สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า
อัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
ประวัติ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ
กรมหลวงนครราชสีมา ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชริ
นทรา พระบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันที่ ๑๓
พฤษภาคม ๒๔๓๒ ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเจริญ
พระชันษาได้เสด็จพระดำเนินไปทรงศึกษา ณ ประเทศ
อังกฤษ เมื่อทรงสำเร็จ การศึกษาแล้ว ทรงกลับมารับ
ราชการในกองทัพบก จวบจนทรงดำรงพระยศ เป็นนาย
พลตรีตำแหน่งผู้บัญชาการกองพล จากนั้นจึงทรงย้าย
ไปทรงรับราชการประจำกองทัพเรือ จนกระทั่งทรงดำรง
พระยศเป็นพลเรือเอก ในที่ผู้สำเร็จราชการ กระทรวง
ทหารเรือ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๖ สำหรับพระนามอย่างสั้น
ข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป จะขนานพระนามว่า
“ทูลกระหม่อมอัษฎางค์”
ประวัติ (ต่อ)
สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา ประทับ ณ “วัง
สวนกุหลาบ” ซึ่งอยู่ภายในพระราชวังดุสิต วังนี้จะมีครูทั้ง
ทางดนตรีและนาฏศิลป์มาประจำอยู่มากมาย ด้วยสมเด็จฯ
เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมาทรงสนับสนุนศิลปะในแขนง
นี้เป็นอันมาก นักดนตรีโดยส่วนใหญ่จะมาจากวงวังบูรพา
ภิรมย์ แม้แต่หลวงประดิษฐ์ไพเราะเองก็ได้มาช่วยปรับวง
เป็นระยะ นักดนตรีที่มีชื่อเสียงจะได้แก่ นายปริก หะสิตะ
เสน (ฆ้อง) นายมาก อนันตศัพท์ (เครื่องหนังและควบคุม
วง) นายต๋วม สาดวง (ปี่ ) นายสงัด ยมะคุปต์ (ระนาดทุ้ม)
นายสนิท (ฆ้องวงเล็ก) โดยมีครูท้วม ประสิทธิกุล เป็นนัก
ร้อง สำหรับด้านนาฏศิลป์นั้นจะมีผู้มีฝีมือยู่กันหลายคน
โดยเฉพาะ หม่อมแผ้ว (ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์ เสนีย์)
ซึ่งเป็นพระชายานั้นจัดเป็นคนรำที่มีฝีมือเจนจัดมาก กับ
ทั้งยังมีครูลมุล ยมคุปต์ และครูเฉลย ศุขะวนิชย์ ซึ่งเป็น
คนรำที่มีฝีมือเสียทั้งสิ้น
ประวัติ (ต่อ)
ทำให้วงดนตรีและคณะละคร มีความสามารถ
และมีชื่อเสียงกระจายไปทั่ว สำหรับการ
บรรเลงดนตรีและการแสดงละคร จะอาศัย
แบบแผนดั้งเดิมและบทละครเก่า จะมีการ
ปรับปรุงบ้างในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่
ด้วยครูดนตรีและนาฏศิลป์ของวังนี้ มาภาย
หลังได้มาเป็นครูและศิลปินสังกัดกรมศิลปากร
ทำให้กระบวนต่างๆของวงวังสวนกุหลาบได้
รับการสืบต่อจากกรมศิลปากร
สมเด็จฯเจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธกรมหลวง
นครราชสีมามิได้มีโอรสธิดา ประสูติแต่พระ
ชายาและหรือหม่อมใดใด ทิวงคตเมื่อวันที่ ๙
กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๗ พระชนมายุ ๓๔
พรรษา
บทพระนิพนธ์
เพลงแขกขาว ๒ ชั้น
ตับนางลอย จากบทพระราชนิพนธ์ในล้น
เกล้ารัชกาลที่ ๑ เป็นชุดการแสดงที่ได้รับความ
นิยมมากในวังสวนกุหลาบ การขับร้องและบรรเลง
แต่เดิมในบทของทศกัณฐ์ ซึ่งจะแสดงความเขิน
อายเมื่อรู้ว่า นางสีดา (แปลง) ที่ตนจีบอยู่นั้น
แท้จริงแล้ว คือ นางเบญจกาย ซึ่งเป็นหลานของ
ตนนั้น จะใช้เพลงจีนขิมเล็ก ๒ ชั้น อันเป็นผล
งานการประพันธ์ของคุณครู พระประดิษฐ์ไพเราะ
(มี ดุริยางกูร)
ในคราวที่คุณครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ได้มามีบทบาทในวงปี่ พาทย์
วงวังสวนกุหลาบนั้น ท่านได้แต่งเพลงแขกขาวใน
อัตรา ๒ ชั้น ประเภทหน้าทับปรบไก่ มีด้วยกัน ๒
ท่อน ท่อนละ ๔ จังหวัด
บทพระนิพนธ์ (ต่อ)
เพื่อนำมาใช้ขับร้องบรรเลงในตับ
นางลอย แทนเพลงจีนขิมเล็ก ซึ่งปี่
พาทย์วงวังสวนกุหลาบในสมเด็จฯเจ้าฟ้า
กรมหลวงนครราชสีมา ก็ได้ใช้เพลงนี้มา
ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๔ ต่อมาเมื่อวงปี่ พาทย์
นี้เลิกราไป ครูดนตรีและละครทั้งหลายได้
มาอยู่ ณ กรมศิลปากร ทำให้เพลงแขก
ขาว ๒ ชั้นนี้ ก็จะอยู่ในการแสดงเรื่อง
ตับนางลอยของกรมศิลปากรด้วยในราว
ปี พ.ศ.๔๗๓ คุณครูหลวงประดิษฐ์
ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้ขยาย
เพลงแขกขาวขึ้นเป็นอัตรา ๓ ชั้น และ
ตัดลงเป็นชั้นเดียวครบเป็นเพลงเถา
การขับร้องและร้องเพลง
เมื่อนั้น ทศกัณฐ์ครั้นเห็นก็ใจหาย
จึงเมินพักตร์ตรัสว่าตาลุงลาย ให้คลับคล้ายเคลิ้มจิตไม่คิดทัน
ผิดจริงจริงเจียวนัดดาเจ้าอย่าโกรธ อย่าถือโทษลุงเลยนะหลานขวัญ
ตรัสพลางทางดูหมู่กำนัล เห็นสรวลสันต์ก็สะเทิ้นเขินอาย ฯ
(จากบทมโหรีเรื่องรามเกียรติ์ชุดนางลอยบั้นต้น
วงปี่ พาทย์วงสวนกุหลาบของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าฯ
กรมหลวงนครราชสีมาใช้ขับร้องและบรรเลงแทนเพลงจีน
ขิมเล็กหลวงประดิษฐ์ไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง)ได้แต่งขึ้น
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔)
จัดทำโดย
นายพเัลฒขนที่จิ3ต0ต์ มเช.ื5้อ/ส3ุวรรณ