กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
ระวงั ! คำเหล่ำน้ไี มใ่ ช่ สะกดดว้ ย ย
เมยี เสีย เหี้ย
ย ในคำทง้ั ๓ คือ สระเอยี
ระวงั ! คำเหลำ่ นีไ้ ม่ใช่ สะกดดว้ ย ว
ตวั หวั วัว
ว ในคำท้งั ๓ คอื สระอัว
ระวัง ! คำเหลำ่ นไี้ ม่ใช่ สะกดดว้ ย ด
ดอย ดาว ดิน
ด ในคำทง้ั ๓ คอื พยัญชนะตน้
คำสง่ั : หำคำทสี่ ะกดดว้ ย แมก่ ด แมเ่ กย
และ แมเ่ กอว
เฉลย : คำที่สะกดดว้ ย แมก่ ด แมเ่ กย และ แม่เกอว
ครฑุ
ขำ้ วสวย
สำยสรอ้ ย
เศษแก้ว
พระพุทธบำท
การผันอักษร
กำรผันอักษร เปน็ กำรออกเสียงคำใหต้ รง
ตำมเสียงวรรณยกุ ต์ แล้วเขยี นรปู คำใหถ้ กู ตอ้ ง
ซงึ่ บำงคำจะมรี ปู และเสียงวรรณยกุ ต์ไม่ตรงกนั
กำรผนั อกั ษรกลำง
๑. คำท่ีมีพยญั ชนะต้นเปน็ อกั ษรกลำง เมือ่ ประสมกบั สระเสยี ง
ยาว ไม่มตี ัวสะกด หรอื มตี ัวสะกดในมาตรา กง กม กน เกย และ
เกอว จะผนั ตำมเสยี งวรรณยุกตไ์ ด้ครบ ๕ เสียง เชน่
๒. คำทมี่ ีพยัญชนะตน้ เปน็ อกั ษรกลำง เมือ่ ประสมกบั สระเสยี ง
ส้นั ไม่มีตวั สะกด หรือมตี ัวสะกดในมาตรา กก กบ กด และคา
ที่ประสมกับสระเสยี งยาว มีตัวสะกดในมาตรา กก กบ กด จะ
ผนั ตำมเสียงวรรณยุกต์ได้ ๔ เสยี ง เช่น
กำรผนั อกั ษรสูง
๑. คำทมี่ ีพยญั ชนะต้นเป็นอกั ษรสูง เมื่อประสมกบั สระเสียงยาว
ไม่มีตัวสะกด หรือมีตัวสะกดในมาตรา กง กม กน เกย และ
เกอว จะผนั ตำมเสยี งวรรณยกุ ต์ได้ ๓ เสยี ง คอื เสียงเอก โท
และจัตวำ เชน่
๒. คำท่ีมีพยัญชนะตน้ เป็นอักษรสูง เมื่อประสมกบั สระเสียงสัน้
ไม่มตี ัวสะกด หรือมีตวั สะกดในมาตรา กก กบ กด และคาที่
ประสมกบั สระเสียงยาว มีตัวสะกดในมาตรา กก กบ กด จะผนั
ตำมเสยี งวรรณยกุ ตไ์ ด้ ๒ เสียง คอื เสยี งเอก และโท เช่น
กำรผันอักษรต่ำ
๑. คำที่มพี ยัญชนะต้นเป็นอกั ษรต่ำ เมื่อประสมกบั สระเสียงยาว
ไม่มตี วั สะกด หรือมตี วั สะกดในมาตรา กง กม กน เกย และ
เกอว จะผันตำมเสยี งวรรณยุกตไ์ ด้ ๓ เสียง คือ เสียงสำมัญ โท
และตรี เชน่
๒. คำทม่ี ีพยญั ชนะตน้ เป็นอักษรต่ำ เมื่อประสมกบั สระเสียงสนั้
ไมม่ ีตวั สะกดหรอื มีตวั สะกดในมาตรา กก กบ กด และคาท่ี
ประสมกับสระเสียงยาว ที่มตี ัวสะกดในมาตรากก กบ กด
จะผนั ตำมเสยี งวรรณยกุ ตไ์ ด้ ๒ เสียง คอื เสยี งโท และตรี
โท - โท โท - ตรี
โท - เอก ตรี - เอก
จัตวำ - ตรี จัตวำ - ตรี
จตั วำ - โท จัตวำ - ตรี
เอก - ไมม่ ี เอก - สำมัญ
นิทำน เร่ือง ห่ำนออกไขเ่ ป็นทอง
เช้ำวนั หนง่ึ เมอื่ ชำวนำเดนิ เขำ้ ไปในเล้ำเหน็ ห่ำนท่ีเลี้ยงไว้
ตวั หนึ่งออกไข่เปน็ ทองคำกร็ ู้สึกตนื่ เตน้ ดใี จมำก เขำรีบนำไข่ไปให้
ภรรยำดเู มอ่ื ทงั้ สองนำไขท่ องคำไปขำย กไ็ ด้เงินมำจำนวนหน่ึงเพียง
พอทจี่ ะใชจ้ ำ่ ยในครอบครัว และซอ้ื ส่ิงของท่ตี อ้ งกำร
วนั ต่อมำ แม่ห่ำนตัวเดมิ กอ็ อกไขเ่ ป็นทองคำอีก สองสำมี
ภรรยำตำ่ งดอี กดใี จที่มีหำ่ นวิเศษอยใู่ นครอบครอง ทกุ เช้ำทั้งคู่จึง
เกบ็ ไข่ทองคำไปขำยจนมฐี ำนะร่ำรวยข้ึน วนั หนงึ่ ชำวนำปรึกษำ
กบั ภรรยำวำ่
"เราจะมัวเก็บไข่หา่ นทองคาไปขายวนั ละฟองอย่ทู าไม เราจับ
หา่ นมาฆ่าแลว้ นาทองทงั้ หมดทมี่ ีอยู่ในทอ้ งของมนั ไปขายทีเดยี วไม่
ดกี วา่ หรือ"
ภรรยำของชำวนำมคี วำมคดิ ตรงกับสำมี ชำวนำจงึ ได้นำหำ่ น
ที่ออกไขเ่ ป็นทองมำฆำ่ แต่เมอื่ ผำ่ ท้องออกดูปรำกฏว่ำภำยในทอ้ ง
ห่ำนมีแต่ควำมวำ่ งเปล่ำ
นทิ ำนอสี ป
กำรพดู
กำรพูด เปน็ ทักษะที่จาเป็นต้องใช้ในการตดิ ตอ่ ส่อื สารกนั ใน
ชวี ติ ประจาวันของคนเรา การพูดทด่ี จี ะทาใหก้ ารส่อื สารเข้าใจงา่ ย
และทาให้เกดิ ไมตรีระหวา่ งกนั ดังน้นั เราจึงควรเรียนร้หู ลักการพดู
ในโอกาสต่างๆ เพื่อใหพ้ ูดไดอ้ ย่างเหมาะสม
กำรพดู ในโอกำสต่ำง ๆ ไดแ้ ก่
๑. การพูดแนะนาตวั จะพูดเม่อื เรำต้องเข้ำกลมุ่ ใหม่ โดย
เร่มิ ตน้ พดู กลำ่ วคำทักทำยด้วยภำษำที่สภุ ำพ แล้วจงึ กลำ่ วแนะนำตวั
๒. การพดู ทักทาย ใช้พูดเม่อื พบเจอกนั เพื่อไตถ่ ำมทกุ ขส์ ขุ
กำรพูดทกั ทำยต้องใช้ภำษำที่สุภำพ เช่น
๓. การพูดสนทนาโต้ตอบ เป็นกำรพดู เพ่ือตดิ ตอ่ ส่ือสำรกนั
ระหวำ่ งบคุ คลตัง้ แต่ ๒ คนขนึ้ ไป
กำรพูดสนทนำ มขี อ้ ควรปฏิบัติ ดงั น้ี
๑. ไมค่ วรพดู อย่เู พียงฝ่ำยเดยี ว แต่ควรเปิดโอกำสใหค้ ู่
สนทนำไดพ้ ดู บำ้ ง
๒. ใชภ้ ำษำทส่ี ุภำพ ไม่หว้ น หรอื ไมห่ ยำบคำย เหมำะสมกบั
บคุ คลด้วย และสถำนกำรณ์
๓. ไม่พูดโอ้อวด หรือพดู ทับถมอกี ฝำ่ ยหนึ่ง ในกำรพดู
สนทนำโตต้ อบ อำจมีท้งั กำรพดู ตอบรบั หรือพูดปฏเิ สธ
แบบทดสอบ
๑. ขอ้ ใดมีตัวสะกดใน มำตรำ กด ทกุ คำ
ก. ทกั ษะ กฐิน บูด
ข. ก๊ำซ ปรำชญ์ รถ
ค. ธำตุ ปลำดุก บวช
ง. นวด ดนิ ดดี
๒. สำ-เหร็ด เขียนอย่ำงไร
ก. สำเร็จ
ข. สำเรด็
ค. สำเร็ต
ง. สำเหร็ด
๓. คำว่ำ กฎหมำย อ่ำนอย่ำงไร
ก. กก - หมำย
ข. กด - หมำย
ค. กด - ตะ - หมำย
ง. กด - หะ - มำย
๔. ขอ้ ใดมีตวั สะกดใน มำตรำ เกย
ก. เปยี
ข. สอย
ค. โยเย
ง. เพลีย
๕. ขอ้ ใดมีตวั สะกดใน มำตรำ เกอว
ก. ใบบวั
ข. หวำน
ค. กลวั
ง. ดำว
๖. ขอ้ ใดมี ตัวสะกด ตำ่ งจำกพวก
ก. ขำ้ วสวย
ข. กำ้ วก่ำย
ค. งัวเงยี
ง. เกย่ี วกอ้ ย
๗. ขอ้ ใด ผนั อักษรถูกตอ้ ง
ก. ตอง ต่อง ต้อง ต๊อง ต๋อง
ข. บก บ่ก บก้ บก๊ บ๋ก
ค. นอง นอ้ ง น๊อง
ง. ไย ไหย่ ไหย
๘. ขอ้ ใด ผนั อกั ษรถกู ตอ้ ง
ก. จดั จ่ดั จ้ัด จ๊ดั จด๋ั
ข. โมง โม่ง โมง้ โมง๋
ค. ปำ ปำ้ ปำ๊ ป๋ำ
ง. คำง ค่ำง ค้ำง
๙. ขอ้ ใด ไม่ ควรปฏบิ ัตใิ นกำรพูด
ก. กลำ่ วคำขอโทษเมือ่ พดู ผดิ
ข. พูดแต่เรื่องที่ตนเองชอบ
ค. พูดโดยใช้ถอ้ ยคำสุภำพ
ง. กลำ่ วทักทำยผฟู้ งั ก่อนเรม่ิ พดู
๑๐. ขอ้ ใด พูดทักทำยผู้ใหญ่ ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม
ก. วำ่ ไง คุณพ่อ
ข. สวัสดี คุณยำย
ค. สวสั ดีคะ่ คุณนำ้
ง. หวดั ดีครบั คุณแม่