The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีความเป็นมาที่น่าสนใจ ภายในเล่ม ประกอบด้วย ประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง วิธีทำกระทง คุณค่าของประเพณี และการสร้างอาชีพจากประเพณีลอยกระทง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pear ruchirada, 2024-02-28 21:02:46

รายงาน เรื่อง ประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีความเป็นมาที่น่าสนใจ ภายในเล่ม ประกอบด้วย ประวัติความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง วิธีทำกระทง คุณค่าของประเพณี และการสร้างอาชีพจากประเพณีลอยกระทง

ประเพณีลอยกระทง ภัทรพรรณ แสวงทรัพย์ นฤดล จักแพง รุจิรดา โสภาค รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา สารสนเทศเพื่อการศึกษาและการค้นคว้า มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566


ประเพณีลอยกระทง ภัทรพรรณ แสวงทรัพย์รหัสนักศึกษา 661120416 นฤดล จักแพง รหัสนักศึกษา 661120418 รุจิรดา โสภาค รหัสนักศึกษา 661120419 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา สารสนเทศเพื่อการศึกษาและการค้นคว้า มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566


ค าน า รายงานวิชาสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการค้นคว้า อาจารย์ผู้สอนมอบหมายให้นักศึกษา ท าการศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ ผู้จัดท าจึงได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องประเพณีลอยกระทง มาท าการศึกษา เพราะเห็นว่าประเพณีลอยกระทงนั้นเป็นประเพณีที่ส าคัญของชาวไทย ประเพณีนี้ก าหนดขึ้นเพื่อเป็น การสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา โดยการจัดกิจกรรมประเพณีลอยกระทงในแต่ละ ภูมิภาคนั้นมีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งรายงานเรื่องประเพณีลอยกระทงนี้มีเนื้อหาเหมาะกับผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าเรื่อง ประเพณีลอยกระทง ผู้จัดท าได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งสารสนเทศสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต ท าให้ได้รับความรู้เรื่องประเพณีลอยกระทง จึงขอท าเสนอผลการศึกษาค้นคว้าไว้ใน รายงานฉบับนี้ คณะผู้จัดท าขอขอบพระคุณ รศ.ดร.สุวิทย์ วงษ์บุญมาก ที่ได้ให้ค าแนะน าและค าปรึกษาในการ จัดท ารายงานฉบับนี้ ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดท า 25 กุมภาพันธ์ 2567


สารบัญ ค าน า ก สารบัญ ข สารบัญภาพ จ บทที่ 1 ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง 1 ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกะทง 1 ความหมายของประเพณี 2 ความหมายของประเพณีลอยกระทง 3 บทที่ 2 ประเพณีลอยกระทงในแต่ละภูมิภาค 5 ประเพณีลอยกระทงในภาคเหนือ 5 ประเพณีลอยกระทงในภาคกลาง 6 ประเพณีลอยกระทงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 ประเพณีลอยกระทงในภาคใต้ 8 บทที่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนการท ากระทง 9 วัสดุและอุปกรณ์ในการท ากระทง 9 ขั้นตอนการท า 9 บทที่ 4 คุณค่าของประเพณีลอยกระทง 13 ภาคกลาง 14 ภาคเหนือ 14 ภาคใต้ 15 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 คุณค่าของประเพณีลอยกระทง 16


ค สารบัญ(ต่อ) บทที่ 5 การสร้างอาชีพจากประเพณีลอยกระทง 17 กระทงเปลือกข้าวโพด อ าเภอโกสัมพี จังหวัดก าแพงเพชร 17 กระทงเทียนหอม อ าเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 18 กระทงใบลาน ของ “ขนิษฐา อิ่มพันธ์” 19 บรรณานุกรม 21


สารบัญภาพ ภาพที่ 2.1 ปล่อยโคมลอยในประเพณียี่เป็ง 5 ภาพที่ 2.2 งานลอยกระทงภาคกลาง 6 ภาพที่ 2.3 งานประเพณีไหลเรือไปนครพนม 7 ภาพที่ 2.4 งานลอยกระทงภาคใต้ 8 ภาพที่ 2.5 ลอยเรือชาวเลภาคใต้ 8 ภาพที่ 3.1 การตัดหยวกกล้วย 9 ภาพที่ 3.2 การตัดใบตอง 10 ภาพที่ 3.3 การพับกลีบกระทง 10 ภาพที่ 3.4 การสวมกลีบกระทงเรียงต่อกัน 10 ภาพที่ 3.5 การเย็บกลีบใบตอง 11 ภาพที่ 3.6 การเย็บตรึงกลีบใบตอง 11 ภาพที่ 3.7 การเย็บตรึงกลีบใบตองกับฐาน 11 ภาพที่ 3.8 การเย็บตรึงกลีบกระทง 12 ภาพที่ 4.1 ประเพณีลอยกระทง 13 ภาพที่ 4.2 ลอยกระทงภาคกลาง 13 ภาพที่ 4.3 ปล่อยโคมลอยภาคเหนือ 14 ภาพที่ 4.4 ลอยเรือชาวเลภาคใต้ 15 ภาพที่ 4.5 ลอยเรือไฟภาคอีสาน 15 ภาพที่ 5.1 กระทงเปลือกข้าวโพด 18 ภาพที่ 5.2 กระทงเทียนหอม 19 ภาพที่ 5.3 กระทงใบลาน 20


บทที่ 1 ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาและ ขอขมาแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์บูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์และเป็นการบูชา รอยพระพุทธบาท ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง ลอยกระทง เป็นพิธีกรรมร่วมกันของผู้คนในชุมชนทั้งสุวรรณภูมิ หรือภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ที่มีมาแต่ยุคดึกด าบรรพ์เพื่อขอขมาต่อธรรมชาติแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่าลอยกระทง เริ่มมีมาแต่เมื่อไร แต่พิธีกรรมเกี่ยวกับ “ผี” ผู้มีอ านาจเหนือธรรมชาติ มีอยู่กับผู้คนในชุมชน สุวรรณภูมิไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนรับศาสนาพุทธ-พราหมณ์จากอินเดีย (อรุณี คงเสรี, 2567, ออนไลน์) ผีส าคัญยุคแรกๆ คือ ผีน้ า และ ผีดิน ซึ่งต่อมาเรียกชื่อด้วยค า ยกย่องว่า “แม่พระคงคา”กับ “แม่พระธรณี” มีค า พื้นเมืองน า หน้าว่า “แม่” ที่หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ผู้คนในสุวรรณภูมิรู้ว่าที่มีชีวิต อยู่ได้ก็เพราะ น้ า และ ดิน เป็นส าคัญ และน้ าเป็นสิ่งส าคัญที่สุด ดังนั้น เมื่อคนเรามีชีวิตอยู่รอดได้ ปีหนึ่งจึงท าพิธีขอขมาที่ได้ล่วงล้ าก่ าเกินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น เหยียบย่ า ถ่ายของเสีย หรือท าสิ่ง อื่นใดที่ไม่เหมาะสมเสียครั้งหนึ่งขณะเดียวกันก็ท าพิธีบูชาพระคุณไปพร้อมกัน ด้วยการใช้วัสดุที่ลอย น้ าได้ใส่เครื่องเซ่นไหว้ให้ลอยไปกับน้ าอาทิต้นกล้วยกระบอกไม้ไผ่กะลามะพร้าวฯลฯ และช่วงเวลาที่ เหมาะสมที่คนเราเรียนรู้จากประสบการณ์ธรรมชาติคือสิ้นปีนักษัตรเก่าขึ้นปีนักษัตรใหม่ตามจันทรคติ ที่มีดวงจันทร์เป็นศูนย์กลาง เพราะเป็นสิ่งที่มีอ านาจท า ให้เกิดน้ าขึ้น น้ าลงซึ่งวันสิ้นปีนักษัตรเก่า ก็คือ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ ากลางเดือน 12 เพราะเป็นช่วงที่น้ าขึ้นสูงสุด และเมื่อพ้นไปจากนี้ก็เริ่มขึ้นปีนักษัตร ใหม่ เรียก เดือนอ้าย แปลว่าเดือนหนึ่ง ตามค าโบราณ นับหนึ่งสองสาม ฯลฯ ว่า อ้ายยี่สาม เป็นต้น และเมื่อเทียบ ช่วงเวลากับปฏิทินตามสุริยคติที่ มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางก็จะ ตกราวเดือนตุลาคมพฤศจิกายน ของทุกปีและหลังจากรับศาสนาพุทธ-พราหมณ์จากอินเดีย เมื่อราว 2,000 ปีมาแล้วราช ส านักโบราณในสุวรรณภูมิก็ได้ปรับพิธีกรรม “ผี” เพื่อขอขมาน้ าและดินให้เข้ากับศาสนาที่รับเข้ามา ใหม่ ท าให้ความหมายเดิมเปลี่ยนไปกลายเป็นการลอยกระทงเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าและเทวดา ซึ่งใน ส่วนนี้มีพยานหลักฐานเก่าสุด คือ


2 รูปสลักพิธีกรรมทางน้ าคล้าย ลอยกระทงที่ปราสาทหินบายนในนครธม ท าขึ้นราวหลัง พ.ศ. 1700 (อรุณี คงเสรี, 2567, ออนไลน์) ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นช่วงที่บ้านเมืองมั่นคง การศึกสงครามลดลง การค้า ก็มั่งคั่งขึ้น โดยเฉพาะกับจีน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้ฟื้นฟูประเพณีพิธีกรรม ส าคัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักร และด้วยความจ า เป็นในด้านอื่นๆอีกจึงได้ทรงพระ ราชนิพนธ์หนังสือต าราท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือ นางนพมาศ ขึ้นมา โดยสมมติให้ฉากของเรื่องเกิดขึ้น ในยุคพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย ซึ่งต าราดังกล่าวได้พูดถึงนางนพมาศว่าเป็นพระสนมเอกของพระร่วง ที่ได้คิดประดิษฐ์กระทงใบตอง เป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานในเวลา กลางคืนเพียง ปีละครั้ง สมควรท าเป็นกระทงแต่งประทีปลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นก็รับสั่งถามถึงความหมายนางก็ได้ทูลอธิบายจนเป็นที่พอพระ ราชหฤทัย พระองค์จึงมีพระราชด า รัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยล าดับ กษัตริย์ ในสยามประเทศ ถึงกาลก าหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้ท าโคมลอยเป็น รูปดอกบัวอุทิศสักการบูชา พระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกระทงท า ด้วยใบตองแทนวัตถุ อื่น ๆ แล้วนิยมใช้ลอยกระทงมาแต่คราวนั้น ตราบจนทุกวันนี้ซึ่งต าราท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพ มาศนี้กรมพระยาด ารงราชานุภาพ ทรงเชื่อว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากส านวน โวหารมีลักษณะร่วมกับวรรณกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (อรุณี คงเสรี, 2567, ออนไลน์) นอกจากนี้ ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยและเอกสารร่วมสมัย ก็ไม่มีปรากฏชื่อ “ลอยกระทง” แม้แต่ ในศิลาจารึกของพ่อขุนรามค าแหงก็มีแต่ชื่อ “เผาเทียน เล่นไฟ” ที่มีความหมายอย่างกว้าง ๆ ว่า การท า บุญไหว้พระ ส่วนเอกสารและวรรณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยแรก ๆ ก็มีแต่ชื่อ ชักโคม ลอยโคม แขวนโคม และลดชุดลอยโคมลงน้ าในพิธีพราหมณ์ของราชส านักเท่านั้น และแม้แต่ใน สมัยกรุงธนบุรีก็ไม่มีชื่อนี้จนถึงยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จึงมีปรากฏชัดเจนในพระราชพงศาวดารแผ่นดิน รัชกาลที่ 3 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์และเรื่องนางนพมาศ พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 3 ซึ่งก็หมายความว่าค าว่า “ลอยกระทง” เพิ่งปรากฏในต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (อรุณี คงเสรี, 2567, ออนไลน์) ความหมายของประเพณี ตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน ได้ก าหนดความหมาย “ประเพณี” ไว้ว่าประเพณีเป็น ขนบธรรมเนียมแบบแผน ซึ่งสามารถแยกค าต่างๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบ แบบอย่าง ธรรมเนียมมีความหมายว่า ที่นิยมใช้กันมา และเมื่อน ามารวมกันแล้วก็มีความหมายว่า


3 ความประพฤติที่คนส่วนใหญ่ ยึดถือเป็นแบบแผน และได้ท าการปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเป็นต้นแบบ ที่จะให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้ประพฤติปฏิบัติตามกันต่อไป (ส านักงานราชบัณฑิตยสภา, 2567, ออนไลน์) ความหมายของประเพณีลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีส าคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ า เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา จะอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทิน สุริยคติบางปีเทศกาลลอยกระทงก็จะมาตรงกับเดือนตุลาคมด้วย เช่น ปีพ.ศ. 2544 วันลอยกระทง ปีนั้นตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมและจะมาตรงกันอีกครั้งในปีพ.ศ. 2563 ประเพณีนี้ก าหนดขึ้นเพื่อเป็น การสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ ริมฝั่งแม่น้ านัมทามหานทีและบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก ส าหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้ก าหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณที่ติดกับแม่น้ า ล าคลอง หรือ แหล่งน้ าต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่าง กันไป นอกจากนี้บางประเทศก็มีเทศกาลลอยกระทงด้วย เช่น ประเทศลาวมักจะลอยกระทงใน วันออกพรรษา (ขึ้น 12 ค่ า เดือน 11) ในงานไหลเฮือไฟของลาว ประเทศกัมพูชามีการลอยกระทง 2 ครั้ง คือลอยกระทงของหลวงกลางเดือน 11 ส่วนราษฎรท ากระทงเล็กและบรรจุอาหารไปด้วย ส่วน กลางเดือน 12 จะมีกระทงของหลวงเป็นกระทงใหญ่ ราษฎรจะไม่ได้ท าและกระทงนี้จะมีอาหารบรรจุ ลงไปด้วย โดยมีคติว่าเพื่อส่งส่วนบุญไปให้เปรต เทศกาลน้ าจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการ แข่งเรือยาว การแสดงพุลดอกไม้ไฟ จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ า 15 ค่ า จนถึงแรม 1 ค่ า เดือนพฤศจิกายน ประเทศเมียนมาร์ในวันลอยกระทงผู้คนจะพากันท า "กระทง" ตกแต่งเป็นรูปคล้าย ดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วน าไปลอยในสายน้ า (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคา ประเพณีลอยกระทงเป็น ประเพณีโบราณของอินเดียที่ประเทศไทยรับเข้ามาปฏิบัติแต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า ท ากันมาตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่ปรากฏกล่าวได้ว่ามีมาตั้งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเดียวเห็นจะเป็นพิธีของ พราหมณ์กระท าเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม ต่อมาได้ ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนามีการชักโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ านัมมทา (แม่น้ านัมมทา เป็นแม่น้ าที่คู่ขนานกับทิวเขาวินธัย ไหลลงภาคตะวันตกของอินเดียแบ่งเขตอินเดียออกเป็นภาคเหนือ และภาคใต้) ต านานที่หาหลักฐานยืนยันมิได้กล่าวไว้ว่าในรัชสมัยพ่อขุนรามค าแหง มีนางนพมาศหรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียน


4 ประทีป และนางนพมาศได้น าดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่ เทียนประทีป ดังปรากฏในต ารับท้าวศรีจุฬาลักษณ์กล่าวถึงพระด ารัสของพระร่วงว่า "แต่นี้สืบไปเบื้อง หน้า โดยล าดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลก าหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ท าโคมลอยเป็น รูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่ น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบ ต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่1 จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เปลี่ยนแปลงจากการท าจากดอกบัวเป็นต้น กล้วยเพราะดอกบัวดังกล่าวหายากและมีน้อยจึงใช้ต้นกล้วยท าแทนแล้วดูไม่สวยจึงใช้ใบตองมาพับ แต่งจนสวยในที่สุดจนสืบทอดมาจนปัจจุบันนี้ภาคเหนือตอนบนนิยมท าโคมลอย เรียกว่า "ลอยโคม" หรือ "ว่าวลม" หรือ "ว่าวไฟ" ท าจากผ้าบาง ๆ แล้วสุมควันข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่า บัลลูน ประเพณีของชาวเหนือนี้เรียกว่า "ยี่เป็ง" หมายถึงการท าบุญในวันเพ็ญเดือนยี่ (ซึ่งนับวันตามแบบ ล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองในแบบไทย) (เทศบาลต าบลชุมพร, 2567, ออนไลน์)


5 บทที่ 2 ประเพณีลอยกระทงในแต่ละภูมิภาค ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทย หลายจังหวัดจัดงานยิ่งใหญ่ แต่ในความ เหมือนของประเพณีลอยกระทง ก็มีความแตกต่างของเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นและมีชื่อเรียกที่ต่างกัน ประเพณีลอยกระทงในภาคเหนือ ประเพณีลอยกระทงในภาคเหนือเป็นประเพณีงานบุญเดือนสองของภาคเหนือ หรืองาน "ยี่เป็ง" จัดในวันขึ้น 15 ค่ า หรือวันเพ็ญเดือนยี่ ตรงกับเดือน 12 ของภาคกลาง ประชาชนจะเข้าวัดท าบุญตัก บาตร ฟังธรรม ประดับบ้านเรือนและสวนไร่นาด้วยโคมสีสันสดใส ปล่อยโคมควันและจุดประทีปบูชา พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ บ้างจุดเท่าจ านวนอายุเพื่อความเป็นสิริมงคล ส าหรับคติความเชื่อการลอย กระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตต์ซึ่งเชื่อว่าบ าเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ที่สะดือทะเล หรือบูชารอย พระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่ในเมืองบาดาล รวมถึงปล่อยโคมลอยขึ้นไปบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบน สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และลอยทุกข์ลอยโศกให้หมดไป ภาพที่ 2.1 ปล่อยโคมลอยในประเพณียี่เป็ง ที่มา: นวลค า ขะยอมแดง, 2014, ออนไลน์ ปัจจุบันมีการจัดงานลอยกระทงในทุกจังหวัดของภาคเหนือ แต่จังหวัดที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เป็น ประจ าทุกปีและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจ านวนมาก คือ "ประเพณียี่เป็ง" ที่เชียงใหม่ ก่อน วันงานประชาชนจะประดับบ้านเรือนด้วยโคม เมื่อถึงวันยี่เป็งจะเข้าวัดท าบุญตักบาตร ฟังเทศน์ มหาชาติ จุดประทีปโคมไฟหรือผางประทีป ปล่อยโคมและลอยกระทงช่วงพลบค่ า ล าปาง "ล่องสะเปา" ประเพณีดั้งเดิมเอกลักษณ์ของเมืองล าปาง ชาวบ้านจะท ากระทงขนาด ใหญ่แบบเรือส าเภา ประดับตกแต่งด้วยความประณีตสวยงาม ล่องไปตามแม่น้ าวัง


6 ตาก "ลอยกระทงสาย" มีการน าน้ ามันยางผสมขี้เลื่อยปั้นเป็นก้อนใส่ในกะลามะพร้าว จุดไฟและ ปล่อยให้ลอยเป็นสายไหลไปตามล าน้ าปิง สุโขทัย "ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ" ทุกปีจะมีการจัดงานบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กิจกรรมในตอนกลางวันจะมีขบวนแห่นางนพมาศ ออกร้าน จัดนิทรรศการ ประกวดกระทง ส่วนตอน เย็นและกลางคืนจะประดับไฟ จุดเทียนตามโบราณสถาน กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ การแสดงแสงสี เสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัย พิธีเผาเทียน พิธีอัญเชิญพระประทีปและกระทงพระราชทาน ลงลอยเป็นปฐมฤกษ์ ก่อนสิ้นสุดงานด้วยการแสดงพลุตะไลไฟพะเนียงอย่างยิ่งใหญ่ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) ประเพณีลอยกระทงในภาคกลาง ภาพที่ 2.2 งานลอยกระทงภาคกลาง ที่มา: ธิดา ไพรพนาพันธ์, 2559, ออนไลน์ ประเพณีลอยกระทงของภาคกลาง จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 11 วันเพ็ญเดือน 12 คาบเกี่ยวช่วง ปลายเดือนตุลาคมและปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นฤดูที่มีน้ าหลากมาจากทางเหนือ ชาวบ้านจะท า กระทงไปลอยที่แม่น้ าล าคลองเพราะเป็นช่วงที่น้ าขึ้นเต็มฝั่ง จังหวัดภาคกลางที่จัดกิจกรรมประเพณี ลอยกระทงอย่างต่อเนื่องและเป็นประจ าทุกปี เช่น กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณ คลองคูเมืองเดิม หรือคลองหลอด, ริมฝั่งแม่น้ าเจ้าพระยา, บริเวณสะพานพระราม 8, วัด, สวนสาธารณะที่มีแหล่งน้ า รวมถึงสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นกัน พระนครศรีอยุธยา จัดงานประเพณี"ลอยกระทงกรุงเก่า" บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีการจัดแสดง แสง สี เสียง และประเพณีลอยกระทงตามประทีป ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์)


7 ประเพณีลอยกระทงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเพณีลอยกระทงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในอดีตจัดขึ้นเนื่องในประเพณี "สิบสองเพ็ง" หรือคืนวันเพ็ญเดือน 12 นิยมจัดในรูปแบบของการ "ไหลเรือไฟ" และจัดสืบต่อมาในช่วงเทศกาลออก พรรษา เป็นการจัดงานก่อนภูมิภาคอื่นราว 1 เดือน "เรือไฟ" ภาษาถิ่นเรียกว่า "เฮือไฟ" เป็นเรือที่ท าด้วยต้นกล้วยหรือไม้ไผ่ ต่อเป็นล าเรือยาว ประมาณ 5-6 วา ข้างในบรรจุขนม ข้าวต้มผัด หรือสิ่งของที่ต้องการบริจาคทาน ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูปเทียน ตะเกียง ขี้ไต้ส าหรับจุดไฟให้สว่างไสว ก่อนจะปล่อยเรือไฟไหลตามล าน้ า เรียกว่าการไหล เรือไฟ ภาพที่ 2.3 งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ที่มา: ส านักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม, 2566, ออนไลน์ ภาคอีสานจัดงานประเพณีไหลเรือไฟอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยเฉพาะ จ.นครพนม ที่มีชื่อเสียง โดย มีการไหลเรือไฟลงสู่แม่น้ าโขง เรือไฟแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เรือไฟโบราณ (แบบชาวบ้าน) ใช้ต้น กล้วยต่อกันเป็นแพให้มีลักษณะคล้ายเรือกาบกล้วย ตกแต่งด้วยดอกไม้ และเรือไฟขนาดใหญ่ ท าด้วย ไม้ไผ่มัดต่อกันเป็นแพ ท าโครงไม้ไผ่หรือโลหะเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปเรือ รูปพญานาค ประดับติดกับ โครงสร้างที่ติดตั้งไว้ แล้วใช้ขี้ไต้หรือขวดน้ ามันใส่ไส้ผูกติดกับโครงลวด ก าหนดระยะให้เหมาะสมตาม รูปทรง ซึ่งเรือไฟขนาดใหญ่จะประดับดวงไฟนับหมื่นหรือนับแสนดวง ร้อยเอ็ด มีชื่องานประเพณีว่า "สมมาน้ าคืนเพ็ง เส็งประทีป" ตามภาษาถิ่นมีความหมายถึงการ ขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ในงานมีการประกวดประทีปโคมไฟและกระทง จ าลอง แห่หัวเมืองสาเกตนครทั้ง 11 หัวเมือง ประกวดกระทงและนางนพมาศ จุดพลุ ดอกไม้ไฟ การแสดง หมอล าและมหรสพพื้นบ้าน สกลนคร "ลอยพระประทีปพระราชทานสิบสองเพ็งไทสกล" โดยจังหวัดได้รับพระราชทานพระ ประทีป จากนั้นอัญเชิญไปสถานที่ประกอบพิธี ณ พระต าหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อประกอบพิธีลอย กระทง นอกจากนี้ยังมีการแสดงพลุ ดอกไม้ไฟและประกวดนางนพมาศ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์)


8 ประเพณีลอยกระทงในภาคใต้ ภาพที่ 2.4 งานลอยกระทงภาคใต้ ที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2554, ออนไลน์ การลอยกระทงของชาวใต้ แต่เดิมไม่ถือปฏิบัติประเพณีลอยกระทง เนื่องจากในระหว่างเดือน 12 เป็นช่วงเวลาที่เริ่มท านา เพราะฤดูฝนมาช้ากว่าภูมิภาคอื่น ขณะที่พระยาอนุมานราชธน ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและประเพณีไทย กล่าวถึงประเพณีลอยกระทงในภาคใต้ว่า ไม่ปรากฏ ประเพณีนี้ มีแต่เฉพาะประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อลอยเคราะห์ยามเจ็บป่วย ชาวบ้านจะท าพิธีลอยเคราะห์ ด้วยการสร้างเรือจ าลองจากวัสดุที่มีในท้องถิ่น เช่นการน าหยวกกล้วย กาบมะพร้าว กาบหมาก กาบ จากหรือวัสดุอื่นใดที่ลอยน้ าได้มาท าเป็นรูปเรือแล้วน าเอาขี้ไคล ผม หรือเล็บของผู้ลอยเคราะห์มา ผสมดินปั้นเป็นรูปต่างตัว พร้อมดอกไม้ ธูปเทียนและใส่เงินในเรือที่ท าไว้ ก่อนลอยจะกล่าวว่า "เคราะห์ดีเอาไว้ เคราะห์ร้ายเอาไป" เชื่อว่าเป็นการลอยสิ่งชั่วร้ายไปตามน้ า ให้น้ าพัดพาสิ่งชั่วร้ายไป ภาพที่ 2.5 ลอยเรือชาวเลภาคใต้ ที่มา: ปรียา แก้วบ ารุง, 2565, ออนไลน์ ส าหรับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน มีประเพณีคล้ายกับประเพณี ลอยเคราะห์ เรียกว่า "ประเพณีลอยเรือ" เพื่อขอให้เทพเจ้าช่วยคุ้มครอง พร้อมปล่อยเคราะห์กรรมสิ่ง อัปมงคลออกไป โดยถือปฏิบัติปีละ 2 ครั้งในวันขึ้น 13 ค่ า ถึงวันแรม 1 ค่ า เดือน 6 และเดือน 11 ปัจจุบันมีการจัดเทศกาลลอยกระทงในพื้นที่ภาคใต้ตามความเหมาะสมของสถานที่ รวมถึงการจัด กิจกรรมต่างๆ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์)


บทที่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ และขั้นตอนการท ากระทง วัสดุและอุปกรณ์ในการท ากระทง วัสดุในการท ากระทง 1. หยวกกล้วย 2. ใบตอง 3. ไม้กลัด 4. ธูปและเทียน 5. ดอกบัวหรือดอกไม้ตกแต่งอื่น ๆ อุปกรณ์ในการท ากระทง 1. กรรไกร 2. หมุด 3. ผ้าเช็ดใบตอง 4. มีด 5. เข็มและด้ายสีเขียว ขั้นตอนการท า 1. จัดเตรียมตัดหยวกกล้วยส าหรับใช้เป็นฐานของกระทง ภาพที่ 3.1 การตัดหยวกกล้วย ที่มา: แสงเทียน ฤดูหนาว, 2558, ออนไลน์


10 2. จัดเตรียมตัดใบตองและใช้ผ้าเช็ดใบตองให้สะอาด จากนั้นตัดใบตองให้มีขนาดความกว้าง 1.5 นิ้วและความยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ ภาพที่ 3.2 การตัดใบตอง ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์ 3. พับใบตองให้เป็นกลีบตามรูปแบบที่ต้องการ โดยควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด ภาพที่ 3.3 การพับกลีบกระทง ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์ 4. จากนั้นน ามาสวมเรียงกัน ให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้กระทงที่ท าออกมาดู สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ภาพที่ 3.4 การสวมกลีบกระทงเรียงต่อกัน ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์


11 5. ใช้ด้ายสีเขียวที่สีใกล้เคียงกับใบตอง น ามาเย็บใบตองที่สวมเรียงกันให้ติดกันด้วยการเย็บด้น ถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด ภาพที่ 3.5 การเย็บกลีบใบตอง ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์ 6. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้ โดยรอบ ภาพที่ 3.6 การเย็บตรึงกลีบใบตอง ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์ 7. ตรึงกลีบใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอ กับฐาน ภาพที่ 3.7 การเย็บตรึงกลีบใบตองกับฐาน ที่มา: แสงจันทร์ เขจรศาสตร์, 2566, ออนไลน์


12 8. จากนั้นประดับกระทงด้วยดอกไม้หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ตามความชอบและปักธูปเทียนลง ไป เป็นอันเสร็จ ภาพที่ 3.8 การเย็บตรึงกลีบกระทง ที่มา: รัชนีวรรณ เพ็งปรีชา, 2566, ออนไลน์


บทที่ 4 คุณค่าของประเพณีลอยกระทง ประเพณีลอยกระทงคือหนึ่งในประเพณีส าคัญระดับชาติของไทย ได้รับการประกาศขึ้นบัญชี มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อ พ.ศ. 2554 ในสาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล ถือปฏิบัติสืบทอดมายาวนานในดินแดนสุวรรณภูมิ ประเพณีที่คล้ายคลึงกับ ประเพณีลอยกระทงของไทยมีปรากฏทั้งในอินเดีย พม่า ลาว และกัมพูชา โดยในฤดูน้ าหลาก บรรดาผู้อาศัยน้ าในการเพาะปลูก จะร่วมใจกันท ากระทงเพื่อลอยไปกับสายน้ า ถือเป็นการ ขอบคุณพระแม่คงคาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานน้ าและความอุดมสมบูรณ์ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) ภาพที่ 4.1 ประเพณีลอยกระทง ที่มา: Soft Aesthetics, 2566, ออนไลน์ โดยช่วงเวลาของการลอยกระทงคนไทยลอยกระทงกันในวันเพ็ญเดือนสิบสอง โดยประเพณีของแต่ละ ภูมิภาคมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคดังต่อไปนี้ ภาพที่ 4.2 ลอยกระทงภาคกลาง ที่มา: เอมจีอาร์(นามแฝง), 2557, ออนไลน์


14 ภาคกลาง จัดประเพณีลอยกระทงที่ให้คุณค่าด้านการสามัคคีและการมีส่วนร่วมของกิจกรรมใน ขนบประเพณีและวัฒนธรรมทั้งต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและพระพุทธศาสนา ที่เน้นจัดเป็นเทศกาล งานสนุกรื่นเริง มีมหรสพและการจุดดอกไม้เพลิง ผู้คนท ากระทงใบตองปักดอกไม้และธูปเทียน ส าหรับอธิษฐานขอพรและขอขมาแม่คงคา เทวีแห่งสายน้ า (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวง วัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) ภาพที่ 4.3 ปล่อยโคมลอยภาคเหนือ ที่มา: จ๋า วีณา (นามแฝง), 2558, ออนไลน์ ภาคเหนือ จะมีความเชื่อในการจัดประเพณีลอยกระทงที่ให้คุณค่าด้านการสามัคคีและการมีส่วนร่วมของ กิจกรรมในขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและเน้นพระพุทธศาสนา เป็นส าคัญสุด ที่มีการส่งประทีป ดอกไม้ ธูปเทียนไปถวายนมัสการต่อพระมหาอุปคุตเจ้า ผู้มีบริกรรม พ านัก ณ ใต้ท้องมหานที มีการท าความสะอาดบ้านเรือนประดับหิ้งบูชาพระด้วยดอกไม้ จุดประทีป หรือเทียนเป็นพุทธบูชา รวมทั้งมีการประดิษฐ์โคมไฟ หรือ “โคมผัด” ส าหรับประดับภายในวัด ทั้งมี การฟังเทศน์มหาชาติตลอดทั้งคืนและมีการปล่อยโคมลอยเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นฟ้า (กรม ส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์)


15 ภาพที่ 4.4 ลอยเรือชาวเลภาคใต้ ที่มา: ปรียา แก้วบ ารุง, 2565, ออนไลน์ ภาคใต้ จัดประเพณีลอยกระทงในรูปแบบที่ให้คุณค่าด้านการมีส่วนร่วมร่วมกันและด้านการสืบสาน วัฒนธรรมทางศาสนาที่มีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและพระพุทธศาสนา ซึ่งจะนิยมน าเอา หยวกมาท าเป็นแพ แล้วบรรจุเครื่องอาหารและลอยไปการลอยกระทงของภาคใต้ มิได้ก าหนดว่าเป็น กลางเดือน 12 หรือเดือน 11 แต่จะลอยเพื่อการสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ การ ตกแต่งเรือหรือแพลอยเคราะห์ ท าโดยการแทงหยวกให้เป็นลวดลาย ประดับธงทิว ภายในบรรจุ ดอกไม้ ธูปเทียน เงินและเสบียงต่าง ๆ ใส่ไว้ในแพลอยกระทง เป็นประเพณีที่ผู้คนในสังคมไทยสืบ ทอดต่อกันมาช้านานด้วยฐานคติความเชื่อต่าง ๆ และถือเป็นการแสดงความเคารพบูชาต่อองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้า การแสดงออกถึงความกตัญญูและเห็นคุณค่าของแม่น้ า เป็นโอกาสในการจัด กิจกรรมสืบทอดทางวัฒนธรรมร่วมกันของครอบครัวและชุมชน รวมทั้งเป็นการท านุบ ารุงและสืบทอด พระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง (ปรียา แก้วบ ารุง, 2565, ออนไลน์) ภาพที่ 4.5 ลอยเรือไฟภาคอีสาน ที่มา: นฤมล ศิริสวัสดิ์, 2566, ออนไลน์


16 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาควันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานมีการจัดประเพณีลอยกระทงในรูปแบบที่ให้คุณค่า ด้านการมีส่วนร่วมร่วมกันและด้านการสืบสานวัฒนธรรมส าคัญทางศาสนา ที่มีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและพระพุทธศาสนา ซึ่งการจัดประเพณีลอยกระทงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะนิยม เรียกการลอยกระทงว่าเทศกาล “ลอยเรือไฟ” หรือ “ปล่อยเฮือไฟ” ซึ่งปฏิบัติกันในเทศกาลออก พรรษาช่วงวันขึ้น 15 ค่ า ถึงแรม 1 ค่ า เดือน 11 โดยชาวบ้านจะรวมตัวกันเป็น “คุ้ม” ด้วยการยึด เอาไว้ใกล้บ้านเป็นหลักในการรวมตัว ชาวคุ้มต่าง ๆ จะจัดแข่งเรือและไหลเรือไฟประชันกันในช่วง เทศกาลนี้(กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) คุณค่าของประเพณีลอยกระทง คุณค่าของประเพณีลอยกระทงในแต่ละภูมิภาคอาจแตกต่างกันในรายละเอียด หากมี ลักษณะร่วมของคุณค่าที่เอื้อประโยชน์ประกอบด้วยทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน สังคม และพุทธศาสนา 4.1 คุณค่าต่อครอบครัว ท าให้สมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสท ากิจกรรมด้วยกัน เช่น ร่วมกันประดิษฐ์กระทงไปลอย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) 4.2 คุณค่าต่อชุมชน ท าให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน เช่น ช่วยกัน ประดิษฐ์กระทงไปประกวด เป็นการช่วยส่งเสริมการช่างฝีมือท้องถิ่นทางอ้อม หรือท าให้ได้มี โอกาสพบปะสังสรรค์ และสนุกสนานร่วมกัน (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) 4.3 คุณค่าต่อสังคม ท าให้มีความเอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงความส าคัญของ แม่น้ าล าคลองที่ได้ใช้ประโยชน์ต่อเราทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยอาจจะช่วยกันขุดลอกคูคลองให้ สะอาด ไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป และควรลอยกระทงที่ท าจากวัสดุธรรมชาติ(กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์) 4.4 คุณค่าต่อศาสนา ได้ช่วยกันท านุบ ารุงศาสนา เช่น ทางภาคเหนือ มีการท าบุญให้ทาน การถือศีลที่วัด หรือการลอยกระทงเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท น ามาซึ่งการน้อมร าลึกถึงพระธรรม ค าสั่งสอนของพระพุทธเจ้า (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2566, ออนไลน์)


บทที่ 5 การสร้างอาชีพจากประเพณีลอยกระทง กระทงเปลือกข้าวโพด อ าเภอโกสัมพีนคร จังหวัดก าแพงเพชร เกษตรกรในต าบลลานดอกไม้มีผู้ปลูกข้าวโพดจ านวนมากหลายร้อยไร่ จึงมีการน าเปลือก ข้าวโพดมาท าดอกไม้จันทน์จ าหน่าย ซึ่งในหลายพื้นที่ก็มีการท าดอกไม้จันทน์เหมือน ๆ กัน จึงคิด ริเริ่มดัดแปลงใช้เปลือกข้าวโพดมาท าเป็นกระทง โดยใช้ภูมิปัญญาในการท าบายศรีที่มีอยู่มาใช้ในการ พับกลีบกระทง จ าหน่ายในเทศกาลลอยกระทงภายในจังหวัดก าแพงเพชร ต่อมาเมื่อท าบ่อย ๆ เข้ามี ความช านาญและดัดแปลงตกแต่งให้สวยงามขึ้น จึงมีพ่อค้าจากจังหวัดอื่น ๆ มาซื้อไปขาย มีทั้งมาสั่ง ไว้ล่วงหน้า และ เข้ามาเลือกซื้อตอนใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง เมื่อมีเวลาว่างชาวบ้านจึงทยอยท า กระทงสะสมไว้เรื่อย ๆ ตามก าลังของแต่ละคน บางคนที่เป็นผู้สูงอายุก็รับท าฐานกระทงอย่างเดียว เนื่องจากลักษณะงานเหมาะกับผู้สูงอายุ สามารถท าไปเรื่อย ๆ ที่บ้านได้ ซึ่งฐานกระทงที่ว่านี้ท ามา จากเปลือกมะพร้าวซึ่งหาได้ทั่วไปในพื้นที่ น ามาฝานเป็นแป้นบาง ๆ เอาไว้ท าฐาน (วชิรวิทย์ กรรณิกา, 2566, ออนไลน์) นางอรุณี เทียนทอง สมาชิกกลุ่มสตรีพัฒนาอาชีพกระทงเปลือกข้าวโพด เปิดเผยว่า กระทงท าจากเปลือกข้าวโพด ดอกไม้ประดับก็ใช้ดอกกก ดอกหญ้ามุ้งน ามาตากแห้งแล้วย้อมสี จากนั้นก็น ามาประกอบกันกับฐานที่ใช้เปลือกมะพร้าวแห้ง ตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ เช่น ทรงกลม ทรงรี ทรงหัวใจ แล้วประดับตกแต่งให้มีสีสันที่สดใสสวยงามอีกนิดหน่อยก็จะได้กระทงทรงกลม กระทงรูปดาว รูปหัวใจ รูปหงส์ รูปเป็ด รูปเรือ และรูปพญานาค สีสันสดใสสวยงาม นางประสพพร จงสวัสดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนต าบลเพชรชมภู และเลขากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีก าแพงเพชร กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มสตรีพัฒนาอาชีพกระทงเปลือกข้าวโพด ได้รับการสนับสนุนกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีก าแพงเพชร ด้านการพัฒนารูปแบบของกระทง และจัดหาอุปกรณ์เสริม เมื่อชาวบ้านว่าง ก็จะมาท ากระทงสะสมไว้ตั้งแต่ต้นปี ถือเป็นอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว รวมถึงคนเฒ่า คนแก่ที่นี่ก็มีงานอดิเรก เช่น เย็บกลีบกระทง ตัดทรงเปลือกมะพร้าว ส่วนต้นทุนการผลิตก็ไม่แพง ราคาส่งกระทงเล็กใบละ 35 บาท กระทงใหญ่ตั้งแต่ 100-1,000 บาท โดยแต่ละปีจะมีแม่ค้าพ่อค้า สั่งซื้อน าไปขายต่อได้ราคาที่สูงกว่านี้อีก ซึ่งในปีนี้ได้ส่งกระทงให้กับลูกค้าตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่ว ประเทศแล้วกว่า 20,000 ใบ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร มียอดสั่งซื้อมากที่สุด (วชิรวิทย์ กรรณิกา, 2566, ออนไลน์)


18 ภาพที่ 5.1 กระทงเปลือกข้าวโพด ที่มา: วชิรวิทย์ กรรณิกา, 2566, ออนไลน์ กระทงเทียนหอม อ าเภอเมืองนครสวรรค์จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มแม่บ้านสตรีวัดยางโทนก็เร่งลงมือผลิต “กระทงเทียนหอม” ให้ทันออเดอร์ที่มีเข้ามา จ านวนมาก เหมือนเทศกาลลอยกระทงปีที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งปีนี้มีออเดอร์มากนับพัน ๆ กระทงจนผลิต กันไม่ทันทีเดียว (MGR Online, 2024, Online) นางสุพรรณี จันทุรัตน อายุ 67 ปี หนึ่งในกลุ่มแม่บ้านสตรีวัดยางโทน ที่ก าลังเร่งมือผลิตกระทง เทียนหอมที่บ้านเลขที่ 4 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนเริ่มต้นท ากระทงเทียน หอมออกจ าหน่ายในช่วงเทศกาลลอยกระทงตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา มีทั้งจ าหน่ายแบบปลีก และส่ง ในราคา 80, 100, 150, 300 บาท (MGR Online, 2024, Online) ต่อมาได้จัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านสตรีวัดยางโทน ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ และใกล้เคียง สมาชิกจะมีอายุตั้งแต่ 50-70 ปีมาช่วยกันท าตามออเดอร์ที่มีเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้า ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ, ชลบุรี, ก าแพงเพชร, พิษณุโลก จะสั่งซื้อประจ าทุกปี บางปีท ารายได้เข้า ไม่ต่ ากว่า 7-8 หมื่นบาท และแทบไม่ได้น าออกขายในนครสวรรค์กันเลย (MGR Online, 2024, Online) ปีนี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลาดปากคลอง, ชลบุรี ฯลฯ ก็สั่งจองมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม เป็น จ านวนมากนับพัน ๆ กระทงจนท าไม่ทัน (MGR Online, 2024, Online)


19 ภาพที่ 5.2 กระทงเทียนหอม ที่มา: ธเนตร, 2566, ออนไลน์ กระทงใบลาน ของ “ขนิษฐา อิ่มพันธ์” ขนิษฐา อิ่มพันธ์ ผู้ผลิตและจ าหน่ายกระทงที่ท าจากใบลาน จากจังหวัดพิษณุโลก เล่าว่า จุดเริ่มต้นของกระทงใบลาน มาจากงานประเพณีลอยกระทงสุโขทัย ชาวบ้านก็น าใบลานซึ่งเป็นวัสดุที่ ในพื้นที่มาตากแห้งและน ามาพับเป็นกระทง ทดแทนกระทงจากใบตอง เพราะเก็บได้นาน จุดเด่นของ กระทงใบลาน คือ สามารถน ามาย้อมสีได้เมื่อน ามาท ากระทงจะได้กระทงที่มีความสวยงาม ไม่แพ้วัสดุ อื่นๆ นอกจากนี้ กระทงใบลานยังมีความแข็งแรง ทนทาน ส าหรับจุดเริ่มต้นมาท ากระทงใบลาน คุณขนิษฐา เล่าว่า การท ากระทงใบลานขายเริ่มขึ้น เมื่อ ประมาณ 8-9 ปีที่ผ่านมา และโดยเริ่มจากท าขายครั้งแรกในงานลอยกระทงจังหวัดสุโขทัย ที่เลือกที่ นั่น เพราะเป็นสถานที่ลอยกระทงส าคัญที่มีนักท่องเที่ยวจ านวนมาก พอมาถึงวันนี้ กระทงใบลาน ได้รับความนิยมและถูกขายออกไปทั่วประเทศไม่แพ้กระทงจากวัสดุอื่นๆ ในแต่ละปี ชาวบ้านมีรายได้ เสริมไม่ต่ ากว่า หลักพันไปจนถึงหลายพันบาท และบางครอบครัวมีรายได้หลักหมื่นบาท สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน ทั้งในจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก ทั้งนี้ ใบลาน เป็นใบของต้นลาน ไม่ใช่ใบตาลอย่างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งจะพบมากในจังหวัดตาก เป็นต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ เป็นพืชยืนต้นที่มีอายุยืนเป็นร้อยปี เดิมใบลานที่ได้ชาวบ้านจะน ามาตาก แห้ง และจะมีเกษตรกรที่ปลูกยาสูบ ก็จะมาซื้อเพื่อจะน าไปท าเป็นภาชนะส าหรับเพาะต้นกล้ายาสูบ แต่ด้วยปัจจุบัน มีพลาสติกที่สามารถใช้ได้สะดวก และทนกว่าภาชนะจากใบลานตามธรรมชาติ เกษตรกรที่ปลูกยาสูบ หันไปใช้ภาชนะพลาสติกในการเพาะต้นกล้าแทนภาชนะที่ท าจากใบลาน ที่ ต้นทุนสูงกว่า ท าให้ชาวบ้านที่ท าใบลานส่งขายให้กับเกษตรกรปลูกยาสูบ ก็เลยต้องหันไปหาช่องทาง ขายอื่นๆ ส่วนหนึ่งก็น าใบลานที่ได้มาท ากระทงขายในวันลอยกระทงในครั้งนี้ด้วย จนมาถึงปัจจุบัน ใบ ลานที่ชาวบ้านขายก็ขายดิบขายดี สร้างรายได้ ไม่แพ้กับการท าภาชนะใบลานส่งขายให้กับเกษตกร ปลูกยาสูบ


20 ด้วยคุณสมบัติของ ใบลานย้อมสีได้ ท าให้เมื่อน ามาท ากระทงจะได้กระทงที่สวยงาม ไม่แพ้วัสดุ อื่นๆ และความคงทน และที่ส าคัญ คือ ราคาค่อนข้างถูกมาก “ขนิษฐา” บอกว่า ราคากระทงใบลาน ที่เธอขาย มีราคาตั้งแต่ 12 บาท ไปจนถึง 400-500 บาทต่อใบ ขึ้นอยู่กับขนาด และรูปแบบ และด้วย เป็นงานท ามือทุกขั้นตอน การสั่งกระทงใบลาน ที่เป็นออกแบบมาเฉพาะต้องสั่งล่วงหน้า ในส่วนของการน าใบลานมาท ากระทงนั้น ถ้าถามถึงความยากง่าย คุณขนิษฐา บอกว่า โดย ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่ากระทงจากวัสดุอื่น ๆ ท ายากง่ายแค่ไหน แต่ส าหรับกระทงใบลาน ชาวบ้านเค้าท ามา นาน ก็เลยมีความถนัดไม่ได้มองว่า ยากเกินไป เช่นเดียวกับวัสดุอื่น ๆ ถ้าคนท าถนัดก็ไม่ยากเช่นกัน ปัจจุบัน กระทงใบลานได้รับความนิยมในกลุ่มของพ่อค้า แม่ค้า ค่อนข้างมากไม่แพ้ กระทงจาก เปลือกข้าวโพด เพราะด้วยความแข็งแรง และความสวยงาม ไม่แพ้วัสดุอื่น ๆ ในขณะที่ราคาไม่แพง ท าให้มีคนหันมารับกระทงใบลานไปขายกันเยอะมาก จากเดิมในปีแรก มียอดออเดอร์กระทงในช่วง เทศกาลลอยกระทง เริ่มสั่งซื้อกันตั้งแต่ ก.ย. - พ.ย. ไม่ต่ ากว่า 30,000 กระทง (ผู้จัดการออนไลน์, 2567, ออนไลน์) ภาพที่ 5.3 กระทงใบลาน ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 2566, ออนไลน์


บรรณานุกรม เทศบาลต าบลชุมพร. (2567). ความหมายของประเพณีลอยกระทง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.chumporn101.go.th/event-66.html. [2566, กุมภาพันธ์ 8]. ปรียา แก้วบ ารุง. (2567). ประเพณีลอยกระทง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www2.mculture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid=3608&filename=index. [2566, กุมภาพันธ์ 8]. ผู้จัดการออนไลน์. (2566, พฤศจิกายน 27). กระทงใบลาน กระทงรักษ์โลกมาแรงไม่แพ้วัสดุอื่นๆ “ขนิษฐา” นักบัญชี เมืองสองแคว รายได้เสริมขายออนไลน์ ออเดอร์หลักหมื่นกระทง. ใน MGR Online. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://mgronline.com/smes/detail/9660000106370. [2567, กุมภาพันธ์ 8]. วชิรวิทย์ กรรณิกา. (2567). ฐานข้อมูล เรื่อง กระทงเปลือกข้าวโพด ต าบลลานดอกไม้ตก อ าเภอ โกสัมพีนคร จังหวัดก าแพงเพชร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://acc.kpru.ac.th /KPPStudies/index.php?title=ฐานข้อมูล_เรื่อง_กระทงเปลือกข้าวโพด_ต าบลลานดอกไม้ ตก_อ าเภอโกสัมพีนคร_จังหวัดก าแพงเพชร. [2566, กุมภาพันธ์ 8]. ส านักงานราชบัณฑิตยสภา. (2567). ประเพณี (tradition). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.digitalschool.club/digitalschool/health4-6/health5_1/lesson7/ 7_10.php. [2567, กุมภาพันธ์ 8]. ส่งเสริมวัฒนธรรม, กรม. (2567). เรื่องน่ารู้ "งานลอยกระทง" ประเพณี 4 ภาคต่างเอกลักษณ์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaipbs.or.th/news/content/334287. [2566, กุมภาพันธ์ 8]. อรุณี คงเสรี. (2567). ลอยกระทง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://book.culture.go.th/ newbook/day/loy. [2567, กุมภาพันธ์ 8]. MGR Online. (2560, ตุลาคม 31). มือเป็นระวิง..“กระทงเทียนหอม” ออเดอร์ล้น แม่บ้านวัดยาง โทนท าส่งแทบไม่ทัน. ใน MGR Online. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://mgronline.com /local/detail/9600000110104. [2567, กุมภาพันธ์ 8].


Click to View FlipBook Version