The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ธาตุแทรนซิชัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattidapang2540, 2021-08-31 03:27:35

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ธาตุแทรนซิชัน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 10

กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัส ว31221 รายวิชา เคมี 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
เวลา 28 ชว่ั โมง
ช่อื หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 อะตอมและสมบัตขิ องธาตุ เวลา 3 ชั่วโมง

เรอ่ื งยอ่ ยท่ี 5 เรอื่ ง ธาตแุ ทรนซชิ นั

ผสู้ อน นางสาวณัฐธิดา ดวงสมร

1. มาตรฐานการเรยี นรู้และทกั ษะกระบวนการ
มาตรฐาน ว 5.1 เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมีและ

สมบตั ขิ องสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้งั การ
นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้

6. บอกสมบัติของธาตโุ ลหะแทรนซิชัน และเปรยี บเทยี บสมบัติกับธาตโุ ลหะในกลุ่มธาตเุ รพรีเซนเททฟี
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ธาตุแทรนซิชันเป็นโลหะที่ส่วนใหญ่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากบั ๒ มีขนาดอะตอมใกล้เคียงกัน มีจุด
เดือด จุดหลอมเหลวและความหนาแน่นสูง เกิดปฏิกิริยากับน้ำได้ช้ากว่าธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ
เมอ่ื เกดิ เปน็ สารประกอบส่วนใหญ่จะมสี ี
4. จุดประสงค์

4.1 เปรยี บเทยี บสมบัติบางประการของโลหะเรพรีเซนเททีฟหรอื โลหะหมหู่ ลกั และโลหะแทรนซิชนั (K)
5. สาระการเรยี นรู้

ธาตุแทรนซิชัน เป็นกลุ่มธาตุที่อยู่ระหว่างหมู่ IIA กับหมู่ IIIA รวมทั้งกลุ่มธาตุแลนทาไนด์ และกลุ่ม
แอกทิไนด์ สมบัติของธาตุแทรนซิชนั พิจารณาจากสมบตั ิดังนี้ คอื เวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอน ขนาดอะตอม ความเป็น
โลหะ สมบตั ติ ามคาบ จดุ หลอมเหลว จุดเดือด ความหนาแนน่ พลงั งานไอออไนเซชัน การนำไฟฟา้ และการนำ
ความรอ้ น ซึง่ สารประกอบของธาตุแทรนซิชันสว่ นใหญ่จะมีสีต่างๆ กัน ทั้งนขี้ ้ึนอยกู่ บั ชนิดของธาตุแทรนซิชัน
เลขออกซิเดชัน ชนดิ และจำนวนของสสารที่เข้ามารวมตวั กบั ธาตแุ ทรนซิชนั นัน้ ด้วย
6. ทกั ษะ/กระบวนการ

-
7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

 ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคิด

 ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อย่างพอเพียง  ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ

 มุ่งม่นั ในการทำงาน  มวี นิ ยั  รักความเปน็ ไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ติ สาธารณะ

9. หลักฐานการเรียนรู้

9.1 ชนิ้ งาน/ภาระงาน

- กจิ กรรมสีของสารประกอบ

- เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ธาตุแทรนซิชัน

10. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ : วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)

ขั้นท่ี 1 ขัน้ สร้างความสนใจ

1. ครูนำคำถามจำนวน 4 คำถาม โดยใช้โปรแกรมสุ่มออนไลน์ในการสุ่มนักเรียน 4 คน

เพอ่ื กระตุ้นความรู้กอ่ นเรยี นของนักเรยี น ดังน้ี

- ตารางธาตปุ ัจจุบนั แบง่ ออกเป็นก่ีหมู่ และกคี่ าบ

(แนวคำตอบ: 18 หมู่ 7 คาบ)

- การแบ่งหมู่และคาบตามตารางธาตุมีสมบัติใดบา้ ง

(แนวคำตอบ: ขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลงั งานไอออไนเซชัน อิเลก็ โทรเนกาตวิ ิตี

สัมพรรคภาพอเิ ล็กตรอน และจดุ เดอื ดจดุ หลอมเหลว)

- ธาตแุ ทรนซชิ นั อย่สู ว่ นใดของตารางธาตุ?
(แนวคำตอบ: ระหว่างหมู่ IIA กับ IIIA)
- เพราะเหตใุ ดธาตใุ นหม่เู ดยี วกนั จึงมีสมบัติท่ีคล้ายคลึงกัน

(แนวตอบ: เพราะมเี วเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากัน)

2. ครูตั้งคำถามเพื่อทบทวนเกี่ยวกับการแบ่งกลุ่มธาตุในตารางธาตุ และสมบัติของกลุม่ ธาตุ

หมหู่ ลักท่ีไดศ้ กึ ษามาแลว้ ว่ามีอะไรบ้าง “เพราะเหตุใดจึงจดั ธาตุแทรนซิชันแยกเป็นอกี หนง่ึ กลุม่ ” เพื่อนำเข้าสู่

การศกึ ษาสมบตั ขิ องธาตุแทรนซชิ นั

ขัน้ ที่ 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา
3. ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลในตาราง 2.11 กับ 2.12 แล้วอภิปรายในกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบ

สมบตั บิ างประการของธาตุโพแทสเซยี มและแคลเซียมท่ีเปน็ ธาตุหมู่ IA และ IIA กบั ธาตุแทรนซิชนั ในคาบท่ี 4
ซึง่ อยใู่ นคาบเดยี วกนั

4. จากน้นั ครกู บั นักเรยี นรว่ มกันสรุปอีกครั้ง ซงึ่ ควรได้สาระสำคัญดังนี้
- รัศมีอะตอมของโลหะหมู่หลักจะมีขนาดใหญ่กว่าโลหะแทรนซิชันในคาบเดียวกันโดย
โลหะแทรนซชิ นั ในคาบเดยี วกนั มขี นาดใกล้เคียงกนั
- ธาตุแทรนซิชันมีจุดหลอมเหลว จุดเดือด ความหนาแน่น สูงกว่าธาตุโพแทสเซียมและ
แคลเซียม
- ทั้งธาตโุ พแทสเซียมและแคลเซียมและธาตแุ ทรนซิชนั มีค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับท่ี 1
และคา่ อิเล็กโทรเนกาตวิ ิตีต่ำ
- อิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุโพแทสเซียมและแคลเซียมจะถกู
บรรจุในระดับพลังงานย่อย 4s ส่วนธาตุแทรนซิชันในคาบท่ี 4 อิเล็กตรอนตัวสุดท้ายจะถูกบรรจุในระดับ
พลงั งานย่อย 3d เพราะว่าระดับพลังงานย่อย 3d สูงกวา่ 4s ตามแผนภาพในรปู 2.15 ทไี่ ดศ้ กึ ษามาแล้ว
- ธาตุแทรนซิชันในคาบท่ี 4 ส่วนใหญ่มีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับ 2 เช่นเดียวกับธาตุ
แคลเซยี มยกเวน้ ธาตโุ ครเมยี มและทองแดงมีเวเลนซ์อเิ ล็กตรอนเท่ากับ 1 เช่นเดียวกับธาตโุ พแทสเซยี ม
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ
5. ครูให้นักเรยี นรว่ มกันตอบคำถามวา่ “เหตุใดขนาดอะตอมของธาตุแทรนซชิ ันในคาบท่ี 4
จงึ มคี ่าใกล้เคยี งกนั ” (แนวคำตอบ เมอ่ื ธาตุแทรนซิชนั มีเลขอะตอมเพม่ิ ขึ้น จำนวนอิเล็กตรอนท่ีเพิ่มข้ึนจะเข้า
ไปอยู่ที่ออร์บทิ ลั 3d ซึง่ ไม่ได้มีผลต่อการขยายขนาดกลมุ่ หมอกอิเลก็ ตรอน (เพราะไมใ่ ช่ระดบั พลังงานชั้นนอก
สดุ ) และแม้จำนวนโปรตอนจะเพิม่ ขนึ้ ตามเลขอะตอมแต่เนื่องจากมีอเิ ลก็ ตรอนในออรบ์ ิทัล 3d ทำหนา้ ท่ีกำบัง
ดังนั้นแรงดึงดูดของโปรตอนในนิวเคลียสต่ออิเล็กตรอนในออร์บิทัล 4s จึงมีค่าน้อยทำให้ขนาดอะตอมไม่
เปลี่ยนแปลงมากนัก)
6. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเพื่อสรุป จากน้นั ครูถามคำถามว่า “นอกจากสมบัติต่าง ๆ
ทไ่ี ด้ศกึ ษาแล้ว โลหะแทรนซิชนั และโลหะหมหู่ ลกั ยังมีสมบตั ิใดแตกต่างกนั อีกบ้าง” เพื่อนำเขา้ สู่กิจกรรมสีของ
สารประกอบในหนงั สอื เรียน หนา้ 98
ขัน้ ท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้
7. ครแู จกชดุ บัตรภาพสารประกอบของธาตุเรพรีเซนเททีฟและสารประกอบของธาตุแทรนซิ
ชันให้นกั เรยี น พร้อมใหน้ กั เรียนทำกิจกรรมสีของสารประกอบ

8. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายสรปุ ผลการทำกิจกรรม เพื่อให้ได้ขอ้ สรปุ วา่ “สารประกอบ
ของโลหะหม่หู ลักส่วนใหญเ่ ป็นสีขาว ส่วนสารประกอบของโลหะแทรนซชิ นั ส่วนใหญ่มสี ี”

ขน้ั ที่ 5 ขัน้ ประเมินผล

9. ใหน้ ักเรยี นทำโจทย์ในเอกสารประกอบการเรยี นเรอ่ื ง ธาตุแทรนซชิ นั

10. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

10.1 เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ธาตุแทรนซิชัน

10.2 สือ่ การสอน PowerPoint

10.3 บัตรภาพสารประกอบของธาตุเรพรีเซนเททฟี และสารประกอบของธาตแุ ทรนซิชัน

10.4 หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมีเลม่ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

(ฉบับปรงั ปรงุ พ.ศ.2560)

11. การวัดและประเมนิ ผล

เป้าหมาย วิธวี ดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ

ดา้ นความรู้

เปรียบเทียบสมบัติบาง การอภปิ รายระหว่างเรียน เอกสารประกอบการเรยี น ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 60

ประการของโลหะเรพรีเซน และตรวจเอกสาร

เททฟี หรือโลหะหมู่หลักและ ประกอบการเรยี น

โลหะแทรนซิชัน (K)

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ

- ---

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึง

ประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้ 1. ประเมินจากการสังเกต 1. แบบประเมนิ พฤติกรรม ระดับคณุ ภาพพอใชข้ นึ้ ไป

พฤติกรรมในชั้นเรียน ในชั้นเรียน (ผ่านเกณฑ์)

มุ่งมน่ั ในการทำงาน 1. ประเมินจากการสังเกต 1. แบบประเมนิ พฤติกรรม ระดบั คุณภาพพอใช้ข้ึนไป

พฤตกิ รรมในชัน้ เรียน ในช้ันเรยี น (ผ่านเกณฑ์)

มีวินัย 1. ประเมินจากการสังเกต 1. แบบประเมินพฤติกรรม ระดบั คุณภาพพอใชข้ ึ้นไป

พฤตกิ รรมในชัน้ เรียน ในชัน้ เรียน (ผ่านเกณฑ์)

ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของ

ผ้เู รยี น

ความสามารถในการส่ือสาร 1. ประเมินจากแบบ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพพอใชข้ ึ้นไป

ประเมนิ สมรรถนะ ด้าน สำคัญของผู้เรียน (ผา่ นเกณฑ์)

ความสามารถในการ

สื่อสาร

เป้าหมาย วธิ วี ดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
ความสามารถในการคิด 1. ประเมนิ จากแบบ
ประเมนิ สมรรถนะ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คณุ ภาพพอใชข้ น้ึ ไป
ความสามารถในการใช้ ความสามารถในการคิด
ทักษะชีวติ 1. ประเมินจากแบบ สำคัญของผู้เรียน (ผา่ นเกณฑ์)
ประเมินสมรรถนะ
ความสามารถในการ ความสามารถในการใช้ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั คุณภาพพอใชข้ ้ึนไป
แกป้ ญั หา ทกั ษะชวี ติ
1. ประเมนิ จากแบบ สำคญั ของผ้เู รยี น (ผา่ นเกณฑ์)
ประเมินสมรรถนะ
ความสามารถในการ 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป
แกป้ ัญหา
สำคญั ของผูเ้ รียน (ผ่านเกณฑ์)

บันทกึ หลงั สอน

1. ผลการสอน

⬜ สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้

⬜ สอนไมไ่ ด้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก .................................................................
................................................................................................................................................................................

2. ผลการเรียนของนกั เรยี น

⬜ จำนวนนักเรียนทผ่ี ่านการประเมนิ .......................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .........................

⬜ จำนวนนกั เรยี นท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ ....................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ........................

⬜ อ่ืนๆ .................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค

⬜ กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา

⬜ มีนักเรยี นทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา

⬜ มนี ักเรียนทีไ่ มส่ นใจเรยี น

⬜ อื่นๆ ...................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข

⬜ ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เรื่อง ............................................................................................
...............................................................................................................................................................................

⬜ แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นท่ีไมผ่ ่านการประเมนิ .....................................................................
................................................................................................................................................................................

⬜ ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงช่อื ...................................................... ผบู้ ันทกึ
(นางสาวณฐั ธดิ า ดวงสมร)
ครูผู้สอน

บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รับการพิจารณาจากแผนกวิชาและฝ่าย
วชิ าการแล้ว

ลงชื่อ ......................................................
(นางสาวอักษรวดี มณีพรหม)
กลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ

ลงชอ่ื ....................................................
(นายพรศกั ดิ์ ทวีรส)

ผอู้ ำนวยการโรงเรียนตะก่วั ทงุ่ งานทววี ทิ ยาคม

แบบประเมินพฤตกิ รรมในชน้ั เรียน
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ .............................................................................
ภาคเรียนท.่ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครูผสู้ อน……….......………..…………………………………..........................วันทป่ี ระเมนิ ………........……………………

คำชแ้ี จง : ใหค้ รูบนั ทึกโดยใช้เคร่ืองหมาย ✓ = แสดงพฤติกรรมที่พงึ ประสงคต์ ามคาดหวงั  = ไม่แสดง
พฤติกรรมทพี่ ึงประสงค์ตามคาดหวัง

มุง่ ม่นั ใน

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ใฝเ่ รียนรู้ การ มวี ินัย รวมคะแนน (9)
ทำงาน

123123123

ลงชอ่ื .....................................................ผู้ประเมิน

()

เกณฑ์การประเมิน

พฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน

พฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน

พฤติกรรมมขี อ้ บกพรอ่ งมาก ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

7 - 9 ดี

4 - 6 พอใช้

ตำ่ กวา่ 4 ปรบั ปรุง

4 คะแนนขึ้นไป ผา่ นเกณฑ์

แบบการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
วิชา ......................................... แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี .............................................................................
ภาคเรียนท่.ี ...............................ปีการศึกษา.....................................ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี................................
ครผู ูส้ อน……….......………..…………………………………..........................วนั ทปี่ ระเมนิ ………........……………………

คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และเขียนคะแนน 3, 2, 1 ลงในช่องสมรรถนะสำคัญของ

ผเู้ รยี น

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

ความสามารถใน รวม
การ ่ืสอสาร
เลขท่ี ช่อื -นามสกลุ คะแนน
ความสามารถใน
การ ิคด (12)

ความสามารถใน
การใ ้ช ัทกษะ ีชวิต
ความสามารถใน
การแก้ ัปญหา

ลงช่อื .....................................................ผู้ประเมนิ
()

เกณฑ์การประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1
สมรรถนะสำคัญของ มีการรบั -ส่งสาร การ 2 มีการรบั -สง่ สาร แต่ใช้ภาษา
ผูเ้ รยี น ถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ในการถา่ ยทอดความรู้
โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม มกี ารรับ-ส่งสาร การ ความคิด และเลอื กวธิ ีการ
ความสามารถในการ และเลอื กวิธกี ารสื่อสารที่ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ สื่อสารท่ีไมเ่ หมาะสม
สือ่ สาร เหมาะสม โดยใชภ้ าษาอย่างเหมาะสม
สามารถคิดวิเคราะห์ แตเ่ ลอื กวิธีการส่ือสารยังไม่ สามารถคิดวเิ คราะห์
ความสามารถในการคิด สังเคราะห์ มีการคดิ นอก เหมาะสม สังเคราะห์ คดิ อย่างมี
กรอบอย่างสร้างสรรค์ คิด สามารถคิดวเิ คราะห์ วิจารณญาณ แตไ่ มม่ กี ารคดิ
ความสามารถในการใช้ อย่างมีวจิ ารณญาณ สงั เคราะห์ มีการคดิ นอก นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
ทักษะชีวิต และมีความสามารถสรา้ ง กรอบอย่างสร้างสรรค์ คดิ และขาดความสามารถใน
องค์ความรู้ อยา่ งมวี ิจารณญาณ การสร้างองคค์ วามรู้
ความสามารถในการ เรียนรูด้ ้วยตนเองได้ดี แตย่ ังไม่สามารถสรา้ งองค์ เรียนรดู้ ้วยตนเองไดด้ ี
แกป้ ญั หา สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความรู้ได้ สามารถทำงานกล่มุ ร่วมกบั
ผู้อ่ืนได้ และจัดการปัญหา เรยี นรู้ด้วยตนเองไดด้ ี ผ้อู น่ื ได้ แตจ่ ัดการปัญหา
ความขดั แย้งไดเ้ หมาะสม สามารถทำงานกลมุ่ ร่วมกับ ความขดั แยง้ ไมไ่ ด้
สามารถแกป้ ัญหาและ ผู้อ่ืนได้ แต่จดั การปัญหา สามารถแก้ปัญหาและ
อปุ สรรคต่างๆ ได้ มกี าร ความขดั แย้งไดไ้ มเ่ หมาะสม อปุ สรรคต่างๆ ได้ แต่ขาด
แสวงหาความรู้มาใช้ในการ สามารถแก้ปัญหาและ การแสวงหาความรู้มาใช้ใน
แกไ้ ขปัญหา และสามารถ อปุ สรรคตา่ งๆ ได้ มีการ การแก้ไขปัญหา และไม่
ตัดสินใจได้เหมาะสม แสวงหาความรู้มาใชใ้ นการ สามารถตัดสินใจได้
แกไ้ ขปญั หา แต่ขาดการ เหมาะสม
ตัดสนิ ใจที่เหมาะสม

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
9 - 12 พอใช้
5-8 ปรับปรงุ
ต่ำกวา่ 5 ผา่ นเกณฑ์
5 คะแนนข้ึนไป


Click to View FlipBook Version