36 1.2 กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 1 จำนวน 28 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ที่ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling ) 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 14 แผน รวม 16 ชั่วโมง 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 15 ข้อ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ซึ่งดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างตามลำดับดังนี้ 3.1 ทำการทดสอบก่อนเรียน (Pretest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3.2 ผู้วิจัยดำเนินการสอนกลุ่มตัวอย่างด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นจำนวน 14 แผน โดยให้นักเรียนเรียนและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอนการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ร่วมมือรวมพลัง5 ขั้นตอน 3.3 ทำการทดสอบหลังเรียน (Posttest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ชุดเดิมกับการทำการทดสอบก่อนเรียนไปทดสอบนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ไป วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป 4. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์โดยการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยดำเนินการโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ตามขั้นตอนดังนี้ 4.1 ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการหา คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและร้อยละ
37 4.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ด้วยการทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว (t – test for One Sample) 4.3 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test for Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย การศึกษาวิจัยครั้งนี้สามารถสรุปผลได้ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยการ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 4.00 คะแนน คิดเป็นร้อย ละ 27.14 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 11.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 79.52 และเมื่อเปรียบเทียบ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยการ จัดการเรียนรู้แบบแบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 เศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ผู้วิจัยมีประเด็นที่จะอภิปราย ผลการวิจัย ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยการ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 4.00 คะแนน คิดเป็นร้อย ละ 27.14 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 11.93 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 79.52 และเมื่อเปรียบเทียบ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ซึ่งเป็นไป ตามสมมฐานข้อ 1 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก การเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ทักษะ กระบวนการคิดและทักษะการแก้ปัญหา และโดยนำความรู้เดิมหรือความรู้เบื้องต้นมา ประกอบการ ตัดสินใจแก้ปัญหาและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้แบบครูเป็นผู้ถ่ายทอด ความรู้ให้กับนักเรียน เป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีกระบวนการให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการ วางแผนการเรียนรู้มีโอกาสคิดอย่างสร้างสรรค์ แสดงออกปฏิบัติกิจกรรมแบบทำงานกลุ่มรวมพลัง โดยทุก
38 คนร่วมด้วยช่วยกัน เด็กเก่งช่วยเด็กที่เรียนช้ากว่า ทำงานร่วมมือกันจนงานสำเร็จและทุกคนบรรลุ เป้าหมายเดียวกัน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อ 2 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการคิด ทักษะการแก้ปัญหา ผ่านการอ่าน การพูด การฟัง การเขียน การอภิปราย และการสะท้อนคิด เพื่อสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็น ปัจจัยที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นในการเรียน และได้พัฒนาทักษะในการคิดและการ แก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน การเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลังมีส่วนช่วยในการฝึกให้นักเรียน สร้างความรู้และความเข้าใจด้วยตนเอง รวมถึงเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ให้สูงมากยิ่งขึ้นมากกว่าการ เรียนแบบปกติ ซึ่งสอดคล้องกับ กฤษณะ โต๊ะดำ และคณะ วิจัยเรื่อง กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ร่วมกับเทคนิคผังกราฟิกที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง มีค่าคะแนนโดยเฉลี่ย ( ) ก่อนเรียนเท่ากับ 14.71 คะแนน และค่าคะแนนโดยเฉลี่ย ( ) หลังเรียนเท่ากับ 21.74 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 1.89 และค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของหลังเรียนเท่ากับ 2.42 ดังนั้นจะเห็นได้ว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ ได้รับการจัดการเรียนการสอน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ร่วมกับเทคนิค ผังกราฟิก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อาจ เนื่องจากเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนได้แสวงหาความรู้ด้วยต้นเอง มีการรวมกลุ่มในการ เรียนรู้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
39 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ จากการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง ที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ดังนี้ 1.1 ครูควรศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ รวมพลัง 5 ขั้นตอน ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนนำไปใช้ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด 1.2 ในช่วงเวลาที่ให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมการเรียน ครูผู้สอนควรควบคุมเวลาให้เป็นไป ตามที่กำหนดไว้ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ครบทุกส่วนและทุกขั้นตอนของ แผนการจัดการเรียนรู้ 2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ในการวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยขอเสนอแนะประเด็นที่ควรนำมาศึกษาดังนี้ 2.1 ควรมีการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน ร่วมกับตัวแปรอื่น ๆ เช่น ชุดกิจกรรม การใช้คำถาม เป็นต้น 2.2 ควรมีการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่สอนโดย การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน กับวิธีสอนแบบอื่น ๆ
40 เอกสารอ้างอิง กรมวิชาการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง 2560) กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง ประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กรมวิชาการ. (2544). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สถาบันส่งเสริมการ สอนคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินคาและพัสดุภัณฑ์. กรมวิชาการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สถาบันส่งเสริมการ สอนคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินคาและพัสดุภัณฑ์. กรมวิชาการ. (2549). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สถาบันส่งเสริมการ สอนคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินคาและพัสดุภัณฑ์. กฤษณะ โต๊ะดำ. (2564). กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (CO-5STEPs) ร่วมกับเทคนิค ผังกราฟิกที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระ เศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 . ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและ นานชาติ ครั้งที่ 13, หน้า 1947 – 1962. สงขลา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ณัชนัน แก้วชัยเจริญกิจ. (2550). บทบาทของครูผู้สนในการจัดกิจกรรมและวิธีการปฏิบัติตามแนวทาง ของ Active Learning. [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก http://www.itie.org (วันที่ค้นข้อมูล 6
41 กันยายน 2565) ณัฐพงศ์ ฉลาดแย้ม. (2563). การเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน (5 STEPs Collaborative Learning Process) หรือ Collaborative 5 STEPs . [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/QsS9g (วันที่ค้นข้อมูล 6 กันยายน 2565) พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธีและเทคนิคการสอน. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจแม้นท์. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2563). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับPLCเพื่อการพัฒนา . กรุงเทพฯ. :โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ. (2552). การเรียนเชิงรุก (Active Learning) . [ออนไลน์ ]. เข้าถึงได้จาก http://pirun.ku.ac.th (วันที่ค้นข้อมูล 6 กันยายน 2565) ศักกดา ไชกิจภิญโญ. (2548). สอนอย่างไรให้Active Learning. นวัตกรรมการเรียน การสอน. 2(2): 12-15 Bonwell, C.C. (2003). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Online Retrived, July,28 2022, www.active-learning-site.com Sheffield Hallam University. (2000). Active Teaching and Learning Approaches in Science. Workshop ORIC Bangkok. Photocopied.
42 ภาคผนวก
43 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย
44 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย 1. นายรชตพล มีชั้นช่วง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา 2. นางประยงค์ งามจิตร ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา 3. นางชาลิสา สรรพโส ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนหนองสำโรงวิทยา
45 ภาคผนวก ข แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญการหาค่าดัชนีความสอดคล้องของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence :IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
46 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญการหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence :IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นพร้อมเขียน ข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป -1 คือ แน่ใจ ว่าข้อสอบนั้นไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด 0 คือ ไม่แน่ใจ ว่าข้อสอบนั้นสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดหรือไม่ +1 คือ แน่ใจ ว่าข้อสอบนั้นสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนน ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 นักเรียนสามารถ เรียงลำดับเศษส่วน ที่ตัวเศษเท่ากันได้ ข้อ 1. บัตรเศษส่วน 4 ใบ ที่มีตัวเศษ เท่ากัน แสดงดังรูป จากข้อมูล ข้อใดเรียงลำดับเศษส่วนที่มี ค่ามากไปน้อย ได้ถูกต้อง 1) 3 24 3 16 3 8 3 4 2) 3 16 3 8 3 24 3 4 3) 3 8 3 24 3 4 3 16 4) 3 4 3 8 3 16 3 24 3 24 3 16 3 8 3 4
47 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนน ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 นักเรียนสามารถ เรียงลำดับเศษส่วน ที่ตัวเศษเท่ากันได้ ข้อ 2. นักเรียน 4 คน ไก่ ก้อย แก้ม กุ้ง ถือบัตรจำนวนเศษส่วน ดังนี้ จากข้อมูล ใครอยู่ในลำดับที่ 3 เมื่อ เรียงลำดับเศษส่วนจาก น้อยไปมาก 1) ไก่ 2) กุ้ง 3) แก้ม 4) ก้อย นักเรียนสามารถบวก เศษส่วนที่มีตัวส่วน เท่ากันได้ ข้อ 3. แจนและตะวันมีถังขนาด เดียวกันคนละหนึ่งใบแบ่งความสูงของ ถังน้ำออกเป็น 10 ส่วนเท่า ๆ กัน แจนกับตะวันตักน้ำใส่ถังได้ปริมาณน้ำ ตามที่แรเงา ดังภาพ ถังน้ำของแจน ถังน้ำของตะวัน จากข้อมูล ถ้านำน้ำมาเทรวมกันในถัง น้ำของตะวัน จะได้ปริมาณน้ำคิดเป็น เศษส่วนเท่าใดของถัง 1 ) 7 10
48 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 2) 9 20 3) 9 10 4) 11 20 นักเรียนสามารถลบ เศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน ได้ ข้อ 4. ให้นักเรียนหาค่า A, B, และ C จาก ประโยคการลบ ดังนี้ 1) A = 13 11 B = = 7 13 C = = 3 15 2) A = 3 11 B = = 7 13 C = = 11 15 3) A = 9 11 B = = 11 13 C = = 11 15 4) A = 9 11 B = = 11 13 C = = 3 15
49 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากัน ได้ ข้อ 5. สุดา ปราณี และสมใจ มีน้ำตาล ทราย ดังนี้ สุดามีน้ำตาลทราย 1 5 กิโลกรัม ปราณีมีน้ำตาลทราย 2 5 กิโลกรัม สมใจมีน้ำตาลทราย 4 5 กิโลกรัม จากข้อมูล น้ำตาลทรายของสุดาและปราณี รวมกันหนัก มากกว่าหรือน้อยกว่า น้ำตาลทรายของสมใจ อยู่เท่าใด 1) มากกว่า อยู่ 1 5 กิโลกรัม 2) มากกว่า อยู่ 2 5 กิโลกรัม 3) น้อยกว่า อยู่ 1 5 กิโลกรัม 4) น้อยกว่า อยู่ 2 5 กิโลกรัม นักเรียนสามารถการ เปรียบเทียบเศษส่วนที่ตัว เศษเท่ากัน ข้อ 6. นักเรียน 4 คน ถือบัตรเปรียบเทียบ เศษส่วน ดังนี้ จากข้อมูล ใครถือบัตรเปรียบเทียบเศษส่วนได้ ถูกต้อง 1) นาคิน และ โอโซน 2) นาคิน และ ต้นบุญ 3) ซัน และ ต้นบุญ 4) ซัน และ โอโซน
50 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากันได้ ข้อ 7. นุ่น มีเชื่อกยาว 11 20 เมตร แจง มีเชือกยาวกว่า นุ่น 6 20 เมตร จากข้อมูล แจงมีเชือกยาวเท่าใด 1) 17 20 เมตร 2) 11 20 เมตร 3) 6 20 เมตร 4) 5 20 เมตร นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากัน ได้ ข้อ 8. แม่แบ่งขนมเค้กออกเป็น 12 ส่วนเท่า ๆ กัน แบ่งให้แก้ว 4 12 ของขนมเค้ก แบ่งให้กิ่ง 3 12 ของขนมเค้ก จากข้อมูล แม่เหลือขนมเค้กเท่าใด 1) 5 20 2) 7 12 3) 8 12 4) 9 12
51 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถการ เรียงลำดับเศษส่วนที่ตัว เศษเท่ากัน ข้อ 9. จากข้อมูล กระดาษของใครมีพื้นที่ที่ระบายสี มากที่สุดและน้อยที่สุด ตามลำดับ 1) คนที่ 1 และ คนที่ 4 2) คนที่ 1 และ คนที่ 2 3) คนที่ 2 และ คนที่ 3 4) คนที่ 3 และ คนที่ 4 นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากันได้ ข้อ 10. จากข้อมูล น้ำหนักของผักและสับปะรดรวมกัน จะหนักกว่าปลา อยู่เท่าใด 1) 1 10 กิโลกรัม 2) 2 10 กิโลกรัม 3) 4 10 กิโลกรัม 4) 9 10 กิโลกรัม
52 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากันได้ ข้อ 11. พ่อมีที่ดินอยู่หนึ่งแปลง นำมาแบ่งให้ ลูก 2 คน ดังนี้ คนที่ 1 แป้ง : ได้ที่ดิน 10 21 แปลง คนที่ 2 อ้อย : ได้ที่ดิน 6 21 แปลง จากข้อมูล พ่อเหลือที่ดินเท่าใด 1. 1) 4 21 แปลง 2. 2) 5 21 แปลง 3. 3) 11 21 แปลง 4) 16 21 แปลง นักเรียนสามารถแก้โจทย์ ปัญหาการบวกและโจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากันได้ ข้อ 12. ดาทำเครื่องดื่มนมเย็น โดยใช้ส่วนผสม ทั้งหมด ใส่ลงในแก้ว ดังนี้ นมข้น 1 7 ลิตร น้ำหวานแดง 2 7 ลิตร น้ำร้อน 3 7 ลิตร จากข้อมูล จะได้เครื่องดื่มนมเย็นกี่ลิตร 1) 6 7 ลิตร 2) 5 7 ลิตร 3) 4 7 ลิตร 4) 3 7 ลิตร
53 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถเขียน เศษส่วนที่ตัวเศษ น้อยกว่าตัวส่วนได้ ข้อ 13. เศษส่วนในข้อใดแสดงจำนวนของส่วน ที่ระบายสีได้ถูกต้อง 1) 5 8 2) 7 12 3) 9 10 4) 3 6 นักเรียนสามารถเขียน เศษส่วนที่เท่ากับ 1 ได้ 1. ข้อ 14. ส่วนที่ระบายสีของรูปใด แสดง เศษส่วนที่เท่ากับ 1 2. 1) 2) 3) 4)
54 จุดประสงค์ ข้อสอบ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ +1 0 -1 นักเรียนสามารถเขียน เศษส่วนที่ตัวเศษ น้อยกว่าตัวส่วนได้ ข้อ 15. ข้อใดอ่านเศษส่วน ที่แสดงจำนวนส่วน ที่ระบายสีได้ถูกต้อง 1) เศษสามส่วนสี่ 2) เศษสี่ส่วนเจ็ด 3) เศษสามส่วนเจ็ด 4) เศษเจ็ดส่วนเจ็ด ลงชื่อ..................................................ผู้เชี่ยวชาญ ( )
55 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยใส่เครื่องหมาย (✓) ลงในช่องความคิดเห็นของท่าน พร้อมเขียน ข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ เหมาะสม +1 ไม่ แน่ใจ 0 ไม่ เหมาะสม -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนและ สัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายเหมาะสมและสอดคล้อง กับความสามารถผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลง มือปฏิบัติ และสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและจุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วัย และ ความสามารถผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และกิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ..................................................ผู้เชี่ยวชาญ ( )
56 ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความ สอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence :IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
57 ผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้อที่ ผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญ รวม IOC แปลผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 11 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 12 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ หมายเหตุ การแปลผลค่า IOC ใช้เกณฑ์ ดังนี้ IOC < 0.5 หมายถึง ข้อสอบไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ควรตัดข้อสอบข้อนั้นทิ้งไป IOC > 0.5 หมายถึง ข้อสอบสอดคล้องกับเนื้อหา สามารถใช้ข้อสอบข้อนั้นได้
58 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ข้อ รายการพิจารณา ความคิด ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบ สำคัญครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหา และวัตถุประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย เหมาะสมและสอดคล้องกับ ความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะ กระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และ สร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่าย เหมาะสมกับระดับชั้น +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรม และจุดประสงค์ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ วัย และความสามารถ ผู้เรียน +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผล ชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ +1 +1 +1 1.00 นำไปใช้ได้
59 ภาคผนวก ง ค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศษส่วน ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ ( t-test for Dependent Sample )
60 ผลการหาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศษส่วน ข้อที่ ประสิทธิภาพของแบบทดสอบ ผลการวิเคราะห์ ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) 1 0.70 0.50 ใช้ได้ 2 0.47 0.25 ใช้ได้ 3 0.47 0.25 ใช้ได้ 4 0.50 0.63 ใช้ได้ 5 0.57 0.63 ใช้ได้ 6 0.50 0.88 ใช้ได้ 7 0.77 0.63 ใช้ได้ 8 0.60 0.75 ใช้ได้ 9 0.67 0.88 ใช้ได้ 10 0.70 0.75 ใช้ได้ 11 0.77 0.25 ใช้ได้ 12 0.73 0.63 ใช้ได้ 13 0.60 0.88 ใช้ได้ 14 0.60 0.88 ใช้ได้ 15 0.60 0.63 ใช้ได้ หมายเหตุ การพิจารณาค่าความยาก (p) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 – 0.80 การพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (r) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป
61 ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t-test for Dependent Sample) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t-test for One Sample) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
62 ภาคผนวก จ ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือรวมพลัง 5 ขั้นตอน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน
63 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่1 เรื่อง เศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผู้สอน นางสาวกานติมา บุญเพ็ง วันที่ เดือน พ.ศ. 2565 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวนระบบจำนวน การดำเนินการของ จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการและนำไปใช้ ตัวชี้วัด ป. 3/3 บอก อ่าน และเขียนเศษส่วนแสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตาม เศษส่วนที่กำหนด 2. จุดประสงค์การเรียนรู้นักเรียนสามารถ 2.1 อ่านและเขียนเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 จากภาพที่กำหนดได้ (K) 2.2 ปฏิบัติตามกิจกรรมเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 ได้ (P1) 2.3 ทำสมุดเพลงเล่มเล็ก เป็นรายบุคคลได้ (P2) 2.4 ทำงานด้วยความมุ่งมั่น และมีความรอบคอบ (A) 3. สาระสำคัญ เศษส่วน เป็นสัญลักษณ์แสดงจำนวน ซึ่งประกอบด้วยตัวเศษและตัวส่วน ตัวเศษ แสดงจำนวนของส่วนที่กล่าวถึง เขียนไว้ด้านบนของเส้นคั่น ตัวส่วน แสดงจำนวนของส่วนที่เท่า ๆ กันทั้งหมด เขียนไว้ด้านล่างของเส้นคั่น 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ความรู้ (K) เศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 4.2 สมรรถนะสำคัญ (P) 4.2.1 จากสถานการณ์หรือปัญหาที่กำหนด สามารถเชื่อมโยง และใช้การแสดงแทนที่ หลากหลายได้อย่างสมเหตุสมผล 4.2.2 รู้ถึงโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ (รวมถึง กฎเกณฑ์ ความสัมพันธ์ และแบบรูป) ของปัญหา หรือสถานการณ์ 4.2.3 ใช้ความเข้าใจในบริบทเพื่อเป็นแนวทาง หรือกระตุ้นให้เกิดกระบวนการทางคณิตศาสตร์
64 4.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 4.3.1 ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทั่วไปโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษากรณีตัวอย่างหลายๆ กรณี 4.3.2 มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 ขั้นเสนอสิ่งเร้าและระบุคำถามสำคัญ (Stimulating and Key Questioning Collaboratively) 5.1.1 ครูทบทวนการพับกระดาษเป็นส่วนเท่า ๆ กัน โดยให้นักเรียนสังเกตรอยพับที่แบ่งรูป ซึ่งรูป 1 รูป จะแบ่งเป็นกี่ส่วนก็ได้ แต่ต้องแบ่งให้แต่ละส่วนเท่ากัน 5.1.2 นักเรียนและครูร่วมกันสนทนาถึงรูปเรขาคณิตแต่ละรูปว่าแบ่งเป็นกี่ส่วนที่เท่า ๆ กัน 5.1.3 ครูติดกระดาษรูปเรขาคณิตชนิดต่าง ๆ บนกระดาน นักเรียนสังเกต แล้วร่วมกันบอกสิ่งที่ เห็น ครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนถามคำถามที่ตนเองอยากรู้
65 5.2 ขั้นแสวงหาสารสนเทศ และวิเคราะห์อย่างรวมพลัง (Searching and Analyzing Collaboratively) 5.2.1 นักเรียนร่วมร้องเพลง“เศษส่วน” จากแผนภูมิที่ครูติดบนกระดาน โดยฝึกร้องเพลงตามครู 5.2.2 ครูอธิบายถึงเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 โดยครูติดรูปสี่เหลี่ยมบนกระดาน รูปสี่เหลี่ยม 1 รูป แบ่งรูปสี่เหลี่ยม 1 รูป แต่ละส่วนเป็น 1 ใน 3 ของรูสี่เหลี่ยม รูป เป็น 3 ส่วน เท่า ๆ กัน เขียนเศษส่วนแสดงจำนวนของแต่ละส่วนเป็น 1 3 อ่านว่า เศษหนึ่งส่วนสาม 1 เป็นตัวเศษ 3 เป็นตัวส่วน 5.2.3 นักเรียนแต่ละคู่รับกระดาษกิจกรรมจากครูคู่ละ 1 แผ่น จากนั้นแต่ละคู่ช่วยกันพิจารณา รูปภาพ ที่ได้รับว่ารูปใดแสดงส่วนแบ่งที่เท่า ๆ กัน จากนั้นให้เขียนเศษส่วนแสดงจำนวนของแต่ละส่วน พร้อมทั้งบอกตัวเศษและตัวส่วน 5.2.4 นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันเรียนรู้ และหาข้อสรุปกับงานที่ได้รับ ครูเดินดูและสังเกตการร่วม กิจกรรมของนักเรียน 5.3 ขั้นรวมพลังอภิปรายและสร้างความรู้ (Discussing and Constructing Collaboratively) 5.3.1 นักเรียนแต่ละคู่หันหน้าเข้าหากันกับคู่อื่นเพื่อนำเสนอผลงานการเขียนเศษส่วนแสดง จำนวนของแต่ละส่วน พร้อมทั้งบอกว่าจำนวนใดเป็นตัวเศษและจำนวนใดเป็นตัวส่วน โดยสลับกันถาม ตอบ 5.3.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปถึงเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 ดังนี้ เศษส่วน เป็นสัญลักษณ์แสดงจำนวน ซึ่งประกอบด้วยตัวเศษและตัวส่วน ตัวเศษ แสดงจำนวนของส่วนที่กล่าวถึง เขียนไว้ด้านบนของเส้นคั่น ตัวส่วน แสดงจำนวนของส่วนที่เท่า ๆ กันทั้งหมด เขียนไว้ด้านล่างของเส้นคั่น 5.3.3 นักเรียนฝึกทักษะเขียนและอ่านเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 ตามที่ครูกำหนด 3 1 3 1 3 1 1 3
66 5.4 ขั้นสื่อสารและสะท้อนคิดอย่างรวมพลัง (Communicating and Reflecting Collaboratively) นักเรียนแต่ละคู่นำเสนอความรู้ที่ได้จากการร่วมกิจกรรมเขียนและอ่านเศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 บอกข้อดีข้อบกพร่อง และสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม 5.5 ขั้นรวมพลังประยุกต์และตอบแทนสังคม (Applying and Serving Collaboratively) ให้นักเรียนแต่ละคนจัดทำสมุดเพลงเศษส่วนเล่มเล็ก 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 กระดาษรูปเรขาคณิต 6.2 กระดาษสีรูปเรขาคณิตชนิดต่าง ๆ 6.3 กระดาษกิจกรรม 6.4 แบบฝึกทักษะ 6.5 วัสดุอุปกรณ์ในการทำสมุดเพลงเล่มเล็ก เช่น กรรไกร กระดาษสี ดินสอ ไม้บรรทัด 7. การประเมินผลการเรียนรู้ 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล 7.1.1 สังเกตการร่วมกิจกรรม 7.1.2 ตรวจกระดาษกิจกรรม แบบฝึกทักษะ และผลงานสมุดเพลงเล่มเล็ก 7.2 เครื่องมือการวัดและประเมินผล 7.2.1 แบบบันทึกการสังเกต 7.2.2 แบบบันทึกการประเมินกระดาษกิจกรรม แบบฝึกทักษะ และผลงานสมุดเพลง เล่มเล็ก 7.3 เกณฑ์การวัดและประเมินผล 7.3.1 นักเรียนมีความมุ่งมั่นและความรอบคอบในการร่วมกิจกรรมในระดับดีขึ้นไปถือว่าผ่าน 7.3.2 นักเรียนทำกิจกรรม แบบฝึกทักษะ และสมุดเพลงเล่มเล็ก ได้ถูกต้องร้อยละ 75 ขึ้นไปถือว่าผ่าน
67 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 2. ปัญหาและอุปสรรค 3. ข้อเสนอและแนวทางแก้ไข ลงชื่อ ( นางสาวกานติมา บุญเพ็ง ) ............/ ............/ ............
68 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง / หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ลงชื่อ.......................................(ครูพี่เลี้ยง) (นางประยงค์ งามจิตร) ............./............./............. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บริหาร ลงชื่อ....................................... (นายรชตพล มีชั้นช่วง) รองผู้อำนวยการโรงเรียน ............./............./............. ลงชื่อ....................................... (นายเชวง ชื่นตา) ผู้อำนวยการโรงเรียน ............./............./.............
69 แบบบันทึกการสังเกตการร่วมกิจกรรม กระดาษกิจกรรม เลข ที่ พฤติกรรม สรุป มุ่งมั่นในการทำงาน ความรอบคอบ ดย ด ผ มผ ดย ด ผ มผ ดย ด ผ มผ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 หมายเหตุ นักเรียนมีพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมในระดับดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน
70 แบบบันทึกการประเมินกิจกรรม แบบฝึกทักษะ และผลงานสมุดเพลงเล่มเล็ก เศษส่วนที่ตัวเศษเป็น 1 ที่ คะแนน รวม ( 30 ) เฉลี่ย ร้อยละ สรุป ใบกิจกรรม ( 10 ) แบบฝึกทักษะ ( 10 ) พัดกระดาษ ( 10 ) ผ มผ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 หมายเหตุ นักเรียนได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 75 ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
71 เกณฑ์การประเมินใบกิจกรรม ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน น้ำหนัก/ ความสำคัญ 4 3 2 1 1. มีความถูก ต้องสมบูรณ์ เนื้อหาสาระของ ใบกิจกรรมถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาสาระของ ใบกิจกรรมถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของ ใบกิจกรรม ถูกต้อง เป็นบางประเด็น เนื้อหาสาระของ ใบกิจกรรมไม่ ถูกต้องเป็นส่วน ใหญ่ 2 2. เป็น ระเบียบ ใบกิจกรรมมีความ เป็นระเบียบ แสดง ออกถึงความ ประณีต ใบกิจกรรมส่วนใหญ่ มี ความเป็นระเบียบ แต่ ยังมีข้อบกพร่อง เล็กน้อย ใบกิจกรรมมีความ เป็นระเบียบ แต่ ยังมี ข้อบกพร่อบาง ส่วน ใบกิจกรรมส่วน ใหญ่ ไม่เป็นระเบียบ และ มีข้อบกพร่อง 1 3. เสร็จตาม เวลาที่ กำหนด ส่งใบกิจกรรมตาม เวลาที่กำหนด ส่งใบกิจกรรมช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1 วัน ส่งใบกิจกรรมช้า กว่า เวลาที่กำหนด 2 วัน ส่งใบกิจกรรมช้า กว่า เวลาที่กำหนด เกิน 3 วันขึ้นไป 2 เกณฑ์การประเมินแบบฝึกทักษะ ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน น้ำหนัก/ 4 3 2 1 ความสำคัญ 1. มีความถูก ต้องสมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ แบบฝึกทักษะ ถูกต้องครบถ้วน เนื้อหาสาระของ แบบฝึกทักษะ ถูกต้องเป็นส่วน ใหญ่ เนื้อหาสาระของ แบบฝึกทักษะ ถูกต้องเป็นบาง ประเด็น เนื้อหาสาระของ แบบฝึกทักษะไม่ ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ 2 2. เสร็จตาม เวลาที่ กำหนด ส่งแบบฝึก ทักษะตามเวลา ที่กำหนด ส่งแบบฝึกทักษะ ช้ากว่าเวลาที่ กำหนด 1 วัน ส่งแบบฝึกทักษะช้า กว่าเวลาที่กำหนด 2 วัน ส่งแบบฝึกทักษะช้า กว่าเวลาที่กำหนด เกิน 3 วันขึ้นไป 2
72 เกณฑ์การประเมินผลงาน ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน น้ำหนัก/ 4 3 2 1 ความสำคัญ 1. มีความ ถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระของ ชิ้นงานถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาสาระของ ชิ้นงานถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระของ ชิ้นงานถูกต้อง เป็นบางประเด็น เนื้อหาสาระ ของ ชิ้นงานไม่ ถูกต้อง เป็นส่วนใหญ่ 2 2. เป็น ระเบียบ ชิ้นงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความประณีต ชิ้นงานส่วนใหญ่ มีความเป็นระเบียบ แต่ยังมีข้อบกพร่อง เล็กน้อย ชิ้นมีความเป็น ระเบียบ แต่ยังมี ข้อบกพร่อง บางส่วน ชิ้นงานส่วนใหญ่ ไม่เป็นระเบียบ และ มีข้อบกพร่อง 2 ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน น้ำหนัก/ 4 3 2 1 ความสำคัญ 3. เสร็จตาม เวลาที่ กำหนด ส่งชิ้นงานตาม เวลา ที่กำหนด ส่งชิ้นงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1-2 วัน ส่งชิ้นงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด 3-5 วัน ส่งชิ้นงานช้ากว่า เวลาที่กำหนด เกิน 5 วันขึ้นไป 2 เกณฑ์การผ่าน * นักเรียนได้คะแนนร้อยละ 75 ของคะแนนเต็มขึ้นไปถือว่าผ่าน
73 เกณฑ์การประเมินความมุ่งมั่นในการทำงาน พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) 1. ทุ่มเททำงาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อ ปัญหาและอุปสรรค ในการทำงาน 2. พยายาม แก้ปัญหาและ อุปสรรคในการ ทำงานให้สำเร็จ 3. ชื่นชมผลงาน ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่ขยัน อดทน ในการ ทำงาน ทำงานด้วยความ ขยัน เพื่อให้งาน เสร็จตามที่ได้รับ มอบหมาย ทำงานด้วยความ ขยัน และ พยายามให้งาน สำเร็จตาม เป้าหมาย ทำงานด้วยความขยัน อดทน และพยายามให้ งานสำเร็จตามเป้าหมาย และชื่นชมผลงานด้วย ความภาคภูมิใจ เกณฑ์การประเมินความรับผิดชอบ พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) 1. เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 2. ตั้งใจและรับผิดชอบใน การทำงานให้สำเร็จ 3. ปรับปรุงและพัฒนาการ ทำงานด้วยตนเอง ไม่ตั้งใจ ปฏิบัติหน้าที่ การงาน เอาใจใส่ต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบใน การปฏิบัติ หน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายให้ สำเร็จ ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จ มีการ ปรับปรุงการ ทำงานให้ดีขึ้น
74 เพลงเศษส่วน เนื้อร้อง ยุพิน พิพิธกุล ทำนอง เพลง This old man 1 ส่วนใน 2 ส่วนนั้น เขียนแทนกัน ด้วย 1 2 หรือเรียกว่าครึ่งหนึ่ง พึงจำเอาไว้ 1 เป็นตัวเศษ 2 เป็นตัวส่วน 1 ส่วนใน 3 ส่วนนั้น เขียนลงพลัน ด้วย1 3 ถ้าแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ควรจะเขียนอย่างไร มิข้องใจเอย 1 4
75
76
77 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง 1. แบบทดสอบนี้มีจำนวน 15 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน 2. ให้นักเรียนกาเครื่องหมายกากบาท ( X ) ทับหมายเลข 1) 2) 3) หรือ 4)ที่ถูกต้องที่สุด 1. บัตรเศษส่วน 4 ใบ ที่มีตัวเศษเท่ากัน แสดงดังรูป จากข้อมูล ข้อใดเรียงลำดับเศษส่วนที่มีค่ามากไปน้อย ได้ ถูกต้อง 1) 3 24 3 16 3 8 3 4 2) 3 16 3 8 3 24 3 4 3) 3 8 3 24 3 4 3 16 4) 3 4 3 8 3 16 3 24 2. นักเรียน 4 คน ไก่ ก้อย แก้ม กุ้ง ถือบัตรจำนวน เศษส่วน ดังนี้ จากข้อมูล ใครอยู่ในลำดับที่ 3 เมื่อเรียงลำดับเศษส่วน จาก น้อยไปมาก 1) ไก่ 2) กุ้ง 3) แก้ม 4) ก้อย 3. แจนและตะวันมีถังขนาดเดียวกันคนละหนึ่งใบ แบ่งความสูงของถังน้ำออกเป็น 10 ส่วนเท่า ๆ กัน แจนกับตะวันตักน้ำใส่ถังได้ปริมาณน้ำตามที่แรเงา ดังภาพ ถังน้ำของแจน ถังน้ำของตะวัน จากข้อมูล ถ้านำน้ำมาเทรวมกันในถังน้ำของ ตะวัน จะได้ปริมาณน้ำคิดเป็นเศษส่วนเท่าใดของ ถัง 1 ) 7 10 2) 9 20 3) 9 10 4) 11 20 4. ให้นักเรียนหาค่า A, B, และ C จากประโยค การลบ ดังนี้ 1) A = 13 11 B = = 7 13 C = = 3 15 2) A = 3 11 B = = 7 13 C = = 11 15 3) A = 9 11 B = = 11 13 C = = 11 15 4) A = 9 11 B = = 11 13 C = = 3 15 3 24 3 16 3 8 3 4
78 5. สุดา ปราณี และสมใจ มีน้ำตาลทราย ดังนี้ สุดามีน้ำตาลทราย 1 5 กิโลกรัม ปราณีมีน้ำตาลทราย 2 5 กิโลกรัม สมใจมีน้ำตาลทราย 4 5 กิโลกรัม จากข้อมูล น้ำตาลทรายของสุดาและปราณีรวมกัน หนัก มากกว่าหรือน้อยกว่า น้ำตาลทรายของสมใจ อยู่ เท่าใด 1) มากกว่า อยู่ 1 5 กิโลกรัม 2) มากกว่า อยู่ 2 5 กิโลกรัม 3) น้อยกว่า อยู่ 1 5 กิโลกรัม 4) น้อยกว่า อยู่ 2 5 กิโลกรัม 6. นักเรียน 4 คน ถือบัตรเปรียบเทียบเศษส่วน ดังนี้ จากข้อมูล ใครถือบัตรเปรียบเทียบเศษส่วนได้ ถูกต้อง 1) นาคิน และ โอโซน 2) นาคิน และ ต้นบุญ 3) ซัน และ ต้นบุญ 4) ซัน และ โอโซน 7. นุ่น มีเชื่อกยาว 11 20 เมตร แจง มีเชือกยาวกว่า นุ่น 6 20 เมตร จากข้อมูล แจงมีเชือกยาวเท่าใด 1) 17 20 เมตร 2) 11 20 เมตร 3) 6 20 เมตร 4) 5 20 เมตร 8. แม่แบ่งขนมเค้กออกเป็น 12 ส่วนเท่า ๆ กัน แบ่งให้แก้ว 4 12 ของขนมเค้ก แบ่งให้กิ่ง 3 12 ของขนมเค้ก จากข้อมูล แม่เหลือขนมเค้กเท่าใด 1) 5 20 2) 7 12 3) 8 12 4) 9 12
79 9. จากข้อมูล กระดาษของใครมีพื้นที่ที่ระบายสีมาก ที่สุดและน้อยที่สุด ตามลำดับ 1) คนที่ 1 และ คนที่ 4 2) คนที่ 1 และ คนที่ 2 3) คนที่ 2 และ คนที่ 3 4) คนที่ 3 และ คนที่ 4 10. จากข้อมูล น้ำหนักของผักและสับปะรดรวมกัน จะหนักกว่าปลา อยู่เท่าใด 1) 1 10 กิโลกรัม 2) 2 10 กิโลกรัม 3) 4 10 กิโลกรัม 4) 9 10 กิโลกรัม 11. พ่อมีที่ดินอยู่หนึ่งแปลง นำมาแบ่งให้ลูก 2 คน ดังนี้ คนที่ 1 แป้ง : ได้ที่ดิน 10 21 แปลง คนที่ 2 อ้อย : ได้ที่ดิน 6 21 แปลง จากข้อมูล พ่อเหลือที่ดินเท่าใด 4. 1) 4 21 แปลง 2) 5 21 แปลง 5. 6. 3) 11 21 แปลง 4) 16 21 แปลง 12. ดาทำเครื่องดื่มนมเย็น โดยใช้ส่วนผสม ทั้งหมด ใส่ลงในแก้ว ดังนี้ นมข้น 1 7 ลิตร น้ำหวานแดง 2 7 ลิตร น้ำร้อน 3 7 ลิตร จากข้อมูล จะได้เครื่องดื่มนมเย็นกี่ลิตร 1) 6 7 ลิตร 2) 5 7 ลิตร 3) 4 7 ลิตร 4) 3 7 ลิตร 13. เศษส่วนในข้อใดแสดงจำนวนของส่วนที่ ระบายสีได้ถูกต้อง 1) 5 8 2) 7 12 3) 9 10 4) 3 6
80 3. 14. ส่วนที่ระบายสีของรูปใด แสดงเศษส่วนที่ เท่ากับ 1 4. 1) 2) 3) 4) 15. ข้อใดอ่านเศษส่วน ที่แสดงจำนวนส่วนที่ระบาย สีได้ถูกต้อง 1) เศษสามส่วนสี่ 2) เศษสี่ส่วนเจ็ด 3) เศษสามส่วนเจ็ด 4) เศษเจ็ดส่วนเจ็ด
81 ข้อ คำตอบ 1 4 2 2 3 3 4 2 5 3 6 4 7 1 8 1 9 2 10 3 11 2 12 1 13 4 14 2 15 2 เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
82 ประวัติผู้จัดทำ ชื่อ นางสาวกานติมา บุญเพ็ง วัน เดือน ปีเกิด 1 พฤษภาคม 2544 สถานที่อยู่ปัจจุบัน 349 หมู่ที่ 5 ซอยสถาพร ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมือง จังหวัด อุดรธานี 41000 เบอร์โทร 091 058 8181 E-mail [email protected] ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ชื่อสถาบัน ปีที่สำเร็จการศึกษา ประถมศึกษา โรงเรียนกระจ่างวิทย์ 2556 มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 2559 มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล 2562 ครุศาสตร์บัณฑิต (คณิตศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2566 (ยังไม่สำเร็จการศึกษา)