The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 แบบจำลองอะตอม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattidapang2540, 2021-08-30 10:48:30

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 แบบจำลองอะตอม

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 4

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัส ว31221 รายวิชา เคมี 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
เวลา 28 ช่วั โมง
ช่อื หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ เวลา 5 ชั่วโมง

เรอ่ื งยอ่ ยที่ 1 เรอ่ื ง แบบจำลองอะตอม

ผสู้ อน นางสาวณฐั ธดิ า ดวงสมร

1. มาตรฐานการเรียนรู้และทกั ษะกระบวนการ
มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมีและ

สมบัตขิ องสาร แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรยี แ์ ละพอลิเมอร์ รวมทง้ั การ
นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้

1. สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือ ผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจำลองอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์ และอธิบายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

สสารประกอบด้วยหน่วยที่เล็กที่สุด เรียกว่า อะตอม ซึง่ นักวทิ ยาศาสตร์หลายคนได้เสนอแบบจำลอง
อะตอมตามการทดลองที่ค้นพบ ดังนั้น แบบจำลองอะตอมจึงมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จาก
การศึกษาแบบจำลองอะตอมทำให้ทราบว่า อะตอมประกอบด้วยอนุภาคมูลฐานคือ โปรตอน นิวตรอน และ
อิเล็กตรอน ซึ่งการจัดเรียงอิเล็กตรอนของอะตอมในระดับพลังงานนอกสุดจะสัมพันธ์กับสมบัติของธาตุและ
การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี และสญั ลักษณ์นวิ เคลยี รจ์ ะแสดงเลขอะตอมและเลขมวลของธาตตุ ่างๆ
4. จดุ ประสงค์

4.1 อธิบายแบบจำลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอรฟ์ อร์ด โบร์ และแบบกลมุ่ หมอกได้ (K)
4.2 สืบค้นข้อมูลและอธิบายความหมายของแบบจำลองอะตอมพร้อมทั้งบอกสาเหตุที่ทำให้
แบบจำลองอะตอมมกี ารเปลีย่ นแปลง (K)
5. สาระการเรยี นรู้
แบบจำลองอะตอมของดอลตัน อะตอมไม่สามารถแบ่งแยกได้หรือทำให้สูญหายได้ อะตอมของธาตุ
ชนิดเดียวกันจะมีสมบัติเหมือนกัน สารประกอบเกิดอะตอมของธาตุมากกว่า 1 ชนิดทำปฏิกิริยากันใน

อัตราส่วนทเ่ี ป็นเลขลงตวั น้อยๆ ดอลตัน เสนอมโนภาพของแบบจำลองอะตอมว่า “อะตอมมีลกั ษณะกลมตันมี
ขนาดเลก็ มาก และไม่สามารถแบ่งแยกได้อกี ”

อา้ งองิ : http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm
แบบจำลองอะตอมของทอมสัน คน้ พบอเิ ลก็ ตรอนโดยใช้หลอดรังสแี คโทดทำการดดั แปลงหลอดรังสี
แคโทด โดยทำการเจาะรูทีต่ รงกลางขั้วแอโนดแล้วนำฉากเรอื งแสงไปวางไวข้ ้างหลังขั้วแอโนด ทอมสัน เสนอ
มโนภาพของแบบจำลองอะตอมว่า“อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลมซ่งึ ประกอบดว้ ยอนภุ าคท่ีมีประจุไฟฟ้าบวก
(โปรตอน) และอนภุ าคท่มี ปี ระจุไฟฟ้าลบ (อิเล็กตรอน) กระจายอยู่ทั่วไปอะตอมในสภาพท่ีเปน็ กลางทางไฟฟ้า
จะมปี ระจบุ วกเทา่ กับประจุลบ”

อ้างองิ : http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm
แบบจำลองอะตอมของรัทเทอรฟ์ อรด์ ทดลองยงิ อนุภาคแอลฟาไปยังแผน่ ทองคำ พบนิวเคลียส

อา้ งอิง : https://www.youtube.com/watch?v=R8tM_vTfnFk

การที่รังสีส่วนใหญ่ผ่านทองคำไปได้ แสดงว่าในอะตอมต้องมีพื้นที่ว่างอยู่เป็นบริเวณกว้าง รังสี
เบย่ี งเบนหรอื สะท้อนกลบั มาบรเิ วณหน้าของฉากเรอื งแสง แสดงว่าในอะตอมมีกล่มุ อนุภาคทมี่ ขี นาดเลก็ มาก มี
มวลสูงกว่ารังสีแอลฟา และมีประจุบวก “อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีขนาดเล็กมากอยู่ภายใน และมี
ประจไุ ฟฟ้าเป็นบวก โดยมอี ิเลก็ ตรอนเคลอ่ื นทอี่ ยู่รอบๆ”

อ้างอิง : http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm
แบบจำลองอะตอมของนีล โบร์ ศึกษาสเปกตรัมของธาตุ สเปกตรัม (spectrum) คือ ผลที่ได้รับจาก
พลังงานคล่นื แม่เหล็กไฟฟา้ ท่ีมีความยาวคลนื่ และความถี่ต่างๆ เป็นอนุกรมของแถบสหี รือเสน้ ท่ีไดจ้ ากการผ่าน
พลังงานรังสีเขา้ ไปใน สเปกโตรสโคป ซึ่งทำให้พลังงานรังสีแยกออกเปน็ แถบ หรือเป็นเสน้ ท่ีมีความยาวคล่นื
ตา่ งๆ อเิ ลก็ ตรอนจะเคล่ือนทีร่ อบนวิ เคลียสเปน็ วงคล้ายกับวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ย์ แตล่ ะวงจะ
มีระดับพลังงานเฉพาะตัว ระดับพลังงานของอิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุดมีพลังงานต่ำที่สุดเรียก
ระดับ K และระดับพลังงานทีอ่ ยูถ่ ดั ออกมาเรยี กเป็น L M N ตามลำดับ

อ้างองิ : http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm
แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก นกั วิทยาศาสตร์พบว่า พบอิเล็กตรอนรอบนวิ เคลยี สบางบริเวณ
เทา่ นน้ั ทำให้สร้างมโนภาพได้ว่าอะตอมประกอบด้วย กล่มุ หมอกอิเล็กตรอน

อ้างอิง : http://www.nakhamwit.ac.th/pingpong_web/AtomStruct.htm
6. ทกั ษะ/กระบวนการ

6.1 จำลองลักษณะของแบบจำลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และแบบกลุ

มหมอกได (P)

7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร  ความสามารถในการคิด

 ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  อยู่อย่างพอเพียง  ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ

 ม่งุ มน่ั ในการทำงาน  มีวินัย  รกั ความเปน็ ไทย

 ใฝเ่ รียนรู้  มีจติ สาธารณะ

9. หลกั ฐานการเรยี นรู้

9.1 ช้ินงาน/ภาระงาน

- การจำลองแบบจำลองอะตอม

- เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง แบบจำลองอะตอม

10. กระบวนการจัดการเรียนรู้ : วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)

ชั่วโมงที่ 1

ข้นั ท่ี 1 ขั้นสรา้ งความสนใจ

1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างกระบวนการและทักษะที่ใช้ในการทดลองหรือการทำโครงงาน

วิทยาศาสตร์ (แนวคำตอบ กระบวนที่ใช้ในการทดลองหรอื การทำโครงงานวิทยาศาสตร์เช่น การวางแผนการ

ทดลอง การศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู การดำเนินงาน การวเิ คราะห์ข้อมูล การนำเสนอขอ้ มูล ส่วนทกั ษะทใี่ ชใ้ น

การทดลองหรือการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทำการทดลอง การจัด

กระทำขอ้ มลู การตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ )

2. ครูโยงเข้าสู่บทเรียนโดยอธบิ ายให้นักเรียนทราบวา่ การทำงานของนักวิทยาศาสตร์ เช่น

การศึกษาโครงสร้างอะตอม ต้องใช้กระบวนการหรอื ทักษะตา่ ง ๆ เชน่ เดียวกับท่ีกล่าวมา

3. ครูใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรยี น ครู : นักเรียนคดิ ว่าอนภุ าคทีเ่ ล็กทีส่ ุดของสารคืออะไร ?
(แนวคำตอบ : อะตอมครบั /ค่ะ)

4. ครใู ห้ความร้เู กี่ยวกบั แนวคดิ ของดโิ มคริตุสทวี่ ่า ถา้ แบ่งสงิ่ ต่าง ๆ ให้มขี นาดเล็กลงเรือ่ ย จะ
ได้หน่วยย่อยท่ไี ม่สามารถแบ่งให้เลก็ ลงได้อกี หนว่ ยยอ่ ยน้ีเรยี กว่า อะตอม

5. จากนัน้ อภิปรายร่วมกันถงึ วธิ ีการทน่ี กั วิทยาศาสตร์ใช้ศกึ ษาเก่ียวกบั โครงสร้างอะตอมซึ่งมี
ขนาดเลก็ มากและมองไม่เห็นดว้ ยตาเปลา่

6. ครใู หน้ กั เรยี นดูวดิ โี อสารคดีสน้ั Twig เร่ืองอะตอมคืออะไร และวดิ ีโออะตอมนัน้ มขี นาดจิ๋ว
แคไ่ หน- Jonathan Bergmann

วิดีโอสารคดีสั้น Twig เร่อื งอะตอมคอื อะไร

ท่มี า : https://www.twig-aksorn.com/film/what-is-an-atom-8157/
วิดีโออะตอมน้ันมีขนาดจิ๋วแค่ไหน- Jonathan Bergmann

ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=TpEI_0oODF4&t=11s
ครู : จากวดิ โี อท่ีนกั เรยี นไดด้ ไู ป สรุปไดอ้ ย่างไรจากวดิ โี อ
แนวคำตอบ : อะตอมมีขนาดที่เล็กมากๆ และในอะตอมประกอบดว้ ยนิวเคลียสอยู่ตรงกลาง
โดยในนิวเคลียสประกอบด้วยโปรตอนที่มีประจุบวก นิวตรอนที่ไม่มีประจุ และมีอิเล็กตรอนที่มีประจุลบ

เคล่ือนท่ีอยู่รอบ ๆ นิวเคลียสทั่วทัง้ อะตอม ซ่ึงโปรตอนและอิเล็กตรอนมีจำนวนเท่ากันแสดงว่าอะตอมมีความ
เป็นกลาง

ช่วั โมงที่ 2
ข้ันที่ 2 ขัน้ สำรวจและค้นหา

7. ครูใหน้ ักเรยี นสบื ค้นขอ้ มูลเก่ียวกบั แบบจำลองอะตอมพ ทัง้ 5 แบบ โดยแบบจำลองมดี ังนี้
แบบจำลองอะตอมของดอลตัน
แบบจำลองอะตอมของทอมสัน
แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด
แบบจำลองอะตอมของโบร์
แบบจำลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก
(ให้บนั ทกึ ข้อมูลลงในกระดาษเอส่ี โดยอาจสบื ค้นจากหนงั สอื เรียนหรอื อนิ เตอรเ์ นต็ )
8. เม่อื นกั เรยี นทำเสรจ็ ครูจะส่มุ นักเรียน 5 คน โดยให้แต่ละคนอธบิ ายลกั ษณะของ
แบบจำลองอะตอมตามขอ้ มลู ทน่ี กั เรยี นได้สบื คน้
ชัว่ โมงท่ี 3-4
ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป
9. ครูอธิบายวิวัฒนาการแบบจำลองอะตอม และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของ
แบบจำลองอะตอมแบบต่างๆ ใครเป็นผู้คน้ พบ ใครเป็นผรู้ เิ ร่ิม และอธิบายถงึ การทดลองท่ีทำให้ค้นพบอนุภาค
ต่างๆ ในอะตอม โดยสอนด้วยส่ือ PowerPoint เรื่องแบบจำลองอะตอม โดยให้นักเรียนดูหนังสือเรยี นควบคู่
ไปด้วย
10. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปแบบจำลองอะตอมท้ัง 5 แบบ เพอื่ ให้ได้ข้อสรุปท่ถี กู ต้อง
ข้นั ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้
11. ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายสรุปความหมายของแบบจำลองอะตอมพร้อมทั้งบอก
สาเหตทุ ่ที ำใหแ้ บบจำลองอะตอมมีการเปลย่ี นแปลง
ชว่ั โมงท่ี 5
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ ผล
12. ให้นักเรียนทำโจทย์ในเอกสารประกอบการเรยี นเรือ่ ง แบบจำลองอะตอม
13. ครสู ่งั ชิน้ งานใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ แลว้ สรา้ งแบบจำลองอะตอมทั้ง 5 แบบ ในรูปแบบของ
ตนเอง
10. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
10.1 เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื ง หน่วยวดั , วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
10.2 ส่อื การสอน Powerpoint
10.3 วดี ีโอสารคดีส้นั Twig เร่อื งอะตอมคืออะไร และวิดีโออะตอมนัน้ มีขนาดจ๋ิวแคไ่ หน- Jonathan
Bergmann

10.4 หนงั สือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมีเล่ม 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

(ฉบับปรงั ปรุง พ.ศ.2560)

11. การวัดและประเมนิ ผล

เป้าหมาย วิธวี ัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน

ดา้ นความรู้

อธิบายแบบจำลองอะตอม ตรวจเอกสารประกอบการ เอกสารประกอบการเรียน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60

ข อ ง ด อ ล ต ั น ท อ ม สั น เรียน

รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์ และ

แบบกลุม่ หมอกได้ (K)

สืบค้นข้อมูลและอธิบาย สงั เกตการอภิปรายในช้นั แบบประเมินการอภปิ ราย ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60

ความหมายของแบบจำลอง เรียน

อะตอมพร้อมทั้งบอกสาเหตุ

ที่ทำให้แบบจำลองอะตอมมี

การเปลยี่ นแปลง (K)

ด้านทักษะ/กระบวนการ

จ ำ ล อ ง ล ั ก ษ ณ ะ ข อ ง ตรวจช้นิ งาน แบบประเมนิ ชิ้นงาน ผา่ นเกณฑ์ประเมนิ 60%

แบบจำลองอะตอมของดอล

ตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด

โบร์ และแบบกลุมหมอกได

(P)

ด้านคณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้ 1. ประเมินจากการสังเกต 1. แบบประเมนิ พฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขนึ้ ไป

พฤตกิ รรมในช้ันเรยี น ในชั้นเรียน (ผา่ นเกณฑ์)

มงุ่ ม่นั ในการทำงาน 1. ประเมินจากการสงั เกต 1. แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป

พฤตกิ รรมในชั้นเรยี น ในชั้นเรียน (ผา่ นเกณฑ์)

มีวินัย 1. ประเมินจากการสังเกต 1. แบบประเมินพฤติกรรม ระดบั คุณภาพพอใช้ข้ึนไป

พฤตกิ รรมในช้ันเรยี น ในชั้นเรียน (ผ่านเกณฑ์)

ด้านสมรรถนะสำคญั ของ

ผู้เรยี น

เป้าหมาย วธิ ีวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
ความสามารถในการสือ่ สาร 1. ประเมินจากแบบ
ประเมนิ สมรรถนะ ด้าน 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการ
สอ่ื สาร สำคญั ของผเู้ รยี น (ผา่ นเกณฑ์)
ความสามารถในการใช้ 1. ประเมินจากแบบ
ทกั ษะชวี ิต ประเมนิ สมรรถนะ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพพอใช้ข้นึ ไป
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการ 1. ประเมินจากแบบ สำคัญของผู้เรยี น (ผ่านเกณฑ์)
แก้ปญั หา ประเมนิ สมรรถนะ
ความสามารถในการใช้ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป
ความสามารถในการใช้ ทักษะชวี ิต
เทคโนโลยี 1. ประเมินจากแบบ สำคญั ของผเู้ รยี น (ผ่านเกณฑ์)
ประเมินสมรรถนะ
ความสามารถในการ 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คุณภาพพอใช้ขน้ึ ไป
แก้ปัญหา
1. ประเมินจากแบบ สำคัญของผเู้ รยี น (ผา่ นเกณฑ์)
ประเมินสมรรถนะ
ความสามารถในการใช้ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคณุ ภาพพอใชข้ นึ้ ไป
เทคโนโลยี
สำคญั ของผู้เรยี น (ผา่ นเกณฑ์)

บันทึกหลังสอน

1. ผลการสอน

⬜ สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

⬜ สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก .................................................................
................................................................................................................................................................................

2. ผลการเรียนของนกั เรยี น

⬜ จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมนิ .......................... คน คดิ เป็นร้อยละ .........................

⬜ จำนวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ ....................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ ........................

⬜ อ่ืนๆ .................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค

⬜ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา

⬜ มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไมท่ ันตามกำหนดเวลา

⬜ มนี ักเรียนทีไ่ มส่ นใจเรยี น

⬜ อื่นๆ ...................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

⬜ ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรื่อง ............................................................................................
...............................................................................................................................................................................

⬜ แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมิน .....................................................................
................................................................................................................................................................................

⬜ ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชอื่ ...................................................... ผูบ้ นั ทึก
(นางสาวณัฐธิดา ดวงสมร)
ครูผู้สอน

บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รับการพิจารณาจากแผนกวิชาและฝ่าย
วชิ าการแล้ว

ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวอักษรวดี มณีพรหม)
กลุ่มงานบริหารวชิ าการ

ลงช่อื ....................................................
(นายพรศักดิ์ ทวรี ส)

ผู้อำนวยการโรงเรยี นตะกัว่ ทงุ่ งานทววี ทิ ยาคม

แบบประเมนิ ชนิ้ งาน

เร่อื ง ………………………………………………………………..

ประเดน็ การประเมนิ

ลำดบั ช่อื -นามสกลุ รูปแบบ ภาษา เนื้อหา เวลา รวม ผลการ
ท่ี ชน้ิ งาน (10) ประเมนิ

(2) (3) (3) (2)

ลงชอื่ .....................................................ผู้ประเมิน
()

เกณฑก์ ารประเมนิ ชน้ิ งาน

ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ นำ้ หนกั
การประเมนิ คะแนน
1. รปู แบบ ดเี ยย่ี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง(1)
2
ชิน้ งาน -รูปแบบชนิ้ งาน -รปู แบบแปลก -มีขนาด -รปู ภาพมีสสี ัน
3
2. ภาษา ถูกต้องตามที่ ใหม่น่าสนใจ เหมาะสม สวยงาม
3
3. เน้ือหา กำหนด สรา้ งสรรค์ -รปู ภาพมสี ีสัน -รปู ภาพ

-รูปแบบแปลก สวยงาม สวยงาม สมั พนั ธ์

ใหม่นา่ สนใจ -มขี นาด -รปู ภาพ กบั เนือ้ หา

สรา้ งสรรค์งาม เหมาะสม สัมพันธ์

-มขี นาด -รปู ภาพมสี ีสัน กบั เนอื้ หา

เหมาะสม สวยงาม

-รปู ภาพมสี ีสนั -รปู ภาพ

สวยงาม สัมพนั ธ์

-รปู ภาพ กบั เนอ้ื หา

สมั พนั ธ์

กบั เนอ้ื หา

-มีการใชภ้ าษา -ประโยค -สะกดคำ -มกี ารเว้นวรรค

อย่างถูกตอ้ ง สอดคลอ้ งกับ ถูกตอ้ ง โดยไมฉ่ ีกคำ

-ประโยค เนอื้ หา -มกี ารเวน้ วรรค -มกี ารใช้ภาษา

สอดคล้องกับ -สะกดคำ โดยไม่ฉกี คา้ อย่าง

เนื้อหา ถูกต้อง -มกี ารใช้ภาษา สรา้ งสรรค์

-สะกดคำ -มีการเว้นวรรค อยา่ ง

ถูกตอ้ ง โดยไมฉ่ ีกคา้ สร้างสรรค์

-มกี ารเว้นวรรค -มกี ารใชภ้ าษา

โดยไม่ฉีกค้า อย่าง

-มกี ารใช้ภาษา สร้างสรรค์

อยา่ ง

สรา้ งสรรค์

-เนอื้ หาถกู ต้อง -เนื้อหาตรง -เนือ้ หาเปน็ ไป -รายละเอียด

-เน้อื หาตรง ตาม ตามทกี่ ำหนด ครอบคลมุ

ตาม หวั ขอ้ เร่ือง -รายละเอยี ด -เนือ้ หา

หัวขอ้ เรอ่ื ง ครอบคลมุ สอดคล้อง

4. เวลา -เน้อื หาเป็นไป -เนือ้ หาเป็นไป -เนือ้ หา สง่ ชนิ้ งานชา้
ตามท่กี ำหนด ตามทก่ี ำหนด สอดคล้อง กวา่ กำหนด 3
-รายละเอียด -รายละเอยี ด วนั 2
ครอบคลุม ครอบคลมุ ส่งชิน้ งานช้า
-เนือ้ หา -เนอ้ื หา กว่ากำหนด 2
สอดคลอ้ ง สอดคลอ้ ง วนั
สง่ ช้นิ งาน สง่ ชน้ิ งานชา้
ภายในเวลาท่ี กวา่ กำหนด 1
กำหนด วนั

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
9 - 10 พอใช้
6-8 ปรับปรงุ
ต่ำกว่า 6 ผ่านเกณฑ์
6 คะแนนข้นึ ไป

แบบประเมนิ การอภปิ ราย
วชิ า ......................................... แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ .............................................................................
ภาคเรียนท.่ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่................................
ครผู สู้ อน……….......………..…………………………………..........................วันท่ีประเมนิ ………........……………………

คำชี้แจง : ให้ครูประเมินโดยการสังเกตการร่วมกันอภิปรายในระหว่างเรียน โดยให้ระดับคะแนน 3, 2, 1

ลงในตารางทต่ี รงกับพฤติกรรมของผ้เู รียน

รายการประเมนิ

เลข ชื่อ-นามสกุล การร่วมแสดง รวม
ท่ี ความ ิคดเห็น คะแนน
ยอมรับฟังความ (15)
ิคดเ ็หนของ ู้ผ ื่อน
ีตความหมายของ

้ขอมูล
การสรุป ้ขอมูล
ีมความเ ่ืชอ ัม่นใน
การแสดงออก

ลงชอื่ .....................................................ผ้ปู ระเมิน
()

เกณฑ์การประเมิน

พฤติกรรมที่ปฏิบัตสิ มบูรณ์ชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั สิ มบรู ณช์ ดั เจนและบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน

พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั สิ มบูรณช์ ดั เจนบางครัง้

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

11 - 15 ดี

6 - 10 พอใช้

ตำ่ กว่า 5 ปรับปรุง

9 คะแนนขึ้นไป ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมินพฤตกิ รรมในชัน้ เรยี น
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ .............................................................................
ภาคเรยี นท.่ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครผู ้สู อน……….......………..…………………………………..........................วนั ทป่ี ระเมนิ ………........……………………

คำชี้แจง : ใหค้ รูบันทกึ โดยใชเ้ ครื่องหมาย ✓ = แสดงพฤติกรรมทพ่ี ึงประสงค์ตามคาดหวัง  = ไมแ่ สดง
พฤติกรรมที่พึงประสงคต์ ามคาดหวัง

มุ่งม่ันใน

เลขท่ี ชื่อ-สกุล ใฝ่เรียนรู้ การ มวี นิ ยั รวมคะแนน(9)
ทำงาน

123123123

ลงชอื่ .....................................................ผปู้ ระเมนิ
()

เกณฑก์ ารประเมนิ

พฤติกรรมสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน

พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน

พฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

7 - 9 ดี

4 - 6 พอใช้

ต่ำกวา่ 4 ปรับปรงุ

4 คะแนนขนึ้ ไป ผา่ นเกณฑ์

แบบการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี .............................................................................
ภาคเรียนท่.ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครผู ูส้ อน……….......………..…………………………………..........................วนั ทปี่ ระเมนิ ………........……………………

คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และเขียนคะแนน 3, 2, 1 ลงในช่องสมรรถนะสำคัญของ

ผเู้ รยี น

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

ความสามารถใน รวม
การ ่ืสอสาร
เลขท่ี ช่อื -นามสกลุ คะแนน
ความสามารถใน
การ ิคด (12)

ความสามารถใน
การใ ้ช ัทกษะ ีชวิต
ความสามารถใน
การแก้ ัปญหา

ลงช่อื .....................................................ผู้ประเมนิ
()

เกณฑ์การประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
สมรรถนะสำคัญของ มีการรบั -ส่งสาร การ 2 มีการรบั -สง่ สาร แต่ใช้ภาษา
ผูเ้ รยี น ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ในการถา่ ยทอดความรู้
โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม มกี ารรับ-ส่งสาร การ ความคิด และเลอื กวิธีการ
ความสามารถในการ และเลอื กวิธกี ารสื่อสารที่ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ สื่อสารท่ีไมเ่ หมาะสม
สือ่ สาร เหมาะสม โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม
สามารถคิดวิเคราะห์ แตเ่ ลอื กวิธีการส่ือสารยังไม่ สามารถคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการคิด สังเคราะห์ มีการคดิ นอก เหมาะสม สังเคราะห์ คดิ อย่างมี
กรอบอย่างสร้างสรรค์ คิด สามารถคิดวเิ คราะห์ วิจารณญาณ แตไ่ มม่ กี ารคดิ
ความสามารถในการใช้ อย่างมีวจิ ารณญาณ สงั เคราะห์ มีการคดิ นอก นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
ทักษะชีวิต และมีความสามารถสรา้ ง กรอบอย่างสร้างสรรค์ คดิ และขาดความสามารถใน
องค์ความรู้ อยา่ งมวี ิจารณญาณ การสร้างองคค์ วามรู้
ความสามารถในการ เรียนรูด้ ้วยตนเองได้ดี แตย่ ังไม่สามารถสรา้ งองค์ เรียนรดู้ ้วยตนเองไดด้ ี
แกป้ ญั หา สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความรู้ได้ สามารถทำงานกล่มุ ร่วมกบั
ผู้อ่ืนได้ และจัดการปัญหา เรยี นรู้ด้วยตนเองไดด้ ี ผ้อู น่ื ได้ แตจ่ ัดการปัญหา
ความขดั แย้งไดเ้ หมาะสม สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความขดั แยง้ ไมไ่ ด้
สามารถแกป้ ัญหาและ ผู้อ่ืนได้ แต่จดั การปัญหา สามารถแก้ปัญหาและ
อปุ สรรคต่างๆ ได้ มกี าร ความขดั แย้งไดไ้ มเ่ หมาะสม อปุ สรรคต่างๆ ได้ แต่ขาด
แสวงหาความรู้มาใช้ในการ สามารถแก้ปัญหาและ การแสวงหาความรู้มาใช้ใน
แกไ้ ขปัญหา และสามารถ อปุ สรรคตา่ งๆ ได้ มีการ การแก้ไขปัญหา และไม่
ตัดสินใจได้เหมาะสม แสวงหาความรู้มาใชใ้ นการ สามารถตัดสินใจได้
แกไ้ ขปญั หา แต่ขาดการ เหมาะสม
ตัดสนิ ใจที่เหมาะสม

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
9 - 12 พอใช้
5-8 ปรับปรงุ
ต่ำกวา่ 5 ผา่ นเกณฑ์
5 คะแนนข้ึนไป


Click to View FlipBook Version