แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 8
กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหัส ว31221 รายวชิ า เคมี 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เวลา 28 ชั่วโมง
ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อะตอมและสมบตั ขิ องธาตุ เวลา 2 ช่ัวโมง
เรื่องย่อยท่ี 4 เรือ่ ง ตารางธาตุและสมบัตขิ องธาตหุ มหู่ ลัก
(ขนาดอะตอม ขนาดไอออน)
ผู้สอน นางสาวณฐั ธดิ า ดวงสมร
1. มาตรฐานการเรยี นรู้และทักษะกระบวนการ
มาตรฐาน ว 5.1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมีและ
สมบัตขิ องสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอนิ ทรีย์และพอลิเมอร์ รวมท้งั การ
นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
5. วเิ คราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบตั ขิ องธาตุเรพรเี ซนเททีฟตามหมูแ่ ละตามคาบ
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ธาตุเรพรีเซนเททีฟในหมู่เดียวกันมจี ำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากนั และธาตุที่อยู่ในคาบเดียวกนั มี
เวเลนซอ์ ิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลักเดยี วกัน ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟมีสมบตั ทิ างเคมคี ลา้ ยคลงึ กนั ตามหมู่ และ
มแี นวโน้มสมบตั ิบางประการเปน็ ไปตามหม่แู ละตามคาบ เชน่ ขนาดอะตอม รศั มไี อออน พลังงานไอออไนเซชนั
อเิ ลก็ โทรเนกาตวิ ิตี สมั พรรคภาพอิเลก็ ตรอน
4. จดุ ประสงค์
4. วิเคราะหแ์ ละสรุปแนวโนม้ สมบัติต่าง ๆ ของธาตุตามหมแู่ ละคาบที่เกย่ี วกับขนาดอะตอมและรัศมี
ไอออน (K)
5. สาระการเรยี นรู้
ขนาดอะตอม
การบอกขนาดอะตอมจะบอกดว้ ย “รศั มอี ะตอม (atomic radius)” รศั มอี ะตอม มีคา่ เทา่ กบั คร่ึงหน่ึง
ของระยะระหว่างนิวเคลียสของอะตอมทั้งสองที่เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมไว้ด้วยกันหรือที่อยู่ชิดกัน
โดยจะแบ่งประเภทของรัศมีอะตอม ดงั น้ี
1. รศั มีโคเวเลนต์ คือ ระยะทางครงึ่ หนง่ึ ของความยาวพันธะโคเวเลนตร์ ะหวา่ งอะตอมชนดิ เดยี วกนั
อา้ งอิง : www.satriwit3.ac.th/files/1107091616590962_1302080110234.ppt
2. รัศมีแวนเดอร์วาลส์ คอื ระยะทางครง่ึ หนง่ึ ของระยะระหว่างนวิ เคลยี สของอะตอมที่อยู่ใกลท้ ่ีสุด
อ้างอิง : www.satriwit3.ac.th/files/1107091616590962_1302080110234.ppt
3. รัศมโี ลหะ คอื มีคา่ เทา่ กับครึ่งหนง่ึ ของระยะระหว่างนวิ เคลยี สของอะตอมโลหะท่ีอยู่ใกลก้ นั มาก
ท่สี ดุ
อา้ งองิ : www.satriwit3.ac.th/files/1107091616590962_1302080110234.ppt
แนวโน้มขนาดอะตอม
ธาตุในคาบเดียวกัน เมื่อเลขอะตอมเพิ่มขึ้น ขนาดอะตอมจะเล็กลง เนื่องจากธาตุในคาบเดียวกันมี
จำนวนระดับพลังงานเท่ากัน แต่เมื่อเลขอะตอมเพิ่ม จำนวนโปรตอนจะเพิ่มขึ้นด้วย แรงดึงดูดระหว่าง
นิวเคลยี สกับเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนเพม่ิ ขน้ึ ขนาดจงึ ลดลง
ธาตใุ นหมเู่ ดยี วกัน เมื่อเลขอะตอมเพิ่มข้ึน ขนาดอะตอมจะใหญข่ ้ึน เพราะเมื่อเลขอะตอมเพ่มิ ขึ้นจะมี
จำนวนระดับพลังงานเพ่ิมขึ้น แม้วา่ จำนวนโปรตอนจะเพ่ิมขึน้ ด้วยก็ตาม แต่แรงดงึ ดดู ต่อเวเลนซ์อิเล็กตรอนมี
นอ้ ย จงึ ทำใหข้ นาดใหญ่ข้นึ กล่าวได้ว่ากรณีนี้การเพิ่มระดบั พลงั งานมีผลมากกว่าการเพิม่ จำนวนโปรตอน
อ้างองิ : https://krujohnteachchem.wordpress.com/
ปัจจัยทมี่ ผี ลต่อขนาดอะตอม
1. จำนวนระดับช้ันพลังงานของอิเลก็ ตรอน
2. จำนวนโปรตอน ถา้ จำนวนโปรตอนมาก อะตอมหรอื ไอออนน้ันจะมีขนาดเลก็
ขนาดไอออน
การบอกขนาดของไอออนจะบอกเป็นค่า “รัศมีไอออน (ionic radius)” พิจารณาจากระยะระหว่าง
นิวเคลียสของไอออนคู่หน่งึ ๆ ทีย่ ดึ เหนย่ี วซึ่งกันและกนั ในโครงผลกึ
แนวโน้มขนาดไอออน
ไอออนของโลหะในหมู่เดยี วกนั จะมีขนาดใหญข่ ้นึ เม่ือเลขอะตอมเพิม่ ขึ้น
ไอออนของโลหะในคาบเดยี วกันจะมขี นาดเลก็ ลงเม่ือเลขอะตอมเพมิ่ ขน้ึ
อ้างอิง : https://krujohnteachchem.wordpress.com/
6. ทกั ษะ/กระบวนการ
6.1 เขยี นแผนภาพแสดงแนวโนม้ ขนาดอะตอม และขนาดไอออนได้ (P)
7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อยอู่ ย่างพอเพียง ซือ่ สัตยส์ ุจริต
มุง่ มน่ั ในการทำงาน มวี นิ ัย รกั ความเปน็ ไทย
ใฝเ่ รียนรู้ มจี ิตสาธารณะ
9. หลักฐานการเรยี นรู้
9.1 ชิ้นงาน/ภาระงาน
- เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง ขนาดอะตอม ขนาดไอออน
10. กระบวนการจัดการเรียนรู้ : วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขน้ั ที่ 1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ
1. ครูทบทวนความรู้ของเรื่องที่เรยี นไปคาบทีแ่ ลว้ โดยการถามคำถาม และสุ่มนกั เรียนตอบ
โดยคำถามทถ่ี ามนกั เรยี นมดี ังนี้
ครู : จำนวนธาตุมที งั้ หมดกธ่ี าตุ
แนวคำตอบ : 118 ธาตุ
ครู : ธาตทุ อ่ี ยู่กล่มุ A เรียกว่ากลมุ่ ธาตอุ ะไร และอยสู่ ่วนไหนของตารางธาตุ
แนวคำตอบ : กลมุ่ ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ หรือ กลุ่มธาตุหม่หู ลัก
ครู : ธาตุทีอ่ ยูก่ ลุ่ม B เรยี กวา่ กลมุ่ ธาตุอะไร และอยสู่ ่วนไหนของตารางธาตุ
แนวคำตอบ : กลุ่มกลมุ่ ธาตุแทรนซชิ ัน
ครู : ธาตุหมู่ 1 มีชอ่ื เรียกวา่ อะไร
แนวคำตอบ : โลหะแอลคาไล
ครู : ธาตหุ มู่ 2 มชี อ่ื เรียกวา่ อะไร
แนวคำตอบ : โลหะแอลคาไลเอิร์ท
ครู : ธาตุหมู่ 7 มชี อ่ื เรียกว่าอะไร
แนวคำตอบ : ธาตแุ ฮโลเจน
ครู : ธาตหุ มู่ 8 มชี อ่ื เรยี กวา่ อะไร
แนวคำตอบ : แกส๊ มีสกุ ล
2. ครูตง้ั คำถามว่า “ถา้ สมมตใิ ห้อะตอมของธาตุต่าง ๆ เป็นลกู บาสเก็ตบอล ลกู ปิงปอง หรือ
วตั ถทุ รงกลมอ่นื ๆ เราจะหาขนาดอะตอมของธาตุหรอื วตั ถุทรงกลมต่าง ๆ ได้อย่างไร” (แนวคำตอบ เช่น หา
ไดจ้ ากการวดั เสน้ รอบวง และเม่ือไดเ้ สน้ รอบวงแลว้ อาจนำมาคำนวณหารศั มีหรอื เส้นผ่านศนู ย์กลางได)้
ข้นั ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา
3. ครูให้นักเรียนจับคู่และสุ่มนักเรียนออกมา 2 คน และให้นักเรียนในชั้นเรียนช่วยกันบอก
ความเหมอื นและความแตกตา่ งกันของนกั เรยี นทัง้ สอง
4. จากน้นั ครูให้นักเรียนดภู าพ 2 ภาพ เปน็ ภาพระดับชน้ั พลังงานของธาตุเรอ่ื งขนาดอะตอม
ขนาดไอออน และใหน้ กั เรียนสังเกตและเปรียบเทยี บว่า 2 ภาพมีความแตกตา่ งหรอื มคี วามเหมือนกันอย่างไร
5. ให้นักเรยี นอภิปรายร่วมกัน โดยครเู ป็นคนนำการอภปิ รายเพือ่ ให้ครอบคลมุ เน้ือหา
ขนั้ ที่ 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ
6. ครูให้ความรู้เรื่องขนาดอะตอมของธาตุ ซึ่งบอกเป็นค่ารัศมีอะตอม มีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่ง
ของระยะระหว่างนิวเคลียสของอะตอมทัง้ สองอะตอมท่ีอยชู่ ิดกัน
7. ครูตั้งคำถามว่า “จำนวนระดับพลังงานหลักและพลังงานย่อยมีผลต่อขนาดอะตอมของ
ธาตุหรือไม่ อย่างไร” (แนวคำตอบ มีผลต่อขนาดอะตอมของธาตุ โดยอะตอมที่มีจำนวนระดับพลังงานหลัก
มากจะเสมือนมีฉากหลายชั้นมากำบัง ทำให้แรงดึงดูดของโปรตอนกับเวเลนซ์อิเล็กตรอนลดลง อะตอมจะมี
ขนาดเพิ่มขึ้น ถ้าอยู่ในระดับพลังงานเดียวกนั จำนวนโปรตอนที่เพิ่มข้ึนจะดึงดูดเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนได้มากขึ้น
อะตอมจะมขี นาดเล็กลง)
8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อทำนายแนวโน้มขนาดอะตอมของธาตุตามคาบและ
ตามหมู่ แลว้ นำผลการอภปิ รายมาเปรยี บเทียบกับรูป 2.21 ซึ่งควรสรปุ ได้วา่ ธาตใุ นคาบเดียวกันมีขนาดลดลง
เมือ่ เลขอะตอมเพิ่มข้นึ สว่ นธาตใุ นหมเู่ ดยี วกนั มีขนาดอะตอมใหญข่ ้ึนเมอ่ื เลขอะตอมเพิ่มข้ึน
9. ครูตั้งคำถามว่า “เมื่อธาตุเกิดเป็นไอออน อิเล็กตรอนในระดับพลังงานใดที่เปลี่ยนแปลง
ขนาดของไอออนต่างจากขนาดอะตอมเดิมหรือไม่ อย่างไร” โดยให้พิจารณารูปท่ี 2.22 และ 2.23 ประกอบ
(แนวคำตอบว่า การเกิดไอออนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงจำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานชั้นนอกสุด
หรือเวเลนซ์อิเล็กตรอน โดยท่ไี อออนบวกจะมีขนาดเล็กกวา่ อะตอมเดิมส่วนไอออนลบมีขนาดใหญ่กว่าอะตอม
เดมิ )
10. ให้นักเรียนอภิปรายแนวโน้มของขนาดไอออนตามหมู่ แล้วนำผลการอภิปรายมา
เปรยี บเทยี บกับรูป 2.24 ซงึ่ ควรได้คำตอบวา่ ขนาดไอออนของธาตุตามหมู่สว่ นใหญ่มีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นจากบน
ลงลา่ งเช่นเดียวกบั ขนาดของอะตอม
ขั้นท่ี 4 ข้นั ขยายความรู้
11. ครูยกตวั อย่างเพ่มิ เติม และใหน้ กั เรยี นในหอ้ งเรียนรว่ มกนั ตอบว่ามีลกั ษณะแนวโน้มของ
ขนาดอะตอม ขนาดไอไอออนเปน็ อยา่ งไร
ข้นั ท่ี 5 ข้ันประเมนิ ผล
12. ให้นกั เรยี นทำโจทย์ในเอกสารประกอบการเรียนเร่ือง ขนาดอะตอม ขนาดไอไอออน
10. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
10.1 เอกสารประกอบการเรยี น เรือ่ ง ขนาดอะตอม ขนาดไอไอออน
10.2 ส่อื การสอน PowerPoint
10.3 หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมีเลม่ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
(ฉบบั ปรังปรงุ พ.ศ.2560)
11. การวัดและประเมนิ ผล
เป้าหมาย วธิ ีวัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้
วิเคราะห์และสรุปแนวโน้ม การอภิปรายระหว่างเรยี น เอกสารประกอบการเรียน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60
สมบัติต่าง ๆ ของธาตุตาม และตรวจเอกสาร
หมู่และคาบที่เกี่ยวกับขนาด ประกอบการเรยี น
อะตอมและรศั มไี อออน (K)
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ
เป้าหมาย วธิ ีวัด เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมิน
เ ข ี ย น แ ผ น ภ า พ แ ส ด ง ตรวจเอกสารประกอบการ เอกสารประกอบการเรยี น ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 60
แนวโน้มขนาดอะตอม และ เรยี น
ขนาดไอออนได้ (P)
ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้ 1. ประเมินจากการสงั เกต 1. แบบประเมินพฤติกรรม ระดับคุณภาพพอใช้ขึ้นไป
พฤติกรรมในชั้นเรยี น ในชน้ั เรยี น (ผา่ นเกณฑ์)
มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 1. ประเมินจากการสงั เกต 1. แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป
พฤตกิ รรมในชั้นเรียน ในชน้ั เรยี น (ผ่านเกณฑ์)
มวี นิ ยั 1. ประเมนิ จากการสงั เกต 1. แบบประเมินพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขน้ึ ไป
พฤตกิ รรมในชัน้ เรยี น ในชน้ั เรียน (ผา่ นเกณฑ์)
ด้านสมรรถนะสำคญั ของ
ผู้เรียน
ความสามารถในการสื่อสาร 1. ประเมินจากแบบ 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใช้ข้ึนไป
ประเมินสมรรถนะ ด้าน สำคัญของผเู้ รียน (ผา่ นเกณฑ์)
ความสามารถในการ
สอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด 1. ประเมนิ จากแบบ 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ ึ้นไป
ประเมินสมรรถนะ สำคญั ของผู้เรียน (ผ่านเกณฑ์)
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการใช้ 1. ประเมนิ จากแบบ 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป
ทกั ษะชีวติ ประเมินสมรรถนะ สำคัญของผู้เรยี น (ผ่านเกณฑ์)
ความสามารถในการใช้
ทกั ษะชีวติ
ความสามารถในการ 1. ประเมนิ จากแบบ 1. แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ นึ้ ไป
แกป้ ญั หา ประเมินสมรรถนะ สำคัญของผู้เรียน (ผ่านเกณฑ์)
ความสามารถในการ
แก้ปญั หา
บันทกึ หลังสอน
1. ผลการสอน
⬜ สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
⬜ สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่ืองจาก .................................................................
................................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรยี น
⬜ จำนวนนักเรียนที่ผ่านการประเมนิ .......................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .........................
⬜ จำนวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่านการประเมิน ....................... คน คดิ เป็นร้อยละ ........................
⬜ อ่ืนๆ .................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
⬜ กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
⬜ มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา
⬜ มนี ักเรียนท่ีไม่สนใจเรยี น
⬜ อื่นๆ ...................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
⬜ ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรื่อง ............................................................................................
...............................................................................................................................................................................
⬜ แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไมผ่ ่านการประเมิน .....................................................................
................................................................................................................................................................................
⬜ ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงช่อื ...................................................... ผูบ้ ันทึก
(นางสาวณฐั ธิดา ดวงสมร)
ครผู สู้ อน
บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รับการพิจารณาจากแผนกวิชาและฝ่าย
วชิ าการแล้ว
ลงช่ือ ......................................................
(นางสาวอักษรวดี มณพี รหม)
กลุ่มงานบริหารวชิ าการ
ลงชอื่ ....................................................
(นายพรศกั ด์ิ ทวีรส)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นตะกัว่ ทงุ่ งานทววี ิทยาคม
แบบประเมินพฤตกิ รรมในชัน้ เรยี น
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ .............................................................................
ภาคเรยี นท.่ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครผู ้สู อน……….......………..…………………………………..........................วนั ทป่ี ระเมนิ ………........……………………
คำชี้แจง : ใหค้ รูบันทกึ โดยใชเ้ ครื่องหมาย ✓ = แสดงพฤติกรรมทพ่ี ึงประสงค์ตามคาดหวัง = ไมแ่ สดง
พฤติกรรมที่พึงประสงคต์ ามคาดหวัง
มุ่งม่ันใน
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ใฝ่เรียนรู้ การ มวี นิ ยั รวมคะแนน (9)
ทำงาน
123123123
ลงชอื่ .....................................................ผ้ปู ระเมนิ
()
เกณฑก์ ารประเมนิ
พฤติกรรมสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
7 - 9 ดี
4 - 6 พอใช้
ต่ำกวา่ 4 ปรับปรงุ
4 คะแนนขนึ้ ไป ผา่ นเกณฑ์
แบบการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี .............................................................................
ภาคเรียนท่.ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครผู ูส้ อน……….......………..…………………………………..........................วนั ทปี่ ระเมนิ ………........……………………
คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และเขียนคะแนน 3, 2, 1 ลงในช่องสมรรถนะสำคัญของ
ผเู้ รยี น
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
ความสามารถใน รวม
การ ่ืสอสาร
เลขท่ี ช่อื -นามสกลุ คะแนน
ความสามารถใน
การ ิคด (12)
ความสามารถใน
การใ ้ช ัทกษะ ีชวิต
ความสามารถใน
การแก้ ัปญหา
ลงช่อื .....................................................ผู้ประเมนิ
()
เกณฑ์การประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
สมรรถนะสำคัญของ มีการรบั -ส่งสาร การ 2 มีการรบั -สง่ สาร แต่ใช้ภาษา
ผูเ้ รยี น ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ในการถา่ ยทอดความรู้
โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม มกี ารรับ-ส่งสาร การ ความคิด และเลอื กวิธีการ
ความสามารถในการ และเลอื กวิธกี ารสื่อสารที่ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ สื่อสารท่ีไมเ่ หมาะสม
สือ่ สาร เหมาะสม โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม
สามารถคิดวิเคราะห์ แตเ่ ลอื กวิธีการส่ือสารยังไม่ สามารถคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการคิด สังเคราะห์ มีการคดิ นอก เหมาะสม สังเคราะห์ คดิ อย่างมี
กรอบอย่างสร้างสรรค์ คิด สามารถคิดวเิ คราะห์ วิจารณญาณ แตไ่ มม่ กี ารคดิ
ความสามารถในการใช้ อย่างมีวจิ ารณญาณ สงั เคราะห์ มีการคดิ นอก นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
ทักษะชีวิต และมีความสามารถสรา้ ง กรอบอย่างสร้างสรรค์ คดิ และขาดความสามารถใน
องค์ความรู้ อยา่ งมวี ิจารณญาณ การสร้างองคค์ วามรู้
ความสามารถในการ เรียนรูด้ ้วยตนเองได้ดี แตย่ ังไม่สามารถสรา้ งองค์ เรียนรดู้ ้วยตนเองไดด้ ี
แกป้ ญั หา สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความรู้ได้ สามารถทำงานกล่มุ ร่วมกบั
ผู้อ่ืนได้ และจัดการปัญหา เรยี นรู้ด้วยตนเองไดด้ ี ผ้อู น่ื ได้ แตจ่ ัดการปัญหา
ความขดั แย้งไดเ้ หมาะสม สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความขดั แยง้ ไมไ่ ด้
สามารถแกป้ ัญหาและ ผู้อ่ืนได้ แต่จดั การปัญหา สามารถแก้ปัญหาและ
อปุ สรรคต่างๆ ได้ มกี าร ความขดั แย้งไดไ้ มเ่ หมาะสม อปุ สรรคต่างๆ ได้ แต่ขาด
แสวงหาความรู้มาใช้ในการ สามารถแก้ปัญหาและ การแสวงหาความรู้มาใช้ใน
แกไ้ ขปัญหา และสามารถ อปุ สรรคตา่ งๆ ได้ มีการ การแก้ไขปัญหา และไม่
ตัดสินใจได้เหมาะสม แสวงหาความรู้มาใชใ้ นการ สามารถตัดสินใจได้
แกไ้ ขปญั หา แต่ขาดการ เหมาะสม
ตัดสนิ ใจที่เหมาะสม
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
9 - 12 พอใช้
5-8 ปรับปรงุ
ต่ำกวา่ 5 ผา่ นเกณฑ์
5 คะแนนข้ึนไป