1
กชื่อโครงงาน เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ผู้ดำเนินโครงงาน 1.เด็กหญิงเมธาพร วิทโยภาส2. เด็กชายนฤชัย อาจชัยชาญ3. เด็กชายสรวิศิษฏ์ระรื่นรมย์ครูที่ปรึกษา 1. นางสาวรัตนา กาฬปักษี2. นางสาวนันทวัน แสงเย็นสถานศึกษา โรงเรียนพระยาตากปีที่ดำเนินการ พ.ศ.2568บทคัดย่อโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนรู้จักวัสดุ “ลวดกำมะหยี่” และนำไปประดิษฐ์เป็นผลงานศิลปะที่มีความหลากหลายและสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทักษะในด้านการออกแบบ รู้จักกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกัน รวมทั้งต่อยอดแนวคิดในการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพให้กับนักเรียน โรงเรียน และชุมชน ในอนาคตได้อีกด้วยผู้จัดทำได้ดำเนินการศึกษาโดยสืบหาข้อมูลในหนังสือ วารสารต่างๆ จากห้องสมุดโรงเรียน และเว็บไซต์ ที่หลากหลายเพื่อหาข้อมูลและแนวทางที่ดีที่สุด ในการสร้างสรรค์ผลงานจากลวดกำมะหยี่ จากการศึกษาเรื่องการทำผลงานจากลวดกำมะหยี่ ทำให้ผู้จัดทำได้มีความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากลวดกำมะหยี่เป็นอย่างดี และหวังว่าโครงงานฉบับนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่านเป็นอย่างมาก
ขกิตติกรรมประกาศโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ได้รับความกรุณาจากผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูโรงเรียนพระยาตากทุกท่าน ที่ได้ให้การแนะนำและสนับสนุนในการจัดทำโครงงาน ได้ให้ข้อมูลและมีส่วนร่วม ในการดำเนินโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น คณะผู้จัดทำขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ณ โอกาสนี้ ทางคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างสูงว่า โครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์จะเป็นแนวทางในการต่อยอดเพื่อประกอบอาชีพให้กับผู้ที่สนใจ และเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้ศึกษาไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี่ด้วยคณะผู้จัดทำ
คสารบัญหน้าบทคัดย่อ กกิตติกรรมประกาศ ขสารบัญ คบทที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมา และความสำคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์/เป้าหมาย 1 ขอบเขตการศึกษา 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 ระยะเวลาการดำเนินงาน 2 งบประมาณ 2 การติดตามการประเมินผล 3 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs 3 นิยามศัพท์ 3บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 ความเป็นมาของลวดกำมะหยี่ 5 ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ 6 ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงานประดิษฐ์ 8 ศึกษาประเมินพึงพอใจ 13 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 16บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน 24 กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงานโครงงาน 24 วัสดุและอุปกรณ์ในการทำโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ 25 การตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงาน 29 การปรับปรุงแก้ไขคุณภาพของชิ้นงาน 29 การผลิตจำหน่าย 29 ประเมินผล 29บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน 30 หลักการและแนวคิดที่นำมาประยุกต์ใช้ 30 การมีส่วนร่วมของบุคคลต่างๆ และความสัมพันธ์กับชุมชน (บ-ว-ร) 32 ผลสำเร็จของโครงงาน 32 กลุ่มลูกค้า 33 ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา 33 การวางแผนการดำเนินงาน 34
ง หาข้อมูลที่ใช้ประกอบการทำโครงงาน 34 ลงมือและปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ 35 สรุปผลการดำเนินงาน 36บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ 37 สรุปผล 37 อภิปราย 37 ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน 37 ปัญหาและข้อเสนอแนะ 38บรรณานุกรม 39ภาคผนวก 40
1บทที่ 1บทนำความเป็นมา และความสำคัญของโครงงานในปัจจุบัน การจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะการเรียนรู้ด้านอาชีพ ซึ่งช่วยให้นักเรียนรู้จักการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ฝึกความรับผิดชอบ ความอดทน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โครงงานอาชีพจึงเป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงโรงเรียนพระยาตาก ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปี พ.ศ. 2563 และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมา ทั้งนี้โรงเรียนพระยาตาก ได้ใช้หลักในการบริหารจัดการ โดยเลือกใช้หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 10 จำนวน 23 ข้อ นำ ๒ เงื่อนไข ๓ หลักการ ๔ มิติ เชื่อมโยงไปยัง 3 ศาสตร์ 4 และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน โดยมีฐานการเรียนรู้ทั้งหมด 6 ฐาน คือ ๑) ฐานการเรียนรู้ห้องสมุดสุดสนุก ๒) ฐานการเรียนรู้บรรเทาทุกข์การงาน ๓) ฐานการเรียนรู้โรงเรียนนี้มีรักปลูกผักกินเอง ๔) ฐานการเรียนรู้ครื้นเครงรำมะนา ๕) ฐานการเรียนรู้ภาษาฝึกได้ ๖) ฐานการเรียนรู้สาธยายธรรม 7) ฐานการเรียนรู้สนุกนำบ้านวิทย์น้อยโครงงานอาชีพเรื่อง “เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์” เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในฐานการเรียนรู้ที่ 2 ฐานการเรียนรู้บรรเทาทุกข์การงาน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และสามารถนำมาบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่นๆ ให้นักเรียนฝึกทักษะทางด้านส่งเสริมการทำอาชีพการทำอาหารหวานคาว และงานฝีมือ เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะอาชีพพื้นฐาน เรียนรู้การออกแบบ การวางแผน และการสร้างชิ้นงานด้วยตนเอง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ รวมถึงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและสมาธิในการทำงาน นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เรียนรู้คุณค่าของการทำงาน เห็นความสำคัญของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำผลงาน ที่สร้างขึ้นไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือพัฒนาต่อยอดเป็นแนวคิดในการประกอบอาชีพในอนาคตได้โครงงานอาชีพเรื่อง “เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์”เป็นโครงงานที่นำวัสดุใกล้ตัวอย่างลวดกำมะหยี่มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและงานประดิษฐ์หลากหลายรูปแบบ เช่น ดอกไม้ ช่อดอกไม้ พวงกุญแจ ที่คาดผม กิ๊บติดผม พานไหว้ครู กรอบรูป กระถางดอกไม้ และเข็มกลัด ซึ่งเหมาะสมกับวัยของนักเรียนระดับประถมศึกษา ลวดกำมะหยี่เป็นวัสดุที่ปลอดภัย สีสันสดใส มีความยืดหยุ่นสูง มีผิวสัมผัสนุ่ม ไม่คม ไม่บาดมือ ลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายขณะทำงานประดิษฐ์สามารถดัดเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย ลวดกำมะหยี่มีราคา ไม่แพง สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียนหรือร้านอุปกรณ์งานประดิษฐ์เหมาะสำหรับนักเรียน ดังนั้น โครงงานอาชีพเรื่อง “เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์” จึงเป็นโครงงานที่มีความเหมาะสมและมีคุณค่าในการพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ช่วยเตรียมความพร้อม ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคมต่อไปวัตถุประสงค์/เป้าหมาย1. เพื่อให้นักเรียนรู้จักวัสดุ “ลวดกำมะหยี่” และการนำไปประดิษฐ์เป็นผลงานศิลปะ2. เพื่อพัฒนาทักษะการออกแบบ การดัด การประกอบ และตกแต่งชิ้นงาน3. เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในการสร้างงาน
24. เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และการทำงานร่วมกัน5. เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพให้กับนักเรียน โรงเรียน และชุมชนขอบเขตการศึกษาโครงงานนี้ใช้วัสดุหลักเป็นลวดกำมะหยี่และอุปกรณ์ประดิษฐ์ทั่วไป นักเรียนจะสร้างชิ้นงาน จำนวน 6 ประเภท ได้แก่1. ดอกไม้ลวดกำมะหยี่2. ช่อดอกไม้ลวดกำมะหยี่3. พวงกุญแจลวดกำมะหยี่4. ที่คาดผมลวดกำมะหยี่5. กิ๊ฟติดผมลวดกำมะหยี่6. กรอบรูปลวดกำมะหยี่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ1. นักเรียนสามารถประดิษฐ์งานศิลป์จากลวดกำมะหยี่ได้หลากหลาย และจัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพ2. นักเรียนมีทักษะการทำงานประณีตและคิดสร้างสรรค์3. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและความมั่นใจในผลงาน4. ได้ชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้งานจริงหรือมอบเป็นของขวัญ5. ได้เรียนรู้การสร้างงานศิลปะจากวัสดุใกล้ตัว ฝึกทักษะกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน รวมถึงส่งเสริมความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองระยะเวลาการดำเนินงาน ปีการศึกษา 2568งบประมาณ รายละเอียดวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม/ครั้ง มีดังนี้รายการวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย1. กรรไกร2. ครีมตัดลวด3. ปืนกาว4. วงเวียนรายการวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่มีค่าใช้จ่าย1. ลวดกำมะหยี่ จำนวน 18 มัด ราคา 450 บาท2. พวงกุญแจ จำนวน 3 แพ็ค ราคา 105 บาท3. กิ๊บปากเป็ด จำนวน 2 แพ็ค ราคา 76 บาท4. โครงที่คาดผม จำนวน 1 โหล ราคา 40 บาท5. ไฟแช็ค จำนวน 2 อัน ราคา 20 บาท6. ลูกปัด จำนวน 2 ถุง ราคา 40 บาท
37. กระดิ่ง จำนวน 2 แพ็ค ราคา 40 บาท8. ลูกตาปลอม จำนวน 1 แพ็ค ราคา 45 บาท9. เทปพันก้าน จำนวน 2 ม้วน ราคา 40 บาท10. ไม้เสียบลูกชิ้น จำนวน 1 แพ็ค ราคา 36 บาท11. แท่งกาว จำนวน 5 แพ็ค ราคา 100 บาท12. ปอมปอมคละสี จำนวน 1 แพ็ค ราคา 48 บาท13. กระดาษห่อช่อดอกไม้ จำนวน 2 แพ็ค ราคา 200 บาท14. กรอบรูปขนาด A4 จำนวน 2 กรอบ ราคา 176 บาท15. กรอบรูปขนาด 8 นิ้ว จำนวน 2 กรอบ ราคา 154 บาทรวมเป็นเงิน 1,570 บาทการติดตามการประเมินผลนักเรียนรู้ขั้นตอนวิธีการประดิษฐ์งานศิลป์จากลวดกำมะหยี่ได้หลากหลาย และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันและสามารถเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ อีกทั้งมีความรับผิดชอบและ ความสามัคคีในการทำงานร่วมกันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGsเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals–SDGs) มีทั้งหมด 17 เป้าหมาย โดยองค์การสหประชาชาติแบ่งทั้ง 17 ข้อ ออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ มิติสังคม (People) มิติเศรษฐกิจ (Prosperity) มิติสิ่งแวดล้อม (Planet) มิติสันติภาพและสถาบัน (Peace) และมิติหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership) ดังนั้นการดำเนินงานทำโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์เป็นการสร้างรายได้และอาชีพอย่างยั่งยืนให้กับนักเรียน โดยมีการนำศาสตร์สานต่อพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การพัฒนา อย่างยั่งยืน SDGs มิติที่ 1 มิติสังคม (People) ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน ซึ่งเป็นหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย นิยามศัพท์1. ลวดกำมะหยี่ หมายถึง วัสดุสำหรับงานประดิษฐ์ที่มีโครงสร้างเป็นลวดโลหะเส้นเล็กอยู่ภายใน หุ้มด้วยเส้นใยผ้าหรือใยสังเคราะห์ที่มีลักษณะนุ่มคล้ายกำมะหยี่ มีสีสันหลากหลาย สามารถดัด พับ หรือบิดเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ง่าย โดยไม่หักหรือคมบาดมือ เหมาะสำหรับใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและงานประดิษฐ์ เช่น ดอกไม้ ของตกแต่ง และของใช้ขนาดเล็ก โดยเฉพาะในกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน เนื่องจากมีความปลอดภัย ใช้งานสะดวก และมีราคาไม่แพง2. ผลิตภัณฑ์ หมายถึง สิ่งของหรือผลงานที่เกิดจากกระบวนการผลิต การสร้างสรรค์ หรือการแปรรูป โดยอาจเป็นผลจากการทำงานด้วยแรงงานมนุษย์ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการในการอุปโภค บริโภค หรือการใช้งานในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาจอยู่ในรูปของสิ่งของที่จับต้องได้ หรือผลงาน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ หรือจำหน่ายได้ตามวัตถุประสงค์
43. งานศิลป์ หมายถึง ผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์โดยอาศัยทักษะ ความคิด จินตนาการ และความรู้ด้านศิลปะ ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแสดงออกถึงความงาม ความหมาย หรือคุณค่าทางอารมณ์และความรู้สึก ทั้งนี้ งานศิลป์อาจอยู่ในรูปของภาพวาด งานประดิษฐ์ งานปั้น หรือผลงานสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่สามารถชื่นชม ใช้ประโยชน์ หรือสะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของผู้สร้างสรรค์ได้
5บทที่ 2แนวคิด ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการศึกษา โครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ศึกษาได้ทำการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้หัวข้อดังต่อไปนี้1. ความเป็นมาของลวดกำมะหยี่2. ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์3. ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงานประดิษฐ์4. ศึกษาประเมินความพึงพอใจ5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง1. ความเป็นมาของลวดกำมะหยี่ลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire) เป็นลวดที่มีลักษณะเป็นเส้นใยบางๆ เป็นวัสดุที่มีพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่ ซึ่งมักนำไปใช้ในงานฝีมือการตกแต่ง เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้ งานตกแต่งบรรจุภัณฑ์หรือการผลิตสินค้าหรูหรา อย่างไรก็ตามลวดกำมะหยี่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เฉพาะแต่สามารถเชื่อมโยงกับแนวคิดหรือหลักการในด้านต่างๆ นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมต่างๆ สิ่งที่ทำให้ลวดกำมะหยี่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงสูงในการใช้งานที่ต้องการความทนทาน ลวดกำมะหยี่มักผลิตจากโลหะหลากหลายชนิด เช่น เหล็ก ทองแดง สแตนเลส หรือวัสดุที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง วัสดุเหล่านี้จะถูกรีดให้กลายเป็น เส้นลวดบางที่มีคุณสมบัติพิเศษในด้านต่างๆ ลวดกำมะหยี่สามารถนำไปใช้ในหลายๆ ด้าน เช่นงานกรอง : ใช้ในการกรองของเหลวหรือสารต่างๆ เช่น การทำตะแกรงกรองน้ำ หรือกรองอากาศการผลิตเครื่องประดับ : เนื่องจากลวดกำมะหยี่มีลักษณะบิดเกลียวและยืดหยุ่นได้ดี จึงนิยมใช้ ในการทำเครื่องประดับบางประเภทอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือ : เช่น ใช้ในงานเชื่อม ติดตั้ง หรือในอุปกรณ์ที่ต้องการความทนทาน ลวดกำมะหยี่จึงเป็นวัสดุที่มีความหลากหลายและสามารถนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมและการผลิตต่างๆ ได้มากมาย1. ต้นกำเนิดในสมัยโบราณ การใช้ลวดตาข่ายหรือการทอผ้าแบบตาข่ายมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งใช้วัสดุต่างๆ เช่น สายเชือก ไม้ หรือวัสดุธรรมชาติในการสร้างโครงสร้างเพื่อการกั้นพื้นที่หรือขนส่งสินค้า ในรูปแบบต่างๆ เช่น ลวดตาข่ายที่ใช้ในการก่อสร้างรั้วหรือโครงสร้างเพื่อป้องกันสัตว์2. การพัฒนาลวดกำมะหยี่ในยุคอุตสาหกรรม การพัฒนาลวดตาข่ายหรือ \"ลวดกำมะหยี่\"อย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะเมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถผลิตลวดที่มีคุณสมบัติแข็งแรงและสามารถทอเป็นตาข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งทำให้ลวดกำมะหยี่เริ่มถูกใช้อย่างกว้างขวางในงานก่อสร้าง การเกษตร และอุตสาหกรรมต่างๆ3. การนำมาใช้งานในยุคปัจจุบัน ในยุคปัจจุบัน ลวดกำมะหยี่มีหลากหลายรูปแบบและขนาดรวมถึง การชุบเคลือบเพื่อป้องกันการกัดกร่อน เช่น การชุบสังกะสีหรือการเคลือบพลาสติก เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย การใช้งานของลวดกำมะหยี่มีความหลากหลาย ตั้งแต่การทำรั้วกั้น การใช้งานในงานก่อสร้าง การกรอง การป้องกันภัยจากสัตว์ รวมถึงการใช้ในด้านการผลิตวัสดุที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน
6การพัฒนาของลวดกำมะหยี่แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการผลิตวัสดุ ที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในแต่ละยุคการพัฒนาลวดกำมะหยี่สำหรับของตกแต่ง1. วัสดุที่ใช้ลวดโลหะหรือพลาสติก : เป็นโครงสร้างหลักของลวดกำมะหยี่ ควรเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง เช่น ลวดอลูมิเนียมหรือลวดทองแดงเคลือบเส้นใยกำมะหยี่ : ใช้เส้นใยสังเคราะห์ (เช่น ไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์) เพื่อเคลือบลวด ทำให้ได้สัมผัส ที่นุ่มและสวยงาม กาวยึดติด: ใช้กาวที่สามารถยึดติดเส้นใยกำมะหยี่กับลวดได้ดี เช่น กาวอุตสาหกรรมหรือกาวร้อน2. กระบวนการผลิต การเคลือบเส้นใยกำมะหยี่1. เคลือบลวดด้วยกาวให้ทั่ว2. โรยหรือพ่นเส้นใยกำมะหยี่ลงบนลวดให้ทั่วถึง3. ใช้วิธีการไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Flocking) เพื่อช่วยให้เส้นใยติดแน่นขึ้น4. อบหรือตากให้แห้งเพื่อให้กาวเซ็ตตัวการตกแต่งเพิ่มเติม สามารถเพิ่มสีสันและลวดลายต่างๆ ได้ เช่น การพิมพ์ลายหรือการใช้เส้นใยกำมะหยี่หลากสี สามารถใช้เทคนิคเคลือบพิเศษ เช่น เคลือบเงาหรือกันน้ำ3. การนำไปใช้ในงานตกแต่ง ทำเป็นของตกแต่งบ้าน เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์ หรือโมเดลต่างๆใช้ในงานหัตถกรรม เช่น ทำเครื่องประดับ โบว์ หรือสายรัดของขวัญ ใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่น เช่น ออกแบบเครื่องประดับผมหรือตกแต่งเสื้อผ้านวัตกรรมลวดกำมะหยี่การพัฒนาลวดกำมะหยี่ในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติและความหลากหลาย ในการใช้งาน เช่นเทคนิคเคลือบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Flocking) : ทำให้เส้นใยกำมะหยี่ติดแน่นและสม่ำเสมอ บนลวดเส้นใยกำมะหยี่ชนิดพิเศษ : เช่น เส้นใยกันน้ำ เส้นใยเรืองแสง หรือเส้นใยเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิลวดโครงสร้างพิเศษ : เช่น ลวดที่สามารถบิดงอได้ง่ายขึ้น หรือมีความยืดหยุ่นสูง การเคลือบสารพิเศษ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและเพิ่มอายุการใช้งานของลวดกำมะหยี่2. ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ข้อมูลและอุปกรณ์หลักที่ใช้สำหรับการจัดทำโครงงานชิ้นนี้ ได้แก่1. ลวดกำมะหยี่ผ้ากำมะหยี่ เป็นผ้าไหมที่มีพื้นผิวเป็นขนสั้นและหนาแน่น เป็นไปได้มากว่าศิลปะการทอกำมะหยี่มีต้นกำเนิด ในตะวันออกไกล และจนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 14 เราจึงพบการกล่าวถึงสิ่งทอชนิดนี้ คุณสมบัติเฉพาะของกำมะหยี่ สีสันที่สวยงามแต่ก็นุ่มนวล ทำให้กำมะหยี่เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับทำเสื้อคลุม ของคริสตจักร เสื้อคลุมของราชวงศ์และของรัฐ และผ้าแขวนที่หรูหรา และเนื้อผ้าที่งดงามที่สุดในยุคกลางคือกำมะหยี่อิตาลี ซึ่งในหลายๆ วิธี กำมะหยี่เหล่านี้ได้รับการตกแต่งอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น เปลี่ยนสีของขน ทอเป็นขนยาวหลายแบบ
7(ขนยาวหลายชั้นหรือขนสองชั้น) ทอด้วยไหมธรรมดา ทอเป็นขนยาวไม่ตัด หรือทอด้วยผ้าทอง เป็นต้น แหล่งผลิตกำมะหยี่ศิลปะยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดได้แก่Catanzaro Lucca Genoa Florence และ Venice ซึ่งผลิตกำมะหยี่เนื้อดีอย่างต่อเนื่อง ต่อมาไม่นานศิลปะนี้ก็เริ่มแพร่หลายในหมู่ช่างทอผ้า ชาวเฟลมิชและในศตวรรษที่ 16 เมืองบรูจส์ ก็มีชื่อเสียงด้านกำมะหยี่ที่ไม่ด้อยไปกว่ากำมะหยี่ในเมืองใหญ่ๆ ของอิตาลี เมื่อเครื่องจักรถูกนำมาใช้ในการผลิตสิ่งทอในศตวรรษที่ 19 กำมะหยี่ก็กลายมาเป็นผ้าที่ชนชั้นกลางสามารถหาได้ง่ายขึ้น การพัฒนา \"กำมะหยี่สองชั้น\" ในช่วงทศวรรษปี 1830 ทำให้สามารถทอผ้าได้สองชิ้นในเวลาเดียวกันบนเครื่องทอแบบ Jacquard ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและลดต้นทุนสิ่งทอเดิมลงครึ่งหนึ่งต้นกำเนิดในสมัยโบราณ การใช้ลวดตาข่ายหรือการทอผ้าแบบตาข่ายมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งใช้วัสดุต่างๆ เช่น สายเชือก ไม้ หรือวัสดุธรรมชาติในการสร้างโครงสร้างเพื่อการกั้นพื้นที่หรือขนส่งสินค้าในรูปแบบต่างๆ เช่น ลวดตาข่ายที่ใช้ในการก่อสร้างรั้วหรือโครงสร้างเพื่อป้องกันสัตว์ การพัฒนาลวดกำมะหยี่ในยุคอุตสาหกรรม การพัฒนาลวดตาข่ายหรือ \"ลวดกำมะหยี่\"อย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะเมื่อมีการพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถผลิตลวดที่มีคุณสมบัติแข็งแรงและสามารถทอเป็นตาข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งทำให้ลวดกำมะหยี่เริ่มถูกใช้อย่างกว้างขวางในงานก่อสร้าง การเกษตร และอุตสาหกรรมต่างๆ การนำมาใช้งานในยุคปัจจุบัน ในยุคปัจจุบัน ลวดกำมะหยี่มีหลากหลายรูปแบบและขนาด รวมถึงการชุบเคลือบเพื่อป้องกันการกัดกร่อน เช่น การชุบสังกะสีหรือการเคลือบพลาสติก เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย การใช้งานของลวดกำมะหยี่มีความหลากหลาย ตั้งแต่การทำรั้วกั้น การใช้งานในงานก่อสร้าง การกรอง การป้องกันภัยจากสัตว์ รวมถึงการใช้ในด้านการผลิตวัสดุที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน การพัฒนาของลวดกำมะหยี่แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการผลิตวัสดุที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดลวดกำมะหยี่ เป็นวัสดุที่ใช้สำหรับงานประดิษฐ์ หัตถกรรม และตกแต่งต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือผิวสัมผัสนุ่มและมีความยืดหยุ่นสูง ตัวลวดจะถูกหุ้มด้วยเส้นใยกำมะหยี่ที่ให้ความสวยงามและช่วยเพิ่มมิติให้กับงานประดิษฐ์ต่างๆคุณสมบัติของลวดกำมะหยี่1) ยืดหยุ่นและดัดง่าย ลวดกำมะหยี่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอหรือดัดให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการโดยไม่เปราะหรือหักง่าย2) ผิวสัมผัสนุ่ม การเคลือบด้วยเส้นใยที่นุ่มทำให้ลวดมีสัมผัสที่อ่อนโยน เหมือนผ้ากำมะหยี่เส้นใยกำมะหยี่ที่หุ้มอยู่ ทำให้ดูหรูหราและเหมาะสำหรับงานตกแต่ง3) สีสันหลากหลาย ลวดกำมะหยี่มีให้เลือกในหลายสีบางครั้งลวดกำมะหยี่ถูกใช้ในงานที่ต้องการ ให้เกิดลวดลายที่ดูมีความหรูหรา เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในหลายโอกาส4) ทนทานต่อการเสียดสี แม้ว่าจะมีความนุ่ม แต่ลวดกำมะหยี่ก็มีความทนทานต่อการใช้งาน ในบางประเภท
8การใช้งาน1) การตกแต่ง มักใช้ในงานหัตถกรรม เช่น การทำเครื่องประดับที่ต้องการรายละเอียดที่นุ่มนวล หรือ การตกแต่งสินค้าหรือสิ่งของที่ต้องการสัมผัสพิเศษ2) การทำกรอบหรือบรรจุภัณฑ์ ใช้ในงานบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการปกป้องสินค้าที่บอบบาง จากการกระแทก3) เครื่องประดับ ใช้ทำเป็นส่วนประกอบในเครื่องประดับหรือกรอบภาพเพื่อเพิ่มความหรูหรา4) งานศิลปะ ใช้ในงานศิลปะหรือการออกแบบที่ต้องการเส้นใยหรือลวดที่ให้สัมผัสที่แตกต่างจากวัสดุอื่นๆ ลวดกำมะหยี่จึงมีการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะในงานที่ต้องการทั้งความสวยงามและความละเอียดอ่อนในการสัมผัสการดูแลและเก็บรักษา1) ควรเก็บในที่แห้งและปราศจากความชื้นเพื่อป้องกันการเสื่อมของวัสดุ2) หลีกเลี่ยงการดึงหรือยืดเกินความจำเป็นเพื่อป้องกันลวดด้านในเสียรูป3. ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงานประดิษฐ์งานประดิษฐ์ หมายถึง กระบวนการสร้างสิ่งใหม่หรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน หรือ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่น การศึกษา อุตสาหกรรม หรือการดูแลสิ่งแวดล้อมลักษณะของงานประดิษฐ์ สามารถแบ่งออกได้ ๒ ประเภท คือ1) งานประดิษฐ์ทั่วไป เป็นงานประดิษฐ์ที่ไม่มีความเป็นมาจากบรรพบุรุษหรือท้องถิ่น กล่าวคือเป็นงานประดิษฐ์ที่บุคคลทั่วไป สามารถเรียนรู้ และนำไปประดิษฐ์ได้โดยอาศัยการศึกษาจากตำรา เช่น ดอกไม้จากเศษวัสดุเหลือใช้ หมวก ตุ๊กตา เครื่องใช้ต่างๆ- งานปั้น- งานประดิษฐ์ดอกไม้ ต้นไม้ด้วยกระดาษหรือผ้า- งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุหรือวัสดุเหลือใช้- งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ2) งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย เป็นงานประดิษฐ์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษหรืองานประดิษฐ์ ที่มีเฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ โดยส่วนมากจะเป็นการสืบ ทอดจากผู้ใหญ่ในครอบครัวมาสู่ลูกหลาน งานประดิษฐ์หลายอย่างทำขึ้นเพื่องานประเพณีทางวัฒนธรรม เช่น พานพุ่ม มาลัย เครื่องแขวนบายศรี และบางอย่าง ก็ทำขึ้นเพื่อความสวยงาม สนุกสนาน ภายในครอบครัว เช่น ว่าวไทย รถลาก ตุ๊กตากับ บ้านเรือน นอกจากนี้บางชิ้นงานสามารถนำมาใช้ในด้านการใช้สอยได้ เช่น กรอบรูป โคมไฟ ภาพวาด งานแกะสลัก- งานประดิษฐ์ด้วยดอกไม้สด- งานประดิษฐ์ด้วยใบตอง- งานแกะสลักพืชผักและผลไม้- งานจักสาน
9รูปแบบของงานประดิษฐ์สามารถแบ่งออกเป็นหลากหลายลักษณะตามวัตถุประสงค์และการนำไปใช้งาน ดังนี้1. แบ่งตามลักษณะการใช้งาน1) งานประดิษฐ์ที่ใช้งานได้จริงสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที เช่น เครื่องกรองน้ำ เครื่องทุ่นแรงในบ้าน รถพลังงานไฟฟ้า2) งานประดิษฐ์ต้นแบบ (Prototype) ผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อการทดลองหรือพัฒนา เช่น แบบจำลองหุ่นยนต์ โมเดลเครื่องจักร3) งานประดิษฐ์เพื่อการศึกษา สิ่งที่ช่วยในการเรียนรู้และการสอน เช่น สื่อการเรียนการสอนชุดทดลองวิทยาศาสตร์4) งานประดิษฐ์เชิงศิลปะ สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อความงามหรือแสดงความคิดสร้างสรรค์ เช่นผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ ของตกแต่งบ้าน2. แบ่งตามวัตถุประสงค์1) งานประดิษฐ์เพื่ออำนวยความสะดวก สิ่งของที่ช่วยแก้ปัญหาหรือเพิ่มความสะดวกสบายเช่น เครื่องมือทำครัว ระบบอัตโนมัติในบ้าน2) งานประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย เครื่องกำจัดขยะชีวภาพ3) งานประดิษฐ์ด้านการแพทย์ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยรักษาหรือฟื้นฟูสุขภาพ เช่น อวัยวะเทียม เครื่องมือช่วยวินิจฉัยโรค4) งานประดิษฐ์เพื่อความบันเทิง เช่น ของเล่น หุ่นยนต์แสดงโชว์ เครื่องเล่น VR3. แบ่งตามวัสดุที่ใช้1) งานประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ใช้สิ่งที่เหลือทิ้งหรือรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก กระดาษเศษเหล็ก2) งานประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ เช่น ไม้ ใบไม้ กะลามะพร้าว3) งานประดิษฐ์จากวัสดุอุตสาหกรรม ใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการอุตสาหกรรม เช่น พลาสติก โลหะ แผงวงจรไฟฟ้า4. แบ่งตามความซับซ้อน1) งานประดิษฐ์ง่าย สิ่งที่ทำได้ด้วยวัสดุพื้นฐานและวิธีการง่าย เช่น ของเล่นจากขวดน้ำ สมุดทำมือ2) งานประดิษฐ์ที่ซับซ้อน ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์5. แบ่งตามลักษณะกลไก1) งานประดิษฐ์ที่ใช้กลไกไฟฟ้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หุ่นยนต์ควบคุมระยะไกล2) งานประดิษฐ์ที่ใช้กลไกเชิงกล เช่น เครื่องมือทุ่นแรง เครื่องกลจักรแบบแมนนวล3) งานประดิษฐ์ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น งานตกแต่ง ชิ้นงานศิลปะ
10ประเภทของงานประดิษฐ์ตามโอกาสใช้สอยงานประดิษฐ์ต่างๆ เราสามารถเลือกชิ้นงานประดิษฐ์ได้ตามประโยชน์ หรือความต้องการใช้สอย ในโอกาสต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของงานประดิษฐ์ตามโอกาสใช้สอยดังนี้1) ประเภทงานประดิษฐ์ของเล่น งานประดิษฐ์ของเล่นส่วนใหญ่ จะเป็นการเรียนรู้และฝึกฝนจากรุ่นสู่รุ่นในครอบครัวและมีการแพร่กระจายจากเพื่อนมาสู่เพื่อน เช่น การประดิษฐ์ตุ๊กตา ว่าว และรถลาก2) ประเภทเครื่องใช้ งานประดิษฐ์เครื่องใช้เป็นชิ้นงานที่ทำขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและเป็นเครื่องทุ่นแรงในการดำเนินชีวิตหรือประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อผ้า แจกัน หมวก ตะกร้า กระจาด 3) ประเภทเครื่องตกแต่ง งานประดิษฐ์ตกแต่ง ทำขึ้นเพื่อความสวยงามและเป็นสิ่งประดิษฐ์ใช้กับบ้านเรือน นอกจากนี้บางชิ้นงานสามารถนำมาใช้ในด้านการใช้สอยได้ เช่น กรอบรูป โคมไฟ ภาพวาด งานแกะสลัก4) ประเภทเครื่องใช้ในพิธี ทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีทางศาสนา ในช่วงโอกาสต่างๆ และงานประเพณีสำคัญ เช่น งานลอยกระทง งานวันเข้าพรรษา ออกพรรษา งานศพ งานประดิษฐ์เครื่องใช้เช่น พานพุ่ม มาลัย บายศรี การจัดดอกไม้ในงานศพขั้นตอนในการประดิษฐ์1) ระบุปัญหาหรือความต้องการวิเคราะห์ว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขหรือสิ่งใดที่สามารถพัฒนาได้2) วางแผนและออกแบบกำหนดเป้าหมาย ร่างแบบ และวางแผนการสร้าง3) เลือกวัสดุและอุปกรณ์ เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามงบประมาณและวัตถุประสงค์4) ลงมือประดิษฐ์ ทดลองสร้างและปรับปรุงรูปแบบจนใช้งานได้จริง5) ทดสอบและประเมินผล ตรวจสอบว่าสิ่งประดิษฐ์สามารถแก้ปัญหาหรือทำงานตามเป้าหมาย ได้หรือไม่6) ปรับปรุงและนำเสนอ ปรับแก้ข้อบกพร่อง และนำไปเผยแพร่หรือใช้งานประโยชน์ของงานประดิษฐ์1) ฝึกให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างผลงานให้มีรูปร่างแปลกใหม่และพัฒนางานประดิษฐ์เดิมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เพิ่มมากขึ้น สามารถนำวัสดุที่มีในท้องถิ่น มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้2) ฝึกให้รู้จักการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน การปฏิบัติเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้ตนเอง และมีนิสัยรักในงานประดิษฐ์3) ให้นักเรียนรู้จักใช้และดูแลรักษาเครื่องมืออย่างถูกต้องและเหมาะสมกับประเภทของงานประดิษฐ์4) ฝึกการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิและมีความสุข ในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน5) ฝึกให้นักเรียนรู้จักประหยัด สามารถนำสิ่งของที่เหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนมากนัก6) เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้มีการสืบทอดและพัฒนาต่อไปจากภูมิปัญญาเดิม สู่การเรียนรู้ที่มากขึ้นและเป็นผลงานของคนไทย7) สามารถเพิ่มพูนรายได้ให้กับผู้ประดิษฐ์ โดยการนำออกไปจำหน่ายในโอกาสต่างๆ และ สร้างเป็นอาชีพได้ในอนาคต
118) เกิดความภาคภูมิใจในชิ้นงานของตนเอง ทำให้ผู้อื่นยอมรับในความสามารถของตนเอง ในระดับหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในงานประดิษฐ์1) สิ่งที่คิดประดิษฐ์นั้น ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง2) สิ่งที่คิดประดิษฐ์นั้นต้องไม่ยากเกินความสามารถของผู้ประดิษฐ์3) สิ่งที่คิดประดิษฐ์นั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยพยายามเลือกใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น หาง่าย หรือเป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์4) สิ่งที่คิดประดิษฐ์นั้น จะต้องมีความคงทนแข็งแรง และใช้งานได้นาน เพื่อให้คุ้มกับการลงทุนและเวลาที่เสียไปในการทำงาน5) ในงานประดิษฐ์นั้นต้องเลือก ใช้และดูแลรักษาอุปกรณ์ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นหลักการทำงานประดิษฐ์ในการทำงานประดิษฐ์เพื่อให้ได้ผลงานตามจุดหมายที่กำหนดไว้ ควรยึดหลักในการทำงานประดิษฐ์ดังต่อไปนี้1) ศึกษารายละเอียดของงานที่จะนำมาประดิษฐ์ให้เข้าใจ ค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบต่างๆ ของงานและเลือกทำสิ่งประดิษฐ์ให้เหมาะสมตามความรู้ ความสามารถของตนเอง และเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้2) วางแผนการทำงาน กำหนดขั้นตอนการทำงานให้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา แรงงานค่าใช้จ่าย และออกแบบรายละเอียดวิธีการประดิษฐ์ไว้ให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน3) การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการทำงานประดิษฐ์ไว้ให้ครบถ้วนและใช้ให้เหมาะสมกับการที่ออกแบบไว้โดยทั่วไปการเลือกวัสดุมาใช้ในงานประดิษฐ์ นิยมเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือวัสดุที่มีอยู่ภายในบ้านซึ่งหาง่าย มีราคาถูก4) ลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ขณะที่ทำการประดิษฐ์ เมื่อเกิดปัญหาไม่ควรท้อถอย ควรปรึกษาครูหรือผู้ที่มีความสามารถ และควรพยายามตั้งใจปฏิบัติงานต่อไปจนกว่าจะสำเร็จตัวอย่างงานประดิษฐ์สำคัญ1) อินเทอร์เน็ต : พลิกโฉมการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล2) หลอดไฟฟ้า : ช่วยให้มนุษย์สามารถดำเนินกิจกรรมในช่วงกลางคืน3) เครื่องพิมพ์ 3 มิติ : สร้างต้นแบบและผลิตชิ้นส่วนได้อย่างรวดเร็ว4) พลังงานแสงอาทิตย์ : ผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่สร้างมลพิษ5) เครื่องจักร AI : เพิ่มประสิทธิภาพในงานอุตสาหกรรมและการบริการ6. PackagingPackaging คือ บรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อที่ใช้ในการบรรจุสินค้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การป้องกันสินค้าไม่ให้ได้รับความเสียหาย และเพื่อใช้ในการขนส่งไปยังลูกค้า แต่ในปัจจุบันบรรจุภัณฑ์นั้นมีบทบาทเพิ่มขึ้นและมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านความสวยงาม การสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ หรือใช้ในการทำการตลาดซึ่งในการออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือการทำ Packaging Design ก็จะต้องคำนึงถึงความ
12เหมาะสมกับตัวสินค้า ลักษณะการใช้งาน หรือวัสดุที่ใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ด้วย รวมถึงอาจมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการออกแบบ เพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจและแตกต่างจากคู่แข่ง สำหรับประเภทของ Packaging หากแบ่งตามวัสดุที่ใช่ในการผลิต จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ และไม้ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติ และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมกับตัวสินค้า โดยบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้และพบเห็นได้บ่อยจะเป็นบรรจุภัณฑ์แบบกระดาษ เนื่องจากกระดาษมีน้ำหนักเบา สามารถช่วยลดแรงกระแทกในระหว่างขนส่งได้ดี และย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติจึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรจุภัณฑ์กระดาษยังสามารถพิมพ์รูปกราฟฟิกหรือตัวอักษรได้สะดวก ทำให้มีสีสันที่สวยงาม แต่หากเป็นสินค้าประเภทอาหารหรือเครื่องดื่ม ก็จะนิยมใช้เป็นบรรจุภัณฑ์แบบพลาสติก แก้วหรือโลหะมากกว่า เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น และช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าได้ดี รวมถึงมีความแข็งแรงมากกว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษประโยชน์ของ Packaging มีอะไรบ้าง1) ใช้ในการบรรจุสินค้า และปกป้องสินค้า แน่นอนว่าวัตถุประสงค์หลักของ Packaging ก็คือการใช้บรรจุสินค้า เพื่อเป็นการปกป้องสินค้าไม่ให้ได้รับความเสียหายหรือชำรุดในระหว่างการเคลื่อนย้าย โดยบรรจุภัณฑ์จะต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวสินค้า เนื่องจากหากบรรจุภัณฑ์มีขนาดที่ใหญ่เกินความจำเป็น ก็จะเป็นการกินพื้นที่ในการจัดเก็บหรือขนส่งได้ และยังเป็นการเพิ่มต้นทุนของธุรกิจอีกด้วย นอกจากนี้การออกแบบ ให้มีช่องว่างระหว่างกล่องกับสินค้า ก็จะช่วยในการลดแรงกระแทกที่จะไปถึงสินค้าได้อีกทางหนึ่ง2) ช่วยในการรักษาคุณภาพของสินค้า นอกจาก Packaging จะช่วยในการปกป้องสินค้าไม่ให้เสียหายแล้ว ยังช่วยในเรื่องการรักษาคุณภาพของสินค้าได้อีกด้วย ซึ่งการที่สินค้าถูกห่อหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์ จะเป็นการช่วยปกป้องสินค้าจากความชื้น แสงแดด และอากาศซึมผ่านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทอาหาร หากได้รับความชื้นหรือโดนแดด ก็อาจจะทำให้สินค้าเกิดการเน่าเสียได้ง่าย จึงจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์เข้ามาช่วยในการนำส่งสินค้าให้ถึงมือของลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด3) สามารถใช้แสดงข้อมูลของสินค้าได้ ไม่ว่าธุรกิจจะเลือกใช้ Packaging ประเภทไหน ก็จะสามารถใส่ข้อมูลต่างๆ ของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อสินค้าหรือแบรนด์ได้ เพื่อเป็นการสื่อสารและนำเสนอข้อมูลสินค้า ให้ลูกค้านำไปประกอบการตัดสินใจซื้อ โดยหากใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษ จะสามารถพิมพ์ข้อมูลต่างๆ ลงไปบนบรรจุภัณฑ์ได้เลย แต่หากเป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ก็อาจจะต้องใช้วิธีการพิมพ์ใส่กระดาษหรือสติ๊กเกอร์ แล้วค่อยนำมาติดบนบรรจุภัณฑ์แทน ซึ่งก็จะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไป4) เป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า สำหรับประโยชน์อย่างหนึ่งของ Packaging ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความสวยงาม โดยบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะต้องมีการออกแบบให้เข้ากับตัวสินค้าทั้งสี ขนาด โทนหรืออารมณ์ของสินค้า และยังสามารถนำเสนอสินค้าให้มีความโดดเด่นสะดุดตาลูกค้าได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดูดียังจะช่วยในด้านการโปรโมทสินค้า และการทำการตลาดของแบรนด์ให้คนรู้จักได้ง่ายขึ้นอีกด้วย5) ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม ก็ย่อมมีการแข่งขันกันของผู้เล่นในตลาดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งการที่ธุรกิจจะสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จำเป็นต้องมีการออกแบบ Packaging ของสินค้าให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเป็นการ
13สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ของธุรกิจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยการมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะทำให้ธุรกิจมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นได้6) ช่วยให้การขนส่งสินค้าทำได้สะดวกมากขึ้น การที่สินค้าถูกบรรจุอยู่ใน Packaging ที่มีรูปแบบและขนาดเดียวกัน จะช่วยให้การขนส่งสินค้าทำได้สะดวกมากขึ้น และยังเป็นการประหยัดพื้นที่ในการขนส่งได้อีกด้วย โดยบรรจุภัณฑ์ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของกล่องสี่เหลี่ยม ซึ่งจะสามารถวางซ้อนทับกันเป็นหลายๆ ชั้นได้ง่าย จึงไม่กินพื้นที่ทั้งในการจัดเก็บสินค้าและในระหว่างการขนส่งรวมถึงยังสามารถยกหรือเคลื่อนย้ายได้สะดวกกว่าสินค้าที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์เนื่องจากการทำธุรกิจในปัจจุบันมีการแข่งขันกันที่สูงมากๆ ทำให้หลายธุรกิจต้องมีการคิดหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการที่แบรนด์หรือสินค้ามี Packaging ที่สวยงามและแปลกใหม่ ก็จะช่วยให้สินค้าของธุรกิจมีความแตกต่างจากคู่แข่ง ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำ แบรนด์ได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดี มียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน4. ศึกษาประเมินความพึงพอใจ2.1 ความหมายของความพึงพอใจความพึงพอใจหรือความพอใจตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “Satisfaction” ได้มีผู้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้ดังนี้1) บุคคลย่อมมีความต้องการอยู่เสมอและไม่สิ้นสุดตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งความต้องการใดได้รับ การตอบสนองแล้วจะไม่เป็นแรงจูงใจสำหรับพฤติกรรมนั้นอีกต่อไป และถ้าความต้องการใดที่ยังไม่ได้รับ การตอบสนองจึงจะมีอิทธิพลจูงใจต่อไป2) ความต้องการของคนซ้ำซ้อนกัน บางทีความต้องการหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้วยังไม่สิ้นสุด ก็เกิดความต้องการด้านอื่นขึ้นอีก3) ความต้องการของบุคคลจะเรียงเป็นลำดับขั้นจากต่ำไปหาสูงตามลำดับความสำคัญเมื่อต้องการระดับต่ำได้รับการตอบสนองแล้ว บุคคลก็จะให้ความสนใจกับความต้องการระดับสูงต่อไปมาสโลว์ได้แบ่งระดับความต้องการของมนุษย์ออกเป็น 5 ลำดับ ดังนี้3.1 ความต้องการทางร่างกาย (Physiological Needs) เป็นความต้องการเบื้องต้นเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เช่น การต้องการในเรื่องของอาหาร น้ำ อากาศเครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคที่อยู่อาศัย ความต้องการ ทางเพศ ความต้องการทางด้านร่างกายจะมีอิทธิพลต่อความต้องการของตนก็ต่อเมื่อความต้องการทั้งหมดของคนยังไม่ได้รับการตอบสนอง3.2 ความต้องการความปลอดภัยหรือความมั่นคง (Security of Safe Needs) ถ้าหากความต้องการทางด้านร่างกายได้รับการตอบสนองตามสมควรแล้ว มนุษย์ก็จะมีความต้องการในขั้นต่อไปที่สูงขึ้น คือ เป็นความรู้สึกที่ต้องการความปลอดภัยหรือมั่นคงในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งรวมถึงความก้าวหน้าและความอบอุ่นใจ เช่น ความต้องการความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงในหน้าที่การงาน เป็นต้น3.3 ความต้องการทางสังคม (Social of Belonging Needs) ภายหลังจากที่คนได้รับการตอบสนอง ในสองขั้นดังกล่าวแล้ว ก็จะมีความต้องการที่สูงขึ้นคือ ความต้องการทางสังคม เป็นความต้องการเกี่ยวกับการอยู่
14ร่วมกันในสังคมและได้รับการยอมรับจากเพื่อน จากคนในสังคม ซึ่งมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทางสังคมเสมอ3.4 ความต้องการที่จะได้รับการยกย่องนับถือ (Self Actualization) เป็นความต้องการ ให้คนอื่นยกย่องให้เกียรติและเห็นความสำคัญของตน อยากเด่นในสังคมรวมถึงความสำเร็จความรู้ความสามารถ ความเป็นอิสระและเสรีภาพ3.5 ความต้องการความสำเร็จในชีวิต (Self Actualization) เป็นความต้องการระดับสูงสุดของมนุษย์ส่วนมาก จะมีความอยากจะเป็นอยากจะได้ตามความคิดของคนหรือต้องการจะเป็นมากกว่าที่ตัวเองเป็น อยู่ในขณะนั้นจากความหมายของความพึงพอใจดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึก ความคิดเห็น หรือทัศนคติของบุคคลที่เป็นผู้รับบริการและได้รับการตอบสนองที่ตรงกับความคาดหวังหรือดีเกินกว่าความคาดหวังของบุคคล2.2 การวัดความพึงพอใจการวัดความพึงพอใจ เป็นการวัดความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในลักษณะหนึ่งลักษณะใดการที่เราจะทราบว่าบุคคลนั้นมีความพึงพอใจหรือไม่ สามารถสังเกตโดยการแสดงออกที่ค่อนข้างซับซ้อน จึงเป็นการยากที่จะวัดความพึงพอใจได้โดยตรง การที่จะวัดความคิดเห็นของบุคคลเหล่านั้นจะต้องตรงกับความรู้สึกที่แท้จริงจึงจะสามารถวัดความพึงพอใจที่แท้จริงได้ มีนักวิชาการ ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับการวัดความพึงพอใจไว้หลายท่าน ดังนี้1) ความสามารถ (Competence) หมายถึง ความสามารถ ทักษะ และความรู้ของผู้ให้บริการ และสามารถใช้สิ่งเหล่านั้นในการดำเนินการด้านบริการ2) ความน่าเชื่อถือ (Reliability) หมายถึง ความสม่ำเสมอในการบริการได้อย่างถูกต้องเป็น ที่น่าเชื่อถือหรือเป็นที่ไว้วางใจของผู้รับบริการ3) การตอบสนอง (Responsiveness) หมายถึง ความพร้อมที่จะให้บริการเพื่อเป็นการตอบสนองลูกค้าได้ตรงเวลาหรือภายในเวลาที่ลูกค้าต้องการ4) ความเข้าถึงได้ (Accessibility) หมายถึง ผู้รับบริการสามารถที่จะติดต่อกับผู้ให้บริการได้สะดวก5) ความเข้าใจผู้รับบริการ (Understanding) หมายถึง ผู้ให้บริการจะต้องมีความเข้าใจความต้องการของผู้รับบริการและพร้อมที่จะเสนอตอบความต้องการดังกล่าว6) การติดต่อสื่อสาร (Communication) หมายถึง ผู้รับบริการจะต้องเป็นผู้ฟังถึงปัญหาของผู้รับบริการและมีความสามารถที่จะแจ้งให้เกิดความเข้าใจได้กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ผู้ให้บริการต้องเข้าใจภาษาของผู้รับบริการเพื่อจะได้สื่อสารระหว่างกันได้เข้าใจและเกิดความพึงพอใจที่จะรับบริการต่อไป7) ความไว้วางใจ (Creditability) หมายถึง ผู้ให้บริการควรให้บริการด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ปิดบัง แต่ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้8) ความปลอดภัย (Security) หมายถึง การให้บริการด้วยความปลอดภัยต่อผู้รับบริการทั้งทางด้านกายภาพและการเงิน9) ความสุภาพอ่อนโยน (Courtesy) หมายความรวมถึง มารยาทที่ดีงาม ความอ่อนน้อมการพูดจา ที่ไพเราะ ความเป็นมิตร และความเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดีในขณะที่ให้บริการผู้รับ10) การจับต้องได้ (Tangibility) หมายความรวมถึง เครื่องมือและอุปกรณ์ในการให้บริการบุคลิกภาพและการแสดงออกของผู้ให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นต้น
15องค์ประกอบของการเกิดความพึงพอใจความพึงพอใจเป็นความรู้สึกที่บุคคลมีต่อสิ่งที่ได้รับ ประสบการณ์ และแสดงออกทางพฤติกรรมด้วยสภาวะอารมณ์แตกต่างกันไป ความพึงพอใจในสิ่งต่างๆ จะมีการพ้อยอิงอย่างชัดเจนกับแรงจูงใจหรือการกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจ และการตอบสนองความต้องการที่มีอยู่ ความพึงพอใจจึงเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับเป้าหมายหรือความจำเป็น ที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม ประสบการณ์ หรือการรับรู้ โดยมีองค์ประกอบของการเกิดความพึงพอใจ เมื่อมีเป้าหมายแล้ว จะเกิดความพึงพอใจ เมื่อบุคคลมีการตอบสนอง ความต้องการของร่างกายและจิตใจเป็นที่พึงพอใจแล้ว และส่งผลให้เกิดในการเรียนรู้หรือความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจโดยที่มีเป้าหมายชัดเจน การกระทำหรือปฏิบัติการเพื่อความพึงพอใจ ต้องมีการพิจารณาว่าปฏิบัติแล้วจะเกิดความพึงพอใจ หากไม่ได้กระทำหรือปฏิบัติการเพื่อตอบสนองความต้องการแล้วเกิดความรู้สึกขาดหายไป อาจกล่าวได้ว่า1) ความพึงพอใจนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อตอบสนองความต้องการจนเกิดความพึงพอใจ ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้สูงขึ้น2) ผลของการเรียนรู้นำไปสู่ความพึงพอใจ ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจและผลการเรียน จะถูกเชื่อมโยงด้วยปัจจัยต่างๆ ผลการเรียนรู้ที่ดีจะนำไปสู่การตอบสนองความพึงพอใจในรูปของรางวัลหรือผลตอบแทน ทั้งที่เป็นผลตอบแทนภายใน (Intrinsic Rewards) หรือ ผลตอบแทนภายนอก (Extrinsic Rewards)การสร้างความพึงพอใจ1) จัดหาให้หรือให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจที่มีคุณภาพ ตามความต้องการของบุคคล2) อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสิ่งที่บุคคลต้องการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกันตามความสา มารถ และมีการอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม3) ในการส่งเสริมให้เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ควรจัดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมและท้าทายตามความสามารถของแต่ละบุคคลแนวคิดในการสร้างความพึงพอใจการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ลวดกำมะหยี่ต้องคำนึงถึง คุณภาพ การใช้งาน ความคุ้มค่าและประสบการณ์ของลูกค้า โดยสามารถใช้แนวคิดหลักดังนี้1) การพัฒนาคุณภาพสินค้า ใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง ลวดที่ยืดหยุ่นไม่หักง่าย และกำมะหยี่ที่ติดแน่น ไม่หลุดลอกง่าย ควบคุมกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้ลวดกำมะหยี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน2) การออกแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ เพิ่มความหลากหลายของสีสันให้เหมาะกับการใช้งานในหลายโอกาส เช่น งานประดิษฐ์ ศิลปะ หรือของตกแต่ง ออกแบบขนาดและความหนาที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งงานละเอียดและงานที่ต้องการความแข็งแรง3) ความสะดวกในการใช้งาน บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้ใช้งานง่าย (เช่น การม้วนลวดให้หยิบใช้สะดวก หรือบรรจุในกล่องที่จัดระเบียบสีได้ดี) ให้คำแนะนำการใช้งานที่ชัดเจน เช่น แนวทางการนำไปใช้กับงาน DIY ต่างๆ4) การสร้างความคุ้มค่าให้ลูกค้า ตั้งราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า จัดทำเซ็ตพิเศษหรือโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า5) การบริการลูกค้าและสร้างประสบการณ์ที่ดี ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ไอเดียการนำไปใช้ วิธีการดูแลรักษามีช่องทางให้ลูกค้าสามารถสอบถามหรือให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าพัฒนาบริการหลังการขาย
16เช่น การรับประกันคุณภาพ หรือให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าการสร้างความพึงพอใจของลวดกำมะหยี่ ต้องเน้น คุณภาพ ความหลากหลาย การใช้งานที่สะดวก ความคุ้มค่า และการบริการที่ดี หากสามารถพัฒนา ให้ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ลูกค้าจะรู้สึกพึงพอใจและเลือกใช้สินค้าต่อเนื่องในระยะยาวบทสรุปพึงพอใจมาก พึงพอใจปานกลาง พึงพอใจน้อย พึงพอใจน้อยที่สุดพึงพอใจในงานเป็นการประเมินความรู้สึก ความคิดและพฤติกรรม สามารถประเมินได้ด้วยวิธีการ สังเกต การสัมภาษณ์ และการสอบถาม ที่นิยมคือใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นอย่างรอบคอบและ อย่างถูกต้องเหมาะสมตามทฤษฎีของการและประเมินผล และแปลผลเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินงานตามความต้องการต่อไป5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง1. เอกสารข้อมูลทางเทคนิคเอกสารข้อมูลทางเทคนิค (TDS) คือเอกสารที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ โดยเอกสารข้อมูลทางเทคนิคจะระบุข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไว้ด้วยโดยส่วนใหญ่แล้ว เอกสารข้อมูลทางเทคนิคจะประกอบด้วยส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ วิธีการใช้งาน ข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน การใช้งานทั่วไป คำเตือน และรูปภาพของผลิตภัณฑ์หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ เอกสารข้อมูลก็คือบทสรุปของผลิตภัณฑ์ทางเทคนิค โดยจะระบุคุณลักษณะหลัก ข้อมูลจำเพาะ และเกณฑ์อื่นๆ ที่ผู้อ่านจำเป็นต้องเข้าใจ วัตถุประสงค์ของเอกสารข้อมูลก็คือเพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับพวกเขาหรือไม่เอกสารข้อมูลทางเทคนิคของลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire Technical Data Sheet) โดยทั่วไปควรประกอบด้วยข้อมูลดังนี้1) ข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Product Information)- ชื่อผลิตภัณฑ์ : ลวดกำมะหยี่- ประเภท : วัสดุสำหรับงานฝีมือและตกแต่ง- การใช้งาน : งานประดิษฐ์ งานศิลปะ การตกแต่งภายใน2) คุณสมบัติทางเทคนิค (Technical Properties)- วัสดุหลักแกนลวด : ลวดเหล็ก, ทองแดง หรืออลูมิเนียม- ชั้นหุ้ม : เส้นใยกำมะหยี่ (Polyester หรือ Nylon)- เส้นผ่านศูนย์กลางลวด : 1 มม. - 3 มม. (ขึ้นอยู่กับรุ่น)- ความยาวต่อเส้น : 20 ซม. - 100 ซม.- สี : มีหลายสีให้เลือก เช่น แดง เขียว น้ำเงิน เหลือง3) คุณสมบัติเชิงกล (Mechanical Properties)- ความสามารถในการดัดโค้ง : ดัดได้มากกว่า 90 องศาโดยไม่เสียรูป- ความยืดหยุ่น : ดีเยี่ยม- ความแข็งแรง : ขึ้นอยู่กับวัสดุของแกนลวด
174) คุณสมบัติทางเคมี (Chemical Properties)- ทนต่อความชื้น : ปานกลาง- การทนต่ออุณหภูมิ : -20°C ถึง 80°C- การทนต่อแสง UV : ปานกลาง5) ข้อควรระวัง (Safety Precautions)- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง- ไม่ควรให้เด็กเล็กใช้งานโดยไม่มีการดูแล- สวมถุงมือหากมีความไวต่อเส้นใย6) มาตรฐานและการรับรอง (Standards and Certifications)- มาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances)- ไม่มีสารโลหะหนัก7) การจัดเก็บและอายุการใช้งาน (Storage and Shelf Life)- เก็บในที่แห้งและเย็น- อายุการใช้งาน: 5 ปี (ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา)2. มาตรฐานและข้อกำหนดมาตรฐาน เป็นเอกสารที่จัด ทำขึ้นโดยความเห็นพ้องต้องกันของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานมาตรฐาน ซึ่งระบุถึงกฎ แนวทาง หรือคุณลักษณะเฉพาะของกิจกรรมหรือผลลัพธ์ของกิจกรรม ( ISO/IEC Guide 2 : 2004 )ตัวอย่างของหน่วยงานด้านมาตรฐาน ได้แก่คณะกรรมการข้อมูลภูมิสารสนเทศของรัฐบาลกลาง (FGDC)องค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศ (ISO)คณะกรรมการมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างประเทศ (INCITS)และสมาคมภูมิสารสนเทศเปิด (OGC )ข้อมูลจำเพาะ คือเอกสารที่แสดงถึงข้อกำหนดที่ชัดเจนหรือรายการข้อกำหนด ซึ่งไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานมาตรฐานอย่างเป็นทางการข้อมูลจำเพาะอาจอ้างอิงถึงมาตรฐาน ตัวอย่างเช่นข้อมูลจำเพาะผลิตภัณฑ์ของ National Geospatial Program อาจอ้างอิงถึงมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น มาตรฐานเนื้อหาสำหรับข้อมูลเมตาของภูมิสารสนเทศของ Federal Geospatial Data Committee หรือมาตรฐานชุดข้อมูลเมตาของภูมิสารสนเทศ 191 ขององค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศมาตรฐานด้านวัสดุ (Material Standards)1) แกนลวดโลหะ RoHS (Restriction of Hazardous Substances) ห้ามใช้สารอันตราย เช่น ตะกั่ว (Pb) แคดเมียม (Cd) ISO 9227 : Corrosion Tests in Artificial Atmospheres ทดสอบการทนต่อการกัดกร่อน (สำหรับลวดโลหะ)2) เส้นใยกำมะหยี่ (Velvet Fiber) Oeko-Tex Standard 100 การรับรองว่าไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ISO 20743 : Antibacterial Activity on Textiles การทดสอบคุณสมบัติด้านการต้านแบคทีเรีย (ถ้ามี)
18มาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety Standards)1) EN 71-3: Safety of Toys ทดสอบความปลอดภัยจากสารเคมีที่อาจปนเปื้อน สำหรับงานฝีมือเด็ก2) ASTM F963: Standard Consumer Safety Specification for Toy Safety ม า ต ร ฐ า น ความปลอดภัยของวัสดุที่ใช้ในงานศิลปะและฝีมือ3) REACH Regulation (EC 1907/2006) ควบคุมการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ให้ปลอดภัย ต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Standards)1) ISO 14001: Environmental Management Systems ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต2) Global Recycled Standard (GRS) สำหรับลวดที่มีส่วนประกอบจากวัสดุรีไซเคิลข้อกำหนดของลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire) ขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานและวัสดุที่ใช้ในการผลิต แต่โดยทั่วไปจะมีข้อกำหนดหลักๆ ที่ควรพิจารณา ดังนี้1) ข้อกำหนดทางกายภาพ (Physical Requirements)- ขนาดของลวด (Wire Gauge) : ลวดกำมะหยี่มีหลายขนาดให้เลือก เช่น 0.5 มม. ถึง 3 มม. ขึ้นอยู่กับการใช้งานต่างๆ เช่น งานประดิษฐ์ หรือการตกแต่ง- เส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใย (Fiber Diameter) : เส้นใยที่หุ้มลวดกำมะหยี่มีความหนาไม่เกิน 0.1 มม. ขึ้นอยู่กับประเภทของเส้นใยที่ใช้ เช่น โพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือไนลอน (Nylon)- ความยืดหยุ่น : ลวดกำมะหยี่จะต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควรเพื่อให้สามารถดัดโค้งได้ง่าย โดยไม่เสียรูปทรง- สี : ลวดกำมะหยี่สามารถมีหลายสี เช่น แดง เขียว น้ำเงิน เหลือง หรือสีพาสเทลที่เหมาะสำหรับงานประดิษฐ์- ความแข็งแรง : ขึ้นอยู่กับวัสดุของแกนลวด เช่น ลวดเหล็ก หรือทองแดง ต้องมี ความแข็งแรงพอสมควรในการใช้งานในงานฝีมือหรือประดิษฐ์2) ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (Safety Requirements)- ปลายลวด : ต้องไม่มีปลายแหลมคมที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน ควรมีการขัดหรือหุ้มปลายลวดเพื่อความปลอดภัย- สารเคมีที่ใช้ : ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการทดสอบสารเคมี เช่น การทดสอบสารตกค้างและสารเคมีอันตราย เช่น RoHS (Restriction of Hazardous Substances)- การทนไฟ : วัสดุที่หุ้มลวดกำมะหยี่ต้องมีคุณสมบัติที่สามารถทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง โดยไม่ติดไฟง่าย- วัสดุไม่เป็นพิษ : เส้นใยและวัสดุหุ้มลวดจะต้องปราศจากสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังหรือสุขภาพของผู้ใช้
193) ข้อกำหนดด้านการใช้งาน (Performance Requirements)- การดัดและการขึ้นรูป : ลวดกำมะหยี่ควรสามารถดัดโค้งหรือขึ้นรูปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่แตกหักหรือเสียรูปทรง- การทนทาน : ลวดกำมะหยี่ควรทนทานต่อการใช้งานที่ยาวนาน เช่น ไม่เกิดการหลุดลอกจากการดัดหรือเสื่อมสภาพเร็ว- ทนต่อการขัดสี : วัสดุหุ้มลวดต้องทนต่อการเสียดสีหรือการใช้งานในสภาพที่อาจเกิดการขัดสี4) ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Requirements)- การย่อยสลาย : หากใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น งานตกแต่งภายในควรเลือกลวดกำมะหยี่ ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุที่ย่อยสลายได้- การจัดการขยะ : ผลิตภัณฑ์ควรมีการพิจารณาในการจัดการขยะหลังการใช้งานโดยไม่ทิ้งสารพิษลงในสิ่งแวดล้อม5) ข้อกำหนดด้านคุณภาพ (Quality Requirements)- การทนต่อการดัดโค้งและคงรูปได้ดี- ผิวสัมผัสนุ่มเรียบ ไม่มีการหลุดลอกของเส้นใย- สีสันคงทน ไม่ซีดจางง่าย- ไม่มีขอบหรือปลายลวดที่แหลมคม3. คู่มือการใช้งานคู่มือการปฏิบัติงาน หมายถึงเอกสารที่แต่ละหน่วยงานสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานนั้นและใช้เป็นคู่มือสำหรับศึกษาการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงาน อีกทั้งยังสามารถปรับปรุง ให้สอดคล้องกับ ระเบียบ วิธี และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตคู่มือการใช้งานลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire User Guide)1) ข้อมูลเบื้องต้น (Introduction) ลวดกำมะหยี่เป็นวัสดุที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานประดิษฐ์และตกแต่งต่างๆ มีความยืดหยุ่นสามารถดัดโค้งได้ง่าย และหุ้มด้วยเส้นใยกำมะหยี่ที่ให้ความสวยงามและผิวสัมผัสนุ่มเหมาะสำหรับงาน DIY เช่น การทำดอกไม้ประดิษฐ์ โมเดลสัตว์ ตกแต่งบรรจุภัณฑ์และงานศิลปะอื่นๆ2) อุปกรณ์ที่จำเป็น (Tools Required)- กรรไกรสำหรับตัดลวด- คีมปลายแหลม (สำหรับดัดลวด)- กาวร้อนหรือกาวอเนกประสงค์ (ถ้าจำเป็น)- วัสดุตกแต่งเพิ่มเติม เช่น กระดาษ ดอกไม้เทียม3) ขั้นตอนการใช้งาน (Usage Instructions)3.1 การเตรียมลวดกำมะหยี่ เลือกลวดกำมะหยี่ที่มีสีและขนาดเหมาะสมกับงาน ตัดลวดให้ได้ ความยาวตามที่ต้องการ3.2 การดัดและขึ้นรูป ใช้มือหรือคีมดัดลวดกำมะหยี่ตามรูปแบบที่ต้องการ สามารถม้วนหรือพันลวด เพื่อสร้างลวดลายหรือโครงสร้างได้
203.3 การตกแต่ง พันลวดกำมะหยี่รอบวัสดุเพื่อสร้างรูปทรงใหม่ ใช้กาวติดลวดกำมะหยี่กับพื้นผิวต่างๆ เช่น กระดาษ หรือวัสดุไม้3.4 ตัวอย่างการประดิษฐ์ ดอกไม้ประดิษฐ์ ดัดลวดเป็นรูปกลีบดอกไม้และประกอบกันโมเดลสัตว์ ดัดลวดเป็นโครงร่างสัตว์ เช่น ผีเสื้อหรือแมว การตกแต่งของขวัญ พันลวดกำมะหยี่รอบกล่องหรือบรรจุภัณฑ์4) ข้อควรระวัง (Safety Precautions)- หลีกเลี่ยงการใช้ปลายลวดที่แหลมคม- สวมถุงมือหากต้องการป้องกันมือจากการบาด5) การดูแลและเก็บรักษา (Maintenance and Storage- ทำความสะอาดด้วยผ้าแห้งหากมีฝุ่นเกาะ- เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความชื้น- หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้เปลวไฟ4. ใบรับรองคุณภาพการรับรองคุณภาพของลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire) ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิตและความต้องการของตลาด ซึ่งใบรับรองคุณภาพที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้1) ใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Certifications) RoHS (Restriction of Hazardous Substances) ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ปราศจากสารอันตราย เช่น ตะกั่ว (Pb) ปรอท (Hg) แคดเมียม (Cd) (Registration Evaluation Authorization and Restriction of Chemicals) รับรองว่าผลิตภัณฑ์ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม Oeko-Tex standard 100 รับรองว่าเส้นใยกำมะหยี่ปลอดภัยต่อการสัมผัสผิวหนัง ไม่มีสารเคมีตกค้าง2) ใบรับรองด้านความปลอดภัย (Safety Certifications) EN 71-3 : Safety of Toys รับรองว่าลวดกำมะหยี่ปลอดภัยสำหรับการใช้งานในงานฝีมือสำหรับเด็ก ASTM F963 (Toy Safety Standard) มาตรฐานความปลอดภัยด้านสารเคมีและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับงานศิลปะและของเล่น3) ใบรับรองด้านคุณภาพการผลิต (Production Quality Certifications) ISO 9001 : Quality Management System รับรองว่ากระบวนการผลิตมีระบบจัดการคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ISO 14001 : Environmental Management System รับรองว่าการผลิตลวดกำมะหยี่มีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม4) ใบรับรองด้านวัสดุ (Material Certifications) Global Recycled Standard (GRS) สำหรับลวดที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล UL Certification (Underwriters Laboratories) รับรองคุณภาพและความปลอดภัยของวัสดุที่ใช้5. เอกสารข้อมูลความปลอดภัยเอกสารข้อมูลความปลอดภัย Safety Data Sheet (SDS) หรือในบางครั้งเรียกว่า Material Safety Data Sheet (MSDS) นั้น หมายถึงเอกสารข้อมูลความปลอดภัยสารเคมี ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงข้อมูลของสารเคมีหรือเคมีภัณฑ์เกี่ยวกับลักษณะความเป็นอันตราย พิษ วิธีใช้ การเก็บรักษาการขนส่ง การกำจัดและการจัดการอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับสารเคมีนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
21เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet - SDS) ของลวดกำมะหยี่1) ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริษัท (Product and Company Identification)- ชื่อผลิตภัณฑ์ : ลวดกำมะหยี่ (Velvet Wire)- การใช้งาน : วัสดุสำหรับงานฝีมือและตกแต่ง- ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย : (ข้อมูลผู้ผลิต)- เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน : (ระบุเบอร์โทร)2) องค์ประกอบและข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบ (Composition Information)- แกนลวด : ทองแดง อลูมิเนียม หรือเหล็ก- ชั้นหุ้ม : เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือไนลอน (Nylon)- สี : สีสังเคราะห์ที่ปราศจากสารโลหะหนัก3) ข้อมูลอันตราย (Hazard Identification)- อันตรายต่อสุขภาพ : อาจเกิดการระคายเคืองผิวหนังหากสัมผัสเป็นเวลานานเสี่ยงต่อการบาดจากปลายลวดแหลม- อันตรายทางกายภาพ : ติดไฟได้ในกรณีสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม : เส้นใยสังเคราะห์อาจใช้เวลานานในการย่อยสลาย4) มาตรการปฐมพยาบาล (First-Aid Measures)- การสัมผัสทางผิวหนัง : ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่- การบาดจากลวด : ห้ามเลือดและทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ- การสูดดม (ถ้ามีควันจากการเผาไหม้) : เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังที่อากาศบริสุทธิ์5) มาตรการป้องกันและระงับอัคคีภัย (Fire-Fighting Measures)- สารดับเพลิงที่เหมาะสม : น้ำ โฟมเคมี ผงเคมีแห้ง- อันตรายจากการเผาไหม้ : ควันจากการเผาไหม้อาจปล่อยสารพิษ- อุปกรณ์ป้องกัน : หน้ากากกรองควันและชุดป้องกัน6) มาตรการจัดการกรณีหกรั่วไหล (Accidental Release Measures)- เก็บเศษลวดและเส้นใยที่หลุดลอกใส่ถุงขยะที่ปิดสนิท- หลีกเลี่ยงการปล่อยเส้นใยสู่แหล่งน้ำ7) การจัดเก็บและการใช้งาน (Handling and Storage)- การจัดเก็บ : เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความชื้นและเปลวไฟ- การใช้งาน : ใช้ด้วยความระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดมือ8) การควบคุมการสัมผัสและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Exposure Controls / Personal Protection)- อุปกรณ์ป้องกัน : ถุงมือสำหรับป้องกันการบาด แว่นตานิรภัย (ถ้าจำเป็น)- การระบายอากาศ : ใช้ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี9) คุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมี (Physical and Chemical Properties)- ลักษณะ : ลวดหุ้มกำมะหยี่- จุดหลอมเหลว : ขึ้นอยู่กับวัสดุแกนลวด
22- ความไวไฟ : ติดไฟได้เมื่อสัมผัสเปลวไฟ10) ข้อควรระวังเกี่ยวกับการทิ้ง (Disposal Considerations)- ควรทิ้งในถังขยะสำหรับวัสดุไม่ย่อยสลาย- หลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง6. เอกสารอ้างอิงด้านการตลาดเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับลวดกำมะหยี่ ด้านการตลาด1) แคตตาล็อกสินค้า (Product Catalogs) คือ เอกสารหรือสื่อที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูรายละเอียด เปรียบเทียบและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น- ผู้ผลิตลวดกำมะหยี่ : แคตตาล็อกจากผู้ผลิตวัสดุสำหรับงานฝีมือ เช่น \"Creative Expressions\" หรือ \"Darice\"- ข้อมูลทางเทคนิค : ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ ขนาด และคุณสมบัติการใช้งาน2) คู่มือการใช้งานและคำแนะนำ (User Manuals and Guides) คือ เอกสารที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีใช้สินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและปลอดภัย มักมีรายละเอียดเกี่ยวกับฟังก์ชัน วิธีติดตั้งและวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น- คู่มือการประดิษฐ์ : หนังสือหรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับลวดกำมะหยี่ในการทำงานฝีมือ เช่น \"Crafting with Velvet Wire\" หรือ \"DIY Velvet Wire Flowers\"3) งานวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ (Research Papers on Materials Science) คือ การศึกษาคุณสมบัติ โครงสร้าง และพฤติกรรมของวัสดุต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานในอุตสาหกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ- บทความวิจัยเกี่ยวกับวัสดุผสม : เอกสารวิจัยที่ศึกษาการประยุกต์ใช้เส้นใยสังเคราะห์และโลหะในการสร้างวัสดุที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ลวดหุ้มกำมะหยี4) ข้อมูลด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน (Safety and Standards Information) คือ ข้อมูล กฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานในอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันอันตราย ลดความเสี่ยง และส่งเสริมความปลอดภัยในการดำเนินงาน- ข้อมูลด้านความปลอดภัย : เอกสารเกี่ยวกับการใช้งานวัสดุและมาตรฐานความปลอดภัย เช่น Safety Data Sheets (SDS)- มาตรฐาน ISO ASTM : ข้อกำหนดทางเทคนิคและมาตรฐานการผลิตวัสดุ5) บทความในเว็บไซต์หรือบล็อก (Online Articles or Blogs) คือ เนื้อหาที่ถูกเขียนและเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือบล็อกออนไลน์ โดยมีจุดประสงค์หลากหลาย เช่น ให้ความรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ ให้ความบันเทิง หรือสร้างความน่าสนใจให้กับผู้อ่าน- เว็บไซต์การทำงานฝีมือ : บทความหรือคำแนะนำจากเว็บไซต์ที่เน้นการประดิษฐ์ เช่น Pinterest Etsy หรือ Craftsy- บล็อกงานศิลปะ : คำแนะนำและไอเดียการใช้ลวดกำมะหยี่ในงานประดิษฐ์6) หนังสือที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือและศิลปะ (Craft and Art Books) มีหลายประเภท ตั้งแต่หนังสือสอนเทคนิค พื้นฐานการวาดภาพ ไปจนถึงหนังสือเกี่ยวกับแรงบันดาลใจและประวัติศาสตร์ศิลปะ
23- หนังสือที่มีบทเกี่ยวกับการใช้ลวดกำมะหยี่ในการสร้างงานศิลปะ เช่น \" The Complete Guide to Crafting with Wire\" หรือ \"Wire Art & Jewelry Workshop\"
24บทที่ 3วิธีการดำเนินโครงงานการดำเนินงานโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนรู้จักวัสดุ “ลวดกำมะหยี่” และการนำไปประดิษฐ์เป็นผลงานศิลปะ พัฒนาทักษะการออกแบบ การดัด การประกอบ และตกแต่งชิ้นงาน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในการสร้างงาน และเพื่อสร้างรายได้พัฒนาอาชีพให้กับนักเรียน โรงเรียน และชุมชน อีกทั้งให้นักเรียนมีความรับผิดชอบและความสามัคคีในการทำงานร่วมกันผู้ศึกษาได้ดำเนินงานโครงงานโดยกำหนดขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้1. การวิเคราะห์และกำหนดหัวข้อโครงงาน2. การวางแผนการดำเนินโครงงาน3. การดำเนินการจัดทำโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์4. การตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงาน5. การปรับปรุงแก้ไขคุณภาพของชิ้นงาน6. การผลิตจำหน่าย7. การประเมินผล8. จัดทำเอกสารโครงงานโครงงานอาชีพ เรื่อง เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์9. นำเสนอผลงานกระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงานโครงงาน1. วิเคราะห์ และกำหนดหัวข้อโครงงานเพื่อนำเสนอครูที่ปรึกษาโครงงานผู้จัดทำได้ทำการวิเคราะห์และกำหนดหัวข้อโครงงานโดยการวิเคราะห์ข้อมูลการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่ โดยคำนึงถึงต้นทุนในการผลิต ระยะเวลาในการผลิต ความยากง่ายของชิ้นงาน และความต้องการ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้ค้นหาข้อมูลต่างๆในหนังสือ วารสาร เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับงานประดิษฐ์ จนพบว่างานประดิษฐ์ลวดกำมะหยี่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะเป็นวัสดุที่หาง่าย ราคาไม่สูง และสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่จำกัด จึงทำให้คณะผู้จัดทำโครงงานได้ตระหนักถึงการนำลวดกำมะหยี่มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน เพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมระหว่างเรียน สามารถช่วยพัฒนาทักษะงานฝีมือ ช่วยฝึกสมาธิและยังช่วยให้นักเรียนใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์อีกด้วย2. การวางแผนการดำเนินโครงงาน1. เปิดประชุมและชี้แจงวัตถุประสงค์แนะนำโครงการลวดกำมะหยี่ อธิบายเป้าหมายของโครงการ (เช่น การผลิต การตลาด หรือการนำไปใช้งานเฉพาะ)2. ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อโครงงาน จากหนังสือ วารสารต่างๆในห้องสมุดโรงเรียนพระยาตาก และศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ต่างๆ และเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำเนื้อหาต่อไป3. จัดทำโครงร่างโครงงานอาชีพ เรื่อง เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์โดยนักเรียนมีกำหนด จะสร้างชิ้นงานจำนวน 6 อย่าง ได้แก่
253.1 ดอกไม้ลวดกำมะหยี่3.2 ช่อดอกไม้ลวดกำมะหยี่3.3 พวงกุญแจลวดกำมะหยี่3.4 ที่คาดผมลวดกำมะหยี่3.5 กิ๊ฟติดผมลวดกำมะหยี่3.6 กรอบรูปลวดกำมะหยี่4. การวางแผนดำเนินงาน กำหนดขั้นตอนดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบ ทดลองผลิต จนถึงการจัดจำหน่าย กำหนดทรัพยากรที่ต้องใช้ เช่น วัสดุ แรงงาน งบประมาณ พร้อมระบุระยะเวลาในแต่ละขั้นตอน5. การจัดการความเสี่ยง วิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ต้นทุนสูงเกินไป การผลิตล่าช้า หรือปัญหาทางการตลาด วางแผนสำรองเพื่อรับมือกับความเสี่ยง6. การมอบหมายงานและความรับผิดชอบ กำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ติดตามความคืบหน้า ของแต่ละฝ่าย7. การติดตามผลและประเมินผลโครงงาน กำหนดรอบการติดตามและประชุมรายงานความคืบหน้า ของโครงงาน7. สรุปผล ทบทวนข้อตกลงและแผนปฏิบัติการ 3. การดำเนินงานโครงงานอาชีพ เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์คณะผู้จัดทำลงมือปฏิบัติการจัดทำโครงงานอาชีพ เรื่อง เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ โดยเริ่มจากการศึกษาค้นคว้าวิธีการประดิษฐ์ชิ้นงาน อุปกรณ์ที่ต้องใช้จากเว็บไซต์ต่างๆ และจัดหาลวดกำมะหยี่ โดยได้สอบถามราคาจากหลายๆแหล่งเพื่อนำมาคำนวณต้นทุน เปรียบเทียบคุณภาพ และความเหมาะสมต่อในการทำงานเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ดีที่สุด และต้นทุนที่ถูกที่สุด จากนั้นนำไปประดิษฐ์เป็นชิ้นงาน วัสดุและอุปกรณ์ในการทำโครงงาน เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์โครงงานอาชีพ เรื่อง เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์นักเรียนมีการสร้างชิ้นงานจำนวน 6 อย่างได้แก่ชิ้นงานที่ 1 ดอกไม้ลวดกำมะหยี่วัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ลวดกำมะหยี่ (เลือกสีที่ต้องการ)2. คีมดัดลวด3. กรรไกร (ถ้าต้องการตัดแต่ง)4. กาวร้อน หรือ กาวติดผ้า (ถ้าต้องการเสริมความแข็งแรง)5. ลูกปัด หรือกระดุม (ใช้ทำเกสรดอกไม้)6. ก้านดอกไม้ปลอม หรือ ลวดสีเขียว (ใช้ทำก้านดอก)วิธีทำดอกไม้จากลวดกำมะหยี่1. ออกแบบดอกไม้ที่ต้องการทำ เริ่มจากดอกไม้แบบง่าย เช่น ดอกเดซี่ ดอกกุหลาบ ดอกทานตะวัน หรือดอกซากุระ สามารถใช้สีลวดต่างกันเพื่อเพิ่มมิติให้ดอกไม้
262. ดัดลวดเป็นกลีบดอก ตัดลวดกำมะหยี่เป็น ชิ้นยาวประมาณ 5-7 ซม. (ขึ้นอยู่กับขนาดดอกที่ต้องการ) ดัดให้เป็นรูปวงรี หรือหยดน้ำ เพื่อทำกลีบดอก ทำกลีบดอกประมาณ 5-6 กลีบ แล้วจัดวางเป็นรูปดอกไม้3. ทำเกสรดอกไม้ใช้ลูกปัดหรือกระดุมเล็กๆ ติดตรงกลางของดอกไม้สามารถใช้ลวดกำมะหยี่สีเหลืองดัดเป็นวงกลมเพื่อเลียนแบบเกสร4. ประกอบดอกไม้เข้ากับก้าน ใช้เทปพันก้านสีเขียวหรือลวดกำมะหยี่พันรอบก้านดอก นำดอกไม้ที่ ทำเสร็จแล้วมาติดกับก้านโดยใช้กาวร้อน หากต้องการให้แข็งแรงขึ้น สามารถพันลวดกำมะหยี่รอบๆ จุดเชื่อมต่อ5. ตกแต่งเพิ่มเติม เพิ่มใบไม้โดยใช้ลวดกำมะหยี่สีเขียวดัดเป็นรูปใบ สามารถทำช่อดอกไม้โดยรวมดอกหลายดอกเข้าด้วยกัน**เคล็ดลับในการทำให้ดอกไม้สวยงาม- ใช้ลวดกำมะหยี่หลายสี เพื่อเพิ่มความสมจริง- ดัดลวดให้โค้งอย่างเป็นธรรมชาติ จะทำให้ดอกไม้ดูนุ่มนวล- ใช้กาวในปริมาณพอเหมาะ เพื่อให้ดอกไม้คงทนและไม่เลอะ การทำดอกไม้จากลวดกำมะหยี่เป็นงานฝีมือที่สนุกและสร้างสรรค์ คุณสามารถประยุกต์ใช้ทำของตกแต่งหรือของขวัญได้ตามสไตล์ที่ต้องการชิ้นงานที่ 2 ช่อดอกไม้จากลวดกำมะหยี่การจัดช่อดอกไม้ เป็นศิลปะการจัดเรียงดอกไม้ให้ออกมาดูสวยงามและมีสไตล์ โดยการเลือกดอกไม้และวัสดุต่างๆ มาใช้ร่วมกันอย่างลงตัว สามารถใช้ในการตกแต่งหรือเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานรับปริญญา หรือการเฉลิมฉลองอื่นๆวัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ (เลือกสีที่ต้องการ)2. คีมดัดลวด3. กรรไกร (ถ้าต้องการตัดแต่ง)4. กาวร้อน หรือ กาวติดผ้า (ถ้าต้องการเสริมความแข็งแรง)5. ริบบิ้น6. แท่งโฟม7. กระดาษห่อช่อดอกไม้วิธีทำช่อดอกไม้จากลวดกำมะหยี่1. เลือกดอกไม้ลวดกำมะหยี่จากที่ทำไว้เลือกดอกไม้หลักที่ต้องการให้เด่นที่สุดในช่อ เลือกตามสีที่ต้องการ2. เลือกดอกไม้เสริม เลือกดอกไม้เสริมที่มีขนาดเล็กกว่าดอกไม้หลัก เพื่อเติมเต็มช่อให้ดูหลากหลาย และมีมิติ3. เลือกใบไม้และวัสดุเสริม ใบไม้ต่างๆ เช่น ใบเฟิร์น ใบยิปซีหรือใบมะลิสามารถใช้เสริมเพื่อทำให้ ช่อดอกไม้ดูมีความหลากหลายและสมดุลมากขึ้น วัสดุเสริมอย่างโบว์ผ้าไหม หรือริบบิ้นยังช่วยให้ช่อดูสวยงามยิ่งขึ้น4. จัดดอกไม้ในลำดับชั้น เริ่มจากการจัดดอกไม้หลักที่กลางช่อให้สูงที่สุดและให้ดอกไม้เสริมเรียงตามลำดับรอบๆ ช่อ โดยพยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่ให้ดอกไม้ซ้อนกันแน่นเกินไป5. การจัดรูปร่าง ทรงกลม ตามต้องการ
276. ผูกและจัดแต่งช่อ ผูกช่อด้วยโบว์หรือริบบิ้นตามสไตล์ที่ต้องการ ใช้กรรไกรตัดก้านให้มีความยาวพอเหมาะ และจัดก้านให้ตรงเพื่อให้ช่อดูเรียบร้อยชิ้นงานที่ 3 พวงกุญแจจากลวดกำมะหยี่การทำพวงกุญแจจากลวดกำมะหยี่เป็นงานประดิษฐ์ที่ง่ายและสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับทำเป็นของขวัญ ของที่ระลึก หรือใช้เอง วัสดุหลักคือลวดกำมะหยี่ซึ่งเป็นลวดหุ้มผ้าขนนุ่มที่ดัดงอได้ง่ายวัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ลวดกำมะหยี่ (เลือกสีตามต้องการ)2. ห่วงพวงกุญแจ3. คีมตัดลวด4. คีมปลายแหลม (ช่วยในการดัดลวด)5. กาวร้อนหรือกาวติดผ้า (ถ้าจำเป็น)6. ของตกแต่งเสริม เช่น ลูกปัด โบว์ หรือจี้เล็กๆวิธีทำพวงกุญแจลวดกำมะหยี่1. ออกแบบรูปร่างที่ต้องการ ซึ่งสามารถทำเป็นรูปต่างๆ เช่น หัวใจ ดอกไม้ ตัวอักษร หรือตัวการ์ตูน หากเป็นมือใหม่ ควรเริ่มจากรูปทรงง่ายๆ เช่น หัวใจหรือดาว2. ดัดลวดกำมะหยี่ให้เป็นรูปร่าง ใช้คีมปลายแหลมช่วยดัดลวดให้ได้รูปทรงที่ต้องการ ถ้าต้องการทำ เป็นตัวอักษร สามารถใช้ลวดเส้นเดียวต่อเนื่อง หรือดัดหลายชิ้นแล้วนำมาต่อกัน ถ้าเป็นดอกไม้ ให้เริ่มจากการม้วนลวดเป็นกลีบดอกทีละกลีบ แล้วนำมาประกอบกัน3. ติดเข้ากับห่วงพวงกุญแจ ใช้ปลายลวดพันรอบห่วงพวงกุญแจให้แน่น หรือใช้กาวร้อนติดให้แข็งแรง หากต้องการเพิ่มความสวยงาม สามารถร้อยลูกปัดหรือติดจี้เล็กๆ ได้4. เก็บรายละเอียดและตกแต่งเพิ่มเติม ตรวจสอบว่าลวดไม่ทิ่มหรือหลุดง่าย หากมีจุดที่ลวดอาจหลุดสามารถใช้กาวช่วยยึดให้แน่น ติดโบว์หรือของตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม เคล็ดลับในการทำใช้ลวดกำมะหยี่ที่มีคุณภาพดี จะช่วยให้พวงกุญแจคงทนมากขึ้น หากต้องการให้รูปทรงอยู่ตัวมากขึ้นให้ใช้ลวดเสริมด้านในก่อนพันด้วยลวดกำมะหยี่ชิ้นงานที่ 4 ที่คาดผมจากลวดกำมะหยี่วัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ลวดกำมะหยี่ (เลือกสีที่ชอบ)2. โครงที่คาดผม3. คีมดัดลวด4. กาวร้อนหรือกาว E6000 (ใช้ติดให้แน่นขึ้น)5. ของตกแต่งเพิ่มเติม เช่น ลูกปัด โบว์ หรือจี้เล็กๆ
28วิธีทำที่คาดผมจากลวดกำมะหยี่1. ออกแบบลวดลายที่ต้องการ สามารถทำเป็น รูปหัวใจ ดาว ผีเสื้อ โบว์ หรือดอกไม้หากเป็นมือใหม่ ควรเริ่มจากแบบง่าย เช่น รูปหัวใจหรือโบว์2. ดัดลวดกำมะหยี่ให้เป็นรูปทรง ใช้คีมช่วยดัดลวดให้ได้รูปทรงที่ต้องการ หากต้องการให้ลวดอยู่ทรงแข็งแรง อาจใช้ลวดเสริมข้างในก่อนพันด้วยลวดกำมะหยี่ ถ้าทำเป็นดอกไม้ ให้ดัดกลีบดอกทีละกลีบแล้วนำมาประกอบกัน3. นำโครงที่คาดผมมาพันด้วยลวดกำมะหยี่4. จากนั้นนำลวดกำมะหยี่ที่ดัดเป็นรูปต่างๆมาติดเข้ากับที่คาดผม รอให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน5. ตกแต่งเพิ่มเติม (ถ้าต้องการ) เพิ่มลูกปัดหรือจี้เล็กๆ เพื่อความสวยงาม ติดโบว์หรือคริสตัลเพื่อให้ดูหรูหราขึ้น**เคล็ดลับในการทำ- เลือกโครงที่คาดผมที่มีพื้นเรียบ จะช่วยให้ติดลวดกำมะหยี่ได้แน่นขึ้น- ใช้กาวให้พอดี ไม่ควรใช้กาวมากเกินไป เพราะอาจไหลเปื้อน- หากต้องการให้ลวดอยู่ทรงนาน ให้ใช้ลวดเสริมด้านในก่อนพันด้วยลวดกำมะหยี่กิ๊บติดผมจากลวดกำมะหยี่เป็นงานประดิษฐ์ที่ทำง่ายและน่ารัก เหมาะกับทุกวัย คุณสามารถสร้างสรรค์ลวดลายให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้ชิ้นงานที่ 5 กิ๊บติดผมลวดกำมะหยี่การทำ กิ๊บติดผมจากลวดกำมะหยี่ เป็นงานประดิษฐ์ที่ง่ายและสร้างสรรค์ สามารถทำเป็นของใช้ส่วนตัว ของขวัญ หรือแม้แต่ทำขายได้ เนื่องจากลวดกำมะหยี่มีความอ่อนนุ่ม ดัดง่าย และ ให้สัมผัสน่ารักนุ่มนวลวัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ลวดกำมะหยี่ (เลือกสีที่ชอบ)2. กิ๊บติดผมแบบเปล่า (กิ๊บปากเป็ดหรือกิ๊บหนีบ)3. คีมดัดลวด4. กาวร้อนหรือกาว E6000 (ใช้ติดให้แน่นขึ้น)5. ของตกแต่งเพิ่มเติม เช่น ลูกปัด โบว์ หรือจี้เล็กๆวิธีทำกิ๊บติดผมลวดกำมะหยี่1. ออกแบบลวดลายที่ต้องการ สามารถทำเป็น รูปหัวใจ ดาว ผีเสื้อ โบว์ หรือดอกไม้หากเป็นมือใหม่ ควรเริ่มจากแบบง่าย เช่น รูปหัวใจหรือโบว์2. ดัดลวดกำมะหยี่ให้เป็นรูปทรง ใช้คีมช่วยดัดลวดให้ได้รูปทรงที่ต้องการ หากต้องการให้ลวดอยู่ทรงแข็งแรง อาจใช้ลวดเสริมข้างในก่อนพันด้วยลวดกำมะหยี่ ถ้าทำเป็นดอกไม้ ให้ดัดกลีบดอกทีละกลีบแล้วนำมาประกอบกัน3. ติดลวดกำมะหยี่เข้ากับกิ๊บติดผม วางลวดกำมะหยี่ที่ดัดเสร็จแล้วลงบนกิ๊บ ใช้กาวร้อนหรือกาว E6000 ติดลวดให้แน่น (กาว E6000 จะติดแน่นและทนกว่า) รอให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
294. ตกแต่งเพิ่มเติม (ถ้าต้องการ) เพิ่มลูกปัดหรือจี้เล็กๆ เพื่อความสวยงาม ติดโบว์หรือคริสตัลเพื่อให้ดูหรูหราขึ้น**เคล็ดลับในการทำ- เลือกกิ๊บที่มีพื้นเรียบ จะช่วยให้ติดลวดกำมะหยี่ได้แน่นขึ้น- ใช้กาวให้พอดี ไม่ควรใช้กาวมากเกินไป เพราะอาจไหลเปื้อน- หากต้องการให้ลวดอยู่ทรงนาน ให้ใช้ลวดเสริมด้านในก่อนพันด้วยลวดกำมะหยี่กิ๊บติดผมจากลวดกำมะหยี่เป็นงานประดิษฐ์ที่ทำง่ายและน่ารัก เหมาะกับทุกวัย คุณสามารถสร้างสรรค์ลวดลายให้เป็นชิ้นงานที่ 6 กรอบรูปจากลวดกำมะหยี่วัสดุและอุปกรณ์ในการทำ1. ดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ (เลือกสีที่ต้องการ)2. คีมดัดลวด 3. กรรไกร (ถ้าต้องการตัดแต่ง)4. กาวร้อน หรือ กาวติดผ้า (ถ้าต้องการเสริมความแข็งแรง)5. ริบบิ้น6. กรอบรูปวิธีทำกรอบรูปจากลวดกำมะหยี่1. เลือกดอกไม้ลวดกำมะหยี่จากที่ทำไว้เลือกตามสีที่ต้องการ2. จัดดอกไม้ลงในกรอบรูปให้สวยงามตาที่ต้องการ โดยพยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่ให้ดอกไม้ซ้อนกันแน่นเกินไป3. จัดตกแต่งให้สวยงานเพิ่มเติม เช่น เขียนข้อความ ใส่รูปถ่าย เพื่อความสวยงาม อาจติดไฟประดับเพื่อให้ดูหรูหราขึ้นการตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานคณะผู้จัดทำได้นำชิ้นงานที่ประดิษฐ์ขึ้นมาทดลองใช้เอง พร้อมกับแจกจ่ายชิ้นงานบางส่วนให้แก่คณะครู บุคลากรภายในโรงเรียนได้ทดลองใช้ พร้อมสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อชิ้นงานการปรับปรุงแก้ไขคุณภาพของชิ้นงานคณะผู้จัดทำได้มีการสำรวจรูปแบบความต้องการของผู้ซื้อ และได้จัดทำชิ้นงานให้มีความแข็งแรง หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อการผลิตจำหน่ายทางคณะผู้จัดทำมีการทดลองจำหน่ายภายในโรงเรียน และขยายผลโดยการประชาสัมพันธ์จำหน่ายให้กับบุคคลภายนอกผ่าน เฟสบุ๊กโรงเรียนพระยาตาก และไลน์ประเมินผลนำเสนอรายงานความคืบหน้าในการทำงานเป็นระยะๆ ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น และหาแนวทางแก้ไข
30บทที่ 4ผลการดำเนินงานจากการดำเนินโครงงาน เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ได้รับความรู้ ดังนี้1. ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน2. นักเรียนรู้จักวัสดุ“ลวดกำมะหยี่” และการนำไปประดิษฐ์เป็นผลงานศิลปะ3. นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการออกแบบ การดัด การประกอบ และตกแต่งชิ้นงาน4. นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาในการสร้างงาน5. นักเรียนมีความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และการทำงานร่วมกัน6. นักเรียนสามารถสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพให้กับนักเรียน โรงเรียน และชุมชนหลักการ และแนวคิดที่นำมาประยุกต์ใช้ 1. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการดำเนินงานและเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต ซึ่งหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีเงื่อนไขของการดำเนินกิจกรรมต่างๆ 2 ประการ ดังนี้1. เงื่อนไขความรู้ การดำเนินงานต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับเนื้อหาในด้านวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือในการสร้างชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่ รวมถึงขั้นตอนการทำชิ้นงานในรูปแบบต่างๆ สามารถบอกได้ถึงข้อดี วิธีการเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการชิ้นงาน พร้อมทั้งสามารถบอกวิธีการเก็บดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน ในครั้งต่อไป และการจัดทำบันทึกรายรับรายจ่ายได้อย่างถูกต้อง2.เงื่อนไขคุณธรรม คุณธรรมที่ควรเสริมสร้าง ต้องตระหนักในความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดทำบันทึกรายรับรายจ่ายให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับความเป็นจริง มีความอดทนในการทำงาน มีน้ำใจช่วยเหลือ มีความสามัคคีของสมาชิกในกลุ่ม เกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือ การฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานที่ทุกคนควรพึงปฏิบัติ3 หลักการ ดังนี้1. ความพอประมาณ คือ ความพอดีที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยยึดหลักทางสายกลางไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นในการดำเนินโครงงานในครั้งนี้ โดยใช้วัสดุ(ต้นกล้วย) ที่มีอยู่อย่างพอประมาณ และใช้ระยะเวลา ในการฝึกปฏิบัติอย่างเหมาะสมไม่ส่งผลกระทบต่อเวลาเรียน โดยใช้เวลาในชั่วโมงลดเวลาเรียนในการฝึกกิจกรรม2. ความมีเหตุผล คือ การตัดสินใจดำเนินการอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ โดยนำความรู้ที่ได้รับจากการทำโครงงานมาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และเห็นถึงแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทำงาน สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์จากโครงงานได้และมีเจตคติที่ดีต่อ การทำงาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุขคือ การเตรียมตัวพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือได้อย่างทันท่วงที เป็นไปตามพุทธเศรษฐศาสตร์ที่มีความไม่ประมาทต้องเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยโครงงานนี้มีการทำงานอย่าง
31เป็นขั้นตอนตามกระบวนการทำงานด้วยความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือตรงกับลักษณะงาน 2. หลักการทรงงานของในหลวง (ศาสตร์พระราชา) ดังนี้1. จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ 2. ทำตามลำดับขั้น3. ไม่ติดตำรา4. รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด5. การพึ่งพาตนเอง6. พออยู่พอกิน7. เศรษฐกิจพอเพียง8. ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน9. ทำงานอย่างมีความสุข10. การมีส่วนร่วม11. รู้ รัก สามัคคี 3. พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม 3. มีงานทำ - มีอาชีพ 4. เป็นพลเมืองที่ดี4. หลักธรรมที่นำมาใช้ โครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์ได้นำหลักธรรมมาใช้ในการทำโครงงาน ดังนี้1. สังคหวัตถุ 4 เป็นหลักธรรมที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจบุคคลให้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข โดยใช้หลักทาน คือการให้ การสงเคราะห์และช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการให้สิ่งของที่ตนมีให้แก่ผู้ที่ขาดแคลนหรือ ผู้ที่เดือดร้อน เช่น นักเรียนถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากการทำกระถางใยกล้วยให้กับพี่ ๆ น้อง ๆ ในโรงเรียนที่สนใจ เพื่อที่จะได้นำไปต่อยอดสร้างเป็นรายได้ในอนาคต รวมทั้งเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ปกครองและชุมชนในช่วงที่มีกิจกรรมภายในชุมชน2. อิทธิบาท 4 เป็นแนวทางการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วยแนวปฏิบัติ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้2.1 ฉันทะ คือ การมีใจรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งเกิดจากความเชื่อมั่นจึงจะเกิดผลจริงตามที่มุ่งหวัง เช่น การมีใจรักในการทำโครงงานจึงส่งผลให้การทำโครงงานในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ2.2 วิริยะ คือ ความมุ่งมั่นทุ่มเททั้งกายและใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งนั้น ๆ เช่น นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการฝึกปฏิบัติโครงงานในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จ2.3 จิตตะ คือ ใจที่จดจ่อและรับผิดชอบก่อให้เกิดความรอบคอบ เช่น นักเรียนแต่ละคนมีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมาย
322.4 วิมังสา คือ การทบทวนในสิ่งที่ได้มาอันเกิดจากการมีใจรัก (ฉันทะ) แล้วทำด้วยความมุ่งมั่น (วิริยะ) อย่างใจจดใจจ่ออย่างรับผิดชอบ (จิตตะ) นักเรียนได้น้อมนำหลักการทรงงานขอพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินโครงงานด้วยความมุ่งมั่น รักที่จะทำ พยายามและตั้งใจทำให้สำเร็จ ด้วยการวางแผนร่วมมือกันอย่างรอบคอบ และร่วมกันดำเนินโครงงานด้วยความรัก สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้โครงงานนี้ประสบความสำเร็จการมีส่วนร่วมของบุคคลต่าง ๆ และความสัมพันธ์กับชุมชน (บ-ว-ร) เมื่อนักเรียนได้รับความรู้และการเรียนรู้ในการทำโครงงานเส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์และทดลองทำจนประสบความสำเร็จ นักเรียนได้นำความรู้ที่ได้รับ ไปเผยแพร่ต่อภายในชุมชน และนำผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายให้แก่ผู้ปกครองและชุมชน รวมถึงนำดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ที่ได้ร่วมถวายให้แก่พระภิกษุสงฆ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการใส่แจกันบูชาพระในวันสำคัญต่างๆผลสำเร็จของโครงงานทางคณะผู้จัดทำได้สร้างชิ้นงานขึ้นมาทั้งสิ้น 6 ประเภท และชิ้นงานที่ได้สามารถนำไปใช้งานจริงหรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆได้ อีกทั้งยังเป็นที่สนของผู้ที่พบเห็น และมีการสั่งซื้อทำให้คณะผู้จัดทำได้มีการผลิตชิ้นงาน และจัดจำหน่าย เกิดเป็นรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งสามารถสรุปเงินทุนหมุนเวียนในโครงงานได้ดังนี้1. ต้นทุนในการดำเนินงานลำดับที่ รายการวัสดุ และอุปกรณ์ ราคาต่อหน่วยจำนวน(บาท)รวม(บาท)1.2.3.4.5.6.7.8.9.10.11.12.13.14.15.ลวดกำมะหยี่ พวงกุญแจกิ๊บปากเป็ดโครงที่คาดผมไฟแช็คลูกปัดกระดิ่งลูกตาปลอมเทปพันก้านไม้เสียบลูกชิ้นแท่งกาวปอมปอมคละสีกระดาษห่อช่อดอกไม้กรอบรูปขนาด A4กรอบรูปขนาด 8 นิ้ว18 มัด3 แพ็ค2 แพ็ค1 โหล2 อัน2 ถุง2 แพ็ค1 แพ็ค2 ม้วน1 แพ็ค5 แพ็ค1 แพ็ค2 แพ็ค2 กรอบ2 กรอบ2535384010202045203620481008877450105764020404045403610048200176154รวมทั้งสิ้น 1,570
332. ชิ้นงานและการกำหนดราคาจำหน่ายเมื่อคณะผู้จัดทำผลิตชิ้นงานแล้วเรียบร้อยแล้วจะมีการกำหนดราคาขาย ดังนี้ลำดับที่ ชิ้นงาน ต้นทุน (บาท) ราคาขาย (บาท)1. ดอกไม้ลวดกำมะหยี่ 10 - 15 20 - 252. พวงกุญแจลวดกำมะหยี่ 8 - 10 15 - 203. ที่คาดผม 60 - 70 100 - 1204. กิ๊ฟติดผมลวดกำมะหยี่ 10 15 - 205. กรอบรูปลวดกำมะหยี่ 120 150 - 200***หมายเหตุ***ช่อดอกไม้ลวดกำมะหยี่ ราคาต้นทุนขึ้นอยู่กับจำนวนดอกไม้ที่ใช้ราคาจึงไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อ 3. ผลกำไรกำไรจากการจำหน่ายชิ้นงาน สามารถคำนวณได้จาก การขาย – ต้นทุน ซึ่งแสดงวิธีคิดได้ดังนี้คือรายได้จากการจำหน่ายชิ้นงาน = 3,972ต้นทุน + ค่าแรงงาน = 2,570= 3,927 – 2,570กำไร = 1,402ฉะนั้นผลกำไรในการจำหน่ายชิ้นงาน คือ 1,402 บาท กลุ่มลูกค้ากลุ่มลูกค้าได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะครูและผู้สนใจ ซึ่งมีการวางจำหน่ายที่โรงเรียนพระยาตากโดนตรง และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้เพิ่มเติมผ่านทางเฟสบุ๊คโรงเรียนพระยาตาก เว็บไซต์โรงเรียนพระยาตาก ไลน์โรงเรียนพระยาตาก ปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาปัญหาที่พบ 1. เนื่องจากลวดกำมะหยี่เป็นวัสดุที่ความแข็งแรงไม่มาก เหมาะกับงานประดิษฐ์ขนาดเล็ก หากดัดบ่อยหรือรับน้ำหนักมาก อาจเสียรูปทรงได้ง่าย ไม่ทนต่อแรงดึงหรือแรงกด เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน หรือถูกดึงแรงๆ ลวดอาจหักงอหรือบิดเบี้ยว นักเรียนบางคนดัดลวดได้ยากในช่วงแรก2. ลวดกำมะหยี่ไม่เหมาะกับงานกลางแจ้ง และงานที่ต้องการความคงทนถาวร ไม่ทนต่อความชื้นและ น้ำ หากโดนน้ำบ่อยๆ อาจทำให้เส้นใยกำมะหยี่หลุดหรือชิ้นงานเสียหาย
343. ต้องใช้กาวหรืออุปกรณ์เสริมในการยึดติดการประกอบชิ้นงานบางประเภทจำเป็นต้องใช้กาวร้อนหรืออุปกรณ์เสริม ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและมีผู้ดูแลแนวทางการแก้ไขปัญหา 1. ก่อนการทำชิ้นงานแต่ละครั้งจะมีการออกแบบชิ้นงานโดยการร่างเป็นภาพ จากนั้นกำหนดจำนวน สีที่ใช้ให้ชัดเจน โดยเริ่มแรกจะเริ่มทำจากชิ้นงานเล็กๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ใช้ลวดที่มีคุณภาพและเลือกขนาดที่เหมาะสมกับงาน ศึกษาเทคนิคเพิ่มเติมและฝึกฝนให้ชำนาญก่อนจะเริ่มชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ และลพเอียดมากขึ้น2. การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ปืนกาวจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ในการติดชิ้นงานจะใช้กาวในปริมาณ ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กาวติดชิ้นงานมากเกินความจำเป็น หากต้องการติดชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กจะใช้อุปกรณ์เสริมเช่น ครีม หรือแหนบสำหรับช่วยในการหยิบชิ้นส่วนเพื่อป้องกันอันตรายการวางแผนการดำเนินงานทางคณะผู้จัดทำได้วางแผนการดำเนินงานตามความเหมาะสม และวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ และมีคุณภาพสูงสุดโดยมีขั้นตอนการวางแผน ดังนี้1. หาปัญหาที่เกิดขึ้น และหาวิธีการแก้ไขปัญหา2. หาข้อมูล และสิ่งที่ใช้อ้างอิงในการทำโครงงาน 3. จัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ และลงมือปฏิบัติงาน4. ทดสอบคุณภาพ วัน และเวลาในการใช้งานผลิตภัณฑ์5. สรุปโครงงาน และนำไปเผยแพร่หาข้อมูลที่ใช้ประกอบการทำโครงงานทางคณะผู้จัดทำได้หาข้อมูลเกี่ยวกับข้อดี และข้อจำกัดของลวดกำมะหยี่เพื่อใช้อ้างอิงในการจัดทำโครงงานข้อมูลต่างๆ ที่ทางคณะผู้จัดทำได้หามานั้นได้สืบค้นข้อมูลในหนังสือ วารสารต่างๆ จากห้องสมุดโรงเรียน และเว็บไซต์ที่หลากหลายเพื่อหาข้อมูลและแนวทางที่ดีที่สุด ดังนี้ข้อดีของการนำลวดกำมะหยี่มาทำงานประดิษฐ์1. ดัดง่าย ใช้งานสะดวกลวดกำมะหยี่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดเป็นรูปทรงต่างๆ ได้ง่าย เหมาะสำหรับนักเรียน โดยไม่ต้องใช้แรงมาก2. ปลอดภัยสำหรับเด็กลวดกำมะหยี่มีผิวสัมผัสนุ่ม ไม่คม ไม่บาดมือ ลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายขณะทำงานประดิษฐ์3. สีสันสดใส สวยงามลวดกำมะหยี่มีให้เลือกหลายสี ช่วยกระตุ้นความสนใจและจินตนาการ ทำให้งานประดิษฐ์ดูน่ารักและน่าสนใจ4. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผู้เรียนสามารถออกแบบและสร้างผลงานได้อย่างอิสระ ฝึกการคิดนอกกรอบ และการสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตนเอง5. พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กการดัด ม้วน และประกอบลวดกำมะหยี่ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ
356. ช่วยฝึกสมาธิและความอดทนงานประดิษฐ์จากลวดกำมะหยี่ต้องใช้ความตั้งใจและความประณีต ช่วยฝึกสมาธิและความอดทนในการทำงาน7. สามารถประยุกต์เป็นชิ้นงานได้หลากหลายลวดกำมะหยี่สามารถนำไปทำเป็นดอกไม้ เครื่องประดับ ของใช้ หรือของตกแต่งได้หลายรูปแบบ8. ใช้วัสดุราคาไม่แพง หาซื้อง่ายลวดกำมะหยี่มีราคาประหยัด สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านเครื่องเขียนหรือร้านอุปกรณ์งานประดิษฐ์9. สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงผลงานที่ได้สามารถนำไปใช้จริง เช่น พวงกุญแจ กิ๊ฟติดผม หรือมอบเป็นของขวัญ สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ทำเหมาะสำหรับโครงงานอาชีพ ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานด้านอาชีพ และสามารถนำไปต่อยอดเป็นแนวคิดในการสร้างรายได้ในอนาคตข้อจำกัดของลวดกำมะหยี่1. ความแข็งแรงไม่มากลวดกำมะหยี่เหมาะกับงานประดิษฐ์ขนาดเล็ก หากดัดบ่อยหรือรับน้ำหนักมาก อาจเสียรูปทรงได้ง่าย2. ไม่ทนต่อแรงดึงหรือแรงกดเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน หรือถูกดึงแรงๆ ลวดอาจหักงอหรือบิดเบี้ยว3. ไม่เหมาะกับงานกลางแจ้งลวดกำมะหยี่ไม่ทนต่อความชื้นและน้ำ หากโดนน้ำบ่อยๆ อาจทำให้เส้นใยกำมะหยี่หลุดหรือชิ้นงานเสียหาย4. อาจหลุดลุ่ยเมื่อใช้งานนานผิวกำมะหยี่อาจหลุดลุ่ยหรือสึกหรอ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย5. ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมากเนื่องจากลวดมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องการลวดลายเล็กและซับซ้อนมาก6. ต้องใช้กาวหรืออุปกรณ์เสริมในการยึดติดการประกอบชิ้นงานบางประเภทจำเป็นต้องใช้กาวร้อนหรืออุปกรณ์เสริม ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและมีผู้ดูแล7. สีอาจซีดจางเมื่อโดนแดดเป็นเวลานานหากนำชิ้นงานไปวางในที่ที่มีแสงแดดจัด สีของลวดกำมะหยี่อาจซีดลง8. ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทนถาวรลวดกำมะหยี่เหมาะสำหรับงานศิลปะ งานประดิษฐ์ หรือการเรียนรู้มากกว่างานที่ต้องใช้งานหนักหรือถาวรลงมือและปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ทางคณะผู้จัดทำได้ทำตามแบบแผนงานที่วางไว้อย่างเป็นขั้นตอน โดยการทำงานนั้นมีข้อผิดพลาดในบางประการ ซึ่งทางคณะผู้จัดทำสามารถหาวิธีการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ จนได้ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่ ที่มีคุณภาพ และสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีตามที่คาดหวังไว้
36สรุปผลการดำเนินงานทางคณะผู้จัดทำได้นำชิ้นงานที่ได้ออกวางจำหน่ายภายในโรงเรียน เพื่อสำรวจความเป็นที่นิยมของสินค้า และความพึงพอใจในรูปลักษณ์ของสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งมีผลปรากฏว่า นักเรียนมีความต้องการสินค้าเป็นจำนวนมาก ชิ้นงานที่ทำสามารถจำหน่าย และใช้งานได้จริง และนอกจากนี้ยังมีการสำรวจความต้องการผ่านเฟสบุ๊คของโรงเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งมีผลตอบรับที่น่าพึงพอใจ ผู้ที่สนใจในสินค้าและสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เกิดเป็นรายได้และเงินทุนหมุนเวียนในการทำกิจกรรมต่อไป
37บทที่ 5สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะสรุปผลการทำโครงงาน “เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์” ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะงานประดิษฐ์จากลวดกำมะหยี่ สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานทั้ง 6 ชิ้นได้สำเร็จ สมารถจัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพ นักเรียนเกิดทักษะในการออกแบบ การทำงานประณีต เกิดความคิดสร้างสรรค์มีความกล้าแสดงออกและความมั่นใจในผลงาน ชิ้นงานที่ได้สามารถนำไปใช้งานจริงหรือมอบเป็นของขวัญ และเกิดการเรียนรู้การสร้างงานศิลปะจากวัสดุใกล้ตัว ฝึกทักษะกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน รวมถึงส่งเสริมความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองข้อดี 1. สร้างชิ้นงานได้หลากหลายรูปแบบ2. ประหยัดต้นทุน3. สามารถนำไปจำหน่ายได้จริง4. นักเรียนสามารถทำเองได้ และคิดประดิษฐ์ผลงานเองได้อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่มีขีดจำกัด5. ผลิตได้ง่าย มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากข้อจำกัด1. การใช้อุปกรณ์เสริมบางชนิดต้องใช้ความระมัดระวัง เช่น ปืนกาว กรรไกร เป็นต้น2. ลวดกำมะหยี่เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงไม่มากนักในการทำงานต้องมีการออบแบบ และวางแผนอย่างชัดเจน เป็นขั้นตอน เพราะถ้าเกิดความผิดผลาดจะทำให้ลวดกำมะหยี่เกิดความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้อีกอภิปราย1. เกิดผลิตภัณฑ์ จากโครงงาน “เส้นลวดสร้างสรรค์ ปั้นฝันเป็นงานศิลป์” ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะงานประดิษฐ์จากลวดกำมะหยี่ สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานทั้ง 6 ชิ้นได้สำเร็จ ได้แก่ ดอกไม้ ช่อดอกไม้ พวงกุญแจ ที่คาดผม กิ๊บติดผม และกรอบรูป2. การทำชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่สามารถสร้างรายได้ และต่อยอดสร้างเป็นอาชีพให้กับนักเรียนที่มีความสนใจในเรื่องของการสร้างสรรค์งานศิลปะจากลวดกำมะหยี่ได้3. นอกจากได้ชิ้นงานดังกล่าวข้างต้นแล้ว นักเรียนยังสามรถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้อีกด้วย4. เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์โดยไม่มีขีดจำกัด และนำสิ่งต่างๆมาต่อยอด และ ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า5. ส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ และลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เกิดการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน1. นักเรียนสามารถประดิษฐ์งานศิลป์จากลวดกำมะหยี่ได้หลากหลาย และจัดจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพ2. นักเรียนมีทักษะการทำงานประณีตและคิดสร้างสรรค์3. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกและความมั่นใจในผลงาน
384. ได้ชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้งานจริงหรือมอบเป็นของขวัญ5. ได้เรียนรู้การสร้างงานศิลปะจากวัสดุใกล้ตัว ฝึกทักษะกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอน รวมถึงส่งเสริมความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองปัญหาและข้อเสนอแนะ1. เนื่องจากลวดกำมะหยี่เป็นวัสดุที่ความแข็งแรงไม่มาก เหมาะกับงานประดิษฐ์ขนาดเล็ก หากดัดบ่อยหรือรับน้ำหนักมาก อาจเสียรูปทรงได้ง่าย ไม่ทนต่อแรงดึงหรือแรงกด เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน หรือถูกดึงแรงๆ ลวดอาจหักงอหรือบิดเบี้ยว นักเรียนบางคนดัดลวดได้ยากในช่วงแรก ต้องใช้ความพยายามและฝึกฝนเพื่อให้ทำชิ้นงานได้สวยงาม ประณีต และควรจัดเตรียมลวดกำมะหยี่หลายสีเพื่อเพิ่มความหลากหลาย2. ก่อนการทำชิ้นงานแต่ละครั้งจะมีการออกแบบชิ้นงานโดยการร่างเป็นภาพ จากนั้นกำหนดจำน วน สีที่ใช้ให้ชัดเจน และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนการทำงาน 3. ผลงานสร้างสรรค์จากลวดกำมะหยี่ สามารถต่อยอดเป็นงานอดิเรกหรือธุรกิจขนาดเล็กได้ หากมีการพัฒนาเพิ่มเติม เช่น การสร้างสินค้าแบบ DIY เพื่อจำหน่าย อาจเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการสร้างรายได้ ในอนาคต4. จดบันทึกรายรับ รายจ่ายให้ชัดเจน ก่อนกำหนดราคาขายของชิ้นงานแต่ละชิ้นต้องคำนวณต้นทุนอย่างชัดเจน5. สำรวจราคาของวัสดุที่ใช้จากหลายๆแหล่งที่มาเพื่อให้ได้วัสดุที่มีราคาไม่สูง มีคุณภาพมาใช้ในการทำชิ้นงาน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนจะช่วยให้ได้กำไรมากขึ้น ซึ่งการทำโครงงานครั้งนี้ผู้จัดทำได้สั่งซื้อวัสดุต่างๆทางออนไลน์ เพราะมีราคาถูกกว่าร้านค้าทั่วไป
39บรรณานุกรมวีรวุธ มาฆะศิรานนท์. (2542) “โครงการวิชาชีพ” หน้า 26 – 27 (วันที่สืบค้น : 6 พฤศจิกายน 2568). . ประวัติความเป็นมาของลวดกำมะหยี่ [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก :https://thaismegp.sme.go.th/product/615c72255407541666d0d52e(วันที่สืบค้น : 6 พฤศจิกายน 2568)._____. การพัฒนาลวดกำมะหยี่สำหรับงานตกแต่ง [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก :https://www.youngciety.com/article/crafts/pipe-cleaner-flowers.html(วันที่สืบค้น : 10 พฤศจิกายน 2568)._____. วัตกรรมวัสดุและการออกแบบผลิตภัณฑ์ [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก :https://www.oass.sskru.ac.th/std.sskru/cu64/65109.pdf(วันที่สืบค้น : 13 พฤศจิกายน 2568)._____. เรื่องนวัตกรรมลวดกำมะหยี่และการใช้งานในอุตสาหกรรม [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : https://sinocomfort.com/th/blog/what-is-velvet-made-of/(วันที่สืบค้น : 13 พฤศจิกายน 2568)._____. ลวดกำมะหยี่สำหรับงานตกแต่ง [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จาก :https://moveeef.ku.ac.th/online/index/detail/113 (วันที่สืบค้น : 19 พฤศจิกายน 2568).
40ภาคผนวก
41ภาคผนวก กภาพวัสดุ และอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่
42วัสดุ และอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่รูปภาพที่ 1 ลวดกำมะหยี่ รูปภาพที่ 2 พวงกุญแจรูปภาพที่ 3 กิ๊บปากเป็ด รูปภาพที่ 3 โครงที่คาดผมรูปภาพที่ 4 ไม้เสียบลูกชิ้น รูปภาพที่ 6 กรรไกร
43วัสดุ และอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่รูปภาพที่ 7 ครีมตัดลวด รูปภาพที่ 8 ปืนกาว และแท่งกาวรูปภาพที่ 10 วงเวียน รูปภาพที่ 11 ไฟแช็ครูปภาพที่ 12 ลูกปัด และกระดิ่ง รูปภาพที่ 13 ลูกตาปลอม
44วัสดุ และอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่รูปภาพที่ 14 เทปพันก้าน รูปภาพที่ 15 กรอบรูปรูปภาพที่ 16 ปอมปอมคละสี รูปภาพที่ 17 กระดาษห่อช่อดอกไม้รูปภาพที่ 18 ถุงแก้ว รูปภาพที่ 19 ป้ายกระดาษ
45ภาคผนวก ขQR Code. วีดีโอการประดิษฐ์ชิ้นงานจากลวดกำมะหยี่