The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by achichi1599, 2022-07-10 05:14:53

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

เพศสัมพันธ์ กั น ไ ว้ ดี ก ว่ า แ ก้ ตั้ ง ค ร ร ภ์ ก่ อ น
ในวัยเรียน วั ย อั น ค ว ร ปั ญ ห า สำ คั ญ ที่ วั ย
รุ่ น ต้ อ ง ต ร ะ ห นั ก

จั ด ทำ โ ด ย
น า ง ส า ว อ ชิ ร ญ า ฉ า ย อิ่ ม ช พ ต . 3 / 1 เ ล ข ที่ 2 2

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

1 2

ปัญหาและผลกระทบ สถานการณ์
ของการมีเพศสัมพันธ์ เสี่ยงต่อการมี
เพศสัมพันธ์ใน
ในวัยเรียน
วัยเรียน
3
4
โรคติดต่อทางเพศ
สัมพันธ์ การหลีกเลี่ยง
พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อ
5 การเกิดโรคติดต่อทาง

เพศสัมพันธ์

ป้องกันตนเองจากโรค
ติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ปัญหาและผลกระทบของการมี
เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ เกิดจากการมีเพศ
สัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ก่อให้เกิดปัญหาภายใน
ครอบครัวตามมาอีกด้วย

เสียการเรียน จะทำให้สนใจการเรียนน้อยหรือไม่
สนใจการเรียนเลย

การที่วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เสรีมากขึ้นทำให้การ
มองเห็นคุณค่าตนเองเปลี่ยนไป ปัญหา
สุขภาพต่างๆจะตามมาด้วย เช่นกัน

การติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สถานการณ์เสี่ยงต่อการมี
เพศสัมพั นธ์ในวัยเรียน

สถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

หมายถึง สถานที่ เวลา โอกาส สภาะแวดล้อม อารมณ์ และตัวบุคคล
ที่จะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยง่าย

1.)การกระตุ้นเร้าอารมณ์ทางเพศ

ปัจจัยที่กระตุ้นเร้าอารมณ์ทางเพศ ได้แก่ ช่องทางการสัมผัสถูกกระตุ้นเร้าก็จะทำให้เกิด
อารมณ์ทางเพศได้ ประกอบด้วย 5 ช่องทาง คือ

1.1) ตา เป็นการมองเห็น เช่น การเห็นภาพลามกอนาจารหรือสื่อยั่วยุอารมณ์ทางเพศ
1.2) หู เป็นการได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดเชิญชวนหรือการพูดเกียวกับเรื่องเพศ
1.3) จมูก เป็นการได้กลิ่นฮอร์โมนของเพศที่ตนเองสนใจหรือน้ำหอมจากผู้ที่ตนเองชื่นชอบ
1.4) การสัมผัส การโอบกอด การจูบ ทำให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม เกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่าย
1.5) ความคิดและจินตนาการ เป็นช่องทางรับสัมผัสที่สำคัญที่สุด เพราะความคิดเป็นตัว
ควบคุมให้มนุษย์เกิดความยับยั้งชั่งใจและควบคุมไม่ให้เกิดอารมณ์ทางเพศ หากมีการมอง
การได้ยิน หรือการสัมผัส และมีความคิดร่วมไปด้วยสามารถทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้

2.)การอยู่ในที่ลับตา

การอยู่ในที่ลับตาคน ไม่มีใครได้ยินเสียงหรือมองเห็น เช่น อยู่ในบ้านเพียงสองคน อยู่ในห้อง
ด้วยกันสองต่อสองและปิดประตูมิดชิด อยู่ในที่ที่มีต้นไม้บังห่างไกลผู้คน อยู่ในห้องเรียนช่วง
เวลาพักหรือเลิกเรียนแล้ว สถานที่ดังกล่าวนี้ เป็นสถานที่เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์

3)การไปเที่ยวสถานที่บันเทิง

สถานที่บันเทิงที่มีวัยรุ่นบางกลุ่มไปเที่ยวกันในยามค่ำคืนมักมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะ
เหล้า เบียร์ สูบบุหรี่และสารเสพติดสถานที่บันเทิงต่างๆเช่น เป็นสถานที่นั่งภายในมุมมืด เป็นสถานที่ที่มี
การมั่วสุมของมึนเมา ทำให้เสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนแปลกหน้า

4.)การคบเพื่อนเที่ยวเตร่

วัยรุ่นเป็นวัยที่สนุกสนาน มีความคิดเป็นของตนเองมีการพบปะเพื่อนฝูงมากมายทั้งเพศ
เดียวกันและเพื่อนต่างเพศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าเป็นเพื่อนสนิทที่มีความหวังดีต่อกันแต่
หากเพื่อนชวนเที่ยวเตร่ดึกดื่น ชักชวนดื่มสุรา สูบบุหรี่ นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะ
สมทำให้ตนเองและพ่อแม่ผู้ปกครองเดือดร้อน

โรคติ ดต่ อทางเพศ
สั มพั นธ์

โ ร ค ติ ด ต่ อ ท า ง เ พ ศ สั ม พั น ธ์ คื อ โ ร ค ที่ ติ ด เ ชื้ อ
แ ล ะ แ พ ร่ เ ชื้ อ ไ ป ยั ง ผู้ อื่ น ผ่ า น ก า ร มี เ พ ศ สั ม พั น ธ์

ทั้ ง จ า ก ก า ร ร่ ว ม เ พ ศ ท า ง ช่ อ ง ค ล อ ด ท า ง ป า ก
ห รื อ ท ว า ร ห นั ก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคซิฟิลิส โรคหนองใน
(Syphilis) (Gonorrhea)

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema

Polidum เกิดได้ที่บริเวณช่องคลอด ทวาร
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้มากถึง 50%
หนัก และปาก หากไม่รับการรักษาที่ถูก ถือได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโรคติดต่อทางเพศ
ต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติด สัมพันธ์หลายๆชนิด หนองในมีหลายชนิด เช่น
เชื้อ ส่งผลต่อระบบประสาท หัวใจ สมอง หนองในแท้ หนองในเทียม มีสาเหตุเกิดจากการ
ระบบต่างๆ ของร่างกาย และอาจรุนแรงถึง
ติดเชื้อแบคทีเรีย หนองในสามารถเกิดได้ทั้ง
ขั้นเสียชีวิต หนองในผู้ชาย และหนองในผู้หญิง โดยการติดต่อ
จากบุคคลสู่อีกบุคคลจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่
สวมถุงยางอนามัย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจาก

ร่างกายของผู้ที่มีเชื้อหนองใน ซึ่งการติดเชื้อ
หนองในส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณอวัยวะเพศ ทวาร

หนัก ลำคอ และเยื่อบุตา เป็นต้น



โรคแผลริมอ่อน โรคฝีมะม่วง
(Chancroid) (Lymphogranuloma

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ Venereum: LGV)
กับทั้งเพศชายและเพศหญิง ซึ่งสามารถพบได้
บ่อยรองจากโรคหนองในแท้และหนองในเทียม การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อคลาไมเดีย
โรคแผลริมอ่อนเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ ซึ่งมักเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือทวารหนัก ผู้
ส่งผลให้ร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อเกิดแผลบริเวณ ป่วยโรคนี้จะมีต่อมน้ำเหลืองโตที่ต้นขาข้างใดข้างหนึ่ง
อวัยวะเพศ มีลักษณะเป็นแผลเปื่ อยซึ่งทางการ
แพทย์เรียกว่า “แผลริมอ่อน” เกิดขึ้นบริเวณรอบๆ หรือที่ขาหนีบ โดยจะเกิดตุ่มหรือแผลขนาดเล็กที่
หรือบนอวัยวะเพศ และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ อวัยวะเพศก่อน จากนั้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบจะ
ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตผิดปกติร่วมด้วย
อักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดบวมและเดินลำบาก
นอกจากนี้ หากรูทวารอักเสบหรือมีแผล จะรู้สึกปวด
บริเวณก้นตลอดเวลา อาจถ่ายไม่ออกหรือท้องร่วง หรือ
รูทวารตีบตันได้ ส่วนผู้หญิงที่ป่วยเป็นฝีมะม่วงจะทำให้
อุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่งผลให้ท้องนอกมดลูกได้ หรือ
ปวดท้องน้อยเรื้อรัง รวมทั้งประสบภาวะมีบุตรยาก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หูดหงอนไก่ เริมที่อวัยวะเพศ
(Genital Herpes)
(CONDYLOMA
ACUMINATUM)


เกิดจาดแปปิโลมาไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันที่ก่อ บริเวณอวัยวะเพศ ส่งผลให้มีอาการเจ็บ คัน เกิด
ให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง เชื้อไวรัสชนิดนี้ บาดแผลหรือตุ่มพองบริเวณอวัยวะเพศ และอาจมี
อาการเจ็บขณะปัสสาวะร่วมด้วย อาการของโรคจะ
สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางเพศสัมพันธ์ หรือกิจกรรมทาง เริ่มจากการเกิดตุ่มพองขนาดเล็กที่อาจจะแตกออก
เพศอื่น ๆ แต่ไม่สามารถติดต่อกันผ่านการจูบ การกอด หรือ เป็นแผลเปิดและก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่แผล
จะตกสะเก็ดและหายไปภายในเวลา 2-3 สัปดาห์
การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันได้ โรคหูดหงอนไก่สามารถ ในเพศชายจะปรากฏอาการของโรคบริเวณอวัยวะ
ติดต่อได้ทั้งชายและหญิง และจะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นหากเปลี่ยน
คู่นอนบ่อย ๆ และมีเพศสัมพันธ์ไม่ปลอดภัยอาการของหูด เพศ ถุงอัณฑะ หรือบริเวณสะโพกใกล้กับทวาร
หงอนไก่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือติ่งเนื้อลักษณะคล้ายดอก หนัก ส่วนในเพศหญิงจะปรากฏอาการของโรค

กะหล่ำที่บริเวณอวัยวะเพศหรือที่ทวารหนัก ขนาดของหูด บริเวณช่องคลอด ทวารหนัก และสะโพก
หงอนไก่อาจมีขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หรือมี

ขนาดใหญ่จนก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ซึ่งโดยส่วน
ใหญ่แล้วหูดหงอนไก่จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือระคาย

เคือง

โรคเชื้อราในช่องคลอด โรคเอดส์
(Vaginal Candidiasis) (HIV)

เกิดจากการติดเชื้อราภายในช่องคลอดหรือบริเวณ เชื้อ HIV สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสเลือด น้ำเหลือง น้ำ
ปากช่องคลอด ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการ อสุจิ น้ำในช่องคลอด ส่วนน้ำลาย เสมหะและน้ำนมมีปริมาณเชื้อ

คันอย่างรุนแรง ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย เช่น HIV น้อย สำหรับเหงื่อ ปัสสาวะและอุจจาระแทบไม่พบเลย
เกิดอาการคันอย่างรุนแรงและระคายเคืองที่ อาการของโรคเอดส์มีดังนี้
ปากช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด ปอดอักเสบ
มีอาการแสบร้อน โดยเฉพาะในขณะมีเพศ
สัมพันธ์หรือการปัสสาวะ สูญเสียความจำ อาการซึมเศร้าและอาการทางระบบประสา
ทอื่นๆ
ตกขาวผิดปกติ อาจมีลักษณะสีขาวข้นคล้ายนม
บูด เป็นน้ำใส หรือขาวข้นจับตัวเป็นก้อน ท้องเสียเรื้อรังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
บริเวณปากช่องคลอดมีอาการบวม แดง เหนื่อยผิดปกติ

เกิดผื่นแดงทั้งภายในและภายนอกช่องคลอด อาการไข้ที่กลับมาเป็นซ้ำๆ
อาจเกิดการกระจายไปทั่วบริเวณหัวหน่าว อวัยวะ เหงื่อออกตอนกลางคืน
น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
เพศ หรือต้นขา

มีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก จมูกและเปลือกตา
แผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก

อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้และขาหนีบ

การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการ
เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

1.) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันการป้องกันอย่างไม่ถูกวิธีหรือปฏิเสธการชักชวนที่
นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การเกิดโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์การตั้งครรภ์ไม่พร้อม

2.) งดดื่มสุรา
งดดื่มสุราของมึนเมาและสารเสพติดต่างๆเพราะ
จะทำให้ขาดสติขาดการควบคุมตนเอง

3.) ปรัปเปลี่ยนค่านิยมทางเพศ

ปรับเปลี่ยนค่านิยมทางเพศที่จะนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่
ปลอดภัยเช่นการมีคู่นอนหลายคนการแลกเปลี่ยนคู่นอน

4.) หลีหลีกเลี่ยงการเที่ยวสถานบันเทิง

หลีกเลี่ยงการเที่ยวสถานบันเทิงเพราะเป็นสถานที่
ที่เอื้ อต่อการมีเพศสัมพันธ์

5.) หลีกเลี่ยงสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

หลีกเลี่ยงสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น ภาพ
ลามก หนังสือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เว็บไซต์หาคู่
หาเพื่อน การ์ตูนลามก ซีวีดีลามก

การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อ
การเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

6.) เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศควรเบี่ยงเบนความสนใจโดยการทำกิจกรรม

เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศควรเบี่ยงเบนความสนใจโดยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นกีฬา
เล่นดนตรี วาดรูป อ่านหนังสือหรืออาจใช้การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองซึ่งเป็นการลด
ความกดดันทางเพศแต่ควรปฏิบัติในที่ลับและมิดชิดและไม่ควรหมกมุ่นเกินไป

7.) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น เสื้อชั้นใน
กางเกงใน ผ้าเช็ดตัว มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ

8.) หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้อื่น

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้อื่น เช่น เลือด
น้ำลาย เสมหะ เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ

9.) หลีกเลี่ยงการเจาะ

หลีกเลี่ยงการ เจาะหู เจาะจมูก
เจาะลิ้น การสักบนผิวหนัง

10.) การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ

การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ ควรเกิดจากความรัก ความเข้าใจ ความยินยอม
พร้อมใจและความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ซึ่งถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องคิดไตร่ตองให้
รอบคอบและมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยโดยไม่
เป็นการทำร้ายตนเองและผู้อื่น ไม่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ไม่
พร้อม โดยพยายามหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

ป้องกันตนเองจากโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์




1. 2.

การใส่ถุงยางอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิดแบบทาน แบบฉีดและ
แบบฝัง
ใช้เมื่อมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น สามารถ
ช่วยลดโอกาสการรับเชื้อโรคติดต่อทางเพศ 1.) ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์
สัมพันธ์รวมถึง การติดเชื้อเอชไอวี และป้องกัน 2.) ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ผลข้างเคียง 3.) ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน
จากการใช้น้อยมาก ใช้ง่ายและหาซื้อง่าย 4.) ช่วยลดการเกิดสิว ปรับให้ผิวกระจ่างใส
5.) ช่วยปรับสรีระให้ดูเป็นผู้หญิง
3. 6.) ช่วยลดอาการหงุดหงิด
7.) ช่วยลดอาการโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ
การใส่ห่วงอนามัย
4.
ข้อดี
ห่วงอนามัยทั้ง 2 ชนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง การใช้วงแหวนคุมกำเนิด
มีอายุการใช้งานยาวนาน 3-10 ปี
ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษามากนัก เพียงหมั่นสังเกตด้ายที่ต่อออกมา ข้อดีของวงแหวนคุมกำเนิด
จากห่วงอนามัย หรือไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอย่างสม่ำเสมอ 1. ช่วยลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้
สามารถนำห่วงอนามัยออกได้ตลอด แต่ต้องทำโดยแพทย์และ อาเจียน และไม่มีผลต่อน้ำหนักตัว
พยาบาลที่ได้รับการฝึกมาเท่านั้น 2. ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
หากต้องการหยุดคุมกำเนิด ก็ทำได้ทันทีหลังนำห่วงอนามัยออก 3. มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้ง
จากร่างกาย ครรภ์ได้ร้อยละ 99.7
โอกาสเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ห่วงอนามัยใน 4. สามารถใส่ได้ด้วยตัวเอง โดยสอด
การคุมกำเนิด เข้าไปในช่องคลอดคล้ายกับการเหน็บ
ยาในช่องคลอด


Click to View FlipBook Version