกำลังติดอาวุธอีกจำนวนมาก
ตามพื้นที่ และพวกเขาก็มีการป้องกันทางอากาศที่แน่นหนาอีกด้วย
หน่วยคอมมานโดของอิรักเป็นหัวหอกในการรบด้วยการแทรกซึมเข้าไปที่ชายแดนของคูเวตเพื่อเตรียมการรบ
ให้พร้อมสำหรับหน่วยรบขนาดใหญ่ที่จะเปิดศึกตอนเที่ยงคืน อิรักแบ่งการรุกเป็นสองแนว โดยมีกองกำลังหลัก
โจมตีจากทางเหนือลงไปทางใต้ผ่านทางหลวงตรงไปยังคูเวต และอีกด้านเป็นการโจมตีสนับสนุนที่เข้าจากทาง
ตะวันตกของคูเวตและหักออกไปทางตะวันออก เพื่อตัดเมืองหลวงออกจากทางใต้ที่เหลือของประเทศ ผู้บัญชาการ
กองพันยานเกราะ กรมยานเกราะที่ 35 ของคูเวตได้วางแนวรบเพื่อรับมือกองทัพอิรักและสามารถป้องกันเอาไว้ได้
อย่างดุเดือดในการรบใกล้กับอัล จาห์ราทางตะวันตกของคูเวตซิตี
อากาศยานของคูเวตเข้าสกัดข้าศึกแต่ถูกยึดหรือทำลายไปร้อยละ 20 การรบทางอากาศกับกองพลขนส่งทาง
เฮลิคอปเตอร์ของอิรักเกิดขึ้นเหนือคูเวตซิตี อิรักสูญเสียทหารชั้นดีเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการปะทะ
ประปรายระหว่างกองทัพอากาศคูเวตกับกองกำลังภาคพื้นของอิรักด้วย
วิธีการทางการทูต
ในชั่วโมงที่การรุกรานคูเวตเริ่มขึ้น คณะผู้แทนของคูเวตและสหรัฐได้เข้าร้องให้มีการประชุม
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้อนุมัติมติที่ 660ซึ่งมองว่าการรุกรานเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
และต้องการให้อิรักถอนทหารออก ในวันที่ 3 สิงหาคม สันนิบาตอาหรับได้ออกมติ ซึ่งสรุปได้ว่าต้องการ
หาทางออกของปั ญหาโดยกลุ่มชาติในสันนิบาตอาหรับเท่านั้น และเตือนไม่ให้ชาติอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
อิรักและลิเบียเป็นชาติอาหรับสองชาติที่ปฏิเสธมติที่ให้อิรักถอนทหารออกจากคูเวต องค์ปลดปล่อย
ปาเลสไตน์เห็นด้วยกับอิรัก รัฐอาหรับเยเมนและจอร์แดน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับตะวันตกที่มีชายแดนติด
กับอิรักและพึ่งพาเศรษฐกิจของอิรัก – ไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงทางทหารจากชาติที่ไม่ใช่รัฐอาหรับ
รัฐอาหรับซูดานเห็นด้วยกับซัดดัม
ในวันที่ 6 สิงหาคม ตามมติที่ 661 ได้มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิรัก หลังจากนั้นได้มีมติที่
665ซึ่งสั่งการให้มีการปิดล้อมทางทะเลเพื่อทวีความรุนแรงของการคว่ำบาตร คณะมนตรีความมั่นคง
กล่าวว่า "การใช้มาตรการดังกล่าวต่อสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเรื่องจำเป็น... เพื่อที่จะหยุดการ
เข้าออกของเรือสินค้า เพื่อตรวจสอบสินค้าและจุดหมายปลายทางบนเรือเหล่านั้นและเพื่อให้แน่ใจว่ามติ
ที่ 661 ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด
ตั้งแต่แรกเริ่ม ทางการสหรัฐยืนยันว่าให้มีการถอนทหารอิรักทั้งหมดออกจากคูเวต โดยกล่าวว่า
ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับปั ญหาอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง สหรัฐเกรงว่าหากมติเอกฉันท์ใด ๆ จาก
อิรักจะทำให้อิรักมีอิทธิพลในบริเวณดังกล่าวในอนาคต
ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ซัดดัมได้ประกาศให้มีการประนีประนอมผ่านทางวิทยุกรุง
แบกแดดและหน่วยงานข่าวของอิรัก เขากล่าวว่า "ทุกการยึดครองที่เกิดขึ้น และทุกกรณีที่เห็นว่า
เป็นการยึดครอง ในพื้นที่ดังกล่าว จะถูกยกเลิกพร้อม ๆ กัน" โดยเขากล่าวเป็นพิเศษว่าต้องการให้
อิสราเอลถอนกำลังออกจากปาเลสไตน์ ซีเรีย และเลบานอน รวมทั้งให้ซีเรียถอนกำลังออกจากเลบานอน
ด้วย และเสริมว่า "การถอนกำลังโดยอิรักและอิหร่านจัดการสถานการณ์วนคูเวต" เขาได้เรียกร้องให้หา
กองกำลังมาแทนกองทหารของสหรัฐในซาอุดิอาระเบียด้วยกองกำลังของชาติอาหรับ โดยจะต้องไม่
เป็นกองกำลังจากอียิปต์ นอกจากนี้เขาขอให้ "หยุดการคว่ำบาตรทั้งหมด" และปฏิบัติต่ออิรักอย่างเป็น
ปกติตั้งแต่ที่วิกฤตการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีสหรัฐยืนกรานว่าการที่อิรักเข้ายึดคูเวตนั้นไม่มี
ส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับปั ญหาในปาเลสไตน์
วิธีการทางทหาร
ความกังวลหลักของประเทศตะวันตก
คือการที่ซาอุดิอาระเบียตกอยู่ในภัยคุกคาม
จากอิรัก หลังจากที่คูเวตถูกยึด อิรักก็เข้าสู่
ระยะใกล้พอที่จะเข้าโจมตีบ่อน้ำมันของ
ซาอุดิอาระเบีย หากว่าบ่อน้ำมันดังกล่าวถูก
ควบคุมพร้อมกับในคูเวตและของอิรัก ซัด
ดัมก็จะควบคุมแหล่งน้ำมันหลักของโลกเอา
ไว้ นอกจากนี้แล้วอิรักเองก็มีความแค้นส่วน
ตัวกับซาอุ ซาอุนั้นได้ให้เงินยืมแก่อิรักใน
สงครามอิรักอิหร่านเป็นจำนวน 26,000
ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่ซาอุยอมช่วย
อิรักในครั้งนั้นก็เพราะว่ากลัวอิทธิพลของ
นิกายชีอะฮ์ที่ลุกฮือจากการปฏิวัติในอิหร่าน
หลังจากสงครามสิ้นสุดลง ซัดดัมคิดว่าเขา
ไม่ต้องจ่ายหนี้ให้กับซาอุเพราะอิรักได้ช่วย
ตอบแทนด้วยการต่อสู้กับอิหร่านไปแล้ว
ไม่นานหลังจากที่ซัดดัมยึดคูเวตได้
เขาก็เริ่มทำการพูดโจมตีซาอุ โดยกล่าวว่า
การที่สหรัฐสนับสนุนซาอุดิอาระเบียเป็น
เรื่องไม่เหมาะสมและไม่ควรค่าอย่างยิ่งที่
สหรัฐจะเป็นคนปกป้องเมืองศักดิ์สิทธิ์อย่าง
เมกกะและอัลมะดีนะฮ์ เขาได้รวบรวมภาษา
ของกลุ่มอิสลามที่ได้ร่วมรบในอัฟกานิสถาน
เมื่อไม่นานพร้อมกับวาทศาสตร์แบบที่
อิหร่านใช้โจมตีซาอุเป็นเวลานาน
ด้วยการใช้นโยบายตามหลักคาร์
เตอร์และด้วยการเกรงว่ากองทัพบกอิรักจะ
เปิดการรุกเข้า ซาอุดิอาระเบีย
ประธานาธิบดีสหรัฐจอร์จ เอช. ดับบลิว. บุช
จึงประกาศอย่างทันทีว่าจะทำการป้องกันซา
อุจากการรุกรานของอิรักโดยใช้ชื่อว่า"ปฏิบัติ
การดีเซิร์ทชีลด์" ซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 7
สิงหาคม พ.ศ. 2533 เมื่อทหารสหรัฐถูกส่ง
เข้าไปยังซาอุดิอาระเบียตามคำขอร้องจากก
ษัตริย์ฟาห์ดแห่งซาอุ การป้องกันทั้งหมดนี้
ถูกยกเลิกอย่างรวดเร็วในวันที่ 8 สิงหาคม
เมื่ออิรักประกาศว่าคูเวตจะเป็นจังหวัดที่ 19
ของอิรักและปกครองโดยผู้ว่ากึ่งทหาร อลี
ฮัสซาน อัลมาจิด ญาติของซัดดัมเอง
อิรักใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย
รัฐบาลของอิรักเตรียมพร้อมที่จะโจมตีกลับเสมอหากถูกรุกราน ก่อนที่สงครามเริ่มต้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
ต่างประเทศของอิรักทาริก อซิซถูกสัมภาษณ์โดยนักข่าวหลังจากการประชุมเพื่อสันติภาพกับสหรัฐที่เจนีวาล้มเหลวลง นักข่าว
ถามเขาว่าท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าสงครามเริ่มขึ้น...อิรักจะตอบโต้หรือไม่" นายทาริกตอบว่า "ครับ แน่นอน"
ห้าชั่วโมงหลังจากการโจมตีครั้งแรก วิทยุของอิรักได้ประกาศว่า "ชัยชนะของเราอยู่แค่เอื้อมเมื่อเราเริ่มตอบโต้นี้" อิรัก
ได้ยิงขีปนาวุธแปดลูกในวันต่อมา การใช้ขีปนาวุธเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดสงคราม มีการยิงขีปนาวุธสกั๊ดไปทั้งหมด 88 ลูกในช่วง
เจ็ดสัปดาห์ของสงคราม
อิรักหวังว่าจะกระตุ้นให้อิสราเอลเข้าร่วมสงครามด้วย รัฐบาลอิรักหวังว่าชาติอาหรับหลายชาติจะถอนตัวออกจากกอง
กำลังผสมหากอิสราเอลเข้าร่วมเพราะชาติอาหรับอาจลังเลใจที่จะอยู่ข้างเดียวกันกับอิสราเอลหลังจากการโจมตีครั้งแรก
กองทัพอากาศอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินเข้าลาดตระเวนบริเวณน่านฟ้าทางเหนือของอิรัก อิสราเอลเตรียมกองทัพเพื่อตอบโต้
ตามนโยบายของตนตลอด 40 ปีที่ใช้การตอบโต้มาโดยตลอด อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีบุชได้กดดันนายกรัฐมนตรีของ
อิสราเอลยิตซัค ชาเมียร์ให้อยู่เฉย ๆ เพราะกลัวว่าหากอิสราเอลโจมตีอิรัก ชาติอาหรับอื่น ๆ อาจถอนตัวออกจากกองกำลัง
ผสมหรือเข้าร่วมกับอิรัก นอกจากนี้สหรัฐยังกลัวว่าหากอิสราเอลใช้น่านฟ้าของซีเรียหรือจอร์แดนในการโจมตีอิรัก ชาติเหล่า
นั้นก็จะเข้าร่วมกับอิรักหรือโจมตีอิสราเอล กองกำลังผสมให้สัญญาว่าจะใช้ขีปนาวุธเพเทรียตป้องกันอิสราเอลจาก
ขีปนาวุธ สกั๊ดขวาชาวอิสราเอลหลบหาที่กำบังจากการโจมตีและ (ซ้าย) สภาพที่อยู่อาศัยในรามัตกันในอิสราเอลหลัง
ถูกโจมตี ขีปนาวุธสกั๊ดที่ยิงใส่อิสราเอลนั้นพบว่าไร้ประสิทธิภาพ ด้วยการยิงที่พิสัยสูงสุดส่งผลให้ความแม่นยำและน้ำหนัก
ระเบิดลดลง ห้องสมุดเสมือนชาวยิวได้รายงานว่ามีชาวอิสราเอล 74 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของอิรัก สองคนเสียชีวิตจาก
การถูกระเบิดและที่เหลือเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจและหัวใจวายเฉียบพลัน มีชาวอิสราเอลประมาณ 230 คนได้รับบาด
เจ็บในเหตุการณ์หนึ่งได้เกิดการโจมตีเข้าที่ละแวกเทล อะวิฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสามรายและบาดเจ็บอีก 96 ราย ทรัพย์สิน
มหาศาลได้รับความเสียหาย กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลกล่าวว่า "ความเสียหายทั่วไปแก่ทรัพย์สินได้แก่ บ้าน
1,302 หลัง อพาร์ทเมนท์ 6,142 แห่ง สิ่งก่อสร้างสาธารณะ 23 แห่ง ร้านค้า 200 ร้าน และรถ 50 คัน เป็นที่กลัวกันว่าอิรักจะ
ยิงขีปนาวุธที่มีส่วนประกอบของแก๊ซทำลายประสาทหรือซาริน ผลที่ตามมาคือรัฐบาลอิสราเอลได้แจกจ่ายหน้ากากกันแก๊ซให้
กับประชาชนของตน เมื่อขีปนาวุธลูกแรกยิงเข้าใส่อิสราเอล มีผู้คนบางจำนวนที่ฉีดยาถอนพิษให้กับตัวเอง
การทัพทางบก
กองกำลังผสมได้ยึดครองน่านฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าอิรัก กองกำลังของพวกเขาได้เปรียบอย่างมาก
เพราะได้รับการป้องกันจากเป็นเจ้าอากาศ ซึ่งได้มาโดยกองทัพอากาศก่อนที่จะมีการรุกทางบก กองกำลังผสมยังมี
ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีสองอย่างด้วยกัน คือ
1.รถถังประจัญบานหลักของกองกำลังผสม เช่น เอ็ม1 เอบรามส์ของ การเคลื่อนไหวของทหารราบในวันที่ 24–
สหรัฐ ชาลเลนเจอร์ 1 ของอังกฤษ และเอ็ม-84เอบีของคูเวต มีความ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ในปฏิบัติการพายุ
สามารถเหนือกว่าไทป์ 69 ของจีนและที-72 ของอิรักอย่างมาก รวม ทะเลทราย
ทั้งทหารยานเกราะของกองกำลังผสมเองก็ได้รับการฝึกฝนมาดีกว่า
2. การใช้จีพีเอสทำให้กองกำลังผสมสามารถหาหนทางได้โดยไม่ต้องพึ่ง
ถนนหรือสัญลักษณ์ใด ๆ เมื่อรวมกับการลาดตระเวนทางอากาศทำให้
พวกเขาเลือกที่จะสู้ด้วยการสงครามกลยุทธ์แทนที่จะใช้การรบแบบ
แตกหัก เพราะพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ตรงไหนและศัตรูอยู่ตรงไหน
พวกเขาจึงสามารถโจมตีเป้าหมายเฉพาะแทนที่จะเป็นการค้นหาศัตรู
ตามพื้นดิน
ปลดปล่อย
การทัพทางอากาศ
สงครามอ่าวเริ่มขึ้นด้วยการทิ้งระเบิดทางอากาศอย่างดุเดือดในวัน เครื่องบินโจมตีเอฟ-117 ไนท์ฮอว์ค
ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2534 เครื่องบินของกองกำลังผสมทำการบินกว่า 1 ของกองทัพอากาศสหรัฐ เป็นสิ่งหนึ่งที่
แสนครั้งพร้อมทิ้งระเบิดกว่า 88,500 ตัน และได้ทำลายสิ่งก่อสร้างทาง มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการพายุทะเล
ทหารและพลเรือนไปเป็นจำนวนมาก การศึกทางอากาศบัญชาการโดยพล ทราย
อากาศโทชัค ฮอร์เนอร์จากกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหน้า
เป็นเป็นผู้บัญชาการสูงสุดในขณะที่นายพลชวาซคอพฟ์ยังอยู่ที่สหรัฐ
หนึ่งวันหลังจากเส้นตายตามมติที่ 678 กองกำลังผสมได้เปิดการ
ศึกทางอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติการพายุทะเลทราย จุด
ประสงค์หลักของกองกำลังผสมคือการเข้าทำลายกองทัพอากาศและฐาน
ต่อต้านอากาศยานของอิรัก การบินส่วนมากมีฐานจากซาอุดิอาระเบียและ
กองเรือบรรทุกเครื่องบินทั้งหกลำของกองกำลังผสมที่จอดอยู่ในอ่าว
เปอร์เซียและทะเลแดง
การวิเคราะห์เชิงทหารหลังการรบ
แม้ว่าสื่อตะวันตกในตอนนั้นได้รายงานว่ามีทหารอิรักประมาณ 545,000-600,000 นายในการรบ แต่ปั จจุบันผู้
เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพของกองทัพอิรักนั้นกล่าวกันเกินจริง เพราะข้อมูลเหล่านั้นนับรวม
กองกำลังชั่วคราวและกองกำลังสนับสนุนเข้าไปด้วย ทหารอิรักจำนวนมากเป็นคนหนุ่มและเป็นทหารเกณฑ์ที่ฝึกมาน้อย
กองกำลังผสมมีทหาร 540,000 นายพร้อมกับอีก 1 แสนนายจากกองทัพตุรกีที่วางกำลังตามแนวชายแดนตุรกี-
อิรัก สิ่งนี้ทำให้อิรักต้องกระจายทหารของตนไปตามแนวชายแดนทั้งหมด ดังนั้นกำลังรุกหลักโดยสหรัฐจึงสามารถบุก
ทะลวงได้โดยอาศัยความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและจำนวนที่มากกว่า
การที่อิรักได้รับการสนับสนุนเมื่อครั้งสงครามอิหร่าน-อิรักทำให้อิรักมีอาวุธมากมายจากชาติผู้ค้าอาวุธระดับโลก
อิรักจึงไม่มีมาตรฐานในการคัดเลือกสรรพาวุธทำให้กองทัพอิรักมีกความหลากหลายเกินไปซึ่งรวมทั้งการได้รับการฝึกที่
ไม่มีมาตรฐานและทหารที่ขาดแรงผลักดัน กองกำลังส่วนใหญ่ของอิรักเคยชินกับการใช้รถถังรุ่นเก่าอย่างไทป์ 59 และ
ไทป์ 69 ของจีนและที-55 ของโซเวียตที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2493 และ 2503 นอกจากนี้ยังมีรถถังคุณภาพต่ำอย่างอะ
ซัดบาบิล (เป็นรถถังที่ดัดแปลงมาจากที-72 ของโปแลนด์) รถถังเหล่านี้ไม่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น กล้องมองกลางคืนหรือ
เลเซอร์วัดระยะ ทำให้ประสิทธิภาพในการรบนั้นด้อยคุณภาพ
การที่อิรักได้รับการสนับสนุนเมื่อครั้งสงครามอิหร่าน-อิรักทำให้อิรักมีอาวุธมากมายจากชาติผู้ค้าอาวุธระดับโลก
อิรักจึงไม่มีมาตรฐานในการคัดเลือกสรรพาวุธทำให้กองทัพอิรักมีกความหลากหลายเกินไปซึ่งรวมทั้งการได้รับการฝึกที่
ไม่มีมาตรฐานและทหารที่ขาดแรงผลักดัน กองกำลังส่วนใหญ่ของอิรักเคยชินกับการใช้รถถังรุ่นเก่าอย่างไทป์ 59 และ
ไทป์ 69 ของจีนและที-55 ของโซเวียตที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2493 และ 2503 นอกจากนี้ยังมีรถถังคุณภาพต่ำอย่างอะ
ซัดบาบิล (เป็นรถถังที่ดัดแปลงมาจากที-72 ของโปแลนด์) รถถังเหล่านี้ไม่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น กล้องมองกลางคืนหรือ
เลเซอร์วัดระยะ ทำให้ประสิทธิภาพในการรบนั้นด้อยคุณภาพ
ทหารอิรักไม่สามารถหามาตรการตอบโต้กล้องจับความร้อนและกระสุนแซบบอตของกองกำลังผสมได้ อุปกรณ์
เหล่านี้เองที่ทำให้รถถังฝ่ายพันธมิตรมีความเหนือกว่าและสามารถทำลายรถถังของอิรักจากระยะที่ไกลกว่าถึงสามเท่า
ทหารอิรักใช้กระสุนเจาะเหล็กกล้าเพื่อจัดการกับเกราะช็อบแฮมที่ก้าวหน้าของรถถังสหรัฐและอังกฤษ ผลคือกระสุนดัง
กล่าวไร้ประโยชน์ ทหารอิรักไม่สามารถอาศัยความได้เปรียบในการสงครามในเมืองด้วยสู้รบภายในคูเวตซิตี ซึ่ง
อาจสามารถสร้างความเสียหายแก่กองกำลังผสมได้มหาศาล การรบในเมืองนั้นจะลดระยะในการสู้รบและทำให้กองกำลัง
ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าเสียเปรียบได้
กำลังของศัตรูถูกกำจัด
ในพื้นที่ยึดครองของกองกำลังผสมในอิรักได้เกิดการประชุมเพื่อสันติภาพขึ้นเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงโดย
เป็นที่ยินยอมของทั้งสองฝ่าย ในการประชุมดังกล่าวอิรักได้รับอนุญาตให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธได้ในชายแดน
ชั่วคราวฝั่ งตนเองเพื่อลำเลียงบุคคลของรัฐบาลเพราะส่วนภาคพลเรือนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ไม่นาน
หลังจากนั้นเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นและกองทหารของอิรักก็ได้ปะทะกับการจลาจลทางตอนใต้ของอิรัก กลุ่มกบฏได้
รับการปลุกใจจากการออกอากาศของรายการ"เดอะวอยซ์ออฟฟรีอิรัก"เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ซึ่งออก
อากาศมาจากสถานีวิทยุที่ควบคุมโดยซีไอเอที่ตั้งอยู่นอกซาอุดิอาระเบีย ฝา่ ยงานอาหรับจากวอยซ์ออฟอเมริกาได้
สนับสนุนการจลาจลโดยกล่าวว่ากลุ่มกบฏมีขนาดใหญ่และไม่นานพวกเขาจะสามารถปลดแอกจากซัดดัมได้
ในทางเหนือของอิรัก ผู้นำกลุ่มชาวเคิร์ดได้รับฟั งคำกล่าวของอเมริกาที่ว่าพวกเขาจะให้การสนับสนุนการ
จลาจลด้วยใจจริงและเริ่มต่อสู้พร้อมกับหวังว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อขาดการสนับสนุนโดย
สหรัฐ นายพลของอิรักก็ยังคงภักดีต่อซัดดัมและเข้าบดขยี้การจลาจลของชาวเคิร์ดอย่างโหดเหี้ยม ชาวเคิร์ดนับ
ล้านอพยพออกนอกประเทศไปยังตุรกีและอิหร่าน เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดเขตห้ามบินในทางตอนเหนือและใต้
ของอิรักในเวลาต่อมา ในคูเวตเจ้าชายได้กลับสู่บัลลังก์และเหล่าผู้สมรู่ร่วมคิดกับอิรักก็ถูกปราบปราม ท้ายที่สุดมี
ประชากร 4 แสนคนถูกขับไล่ออกจากประเทศรวมทั้งชาวปาเลสไตน์จำนวนมากเพราะองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์
สนับสนุนซัดดัม ยัสเซอร์ อาราฟั ตไม่ออกมาขอโทษเรื่องที่เขาสนับสนุนอิรัก แต่หลังจากเสียชีวิต พรรคฟาตาห์ก็
ออกมาแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2547
การมีส่วนร่วมของกองกำลัง
ผสมสมาชิกในกองกำลังผสมประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บาเรนห์ บังกลาเทศ เบลเยียม แคนาดา
เชกโกสโลวาเกีย เดนมาร์ก อียิปต์ ฝรั่งเศส กรีซ ฮอนดูรัส ฮังการี อิตาลี คูเวต มาเลเซีย โมรอกโก เนเธอร์แลนด์
นิวซีแลนด์ ไนเจอร์ นอร์เวย์ โอมาน ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ โรมาเนีย ซาอุดิอาระเบีย
เซเนกัล เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน ซีเรีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
เยอรมนีและญี่ปุ่นให้การช่วยเหลือทางการเงินและบริจาคอุปกรณ์ทางทหาร แต่ไม่ได้ส่งกองกำลังใด ๆ
เข้าร่วมรบ ต่อมาวิธีดังกล่าวถูกเรียกว่า การทูตแบบสมุดเช็ค
กำลังพลสูญเสีย
พลเรือน
จากการโจมตีทางอากาศที่หนักหน่วงทั้งด้วยเครื่องบินรบและขีปนาวุธร่อนทำให้เกิดข้อโต้เถียงเรื่อง
จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในช่วงแรกของสงคราม ใน 24 ชั่วโมงแรกของสงคราม กองกำลังผสมได้ทำการบิน
กว่า 1 พันเที่ยวเพื่อโจมตีเป้าหมายในแบกแดด ตัวเมืองถูกระเบิดอย่างหนักเพราะว่าเป็นที่อยู่ของซัดดัมและ
ศูนย์ควบคุมและบัญชาการของทหารอิรัก นี่เองเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของพลเรือน
อิรัก
ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แน่ชัดของผู้เสียชีวิตฝ่ายอิรัก เชื่อกันว่าอิรักสูญเสียเป็นจำนวนมหาศาล กล่าวกัน
ว่าอิรักเสียทหารไปประมาณ 2 หมื่นถึง 35,000 นาย รายงานจากกองทัพอากาศสหรัฐคาดว่ามีฝ่ายอิรักเสีย
ชีวิต 10,000-12,000 คนจากการทัพทางอากาศ และอีก 1 หมื่นคนจากการทัพทางบก การประเมินนี้มีพื้น
ฐานมาจากรายงานของเชลยศึกชาวอิรัก
กองกำลังสะสม
การสูญเสียในครั้งเดียวที่เยอะที่สุด
ของกองกำลังผสมเกิดขึ้นในวันที่ 25
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 เมื่ออิรักยิงขีปนาวุธ
อัลฮุสเซนใส่ค่ายทหารสหรัฐในดาห์ราน
ประเทศซาอุดิอาระเบีย สังหารกองกำลัง
สำรองของสหรัฐไป 28 นาย โดยรวมแล้ว
ทหารกองกำลังผสมถูกสังหารโดยฝ่ายอิรัก
190 นาย 113 นายเป็นชาวอเมริกันจากกอง
กำลังผสมทั้งหมด 358 นายที่เสียชีวิต ทหาร
อีก 44 นายถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บอีก
57 นายจากการยิงพวกเดียวกันเอง มีทหาร
145 นายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่เกี่ยวข้อง
กับการรบ
อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2534 เมื่อเครื่องบินซี-130 ของกอง
ทัพอากาศซาอุดิอาระเบียตกขณะบินลงที่สนามบินราส อัล มิชาบปประเทศซาอุดิอาระเบีย ทำให้ทหาร
เซเนกัล 92 นายเสียชีวิต
ค่าใช้จ่าย
สภาคองเกรสได้คำนวณจำนวนเงินที่สหรัฐใช้จ่ายไป
กับสงครามเป็นจำนวน 61,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศอื่น
ๆ ใช้เงินไปประมาณ 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย คูเวต
ซาอุดิอาระเบยี และรัฐอาหรับอื่น ๆ ในอ่าวเปอร์เซียใช้เงินไป
36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เยอรมนีและญี่ปุ่นใช้เงินไป
16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (แต่ไม่ได้ส่งทหารเข้าร่วมเพราะขัด
ต่อรัฐธรรมนูญ) 25% ของจากช่วยเหลือจากซาอุดิอาระเบีย
เป็นการช่วยเหลือทางด้านการบริหารให้กับทหาร เช่น อาหาร
และการเดินทาง 74% ของจำนวนทหารทั้งหมดเป็นทหารสหรัฐ
จึงทำให้เป็นชาติที่ใช้เงินมากที่สุดในสงคราม
ผลการทบของชาติกำลังพัฒนา
นอกจากผลกระทบต่อชาติในอ่าวเปอร์เซียแล้ว ผลก
ระทบอื่น ๆ คือการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจหลักจากที่
สงครามได้ส่งผลกระทบต่อหลายชาติ สถาบันการพัฒนาของ
ต่างประเทศได้ทำการศึกษาขึ้นในปีพ.ศ. 2534 เพื่อเข้าถึง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศกำลังพัฒนาและการตอบ
สนองของนานาประเทศ รายงานสรุปนั้นออกมาในวันสุดท้าย
ของสงครามโดยพบความเป็นไปได้สองอย่าง คือ ชาติกำลัง
พัฒนาหลายชาติจะได้รับผลกระทบอย่างหนักและแม้ว่าจะมี
วิธีรับมือต่อวิกฤตการณ์ดังกล่าว แต่การกระจายความช่วย
เหลือก็ต้องทำอย่างละเอียดมาก
สถาบันการพัฒนาในต่างประเทศได้ให้ปั จจัยใน
ด้านของค่าเสียหายโดยประกอบด้วย การนำเข้าน้ำมัน
กระแสเงินส่ง ค่านิคมที่ดิน ค่าเสียหายจากการส่งออกและ
การท่องเที่ยว อียิปต์สูญเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐและ
3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เยเมนสูญเงิน 830
ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมใน
ประเทศ ในขณะที่จอร์แดนสูญเงิน 18,000 ล้านดอลลาร์
สหรัฐและ 32% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
นานาประเทศจัดการกับปั ญหาที่เกิดขึ้นด้วยการ
ร่วมกันให้ความช่วยเหลือผ่านทางกลุ่มร่วมมือทางการเงิน
วิกฤตการณ์อ่าวเปอร์เซีย (The Gulf Crisis Financial Co-
ordination Group) มีประเทศทั้งหมด 24 ประเทศเข้าร่วม
กลุ่ม โดยส่วนมากมาจากองค์การเพื่อความร่วมมือทาง
เศรษฐกิจและการพัฒนา และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย
ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และ
คูเวต สมาชิกของกลุ่มได้ตกลงที่จะกระจายเงินจำนวน
14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่การช่วยเหลือด้านการ
พัฒนา
เทคโนโลยี
เรือยูเอสเอส มิสซูรีกำลังยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค
สงครามอ่าวนับเป็นสงครามสุดท้ายที่มีการใช้เรือ
ประจัญบานเข้าร่วมรบอาวุธนำวิถีด้วยความแม่นยำ เช่น
ขีปนาวุธนำวิถีเอจีเอ็ม-130 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นปั จจัยสำคัญที่
ทำให้การโจมตีทุกครั้งสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือน
ได้มากกว่าสงครามครั้งก่อน ๆ แม้ว่ามันจะถูกใช้น้อยครั้ง
กว่าระเบิดทั่วไปที่ไร้ความแม่นยำก็ตาม กองกำลังผสม
สามารถระเบิดอาคารในย่านเมืองของแบกแดดได้ในขนาดที่
ว่านักข่าวในโรงแรมสามารถเห็นขีปนาวุธกำลังบินเข้าหาเป้า
หมาย
อาวุธนำวิถีด้วยความแม่นยำคิดเป็น 7.4% ของ
ระเบิดทั้งหมดที่กองกำลังผสมใช้ ระเบิดแบบอื่น ๆ ได้แก่
ชุดระเบิดพวง ซึ่งจะระเบิดและกระจายระเบิดขนาดย่อม
ออกไปทั่วบริเวณ และระเบิดเดซี่คัตเตอร์ขนาด 15,000
ปอนด์ที่สามารถทำลายทุกสิ่งในรัศมีหลายร้อยหลา
ระบบจีพีเอสเองก็มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้กอง
กำลังผสมสามารถหาทางข้ามทะเลทรายขนาดใหญ่ได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ด้วยการที่เครื่องรับสัญญาณมีจำนวนน้อย บาง
หน่วยจึงต้องใช้แบบที่เป็นเชิงพาณิชย์แทน และเพื่อให้ได้
ประสิทธิภาพสูงสุดจึงต้องปิดการตั้งค่าบางอย่างของระบบ
จีพีเอสในช่วงปฏิบัติการพายุทะเลทรายเพื่อให้ตัวรับ
สัญญาณแบบเชิงพาณิชย์สามารถให้ตำแหน่งที่แม่นยำ
เทียบเท่าแบบของทหาร
ระบบแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศหรือเอแว๊กส์
(AWACS) และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมมีบทบาทสำคัญ
มากในสงคราม ตัวอย่างเช่น เครื่องบินกรัมแมน อี-2 ฮอว์
คอายและโบอิง อี-3 เซนทรีของสหรัฐ เครื่องบินทั้งสอง
แบบถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการบัญชาการและควบคุม ระบบ
ดังกล่าวทำให้การสื่อสารระหว่างทหารอากาศ ทหารบก และ
ทหารเรือเป็นไปได้ง่าย นี่เป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่กองกำลัง
ผสมสามารถเอาชนะการรบทางอากาศได้
อิรักได้ใช้เครื่องทำสำเนาของอเมริกาในการสร้าง
แผนการรบของตนเอง แต่เครื่องทำสำเนาเหล่านั้นกลับมีตัว
ส่งสัญญาณที่ถูกซ่อนเอาไว้ทำให้อากาศยานการสงครา
มอิเลคทรอนิกของสหรัฐสามารถจับตำแหน่งของฝ่ายอิรัก
และโจมตีเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ
บทสรุป
สรุปวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซีย
สงคราม สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น เพราะคำว่าสงครามย่อมมาคู่กับคำว่าสูญ
เสีย ทรัพย์สินเงินทองยังไม่เท่าไหร่ แต่ชีวิตของผู้บริสุทธิ์นับร้อยนับพันที่ต้องสูญเสียไปเป็น
ราคาที่แพงกว่าเงินทองมากมายนัก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่าโลกนี้มี
สงครามเกิดขึ้นอยู่เสมอ และเมื่อมีสงคราม ดูเหมือนว่าตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบไม่ทางตรง
ก็ทางอ้อมอยู่บ่อยๆ และต่อให้เกิดในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหน ตลาดหุ้นของไทยเราก็ต้องโดน
หางเลขแบบช่วยไม่ได้ ซึ่งหางเลขที่ว่านั้น มันก็ใหญ่พอที่จะทำให้ตลาดหุ้นไทยซึมไปได้
ประมาณ 3-4 ปี ทั้งที่เราไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับสงครามนั้นแม้แต่น้อย
คำถามทบทวน
1 . สงครามนี้ยังได้ชื่อเล่นว่าอะไร
ก. สงครามนรก ข. สงครามมารีนฟอร์ด
ค. สงครามวิดีโอเกม ง. สงครามทะเลทราย
2 . การขายอาวุธให้กับอิรักทำลายสถิติเมื่อปี พ.ศ. ใด
ก. 2515 ข. 2525
ค. 2526 ง. 2527
3 . เปิดสงครามก่อนหน้า แต่กลับไม่ได้เตรียมกองกำลังเลยยอมแพ้ ในวันที่ใด
ก. 16 กรกฎาคม ข. 17 กรกฎาคม
ค. 18 กรกฎาคม ง. 19 กรกฎาคม
4 . ซาอุให้เงินยืมแก่อิรักในสงครามใด
ก. สงครามเปอร์เซีย ข. สงครามบ่อน้ำมัน
ค. สงครามโลกครั้งที่1 ง. สงครามอิรักอิหร่าน
5 . อิรักประสบกับการล้มละลายอย่างแท้จริงเมื่อปีพ.ศ. ใด
ก. 2475 ข. 2476
ค. 2477 ง. 2478
6 . ชาติอาหรับที่ปฏิเสธมติให้อิรักถอนทหารจากคูเวต คือชาติใด
ก. อิรัก ลิเบีย ข. ซาอุฯ อิรัก
ค. ซาอุฯ ลิเบีย ง. ซาอุฯ ลิเบีย อิรัก
7 . ประเทศใดจะเป็นคนป้องกันเมืองศักดิ์สิทธิ์ยังเมกกะและอัลมาดีนะ
ก. คูเวต ข. อิรัก
ค. สหรัฐ ง. อิหร่าน
8 . อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในวันที่
ก. 21 ธันวาคม 2534 ข. 21มีนาคม 2534
ค. 22 มีนาคม 2534 ง. 21มีนาคม 2535
9 . ประเทศใดที่ใช้ค่าใช้จ่ายมากที่สุดในสงคราม
ก. ซาอุฯ ข. สหรัฐ
ค. อิหร่าน ง. เยอรมัน
10 . การสูญเสียในครั้งเดียวที่เยอะที่สุดของกองกำลังผสมเกิดขึ้นในปี พ.ศ ใด
ก. 2535 ข. 2533
ค. 2534 ง. 2536
บรรณานุกรม
สงครามอ่าว
สงครามอ่าว (อังกฤษ: Gulf War) ชื่อรหัสทางทหารว่า
ปฏิบัติการโล่ทะเลทราย (Operation Desert Shield, 2
สิงหาคม 2533 – 17 มกราคม 2534) เป็นปฏิบัติการนำสู่ก
233 กิโลไบต์ (17,955 คำ)
เข้าถึงได้จาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/.
(วันที่ค้นข้อมูล: 14 พฤศจิกายน 2564).