1 วิชาเคมี ว 33203 สอนโดย ครูปยะอนงค นิศาวัฒนานันท ครูชํานาญการพิเศษ ปการศึกษา 2566 ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู หนวยการเรียนรู เคมีอินทรีย ชุดที่ 1 พันธะของคารบอนและสูตรโครงสรางในสารประกอบอินทรีย สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนกีฬานครนนทวิทยา 6 ชื่อ - นามสกุล.............................................................................................ชั้น....................เลขที่................
2 สารบัญ หนา บทนํา........................................................................................................................................ คําชี้แจงการใชชุดกิจกรรม...................................................................................................... แบบประเมินตนเองกอนเรียน................................................................................................. 6 หนวยการเรียนรูเรื่อง เคมีอินทรีย - พันธะของคารบอนในสารประกอบอินทรีย - สูตรโครงสรางของสารประกอบอินทรีย แบบประเมินตนเองหลังเรียน.................................................................................................. 16 อางอิง......................................................................................................................................
3 บทนํา ชุดกิจกรรมที่ผูเรียนจะไดศึกษานี้เรียกวาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหา ความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรียชุดที่ 1 พันธะของคารบอนและสูตรโครงสรางในสารประกอบอินทรีย เปนสื่อวิทยาศาสตรที่เนนใหผูเรียนเกิดกระบวนการเรียนรูมีการทํากิจกรรมตางๆ รวมกันบนพื้นฐานการจัด กิจกรรมแบบ ACTIVE LEARNING คนพบความรูดวยตนเองไดคิดและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ รวมถึง พัฒนาเจตคติทางวิทยาศาสตรที่มีตอรายวิชาเคมี ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรียชุดที่ 1 พันธะของคารบอนและสูตรโครงสรางในสารประกอบอินทรียนี้ เนื้อหาสวนใหญเนนใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติ กิจกรรมดวยตนเอง รวมถึงสามารถนําไปประยุกตความรูที่ไดไปใชในชีวิตประจําวันเพื่อใหนักเรียนสามารถ เรียนไดดวยตนเอง มีการแทรกรูปภาพ คําถามชวนคิด แหลงคนควาหาขอมูลเพื่ออํานวยความสะดวกในการ เรียนรูของนักเรียน ผูจัดทําชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรีย ชุดที่ 1 พันธะของคารบอนและสูตรโครงสรางในสารประกอบอินทรีย หวังเปนอยางยิ่งวาเอกสารชุดนี้จะมี ประโยชนในการเรียนรูเนื้อหาตามหลักสูตร ผูเรียนมีความสามารถในการสืบคน การจัดระบบสิ่งที่เรียนรู ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อสรางองคความรูไดเปนอยางดีสามารถนําความรูที่ไดจากการเรียนรูไป ปรับใชในชีวิตประจําวันได และเปนประโยชนสําหรับผูที่สนใจใชเปนแนวทางในการจัดระบบการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไดตอไป ............................................................................ ( นางปยะอนงค นิศาวัฒนานันท ) ผูจัดทําชุดกิจกรรม
4 1. สาระวิทยาศาสตรเพิ่มเติม สาระเคมี เขาใจโครงสรางอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แกสและสมบัติของแกส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียและพอลิเมอรรวมทั้งการนําความรูไปใช ประโยชน 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด เรื่อง เคมีอินทรีย ชุดที่ 1 นี้ ใชเวลา 5 ชั่วโมง ผลการเรียนรู 1. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะสามที่พบ ในชีวิตประจําวัน 2. เขียนสูตรโครงสรางลิวอิส สูตรโครงสรางแบบยอและสูตรโครงสรางแบบเสนของสารประกอบอินทรีย จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายการเกิดพันธะเคมีของคารบอนในสารประกอบอินทรีย 2. สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือ พันธะสามที่พบ ในชีวิตประจําวัน 3. เขียนสูตรโมเลกุล สูตรโครงสรางลิวอิส สูตรโครงสรางแบบยอ และสูตรโครงสรางแบบเสนพันธะ ของสารประกอบอินทรีย 3. วิธีเรียนรูจากชุดกิจกรรมนี้เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดนักเรียนควรปฏิบัติตามคําชี้แจงตอไปนี้ ตามลําดับ 1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรเพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตรหนวยการเรียนรูเรื่อง เคมีอินทรีย ชุดที่ 1 นี้ใชเวลาในการศึกษา 5 ชั่วโมง 2. ใหนักเรียนจัดกลุม ๆ ละประมาณ 4-5 คน 3. ใหนักเรียนศึกษา ผลการเรียนรู/จุดประสงคของการเรียนรูของชุดกิจกรรม 4. ใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมในชุดชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรเพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร โดยใชรูปแบบการเรียนรูแบบ ACTIVE LEARNING คําชี้แจงการใชชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรียชุดที่ 1 พันธะของคารบอนและสูตรโครงสรางในสารประกอบอินทรีย หนวยการเรียนรูเรื่อง เคมีอินทรีย
5 4. สาระสําคัญ สารประกอบอินทรียเปนสารประกอบของคารบอน สวนใหญพบในสิ่งมีชีวิต มีโครงสรางหลากหลาย และแบงไดหลายประเภท เนื่องจากธาตุคารบอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตกับธาตุคารบอนดวยพันธะเดี่ยว พันธะคู พันธะสาม นอกจากนี้ยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตกับธาตุอื่น ๆ ไดดวย และมีการนําสารประกอบ อินทรียไปใชประโยชนอยางหลากหลาย โครงสรางของสารประกอบอินทรีย แสดงไดดวยสูตรโครงสรางลิวอิส สูตรโครงสรางแบบยอ หรือสูตรโครงสรางแบบเสน
6 คําชี้แจง ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว ใชเวลา 20 นาที 1. ขอใดเปนความหมายของคําวา “สารอินทรีย” ก. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตเทานั้น ข. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและจากการสังเคราะห ค. สารที่มีเฉพาะธาตุคารบอนและธาตุไฮโดรเจนเปนองคประกอบเทานั้น ง. ถูกทุกขอ 2. การเกิดพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอน สามารถเกิดพันธะใดไดบาง ก. พันธะเดี่ยว ข. พันธะคู ค. พันธะสาม ง. ถูกทุกขอ 3. ขอใดกลาวไมถูกตอง ก. นอกจากธาตุไฮโดรเจนแลว คารบอนไมสามารถสรางพันธะกับธาตุอื่นไดอีกเลย ข. การสรางพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอนเปนพันธะโคเวเลนต ค. คารบอนเปนธาตุหมูที่ 4 จึงมีเวเลนซอิเล็กตรอนเทากับ 4 ง. อะตอมของคารบอนสามารถสรางพันธะตอกันดวยพันธะเดี่ยว,พันธะคูและพันธะสาม 4. สารประกอบในขอใดมีพันธะระหวางคารบอนอะตอมกับคารบอนอะตอมแข็งแรงที่สุด ก. C3H4 ข. C3H6 ค. C3H8 ง. C3H7Cl 5. จงพิจารณาสารประกอบตอไปนี้ ขอใดเปนสารประกอบไฮโดรคารบอนทั้งหมด 1. C6H6 2. CH3Cl 3.C4H10 4. C6H5CH3 ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3 ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 3 และ 4 6. สารประกอบในขอใดมีพันธะคูในโมเลกุล ก. HCHO, C6H6 ,CH3COOH ข. CCl4 , C6H6 , C6H5 OH ค. C2H2 , C6H5OH, C2H4 ง. C6H5OH, C2H2, CH3COCH 7. ขอใดเขียนสูตรโครงสรางแบบเสนของ CH4O ไดถูกตอง แบบประเมินตนเองกอนเรียน
7 8. ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง ก. พันธะเดี่ยว คือพันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 1 คู ข. พันธะคู คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 4 อิเล็กตรอน ค. พันธะสาม คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 3 อิเล็กตรอน H H H ง. สูตรที่แสดงพันธะเดี่ยว,พันธะคู และพันธะสามที่ถูกตอง คือ H – C – H, H – C = C –H, H – C ≡ C – H 9. เหตุผลในขอใดตอไปนี้ที่ทาใหธาตุคารบอนเกิดสารประกอบไดมาก 1. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะเดี่ยว 2. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะคู 3. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะสาม 4. คารบอนแตละอะตอมสามารถใชอิเล็กตรอนรวมกับอะตอมของธาตุอื่น ๆ อีก 4 อิเล็กตรอน ก. ขอ 1 และ 4 ข. ขอ 2 และ 3 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 10. ขอใดเปนสาเหตุที่ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 1. สามารถเกิดไอโซเมอรได 2. สารประกอบคารบอนเปนสารโคเวเลนต 3. ตาแหนงของพันธะคู, พันธะสาม และกิ่ง ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 4. คารบอนในสารประกอบสามารถสรางพันธะกับคารบอนดวยกันเอง และสรางพันธะกับอะตอมอื่นได ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 2 และ 4 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได...................คะแนน
8 โดยใหนักเรียนดูภาพแลวอภิปรายวาภาพใดเปนสารประกอบอินทรียหรือไมเปนเพราะเหตุใด ขั้นสรางความสนใจ ผูเรียนเลนเกม ผาน www.menti.com โดยเขาที่ https://www.menti.com/alqsebqohkzx เคมีอินทรียเปนวิชาที่ศึกษาสมบัติตางๆ ของสารที่มี อะตอมของคารบอนเปนองคประกอบในธรรมชาติมี สารตางๆ หลายชนิด สารที่มีคารบอนเปนองคประกอบมักเปนสารที่ได จากสิ่งมีชีวิต จึงมักเรียกสารเหลานี้วา “สารอินทรีย” ในปจจุบันสารอินทรียมิไดหมายถึงเฉพาะสารที่ได จาก ธรรมชาติเทานั้น แตยังรวมทั้งสารที่มนุษย สังเคราะหขึ้นดวย นักเรียนตอบไดหรือไมวา ธาตุใดที่เปน องคประกอบหลักในสารประกอบอินทรีย จากภาพแสดงสูตรโครงสรางลิวอิสของสารสารประกอบอินทรีย นักเรียนคิดวาพันธะโคเวเลนตของธาตุคารบอนตามกฎออกเตตมี ลักษณะอยางไรบาง ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................
9 สูตรเคมี ประเภทของสาร สารอินทรีย สารอนินทรีย CH3OH COCl2 Na2CO3 CH3COOH C6H12O6 NH4OCN CO2 CH3OCH3 CH4 CH3CH2NH2 คอเลสเตอรอล สารหนู โซเดียมคลอไรด ซูโครส วิตามินเอ เอทานอล แคลเซียมคารบอเนต สารที่กําหนดใหตอไปนี้ จัดเปนสารชนิดใด สารประกอบของคารบอน หมายถึง สารที่มีธาตุคารบอน (C) เปนองคประกอบอยูดวยซึ่งอาจจะเปน สารอินทรียหรือสารอนินทรียก็ได สารอินทรียหมายถึง สารที่มีธาตุคารบอน เปนองคประกอบหลัก และมีธาตุอื่นๆเปนองคประกอบรวม เชน ธาตุ O, N, P, S, Cl ,และ Br เปนตน ดังนั้นสารอินทรียและสารอนินทรียทุกชนิดจะตองมีธาตุ C อยูดวยเสมอ จึง กลาวไดวาสารอินทรียก็คือสารประกอบของคารบอน (ยกเวนสารประกอบของคารบอนบางชนิด) สารอนินทรียหมายถึง สารประกอบอื่น ๆ ที่ไมใชสารอินทรีย สารอนินทรียประกอบดวยธาตุตาง ๆ จานวนมาก เชน S , O , Cl , Na , Mg , Al , และ C เปนตน
10 โครงสรางแบบโซตรง โครงสรางแบบโซกิ่ง โครงสรางแบบวง จากการที่อะตอมของคารบอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตกับอะตอมของคารบอนดวยกันเองหรือกับธาตุอื่น ดวยรูปแบบพันธะและลักษณะการเชื่อมตอที่หลากหลาย ทําใหมีสารประกอบอินทรียจํานวนมาก นักเรียน คิดวาเราสามารถพบสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือ พันธะสาม ในชีวิตประจําวันไดมากนอบ เพียงใด การเชื่อมตอกันระหวางอะตอมของคารบอนในโมเลกุลของสารประกอบอินทรียอาจมีลักษณะเปน โซตรง (straight chain) หรือเปนโซกิ่ง (branched chain) หรือเปนวง (cyclic) อะตอมของคารบอน สามารถเกิดพันธะโคเวเลนตกับอะตอมของคารบอนดวยกันเองหรือกับธาตุอื่นดวยรูปแบบพันธะและ ลักษณะการเชื่อมตอที่หลากหลาย นี่คือเหตุผลที่วา ทําไมสารอินทรียมีจํานวนมาก ขั้นสํารวจและคนหา ใหนักเรียนเขียนเครื่องหมาย หนาขอความที่ถูกตองและเขียนเครื่องหมาย X หนาขอความที่ผิด ..........1. สารประกอบทุกชนิดที่มีธาตุคารบอนเปนองคประกอบจัดเปนสารอินทรีย ..........2. สารอินทรียประกอบดวยธาตุ C และ H ธาตุอื่น ๆ เชน O, N, S, P, Cl, Br จัดเปน สารประกอบ โคเวเลนต ..........3. สารอินทรียบางชนิดมีสูตรโมเลกุลเหมือนกันอาจมีโครงสรางและสมบัติตางกัน ..........4. สารประกอบอินทรียมีทั้งพันธะโคเวเลนตและพันธะไอออนิก ..........5. สารที่ไมนาไฟฟาหรือนาไฟฟาไดนอยเปนสารประกอบอนินทรีย ..........6. พันธะระหวางคารบอนกับไฮโดรเจนเปนพันธะเดี่ยว ..........7. แกรไฟตและเพชร เปนสารประกอบที่มีธาตุคารบอนเพียงชนิดเดียวดังนั้นจึงจัดเปนสารอินทรีย ..........8. สารอนินทรียสวนใหญติดไฟงายและเกิดการเผาไหมที่สมบูรณไมมีควันและเขมา ..........9 สารอนินทรียสวมากละลายนาไดดี .........10. สารอินทรียสวนใหญจุดเดือดจุดหลอมเหลวคอนขางสูง
11 จุดประสงคของกิจกรรม สืบคนขอมูลและนําเสนอตัวอยางสารประกอบอินทรียที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือ พันธะสาม ที่พบในชีวิตประจําวัน วิธีทํากิจกรรม 1) สืบคนขอมูลสารประกอบอินทรียที่พบในชีวิตประจําวันและการนําไปใชประโยชน 2) แสดงโครงสราง และระบุพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะสามของสารประกอบอินทรียที่ไดจากการ สืบคนขอมูล 3) ระบุสวนของโครงสรางที่เปนโซเปดหรือแบบวง 4) นําเสนอขอมูลในรูปแบบที่เหมาะสม กิจกรรมที่ 1 สืบคนขอมูลสารประกอบอินทรียที่พบในชีวิตประจําวัน ผลการทํากิจกรรม
12 สูตรโครงสรางของสารประกอบอินทรียแบบใดที่สามารถเขียนได งายกวา 1) สูตรโครงสรางแบบเสน (condensed structural formula) 1) แสดงเฉพาะพันธะคู หรือพันธะสามระหวางอะตอมของคารบอน 2) อะตอมอื่นที่สรางพันธะกับคารบอน ใหเขียนไวขางอะตอมของคารบอน โดยไมตองแสดงพันธะ แลวเขียนตัวเลขแสดงจํานวนอะตอมกํากับเอาไว 3) ถามีกลุมอะตอมที่เหมือนกันมากกวาหนึ่งหมู ใหเขียนไวในวงเล็บ แลว ระบุจํานวนกลุมอะตอม กํากับไว พันธะของคารบอนในสารประกอบอินทรียวา สารประกอบอินทรียเปนสารประกอบของคารบอน สวนใหญพบ ในสิ่งมีชีวิต มีโครงสรางหลากหลายและแบงไดหลายประเภท เนื่องจากธาตุคารบอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนต กับธาตุคารบอนดวยพันธะเดี่ยว พันธะคู หรือพันธะสาม นอกจากนี้ยังสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตกับธาตุอื่น ๆ ไดอีกดวย และมีการนําสารประกอบอินทรียไปใชประโยชนอยางหลากหลาย 2) สูตรโครงสรางแบบเสนและมุม สูตรโครงสรางแบบเสนและมุม (bond-line structural formular) 1) เขียนแสดงโครงสรางตามลักษณะการจัดเรียงตัวของอะตอมใน 3 มิติ 2) ไมตองเขียนแสดงอะตอมของคารบอนและไฮโดรเจนที่ตอกับคารบอน 3) ใชเสนตรงแทนพันธะระหวางคารบอน 4) ถามีจํานวนคารบอนตอกันมากกวา 2 อะตอม ใหใชเสนซิกแซกแทนโซ ของคารบอน 5) ที่ปลายเสนตรงและที่แตละมุมของของโซ หมายถึง อะตอมของคารบอนที่ ตอกับไฮโดรเจนที่ทํา ใหอะตอมของคารบอนมีเวเลนซอิเล็กตรอนครบ 8 6) ถาในโมเลกุลมีหมูอะตอมแยกออกมาจากโซของคารบอน ใหลากเสนตอ ออกมาจากมุมของโซ และใหจุดตัดของเสนแทนอะตอมของคารบอน 7) โมเลกุลที่มีโครงสรางแบบวง ใหเขียนพันธะตามรูปเหลี่ยมนั้น ๆ ขั้นอธิบายและลงขอสรุป
13 การเขียนสูตรโครงสรางแบบตางๆ ดังกลาวมาเปน การจัดเรียงตัวของอะตอมที่ประกอบกัน เปนโมเลกุล ลักษณะ 2 มิติ แตความเปนจริงอะตอมของธาตุใน โมเลกุลมีการจัดเรียงตัวแบบ 3 มิติ โมเลกุล CH4 มีรูปรางโมเลกุลเปนแบบใด และสูตรโครงสรางลิวอิสแสดงรูปรางโมเลกุลหรือไม 3) สูตรโครงสรางแบบลิวอิสผสมแบบยอ (Partiallyextended structrural formula) เปน สูตรที่ใชแสดงหมูฟงกชัน(หมูอะตอมที่แสดง สมบัติเฉพาะ เชน -OH, -COOH, -NH2, -CHO, -CONH2) หรือโครงสรางใหเดนชัด โดยเขียนพันธะระหวางคารบอนอะตอมหรือ ระหวางคารบอนอะตอมกับหมูฟงกชัน สวน ไฮโดรเจนเขียนรวมไวทางขวาของคารบอน หรือธาตุอื่น 4) สูตรโครงสรางแบบยอ (Condensed structural formula) เปนสูตรโครงสรางที่ เขียนเฉพาะพันธะคูหรือพันธะสามระหวาง อะตอมของคารบอน สวนอะตอมของธาตุอื่นที่ สรางพันธะกับอะตอมของคารบอนจะเขียน เฉพาะอะตอมและจํานวนอะตอมของธาตุ เหลานั้นโดยไมเขียนพันธะ ขั้นขยายความรู นักเรียนศึกษาคลิปวีดีโอตามลิ้งค https://www.youtube.com/watch?v=IEJsUJKHWas สูตรโครงสรางลิวอิสของ CH4 แสดงใหเห็นถึงอะไรบาง................................................................................. ....................................................................................................................................................................... และมีความแตกตางจากแบบจําลองโมเลกุล 3 มิติอยางไรการจัดเรียงตัวของอะตอมตางๆ ในโมเลกุลอยูใน ระนาบเดียวกันหรือไมอยางไร ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................
14 1. จากสูตรโมเลกุลของสารประกอบอินทรีย 1.1 เขียนสูตรโครงสรางลิวอิส สูตรโมเลกุล C2H2 CH2O CH4O CH3N สูตรโครงสราง ลิวอิส 1.2 สูตรโมเลกุลใดที่มีพันธะคูในโมเลกุล................................................................................... 1.3 สูตรโมเลกุลใดที่มีพันธะสามในโมเลกุล.............................................................................. 1.4 เขียนสูตรโครงสรางแบบยอ สูตรโมเลกุล C2H2 CH2O CH4O CH3N สูตรโครงสราง แบบยอ 1.5 เขียนสูตรโครงสรางแบบเสนพันธะ พรอมทั้งใหเหตุผลวาสูตรโครงสรางแบบเสนพันธะนี้เหมาะสมสําหรับ การแสดงโครงสรางของสารประกอบอินทรียขนาดเล็กหรือไม อยางไร สูตรโมเลกุล C2H2 CH2O CH4O CH3N สูตรโครงสราง แบบเสนพันธะ ขั้นการประเมินผล C2H2 CH2O CH4O CH3N
15 2. เติมขอมูลในตารางตอไปนี้ใหสมบูรณ ขอ สูตรโครงสราง ลิวอิส สูตรโครงสราง แบบเสนพันธะ สูตรโครงสรางแบบยอ สูตรโมเลกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10.
16 คาชี้แจง : ใหผูเรียนทาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในชองวางใตตัวอักษร ก ข ค และ ง ที่เปนคาตอบที่ ถูกตองที่สุดเพียงคาตอบเดียวบนกระดาษคาตอบ ใชเวลา 10 นาที 1. ขอใดกลาวไมถูกตอง ก. นอกจากธาตุไฮโดรเจนแลว คารบอนไมสามารถสรางพันธะกับธาตุอื่นไดอีกเลย ข. การสรางพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอนเปนพันธะโคเวเลนต ค. อะตอมของคารบอนสามารถสรางพันธะตอกันดวยพันธะเดี่ยว,พันธะคูและพันธะสาม ง. คารบอนเปนธาตุหมูที่ 4 จึงมีเวเลนซอิเล็กตรอนเทากับ 4 2 สารประกอบในขอใดมีพันธะระหวางคารบอนอะตอมกับคารบอนอะตอมแข็งแรงที่สุด ก. C3H4 ข. C3H6 ค. C3H8 ง. C3H7Cl 3. ขอใดเปนความหมายของคาวา “สารอินทรีย” ก. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตเทานั้น ข. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและจากการสังเคราะห ค. สารที่มีเฉพาะธาตุคารบอนและธาตุไฮโดรเจนเปนองคประกอบเทานั้น ง. ถูกทุกขอ 4. การเกิดพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอน สามารถเกิดพันธะใดไดบาง ก. พันธะเดี่ยว ข. พันธะคู ค. พันธะสาม ง. ถูกทุกขอ 5. สารประกอบในขอใดมีพันธะคูในโมเลกุล ก. HCHO, C6H6 ,CH3COOH ข. CCl4 , C6H6 , C6H5 OH ค. C2H2 , C6H5OH, C2H4 ง. C6H5OH, C2H2, CH3COCH 6 เหตุผลในขอใดตอไปนี้ที่ทาใหธาตุคารบอนเกิดสารประกอบไดมาก 1. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะเดี่ยว 2. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะคู 3. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะสาม 4. คารบอนแตละอะตอมสามารถใชอิเล็กตรอนรวมกับอะตอมของธาตุอื่น ๆ อีก 4 อิเล็กตรอน ก. ขอ 1 และ 4 ข. ขอ 2 และ 3 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 แบบประเมินตนเองหลังเรียน
17 7. ขอใดเปนสาเหตุที่ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 1. สามารถเกิดไอโซเมอรได 2. สารประกอบคารบอนเปนสารโคเวเลนต 3. ตาแหนงของพันธะคู, พันธะสาม และกิ่ง ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 4. คารบอนในสารประกอบสามารถสรางพันธะกับคารบอนดวยกันเอง และสรางพันธะกับอะตอมอื่นได ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 2 และ 4 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 8. จงพิจารณาสารประกอบตอไปนี้ ขอใดเปนสารประกอบไฮโดรคารบอนทั้งหมด 1. C6H6 2. CH3Cl 3.C4H10 4. C6H5CH3 ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3 ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 3 และ 4 9. ขอใดเขียนสูตรโครงสรางแบบเสนของ CH4O ไดถูกตอง 10. ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง ก. พันธะเดี่ยว คือพันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 1 คู ข. พันธะคู คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 4 อิเล็กตรอน ค. พันธะสาม คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 3 อิเล็กตรอน ง. สูตรที่แสดงพันธะเดี่ยว,พันธะคู และพันธะสามที่ถูกตอง คือ คะแนนเต็ม 15 คะแนน ได...................คะแนน
18 อางอิง กรรณิการ ดาเนตร. สูตรโครงสรางของสารประกอบคารบอน. http://dcsl.srp.ac.th/content /sci/sec4/chem/cai/chemistry/chem4018/C-structure.htm . สืบคนเมื่อ 8 เมษายน 2566. เกษร พะลัง และสุนันท ชัยนะกุล. (2554). เคมีอินทรีย (พิมพครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประดิษฐ มีสุข. (2545). เคมีอินทรียเบื้องตน (พิมพครั้งที่ 7). สงขลา : มหาวิทยาลัยทักษิณ. ประเสริฐ ศรีไพโรจน. (2555). เคมีอินทรียพื้นฐาน เลม 1. กรุงเทพ : เอ.ซี.ที การพิมพ. ประเสริฐ ศรีไพโรจน. (2556). เคมีอินทรียพื้นฐาน เลม 2. กรุงเทพ : เอ.ซี.ที การพิมพ. พิมพจิต ดามพวรรณ. (2539). เคมีอินทรียเบื้องตน (พิมพครั้งที่ 3). สงขลา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร. สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หนังสือเรียน รายวิชาเพมิ่ เติม เคมี เลม 5 ชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 – 6. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ สกสค. ลาดพราว. สมพงศ จันทรโพธิศรี. (2555). เคมีอินทรีย เลม 1 (พิมพครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : วิทยพัฒน. สุนันทา วิบูลยจันทร. (2554). เคมีอินทรีย (พิมพครั้งที่ 10). นนทบุรี : เอน็ ดับบลิว มีเดีย จากัด. สําราญ พฤกษสุนทร. (254866699999). เคมี ม.6 เลม 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพเพิ่มทรัพย การพิมพ