41 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้ มุ่งศึกษาผลการเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ก่อนและหลังการ จัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E สมมุติฐานการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐานการวิจัย ดังนี้ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์สืบ เสาะหาความรู้แบบ 5E สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร เด็กปฐมวัยชาย - หญิงที่มีอายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาในชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนชุมชนสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 จำนวนเด็กปฐมวัยทั้งหมด 70 คน กลุ่มตัวอย่าง เด็กปฐมวัยอายุ 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนชุมชนสามพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 จำนวน 22 คน ซึ่งได้มาโดยการใช้วิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E 2. แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย การดำเนินการจัดประสบการณ์ ผู้วิจัยนำแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัด ประสบการณ์มาให้คะแนนและตรวจสอบความถูกต้อง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ ดังนี้
42 1. นำแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้ผ่านการวิเคราะห์และ ปรับปรุงแก้ไขแล้ว นำไปให้เด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มทดลองดำเนินการทดสอบก่อนการจัดประสบการณ์ 2. ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เป็น ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน คือ วันพฤหัสบดี วันละ 40 นาที รวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง 3. เมื่อครบ 8 สัปดาห์แล้วดำเนินการประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หลังการจัด ประสบการณ์ (Posttest) กับเด็กปฐมวัยโดยใช้แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ชุด เดียวกันกับแบบประเมินก่อนการจัดประสบการณ์ 4. นำข้อมูลไปวิเคราะห์และสรุปผล การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก ปฐมวัย โดยนำข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบคะแนนทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง การจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E มีทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์หลังการจัดประสบการณ์ สูงกว่าการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ พบว่า ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัด ประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์สืบเสาะหา ความรู้แบบ 5E มีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัด ประสบการณ์ สามารถอภิปรายได้ว่า การจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ช่วยส่งเสริมทักษะ พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยได้แผนการจัดประสบการณ์ทั้ง 8 แผน ได้ผ่านการตรวจสอบ จากผู้เชียวชาญ ดังนั้น แผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E จึงสามารถนำมาจัด ประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยได้ในขั้นตอนการจัด ประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E นั้น ครูได้ออกแบบกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้เด็กในแต่ ละวัน โดยประกอบด้วย 8 หน่วย ได้แก่ 1) หน่วยวิทยาศาสตร์น่ารู้2) หน่วยสัตว์โลกน่ารู้ 3) หน่วยต้นไม้ที่รัก 4) หน่วยไข่5) หน่วยผลไม้แสนอร่อย 6) หน่วยดิน หิน ทราย 7) หน่วยน้ำให้ชีวิต 8) หน่วยยานพาหนะ ในขั้นตอนการจัดประสบการณ์ ครูกระตุ้นเพื่อสร้างความสนใจแก่เด็กโดยการ ท่องคำคล้องจอง ดิน หิน ทราย ครูให้เด็กช่วยกันสำรวจและสังเกตดิน หิน และทรายว่ามีลักษณะ
43 อย่างไรโดยนำแว่นขยายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยในการสังเกต ทำให้เด็กพัฒนาทักษะการสังเกต เมื่อสังเกตเสร็จครูให้เด็กจำแนกลักษณะของดิน หิน ทราย เป็นการส่งเสริมให้เด็กเกิดทักษะการ จำแนกประเภทตามลักษณะที่สังเกตพบ เช่น สี ขนาด ผิวสัมผัส หลังจากเด็กจำแนกลักษะของดิน หิน ทรายเสร็จ เด็กและครูร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประโยชน์ของดิน หิน ทราย ครูให้เด็กวาดภาพ ประโยชน์ของดิน หิน ทราย และนำเสนอผลงานจึงทำให้เกิดทักษะทักษะการสื่อความหมาย ซึ่งการ จัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ช่วยให้เด็กเกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ซึ่ง สอดคล้องกับ บรูเนอร์ (Bruner) ว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ โดยการเรียนรู้จากของจริงและขั้นการ เรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรมสำหรับเด็กปฐมวัย เด็กควรจะได้เรียนรู้จากของจริงบรูเนอร์เชื่อว่าการ เรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุด คือ การให้เด็กค้นพบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูมีบทบาทในการจัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์การเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ท้าทายความคิด และการกระทำเพื่อให้เด็กได้ใช้ กระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหา บรูเนอร์ เชื่อว่าพัฒนาการทางสติปัญญาเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องไป ตลอดชีวิต สอดคล้องกับ เกศแก้ว นาทองคำ (2565) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ใน ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสีดากระพี้ประชาสรรค์ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 จำนวน 9 คน ได้มา โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัดประสบการณ์แบบสืบ เสาะหาความรู้ที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยและแบบทดสอบวัดทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ และยังสอดคล้องกับ ณัฐพล บุตรหิน (2563) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้สมองเป็นฐานเสริมด้วยคำถามปลายเปิด ผลการวิจัยปรากฏว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานเสริมด้วยคำถามปลายเปิดพบว่า ก่อนการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานเสริมด้วยคำถามปลายเปิด คะแนนทักษะ พื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์ มีค่าเฉลี่ย 4.86 และหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานเสริมด้วย คำถามปลายเปิด คะแนนทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มีค่าเฉลี่ย 10.17 และมีทักษะพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานเสริมด้วยคำถาม ปลายเปิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะในการทำวิจัย ครั้งนี้ ดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1.1 การจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ครูผู้สอนต้องศึกษา หลักการ ขั้นตอนรวมถึงลักษณะกิจกรรมของการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เพื่อนำไปใช้ได้ อย่างถูกต้องและคลอบคลุมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
44 1.2 การจัดประสบการณ์ สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เน้นการเรียนรู้ผ่าน ประสบการณ์ดังนั้นครูต้องจัดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำหรือกลุ่มเพื่อนแล้วเปิด โอกาสให้ผู้เรียนได้สะท้อนความคิดเป็นระยะ ให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก โดยครูเป็น ผู้สนับสนุนช่วยเหลือ 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ที่มีต่อตัวแปร อื่น เช่น การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยอันจะเกิด ประโยชน์ต่อครูและเด็กปฐมวัยต่อไป 2.2 ควรมีการศึกษาวิจัยถึงผลการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เพื่อ นำมาผลที่ได้มาพัฒนาร่วมกับการจัดประสบการณ์ด้านอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาทักษะ ทางด้านต่าง ๆ ที่หลากหลาย
45 บรรณานุกรม
46 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). รูปแบบการเรียนการสอนปฐมวัยศึกษา. กรุงเทพฯ: มิตรสัมพันธ์กราฟ ฟิค. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: เบรน-เบส บุ๊คส์. ฉัตรชุดา เชียรปรีชา. (2563). การจัดประสบการณ์โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง. เลย: สถาบันราชภัฏเลย. ชุลีพร สงวนศรี. (2560). กิจกรรมการสอนเพื่อฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ปฐมวัย. ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. ณัฐชุดา สาครเจริญ. (2558). การพัฒนากระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยโดยการ ใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษา ปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. มนัท ธาตุทอง. (2554). การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครปฐม: เพชรเกษมการพิมพ์. นิรมล ช่างวัฒนชัย. (2551). เทคนิคการสอนศิลปะ ภาษา และวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2565). พฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ. ภพ เลาหไพบูลย์. (2562) แนวการสอนวิทยาศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช บัญญัติ ชำนาญกิจ. (2560). วัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 5Es. วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. ประภาพรรณ สุวรรณสุข. (2558). การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยใน เอกสารการสอนชุดวิชาการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตระดับปฐมวัย หน่วยที่ 8 พิมพ์ ครั้ง ที่ 4. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. พนิดา ภู่แพ. (2563). ผลการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ ต่อวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรม หาบัณฑิต). นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2565). พฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ. รุจิระ สุภรณ์ไพบูลย์. (2559). การส่งเสริมกระบวนการวิทยาศาสตร์: เทคนิควิธีการสอนในระดับ ประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
47 ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2558). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. วัฒนา มัคคสมัน. (2564). การสอนแบบโครงการสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แรมสมร อยู่สถาพร. (2561). เทคนิคและวิธีสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลำดวล ปั่นสันเทียะ. (2565) ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการที่มีต่อทักษะกระบวนการ วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. ศศิธร เวียงวะลัย. (2558). การจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่ม วิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). กรอบการเรียนรู้และแนวทางการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ในระดับ ปฐมวัยตามหลักสูตการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โกโก้พริ้นท์. (ไทย แลนด์) จำกัด. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). คู่มือกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ปฐมวัย. ถ่ายเอกสาร สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2563). การวัดและประเมินเด็กแนวใหม่ : เด็กปฐมวัย (ปรับปรุงแก้ไข) กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2559). การจัดกระบวนการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: อักษร เจริญทัศน์. สุภาพร มาตรทอง. (2568). การศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จากการจัดประสบการณ์แบบสืบเสาะหาความรู้. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. สุนีย์ เหมะประสิทธิ์. (2563). วิทยาศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตร และการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ สุรีย์ สุธาสิโนบล. (2560). การศึกษาผลการจัดกิจกรรมค่ายเทคโนโลยีด้านพลังงานจากดวงอาทิตย์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนคริ นทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. สุวิทย์ มูลคำ (2562). กลยุทธ์การสอนสังเคราะห์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์ สมบัติ การจนารัก (2559). เทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E ที่เน้นพัฒนาทักษะการคิด ขั้นสูง: กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: ธารอักษร. สรวงพร กุศลส่ง. (2559). เอกสารคำสอน ชุดวิชา วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เพชรบูรณ์:
48 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. โสภิดา โครตโนนกอก. (2554). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหา ความรู้ที่มีต่อทักษะการคิดขั้นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. Abruscato, J. (2000). Teaching Children Science. Massachusetts: Allyn & Bacon. Carin, Arthur. (1993). Teaching Science through Discovery. 7th ed. New York: MacMillan. Charlesworth, Rosalind; & Lind, Karen K. (2012). Math and Science for Young Children 7th ed. USA: WADSWORTH CENGAGE Learning. Moore, K. D.; & Cheri, Q. (1994). Secondary Instructional Methods. Wm. C. Brown: Communications. Neuman, D.B. (1993). Experiencing Elementary Science. California: Litton Education Publish. Odom, A. L. and Kelly, P. V. (2001). "Integrating Concept Mapping and the Learning Cycle to Teach Diffusion and Osmosis Concepts to High School Biology Students," Science Education. 85 (6) : 615 - 635. Sarquis,Micky. (2009). Marvelous Moving Things: Early Childhood Science in Motion. USA: Terrific Science Press. Sund, R.B.; & L.W., Trowbridge. (1973). Teaching Science by Inquiry in the Secondary School. Ohio: Charles and Merrill Publishing, Co.
51 ภาคผนวก
52 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
53 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางสุพรรณี ใยปางแก้ว ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุดรธานี เขต 1 2. นางสาวอมรรัตน์ พันธ์นพ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนสามพร้าว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุดรธานี เขต 1 3. อาจารย์ญาดา ช่อสูงเนิน อาจารย์ประจำสาขาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
54 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
55 ตารางที่ 4 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก ปฐมวัย แบบประเมินทักษะพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก ปฐมวัย หัวข้อที่ประเมิน ผู้เชี่ยวชาญคนที่ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ∑R (IOC) 1. ทักษะการสังเกต ข้อที่ 1 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 2 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 3 +1 +1 +1 3 1.0 2. ทักษะการจำแนก ข้อที่ 4 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 5 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 6 +1 +1 +1 3 1.0 3. ทักษะการสื่อความหมาย ข้อที่ 7 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 8 +1 +1 +1 3 1.0 ข้อที่ 9 +1 +1 +1 3 1.0
56 ภาคผนวก ค ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D.) ของแบบประเมินพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
57 ตารางที่ 5 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ก่อนการทดลง หลังการทดลอง S.D. S.D. 1. ทักษะการสังเกต 2.58 0.50 2.79 0.51 2. ทักษะการจำแนก 2.29 0.52 2.73 0.54 3. ทักษะการสื่อความหมาย 2.08 0.27 2.88 0.33 รวม 6.95 1.29 8.40 1.38
58 ภาคผนวก ง ตัวอย่าง แผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E
59 แผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E หน่วย 6 ดิน หิน ทราย สาระที่ควรเรียนรู้ ธรรมชาติรอบตัวเด็ก ช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เวลา 40 นาที ครั้งที่ 1 จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้เด็กสามารถ 1. บอกลักษณะของดิน หิน ทรายได้ 2. จำแนกลักษณะของดิน หิน ทรายได้ 3. อธิบายผลจากการทดลองได้ สาระสำคัญ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ - ดิน หิน ทราย มีหลากหลายชนิดและมีลักษณะที่แตกต่างกัน สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้หลากหลาย ในดิน หิน ทรายมีสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตอาศัยอยู่ได้ควรดูแลรักษา ธรรมชาติรอบตัว เห็นคุณค่าดิน หิน ทรายให้อยู่ได้นาน 2. ประสบการณ์สำคัญ - การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบการเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ โดย ใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม - การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล - การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่าง ๆ ตามลักษณะ - การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่าง ๆ ขั้นดำเนินกิจกรรม 1. ขั้นนำ 1.1 ครูนำเด็กเข้าสู่กิจกรรมโดยการท่องคำคล้องจอง ดิน หิน ทราย ดิน หิน ทราย ใช้ในการก่อสร้าง เป็นห้างร้าน บ้านเรือนที่อาศัย ทำถนน โรงเรียน วัดทั่วไทย ทำของใช้ ปลูกต้นไม้ ได้ดีเอย 1.2 เด็กและครูสร้างข้อตกลงร่วมกัน - เด็กๆ ไม่ส่งเสียงดัง 2. ขั้นสอน 2.1 (ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ Engagement) เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหา ของคำคล้องจอง 2.2 (ขั้นที่ 2 ขั้นการสำรวจ Exploration) เด็กช่วยกันสำรวจและสังเกตดิน หิน และทรายว่า มีลักษณะอย่างไรโดยนำแว่นขยายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยในการสังเกต
60 2.3 (ขั้นที่ 3 ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป Explanation) ครูให้เด็กจำแนกลักษณะของดิน หิน ทรายตามลักษณะที่สังเกตพบ เช่น สี ขนาด ผิวสัมผัส 2.4 (ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้Elaboration) เด็กร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประโยชน์ของดิน หิน ทราย จากนั้นทดลองทำเครื่องกรองน้ำอย่างง่าย - เด็กร่วมกันอธิบายผลการทดลองทำเครื่องกรองน้ำ 2.5 (ขั้นที่ 5 ขั้นการประเมินผล Evaluation) ครูให้เด็กวาดภาพเครื่องกรองน้ำ และ นำเสนอผลงาน 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม โดยใช้คำถาม ดังนี้ - ดิน หิน และทรายมีลักษณะเป็นอย่างไร - ลักษณะของดิน หิน ทราย เหมือนหรือต่างกันอย่างไร สื่ออุปกรณ์ - คำคล้องจอง ดิน หิน ทราย - ดิน หิน ทราย - แว่นขยาย - อุปกรณ์การทำเครื่องกรองน้ำ ประเมินผล สังเกต 1. การบอกลักษณะของดิน หิน ทราย 2. การจำแนกลักษณะของดิน หิน ทราย 3. การอธิบายผลจากการทดลอง ภาคผนวก คำคล้องจอง “ดิน หิน ทราย” (ไม่ทราบนามผู้แต่ง) ดิน หิน ทราย ใช้ในการก่อสร้าง เป็นห้างร้าน บ้านเรือนที่อาศัย ทำถนน โรงเรียน วัดทั่วไทย ทำของใช้ ปลูกต้นไม้ ได้ดีเอย
61 ตัวอย่าง ภาพการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ครูนำเด็กเข้าสู่กิจกรรมโดยการท่องคำคล้องจอง ดิน หิน ทราย เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาของคำคล้องจอง
62 ตัวอย่าง ภาพการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เด็กช่วยกันสำรวจและสังเกตดิน หิน และทรายว่ามีลักษณะอย่างไรโดยนำแว่นขยาย หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยในการสังเกต เด็กช่วยกันสำรวจและสังเกตดิน หิน และทรายว่ามีลักษณะอย่างไรโดยนำแว่นขยาย หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ มาช่วยในการสังเกต
63 ตัวอย่าง ภาพการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ครูให้เด็กจำแนกลักษณะของดิน หิน ทรายตามลักษณะที่สังเกตพบ เช่น สี ขนาด ผิวสัมผัส เด็กร่วมกันอธิบายเกี่ยวกับประโยชน์ของดิน หิน ทราย
64 ตัวอย่าง ภาพการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับประโยชน์ของดิน หิน ทราย จากนั้นทดลองทำเครื่องกรองน้ำอย่างง่าย เด็กร่วมกันอธิบายผลการทดลองจากเครื่องกรองน้ำ
65 ตัวอย่าง ภาพการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ครูให้เด็กวาดภาพเครื่องกรองน้ำ และนำเสนอผลงาน ครูให้เด็กวาดภาพเครื่องกรองน้ำ และนำเสนอผลงาน
66 ภาคผนวก จ ตัวอย่าง แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
67 คู่มือการใช้เครื่องมือ แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย คำชี้แจง 1. เครื่องมือแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยจำนวน 3 ทักษะ คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกและทักษะการสื่อความหมายของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 อายุ 5-6 ปี ที่ได้รับจากการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E โดยประเมินเป็นรายบุคคล 2. เครื่องมือแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 1 ชุด ดังนี้ 2.1 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 3 ทักษะ คือ 2.1.1 ทักษะการสังเกต จำนวน 3 ข้อ 2.1.2 ทักษะการจำแนก จำนวน 3 ข้อ 2.1.3 ทักษะการสื่อความหมาย จำนวน 3 ข้อ 3. ตรวจให้คะแนนความถูกต้องของเครื่องมือแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย มีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 1 หมายถึง เด็กปฏิบัติได้โดยให้ผู้อื่นบอกทุกครั้ง 2 หมายถึง เด็กปฏิบัติได้ด้วยตนเองเป็นบางครั้งและบางครั้งต้อง ให้ผู้อื่นบอก 3 หมายถึง เด็กปฏิบัติได้ด้วยตนเองทุกครั้ง 4. ระยะเวลาในการประเมิน แผนการจัดประสบการณ์ จำนวน 8 แผน ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมแผนละ 40 นาที สัปดาห์ละ 1 แผน รวม 8 สัปดาห์ การเตรียมการประเมิน 1. ผู้ดำเนินการประเมินต้องศึกษาแบบประเมินและคู่มือกระบวนการทั้งหมดโดยให้ใช้ภาษา ที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติในการพูดกับเด็ก รวมทั้งมีวิธีจูงใจ เร้าความสนใจ ให้เด็กกระตือรือร้นใน การทำ แบบประเมิน 2. การเตรียมสถานการณ์และวัสดุอุปกรณ์ในการประเมินแต่ละชุดให้พร้อมก่อนเด็กจะเข้าทำ การประเมินในแต่ละข้อและเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์ตามความเหมาะสมเพื่อให้แบบประเมินมีความ เที่ยงตรง 3. สถานที่ในการประเมินควรมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการประเมิน เช่น จัดโต๊ะ เก้าอี้ ให้มีความเหมาะสมกับวัยของเด็ก สถานที่ในการประเมินควรปราศจากสิ่งรบกวน มีแสงสว่างเพียงพอ 4. ก่อนเริ่มการประเมินควรให้เด็กทำธุระส่วนตัวก่อนเช่นดื่มน้ำเข้าห้องน้ำเพื่อให้เด็กมีสมาธิ ในการประเมิน วิธีการดำเนินการประเมิน 1. ผู้ดำเนินการประเมิน ศึกษาคู่มือการประเมินและเครื่องมือการประเมินให้เข้าใจ กระบวนการในการประเมิน จนสามารถสาธิตและใช้ภาษาที่ชัดเจนเป็นธรรมชาติในการพูดกับเด็ก
68 2. ผู้ดำเนินการประเมินตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ชุดการประเมินให้ครบถ้วนและ เตรียมแบบบันทึกผลการประเมินให้เพียงพอกับจำนวนเด็ก 3. เตรียมกิจกรรมและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประเมิน ดังนี้ 3.1 คู่มือการใช้เครื่องมือแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 1 ชุด 3.2 แบบบันทึกผลการประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 22 ชุด 3.3 แผนการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E 6 หน่วย 3.4 ชุดอุปกรณ์สำหรับการจัดประสบการณ์สืบเสาะหาความรู้แบบ 5E 4. ก่อนเริ่มทำการทดสอบควรให้เด็กทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เช่น ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ เพื่อให้เด็กมีสมาธิในขณะทำการประเมิน 5. ผู้ดำเนินการประเมินสร้างความคุ้นเคยกับเด็กโดยการพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ เด็กเพื่อให้เด็กคลายความกังวน ไม่ตื่นเต้น เมื่อเห็นเด็กพร้อมเริ่มทำการประเมิน
69 แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ชื่อผู้สังเกต................................................................................................................................................... ชื่อผู้ถูกสังเกต.............................................................................................................................................. อายุ..........ปี..............เดือน ระดับชั้นอนุบาลปีที่....... โรงเรียนชุมชนสามพร้าว จังหวัดอุดรธานี วัน/เดือน/ปีที่สังเกต................................................................... คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับคะแนนตามแบบประเมินทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย ข้อ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ระดับคะแนน หมายเหตุ 3 2 1 ทักษะการสังเกต 1 บอกลักษณะส่วนประกอบของสิ่งต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส 2 ประเมินปริมาณของวัตถุ 3 บรรยายการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่สังเกต ทักษะการจำแนก 4 จำแนกความเหมือน 5 จำแนกความต่าง 6 จำแนกความสัมพันธ์ของวัตถุ ทักษะการสื่อความหมาย 7 อธิบายผลการทำกิจกรรม 8 แสดงท่าทางหรือแสดงเป็นสัญลักษณ์ 9 เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี รวมคะแนน..............................คะแนน ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................................................. ........................................
70 ประวัติย่อผู้วิจัย
71 ประวัติย่อของผู้วิจัย ชื่อ นางสาวภัทธริดา แสงจันทร์ วัน เดือน ปีเกิด 27 กันยายน 2543 สถานที่เกิด โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม สถานที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 789 หมู่ที่ 5 ซอยอุดมสถาพร ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 0627398475 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2555 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จาก โรงเรียนอุดรคริสเตียนวิทยา พ.ศ. 2558 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จาก โรงเรียนสตรีราชินูทิศ พ.ศ. 2561 ชั้นมัธยมศึกษาต้นปลาย จาก โรงเรียนสตรีราชินูทิศ พ.ศ. 2567 ครุศาสตร์บัณฑิต (สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย) จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
72