The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคู่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การจำแนกพืช

พืชใบเลี้ยงเดี่ยวใบเลี้ยงคู่

พืชใบเลี้ยงเดย่ี วและพชื ใบเล้ียงคู่
(ทรู ปลูกปญั ญา)

พืชเปน็ ผผู้ ลิตอาหารทจี่ าเปน็ ตอ่ การดารงชีวิตของคนและสัตว์ และมนั ยังช่วยสร้างสมดุลแก่ธรรมชาติ
โดยปกตแิ ลว้ เราจะแบ่งพชื ออกตามวิธีการสบื พันธุ์ และน่ันทาให้เราได้กลมุ่ ของพชื ไม่มีดอก และพืชมีดอก
สาหรบั พืชไมม่ ดี อกจะสบื พนั ธดุ์ ้วยการสร้างสปอร์ แบง่ เซลล์ หรือแตกหน่อ เช่น เฟริ ์น สาหร่าย เห็ด พืช
เหล่านถ้ี อื วา่ มีววิ ฒั นาการที่ต่าว่าพืชมดี อก ซงึ่ สืบพนั ธุด์ ้วยการผสมกนั ระหวา่ งเกสรดว้ ยผู้และเกสรตวั เมยี และ
ได้เปน็ เมล็ดเพอ่ื ใชข้ ยายพนั ธต์ุ ่อไป โดยพชื ดอกน้จี ัดว่าเปน็ พชื ช้นั สงู กว่า เชน่ ต้นข้าว และผลไมต้ ่าง ๆ ทเี่ รา
รบั ประทาน

ภาพ : Pixabay

เราสามารถแบ่งพชื ชนั้ สงู เหล่าน้ีต่อโดยการจาแนกจากใบเลย้ี ง ซง่ึ แบง่ ได้เป็น 2 กล่มุ คือ 1. พืชใบ
เลย้ี งเดีย่ ว (Monocotyledon) 2. พืชใบเลีย้ งคู่ (Dicotyledon)

โดยใบเล้ียงของพืชนจี้ ะทาหน้าท่สี ะสมอาหารเพ่ือเล้ียงต้นอ่อนขณะงอก และเป็นสว่ นทงี่ อกออกมา
จากเมลด็ ตามหลงั ราก หรอื อาจจะพร้อม ๆ กันกบั ราก ใบเล้ยี งเดยี่ วของพชื บางชนิดยงั มาพรอ้ มกับคลอโรฟลิ ล์
ตง้ั แต่เรมิ่ ทาใหม้ นั สามารถเรม่ิ การสังเคราะห์ด้วยแสง เตรยี มเป็นพลังงานใหก้ ับต้นพชื ได้เตบิ โต แตเ่ มื่อ
สารอาหารทส่ี ะสมอยูใ่ นใบหมดไป และตน้ โตพอทจ่ี ะมใี บแท้ (Foliage leaf) ออกมาแล้ว ใบเล้ียงก็จะเร่ิมแห้ง
เห่ยี วหลดุ ไปในท่สี ุด

ประเภทของพืชจาแนกจากใบเล้ียง
1. พชื ใบเล้ียงเดี่ยว (Monocotyledon)
พืชใบเลี้ยงเดย่ี ว คือ พืชท่ีเมื่อใบแรกแทงออกมาจากเมล็ด มใี บเดียว และเมื่อเตบิ โตข้นึ จะเห็นลาต้น
เปน็ ข้อปล้องอย่างชดั เจน ได้แก่ พชื จาพวกหญ้า ขา้ ว ขา้ วโพด อ้อย ไผ่ พืชเหลา่ นี้จะมใี บเรียงตัวเปน็ เลขคห่ี รือ
ใบเดยี ว เส้นบนใบจะเรยี งตัวแบบขนานไปตามแนวยาวของใบ ลาตน้ มักเรียว และเป็นพืชล้มลุกเปน็ สว่ นมาก
พชื ในกลุ่มนีม้ ีระบบรากฝอย แนน่ อนวา่ พวกมนั มีดอก และจานวนกลบี ดอกของพชื กลุม่ น้จี ะมี 3 กลบี หรือ
ทวีคูณของ 3

พืชใบเลี้ยงเดย่ี วมมี ัดทอ่ ลาเลียงแบบกระจดั กระจาย นัน่ แปลวา่ หากนาต้นพชื มาตดั ขวางจะเหน็ ท่อ
ลาเลียงกระจายไปท่วั ท่ีสาคัญคือ พชื ใบเลี้ยงเด่ียวไม่มกี ารเจริญออกดา้ นข้าง กล่าวคือ ไม่มีกิ่งก้านสาขาออก
ดา้ นขา้ ง อายุของพืชกลมุ่ น้จี ะสนั้ อาจมอี ายเุ พียง 1 ปหี รอื มากกวา่ นน้ั เลก็ น้อย อยา่ งไรก็ดี พืชกลุ่มน้ีโตได้ไวกวา่
พืชใบเล้ียงคู่มาก หากเป็นพืชกลมุ่ การเกษตรก็จะเปน็ กลุ่มท่ใี ห้ผลผลิตไดร้ วดเรว็ เชน่ อ้อย ข้าวโพด ข้าว ซึง่ ใช้
เวลาไม่ถงึ 1 ปีก็สามารถเกบ็ เก่ยี วผลผลิตได้แล้ว

2. พืชใบเลย้ี งคู่ (Dicotyledon)
พชื ใบเลย้ี งคู่จะงอกออกจากเมลด็ พร้อมกับใบเล้ยี ง 2 ใบ และเมอ่ื เจริญเตบิ โตเตม็ ท่ีแล้วจะเหน็ ข้อและ
ปล้องในสว่ นของลาตน้ ไม่ชดั เจน เนอ่ื งจากมนั มักจะมเี ปลือกแขง็ ห่อหมุ้ และยงั มีการเจริญเตบิ โตออกด้านข้าง
มีกิง่ ก้านสาขา แผ่ทุกทิศทางเพือ่ เก็บเกยี่ วแสงแดดไดม้ ากกวา่ รากของพชื ใบเลยี้ งคู่เปน็ ระบบรากแก้ว และน่นั
ทาให้ต้นของพชื ใบเลยี้ งคู่มีความมนั่ คงมากกว่า ท้งั ยงั มีอายุยาวนานกว่าพชื ใบเล้ียงเด่ียวด้วย

แกนกลางของลาต้นพืชกลุ่มนี้จะไม่มที ่อลาเลยี ง แตจ่ ะเป็นเน้อื ไม้ซึง่ มีความแข็งแรงคงทน สว่ นทอ่
ลาเลยี งจะจัดเรยี งเปน็ วงอย่างมรี ะเบียบอย่รู อบลาตน้ สว่ นใบของพืชกลุ่มนี้มีลักษณะกว้าง มกี ารแตกแขนง
เปน็ รา่ งแหออกจากแกนกลางของใบ จานวนของกลบี ดอกจะมี 4 - 5 กลบี หรอื ทวีคณู ของ 4 - 5 หากปลูกพืช
ใบเลยี้ งคู่เพื่อเก็บเก่ยี วผลผลติ ส่วนใหญม่ ักตอ้ งใช้เวลา นานกวา่ พชื ใบเลีย้ งเดยี่ วถึงจะเก็บเก่ียวผลผลติ ได้ ทงั้ นี้
ยังมีความแตกตา่ งกันอกี มากระหวา่ งพชื ใบเลีย้ งเดย่ี วและใบเลยี้ งคู่ อย่างเช่น ลกั ษณะโครงสรา้ งของเกสร หรอื
ปากใบ (Stomata) แตม่ นั ยากทจี่ ะสงั เกตเหน็ ชัดด้วยตาเปลา่

นอกจากใบเล้ียงและใบแทท้ ่กี ล่าวไปในข้างตน้ พืชยงั มีใบชนิดอ่นื ๆ ทเ่ี กิดขนึ้ ตามหนา้ ท่ีและตาแหนง่
จาเพาะของมัน ใบแท้เองกส็ ามารถแบ่งได้อีก 2 แบบดว้ ยกัน คือ ใบเดี่ยว (Simple leaf) ซึ่งเปน็ ใบท่ีติดกบั
ก้านใบเด่ียวๆ โดยงอกออกมาจากลาต้น และใบประกอบ (Compound leaf) ซึ่งประกอบด้วยใบมากกวา่ 2
ใบขึ้นไปและมักเข้าคู่กันอย่างสมมาตร หากไมน่ ับใบทป่ี ลายก้านใบ ใบท้ังหมดน้ีจะตดิ อยู่กับกา้ นใบเพยี งกา้ น
เดียว

ใบบางประเภทกม็ ีการปรับเปลย่ี นใหท้ าหน้าท่ีอืน่ ๆ เช่น เพื่อการสะสมอาหาร เรยี กวา่ Storage leaf
และใบเลีย้ งเองกจ็ ัดอยูใ่ นกลุม่ น้ี ใบดอก ซึ่งเปน็ ใบที่ได้รับสิทธพิ เิ ศษในการเปลยี่ นสีเพ่อื ประโยชนใ์ นการดงึ ดูด
แมลงเพื่อมาผสมพนั ธ์ุ เนอ่ื งจากกลีบดอกอาจจะมีขนาดเล็กไม่สะดดุ ตา พืชจึงปรับมาใช้ใบเขา้ ช่วย เช่น
เฟอ่ื งฟ้า หรอื อาจเปลี่ยนเปน็ เกราะป้องกันอย่างต้นเหงอื กปลาหมอซึ่งเปล่ียนใบกลายเปน็ หนาม เป็นตน้

แหล่งขอ้ มูล
Rob & Jonas' Filmmaking Tips. Monocots vs Dicots Explained. สบื คน้ เมอื่ 17 พฤศจิกายน 2560
amritacreate. Monocot and Dicot Plants - MeitY OLabs. สบื ค้นเม่ือ 17 พฤศจิกายน 2560
Learners' Planet. Monocotyledons, dicotyledons Comparison of Monocots and Dicots. สบื ค้น
เม่ือ 17 พฤศจกิ ายน 2560
diffen. Monocot vs. Dicot. สืบค้นเม่ือ 17 พฤศจิกายน 2560


Click to View FlipBook Version