การพัฒนาอยางย่งั ยนื (ลมุ น้ําสะแกกรัง)
วาระการพฒั นาทยี่ ่ังยืน ค.ศ. ๒๐๓๐
เปน ทิศทางหลกั ในการพัฒนาของโลกหลัง ค.ศ. ๒๐๑๕
โดยมีเปา หมายการพัฒนาทย่ี ่ังยนื (Sustainable Development Goals: SDGs)
ประกอบดวย ๑๗ เปา หมาย และ ๑๖๙ เปาประสงค
การประเมนิ สถานภาพลุมน้ํา
• ตามทสี่ าํ นกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม ไดกาํ หนดการประเมิน
สถานภาพลุมน้ําไว 4 ระดับ โดยสอดคลอ งกับเกษม (2539) และนพิ นธ (2540) ดงั นี้
• 1) สถานภาพสมดลุ (Nature Stage) คอื ลมุ น้าํ ท่มี อี งคป ระกอบ/โครงสราง (Structure) ทงั้
ชนดิ ปริมาณ สัดสวน และการกระจายของทรพั ยากรดานตา ง ๆ อยูในภาวะธรรมชาติ และ
สามารถทาํ หนาท่ี (Function) ไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ คอื ใหผ ลผลติ นํา้ (Water Yield) ทีด่ ใี น
ทุก ๆ ดาน
• 2) สถานภาพเตอื นภยั (Warning Stage) คอื ลมุ นํา้ มีการเปลีย่ นแปลงองคประกอบ/โครงสรา ง
ไปจากเดมิ เล็กนอ ย เปนการเปล่ยี นแปลงไปในระยะสน้ั จงึ สามารถฟนคนื สภาพธรรมชาติเดมิ ไดใ น
เวลาไมน านระบบยงั สามารถทําหนา ทไ่ี ดเปน ปกติ แตมผี ลทาํ ใหดนิ พงั ทลายมากขึน้ และมผี ลตอ
คุณภาพน้ําในบางชวงเวลาเปนตน
การประเมนิ สถานภาพลุม นํา้
• 3) สถานภาพเสยี่ งภยั (Risky Stage) คอื ลุมนา้ํ มกี ารเปลย่ี นแปลงองคป ระกอบ/โครงสรางไป
จากเดมิ มาก ตองใชเวลานานในการฟน คนื สภาพของทรพั ยากร ทาํ ใหระบบไมสามารถทาํ หนาที่
ไดเ ปนปกติและมผี ลทาํ ใหเ กดิ ปญ หาตาง ๆ มากย่ิงข้ึน เชน ปญหาการพังทลายของดนิ ปญหา
คุณภาพนา้ํ เปน ตน ตลอดจนมผี ลตอ การเปลี่ยนแปลงสัดสว นของน้ําในชว งฤดูฝนและฤดูแลง ทาํ
ใหเกิดนาํ้ ทว มหรอื ภัยแลงได
• 4) สถานภาพวิกฤต (Critical Stage) คือ ลมุ น้าํ มีการเปล่ียนแปลงองคป ระกอบไปจากเดิมมาก
จนไมส ามารถฟนคืนสภาพเดิมได ตองใชเทคโนโลยีเขา ชวยจึงจะสามารถฟนคืนสภาพเดิมไดและ
ตองใชเวลานานมาก ทาํ ใหร ะบบลมุ นา้ํ ไมสามารถทาํ หนาที่ใหผลผลิตนํา้ เปน ปกติและอาจ
กอใหเ กดิ ภยั ธรรมชาตอิ ยางรนุ แรง เชน อทุ กภัย ภัยแลง และดินถลมเปน ประจาํ เปนตน
การประเมนิ สถานภาพลมุ นา้ํ สะแกกรัง
(สํานักงานนโยบายและแผนทรพั ยากระรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม ๒๕๖๒)
• พน้ื ทีล่ ุมนํ้าสะแกกรัง ประกอบดวย 4 ลมุ นํ้าสาขา
๑) อยใู นสถานภาพเสยี่ งภยั 2 ลมุ น้ําสาขา คอื แมน ้าํ สะแกกรงั ตอนลา ง และ
คลองโพธิ์
๒) และอยใู นสถานภาพ เตือนภัย 2 ลมุ น้าํ สาขา คอื น้าํ แมว งก และ หวยทบั เสลา
ตัวชวี้ ัดที่ใช
ในการ
ประเมนิ
สถานภาพลมุ
นา้ํ สะแกกรัง
ผลการ
ประเมิน
สถานภาพ
จาํ แนกราย
ลมุ นํา้ สาขา
ดงั แสดงใน
ตารางที่ 5-8
ลมุ นํ้าสะแกกรงั
ระดับเสีย่ งภัย
ลุม นํา้ สะแกกรงั แบง ได ๔ ลมุ นาํ้ สาขา
•๑) ลมุ นํ้าสาขาแมว งก
• ๒) ลมุ นํ้าสาขาสะแกกรงั ตอนลา ง
• ๓) ลุมนาํ้ สาขาคลองโพธิ์
• ๔) ลมุ น้ําหว ยทับเสลา
๑) ลมุ น้าํ สาขาแมวงก
ระดับเตือนภยั
๒) ลุมนํ้าสาขา
สะแกกรังตอนลา ง
ระดบั เส่ยี งภัย
๓) ลมุ น้าํ สาขา
คลองโพธิ์
ระดับเสีย่ งภัย
๔) ลุมนํ้าสาขา
หวยทับเสลา
ระดบั เตอื นภยั
การจดั ทาํ โครงการพฒั นาการผลิตที่ยง่ั ยนื ในลมุ นา้ํ สะแกกรงั
•ควรจัดทาํ เชงิ พืน้ ทีล่ มุ น้ําสาขายอ ย ซึง่ สามารถกาํ หนดปจจยั และผูสวนได
สวนเสียท่ชี ดั เจน และสามารถทําไดทกุ ปจ จยั พรอมกัน และสามารถใชก าร
ระดมการจัดทําแผนงานแบบบรู ณาการทุกหนวยงาน และจนสามารถทําให
ระบบนเิ วศลมุ นาํ้ (ดิน น้าํ พนื้ ทีส่ เี ขียว และชมุ ชน) กลับมาทําหนาที่สมดลุ
ยั่งยืน และสรางรายไดใ หก บั ชมุ ชน อยา งม่นั คง และพง่ึ พาตนเองได
เชิงพ้นื ท่ลี มุ่ น้ํา
ลม่ ุ น้ําคืออะไร
ขอบเขตลม่ ุ น้ํา
น้ําฝน (นํ้าจากอากาศ) น้ําท่ามาจากไหน
ชั้น ี่ท ่ิอมตัว ้ดวย ้ํนา ชั้น ี่ทยังไม่ ่ิอมตัว การซึมลงดิน
ระดบั น้ําใต้ดิน
น้ําบาดาล
ข้อมูลปริมาณนํา้ ทเ่ี กบ็ กกั ในดนิ ของป่ าชนิดต่างๆ
พ้นื ทสี่ เี ขยี ว ภาคดูดซบั คารบ อน
COP26
ตามบยทุ ธศาสตรชาติ ๒๐ ป (๒๕๖๑-๒๕๘๐)
แต่ละลมุ่ นาํ้ ย่อยจะตอ้ งมพี ้นื ทส่ี เี ขยี ว
จาํ นวน ๕๕ เปอรเ์ ซน็ ต์ จงึ ทาํ ให้
ระบบสมดลุ
การจัดการทรัพยากรเพอ่ื การผลิตอยา งยง่ั ยืนในระบบนเิ วศนลุมนา้ํ ยอย
• การจดั การทรพั ยากรเพ่อื การผลติ อย่างยงั่ ยนื ใชร้ ะบบนิเวศน์ลุ่มน้ําเป็นตวั กําหนด
พน้ื ทด่ี าํ เนินการ โดยขบวนการทางภูมศิ าสตรส์ ารสนเทศในการจําแนกขอบเขตพน้ื ท่ี
ใช้ระบบนิ เวศน์ลุ่มนํ้าสาขาย่อย เพ่อื กําหนดชุมชนทม่ี สี ่วนร่วมในระบบนิเวศน์ลุ่ม
น้ําสาขาย่อย นัน้ ระดมความคิด แนวทฤษฎี การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติ
สง่ิ แวดลอ้ ม สงั คม และเศรษฐกจิ ในระบบนิเวศน์ลุ่มน้ํา จากหน่วยงานของรฐั องคก์ ร
เอกชน นกั วชิ าการ และชมุ ชน จดั ทาํ แผนปฏบิ ตั งิ านแบบบรู ณาการทกุ ฝ่าย โดยให้
หลกั วชิ าการและกฎหมายเป็นตวั กําหนดอย่างชดั เจน การจดั การทรพั ยากรเพ่อื การ
ผลติ อยา่ งยงั่ ยนื แบง่ พืน้ ท่ีโดยใช้ระบบนิเวศน์ล่มุ น้ําย่อยเนื้อที่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ถึง
๗๐,๐๐๐ ไร่
ตวั อย่างการพฒั นาล่มุ นํ้าย่อย
กิจกรรม
• การสรา้ งฝายชะลอน้ํา และดกั ตะกอน
• การฟ้ืนฟูแหล่งกกั เกบ็ น้ํา (หลุมขนมครก)
• การปลกู ตน้ ไมร้ มิ น้ํา/พน้ื ทส่ี าธารณะ/ทเ่ี อกชน
• ระบบการฟ้ืนฟูสง่ิ แวดลอ้ ม
• เกษตรปลอดภยั
• การสง่ เสรมิ อาชพี ทม่ี มี ลู คา่ สงู จากตน้ ทนุ ใน
ชมุ ชน
• การสรา้ งความเขม็ แขง็ การมสี ว่ นรว่ ม การ
เปลย่ี น Mindset ของทุกภาคสว่ นในลุ่มน้ํายอ่ ย
แนวคดิ
แนวคิดการพฒั นา การให้นิเวศน์ธรรมชาติ กบั นิเวศน์มนุษยอ์ ย่รู ว่ มกนั ได้
(1) พจิ ารณาปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในระดบั ลมุ่ น้ําของฐานทรพั ยากรระบบการผลิต
และระบบการจดั การมาเป็นโจทย์
(2) สรา้ งองคค์ วามรู้ ระบบข้อมลู และการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ระหวา่ งผมู้ สี ว่ น
เกย่ี วขอ้ งหลายฝ่าย เพอ่ื นําไปสู่
(3) การจดั การร่วมกนั หรอื จดั การแบบมสี ่วนรว่ ม
เป้าหมาย
1. การบรหิ ารทรพั ยากรอยา่ งยงั่ ยนื โดยกลไกกระบวนการมสี ว่ นรว่ ม
2. การใชป้ ระโยชน์จากทรพั ยากร เพอ่ื การผลติ อยา่ งคมุ้ คา่ มปี ระสทิ ธภิ าพ และยงั่ ยนื
3. พฒั นาดา้ นบุคลากรและชมุ ชน ดา้ นเสรมิ สรา้ งองคค์ วามรู้ และแลกเปลย่ี นประสบการณ์ ขอ้ มลู ทางวชิ าการ เพอ่ื
จดั การรว่ มกนั
4. สนบั สนุนดา้ นบคุ ลากร งบประมาณ วสั ดุอุปกรณ์ รวมสง่ิ จาํ เป็นในการบรหิ ารจดั การรว่ มกนั
การดาํ เนินงาน
1.เพอ่ื ศกึ ษาขอ้ มลู พน้ื ฐานทต่ี รงกนั และการศกึ ษาวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารรว่ มชุมชน เพอ่ื การวเิ คราะห/์ วางแผนงาน
2. เพอ่ื เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพและความแขง็ แกรง่ ชมุ ชน เสรมิ สรา้ งกลไกกระบวนมสี ว่ นรว่ ม
3. จดั ตงั้ กลุ่ม/องคก์ รชุมชน ระดบั หมบู่ า้ น ระดบั ตาํ บล ระดบั ลุม่ น้ํายอ่ ย
4. สนบั สนุนการพฒั นาอาชพี ชมุ ชนทเ่ี หมาะสม และเพม่ิ พน้ื ทส่ี เี ขยี ว
5. สนบั สนุนการจดั ทาํ แผนงานคุม้ ครอง ฟ้ืนฟู บรรเทาผลกระทบทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของชมุ ชน
6. สนบั สนุนการจดั การทรพั ยากรเพอ่ื การผลติ อยา่ งยงั่ ยนื โดยน้อมนําปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง/และศาสตรพ์ ระราชา
7. มรี ะบบตดิ ตามประเมนิ ผลทกุ ระดบั แบบมสี ว่ นรว่ ม
เช่นตวั อยา่ ง การจดั การเชิงพ้ืนที่ ลุ่มน้าํ สาขาบึงบอระเพด็ ลุ่มน้าํ สาขา
ยอ่ ยตาํ บลนาขอม (บริเวณตน้ น้าํ จ เพชรบูรณ์ และ นครสวรรค)์
สิง่ ท่กี รรมการลมุ น้าํ สะแกกรงั อยากใหม ี ผานประธานฯ
และเลขานกุ าร ผานคณะกรรมการลมุ นํ้าสะแกกรัง
1.ระบบขอ มูลพื้นฐานทต่ี รงกัน เพอ่ื ประกอบการวิเคราะห/ วางแผนงาน
และในการตดั สินใจ (จากฝายเลขานุการนาํ เสนอทกุ ครงั้ ในการประชุมฯ)
๒. แผนงานโครงการพฒั นาลมุ นาํ้ สาขายอ ยของทกุ ลมุ น้าํ สาขา ๔ สาขา
อยา งยง่ั ยนื จะเปน แผนงานเชงิ พ้ืนทส่ี ามารถทาํ ไดทัง้ ๖ - ๘ ดา น (ครบ
ทุกมตติ ามแผนแมบ ทการจัดการทรัพยากรนา้ํ แหงชาติ ป ๖๑-๘๐)
แผนงานบรู ณาการของทกุ หนว ยงาน ทสี่ ามารถประเมินผลได
แผนแมบ ทการบริหารจดั การทรัพยากรน้ําของ
ประเทศ (ป พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐)
จาํ นวน ๖ ดา น
และ ยุทธศาสตรก ารพฒั นาลมุ น้ําสะแกกรงั ป ๒๕๖๓
จํานวน ๘ ดาน
แผนแมบทการบริหารจัดการทรพั ยากรน้ําของประเทศ (ป
พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๖ ดาน
•ดานท่ี ๑ การจัดการน้าํ อปุ โภค บรโิ ภค
•ดานที่ ๒ การสรา งความมน่ั คงของน้าํ ภาคการผลิต
•ดานที่ ๓ การจดั การน้ําทว มและอทุ กภัย
•ดา นที่ ๔ การจดั การคณุ ภาพนํา้ และอนรุ กั ษท รัพยากรน้ํา
•ดพาังนททลาี่ ๕ยขกอางรดอินนุรักษฟ น ฟูสภาพปาตนนาํ้ ที่เส่ือมโทรม และปองกนั การ
•ดา นท่ี ๖ การบรหิ ารจัดการ
ยุทธศาสตรก ารพฒั นาลุมนา้ํ สะแกกรงั ป ๒๕๖๓
จํานวน ๘ ดา น (เพิ่มจากแผนแมบ ทชาติ ๒ ดา น)
•๗. การทอ งเท่ียวเชิงนเิ วศ
•๘ การสง เสริมและพฒั นาอาชีพทเี่ หมาะสมกบั ศักยภาพของลมุ นา้ํ
(สอดคลอ งกับการแกไ ขปญ หา ๔ ปจจยั สถานภาพลุม น้าํ พนื้ ทภี่ ัยแลง
พ้ืนทภ่ี ยั นํ้าทวม และ ตามขอมูล TP MAP โครงการแกป ญ หาความ
ยากจนของรฐั บาล)