คำนำ
นงั ือเล่มนีเ้ ป็นจดั ทำขึ้นเพ่ือเป็น ่ น นึ่งของ ิชำ งั คม ึก ำ ( 33101) เพอ่ื ใ ไ้ ด้ กึ ำ ำค ำมรู้
ในเรื่องรำ ของอำรำยธรรมจนี และได้ ึก ำอยำ่ งเขำ้ ใจเพื่อเป็นประโยชน์กับกำรเรยี น
ผจู้ ดั ทำ ัง ำ่ รำยงำนเลม่ นี้จะเป็นประโยชนก์ ับผูอ้ ่ำน รอื นักเรยี น นัก ึก ำ ทก่ี ำลัง ำข้อมูลเร่ืองนี้
อยู่ ำกมขี ้อเ นอแนะ รือผิดพลำดประกำรใด ผ้จู ัดทำขอนอ้ มรบั ไ ้และขออภยั มำ ณ ทนี่ ดี้ ้ ย
คณะผจู้ ดั ทำ
สารบัญ หนา้
1
อารยธรรมจีน 2
อารยธรรมจีนสมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์ 4
4
- วัฒนธรรมหยางเชา 5
- วัฒนธรรมหลงชาน 8
ราชวงศช์ าง 9
สมยั ฟิวดลั หรือราชวงศโ์ จว 14
- โจวตะวันตก 22
- โจวตะวนั ออก 23
สมัยสมบูรณายาสทิ ธริ าชยห์ รือจักรวรรดจิ นี 24
- ราชวงศ์ฉนิ 25
- ราชวงศฮ์ ัน่ 26
- ราชวงศ์ถัง 27
- ราชวงศซ์ ่งหรือซ้อง 28
- ราชวงศห์ ยวน 29
- ราชวงศห์ มงิ 31
- ราชวงศ์แมนจู 32
สมัยสาธารณรฐั จีนและสาธารณรฐั ประชาชนจนี 34
- สมัยสาธารณรัฐจีน 35
- สมยั สาธารณรฐั ประชาชนจีน 36
อารยธรรมจีน : สังคมและวัฒนธรรม 40
อารยธรรมจีน : ศิลปกรรมจีน
อารยธรรมจีน : ความก้าวหนา้ ทางวิทยาการของจนี
1
อารยธรรมจีน เกดิ ข้ึนบรเิ วณลุมแมนา้ํ หวางเหอหรอื แมนํ้าเหลืองในภาคเหนือของจนี ซ่งึ
เปนทร่ี าบอันกวางใหญและอุดมสมบูรณ เปน อารยธรรมลุมน้าํ รนุ แรกของโลกเชนเดยี วกบั
อารยธรรมลุมนํ้าไนลใ นอยี ปิ ต อารยธรรมลมุ นาํ้ ไทกริส-ยูเฟรทีสในเมโสโปเตเมีย และ
อารยธรรมลุมแมน้าํ สนิ ธใุ นอินเดยี
อารยธรรมจีนแบง เปน สมยั กอ นประวตั ศิ าสตร ไดแก วัฒนธรรมหยางเชา วฒั นธรรม
หลงซาน และสมยั ประวัตศิ าสตร ไดแ ก สมยั ราชวงศชชาง สมยั ฟวดลั (ศักดนิ า) ราชวงศโจว
สมยั จกั วรรรดิ สมัยสาธารณรฐั จีน และสมยั สาธารณรัฐประชาชนจีน
2
อารยธรรม
จีนสมัยกอ่ น
ประวัตศิ าสตร์
พบหลักฐานทางโบราณคดีทีแผ่นดินจีน
คือการพบซากดึกดาํ บรรพ์(fossil)
3
ซากดึกดําบรรพ
รามาปเทคุ (Ramapithecus)
ท่ี ยุน นาน เปน มนุ ย านรยคุ แรก
มนุ ย ยวนโ มว (Yuan Mon)
อายรุ า 1.7ลานป มนุ ย ย นโ ม เปนมนุ ยย นื ตั ตรงท่เี กาแก
ที่ ุด ซงึ่ ถูกคนพบทเี่ มอื ง ย นโ ม ประเท จีน
มนุ ย ล่นั เทยี น (Lab Tien)
อายุรา 1.5ลานป มนุ ย ลานเถยี นมี ั กะโ ลก นาและขากรรไกร
ยืน่ ออกมามากก า มนุ ยป กกง่ิ ั กะโ ลกของมนุ ย ลานเถยี น
ามารถบรรจุ มองไดป ระมาณ 780 ซซี ี เปน มนุ ยท ่ี ามารถเดนิ
ตั ตรงไดอยาง มบรู ณ
มนุ ยป ก กิง่ (Paking Man)
อยใู นยุค ินเกา มีลกั ณะเต้ยี นา ั้น นา ผากตํา่ แบน ค้ิ นาย่ืนออก ปากยืน่
คาง ้ัน จมกู แบน มนุ ยปกกงิ่ จะเ ียชี ิตกอ นอายุ 14 ป การเลยี้ งชพี ของมนุ ย
ปก กิ่งคอื การลา ตั การออก าอา ารกนั เปน กลมุ อา ัยอยูที่บรเิ ณภูเขา ลงกู
ซาน ในเขตโจ โข เตี้ยน เมอ่ื ประมาณ 500,000 ปก อน มนุ ยป ก ก่งิ ามารถเดนิ
และยืนตั ตรงได พ กเขาอา ยั อยใู นถํา้ ธรรมชาติเครอ่ื งมอื ินของมนุ ยป ก กง่ิ
มนุ ยปก ก่งิ จะ กัดแผน นิ ชิ้นใ ญใ กลายเปนเคร่อื งมือ นิ มเี ครอื่ งมอื นิ อง
ลัก ณะคือ ลัก ณะแบนเรยี บใชในการตดั ไม และลกั ณะ ามเ ล่ยี มแ ลมคมใช
ในการ นั่ เนื้อ ตั แ ละขดุ รากไม
4
โครง รา งกระดูกมนุ ยย ุค นิ ใ ม
แบง วฒั นธรรมท่ี าํ คญั ได 2 วัฒนธรรม
วัฒนธรรม ยางเชา (Yang Shan Culture)
ต้งั อยูท ่ีลุมแมน้าํ ฮ งโ พบ ลักฐานทเ่ี ปนเคร่ืองปนดนิ เผามลี กั ณะ
ําคัญคอื เครื่องปนดนิ เผาเปน ลายเขยี น ี มกั เปน ลายเรขา พชื นก
ัต ต างๆและพบใบ นา มนุ ย ที ่ใี ชเปน ีดํา รือ ีม งเขม
นอกจากนย้ี งั มีการพิมพล าย รือขดู ลักลายเปนรูปลายจัก าน ลาย
เชือกทาบอายรุ า 5,000 ปก อ นคริ ต ักราช
วฒั นธรรม ลงชาน (Lung Shan Culture)
ต้งั อยูท่ีราบลมุ นาํ้ ทางภาคตะ ันออกเฉียงเ นอื ลงมาตามชายฝง ทะเลถงึ
แมน า้ํ ฉางเจียง พบ ลกั ฐานทเี่ ปนเครอ่ื งปน ดินเผามีเนื้อละเอยี ด ีดําขดั
มันเงา คณุ ภาพดีเนื้อบางและแกรงเปนภาชนะ 3 ขายุค นิ ใ มต อน
ปลายเปนชุมชนขนาดใ ญต อนปลายเปนชมุ ชนขนาดใ ญม ีกําแพงลอม
รอบ มถี นน มีการจดั ระบบการปกครอง อายรุ า 2,000 ปก อน
ประ ัติ า ตร
ราชวงศช์ าง
ราชวงศช าง
ชือ่ อ่นื : ราช ง อ นิ , ราช ง ซางอนิ
ระยะเ ลา : ประมาณ ต รร ท่ี 16 - 11
กอนครติ กั ราช
เมือง ล ง : อนิ (อัน ยาง)
ก ัตรยิ องคแรก : ทัง
ก ตั ริยองค ดุ ทา ย : โจ
การปกครอง
เปน การปกครองแบบชนเผา
ะ มท ารเพื่อทาํ งครามกบั เผา อนื่
มพี ธิ กี รรมทาง า นาเพ่ือการปกครอง
สงั คม
แบงชนช้นั จากฐานะทางเ ร ฐกิจโดยชนชนั้ งู อยู
บาน ลังคากระเบอ้ื งมกี ําแพงลอ มรอบ คนจนอยูทแ่ี คบ
ความเปนมา
ราช ง ซาง ืบทอดอํานาจแทนราช ง เซ่ยี แล ก็ถอื เปน ยคุ มัยที่ องของประเท
จีนที่มี บื ทอดอาํ นาจแบบ นั ตติ ง ลังจากที่ซางทงั กอ ต้งั ประเท แล ไดรบั บทเรียนจาก
การลม ลายของราช ง เ ซี่ย จึงเลกิ การกดขบี่ งั คับรา ฎร ันมาใช ลกั เมตตาธรรมในการ
ปกครองทําใ ก ารเมอื งภายในของราช ง ซางคอ นขา งเปนไปด ยดี
Ch'eng Tang First Shang emperor ลงั จากซางทัง ิน้ พระชนมจ ากบนั ทึกประ ตั ิ า ตร า ด ยชนเผา ยิน
กลา า “ไทเจยี่ ครองราชย ามป ไมอยใู นธรรม ไมเ คารพกฎของซางทัง จน
ถูกอี ยิน่ จับคุมขงั ไ ใน ังถง 3 ป จงึ รู าํ นกึ ผิด อี ย่นิ จงึ เชิญไทเ จีย่ กลบั ู
บัลลังก จากนัน้ ไทเ จี่ยก็ปกครองแผน ดินด ยเมตตาธรรม กระท่ังเ ลาขุนนาง
ยอม ยบ ไพรฟาอยูอยางรม เย็นเปน ขุ ”
จาก มยั จง ติงจนถงึ ผานเกิง( ) นบั ได 9 ชั่ รุน
เตม็ ไปด ยการแยงชิงบัลลังกภ ายในราช ง ซางอันเปน ตน
เ ตแุ ง การลม ลายของราช ง
ไทเจย่ี
ลักฐานของราชวงศชาง
แ ลง โบราณคดี เมืองอนั ยาง
ราช ง ซ างไดย ายเมือง ล งงมายังเมืองยิน ( มบู า นเ ีย่ ถุนใน
เมืองอัน ยางมณฑลเ อ นานปจจบุ นั ) ตอ จากนัน้ ผูปกครองราช ง
ซางไดท ําการกอ รางเปนใ ญ จนทําใ เมอื งยินกลายเปนเมอื ง ล งท่ี
ยงิ่ ใ ญใ น มัยโบราณ
จารึกบนกระดองเตา
คนพบด ยค ามบงั เอิญ โดยชา มบู านเ ย่ี ถนุ เอากระดอง
เตา รือกระดกู ตั ท ่ีเก็บไดม าขายเปน ยา แล มีนัก ิชาการไปเ น็
จงึ รู า บนกระดอง รอื กระดกู เ ลา น้ี ลักตั อกั รโบราณไ
ันนิ ฐาน า ใชก ารเ ยี่ งทาย
วฒั นธรรมทอง ํารดิ
เรมิ่ มีการใชภ าชนะ ํารดิ อยา งแพร ลาย เชน ภาชนะบรรจุ รุ าท่ี
ยงามในรูปแบบตางๆ
ZHOU DYNASTY 8
ส มั ย ฟ ว ดั ล
ห รื อ
ร า ช ว ง ศ์ โ จ ว
9 ZHOU DYNASTY
มัยฟว ดัล รอื ราชวงศโ จว
เปนราช ง ท ี่ปกครองจนี ยา นานท่ี ดุ ประมาณ 800 ป โดยแบง ออกเปน 2 มัย มัยแรกมีเมือง ล ง
อยทู เ่ี มืองฉางอัน เรยี ก า มัยโจ ตะ นั ตก และ มยั ท่ี องมเี มือง ล งอยูทเ่ี มืองลั่ ยาง เรยี ก า
มัยโจ ตะ ันออก จุดกาเนิดการปกครองระบบ ักดินา (ระบบเฟง เจ้ียน) คือ การแบงท่ดี นิ ใ ปกครอง
แยกแผนดินเปนแค นตา ง ๆ แล งเชือ้ พระ ง ไปเปนอองปกครอง
มัยราชวงศโ จวตะวนั ตก
โจวอู วัง
นาม า จฟี า ถาปนาราช ง โจ ขึน้ ปกครองแผน ดินและเปลีย่ น
พระนามเปน ‘พระเจาโจ อู งั ’ โจ อู ังตองการที่จะรกั าดิน
แดนตะ ันออกไ ใ ไ ดจึงใชน โยบายเมือง นา ดา น โดยมอบ มายใ
ญาติพนี่ องและขุนนางทีม่ ีค ามดีค ามชอบออกไปปกครองยังดนิ แดน
ตางๆ ตง้ั ใ เ ปน ผูค รองแค น โดยผูครองแค นจะไดรบั อาํ นาจในการ
ปกครองดนิ แดนรอบนอกผนื น่งึ อกี ทั้งพ กเขาเ ลาน้ันยงั ถอื เปนผู
พทิ ัก ราช ํานักโจ
โจ อู ังยังแตง ตั้งใ อ ูเ กิง บตุ รของซางโจ ดูแลแค น ซาง เพ่ือ
ามารถค บคุมชา ซางตอ ไป โดย ง นองชายของเขา ไดแก ก นซู ไชซู
และฮั่ ซู ใ คอยตร จ อบอเู กิง นอกจากนี้ยังแตงตงั้ ใ โ จ กงตน้ั ไป
ปกครองแค น ลู นเจียงซางไปปกครองแค น ฉี และเ า กงซ่ือไป
ครองแค นเอยี้ น
โจวเฉงิ วัง
ลังจากโจ อู งั ิ้นพระชนม เฉิง ัง บุตรชายของเขาได ืบทอดราชบลั ลงั ก แตเ นื่องจากยังอยูใน ยั
เยา จงึ มอบ มายใ โจ กงต้ัน รอื โจ กง เปน ผู ําเร็จราชการแทน เปน เ ตุใ ก นซแู ละไชซูไมพ อใจ
โจ กง จึงปลอ ยขา ใ ร ายโจ กงกลา า า างแผนชิงบัลลงั ก ตอ มา อเู กงิ กเ็ ขาร มกับก นซแู ละไชซ ู
ร บร มแ นแค นเลก็ ๆ ทางภาคตะ นั ออก อนั ไดแ ก ี เ ยีย่ น ปอ กู เปนตน เพ่ือเปนฐานกอการกบฏ
โจ กงจงึ ตอ งใชก ําลงั ท ารเขาปราบปราม โดยใชเ ลา 3 ป ดุ ทายจึง ามารถปราบกบฏอูเกงิ ก นซูแ ละ
ไชซ ลู งได ประ ารอูเกงิ และก นซู เนรเท ไชซ ู จากการปราบกบฏคร้งั นี้ ทําใ ร าช ง โจ มรี ากฐานท่ี
มัน่ คงยิง่ ขึน้
ZHOU DYNASTY 10
โจ อู ังเม่ือลม ลา งราช ง ซ างแล กก็ ลับไปนคร ล งเฮา จิง (ยายมาจากเฟง จงิ ) แล พบ า ระยะทาง
ระ า งเมอื งเฮาจงิ กบั ูนยกลางการปกครองแ งใ มอยู า งไกลกันเกินไป ดังน้นั จึงคดิ จะยายมา รางเมือง
ล งใ มใ นแถบลมุ แมน าํ้ อีและแมนํ้าล่ั ซง่ึ เปน ูนยกลางของชนเผา เซย่ี มาแตเ ดิม แตค ามคดิ นีย้ ังไมท นั
ไดเ ปน จรงิ ก็ลมป ย ิ้นพระชนมลงเ ยี กอ น จากจารกึ ทข่ี ุดไดจากเมืองเปา จีพบ า โจ เฉงิ งั เมอ่ื ได
บื ทอดราชบลั ลงั กแล กไ็ ด านตอแน ปณิธานของโจ อู งั โดยกํา นดต้ังเมอื ง ล งใ มบริเ ณลุม
แมน า้ํ อแี ละแมนํ้าล่ั ซึง่ อยใู กลเมืองล่ั ยางในปจจบุ นั โดยใชเมืองใ มนี้เปน นู ยก ลางการปกครองแ ง
ใ ม ซง่ึ ก็ ามารถรนระยะทางไปไดมากทเี ดีย เพราะเพอ่ื การนี้ เฉงิ งั ไดเ คยแตงตั้งใ เ ากงซอ่ื รือเ า
กงไป ําร จละแ กเมอื งล่ั ยางไมน านนัก เมือง ล งแ ง ใ มค ือ ลั่ อ้ี รือนคร ล งตะ ันออก ก็ร มเขา
กบั เมืองเฮา จงิ เมือง ล งเดมิ ซงึ่ โจ อู งั ได รางไ กลายเปน นู ยกลางทาง ฒั นธรรม การปกครอง และ
การท ารของราช ง โจ ตะ นั ตก และเพอ่ื ลม ลา งแน คดิ กอบกบู านเมืองของประชาชนชา ซาง เฉงิ ัง
จงึ อพยพชา ยนิ รือซางเขา เู มอื งเฉงิ โจ เมอื ง ล งแ งใ ม
เมื่อโจ ังพระราชทานทดี่ นิ และไพรพ ลใ แกบ รรดาเจา แค นนน้ั ก็ตอ งจดั พิธรี ับทดี่ ินและไพรพลน้ัน
เ ลาเจา ครองแค นท่ีไดร บั การแตงตง้ั ตองมีกํา นดเ ลาแนนอนเพ่ือเขาเฝาโจ ัง โดยมภี ารกจิ ในการ
ปกปองราช าํ นกั โจ พ กเขายงั จะตอ ง งบรรณาการใ ก ับโจ งั ด ย (ร มทั้งการเกณฑท ารไพรพล)
ากไม งบรรณาการกจ็ ะถือ า คิดการกอกบฏตอ ราช าํ นกั
บรรดาเจาผคู รองแค น มักมีเรอื่ งขดั แยงกนั บา ง มี มั พันธไมตรตี อ กันบา ง บางครัง้ ยงั คานอาํ นาจซึ่งกัน
และกนั เอง ภาพการปกครองเชน นี้ ง ผลใ ใ นช งตนของราช ง โ จ มีค าม งบและมนั่ คงทางการเมอื ง
ดงั คํากลา ที่ า ‘ยุคทองแ งเฉิง งั 40 ปไ มตองใชโ ท ทัณฑ’ แ ดงใ เ ็นถงึ ภาพ งั คมใน มยั โจ เฉงิ
ังภาย ลงั เ ตกุ ารณปราบกบฏอเู กิงแล ราช ง โจ ไดมีค าม นั ติ ขุ ระยะ นึง่
11 Z H O U D Y N A S T Y
โจวเจา วงั
ยกทัพบุกชนเผา มาน ซึง่ อา ยั อยแู ถบลมุ แมน้ําฉางเจยี ง(แยงซเี กียง)และแมนํ้าฮัน่ ยุ แตต อ งรับ ึก นกั
จากการตอ ตานอยางเขมแขง็ ของชา เผา มาน กองทัพของโจ ญู เ ียกาํ ลงั ไพรพ ลแทบ มด น้ิ เจา งั เอง
ก็ ิน้ ชีพทแี่ มน้ําฮ่นั ุย การ กึ คร้งั นถ้ี ือเปน ค าม ญู เ ยี ครงั้ ยง่ิ ใ ญค รั้ง น่งึ ในยุคตนราช ง โจ ตะ ันตก
นับแตน้นั มาราช ง โจ ตะ ันตกกข็ าดค าม ามารถในการค บคมุ แ นแค น ตาง ๆ ทางตอนใตไ ปโดย ิน้
เชงิ แม า ภาย ลังโจ มู ัง และโจ เซ ียน งั ก็เคยยกทพั ลงใต ท า ยงั คงไมอาจพลกิ ผัน ถานการณใ ดๆ
ไดมากนัก ชนเผาตงอี๋ ทอ่ี ยูทางทิ ตะ ันออกก็เร่ิมรุกลํ้าเขามาในชายแดนโจ ทําใ โจ ตอ งมกี าร กึ รบ
ติดพันมาโดยตลอด
โจวมู วัง
ในรัชกาลโจ มู งั พ กเฉ ่ยี น รงเรม่ิ แขง็ แกรง ขึน้ ก้ันข าง นทางการตดิ ตอ ของราช ง โจ กับแค น
ตา ง ๆ ในแถบตะ นั ตกเฉยี งเ นือ ดังนัน้ โจ มู ังจึงตอ งยกกองทัพปราบเฉ ี่ยน รงจนไดช ัยชนะ จงึ โยก
ยา ยชา เฉ ่ยี น รงจาํ น น นงึ่ มา ูดนิ แดนไท ย น เปด เ น ทางตดิ ตอระ างโจ และแค น ตา ง ๆ ทาง
ทิ ตะ ันตกเฉยี งเ นือ ภาย ลงั พ กเฉ ยี่ น รงยงั คงบุกรกุ ตามชายแดนโจ อีก ลายครั้ง
โจวล่ี วัง
ภายในเกดิ ค ามขัดแยง รนุ แรงขน้ึ ตามลาํ ดบั ลี่ ังทข่ี ดู รดี ภา อี ยา ง นกั ขม เ งรา ฎร อีกท้งั ปดก้ัน
ผูคนไมใ พิ าก จิ ารณการปกครอง จนกระทงั่ กอ นคริ ต ักราช 841 เกดิ การลุกฮือภายในขึน้ ล่ี ัง นี
ไปเมอื งจื้อ (ปจ จุบนั อยูใ นอาํ เภอฮ่ั ในมณฑล ซานซี) ประชาชนจงึ พากัน นบั นุนใ โ จ ติง้ กงและเจามกู ง
ซึง่ เปน ขุนนางช้นั ผใู ญร มกันบริ ารราชการแผน ดิน ซงึ่ นถี่ ือเปน ครง้ั แรกในประ ัติ า ตรจ นี ที่มกี าร
บันทกึ เ ตกุ ารณโดยระบุเ ลาทีแ่ นนอน
ZHOU DYNASTY 12
โจวเซวยี น วงั
ตอ มาเมือ่ โจ เซ ียน งั ได บื บลั ลงั กต อ มา เน่ืองจากไดรับบทเรยี นขา งตน จึงปรบั เปลี่ยนนโยบายการ
ปกครองเ ียใ ม และเพ่ือขจัดภยั คุกคามจากชนเผา รงตี๋ ที่อยูทางตอนเ นอื จงึ ตองทาํ กึ ปอ งกัน
อาณาเขตอกี ครงั้ ุดทายไดรบั ชัยชนะกลบั มา นอกจากนย้ี ังประ บชัยในการ งครามกับแค นจิงฉู และ
ยอ๋ี ดังน้ัน จึงไดรบั การเรยี กขานเปน ยคุ ‘ฟน ฟู’ ท า ังคมโดยร มยังคงตกอยภู ายใตม ร ุมแ งค ามขัด
แยง ภายในตอไป
คร้งั นงึ่ แค น เออ ไมย อม งบรรณาการใ ก บั โจ ทงั้ ยังยกไพรพลรกุ เขามาถึงรอบนอกเมืองลั่ อี้
นคร ล งตะ นั ออก ทําค ามต่นื ตระ นกใ ก บั บรรดาขุนนางในราช ํานัก โจ เซ ียน งั จัด งกองทพั
พทิ กั น คร ล งทง้ั องเขา ตอกร แตก็ไมอาจตา นทานไ ไ ด ภาย ลงั ไดร บั ค ามช ยเ ลอื ทางท ารจาก
บรรดาเจา แค น ทอี่ ยูร อบขาง จึง ามารถเอาชนะไดในที่ ดุ
โจวโยว วัง
ในรัช มยั โจ โย งั ซง่ึ เปนบตุ รของโจ เซ ยี น งั ลุม ลงในตั นาง นมเปาซือ่ ถงึ กบั คดิ งั าร
รชั ทายาทอ๋ีจิ้ เพื่อแตงตงั้ บุตรชายของนางเปาซือ่ นามปอ ฝู เปนผู ืบทอดราชบลั ลงั ก เน่อื งจากมารดาของ
อจ๋ี ้ิ เปนบุตรีของเจาแค น เซนิ เปน เ ตใุ เจา แค น เซนิ ร มมอื กับพ กเฉ ยี่ น รงบุกโจมตโี จ ตะ นั ตก
งั ารโจ โย ัง ณ เชิงเขา ลซ่ี าน อกี ทั้งฉ ยโอกา ปลน ะดมทรพั ย นิ มคี า ภายในเมอื งไปจน มด ิ้น
ราช ง โจ ตะ นั ตกจงึ ถงึ กาลลม ลาย
13
ZHOU DYNASTYL
ภาพเ ร ฐกิจและ ังคม
• มคี ามกา นา ยิง่ ก า ราช ง ซ าง มีการใชทา จาํ น นมากในกระบ นการผลิต กอ ใ เกดิ ภา ะแรงงานเ ลือ
ใชใน ังคม ซ่ึงทาํ ใ อ าชีพงานชางฝมอื ตา ง ๆ ไดร บั การพัฒนามากย่งิ ข้ึน การผลติ เครื่องมอื าํ รดิ ก็มีค าม
กา นา อยา งมาก นอกเ นือจากโรงงานเคร่อื งมือ าํ รดิ ทคี่ บคุมโดยราช ํานักแล เ ลาเจา ครองแค น ตา งกม็ ี
โรงงาน าํ รดิ เปนของตนเอง เครือ่ งมอื าํ ริดย่งิ มปี ริมาณเพ่มิ ขนึ้ กย็ ่ิงมกี ารนําไปใชอยา งก างข างมากขึน้ จน
แทบจะครอบคลมุ ในทุกดานของ ิถชี ี ติ อีกทงั้ ยังช ยกระตนุ ค ามเจรญิ ใน าขาอาชีพอื่นๆอีกด ย
• มีการเปล่ียนแปลงตั อกั รใ ยงามตั บรรจง เขียนงา ย
• มีค ามกา นา ในเชิง ชิ าการและเทคโนโลยีทางดานตา ง ๆ เชน เก ตรกรรม การเล้ียง ตั การทอผา การ
ชางทอง การกอ รา ง ดารา า ตร ภูมิ า ตรเ ปน ตน นักโบราณคดไี ดข ุดพบเครือ่ งมือเ ล็กกลาท่ี รางจาก
แรงงานมนุ ยภ ายใน ุ าน มยั ปลายราช ง โจ ตะ ันตก ซ่งึ แ ดง า อยา งนอ ยใน มยั นนั้ ผูคนเริ่มรจู กั เทคนิค
ในการตเี ล็กแล
• มีประเพณีการฝง พ กอเปน เนนิ ดินขนึ้ มาฝง พ ในภาพเ นอื นิยมฝงลงไปในดิน
• มกี ารตร จรกั าโรค จบั ชพี จร ใชย า มุนไพรรคู ณุ มบตั ขิ องแมเ ล็ก
ZHOU DYNASTY 14
มัยราช ง โจ ตะ นั ออก
เปน ช งครง่ึ ลงั ของราช ง โ จ โจ ผิง งั โอร ของโจ อิ งั ไดยา ยเมอื ง ล งไปท่ลี ั่ ยาง นบั
เปนการเริ่มตนของราช ง โ จ ตะ ันออก ราช ง โจ ตะ ันออกแบงเปน 2 ช ง คอื ยุค นั ต ารท รือ
ยคุ ชุนชิ และยคุ รณรฐั รอื ยุคจา นก๋ั
เมอื ง ล งอยูทล่ี ่ั ยาง ซ่งึ ต้ังอยูทางตะ นั ออกของเมอื งซีอาน เมือง ล งเกา ของราช ง โ จ ตะ นั ตก
ปฐมก ตั รยิ ข องราช ง น้ีคอื พระเจาโจ ผิง ัง ราช ง นเ้ี ปน ราช ง แคในนามเพราะองคก ัตรยิ ทรงไร
พระราชอํานาจทจี่ ะปกครองเ ลา ออ งตา ง ๆ ได เน่อื งจากอองตา ง ๆ ไดแ ขง็ เมืองและทาํ งครามแยง ชงิ
อํานาจกัน
ยคุ ันต ารท รอื ยุคชุนชิ
7 ปตอ มา กองทัพผ มของออ งตาง ๆ ในแตล ะรฐั ไดร มตั กนั ขับไลขา ึกออกไป และอญั เชิญโอร
ของโจ อิ างขนึ้ ครองราชย มีพระนาม า พระเจาโจ ผิง ไดม ีการยายเมือง ล งจากเมอื งเฮา จงิ มาอยู
ทีล่ กเอย๋ี ง (ลั่ ยางในปจจุบัน) ซ่งึ อยูทางตะ ันออก ยุคนตี้ อ มานักประ ัติ า ตรจ ึงไดเ รียก า ยุค
ราช ง โจ ตะ ันออก รือ ยคุ นั ต ารท
โจ ผิง งั เมอ่ื ยายนคร ล งไปยังตะ นั ออก นอกจากนที้ างตอนใตของลาํ นาํ้ ฉางเจยี ง รอื แยงซีเกยี ง
กอเกิดเปนแ น แค นตา ง ๆ มากมาย อาทิ แค นอู แค นเย เปนตน ล นเกิดจากการร บร มแ น
แค น เล็กท่อี ยโู ดยรอบเขตแดนของตน จนกระทงั่ มีกําลงั เขมแขง็ ขึ้น ดงั นน้ั เองประ ัติ า ตรใ นช งเ ลา
ดงั กลา จึงกลาย มรภมู ิเลือดแ ง การแยงชงิ อํานาจของเจาแค นเ ลา น้ี
การแยง ชงิ อํานาจเพื่อใ ไดตําแ นงผนู ําทค่ี รองอํานาจเด็ดขาดในจง ย นน้ัน เริ่มตน จากฉี นกง เจา
แค นฉมี อบ มายใ เ นาบดีก นจง แกไ ขปรับปรุงระบบการปกครองภายใน ทําใ แค น ฉีเขม แข็งข้ึน
อีกท้ังยังดําเนนิ กุ โลบายเรียกรองใ ‘พิทกั โ จ ปราบอี’๋ นน่ั คอื พทิ กั ราช ํานักโจ และร มมอื ปราบ
ปรามชนเผานอกจง ย น อาทเิ ชน ร มมอื กับแค น เอยี้ นปราบชนเผา รง รอื ร มมอื กับแค น ตา ง ๆ
ยุดย้ังการรุกรานของชนเผา ตี๋ เปนตน
15 Z H O U D Y N A S T Y
นอกจากนี้ ในป 656 กอนคริ ต กั ราช แค นฉียงั ร มกบั แค น ลู ซง เจ้ิง เฉิน เ ย ี่ และเฉา ยก
ทัพปราบแค นฉู เพอ่ื ท งถามบรรณาการใ กับราช าํ นกั โจ แตเ ดมิ แค น ฉูม ีกําลงั ท ารท่ีเขม แข็ง แต
เมือ่ ตองเผชญิ นากบั การ กึ ปแล ปเลา อกี ทั้งระยอตอ ค ามฮกึ าญของฉี นกง จึงไดแ ตยอมทาํ
ัญญา งบ กึ ลงั จากนนั้ ฉี นกงกเ็ รยี กชุมนุมบรรดาเจา แค นตาง ๆ อีก ลายครัง้ ราช าํ นักโจ ก็
ง ตั แทนเขาร มการชมุ นมุ ด ย ยง่ิ เปน การเ รมิ รา งอํานาจบารมใี ก บั ฉี นกงกลายเปน ผนู ําในดนิ
แดนจง ย น
เมอ่ื แค นฉเี ปน ใ ญใ นดนิ แดนจง ย น แค นฉซู ง่ึ จึงไดแ ตขยายอํานาจลงไปทางตอนใต เมือ่ ิน้
ฉี นกงแล แค น ฉีเกิดการแยงชิงอาํ นาจภายใน เปน เ ตใุ อ อนแอลง แค นฉูจงึ ไดโอกา ขยับขยาย
ข้นึ เ นอื มาอกี คร้งั ซงเซยี งกง เจาแค น ซง คดิ จะ บื ทอดตาํ แ นง ผูน ําจง ย นแทนฉี นกง จึงเขา ตอกร
กับแค น ฉู ดุ ทา ยแมแ ตช ี ิตกต็ อ ง ูญ ้นิ ไป เม่ือเปนเชนน้ี แค นพันธมิตรทเ่ี คยอยูภายใตการนําของ
แค น ฉี ตา งกพ็ ากนั ันมาเขา ร มเปน พันธมิตรกับแค นฉูแทน
ในขณะทแ่ี ค น ฉคู ดิ จะกา ขนึ้ ูตําแ นง ผนู าํ จง ย นนนั้ เอง แค นจ้นิ ก็เขมแข็งขนึ้ มา จิน้ เ ินกง
ลังจากทรี่ ะ กระเ ินลีภ้ ยั การเมอื งไปยงั แค นตา ง ๆ นั้น เม่ือไดกลบั ูแ น แค น ของตน กท็ ําการปรับ
การปกครองภายในครั้งใ ญ เพ่ิมค ามเขม แขง็ ทางการท าร อกี ทง้ั ยงั คิดแยง ชงิ ตาํ แ นงผูน ําจง ย น
ขณะนั้นโจ เซียง ัง ผนู ําของราช ง โ จ ตะ ันออกถูกบตุ รชาย มคบกบั ชา ตี๋ ขับไลอ อกจาก ัง จิ้น
เ นิ กงเ น็ า เปนโอกา ในการกา ูตําแ นงผูนาํ จง ย น จึงนัดแนะบรรดาเจา แค นตาง ๆ เพื่อลม
บัลลงั กขององคช ายผูทรย จากนัน้ จดั ง โจ เซยี ง ังกลับ รู าช ํานักโจ จงึ ไดรับ ‘ธ ัชเชดิ ชเู กยี รติ’
ตอ มาในป 632 กอ นคริ ต กั ราช กองทัพของจน้ิ และฉู องแค นเขา ปะทะกนั ทเ่ี มอื งผู ทัพจ้นิ ไดชัยเ นอื
ทพั ฉู ลงั การ ึกครั้งนี้ จิ้นเ นิ กงเรยี กประชมุ แค น พันธมิตร โจ งั กเ็ ขา ร มประชมุ ด ย และได
ประทานตาํ แ นง ผูนาํ จง ย นใ กับจ้นิ เ ินกง
ZHOU DYNASTY 16
ในช งเ ลาแ ง การแยงตําแ นงผูน ําจง ย นระ า งแค น จ้นิ และฉนู ัน้ เอง แค น ฉี และฉินไดกลาย
เปน ข้ั ม าอาํ นาจทางทิ ตะ นั ออกและตะ นั ตกไป ในช งปลายยคุ ชนุ ชิ แค นฉรู มมือกบั ฉนิ แค น
จิ้นจับมือกับฉี องฝา ยตางมกี าํ ลงั ทีท่ ดั เทยี มกนั ท า ภา ะแ ง การแกง แยง ตําแ นงผนู ําจง ย นกลับ
ท คี ามขัดแยงทางการเมอื งภายในของแตละแค นมากขน้ึ ดงั น้ัน จึงถึงจุด ิ้น ดุ ของยคุ ผูนาํ ท่ี ‘ชูธงนํา
ทพั ’ ออกปราบปรามบรรดาชนเผา ภายนอก เมือ่ ถงึ ปก อนคริ ต กั ราช 579 แค น ซงทาํ ัญญาพันธมิตร
กบั แค น จน้ิ และฉู าตา งฝา ยจะไมโจมตีกัน มีการ ง ทูตเจรญิ ัมพันธไมตรีระ า งกนั จะใ ค ามช ย
เ ลอื เม่ืออกี ฝายตกอยูใน ถานการณล าํ บาก และจะเขาร มรบตา นทาน ัตรจู ากภายนอก
‘ธงนําทพั ’ เปนเครอื่ งมือที่แ ดงถึงค ามร มมอื และการแยงชงิ อํานาจของผนู าํ จง ย น การยกเลิก
‘ธงนําทัพ’ ยงั เปน การ ะทอนถึงค ามพยายามของบรรดาแ น แค น เล็ก ๆ ท่ีตองการดิ้นรนใ ลดุ พน
จากการค บคุมของแค น ม าอาํ นาจอกี ด ย
ในป 575 กอนคริ ต กั ราช แค นจ้ินและฉเู ปด ึกครั้งใ ญทเี่ ยียน ลิง ฉพู ายแพ และเม่ือป 557 กอ
นคริ ต ักราช องแค นเปด ึกอีกครัง้ ทจ่ี น้ั ปา น ฉูพา ยแพอกี ครั้ง ในช งเ ลาน้ี ก็มกี าร กึ ระ า งแค น
อีก ลายครง้ั เชน แค น จิน้ กับฉนิ จิ้นกบั ฉี จ้นิ ล นเปนฝา ยไดช ัยชนะ จนกระทั่งป 546 กอนคริ ต ักราช
แค นซง ร มกับแ นแค นอนื่ อีกนบั บิ แค น ทํา ญั ญาทางไมตรกี ับจ้นิ และฉูอกี ครง้ั โดย ัญญาดังกลา
ระบุ า “นบั แตนไ้ี ป บรรดาเจาครองแค นเล็ก ๆท้งั ลายจะจัด งบรรณาการใ กับแค นจ้ินและฉโู ดย
เทา เทียมกัน” ดงั นั้น แค น จน้ิ และฉูจงึ ถอื า ไดแบง ปนอาํ นาจกนั ฝายละกงึ่ นึ่ง
ในขณะที่แค น จิ้นและฉเู ขา แยง ชิงอาํ นาจผูนาํ จง ย นนัน้ เอง ทางตอนใตของลํานา้ํ ฉางเจียง รือแยงซี
เกียงกไ็ ดก อเกิดแค นอู และแค น เย ข ้นึ แค น จ้นิ ไดจับมือกบั แค น อู เพ่ือตา นทานอาํ นาจฉู ดงั นนั้
ระ างแค นอูแ ละฉจู งึ เกิด ึกกนั ลายครงั้ ในป 506 กอ นคริ ต กั ราช แค นอยู กทพั บุกแค น ฉู ไดรับ
ชยั ชนะอยา งงดงาม โดย ามารถรกุ เขาถงึ เมือง ล งของฉู นบั แตนัน้ มา กําลังอาํ นาจของแค น ฉูก็
ถดถอยลง
17 Z H O U D Y N A S T Y
ในขณะทแี่ ค นจ้นิ จับมือแค น อูเ พอื่ จัดการแค นฉู แค น ฉูก็ร มมือกบั แค น เย เพอื่ ปองกนั อู ดงั น้นั
ระ า งแค น อูและแค น เย จึงเกดิ กึ ไมข าด เจา แค น อนู ามเ อ ลี เ ียชี ติ ใน มรภูมริ บ ราชบตุ รฟไู ช
าบาน าจะพิชิตโก เจี้ยน เจาแค น อู เพอื่ ลา งแคนใ ก บั บดิ า และในปถ ัดมาเมื่อโก เจย้ี นยกทพั มาอีก
ครง้ั จึงตองพายแพก ลบั ไป โก เจ้ียนแ รง า ยอม โิ รราบ ถงึ กับยอมทน ‘นอนบนพื้น ญา ลม้ิ ชมิ ดีขม’
เพ่ือ ั่ง มกาํ ลงั พล รอจงั ะโอกา อนั ดีขณะทฟ่ี ูไชเจาแค นอูข ้ึนเ นอื เพือ่ ช งชิงตําแ นง ผนู าํ จง ย น
กับแค น จ้นิ นน้ั เอง โก เจย้ี นกย็ กทัพบุกเมอื ง ล งของแค น อู ฟไู ชไดแ ตร ีบกลบั มาเจรจายอม งบ ึก
แตตอ มาอีกไมน านนกั แค น เย ก ็ ามารถบกุ ทําลายแค นอลู งไดอ ยา งราบคาบ จากน้นั โก เจ้ยี นกข็ ยาย
อิทธิพลขึ้นเ นอื เพ่ือเขาร มชมุ นุมเจา แค นเพอ่ื กา ตู าํ แ นง ผูนําจง ย น
ในยุคชุนชิ (770-476 ป กอ นคริ ต กั ราช) นี้ ค ามร มมอื และ ูรบของแค น ตาง ๆ นอกจาก
เปนการกระตุนค ามเจรญิ ทางเ ร ฐกจิ และ ังคมของแ นแค น และดินแดนตาง ๆแล ยังมี นช ย
เรง เราการ ลอมร มเผาพันธุระ า งชนเผาใ เปน นงึ่ เดยี อกี ด ย ลังจากผา นการเปลี่ยนแปลงครง้ั
ใ ญ โยกยายผลดั เปลี่ยนฝก ฝา ยแล บรรดาเจา แค น ขนาดเลก็ ก็ทยอยถูกกลืนโดย 7 นครรฐั ใ ญแ ละ
แค น รอบขางอกี ิบก าแค น
ยุคจั๋นก อ
เมอื่ เขา ูย ุคจ้ันก อ รอื ยคุ งคราม (ป 475-221 กอนคริ ต ักราช) จึงมี ภาพโดยร มดงั นี้ นครรัฐฉู
คุมทางตอนใต นครรัฐจา คมุ ทางเ นอื นครรัฐเยย่ี นคุมตะ นั ออกเฉยี งเ นอื นครรฐั ฉีคุมตะ ันออก
นครรฐั ฉินคมุ ตะ นั ตก โดยมีนครรัฐ าน นครรฐั เ ยอยตู อนกลาง ซ่ึงในบรรดานครรัฐทง้ั 7 น้ี มี 3
นครรัฐใ ญทค่ี รอบคลุมดนิ แดนลมุ นํ้า งเ อ รือฮ งโ จากทิ ตะ นั ตก ูตะ นั ออกอันไดแ กนครรฐั ฉนิ
เ ยและฉี ซง่ึ มกี าํ ลังอํานาจยิ่งใ ญท ัดเทียมกนั
นับจากเ ยเ นิ โ เจานครรฐั เ ยข้นึ อู าํ นาจในช งกอนคริ ต ักราช 400 ซ่ึงอยูในยคุ ปลายชนุ ชิ
เปน ตน มา ก็ไดน าํ พาใ น ครรัฐเ ย กา ข้ึน คู ามเปน รัฐม าอาํ นาจในแผน ดนิ จง ย น เมอื่ นครรัฐเ ย
เขม แขง็ ขึ้น เปนเ ตใุ น ครรฐั าน จา และฉินตาง าดระแ งซึง่ กนั และกนั เปน เ ตุใ เกดิ การกระทบ
กระทงั่ กันไม ยุด ยอน
ZHOU DYNASTY 18
ในช งกอ นคริ ต ักราช 354 นน้ั เอง นครรัฐจา โจมตแี ค น เ ย นครรัฐเ ย เ น็ าแค น เ ย เปนแค น
ในปกครองของตน จึงนําทพั บุกนคร านตาน ซึ่งเปน เมือง ล งของนครรฐั จา นครรฐั จา นั ไปขอ
ค ามช ยเ ลอื จากนครรัฐฉี นครรัฐฉีจงึ ง แมทพั เถยี นจี้ ไปช ยนครรัฐเจา เถียนจีใ้ ชกล ึกของซุนปน
เขา ปดลอ มนครตา เ ลยี ง เมือง ล งของเ ย เ ลานน้ั ถึงแม า กองท ารของเ ย จะ ามารถเขา ูน คร าน
ตานไดแล ท ากลับจําตองถอนกําลงั เพื่อยอนกลับไปกอบกู ถานการณของรัฐตน ุดทายเ ียทีทพั ฉีท่ี
กุย ลิง ถกู ตแี ตกพา ยกลบั ไป และในปถัดมา นครรัฐเ ยและ านกร็ มมือกนั โจมตีทพั ฉีแตกพา ย เม่อื ถึง
ป 342 กอนคริ ต ักราช นครรฐั เ ยโจมตนี ครรัฐ าน นครรฐั านขอค ามช ยเ ลอื จากนครรัฐฉี นคร
รฐั ฉจี งึ มอบ มายใ แมท ัพเถยี นจ้อี อก กึ อกี ครัง้ โดยครัง้ นี้มีซนุ ปนเปน ที่ปรกึ าในกองทพั างแผน
ลอกลอ ใ ทพั ุยเขา ูกับดกั ท่ี มา ลิง ท่ีซึ่งธนูนบั มืน่ ของทพั ฉเี ฝา รออยู ค ามพายแพค รา น้ีผงั เจ
ยี น แมท ัพใ ญของนครรัฐเ ยถึงกับฆาตั ตาย รชั ทายาทของนครรัฐเ ยถูกจับเปนเชลย ‘การ กึ ที่ มา
ลงิ ’ จงึ นบั เปน การ กึ คร้ัง าํ คัญในยุคจ้นั ก อ เน่ืองจากได รา งดลุ อํานาจทางตะ นั ออกระ า งนครรฐั
ฉีและนครรัฐเ ยใ มีกําลังทดั เทยี มกนั
นนครรฐั ฉนิ ภาย ลังการปฏริ ปู ของซางเอียง โดย ันมาใชกฎ มายในการปกครองแล ามารถ
กา กระโดดข้ึน คู ามเปนรฐั ม าอาํ นาจทเี่ ขม แขง็ ที่ ุดในบรรดา 7 นครรฐั ดงั นั้นจงึ เริม่ แผขยายอทิ ธิพล
ูตะ ันออก เรม่ิ จากปราบซนั จนิ้ (ไดแกนครรฐั าน เจาและเ ย) โดยเขา ยดึ ดินแดนฝง ตะ นั ตกของนคร
รัฐเ ย จากนน้ั ขยายออกไปยังทิ ตะ ันตก ทิ ใตแ ละเ นอื เมอื่ ถงึ ปลายป 400 กอนคริ ต ักราช
นครรฐั ฉนิ กม็ ดี นิ แดนก างใ ญใกลเ คียงกับนครรฐั ฉู
ในขณะท่ีนครรฐั ฉินเขา โรมรันพันตูกบั ซนั จน้ิ นนั้ นครรัฐฉีกแ็ ผข ยายอาํ นาจออกไปทางตะ ันออก ในป
315 กอนคริ ต ักราช เจานครรฐั เยยี่ น ละบลั ลังกใ แ กเ นาบดจี ่อื จือ เปน เ ตุใ เกดิ ค าม ุน าย
ภายใน นครรฐั ฉจี งึ ฉ ยโอกา นบ้ี กุ โจมตนี ครรัฐเยีย่ น แต ุดทายประชาชนนครรฐั เย่ยี นลุกฮือขึน้ กอ อด
เปน เ ตใุ กองทัพฉตี อ งลา ถอยจากมา ขณะเดยี กัน รฐั ที่ ามารถตอกรกับนครรัฐฉินไดมเี พียงนครรัฐฉี
เทา กลยุทธชิงอํานาจใ ญท ี่ าํ คัญในขณะน้นั คือ ฉนิ และฉี ตอง าทางใ นครรัฐฉูมาเ รมิ พลงั ของตนใ
ได
19 Z H O U D Y N A S T Y
การปฏิรปู ทางการเมืองของนครรฐั ฉูลม เ ล เปน เ ตุใ รฐั ออ นแอลง แตกย็ ังมดี ินก างใ ญไพ าล
อกี ทัง้ ประชากรจําน นมากเปน กาํ ลงั นุน นครรัฐฉรู มมือกับนครรฐั ฉตี อ ตา นฉิน ง ผลกระทบตอการ
ขยายดนิ แดนของนครรฐั ฉนิ ดงั น้นั เอง นครรฐั ฉนิ จึง งจางอี้ ไปเปนทูต นั ถ ไมตรกี ับนครรฐั ฉู ชกั ช นใ
ฉลู ะท้ิงฉเี พอื่ ันมาร มมือกบั นครรัฐฉิน โดยฉินจะยกดินแดนซางก า 600 ล้ีใ เปน การแลกเปล่ยี น
ฉู ย ัง เจานครรัฐฉลู ะโมบโลภมากจึงแตก กั กบั นครรฐั ฉี ตอเมอ่ื เจานครรัฐฉู งคนไปขอรบั ท่ีดนิ ดัง
กลา นครรัฐฉินกลับปฏิเ ธไมรับรูเ รอื่ งรา ฉู ย ังโมโ โกรธา จึงจดั ทพั เขาโจมตนี ครรัฐฉนิ แตก ลบั
เปนฝา ยแพพ า ยกลบั มา นครรฐั ฉเู ม่อื ถูกโดดเดีย่ และออนแอ นครรัฐฉนิ จึงบุกเขา ยึดดินแดนจง ย นได
อยาง างใจ โดยเร่ิมจาก นครรฐั าน และเ ย จากนน้ั เปน นครรฐั ฉี
เม่ือถงึ ป 286 กอนคริ ต ักราช นครรัฐฉีลมลา งแค นซง เปน เ ตใุ แ ค น ใกลเ คียง าดระแ ง
นครรฐั ฉนิ จงึ นดั มายใ นครรฐั าน เจา เ ยและเย่ียนโจมตนี ครรัฐฉีจนแตกพา ย นครรฐั เยยี่ นที่นําทัพ
โดยแมทัพเลออี้ ฉ ยโอกา บุกนคร ลินจอื เมือง ล งของนครรฐั ฉีและเขายึดเมอื งรอบขางอีก 70 ก า
แ ง ฉี มิ่น ังเจา นครรฐั ฉี ลบ นอี อกนอกรฐั ุดทา ยถกู นครรัฐฉไู ลลา ัง าร นครรัฐฉที เี่ คยย่ิงใ ญ
เกรียงไกรตอ งจบ น้ิ ลงในลกั ณะนี้ เมอ่ื เปน เชนนี้ นครรฐั ฉนิ จึงไดโ อกา แผอิทธพิ ลเขา ภู าคตะ นั ออก
ในป 246 กอนคริ ต กั ราช ฉนิ งั เจง้ิ ( รอื ตอมาคอื ฉิน ื่อ ง รอื จ๋นิ ซีฮอ งเต จักรพรรดิองคแ รก
ของจนี ) ได บื ราชบลั ลังกน ครรัฐฉนิ ตอมา โดยมีที่ปรกึ า เชน เ ยเ ลีย ลี่ซอื เปน ตน ช ยเ ลอื ใน
การถากถางเ น ทางในการร บร มแผนดนิ บา งใชเ งนิ ทองลอซือ้ บรรดาขนุ นางของ 6 นครรฐั แทรกซมึ
เขาไปกอค าม ุน ายในการปกครองของนครรฐั ทัง้ 6 อกี ทัง้ ง กองกําลงั รุกเขา ประชิดดนิ แดนปแล ป
เลา เม่อื ถงึ ป 230 กอ นคริ ต ักราช นครรัฐฉินโจมตีนครรัฐ านแตกพายไป เมื่อถึงป 221 กอน
คริ ต ักราช กําจดั นครรัฐฉี าํ เรจ็ จากนั้น 6 นครรฐั ตา งกท็ ยอยถกู นครรัฐฉินก าดตกเ ทีอํานาจใ ญ
ไป นบั แตน นั้ มา ประเท จีนกร็ มเปน นึ่งเดยี
20
ZHOU DYNASTYL
ังคมและวฒั นธรรม
• นกั ปรชั ญา มัยนี้ งผลใ ราช ง โจ เปน ยุคทองของภมู ิปญญาท่ี งผลตอ ค ามเชอ่ื คา นยิ ม ปรัชญาของ
ังคมจีนใน มยั ตอ มาจนถงึ ปจจบุ ัน
• มกี ารใชเ ลก็ แทนที่ ํารดิ
• มรี ะบบชลประทาน
• มรี ะบบเงนิ ตราแลกเปลยี่ นกนั
• ระบบราชการของจนี จะยดึ แน อุดมการณข องขงจ๊ือ คือผูปกครองเปนตั แทนของก ตั ริยต อ งปฏิบตั ิตนเปน
แบบอยา งทีด่ ีใ ก ับประชาชน
• ตาํ ราพิชัย งครามซนุ ู โดยซนุ เู ปน ผูเขยี นท่นี บั า เปนตาํ รายุทธ า ตรทางท าร ทีม่ ีอทิ ธิพลมากของ
ประเท จนี ปจจบุ นั ยุทธ า ตรใ นตาํ รา รูเขารูเรา รบรอย ก็มิอาจเปนอัตรายได
• ลัทธินติ ธิ รรมฟาเฉยี เชื่อ า “โดยธรรมชาตขิ องมนุ ยเ ปนคนเล มีกิเล ตัณ า จงึ ลงโท ผูก ระทําผดิ ใ
ราง ลั แกผ ูทาํ ดี” ลทั ธินก้ี ลายเปน กฎ มายจนี ในเ ลาตอ มา
ลี : จรรยามารยาท ใชกับชนชั้น ูง เปนระเบียบกฎ มายไมเ ปน ลายลกั ณอ กั ร ใช ิธีชมเชยและ
ประณามมาค บคมุ ค ามประพฤตขิ องชนชนั้ ผูดี
งิ : โท ทัณฑ ใชกับ ามัญชนท่กี ระทําผดิ ใชค บคมุ ค ามประพฤตขิ อง ามญั ชนทีเ่ รียก า คนเล
ตั้งโท ทัณฑ 5 ลาํ ดบั เบาไป นกั
การ กั มึก
การตดั จมูก
การตัดขา
การทาํ ลายอ ัย ะเพ
การประ ารชี ติ
21
ZHOU DYNASTYL
ังคมและวัฒนธรรม
• มยั ของนกั ปรชั ญาจีนคน ําคัญ คอื ขงจือ๊ เปน า ดาลัทธิขงจื๊อ นกั ปราชญทรี่ บั ใช งั คม
แนวคิดปรัชญาของขงจ๊ือ เปน แน คิดอนุรัก ณน ิยม
เนนค าม มั พนั ธและการทาํ นา ทข่ี องผคู นใน งั คม ระ า งจักรพรรดิกับรา ฎร บิดากบั บุตร ามีกบั
ภรรยา เพือ่ นกบั เพือ่ น
เนน คามกตญั ู เคารพผูอา ุโ ใ ค าม าํ คญั กบั ครอบครั
เนน ค าม ําคญั ของ า นา
ลักคณุ ธรรม ประกอบด ย ลัก 5 ประการ
ค าม ุภาพ มนี ้าํ ใจโอบออ มอรี จรงิ ใจ ตงั้ ใจ เมตตากรุณา
คุณธรรมท่ี ําคัญท่ีเปน ั ใจของปรัชญาขงจื๊อ คือ เ ริน เพราะคํานปี้ ระกอบด ย อักขระ องตั คอื “คน” กบั
“ อง” มายถงึ มนุ ย มั พันธเ ปน ค าม มั พันธร ะ า งมนุ ยกับมนุ ย เ รินคอื ค ามรัก ค ามเมตา ค ามเ น็
อกเ ็นใจเร่ิมจากค ามรกั ในบดิ า มารดา ค ามรักในค ามเปน พนี่ อ ง
ผลงานของขงจอื๊ ร บร มไ เรียกตาํ รบั 5 เลม ของขงจื๊อประกอบด ย
อี้ชงิ : การเปลย่ี นแปลง
ชจู ิง : ประ ัติ า ตร
ซอื จงิ : กาพยก ลอน
ล่ีจิ้ง : พธิ กี าร
ชนุ ชิ : พง า ดารฤดูใบไมผ ลิและการใบไมร ง
• นกั ปรชั ญาจีนคน ําคญั คือ เลา จอื๊ เปน า ดาลทั ธเิ ตา นักปราชญ ลกี เรน งั คม
เขียนตาํ ราเตาเตอ จงิ
ญั ลกั ณ ยนิ ยาง มัจฉคือปลา องตั ยางแทนผชู าย ยนิ แทนผู ญิง
แนวคดิ ปรชั ญาของเลา จ๊อื
เนนการดําเนนิ ชี ิตทเี่ รยี บงา ย ไมต อ งมรี ะเบยี บแบบแผนพธิ ีรีตองใดใด
เนนปรับตั เขา าธรรมชาติ
ลัทธนิ ี้มอี ิทธพิ ลตอ ิลปน ก แี ละจิตรกรจนี
22
สมยั สมบรู ณายาสทิ ธริ าชย์
หรอื
สมัยจักรวรรดจิ นี
23
ราชวงศฉ ิน 221 – 206 B.C.
ใน มัยราช ง ฉิน ฉิน ่ือ ง รอื จ๋ินซฮี อ งเตท รงตอ งการ
รา งค ามเปนเอกภาพในอาณาจักร จึงร มอํานาจเขา รู ัฐบาล
กลาง การปกครองในแตละมณฑลตองขน้ึ ตรงตอ รฐั บาลกลาง
เทา นนั้ ทรงปราบปรามลัทธิขงจอ๊ื และ ลกั ปรชั ญาอ่นื ที่มี ลักการ
ขดั แยง กบั ลทั ธนิ ติ ิธรรม รอื ฟาเฉยี ที่พระองคยดึ เปน ลักในการ
ปกครองประเท
พระองคท รงเ น็ า ลทั ธขิ งจ๊อื อนใ คนเกยี จคราน ไมร จู ัก
ทาํ งาน คร่าํ เครง อยูแตก บั การอา นตาํ รา ทาํ ใ เ ปน อปุ รรคในการ
พัฒนาประเท ฉิน ่อื งมีพระบญั ชาใ เผาทําลายตําราของขงจอื๊
ใ นิ้ ซากและลงโท ผูขัดขืนอยา งรนุ แรง นบั เปน การทําลาย
อารยธรรมทางปญญา ครง้ั ใ ญเลยทเี ดยี เพราะตาํ ราของขงจ๊ือ
เปนแ ลง ึก าค ามรูค ามคิดที่ าํ คัญ และมีอทิ ธพิ ลตอ ถิ ีชี ติ
ของชา จนี นใ ญ
อยางไรก็ตามฉนิ ่อื งโปรดเกลาฯ ใ ป ระกา ใชภา าเขียน
เปน แบบเดีย กนั ท่ั อาณาจกั ร ร มทัง้ ใ ใชระบบแลกเปลี่ยนเงนิ
ตราแบบเดยี กนั ท่ั แผนดิน ช ยใ ก ารตดิ ตอ อ่ื ารและ
การคาขายในอาณาจักรเปน ไปโดย ะด ก
คุณูปการอันยิง่ ใ ญข องราช ง ฉ นิ คือ การร มชาตใิ ม ี
ค ามเปน นึ่งเดยี มีภา าและ ฒั นธรรมร มกนั ซ่งึ เปนปจจยั
าํ คญั ที่ งผลใ เ กดิ การ งแ นและรัก าอารยธรรมจนี ไ ไ ด
อยางยา นานใน มยั ตอมา
24
ราชวงศฮ ั่น 206 B.C. – A.D. 220
ใน มัยนบ้ี รรดานักปราชญราชบัณฑิตไดพ ยายามร้อื ฟนค ามทรงจําเก่ีย กับปรัชญาขงจื๊อท่ีถูกทาํ ลายไป
และไดม กี ารกํา นดใ ใชต ําราของขงจอื๊ เปน ตํารา าํ รบั ผทู จี่ ะ อบรับเขา ราชการ ทาํ ใ เ กดิ ระบบการ
อบไลเขารับราชการเปน ครั้งแรก และ
การคาระ างประเท ใน มยั นม้ี ีค ามรงุ เรืองมาก พอคาจีนเดินทางไปคาขายผา นเ น ทางเอเชียกลาง
เปอรเ ซีย และประเท แถบทะเลเมดเิ ตอรเรเนียน บางครั้งกย็ ังไปอินเดีย เอเชยี ตะ ันออกเฉียงใต ินคา
าํ คัญของจีน คือ ผาไ ม เครอ่ื งลายคราม จงึ เรียกเ นทางน้ี า เ นทาง ายไ ม (Silk Road) การคาใน
ตา งแดนทาํ ใ เกิดการแลกเปล่ียนและถา ยทอดอารยธรรมขึน้ อารยธรรมจนี แพร ลายไป ูภมู ิภาคอ่ืน ๆ เชน
เ ียดนาม เกา ลี มองโกเลีย รอื แมแ ตเอเชยี กลาง นับได า มยั ราช ง ฮ ัน่ เปน มยั แ ง ค ามเจริญทาง
อารยธรรมของชา จนี อยา งแทจริง
ไซ ลนุ ประดิ ฐกระดา ไดค นแรกของโลก
25
ราชวงศถ งั A.D. 618 – A.D. 907
ภาย ลังการ ้นิ ดุ อํานาจของราช ง ฮ ่ัน แผน ดินจนี ก็แตกแยก
มรี าช ง ตาง ๆ ผลัดกนั ขนึ้ มาปกครองอาณาจักรแตกเ็ กิดค าม
ุน ายจากการแยงชงิ อํานาจอยูตลอดเ ลา จนในที่ ุดผูนาํ ของ
ราช ง ถงั ามารถร บร มอาณาจักรเขา เปน ปก แผน ไดแ ละขยาย
อาณาเขตออกไปก า งข างก า มัยใด ๆ
ซง่ึ เปนผลดีตอการฟน ฟูอารยธรรมใน มัยนี้ ค ามเจรญิ ดา น
อารยธรรมใน มัยน้ีไดรับอทิ ธพิ ลจากพระพุทธ า นาเปน นใ ญ
เน่อื งจากพระเจาถงั ไทจงทรงเลื่อมใ ในพระพุทธ า นา และได งพระ
ภิก รุ ปู น่ึง คือ พระเ ยี นจาง รือพระถงั ซําจงั๋ เดนิ ทางไปอัญเชิญพระ
ไตรปฎ กที่ประเท อนิ เดยี เขามาในประเท จีน ดังน้ันอารยธรรมตาง ๆ
ใน มัยราช ง ถ ังจึงมคี ามเก่ีย ของกับพระพุทธ า นาและมีลกั ณะ
ของ ิลปะอินเดียผ มอยทู ั้งงานประติมากรรม จิตรกรรม รรณกรรม
รอื แมแตก าร ดมนตในพระพุทธ า นาก็เปน ตนกําเนดิ ของเครอ่ื ง
ดนตรจี ีน เชน ขิมและขลุย ด ย
ยง่ิ ไปก า น้ัน การขยายดนิ แดนจนประชดิ พรมแดนของอินเดียเปน การเปดชองทางใ ช า ตา งชาติจาก
ตะ นั ออกกลางท่เี ดนิ ทางเขา มาในอนิ เดยี ไดเดินทางเขามาในเมืองฉางอานจาํ น นมาก ท้ังพอคา พระ ท าร และ
ผทู เี่ ดินทางเขา มาทอ งเทยี่ ในเมืองฉางอาน บุคคลเ ลา นเ้ี ปน ่อื ในการเผยแพรอารยธรรมและค ามเชือ่ จาก
ตะ ันออกกลาง เชน การนํา า นาอิ ลามและคริ ต า นาเขามาเผยแพรใ นอาณาจักร
ใน มยั นม้ี กี ารกอตง้ั ราชบัณฑิตย ถานช่ือ ฮัน ลนิ ย น (Hanlin Yuan) ขึ้นในเมอื ง ล งเพ่อื ใ เ ปน ูนยร ม
เ ลา นกั ปราชญร าชบณั ฑติ นกั ดนตรี ก ี และจิตรกร การขยายตั ของเมอื งลง ภู าคใตท าํ ใ ฒั นธรรมจากเมือง
ล งแพรก ระจาย เู มอื งทางใต ไมเพียงเทา นี้ ัฒนธรรมจนี ยังแพรไปไกลถึงญ่ีปนุ ด ย โดยเฉพาะการ รา งเมอื งนะ
ระเลียนแบบเมอื งฉางอาน
ปลาย มัยราช ง ถ ังเกดิ ขบ นการตอตา น ัฒนธรรมท่มี าจากภายนอกและพยายามจะฟนฟู ัฒนธรรมดงั้ เดมิ
ของจีน โดยการโจมตพี ระพุทธ า นา า เปน า นาของชา ตา งชาติ มาจากค ามปาเถอ่ื น จักรพรรดิทรงประกา
เ นคืน งั ฆมณฑลเพ่ือขดั ข างการขยายตั ของพระพุทธ า นา ลัทธขิ งจือ๊ จงึ ไดรบั การฟนฟอู กี ครัง้ โดยกลุม ปญ ญา
ชนและขาราชการ มชี ื่อเรียก า ลทั ธขิ งจื๊อใ ม
ราช ง ถัง ้ิน ดุ ลงใน ค. . 907 เพอ่ื พ กเติรกเขา มาโจมตีดนิ แดนของจนี กลางและ ามารถโคน ลมราช ง ลง
ได แผนดนิ จีนจึงตองแตกแยกอีกคร้ัง ในช งกอน ถาปนา
ราช ง ซงจงึ มรี าช ง เ ล็ก ๆ เขา มาปกครองอาณาจกั รในแตล ะ น
ใน มัยนม้ี กี ารประดิ ฐด นิ ปน และคิดคนแมพมิ พแบบแกะ ลกั ไม
26
ราชวงศซง รอื ซอ ง A.D. 960 – A.D. 1279
ใน ค. . 960 แผนดินจนี ถกู ร มเปนปกแผน อีกครงั้ โดย
ขุนนางผู บื เชอื้ ายจากราช ง ถงั แล ตง้ั ราช ง ใ มข ึน้
เรยี ก า ราช ง ซง ใน มัยนี้พ กอนารยชนมกั เขา รุกรานแผน
ดนิ จนี อยเู มอ เนอ่ื งจากราช ํานกั ไมเ ขม แข็งพอ
ขณะทก่ี ารคา ระ า งประเท กลบั มคี ามเจริญรุงเรือง เ รียญเงินของราช ง ซ งเปน มาตรฐานในการซอื้ ขาย
แลกเปลย่ี นและเปนท่ีนยิ มใชอยางแพร ลาย แตประเพณีบางอยา งกลับแ ดงถึงค ามตกตํ่าทาง ัฒนธรรมใน งั คม
เชน ประเพณีการมดั เทา ของ ตรใี มีขนาดเลก็ เรีย ซึง่ รา งค ามลาํ บากใ แก ตรีจีนยิ่งนกั เพราะไม ามารถเดินได
ะด ก
ในราช ง นม้ี ี ทิ ยาการที่ าํ คญั คือ ปเซิง ประดิ ฐแ ทน พมิ พแ บบตั เรยี งจากดนิ เ นีย (กาํ เนิดแทน
พมิ พ) และมกี ารประดิ ฐเ ขม็ ทิ นาํ แผนเ ล็กและฐาน ลกั ตั อกั รบอกทิ ทาง
27
ราชวงศ ยวน A.D. 1279 – A.D. 1368
ลังจากราช ง ซ ง มดอํานาจลง พ กมองโกลซ่งึ เดมิ เปน ชนเผาเรร อ นกเ็ ขามามีอาํ นาจปกครองจนี ในปลาย
คริ ต ต รร ที่ 13 ใน มัยราช ง ย น รือราช ง มองโกลนีน้ บั เปน อีกครั้ง น่ึงท่ชี า ตา งชาติเขามามบี ทบาท
ในการกาํ นด ถิ ีชี ิตของชา จนี แตอารยธรรมจนี กย็ ังคงอยูคกู ับชา จนี เชนเดมิ เนื่องจากชา มองโกลมี
อารยธรรมที่ดอ ยก า ชา จีนจงึ ไดยอมรบั อารยธรรมและประเพณตี าง ๆ ของชา จนี ไปปฏิบัติ ง่ิ ทแ่ี ดงถึงค าม
เจริญใน มัยน้ีกม็ ีรากฐานมาจากอารยธรรมเดิมของจนี น่นั เอง เชน ลทั ธขิ งจอ๊ื ระบบการ อบไลเ พอ่ื เขา รับราชการ
ิง่ ที่เปลยี่ นแปลงอยางชดั เจนใน มัยนี้ คอื อาชพี ของชา มองโกลเนน ที่การเก ตรและการคาขายแทนการเลย้ี ง
ัต ซ งึ่นเอปกน จอาากชนีพี้ชาลักมขอองงโกชลายจังีนแบในง ชมนัยชกัน้ อขนองพนลา นเมี้ ือง โดยใชเ ชื้อชาติเปนเกณฑในการแบงกํา นดใ ชา มองโกล
เปนพลเมืองอนั ดับ นึง่ ของประเท นชา จนี ท่ีมภี ูมลิ ําเนาอยูท างภาคใตถูกจดั เปน พลเมืองชัน้ ตํา่ ดุ ของ
ประเท และใน มัยนีไ้ ทยไดเ รมิ่ งบรรณาการใ ขานมองโกล
ใน มัยน้คี ริ ต า นามคี ามรงุ เรืองมาก เนื่องจากชนช้ันปกครองแ งราช ํานักมีค ามเลอื่ มใ ในคริ ต า นา
เปน อนั มาก ซ่งึ การเปดประตตู อนรับ า นาจากดนิ แดนทางตะ นั ตกเทากบั เปนการเปด รบั ทิ ยาการตา ง ๆ จากชาติ
ตะ นั ตกด ย โดยมผี ู อน า นาเปน อื่ กลางนําตาํ ราจากยุโรปมาเผยแพรใ นจีน ขณะเดีย กันก็นาํ ทิ ยาการค าม
เจริญของจนี ไปเผยแพรใ นยโุ รปด ย นับเปน การแลกเปลย่ี นอารยธรรมค ามเจริญระ า งอารยธรรมจีนกับ
อารยธรรมตะ ันตกที่ช ยใ เ กดิ ค ามกา นา ทาง ทิ ยาการใน องภูมภิ าคน้ี
ชา มองโกลพยายาม รา งเอกลกั ณท างอารยธรรมของตนเองใ เกดิ ข้ึนด ยการประดิ ฐอ กั รข้ึนใชใ นทางการ แต
อกั รเ ลา น้ีกเ็ ่อื มค ามนยิ มและเลิกใชไ ปพรอ ม ๆ กบั การลม ลายของราช ง
28
ราชวงศ มิง A.D. 1368 – A.D. 1644
จู ย นจางปฐมก ตั ริยแ ง ราช ง มิงขบั ไลชา
มองโกลออกจากแผน ดนิ จนี ได ําเร็จใน ค. . 1368 มัยน้ี
ถือเปน อีก มัย น่งึ ทชี่ า จีน ามารถธาํ รงรัก าอารยธรรม
จีนไดอยา งชดั เจนที่ ดุ
แม าชา จีนจะไดต ิดตอ กับชา ตะ นั ตกซ่งึ กาํ ลังอยูใ นช งฟน ฟู ลิ ป ทิ ยาและปรบั ปรุงประเท ใ ทัน มยั กต็ าม
ผลเ ียท่ีเกิดขึ้นกับประเท จนี ใน มัยน้ีก็ คือ ไม ามารถปรับตั รบั กับการ ลั่งไ ลเขา มาของชา ตะ นั ตกที่เขา มา
ทาํ การคาขาย รือเผยแพรค ริ ต า นา นอกจากนี้ยงั ทําใ เ กิดค ามไมเ ขา ใจกันทาง ฒั นธรรมทแี่ ตกตางกันของ
ชา ตะ นั ตกกับชา จีน และระบบราชการตา ง ๆ ของชา จีนก็มีจุดออ นใ ชา ตางชาติเขามาแทรกแซง โดยการ
ตดิ นิ บนเ ลาขา ราชการขนั ที เพือ่ ใ อําน ยค าม ะด กในการคา ทําใ เ ลาขา ราชการมอี าํ นาจตอรองกบั
ก ตั ริยไดมากข้ึน ประกอบกับการรกุ รานของชา แมนจทู างตอนเ นือด ย ในที่ ุดราช ง มิงกถ็ งึ กาล ิน้ ดุ ใน
ค. . 1644
29
ราชวงศชงิ รือแมนจู A.D. 1644 – A.D. 1911
ใน มัยราช ง ช งิ แมจ ะมชี า ตา งชาติเปนผูนําในการ
ปกครองประเท แตก็จดั า เปน มยั แ งค าม าํ เร็จทุก ๆ ดาน
และยังเปนยคุ ของการเตรยี มตั ูค ามเปน มัยใ มด ย ค าม
เจริญตาง ๆ ใน มยั แมนจูไมไ ดเกิดจากการ รา ง รรคขน้ึ ใ ม าก
แตเปนการปรับปรุงดดั แปลงค ามเจริญทีม่ อี ยแู ล ใ ดียิง่ ข้ึน
่งิ ท่ีชา แมนจู รา งขนึ้ เพ่ือใ เ ปน เอกลัก ณข องตน ไดแ ก การบังคับใ ช ายชา จนี โกน ีร ะเอาผมขาง นา
ออก แล ไ ผมเปย ใ แตง กายด ยเครอ่ื งแตงกายของชา แมนจู ามไมใ ช า จีนกับชา แมนจแู ตง งานกัน ร มไปถึง
การนาํ ภา าแมนจมู าใชเ ปนภา าราชการ ตอ มาชา แมนจูกลับ นั มาเรียนภา าจนี กนั และในที่ ดุ ภา าแมนจูก็
ายไปจาก งั คมจนี จะมีใชก แ็ ตในราช าํ นกั และในงานพิธีของชา แมนจูเทานนั้ ภา าจนี จงึ กลับมาเปนภา า
ราชการอกี ครง้ั และยังคงใชม าจนถงึ ปจ จุบัน ช งปลาย มยั ราช ง ชิง ไดเกดิ ลัทธลิ าอาณานิคมขนึ้ องั กฤ เปนชาติ
แรกทเ่ี ขา มาลาอาณานคิ ม ในจนี ําเรจ็ ไดนําฝน มามอมเมาชา จีนทาใ ร าช านกั ชิงออ นแอ นาํ ไป ู งครามฝน กับ
องั กฤ 2 ครัง้
งครามฝน
ต้งั แตป ลาย ต รร ที่ 18 องั กฤ ไดน าํ เขา ใบชา ถ ยชามเครื่องเคลอื บและผา ไ มจากจีนเปนจําน นมาก ใน
ขณะที่มี นิ คา ง ออกใ จนี เพียงเลก็ นอ ย ทาํ ใ อ งั กฤ เ ยี เปรียบดุลการคาใ จ ีนอยา งม า าล จนกระทง่ั รชั กาล
เฉยี น ลงปท ่ี 28 รือ ค. . 1763 องั กฤ เริม่ ถ งดุลการคาท่ีเ ยี เปรยี บโดยเริม่ นโยบายจักร รรดินิยมและไดใ ชล ัทธิ
ลา อาณานิคมในเมอื งจีน อังกฤ ได างแผนนาํ ฝน มามอมเมาชา จีนใ ออนแอ โดยนาํ เอาฝน เขา มาจํา นายในเมือง
จนี เมอื่ มาถึงป ค. . 1838 ท่ั ประเท มชี า จนี ท่ีติดฝนมากถึง 2,000,000 คน จนถงึ กับมีคาํ กลา า ฝนนน้ั
นอกจากจะขดู เอาเงินแทง จากจนี ไปแล ยงั ไดท าํ ลาย ุขภาพรา งกายและจิต ญิ ญาณชา จีนไปด ย ผตู ร จการ
ูก างไดถ ายฎกี าถึง 3 ครง้ั ตอ ฮอ งเตเ ตาก ง โดยระบุ า ากไมทําการ ยุดฝน ในประเท จนี ในระยะยา อกี
ลาย บิ ปน ัน้ จนี จะไมเ ลอื ท ารไ รบ ไมเ ลือเงินไ ใชอ กี ตอไป จนทาํ ใ จ ักรพรรดิเตาก งมีดําริทจ่ี ะปราบปราม
ฝน อยางจรงิ จัง นําไป ู งครามฝน กบั องั กฤ ทงั้ 2 ครั้ง ซึ่งราช ง ชิงเปน ฝา ยพายแพ
30
คร้งั ท่ี 1 คร้ังท่ี 2
จนี า มนาเขา ฝนจากอังกฤ จนี ยึดฝน จีนยดึ เรือ ินคา จีนชกั ธงอังกฤ แตป ฏเิ ธ
ไดนําทง้ิ ลงทะเล อังกฤ ทา งครามที่ ปลอยเรือ องั กฤ ทา งคราม จนี พายแพ ลงนาม
ก างตุง ฮอ งกง จนี แพ ลงนาม นธิ ญั ญา นธิ ัญญาเทียนจิน (จนี เปด เมืองทา เพ่มิ 11 แ ง ,
นานกิง (คา ฝน เ รี , เปดเมืองทา5แ ง , ชาติตะ ันตก 4 ชาติได ทิ ธิตัง้ ถานกง ลุ , จายคา
อังกฤ ได ทิ ธิ ภาพนอกอาณาเขต, ปฏกิ รรม งครามแกอ งั กฤ ฝร่งั เ , ยกคาบ มุทร
องั กฤ ไดฮองกง) เกาลนู ใ อ ังกฤ เชา 99 ป ร มฮอ งกง)
ชา จีนกาลงั บู ฝน ในป ค. . 1902 เรือรบอังกฤ ทําลายเรือรบ ําเภาจีน การปะทะทก่ี างโจ ระ าง
งครามฝน ครัง้ ท่ี 2
งครามจนี - ญ่ปี นุ
ช งปลาย ต รร ท่ี 19 ญีป่ นุ ไดเ ริ่มขยายอํานาจออกนอกประเท โดยมีเปา มายทีแ่ ผนดินจนี อนั ก างใ ญ
ญีป่ ุน เรม่ิ การคกุ คามจนี ด ยการนาํ กองทัพบกุ ยดึ ครองเกา ลซี ง่ึ เปนประเท ราชของจนี เพอื่ งั เปนเ นทางเขา ูจีน
ค. . 1894 เกา ลเี กิดจลาจลกลุมภมู ปิ ญญาตะ นั ออก (ตงเ ยี ต่งั ) ข้นึ จงึ รอ งขอใ จ ีนช ยเ ลือ จนี ง กองทพั ไป
ตามคําขอ นญี่ปุน งกองทพั เรือไปยดึ ครองเกา ลี และโจมตีท ารจนี อนั เปน การประกา งครามอยางเปน
ทางการ กองท ารชิงพายแพ ญ่ีปนุ ยังรุกตอ เน่ืองทําใ ร าช ํานักชงิ ั่นเกรงค ามเขมแข็งของกองทพั ญีป่ นุ
ราช าํ นักชงิ จงึ รบี ขอเจรจา งบ ึกกอน ในป ค. . 1895 ไดเ กดิ นธิ ญั ญาชโิ มะโนะเซะกิ อนั เปน นธิ ัญญาที่ไม
เปน ธรรม มกี ารลงนามระ า งขนุ นางราช าํ นักชงิ ล่ี งจางกับนายกรัฐมนตรญี ป่ี ุน อโิ ต ฮโิ ระบมุ ิ ค าม ญู เ ีย
ของจีน คอื ยกเกา ลี ไต ัน , คาบ มุทรเ ลีย ตงใ ญีป่ นุ , ใชเงนิ คาปฏิกรรม งครามนับ องรอยลานตําลงึ ,
อนุญาตใ ญ ีป่ ุนตง้ั โรงงานตามเมืองทาของจีนได ผลจาก นธิ ญั ญานีบ้ าง นไปกระทบตอค ามมนั่ คงของรั เซยี ซ่งึ
มดี นิ แดนบาง นตดิ กบั จีนทีบ่ รเิ ณคาบ มทุ รเ ลีย ตง รั เซยี ร มกบั ฝรั่งเ เยอรมนั ทาํ การคัดคานการยดึ ครอง
ดินแดนผนื นัน้ อยา ง นกั น ง ญี่ปนุ จาํ ใจคนื คาบ มุทรเ ลยี ตงใ จ นี โดยแลกกับเงนิ แทง ลายลานตําลึง การตอง
ใชจายเงนิ จาํ น น ูงมากใน ลายกรณีโดยราช าํ นักชงิ ทําใ ประชาชนเดือดรอน นกั จากการรดี ภา ี
งครามจีน ญี่ปุน กองทัพญี่ปนุ เขาขับไลก องทพั จักร รรดิตาขิง
จักรพรรดกิ าง ู พยายามปฏิรูปพฒั นาประเท ใ ทนั มัยแตกถ็ กู ขดั ข างโดยพระนางซู ไี ทเฮา เพราะไม
ตองการบริ ารราชการแผน ดินอยา งตะ ันตก ตอ มา พ. . 2455 จักรพรรดิผูอี๋ จกั รพรรดอิ งค ุดทา ยถกู บังคบั ใ ละ
ราช มบตั ิ อ านของราช ง ช ิง
พระนางซู ีไทเฮา จักรพรรดกิ าง ู
31
สมยั
สาธารณรฐั จีน
และสาธารณรฐั
ประชาชนจีน
Republic of China
32
มยั าธารณรฐั จนี และ าธารณรัฐประชาชนจนี
มยั าธารณรัฐจีน ค.ศ. 1912 - 1949
เรมิ่ ตน ทกี่ ารปฏิ ตั ิซนิ ไฮ เกิดข้นึ เม่อื ป ค. . 1912 โดยการนาํ ของ ดร. ซนุ ยดั เซน็ ดร. ซุน ยดั เซน็
ซง่ึ เปน การโคนลมอาํ นาจการปกครองของราช ง ช ิง ้ิน ุดการปกครองโดจกั รพรรดขิ องจีน
จีนไดเ ปล่ียนแปลงการปกครอง ู าธารณรัฐ เปน ผลทาํ ใ จ นี เขา ูระบอบประชาธิปไตยในท่ี ดุ
าเ ตุทีก่ อ ใ เ กิดการโคนลมอํานาจครัง้ นีน้ า จะมาจากค ามเ อ่ื มโทรมของ ภาพ งั คมจีน
ชา จีนอยูภายใตก ารปกครองโดยราช ง ชงิ ชนกลมุ นอ ยเผา แมนจู ซ่ึงไดใ อ ภิ ทิ ธเ์ิ ฉพาะชา
แมนจแู ละกดข่ชี า จีนฮ่นั อกี ท้ังราช ง ช งิ ไมมอี ํานาจกําลงั พอทีจ่ ะปกครองประเท ได ซงึ่ ตลอด
ระยะเ ลาปกครอง 268 ป (ค. . 1644 – 1912) มแี ตก ารแยง ชิงอํานาจใน มผู นู ําราช ง
ด ยเ ตุน้รี า ฎร นมากจงึ ตกอยใู น ภาพยากจน ชา ไรช า นาถูกขูดรีดภา ีอยา ง นกั ถกู
เอารัดเอาเปรียบจากเจาของทีด่ ิน ชา ตา งชาติเขามากอบโกยผลประโยชน แผนดินจนี ถูก
คกุ คามจากเ ลา ประเท ลทั ธิลาอาณานิคม โดยเฉพาะชาติม าอํานาจตะ นั ตกและญป่ี ุน จนี ได
ทาํ งครามตอ ตา นการรุกรานของกองกําลังตา งชาติ แตจ ีนเปนฝา ยแพมาโดยตลอด ทาํ ใ ร า ฎร
มดค ามเชอ่ื ถือตอ ราช ง ช งิ เปน อยางมากนาํ ไป กู ารตอตานระบอบการปกครองของราช ง
แมนจู (แน ค ามคดิ ตอตานราช ง ช ิงเร่มิ มาจากการทร่ี าช ง ช งิ ไดท ํา งครามฝนกบั อังกฤ
ทาํ ใ ังคมจนี อยใู น ภาพออ นแอ เพราะประชากรจาํ น นมากอยูใ น ภาพตดิ ยาเ พตดิ
บา นเมอื งตกอยู ภาพจลาจลใน นุ าย แมราช ง ช ิงจะพยายามแกปญ าการเ พติดฝน ของ
ประชาชน แตเม่ือจีนไดท าํ งครามฝน คร้ังท่ี อง และเปน ฝายพา ยแพอีกครั้งทําใ จ ีนตองทํา นธิ
ัญญาเทียนจนิ ซึง่ ทําใ จ นี ูญเ ียผลประโยชนม ากข้ึนไปอกี ) และอีก น่งึ าเ ตุของการโคนลม
อํานาจ คือ กบฎนักม ยทเี่ กดิ ขนึ้ ในป ค. . 1900 กองโจรนกั ม ยไดบกุ เขาโจมตฐี านท่มี ่นั ของ
พันธมติ รแปดชาติ ราช ง ช งิ นําโดยซู ไี ทเฮาได นับ นนุ การกบฎดังกลา แตก ็ไดพ ายแพใ ก บั
กลมุ พนั ธมิตรแปดชาติ ทําใ จนี ถูกบังคับใ ล งนามพธิ ี ารนักม ย และตอ งจา ยคา ชดใช งคราม
จาํ น นม า าล ทาํ ใ ช า จีนอปั ย อด เู ปนอยา งมาก
ในขณะท่รี าช ง ช ิงกําลงั ออนแอจากปญ ารุมเราทงั้ ภายในประเท และจากนอกประเท
ชา ตะ ันตกและญ่ีปนุ ดูถกู ชา จนี โดยการขนานนาม า ข้โี รคแ งเอเชยี ทาํ ใ ช า จีนบาง นมี
แน ค ามคิดทีจ่ ะเปลีย่ นแปลงการปกครองของประเท ไป ปู ระชาธปิ ไตย และนาํ ไป ขู บ น
การถงเ มงิ ฮยุ ตอ ตานราช ง ช ิง นาํ โดย ดร. ซนุ ยดั เซ็น
การจดั ต้งั าธารณรัฐจนี พัฒนามาจากการกอการกําเริบอูชางโดยไดเริ่มลุกฮือตอ ตานราช ง ชิง
เมอ่ื ันท่ี 10 ตลุ าคม ค. . 1911 ตอมาการลกุ ฮอื ไดพัฒนามาเปนการปฏิ ตั ิซนิ ไฮ การปฏิ ัติ นิ้ ุดลง
ด ยชัยชนะของขบ นการถงเ มงิ ฮุย ราช ํานกั ชงิ โดยมี ไจเฟง องคชายฉุน และพระพนั ป ลงยฺ ี่ เปน
ผู ําเรจ็ ราชการ ยอม ละอํานาจโดยประทับตราพระราช ญั จักร คนื อํานาจใ ป ระชาชน ลังจากการ
ยอม ละอํานาจของราช ํานักชงิ แล ชา จนี ทั่ ประเท และชา จีนโพนทะเลไดม ีการเฉลิมฉลอง
ันแ งการลุกฮือ นั ที่ 10 ตลุ าคม ค. . 1911 ท่เี ปนท่ีรจู กั กันใน "วัน อง ิบ" ซี่ง นั ดงั กลา น้ีเอง
ในปจจุบันไดเปน ันชาติ าธารณรัฐจนี เมือ่ นั ที่ 29 ธัน าคม ค. . 1911 ดร. ซุ นยัดเซ็น ไดถ ูกเลือก
เปน ประธานาธิบดี โดยการประชมุ ท่นี านกิงมีตั แทนจากทุกมณฑลของจีน ดร. ซุน ยดั เซน็ ไดแ ถลง
กาณเปดตั อยา งเปน ทางการ และใ ัตยค ําม่นั ัญญา า จะร ม าธารณรฐั จีนใ มั่นคงและ างแผน
เพอื่ ค ามเปนอยขู องประชาชน การปกครองของ ดร. ซุน ยัดเซน็ ใช ลักไตรรา ฎร (เอกราชของชาติ
อธปิ ไตยของประชาชน , ยตุ ิธรรมในการครองชพี ) และยึด ลักเบญจาธปิ ไตย (บริ าร , นติ บิ ญั ญัติ ,
ตลุ าการ , อบแขงขนั , ตร จตราค บคมุ )
33 ดร. ซนุ ยดั เซ็น ไดต ระ นักถงึ การขาดแคลนการ นับ นุนทางดา นการท าร ซ่งึ ผนู ํากองทัพเปย ยาง
นายพลยฺเ ยี น ช่อื ไข ไดเ นอใ การ นบั นนุ แตต องแลกกับกับการทเ่ี ขาจะไดขึ้นเปนประธานาธบิ ดี
ดร.ซนุ ยดั เซ็น จงึ ไดม อบอาํ นาจตําแ นง ประธานาธบิ ดใี แ ก ยเฺ ยี น ช่ือไข ซ่งึ ตอ มาไดบีบบังคบั ใ
จักรพรรดิผอู ๋ี จักรพรรดิราช ง ชงิ องค ุดทา ย ละราช มบตั ิ นายพลยเฺ ยี นไดรบั การเลือกต้งั เปน
ประธานาธิบดีตอ ในป ค. . 1913
ยเฺ ียน ชือ่ ไข ไดอ ํานาจปกครองประเท และมอี าํ นาจดา นการท ารอยใู นกาํ มอื เขากลับแ ดงตน
เปน เผดจ็ การ และละเลยตอ ลกั การของ าธารณรฐั ที่กอตั้งโดยเจตนารมณข อง ดร.ซนุ ยดั เซน็ ยฺเ ียนได
คกุ คามขเู ขญ็ ประ ารชี ติ มาชกิ รัฐ ภาท่ไี มเ น็ ด ยกับเขา และไดยุบพรรคกกมินต๋งั มีการลม ลาง
รัฐธรรมนูญแ ง าธารณรัฐ การเลอื กตั้งแบบประชาธปิ ไตยทถ่ี ูกคาด ังไ ในป ค. . 1912 ถกู ยตุ ิลงด ย
การลอบ งั ารผลู ง มัครเลอื กตั้งโดยคนของยเฺ ียน ชื่อไข
ลังจากที่เขาไดท าํ ลาย ลักการประชาธิปไตยแล ไดท ะเยอทะยานทีต่ อ งการจะข้ึนเปนฮอ งเต
ไดรอ้ื ฟน ระบอบจกั รพรรดิ รือ ฮอดงรเ.ตซข นุ ึ้นมยดัาเอซกีน็ คยร้งั จนในที่ ุดเขาไดปราบดาภเิ กต้ังตนเปนฮองเต
รอื "จกั รพรรดิ งเซียน ( )" และ ถาปนาเปลย่ี นชอื่ ประเท เปน จักร รรดิจีน ในป ค. .
1915 เทา กับเปนการทรย เแกลดิ ะกขาัดรตลอ กุ ฮลอื ักขไนึ้ ตตรอรตาา นฎฮรอขดงอรเงต. ซดนุงรเ.ยซซดัียนุเนซ็นทยัดั่ ปเซร็นะแเทละ าธารณรัฐจีน ทาํ ใ แผน
ดนิ เกดิ ค าม ุน ายอกี คร้งั เกดิ งครามพทิ กั ชาตขิ ึ้น
โดยกลมุ ท ารท่ไี มเ น็ ด ยกับการรื้อฟน ระบอบฮอ งเตกลับมา จักรพรรดิ งเซียนดํารงอยไู ดเ พยี ง 1 ป
และ ในป ค. . 1916 ยเฺ ียน ช่อื ไข ไดเ ยี ชี ติ ด ย ัยชรา และระบอบจกั รพรรดทิ เี่ ขารื้อฟนก็ น้ิ ดุ ลง
ลังจากการตายของยฺเ ยี น ช่ือไข บรรดาแ นแค นจัง ัดตา ง ๆ ไดป ระกา ตง้ั ตนเปนอิ ระไมขนึ้ กบั
ยฺเ ยี น ชือ่ ไข รฐั บาลกลางอกี ตอไปทาํ ใ ประเท จนี เขา ูยคุ แ ง ค ามแตกแยก รือ ยคุ ที่เรียก า มยั ขนุ ศึก
ลงั จากนนั้ ประเท จนี กไ็ ดเ ขา ู มัยขนุ ึก ประชาชนอยอู ยา งยากลําบากเกดิ งครามการ ูรบขึ้นทุก ยอ ม ญาทั่ ท้งั ประเท
อดีตกลมุ ท ารของ ยเฺ ยี น ชอ่ื ไข ไดเรมิ่ แตกแยกกนั โดยกลมุ กองทพั เปย ยา.ที่เขม แขง็ ท่ี ดุ ไดต ัง้ รฐั บาลเปย ยาง ทก่ี รุงปกกิ่ง
ืบอาํ นาจเปนรฐั บาลตอ ไป รัฐบาลเปย ยางน้นั ถือ าเปนรฐั บาลประชาธปิ ไตยจอมปลอมทีม่ ปี ระธานาธิบดที ถ่ี กู แตง ต้ังเปนเพียง นุ
เชดิ ใ แกก องทัพเทา น้นั ทาํ ใ ช า จนี เริม่ ลุกข้นึ ตอ ตา นรฐั บาลเปย ยางข้ึน ถานการณที่ ุน ายไดท ําใ ดร. ซุน ยดั เซน็ ไดถ ูกบบี
บังคบั ใ ต อ งลภ้ี ยั กลบั ไปทเี่ มืองก างตุงในภาคใตอ ีกคร้งั ด ยค ามช ยเ ลอื ของกลุม ขนุ ึกที่ นับ นนุ ประชาธปิ ไตย ในป ค. . 1917
และ ค. . 1922 ดร. ซนุ ยัดเซ็น ไดต้งั รฐั บาลกูช าติเปน รัฐบาลคูแ ขง ในภาคใตข น้ึ โดยใชเมืองก างตงุ เปน ฐานทีม่ ัน่ งั จะกอบกู
ประเท จนี ใ เปน ประชาธปิ ไตยเพอ่ื ป งชนอกี ครง้ั
ดร. ซุน ยดั เซน็ ไดฟ นฟูพรรคกก มนิ ตงั๋ อกี คร้งั ในเดือนตุลาคม ค. . 1919 ทั้งน้ี ดร.ซุน ยัดเซน็ มิได มด ังทอแท เขายงั มคี าม
ังทจ่ี ะร มประเท จนี อีกครัง้ โดยมี เจยี ง ไคเชก ลูก ิ ยผ ู ืบทอดเจตนารมณข องเขาไดกรฑี าทัพร มชาตขิ ้นึ เ นอื เพอ่ื ลมลางรฐั
บาลเปย ยางทีป่ ก กิง่ ในตอนเ นอื รือ การกรฑี าทัพขึน้ เ นอื อยางไรก็ตาม ดร.ซนุ กลบั ขาดแคลนการ นับ นุนดา นการท ารท่ีเพียง
พอและมงี บประมาณที่จาํ กัด ในขณะเดีย กันรัฐบาลเปย ยางไดพยายามตอ ดู นิ้ รนทีจ่ ะย้ือเ ลาอยใู นอํานาจตอ ไป
ลัง ดร.ซนุ ไดตงั้ รฐั บาลในภาคใตข ้ึน เขาไดตัด นิ ใจขอค ามช ยเ ลือทางดานการท ารและงบ
ประมาณ น น่งึ จาก ภาพโซเ ียต และกอตั้งโรงเรียนท าร ังผู ซ่งึ เปน โรงเรยี นท ารแ งแรกขึน้
แตการ นับ นนุ ของโซเ ียตกลบั ตอ งแลกเปลย่ี นกบั การใ โซเ ียตกอตั้งและ นับ นุนพรรคคอมมิ นิ ต
จีน ท่มี ีตน กาํ เนิดจากขบ นการเคลอื่ นไ 4 พฤ ภาคม พรรคคอมมิ นิ ตจีนไดก อต้งั ําเร็จในป ค. .
1921 ซึ่งไดรบั ค ามนยิ ม พอ ๆ กบั พรรคกกมินต๋ัง ในระยะแรก ๆ ท้ัง 2 พรรคไดตกลงท่ีจะร มมอื กนั
ฟน ฟูและ รางชาตจิ นี ขน้ึ มาโดยยึด ลกั การร มประเท จีนและค าม ขุ ของประชาชน ตอ มาในเดอื น
มีนาคม ค. . 1925 ดร.ซนุ ยดั เซน็ ไดเ ยี ชี ติ ลง และไดท ิง้ ลักไตรรา ฎรเ อาไ เปนปรชั ญาทางการเมอื ง
เจียง ไคเชก ไดดํารงตาํ แ นง ืบทอดเปนผูน ําพรรคกกมินต๋ังตอเพือ่ ืบทอดเจตนารมณข อง ดร.ซเนุจียง ไคเชก
เจียง ไคเชก ไดนาํ ทพั กรีฑาขน้ึ เ นอื จน าํ เรจ็ ในป ค. . 1926 ถึง ค. . 1928 เขาไดล ม รฐั บาลเปย ยาง
เดิน นา ปราบกลุมขุน กึ จนราบคาบ เขาไดต งั้ รัฐบาลที่เมืองนานกิง ประกา ต้งั รัฐบาลชาตินยิ มแ ง
าธารณรัฐจนี ขนึ้
เมืองนานกงิ
เ มา เจอตุง
โรงเรยี นท าร ังผู
ลัง งครามจนี -ญีป่ ุน และ งครามโลกครั้งท่ี อง 34
รัฐบาลกก มินตงั๋ มดเน้อื มดตั เพราะใชเงินไปกับ งครามโลกจําน นมาก ซา้ํ ด ยปญ าการ
คอรปั ชั่นใน งราชการอยา งก า งข าง ทําใ ไ มไ ดร ับการ นับ นุนจากประชาชน อีกทงั้ ท ารกก มนิ ต๋ังก็
เ นื่อยลาจากการรบทตี่ อเนอื่ งยา นานทาํ ใ ท ารไรระเบยี บ นิ ยั ทัง้ ยงั ขาดแคลนยุทธปจจัย ข ัญกาํ ลงั ใจ
ตกตํ่า เทยี บไมไดเลยกบั กองทัพปลดแอกประชาชนจนี ทม่ี ขี ญั กาํ ลังใจเปยมลน เพยี บพรอ มทั้งกําลงั พล
และยุทธปจ จยั เพราะไดรับการ นบั นุนจากประชาชน ป ค. . 1947 อเมรกิ าพยายามเปน ตั กลาง ใ ทงั้
องพรรคเจรจากันอยาง ันติ แตอเมรกิ าก็ตอ งถอนท ารออกไป เพราะเดิมท ารอเมรกิ นั นนั้ เพยี งแคม า
ช ยกกมนิ ตั๋งรบกับญปี่ นุ อกี ทง้ั ไมมกี ําลงั พลมากพอทจี่ ะยับยัง้ ไมใ ท ง้ั องพรรคทาํ งครามกัน จงึ เกิดเปน
งครามกลางเมอื งจีนอีกเปนครั้งท่ี อง
ลงั จากนน้ั ในป ค. . 1949 พรรคคอมมิ นิ ตจ ีนเขา ยดึ เมอื ง ําคัญ ๆ ของจนี ไดโดยแทบจะไมม กี ารตอตาน
งครามกลางเมอื งได ิน้ ดุ ลงด ยค ามพา ยแพของพรรคกก มินตั๋งของ เจยี ง ไคเชก ตอ พรรคคอมมิ นิ ตจ นี
ของ เ มา เจอ ตุง พรรคกกมนิ ตัง๋ จึงได นไี ปเกาะไต ัน เมอ่ื เปน ดงั นี้ ใน ันท่ี 8 ธัน าคม ค. . 1949 เจยี ง
ไคเชก จงึ นาํ พลพรรคกก มนิ ตัง๋ พรอ มทง้ั มบตั มิ ีคา เชน ัตถุโบราณจาก ังตอ ง า ม ทองคาํ ในธนาคาร ตลอดจน
ทรัพย ินตาง ๆ เ ลาพอคาประชาชนท่ีกลั ภัยคอมมิ นิ ต นีตามเจยี งไปตั้ง ลกั ทเี่ กาะไต ันจําน นมากก า
1 ลา น 5 แ นคน เพอื่ รอ นั มายึดแผน ดินใ ญค ืน
มัย าธารณรัฐประชาชนจีน (ค.ศ.1949 - ปจ จุบนั )
ยคุ าธารณรัฐประชาชนจีน(People’s Republic of China : PRC) าธารณรฐั ประชาชนจนี เปลี่ยนชอื่
ประเท จาก าธารณรฐั จนี มาเปน าธารณรัฐประชาชนจนี ปกครองระบอบ ังคมนยิ มคอมมิ นิ ต เ มา เจอ
ตุง เปน ผนู ําการปฏิ ัตเิ ปลยี่ นแปลงการปกครองเปน ผูนาํ คนแรกของ าธารณรฐั ประชาชนจนี ไดน ําแน คิดของ
นักปราชญ คารล มากซ และผูน าํ คน าํ คัญของลัทธคิ อมมิ นิ ต ลาดมี รี เลนนิ และ โจเซฟ ตาลนิ มาปรบั
ใชเพื่อแกป ญ าเร่ืองชนชั้นและค ามขัดแยงของชนช้ัน เพ่อื ใ ังคมบรรลถุ งึ ังคมอดุ มคติ คอื ค ามเ มอภาค
เ รภี าพ ภราดรภาพ ไดรบั การ นบั นุนจากกลุมชนชน้ั ชา นาในชนบทเกิดการปฏิ ตั ิ ฒั นธรรมเพื่อรัก า
อุดมการณก ารปฏิ ัติ กาํ จดั ัตรูการเมือง ทําลาย 4 เกา (ค ามคิดเกา ัฒนธรรมเกา นิ ยั เกา ประเพณีเกา )
ตอ มาค ามคดิ น้ไี ดลดบทบาทลง ปจจุบันจนี ดําเนนิ นโยบายปฏิรูปเ ร ฐกิจและตดิ ตอกับ ังคมนานาชาติอยา ง
ก า งข างเติง้ เ ่ยี ผิงผูนาํ ในการเปลยี่ นแปลงทางเ ร ฐกิจของจีนใ เ รมี ากขึ้น เปนผูเปลยี่ นแปลงทาง
เ ร ฐกจิ จนเปน ม าอาํ นาจทางเ ร ฐกิจ
35
อารยธรรมจีน : ังคมและวัฒนธรรม
1. ระบบทด่ี ิน
เน่ืองจากทด่ี นิ เปน ปจ จัยการผลิตที่ ําคัญ จกั รพรรดิจึงพระราชทานที่ดนิ แกเ จา เมืองและขุนนางผูใ ญต ามบรรดา ักดิ์
เจาเมืองและขุนนางไมไ ดทาํ การเพาะปลูกด ยตนเองแตม อบใ ามญั ชน รอื ชา นาทาํ การเพาะปลูกแทน โดยแบงที่ดนิ
ออกเปน 9 แปลงเทา ๆ กัน แปลง น่ึงอยูตรงกลาง มอบท่ดี นิ 8 แปลงใ ค รอบครั ชา นาเพาะปลกู แตครอบครั ชา นา
จะตองตอบแทนเจา ของท่ีดนิ โดยช ยกันเพาะปลูกในท่ีดนิ แปลงกลาง ผลผลิตที่ไดจากแปลงกลงเปน ของเจาของที่ดิน เรยี ก
การจัดที่ดินรปู แบบน้ี า ระบบบอนา
นอกจากน้ยี ังมรี ะบบนาเฉล่ยี คอื รัฐจะเปน ผจู ดั รรที่ดินใ ช า นาจําน น นึ่ง ครึง่ นงึ่ ของท่ีดินจะตอ งคืนใ แ กรัฐ
เมอื่ ชา นาถึงแกกรรม แตทีด่ ินใน นที่เ ลอื ซึ่งจะใชปลกู มอนเล้ียงไ มใ เ ปนกรรม ทิ ธท์ิ ี่ ามารถ ืบทอดเปนมรดกได
2. ลัทธินติ ธิ รรม รอื ฟาเฉีย (Legalism)
เกดิ ขึ้นใน มัยราช ง โจ มคี ามเช่ือ าโดยธรรมชาติของมนุ ยเปน คนเล มกี ิเล ตณั า จึงลงโท ผกู ระทําผิด
ใ ราง ลั แกผทู ําดี และลัทธิน้กี ลายเปน กฎ มายของจนี ในเ ลาตอ มา
ลี คอื จรรยามารยาท ใชกบั ชนชนั้ งู เปนระบบกฎ มายไมเปน ลายลกั ณอกั ร ใช ธิ ชี มเชยและประณามมา
ค บคมุ ค ามประพฤติของชนชน้ั ผูด ี และ ิง คอื โท กณั ฑ ใชกบั ามัญชนทกี่ ระทาํ ค ามผิด ใชค บคุมค ามประพฤตขิ อง
ามัญชนที่เรียก า คนเล ต้งั โท กัณฑ 5 ลําดบั เบา > นกั (การ ัก มึก การตักจมูก การตดั ขา การทําลายอ ัย ะเพ
การประ ารชี ิต)
3. ลัทธิเตา (Taoism)
า ดาของลทั ธิเตา คอื เลา จ๊อื (571 - 484 B.C.) มคี ามคิดตรงขา มกับขงจอื๊ คือ เนนใ มนุ ยเ ขาใจ ยอมรับ และ
ปรบั ตั ใ เ ขากับธรรมชาตมิ ากที่ ุด ซ่งึ มีอทิ ธพิ ลตอจติ ใจนกั ปราชญ ปญ ญาชน และ ิลปน ชา จนี อยา งก า งข าง
ยาง
ยิน
เลาจอ๊ื ญั ลัก ณ ยิน - ยาง ถาํ นท่ปี ระกอบพธิ กี รรมลทั ธิเตาํ
36
3. ลทั ธขิ งจื๊อ (Confucianism)
ผู างรากฐานลทั ธนิ ้ี คือ ขงจอื๊ (Confucianism 551 - 479 B.C.) ลทั ธิขงจื๊อเปน ขงจือ๊
ลัทธทิ ่ีมุง แกไขปญ าการเมืองและ ังคมของจีน โดยเนนใ ม นุ ยอยรู มกันใน ังคม
ด ยค าม งบ ขุ เรียบรอย ทง้ั นจ้ี ะถือ ลักการเรอื่ งมนุ ยธรรมและจารีตประเพณี ซ่ึง
ตงั้ อยบู นพ้นื ฐานของ ลกั แ ง ัมพนั ธภาพ 5 ประการ คือ ค าม มั พันธระ าง
จักรพรรดกิ ับรา ฎร บดิ ากบั บุตร พี่ชายกบั นอ งชาย ามีกับภรรยา และเพื่อนกบั
เพื่อน ทุกคนในครอบครั จงึ รู ถานภาพของตนเองในระบบค าม มั พนั ธข อง
ครอบครั ซึง่ ยอม มายร มถึง นาทรี่ ะ างกันด ย
นอกจากนป้ี รชั ญาของขงจ๊อื ยงั อน ชิ าค ามรูใน า ตรตาง ๆ เชน เรอื่ งพธิ กี รรม ประ ตั ิ า ตร รรณคดี ตํารา
การพยากรณ การบันทึกเ ตุการณตา ง ๆ คัมภีรของขงจอื๊ ไดรบั ค ามนิยม และค ามเช่ือถือจากประชาชนจนกลายเปน
ประเพณี นอกจากน้นั คมั ภีรข องขงจอ๊ื ยังถกู นาํ ไปใชใ นทางราชการและเปน ตํารา ลักเพ่ือใชใ นการ อบเขารับราชการของ
จนี ในช ง มยั ทจี่ ีนปกครองโดยราช ง ตา ง ๆ อกี ด ย
4. พระพทุ ธ า นา
พระพทุ ธ า นานกิ ายม ายานเขามาในจนี เมอื่ ประมาณ A.D. 1 มยั ราช ง ฮัน่ ซึง่ มีการดดั แปลงใ เ มาะ มกบั
ชา จีน ทําใ พ ระพทุ ธ า นาในจีนแตกตางจากอนิ เดียเปนอยางมาก และเกดิ นกิ ายใ มข้นึ จาํ น นมาก ที่ าํ คัญ คอื นกิ าย
ุขา ดี ฌาน รือเซน และนิกายเทย้ี นไท
ถํ้าพระพทุ ธรูปในประเท จีน พระพทุ ธรูปในถ้ํา ิน ลักมายจีซาน พระพทุ ธรูปเลอ ซาน
พระพุทธรปู แกะ ลัก นํา้ ผาํ ใ ญที่ ดุ ในโลก
อารยธรรมจีน : ิลปกรรมจีน
ิลปกรรมจนี เปนงาน รา ง รรคท ี่ใ ค าม าํ คัญในเรื่องของชี ิต ังคม และธรรมชาติ ผลงาน นใ ญจงึ ะทอน
ถงึ การแ ง า ัจธรรมและอุดมคติของชี ิต ิลปกรรมแขนงท่ี ําคัญ ไดแ ก เคร่อื งปน ดินเผาและเครื่องเคลอื บ เคร่ือง ําริด
เครอ่ื ง ยก ประตมิ ากรรม ถาปต ยกรรม จิตรกรรม และ รรณกรรม ( ิลปกรรมจนี ทีก่ ลา ถงึ ในท่ีนี้ จะจํากดั เฉพาะ
ิลปกรรมจารตี ประเพณีโบราณจนถึงกอ นเปลยี่ นระบอบการปกครองจาก มบรู ณาญา ิทธิร์ าชยม า รู ะบอบ าธารณรัฐใน
ตนคริ ต ต รร ที่ 20)
37
1. เคร่อื งปนดินเผาและเคร่อื งเคลือบ
ิลปกรรมทีม่ อี ายยุ ืนนานท่ี ุดเริ่มต้งั แตปลายยคุ นิ ใ ม คอื เครอ่ื งปน ดินเผาลายเขยี น ีใน ัฒนธรรม ยางเชาและ
ลงซาน เคร่อื งปน ดนิ เผา ดี ําขัดมันเงาใน ัฒนธรรม ลงชาน ซึ่งทําข้นึ ํา รับพธิ ีฝง พและเพอ่ื ประโยชนใช อบทั่ ๆ ไป
กรรม ธิ ีในการเผา เคลอื บ การใช ี และการ าดล ดลายเครือ่ งปน ดนิ เผา มีพฒั นาการเรือ่ ยมาและรุงเรอื งท่ี ดุ ใน
มยั ราช ง ซง มีการผลติ ภาชนะดินเผาแบบพเิ ํา รบั ชนชัน้ งู และแบบธรรมดา ํา รับ ามัญชนท่ั ไปเพือ่ ใชในชี ติ
ประจาํ นั ร มทงั้ งเปน ินคา ง ออกตางประเท และไดกลายเปนตน แบบของเคร่ืองเคลอื บทเ่ี รยี ก า ลายคราม ใน มยั
ราช ง ย น และพฒั นาไปถึงขนั้ งู ดุ เปน เครอื่ งเบญจรงคถ ยชามใน มัยราช ง มงิ กลา คอื เปนเครื่องลายคราม
เคลอื บ า ี ี ลกั คือ ดี ํา ขา เ ลอื ง แดง และเขีย รือคราม และอาจใช ปี ระกอบไดอีก เชน ชี มพู ม ง แ ด น้าํ ตาล
2. เครอ่ื ง าํ รดิ เครื่อง ํารดิ จีนทาํ ข้นึ เพอื่ ใชเ ปนเคร่ืองเซนบชู าเทพเจา ง่ิ กั ดิ์ ทิ ธ์ิ
บรรพบรุ ุ ใชใ นพิธี พชนชน้ั งู และชนชน้ั ปกครอง ตลอดจนเพือ่ ประโยชนใ ช อบ
ในชี ิตประจาํ นั เครอ่ื ง ํารดิ ทมี่ ชี ือ่ เ ียงมากที่ ุด คือ เคร่อื ง ํารดิ มยั ราช ง ชาง
ซึง่ มีลกั ณะพเิ อยูท ี่ค ามงดงามด ยลายประดิ ฐ และลอกเลียนแบบธรรมชาติ
เชน ลาย นา ัต ลายมังกร ลายตาเ ยยี่ ลาย ง ลายกอนเมฆ ลายเ ลา นไี้ ด
กลายมาเปน ลายประเพณีทีท่ ําตอกันมานานนับพันป
เคร่ือง ํารดิ คอ ย ๆ มดค าม ําคญั ลงใน มยั ราช ง ฮ ั่น เพราะมีการนํา
ั ดุอน่ื ๆ มาใชแ ทน เชน เ ลก็ ทองคาํ เงิน เคร่อื งปน ดินเผา อยางไรก็ตามเคร่อื ง
ํารดิ ยังคงมคี าม ําคัญ าํ รบั งานดานพธิ กี รรมอยู
3. เครอ่ื ง ยก
เครือ่ ง ยกจัดเปน ิลปะแขนง ําคญั ของจีนตงั้ แตเครอื่ ง ยกจดั เปน ลิ ปะแขนง ําคญั ของจนี ตงั้ แต มัยกอ น
ประ ัติ า ตร มีการพบ ยก ีน้ําตาลทําเปนรูปข านและแ นใน ลมุ พปลายยุค ินใ ม ใน มยั ราช ง ชางมกี ารนาํ
ยกมา ลักเปน รปู ตาง ๆ ยกทแ่ี กะ ลกั เปน แทง เ่ี ล่ยี มเปน ญั ลกั ณแทนพนื้ ดิน ยกรปู งกลม ตรงกลางเจาะเปนรู
เปน ัญลกั ณแ ทน รรค เปน ตน ยก ลักนจ้ี ะใชใ นพิธกี รรมมบ ง ร งของราช าํ นักด ย
ลิ ปะในการแกะ ลกั ยกยังคง ืบทอดตลอดมาอยา งไมเ ่อื มคลาย พรอ ม ๆ กบั ค ามเชื่อถอื และค ามนยิ มของ
ชา จีนตอ เคร่อื ง ยกซง่ึ เปนไปในทาง ริ มิ งคล ค าม ขุ งบ ค ามรอบรูทางปญญา ค ามเขมแขง็ และค ามกลา าญ
38
4. ประตมิ ากรรม
ประติมากรรมจนี มัยแรกเปนประติมากรรม ํารดิ ซงึ่ ทาํ เปน รปู ทรงภาชนะตาง ๆ ตอ มารา ปลายราช ง โจ ถงึ
มยั ราช ง ฉนิ ไดมกี ารทาํ นุ ดนิ เผาเปน รูปท ารเทา คนจรงิ จาํ น น ลายพันตั ใน ุ านจน๋ิ ซฮี อ งเตทางตะ นั ออกของเมือง
ซีอาน ุน เ ลาน้ีแ ดงใ เ น็ ถงึ ค ามคิด รา ง รรคของประติมากร า มคี ามรูดใี นเรือ่ งของ ดั นและการแ ดงออกทาง
อารมณของมนุ ย ร มทง้ั มคี ามละเอียดออนในการ ราง รรคง านแตละรูปใ อ อกมาในลกั ณะทไ่ี มเ มือนกัน ไม า จะ
เปน เคา งนาานปกราะรตแิมดากงอรรอมกดทนิ าเงผอาาเรมอื่ ณมคค าามมรนู ิยึกมบลนงใในบ มนัยา รเาคชร่อื งงแฮต่ันง กแาตยไ ดแม ลกี ะารที น่ีใําช นิ มา ลักเปนรูปประติมากรรมข้ึน
แทน นอกเจมาือ่กพนรีย้ ะงั พมทุกี าธรแากะนาลเขักา ลมงาบในนแแผผนน อดิฐินจงีนาชพางทุ ธกริละดปูกแบัตบอ นแผเดน ียขําอรงดิ กแลุละชางยกมัยตา ง ๆ ไดเ ขา มามอี ทิ ธพิ ลตอ
พทุ ธปฏมิ าท่ีประติมากรจีน รางขนึ้ และคอ ย ๆ คล่ีลคายเปน แบบ ลิ ปะจนี อยา ง มบูรณใ น มยั ราช ง ถ งั พทุ ธปฏิมา มยั
น้ีมรี ูปทรงออนชอยงดงามดูรา กบั เคล่อื นไ ได มกี ารตกแตง อาภรณและเคร่อื งประดับละเอยี ดประณตี พุทธปฏิมาที่นยิ ม
ราง คือ พราํ ะ รรับี ปารกะยตมมิ นุ าี กพรรระมโอพ่ืนธิ ๆตั ไดอ แโกล กกเิาตรจํารลอพงรระปู บรุคีอครลยิ โเดมยตปไตน รรยูปพเ รมะืออนมติ เชาภนะรปู นมในราช าํ นัก นางละคร
นกั ดนตรี ชา ตางชาติที่เขามาคาขาย ร มท้งั รปู ปน ัต ต า ง ๆ เชน อูฐ มา ทําเปน ขนาดใ ญ พบตาม ุ านของจักรพรรดิ
ทง้ั ในราช ง ถ งั และราช ง ต อ มา
4. ถาปตยกรรม
ถาปตยกรรมจนี ใน มยั แรก ๆ ลงเ ลือมาจนถึงปจจุบนั นอยมากเพราะอาคารตาง ๆ มกั รางด ยไมประกอบ
กบั เกดิ งครามขนึ้ เ มอ จะเ ลืออยเู ปน ลกั ฐานบา งก็เพยี งอาคารและ ง่ิ กอ รางซึง่ ขดุ คน พบตามอาณาบริเ ณท่ีเคยเปนท่ี
ตัง้ ของเมอื ง ล งและเมือง าํ คญั ของแตล ะราช ง ถาปต ยกรรมทม่ี ีค าม ําคัญอยางย่งิ คือ การกอ รางกําแพงเมืองจีน
ลอมรอบเมืองและกัน้ ตามแน ชายแดนใน มัยราช ง โจ และมกี าร รางเ ริมตอ ใน มยั ตอ ๆ มา มคี ามยา รา 6,400
กิโลเมตร ุ านของจกั รพรรดิ พระราช ง และขุนนางช้นั ูง เปนงาน ถาปต ยกรรมที่เดนอีกประเภท นึง่ ของจนี เชน
ุ าน มยั ราช ง ฮั่น เปน ุ านท่ีขุดเจาะบรเิ ณเนนิ เขาลึกลงไปใตด นิ ลาย ิบเมตร พน้ื ทีภ่ ายใน ุ านก า งข างแบงเปน
องตาง ๆ อ ง ําคัญ คอื อ งที่ใชเ กบ็ พและทรพั ย มบตั ิ ประตูทางเขา ุ านทาํ ด ย นิ แทง ขนาดใ ญปดทางเขาออก มี
อโุ มงคท างเดินทอดยา จากประตู ุ านขนึ้ ไปบนผิ ดนิ องขางถนนมรี ูป นิ ลักขนาดใ ญเปน รปู คน เท ดา และ ตั ต ั้ง
เรียงรายอยูตลอดเ น ทาง มกี ารขดุ คน พบรปู จําลองของบานเรอื นทีท่ ําเปน อ งู ลายชน้ั แตละชั้นมี ลงั คาติดโดยรอบ
เปน แบบจําลองดนิ เผา ทําใ นั นิ ฐานเกี่ย กบั ลกั ณะบานเรอื นของ มัยฮน่ั ได าคง รางด ยไม อิฐ และดิน แตล ะชน้ั มี
ลงั คามุงด ยกระเบอื้ ง มกี ําแพงลอมรอบ ผนังบา น ประตู และกาํ แพงมีการเขยี นภาพตกแตง เขาใจ า บา นของชนชน้ั งู
คง รา งเปน ลายชน้ั รอื ถาเปนช้นั เดีย กต็ องมีบริเ ณก า งข าง นชา บานท่ั ไปคงนิยมขดุ เนนิ ดินใ ล กึ เขาไป ลกั
ฐาน ถาปตยกรรมจีนท่ี ลงเ ลอื อยา ง มบรู ณ คือ ถาปตยกรรม มัยราช ง มิงและราช ง ช งิ ทง่ั ในดาน า นา
พระราช งั ตาํ นกั ใชไมเปน น ําคัญ มโี ครง รา งแบบเ น โคง ออ นชอน ยงาม รับเขากับ ดั นของตั อาคาร พรอ ม
ด ยการตกแตง ล ดลายทงั้ ภาพเขียนลายจํา ลักและการใช ี ลาย ี นอกจากนี้การกอ รางบา นเรือนจะตอ งคํานึงถงึ ค าม
อดคลองกลมกลืนกบั ลกั ณะธรรมชาติและ ิง่ แ ดลอมของภมู ิ ถานน้ัน ๆ ด ย
39
5. จติ รกรรม
ลักฐานท่พี อจะยึดถอื เปนรองรอยของจิตรกรรมจนี มยั แรก คอื ลอดลายท่ีแกะ ลกั บนภาชนะ ํารดิ ของราช ง
ชางและราช ง โจ แตป รากฎ ลกั ฐานท่แี นชัด า มีการาราง รรคจ ติ รกรรมจนี ขนึ้ เปนครง้ั แรกใน มัยราช ง ฮนั่ เปนการ
เขียนและแกะ ลักบนผนงั อ งฝง พ ภาพเขียนบนแผน นิ ท่ี ุ าน ภาพเขียนบนแผนอิฐ ร มทั้งภาพบนผาไ ม ยงิ่ เมอื่ มี
การผลติ กรพะรดะาพทุ แธล ามกึนดาํามี ท ํานใ ําก คาัญรเใขนยี กนาภราพรโาดงแยรใชงบพันกู ดนั ามลีคใจาใม จ ลิตารกกรลราายงมารกรขคน้ึ ผ ลงานท่มี คี ามงดงาม ทาํ ใ
จติ รกรรมจีนเปน ลิ ปะทม่ี คี ุณคา ูง จติ รกรทีม่ ีช่ือเ ียง คอื กไู คจนิ (Ku Kai Chin A.D. 345-406) บิดาแ ง จติ รกรรมจีน
และเซียะโ (Hsieh Ho) จิตรกรคน ําคัญทีม่ ชี ี ิตอยรู ะ า งคริ ต ต รร ท่ี 5
นบั จาก มยั ราช ง ถ งั จติ รกรรมจนี ไดเ ปล่ยี นไป รู ูปแบบและเนอ้ื าที่ ลาก ลายและมารงุ เรอื งถงึ ขีด ุดใน
มัยราช ง ซ ง จติ รกรที่เดน ๆ คือ อเู ตา จื่อ (Wu Tao-Tzu) ผูนาํ ในการเขยี นภาพจิตรกรรมฝาผนังท่ีแ ดงเรื่องรา ทาง
พระพุทธ า นา างเ ย (Wang Wei) ผู างรากฐานการ าดภาพทิ ทั นท่ีเช่อื มโยงเขา กับลลี าของบทก ีนิพนธ และ
มฟี่ ุ (Mi Fu) ซ่ึงนาํ ิธีการเขียนตั อัก รมาผ มกบั การ าดภาพ
ลัง มยั ราช ง ย น จติ รกรมิไดรับการอุปถัมภใ รา ง รรคงาน ลิ ปะจากราช าํ นักอกี ตอ ไป การ รางงาน
จติ รกรรมจึงมักเปน การลอกเลียนงานของจิตรกรในอดตี แน คิดดังกลา ไดรับการยอมรับจากบรรดาจติ รกรปลาย
ราช ง มงิ และมอี ิทธิพลตอ จิตรกรจีน ืบตอมาอกี ก า 600 ป
5. รรณกรรม
แม าชา จีนจะรูจกั ใชอัก ร ่ือค าม มายมาตงั้ แต มัยราช ง ช าง แต รรณกรรมจนี เพง่ิ เร่ิมขน้ึ ใน มัยราช ง
โจ ขงจ๊อื นกั ปราชญคน ําคญั ท่ี ุดของจนี ไดร บร มตาํ รบั ตาํ ราโบราณมาเรียบเรยี ง คัดเลือก และแตง เพ่ิมเตมิ ร มเขาไ
ด ยกนั เรียก า คมั ภีรท ั้ง า นอกจากนก้ี ็มี เตาเตอ จิง ของเลา จือ๊ ผู างรรากฐานลทั ธิเตา
ใน มยั ราช ง ฮ่นั รรณกรรมของลทั ธติ าง ๆ โดยเฉพาะลัทธิขงจ๊อื ไดร บั การฟนฟแู ละ นบั นุนจากราช าํ นกั
ใ ม กี ารร บร ม เรยี บเรียง และแตงเตมิ ขน้ึ ใ ม รรณกรรมจึงกลับมารุง เรือง โดยเฉพาะรอ ยแก มีทั้งประเภทบทค าม
จิ ารณแ ละประ ตั ิ า ตร นักเขยี นคน ําคญั คือ ซือ มา เชียน ซ่ึงใชเ ลาถงึ 11 ป เขยี นบนั ทึกประ ตั ิ า ตร เปนงาน
เขยี นทางประ ัติ าตรท ีเ่ ปน ระเบยี บแบบแผน เรม่ิ ตั้งแต มยั จีนโบราณเรอื่ ยมาจน นิ้ ุดใน มับจักรพรรดิอตู ้ีแ ง ราช ง
ฮ่นั รรณกรรมจนี มารงุ เรอื งมากใน มัยราช ง ถ งั มกี คี น ําคญั ลายคน เชน างเ ย (Wang Wei A.D. 699-759)
ลีไป (Li Bai A.D. 701-762) และตูฝู (Du Fu A.D. 712-770)
ใน มัยราช ง ซ ง ย น มงิ และชงิ แบบแผนทางการประพันธเ ปล่ียนแปลงไปมาก รรณกรรมประเภทละคร
นทิ าน และนิยาย ไดรับค ามนิยมแพร ลาย เชน เร่ือง ามกก ซองกงั๋ ไซอ๋ิ ค ามฝน ใน อแดง และยังคงเปน รรณกรรม
ท่ไี ดรับค ามนิยมมาจนถงึ ปจจบุ นั
40
อารยธรรมจีน : ค ามกา นาทาง ทิ ยาการของจีน
ิทยาการทช่ี า จนี คดิ คน และ รา ง รรคตลอดเ ลาก า องพนั ปถ อื เปน ทิ ยาการท่ี งู ก า โลกตะ ันตก จน
กระทั่งคริ ต ต รร ที่ 15 เมือ่ ยุโรปเขา ยู ุคการปฏิ ัตทิ าง ทิ ยา า ตร ิทยาการตะ นั ตกจึงเรม่ิ ล้าํ นา ิทยาการจีน
1. ตั อัก รจนี
ตั อกั รมกี ําเนดิ ใน มัยราช ง ชางเม่ือประมาณ 1,600 B.C. เปนตั อัก รกงึ่ ภาพ ลังจากน้ันก็มพี ัฒนาการ
เร่อื ยมา เชน ใน มัยราช ง โ จ มกี ารเปลีย่ นแปลงตั อัก รใ ยงามแบบตั บรรจงและเขยี นงายขึ้น จนถงึ ใน มัย
ราช ง ฮนั่ มกี ารใชพกู นั และกระดา ทาํ ใ รูปแบบตั อกั รพฒั นาไปอกี ขน้ั น่งึ มีการเขียนเปน ตั อัก ร ดั แกมบรรจง
และตงั บรรจง การรูจกั ใชพูก นั เขียนน้ีทาํ ใ การเขยี นตั อกั รจีนเขาไปเกย่ี ขอ งกบั จิตรกรรม ลิ ปะการเขียนตั อกั ร จาก
นั้นตั อกั รและ ิธกี ารเขียนตั อกั รจนี ก็ไดมี ิ ัฒนาการมาจนถงึ ปจ จบุ นั
2. กระดา และการพมิ พ
ชา จนี เปน ขาตแิ รกทีค่ ดิ คนทาํ กระดา ข้ึนมาใชเ ขยี นตั อัก ร คอื เมอ่ื A.D. 105 ไช ลนุ (Cai Lun A.D. 62-
121) ขุนนางจีนเปน ผูนาํ เปลือกไม เ ปอ รอื ปาน ผาเกา และแ มาทํากระดา ทําใ ก ระดูก กระดองเตา แผนโล ะ
ไมไผ และผา ไ มไมเ ปนทน่ี ิยมอกี ตอ ไป
ตอ มามกี ารคดิ คน มกึ ขึ้น โดยใชเ ขมา ตนรกั รือไม นปนเปนเม็ด รอื แทง ฝนกบั น้ํา ใชพ กู นั จุม มกึ เขียนตั
อัก รลงบนกระดา ซงึ่ ามารถบรรจตุ ั อัก รไดเ ปน จาํ น นมาก นาํ้ นักเบา จดั เก็บและพกพาได ะด ก ทาํ ใ การบนั ทึก
รือเขียนตํารบั ตําราลงบนแผนกระดา แล ร มเปน เลม เริม่ แพร ลาย
ในระยะตอ มาจีนไดเริม่ พฒั นาการพิมพด ยการเอานาํ้ มึกทาลงบนแผน ไมท ีแ่ กะ ลกั
มยั ราช ง ซ ง การพิมพกา นายง่ิ ขึ้น โดยใช ิธีการแกะตั อัก รลงบนดนิ เ นีย ตอ มาเปลย่ี นจากดนิ เ นีย เปน ไมแ ทง
และใน มัยราช ง มิงใช ิธีแกะตั อกั รลงบนแทง ทองแดง
การใชต ั พมิ พเรยี งพิมพท าํ ใ การพิมพของจนี กา นายงิ่ ขึ้น นัง ือตาง ๆ เชน พระ ตู รในพระพทุ ธ า นา
คัมภีรในลทั ธขิ งจอ๊ื ตาํ รา รรณกรรม เอก ารทางราชการ ล นไดร ับการจัดพิมพด ย ธิ เี รียงพมิ พทง้ั น้ิ และใน มัยรา
ช ง ซ งไดมีการจดั ตง้ั โรงพิมพต าม ั เมืองตาง ๆ ลายเมอื ง จนถึง มยั ราช ง มิงและ มยั ราช ง ช งิ มักนิยมพิมพ
นงั อื เปน ชดุ ใ ญ ชุด นึง่ มีจาํ น นถึง มืน่ เลมทําใ ค ามรตู า ง ๆ แพร ลายไปอยางก า งข าง จีนไดเร่มิ การพมิ พ นัง อื
กอ นชา ยโุ รป 800 ป และรจู ักใชตั พิมพเรยี งพิมพเปน นงั อื เลมกอนยโุ รปถงึ 400 ป
41
3. การแพทย
การแพทยของจีนเร่มิ ตั้งแต มยั ราช ง โจ มีการตร จรัก าโรคด ย ธิ ีตาง ๆ เชน การพิจารณาดู ี นา และฟง
เ ยี งพูดของคนไข การใช ิธจี บั ชพี จร การประคบด ยค ามรอ น การใช มุนไพร ร มทงั้ การฝง เข็ม
ในดานยารกั าโรคไดม กี ารร บร มตาํ รายาขน้ึ ใน มัยราช ง มิง มีจําน นถงึ 800 เลม ตาํ รายาชดุ นี้บรรยาย
ลัก ณะ ประโยชนของยาแตล ะชนิดอยางละเอียดพรอ มด ยรูปภาพ ตลอดจนชื่อทีเ่ รียกตางกนั ตามทอ งถ่ินตาง ๆ
4. ความรูทางวิศวะกรรมโล ะ
กลา ได าชา จีนมีค ามชาํ นาญเพราะ ามารถ ลอ ําริดขนาดเล็กทใี่ ชเ ปน
เครื่องประดับไปจนถงึ ขนาดใ ญท มี่ ีนา้ํ นกั นับรอ ยกโิ ลกรัม พรอมท้ังตกแตงล ดลาย
ยงามและมีรูปทรงแตกตา งกนั มากมาย ค ามรูค าม ามารถทางโล กรรมนเ้ี จริญ
มาต้ังแต มยั ราช ง ช างและราช ง โ จ ใน มยั ราช ง ฮ น่ั มกี ารนําเ ล็กมาใชแทน
เครอื่ งมือ ํารดิ อยางก า งข าง และตอ มาก็รจู กั ิธีการผ มเ ลก็ ถลงุ กับเ ลก็ ออนเพื่อ
ลอมเปน เ ล็กกลา มัยราช ง ถ งั ามารถ ลอเ าเ ลก็ ขนาดใ ญที่ ูงถึง 30 เมตร
แ ดง า ิทยาการทาง ิ กรรมโล ะของจีนมีค ามกา นามาก
5. การตอ เรอื
ทิ ยาการที่กา นาอีก นึ่งประการ คือ ค าม ามารถในการตอเรือ
เดนิ ทะเลขนาดใ ญ มยั ราช ง ถ งั แล มีการพัฒนาขึน้ ใน มัยราช ง ซง
และใน มัยราช ง มิงกองเรือขนาดใ ญจ ําน นนับ บิ ลาํ ของจีน ามารถ
แลนเรือจากทะเลจีนใตไปจนถงึ ชายฝง ทะเลตะ นั ออกของแอฟริกา
6. ดินปน
ิ่งประดิ ฐ าํ คญั ทีช่ า จีนเปนผูค น พบเปนครงั้ แรกอันแ ดงถึงค ามรูทางเคมขี องชา จีน คอื ดินดํา รอื ดนิ ปน ซง่ึ ทํา
ขน้ึ ใน มัยราช ง ฉินและนาํ มาใชทางการท ารใน มยั ราช ง ถ ัง มัยราช ง ซ ง ใชด นิ ดาํ ทาํ พลุ ประทดั ดอกไมไ ฟ ตอ มา
พ กมองโกลนาํ ไปใชทาํ กระ นุ ปน ใ ญ แล จงึ แพร ลายไปยงั อา รับ และถา ยทอดใ ชา ยโุ รป
7. ดาราศา ตรแ ละปฏทิ ิน
เปนเรอ่ื งทีช่ า จนี นใจมานานแล เพราะเกย่ี ขอ งกับการกํา นด นั
ทาํ พิธีกรรม ซึง่ งั คมเก ตรกรรมใ ค าม ําคญั มาก ปฏิทนิ ใชก นั มาตั้งแต มัย
ราช ง ช าง นค ามรูทางดารา า ตรม ีการทําแผนทดี่ งดา เปน กลมุ ๆ มี
การคน พบดับบนด งอาทติ ย ร มทั้งชา จีน ามารถอธิบาย า โลกเปน ตั ถทุ ี่
เคล่อื นท่ไี ปในอ กา
8. แผนท่ี
ชา จีนมีค ามรูใ นการทาํ แผนที่ ามารถ าพกิ ดั และกาํ นดอัตรา น
แผนท่ี นใ ญทําข้ึนเพือ่ ใชท างการท าร ใน มัย ลังนํามาใชประโยชนใ น
การเดินเรือ
42
9. คณิตศา ตรและการคํานวณ
ชา จีน ามารถคาํ น ณอตั รา นระ างเ น ผา นู ยกลางกับเ น รอบ งได รูจกั ประดิ ฐล กู คิดเพือ่ ช ยในการ
คําน ณตง้ั แต มัยราช ง ฮนั่ ร มทง้ั ามารถคําน ณ าพนื้ ทร่ี ปู ทรงเรขาคณติ ประดิ ฐคิดคน นากิ าแดด นากิ านา้ํ
เคร่อื ง ัดระยะทาง และเคร่ือง ัดค ามไ ะเทอื น าํ รบั ตร จแผนดนิ ไ
10. เขม็ ทิศ
ชา จีนรูจกั คณุ มบัตขิ องแมเ ล็กตัง้ แต มยั ราช ง โ จ พอถึง มัยราช ง ฮ ัน่ ก็ ามารถประดิ ฐเ ขม็ ทิ ได และ
นาํ เข็มทิ มาใชในการท ารเปนครัง้ แรก มยั ามกก ตอ มาชา อา รบั รับเอาค ามรูเ รือ่ งเข็มทิ ไปปรับปรุงใชใ นการเดนิ
เรือ และถายทอดค ามรตู อไปใ กับชา ยโุ รป
บรรณำนกุ รม
นัง อื ประวตั ิศำ ตร์ ำกล นำ้ 33-38
https://mgronline.com/china/detail/9530000148503
https://mgronline.com/china/detail/9530000148513
http://old-book.ru.ac.th/e-book/h/HI368(46)/hi368(46)-3.pdf
http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Hist_China/pdf/HistChina_4_Zhou.
pdf
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A
3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
_(%E0%B8%84.%E0%B8%A8._1912%E2%80%931949)
http://kru-tay.blogspot.com/2015/07/blog-post_17.html
https://mgronline.com/china/detail/9530000148498
ควิ อาร์โคด้ สาหรบั เขา้ อ่าน E – book
ลิงก์ E – book : https://anyflip.com/hpeco/jrwv/
ควิ อารโ์ คด้ สาหรบั เขา้ ดเู พลยล์ สิ ตค์ ลิป VDO เพมิ่ เตมิ
ลงิ กเ์ พลยล์ ิสตค์ ลปิ VDO เพ่มิ เตมิ :
https://youtube.com/playlist?list=PL6v2FUF0DCtT2q_gzGGtMiHrmWCNPQYj3
จัดทําโดย
นางสาวอภฤิ ฎี อนิ ทรเ ผอื ก เลขที่ 19
เลขท่ี 21
นางสาวพรริ สิ า เอย่ี มสาํ อางค เลขท่ี 23
เลขที่ 30
นางสาวนภิ าวรรณ เพชรเม็ดเตง เลขที่ 31
เลขท่ี 33
นางสาวศติ าพิชญ เทพวรี ะ
นางสาวศุภัฐฑดิ า เอ่ยี มสอาด
นางสาวทัตพิชา กลน่ิ หวล
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6/5
เสนอ
อาจารยสวรินทร เลิศวัฒนเรืองชัย