The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ชุดที่2หมู่ฟังก์ชั่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by natgynat0808, 2023-04-27 21:45:17

ชุดกิจกรรมที่2หมู่ฟังก์ชั่น

ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ชุดที่2หมู่ฟังก์ชั่น

1 วิชาเคมี ว 33203 สอนโดย ครูปยะอนงค นิศาวัฒนานันท ครูชํานาญการพิเศษ ปการศึกษา 2566 ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู หนวยการเรียนรู เคมีอินทรีย ชุดที่ 2 หมูฟงกชั่นและชื่อของสารประกอบอินทรีย สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนกีฬานครนนทวิทยา 6 ชื่อ - นามสกุล.............................................................................................ชั้น....................เลขที่................


2 สารบัญ หนา บทนํา........................................................................................................................................ คําชี้แจงการใชชุดกิจกรรม...................................................................................................... แบบประเมินตนเองกอนเรียน................................................................................................. 6 หนวยการเรียนรูเรื่อง เคมีอินทรีย - หมูฟงกชั่น - ชื่อของสารประกอบอินทรีย แบบประเมินตนเองหลังเรียน.................................................................................................. 32 อางอิง......................................................................................................................................


3 บทนํา ชุดกิจกรรมที่ผูเรียนจะไดศึกษานี้เรียกวาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหา ความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรียชุดที่ 2 หมูฟงกชั่น เปนสื่อวิทยาศาสตรที่เนนใหผูเรียนเกิดกระบวนการ เรียนรูมีการทํากิจกรรมตางๆ รวมกันบนพื้นฐานการจัดกิจกรรมแบบ ACTIVE LEARNING คนพบความรูดวย ตนเองไดคิดและลงมือปฏิบัติกิจกรรมตาง ๆ รวมถึงพัฒนาเจตคติทางวิทยาศาสตรที่มีตอรายวิชาเคมี ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรียชุดที่ 2 หมูฟงกชั่น เนื้อหาสวนใหญเนนใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเอง รวมถึงสามารถนําไปประยุกต ความรูที่ไดไปใชในชีวิตประจําวันเพื่อใหนักเรียนสามารถเรียนไดดวยตนเอง มีการแทรกรูปภาพ คําถามชวนคิด แหลงคนควาหาขอมูลเพื่ออํานวยความสะดวกในการเรียนรูของนักเรียน ผูจัดทําชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรูหนวยการเรียนรู เคมีอินทรีย ชุดที่ 2 หมูฟงกชั่น หวังเปนอยางยิ่งวาเอกสารชุดนี้จะมีประโยชนในการเรียนรูเนื้อหาตามหลักสูตร ผูเรียนมี ความสามารถในการสืบคน การจัดระบบสิ่งที่เรียนรู ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อสรางองคความรู ไดเปนอยางดีสามารถนําความรูที่ไดจากการเรียนรูไปปรับใชในชีวิตประจําวันได และเปนประโยชนสําหรับผูที่ สนใจใชเปนแนวทางในการจัดระบบการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไดตอไป ............................................................................ ( นางปยะอนงค นิศาวัฒนานันท ) ผูจัดทําชุดกิจกรรม


4 1. สาระวิทยาศาสตรเพิ่มเติม สาระเคมี เขาใจโครงสรางอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แกสและสมบัติของแกส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียและพอลิเมอรรวมทั้งการนําความรูไปใช ประโยชน 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด เรื่อง เคมีอินทรีย ชุดที่ 2 นี้ ใชเวลา 3 ชั่วโมง ผลการเรียนรู - วิเคราะหโครงสรางและระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจากหมูฟงกชัน จุดประสงคการเรียนรู วิเคราะหโครงสรางและระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจากหมูฟงกชัน 3. วิธีเรียนรูจากชุดกิจกรรมนี้เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดนักเรียนควรปฏิบัติตามคําชี้แจงตอไปนี้ ตามลําดับ 1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรเพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตรหนวยการเรียนรูเรื่อง เคมีอินทรีย ชุดที่ 2 นี้ใชเวลาในการศึกษา 3 ชั่วโมง 2. ใหนักเรียนจัดกลุม ๆ ละประมาณ 4-5 คน 3. ใหนักเรียนศึกษา ผลการเรียนรู/จุดประสงคของการเรียนรูของชุดกิจกรรม 4. ใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมในชุดชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรเพื่อพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร โดยใชรูปแบบการเรียนรูแบบ ACTIVE LEARNING 4. สาระสําคัญ สารประกอบอินทรียมีหลายประเภท การพิจารณาประเภทของสารประกอบอินทรียอาจใชหมูฟงกชัน เปนเกณฑจัดไดเปนแอลเคน แอลคีน แอลไคน แอโรแมติกไฮโดรคารบอน แอลกอฮอลอีเทอร แอลดีไฮด คีโทน กรดคารบอกซิลิก เอสเทอร เอมีน และเอไมด โดยสารประกอบอินทรียแตละประเภทมีชื่อเรียกที่ สอดคลองกับโครงสรางและหมูฟงกชันตามระบบ IUPAC และบางชนิดอาจมีชื่อสามัญที่ยังนิยมใชอยู คําชี้แจงการใชชุดกิจกรรมวิทยาศาสตรโดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู หนวยการเรียนรู เคมีอินทรีย ชุดที่ 2 หมูฟงกชั่น


5 คําชี้แจง ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว ใชเวลา 20 นาที 1) สารคูใดเปนสารประเภทเดียวกัน ก. CH3CHO กับ C2H5OH ข. CH3OCH3 กับ CH3COCH3 ค. CH3COOH กับ CH3COOCH3 ง. HCOOH กับ C3H7COOH 2) ขอใดบอกชื่อหมูฟงกชันไดถูกตอง ก. – OH ชื่อ แอลคอกซี ข. R – O – R ชื่อ ไฮดรอกซิล ค . ชื่อ คารบอกซิล ง . ชื่อ คารบอนิล 3) สารประกอบอินทรียในขอใดที่มีหมูฟงกชันเหมือนกัน ก. แอลกอฮอลและกรดอินทรีย ข. แอลกอฮอลและฟนอล ค. อีเทอร และเอสเทอร ง. แอลดีไฮดและคีโตน 4) ขอใดระบุหมูฟงกชันของสารอินทรียไดถูกตอง 5) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด C2H5OH ก. กรดอินทรีย ข. แอลกอฮอล ค. เอสเทอร ง. แอลดีไฮด 6) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด CH3COOH ก. กรดอินทรีย ข. แอลกอฮอล ค. เอสเทอร ง. แอลดีไฮด 7) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด CH3COCH3 ก. เอมีน ข. เอไมด ค. คีโตน ง. อีเทอร แบบประเมินตนเองกอนเรียน


6 8) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด CH3OCH3 ก. เอมีน ข. เอไมด ค. คีโตน ง. อีเทอร 9) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด CH3CONH2 ก. เอมีน ข. เอไมด ค. คีโตน ง. อีเทอร 10) สารที่มีสูตรดังที่กําหนดใหตอไปนี้จัดเปนสารประเภทใด CH3NH2 ก. เอมีน ข. เอไมด ค. คีโตน ง. อีเทอร 11) หมูฟงกชั่นที่กําหนดใหนี้มีชื่อตรงกับขอใด -OH ก. ไฮดรอกซิล ข. คารบอกซิล ค. คารบอนิล ง. คารบอกซาลดีไฮด 12) หมูฟงกชั่นที่กําหนดใหนี้มีชื่อตรงกับขอใด -COOH ก. ไฮดรอกซิล ข. คารบอกซิล ค. คารบอนิล ง. คารบอกซาลดีไฮด คะแนนเต็ม 12 คะแนน ได...................คะแนน


7 ขั้นสรางความสนใจ นักเรียนจัดกลุมภาพสารประกอบไฮโดรคารบอนไดกี่กลุม ใหนักเรียนวาดภาพของสารแตละลกลุม พรอมกับใหเหตุผลในการจัดสารออกเปนกลุม และสวนใดในโครงสรางที่ใชในการจัดกลุมสาร ....................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................


8 กรดแอซิติก เอทานอล เหตุผล คิดวาเปนบริเวณดังกลาว เพราะ…..…..... ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. เหตุผล คิดวาเปนบริเวณดังกลาว เพราะ…..…..... ................................................................................ ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. หมูอะตอมที่แสดงสมบัติเฉพาะในโมเลกุลของสารอินทรีย เรียกวา หมูฟงกชัน (functional group) หมูฟงกชันในลักษณะที่ตางๆ กัน จะสงผลใหสารอินทรียมีสมบัติแตกตางไมวาจะเปนสภาพขั้ว ความเปนกรด-เบส ความวองไวตอปฏิกิริยาเคมี และรูปแบบการเกิดปฏิกิริยาเคมีกับสารอื่นๆ จึงมักใชหมูฟงกชันเปนเกณฑใน การจําแนกสารอินทรียออกเปนประเภทตางๆ โดยจะทําการศึกษาแบงสารอินทรียออกเปน 2 กลุม ไดแก 1. สารประกอบไฮโดรคารบอน หมายถึง สารประกอบอินทรียที่มีเฉพาะธาตุคารบอนและไฮโดรเจน เปนองคประกอบ ซึ่งแบงประเภทตามหมูฟงกชั่น ไดแก แอลเคน(alkane) แอลคีน(alkene) แอลไคน (alkyne) และอะโรมาติกไฮโดรคารบอน(aromatic hydrocarbon) คําชี้แจง นักเรียนพิจารณาสูตรโครงสรางของสารอินทรีย 2 ชนิด ดานลางนี้และทํานายวาเมื่อ เกิดปฏิกิริยาเคมี ตําแหนงใดในโครงสรางของสารจะเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยใชปากกา วงรอบอะตอม หรือกลุมอะตอมที่นักเรียนคิดวาจะเกิดการ เปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี พรอมทั้งใหเหตุผลประกอบ แอลเคน(alkane) 1) สูตรทั่วไป เปน CnH2n + 2 เมื่อ n = 1, 2, 3, … 2) เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนอิ่มตัว มีพันธะเดี่ยวทั้งหมดในโครงสราง 3) แอลเคนมีทั้งที่เกิดในธรรมชาติ เชน นํ้ามันดิบ (coal tar) นํ้ามันปโตรเลียม และแกสธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถสังเคราะหขึ้นมาได ขั้นสํารวจและคนหา


9 แอลคีน(alkene) 1) สูตรทั่วไป เปน CnH2n เมื่อ n = 1, 2, 3, … 2) เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนไมอิ่มตัว มีพันธะคูในโมเลกุล 3) ตัวอยางของสารประกอบแอลคีน ไดแก เอทิลีน (C2H4)เปนแกสไฮโดรคารบอนที่ มีโมเลกุลเล็ก เกิดจากการเผาไหมและผลิตไดตามธรรมชาติระหวางการสุกของ ผลไมกระตุนการหายใจของผลไมหลังการเก็บเกี่ยว แกสเอทิลีนใชเพื่อการบมผลไม แอลไคน(alkyne) อะโรมาติกไฮโดรคารบอน(aromatic hydrocarbon) 1) สูตรทั่วไป เปน CnH2n-2 เมื่อ n = 1, 2, 3, … 2) เปนสารประกอบไฮโดรคารบอนไมอิ่มตัว มีพันธะสามในโมเลกุล 3) ตัวอยางของสารประกอบแอลคีน ไดแก กาซอะซทิลีน (C2H2) อะเซทิลีนเปน กาซที่มีความไวไฟมา ไมมีสี มีกลิ่น เปนสารประกอบทางเคมีของสารเคมีตางๆ อาทิ ไวนิลคลอไร ไวนิลอะซีเตรด และทรีคลอรีไทสัน 1) มีจํานวน อิเล็กตรอนเปน 4n+2 เมื่อ n = 1, 2,3 2) สารที่เราคุนเคยไดแก เบนซีน เปนตัวทําละลายและเปนสารตั้งตนในการ สังเคราะหสารประกอบตาง ๆ นอกจากนี้ยังมี โทลูอีน เปนตัวทําละลาย สําหรับแล็กเกอร ใชทําสี ยาและวัตถุระเบิด ใหนักเรียนวาดรูปหมูฟงกชั่นของสารประกอบไฮโดรคารบอนตอไปนี้ แอลเคน แอลคีน


10 รูปภาพแสดงสารไซโคลอัลเคน ตรวจสอบความเขาใจ ใหนักเรียนระบุประเภทและหมูฟงกชันของสารประกอบไฮโดรคารบอนที่กําหนดให ตอไปนี้ ขอ สูตรโครงสราง ประเภทของสาร หมูฟงกชัน 1. 2. แอลไคน อะโรมาติก ไฮโดรคารบอน ไ ซโคลแอลเคน (Cycloalkane) ไซโคลแอลเคน เปนไฮโดรคารบอนที่มี โครงสรางเปนวง พันธะระหวางอะตอม คารบอนยึดเหี่ยวดวยพันธะเดี่ยว เปน สารประกอบไฮโดรคารบอนอิ่มตัว เชนเดียวกับแอลเคน มีสูตรทั่วไป เปน CnH2n โดยประกอบดวยคารบอน ตั้งแต 3 อะตอมขึ้นไป คําถามชวนคิด นักเรียนบอกไดหรือไมวาไซโคลแอลเคนมีสูตรทั่วไปเหมือนหรือตางจากแอลเคน โซเปดอยางไร............................................................................................................... ...................................................................................................................................... ......................................................................................................................................


11 3. 4. 2. สารประกอบอินทรียที่มี O , N เปนองคประกอบ สารประกอบอินทรียหลายชนิดนอกจากมีธาตุคารบอนและไฮโดรเจนเปนองคประกอบแลว ยังมีธาตุ ออกซิเจนและไนโตรเจนเปนองคประกอบดวย นักเรียนจะไดรับความรูจากการทํากิจกรรมตอไปนี้ ประเภทของ สารประกอบ สูตรทั่วไป หมูฟงกชั่น ตัวอยางสารประกอบ แอลกอฮอล ( alcohol) อีเทอร ( ether ) แอลดีไฮน (aldehyde) คีโทน (ketone) ใหนักเรียนชวยกันทําตารางขางลางนี้ใหสมบูรณ


12 ประเภทของสารประกอบ สูตรทั่วไป หมูฟงกชั่น ตัวอยางสารประกอบ กรดคารบอกซิลิก (carboxylic acid) เอสเทอร ( esther ) ใหนักเรียนระบุประเภทและหมูฟงกชันของสารประกอบอินทรียที่กําหนดใหตอไปนี้ ขอ สูตรโครงสราง ประเภทของสาร หมูฟงกชั่น 1. CH3CH2CHO 2. CH3(CH2)2OH 3. CH3(CH2)2COOH 4. CH3COOCH2CH3 5. CH3CO(CH2)2CH3 6. CH3CH2OCH2CH3 สารแตละประเภทมีโมเลกุลที่ประกอบดวยหมูฟงกชั่นที่ตางกัน และสวนของไฮโดรคารบอน ที่แทนดวย R หรือ R/ ซึ่งคือหมูแอลคิล (Alkyl group : R) ซึ่งหมูแอลคิล หมายถึง แอลเคนที่สูญเสียไฮโดรเจน 1 อะตอม มีสูตรทั่วไป เปน CnH2n+1 ใชสัญลักษณแทนดวย R หมูแอลคิลจะพบในโซของไฮโดรคารบอนที่เปนโซกิ่ง (branched chain) ซึ่งแยกจากโซหลักของคารบอน นอกจากนี้ในสวนของไฮโดรคารบอนที่มาจากแอโรแมติกไฮโดรคารบอนซึ่งเรียกวา หมูแอริล ]( Aryl group )อาจแทน R ดวยสัญลักษณ Ar เชน -C6H5 ( phenyl ) ตรวจสอบความเขาใจ


13 นอกจากนี้แลวยังมีสารประกอบอินทรียบางประเภทมีธาตุไนโตรเจนเปนองคประกอบ มีอะไรบางให นักเรียนทําการสืบคนขอมูลแลวบันทึกลงในตารางใหสมบูรณ ประเภทของ สารประกอบ สูตรทั่วไป หมูฟงกชั่น ตัวอยาง สารประกอบ เอมีน (amine) เอไมด (amide) นักเรียนสามารถสรุปไดหรือไมวา สารประกอบไฮโดรคารบอนที่มี C H และ O เปนองคประกอบมีอะไรบาง และมีลักษณะหมูฟงกชั่นเปนอยางไร


14 1)สารประกอบอินทรียในขอใดบางเปนสารประกอบไฮโดรคารบอน และระบุวาเปนสารประกอบไฮโดรคารบอนประเภทใด 2. เติมขอมูลในตารางตอไปนี้ใหสมบูรณ ขอ ประเภทของสารประกอบ สูตรทั่วไป หมูฟงกชั่น 1. 2. 3. แอลดีไฮด (aldehyde) 4. ROR/ 5. ตรวจสอบความเขาใจ


15 ขอ ประเภทของสารประกอบ สูตรทั่วไป หมูฟงกชั่น 6. แอโรแมติกไฮโดรคารบอน (aromatic hydrocarbon) 7. RCONH2 8. แอลเคน (alkane) 9. RCOOR/ 10. แอลกอฮอล (alcohol) 11. C = C 12. กรดคารบอกซิลิก (carboxylic acid) 3) วงกลมลอมรอบหมูฟงกชัน (ยกเวน C–C) และระบุประเภทของสารประกอบอินทรีย จากสูตรโครงสรางที่กําหนดใหตอไปนี้ ขอ สูตรโครงสราง ประเภทของสาร 1.


16 ขอ สูตรโครงสราง ประเภทของสาร 2. 3. 4. ระบุหมูฟงกชันและจํานวนของหมูฟงกชันนั้น (ยกเวน C- C) จากสูตรโครงสรางของวิตามินซีดังนี้ ชื่อของสารประกอบ 1. การเรียกชื่อสามัญ (Common name) ใชเรียกชื่อสารประกอบอินทรียที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ๆ และโครงสรางโมเลกุลเปนแบบงาย ๆ ไมมีหลักเกณฑแนนอน เชน กรดฟอรมิก (HCOOH) กรดแอซีติก (CH3COOH) ซึ่งการเรียกชื่อสามัญจะตั้งชื่อตามแหลงกําเนิดของสารประกอบ หรือตามชื่อของผูคนพบ เมื่อการคนพบสารประกอบอินทรียมากขึ้นเรื่อย ๆ การเรียกชื่อสามัญอาจทําใหเกิดความสับสน 2. การเรียกชื่อระบบ IUPAC เปนระบบการเรียกชื่อสารประกอบที่นักเคมีไดจัดระบบขึ้นในป พ.ศ. 2237 (ค.ศ.1892) เรียกระบบนี้วา International Union of Pure and Applied Chemistry หรือ IUPAC จะเรียกตามจํานวนอะตอมโดยใชจํานวนนับในภาษากรีก ซึ่งประกอบดวย 3 สวน คือ สวนที่ 1 โครงสราง หลัก สวนที่ 2 คําลงทาย สวน 3 คํานําหนา


17 คํานําหนา ( prefix) โซหลัก (main chain) คําลงทาย (suffix) CH3-CH-CH2-CH2-CH3 CH3 2 – methyl pentane คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย คําลงทาย คือ ตําแหนงและหมูฟงกชั่น หลัก โดยใชคําลงทายเสียงที่พองกับ ประเภทของสารประกอบ คํานําหนา คือ ตําแหนงและชื่อของหมูที่ไมใชฟงกชั่น หลัก หรือที่เรียกทั่วไปวา หมูแทนที่ โซหลัก คือ สายคารบอนที่มีจํานวนหมู ฟงกชั่นมากกวา 1ชนิด IUPAC ไดกําหนด ลําดับความสําคัญของหมูฟงกชั่นเพื่อใชใน การเลือกหมูฟงกชั่นหลักในการเรียกชื่อ การเรียกชื่อหมูแอลคิล ใชหลักการเดียวกับชื่อที่แสดง จํานวนอะตอมของคารบอนตามตารางขางลาง เปลี่ยนทาย เสียงเปน -yl เชน methyl (เมทิล) ethyl (เอทิล) propyl (โพรพิล) นอกจากนี้ยังมีอะตอมของธาตุแฮโลเจนซึ่งแมจะ เปนหมูฟงกชั่นของสารประกอบอินทรียแตจัดใหเปนหมู แทนที่ในการเรียกชื่อโดยเปลี่ยนสวนทายเสียงของชื่อธาตุ จาก -ine (อีน) เปน -O (โอ) ไดแก F เรียกวา fluoro (ฟลูออโร) Cl เรียกวา chloro(คลอโร) Br เรียกวา bromo (โบรโม) I เรียกวา iodo(ไอโอโด)


18 การเรียกชื่อแอลเคนเปนไปตามหลักการเรียกชื่อสารอินทรียที่กลาวมาแลว ในที่นี้จะแสดงทั้งการเรียกชื่อ แบบสามัญ และแบบ IUPAC ก. การเรียกชื่อแอลเคนแบบสามัญ ใชเรียกชื่อโมเลกุลเล็กๆ ที่ไมซับซอน ถาโมเลกุลใหญขึ้นอาจจะ ตองเติมคํานําหนา เชน n- , iso- , หรือ neo- ลงไปดวย ตัวอยางเชน CH4 เรียก มีเทน CH3 - CH2 - CH3 เรียก โพรเพน CH3 - CH2 - CH2 - CH2 - CH3 เรียก นอรมอลเพนเทน CH 3 CH CH 2 CH 3 CH 3 เรียก ไอโซเพนเทน CH 3 C CH 3 CH 3 CH 3 เรียก นีโอเพนเทน CH3 - CH2 - CH2 - CH2 - CH2 - CH3 เรียก นอรมอลเฮกเซน ข. การเรียกชื่อแอลเคนในระบบ IUPAC เปนพื้นฐานสําคัญในการเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย ประเภทอื่นๆ โดยชื่อแอลเคนที่เปนโซตรง มีเพียง 2 สวน คือ โซหลักที่ระบุจํานวนอะตอมของคารบอน และคํา ลงทายเปน - ane เชน 1 2 3 1 2 3 4 5 6 CH3 - CH2 - CH3 CH3 - CH2 - CH2 - CH2 - CH2 - CH3 propane hexane ชื่อแอลเคนที่เปนโซกิ่งประกอบดวย 3 สวน คือ คําลงทาย โซหลัก และคํานําหนา โดยมีขั้นตอนการ เรียกชื่อ ดังนี้ 1. เลือกสายคารบอนที่ตอกันยาวที่สุดเปนโซหลัก ในกรณีที่มีสายคารบอนที่ยาวที่สุดมากกวาหนึ่ง แบบ ใหเลือกแบบที่มีหมูแอลคิลตออยูจํานวนมากที่สุดเปนโซหลัก เชน ชื่อของสารประกอบ ไฮโดรคารบอน การเรียกชื่ออัลเคน โซหลัก คําลงทาย โซหลัก คําลงทาย


19 โซหลักมีคารบอน 7 อะตอม โซหลักมีคารบอน 7 อะตอม และหมูแอลคิล 2 หมู และหมูแอลคิล 3 หมู 2. กําหนดตัวเลขแสดงตําแหนงของคารบอนในโซหลัก โดยเริ่มจากปลายดานที่ทําใหหมูแอลคิลอยูบน ตําแหนงที่เปนตัวเลขที่นอยที่สุด เชน หมูอัลคิลอยูตําแหนงที่ 3 หมูอัลคิลอยูตําแหนงที่ 2 3. เรียกชื่อหมูแอลคิลและระบุตําแหนงของหมูแอลคิลบนโซหลักดวยตัวเลขไวดานหนาชื่อหมูหากมี หลายหมูใหเรียงลําดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษของชื่อหมู และถามีหมูซํ้ากันใหใชคํานําหนา ดังนี้ 2 หมู ใชคําวา di (ได) 3 หมู ใชคําวา tri (ไตร) 4 หมู ใชคําวา tetra (เตตระ) ใชเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหวางตัวเลขเมื่อระบุตําแหนงของหมูซํ้า และใชเครื่องหมายยัติภังค (-) คั่น ระหวางตัวเลขและตัวอักษร เชน 2,5-dimethyl-4-propylheptane × × คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย


20 การเรียกชื่อไซโคลแอลเคน (cycloalkane) ใชหลักการเดียวกับแอลเคน โดยมีคําวา cyclo (ไซโคล) นําหนา เชน จงเรียกชื่อแอลเคนและไซโคลแอลเคน ที่มีโครงสรางตอไปนี้ตอไปนี 5.1 CH3 CH CH CH2 CH3 CH3 CH2 CH3 5.2 CH2 CH CH CH3 CH3 CH2 CH3 CH3 5.3 5.4 5.5 CH3CH2(CH3) 2CCH2CH3 มีชื่อวา cyclobutane มีชื่อวา cyclohexane CH3 CH3 1 2 3 4 5 6 มีชื่อวา 1,4-dimethylcyclohexane ตรวจสอบความเขาใจ


21 4,4-dimethylpent-2-ene 3-methylpent-1-yene การเรียกชื่อไซโคลแอลคีน (cycloalkene) และไซโคลแอลไคน (cycloalkyne) เรียกชื่อในทํานอง เดียวกันกับไซโคลแอลเคน โดยถามีหมูแทนที่ใหระบุตําแหนงของทั้งพันธะคูหรือพันธะสามและหมูแทนที่ดวย เชน 3-methylcyclohex-1-ene 3-methylcyclohexane cyclooctyne ชื่อของสารบางชนิดไมระบุตําแหนงที่ 1 หากชื่อสารนั้นเขียนโครงสรางไดเพียงแบบเดียว เชน cyclobut-1-ene เรียกเปน cyclobutene cyclooct-1-ene เรียกเปน cyclooctyne prop-1-ene เรียกเปน propene การเรียกชื่ออัลคีนและแอลไคน กําหนดตัวเลขแสดงตําแหนงของคารบอนในโซหลัก โดยใหตําแหนงของพันธะคูหรือพันธะสามมีตัวเลขนอย ที่สุด จากนั้นเรียกชื่อโซหลัก และระบุตําแหนงของพันธะคูหรือพันธะสาม ตามดวยคําลงทาย-ene สําหรับแอลคีน และ -yne สําหรับแอลไคนในสวนของคํานําหนาใหระบุตําแหนงและชื่อของหมูแทนที่ (ถามี) เชน 1 2 3 4 5 แอลคีน แอลไคน คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย 1 2 3 4 5 6 cyclobutene


22 แตถาชื่อชองสารนั้นสามารถเขียนโครงสรางไดมากกวาหนึ่งแบบจะตองระบุตําแหนงดวย เชน hex-1-ene ไมสามารถเขียนไดเปน hexyne ได เนื่องจากตําแหนงของพันธะสามอาจอยูมี่ ตําแหนงที่ 2 หรือ 3 ก็ได การเรียกชื่อแอโรมาติกไฮโดรคารบอน กําหนดให benzene เปนโครงสรางหลัก และ เรียกชื่อหมูแทนที่ตามลําดับอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของหมูนั้น โดยระบุตําแหนงของหมูแทนที่ให เปนตัวเลขนอยที่สุด ตามหลักการเดียวกับแอลเคน เชน จงเรียกชื่อสารประกอบอินทรียที่มีสูตรโครงสราง ดังตอไปนี้ ก CH3C≡C CH2CH2CH(CH3) 2 ข CH3CH=C C(CH3) 2 ค CH3CH2CH2 CH2CH2CH3 H H ง จ ฉ คํานําหนา โซหลัก คํานําหนา โซหลัก ตรวจสอบความเขาใจ


23 การเรียกชื่อแอลกอฮอล ชื่อสามัญ ใชเรียกแอลกอฮอลโมเลกุลเล็ก ๆ ที่โครงสรางโมเลกุลไมซับซอน เรียกชื่อหมูแอลคิล (R) ที่ตออยูกับหมู –OH กอน แลวลงทายดวยแอลกอฮอล CH3OH เมทิลแอลกอฮอล (methyl alcohol) CH3CH2OH เอทิลแอลกอฮอล (ethyl alcohol) CH3CH2CH2OH โพรพิลแอลกอฮอล (propyl alcohol) CH3CH2 CH2CH2OH บิวทิลแอลกอฮอล (butyl alcohol) CH3CH2 CH2CH2CH2OH เพนทิลแอลกอฮอล (pentyl alcohol) ชื่อระบบ IUPAC 1. เลือกโครงสรางหลักที่มีคารบอนตอกันยาวที่สุด และมีหมู –OH อยูดวย 2. บอกตําแหนง –OH ดวยเลขที่มีคานอยที่สุด 3. ชื่อโครงสรางหลักใหเรียกตามจํานวนอะตอม C แลวลงทายเสียงเปน –อานอล (–anol) การเรียกชื่ออีเทอรกําหนดใหจํานวนคารบอนมากกวาเปนโซหลัก สวนดานที่มีจํานวนคารบอน นอยกวาใหรวมกับออกซิเจนเปนหมูแทนที่เรียกวา alkoxy (-OR) ซึ่งเรียกชื่อตามจํานวนคารบอน แลวลงทาย ดวย -oxy เชน -OCH3 เรียกวา methoxy (เมทอกซี) -OCH2CH3 เรียกวา ethoxy (เอทอกซี) -OCH2CH2CH3 เรียกวา propoxy (โพรพอกซี) ชื่อของสารประกอบอินทรียที่มีธาตุออกซิเจนเปนองคประกอบ โซหลัก คําลงทาย โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา


24 กําหนดตัวเลขแสดงตําแหนงของคารบอนในโซหลักที่ตอกับหมู -OR เปนตัวเลขนอยที่สุด แลวเรียกชื่ออีเทอร โดยระบุตําแหนงและชื่อของหมู -OH ตามดวยชื่อแอลเคนของโซหลัก เชน การเรียกชื่ออัลดีไฮน กําหนดใหคารบอนของ -CHO เปนตําแหนงที่ 1 และเรียกโซหลักดวยชื่อของ แอลเคน (-ane) แตตัดอักษรตัวทายของแอลเคน คือ e ออก แลวลงทายดวย -al โดยไมตองระบุตําแหนงของ หมูฟงกชั่น ในสวนของคํานําหนาใหระบุตําแหนงและชื่อของหมูแทนที่ (ถามี) เชน การเรียกชื่อคีโตน กําหนดตัวเลขแสดงตําแหนงของคารบอนในโซหลัก โดยเริ่มจากปลายดานที่ทําให ตําแหนงของหมู มีตัวเลขนอยที่สุด เรียกโซหลักดวยชื่อแอลเคน (-ane) แตตัดตัวอักษรตัวทายของ แอลเคน คือ e ออก จากนั้นระบุตําแหนงของหมู ตามดวยคําลงทาย -one ในสวนของคํานําหนาให ระบุตําแหนงและชื่อของหมูแทนที่ (ถามี) เชน การเรียกชื่อกรดคารบอกซิลิก กําหนดใหคารบอนของ -COOH เปนตําแหนงที่ 1 และเรียกโซหลัก ดวยชื่อของแอลเคน คือ e ออก แลวลงทายดวย -oic acid โดยไมตองระบุตําแหนงของหมูฟงกชั่น ในสวนของ คํานําหนาใหระบุตําแหนงและชื่อของหมูแทนที่ (ถามี) เชน คํานําหนา โซหลัก คํานําหนา โซหลัก โซหลัก คํานําหนา คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย


25 การเรียกชื่อเอสเทอรเอสเทอรมีสูตรทั่วไปเปน RCOOR/ ใหเรียกชื่อหมูแทนที่ R/ กอน แลวตามดวย ชื่อของสวน RCOO โดยใชชื่อกรด RCOOH แตเปลี่ยนคําลงทายจาก -oic acid เปน -oate เชน สารประกอบอินทรียที่มีธาตุไนโตรเจนเปนองคประกอบ มีหลักการเรียกชื่อคลายกับที่ไดศึกษาผานไป ในชุดกิจกรรมนี้จะเรียกชื่อเฉพาะเอมีนและเอไมด ที่มีหมูแทนที่บนไนโตรเจนเพียงหมูเดียวเทานั้น การเรียกชื่อเอมีน กําหนดตัวเลขแสดงตําแหนงของคารบอนในโซหลัก โดยใหตําแหนงของคารบอนที่ มีหมู -NH2 เปนตัวเลขที่นอยที่สุด เรียกโซหลักดวยชื่อของแอลเคน (-ane) แตตัดอักษรตัวทายของแอลเคน คือ e ออก จากนั้นระบุตําแหนงของหมู -NH3 ตามดวยคําลงทาย -amine โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย ชื่อของสารประกอบอินทรียที่มีธาตุไนโตรเจนเปนองคประกอบ โซหลัก คําลงทาย โซหลัก คําลงทาย


26 การเรียกชื่อเอไมดกําหนดใหคารบอนของ -CONH2 เปนตําแหนงที่ 1 และเรียกโซหลักดวยชื่อของ แอลเคน ( -ane) แตตัดอักษรตัวทายของแอลเคน คือ e ออก แลวลงทายดวย -amide โดยไมตองระบุ ตําแหนงของหมูฟงกชั่น ในสวนของคํานําหนาใหระบุตําแหนงและชื่อของหมูแทนที่ โซหลัก คําลงทาย คํานําหนา โซหลัก คําลงทาย


27 ใหนักเรียนสรุปหลักการอานชื่อสารประกอบไฮโดรคารบอน โดยการสรุปนี้มีจุดประสงค เพื่อใหนักเรียนมีความเขาใจการอานชื่ออยางแทจริง ขั้นอธิบายและลงขอสรุป


28 ใหนักเรียนอานบทความขางลางนี้ เมื่ออานจบแลว ใหนักเรียนตอบคําถามทายขอควา ขั้นขยายความรู สารอินทรียระเหย (Volatile Organic Chemicals, VOCs) คือ กลุมสารประกอบอินทรียที่ สามารถระเหยเปนไอกระจายตัวในอากาศไดที่อุณหภูมิและความดันปกติ โมเลกุลสวนใหญ ประกอบดวยอะตอมคารบอนและไฮโดรเจน อาจมีออกซิเจนหรือคลอรีนรวมดวย ในชีวิตประจําวันเรา อาจไดรับสารอินทรียระเหยจากผลิตภัณฑหลายอยาง เชน สีทาบาน ปมหรือคลังเก็บนํ้ามันหรือโรง กลั่นนํ้ามัน ควันบุหรี่ นํ้ายาฟอกสีสารตัวทําละลายในพิมพอูซอมหรือ พนสีรถยนตโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑทําความสะอาดผาและหองนํ้า สเปรยปรับอากาศและ ระงับกลิ่นกาย นํ้ายายอมและดัดผม สเปรยฉีดผม สีและนํ้ายาลางเล็บ สารฆาแมลง ยาฆาหญา สารที่เกิดจากการเผาไหมกาวตางๆ สารอินทรียระเหยสามารถปะปนในบรรยากาศ เครื่องดื่มและอาหาร การไดรับสัมผัสสารอินทรียระเหย เปนระยะเวลานาน จะมีผลกระทบแบบเรื้อรังหรือฉับพลันตอสุขภาพ ไดแก ทําใหเจ็บไข ไมสบาย เจ็บ คอ หายใจไมสะดวก ระคายเคืองตา ระคายเคืองจมูก ระคายเคืองคอ ทรวงอกหรือมีอาการไอ และ ปวดศีรษะ เปนตน หากไดรับเปนเวลานานเนื้อเยื่อปอดจะถูกทําลายอยางถาวรและมีผลตอระบบ ภูมิคุมกันของมนุษย 1) จากบทความขางบน นักเรียนคิดวาสารอินทรียระเหยมีประโยชนหรือมีโทษมากกวากัน เพราะเหตุใด ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 2) ใหนักเรียนเลือกสารอินทรียระเหยมา 1 ชนิด แลวสืบคนขอมูลเกี่ยวกับสารนั้น เชน ชื่อสาร โครงสราง ทางเคมี สมบัติทางเคมี สมบัติทางกายภาพ เปนตน


29 1) เรียกชื่อสารประกอบอินทรียตามระบบ IUPAC จากสูตรโครงสรางที่กําหนดใหตอไปนี้ ขอ สูตรโครงสราง ชื่อของสารประกอบ 1) 2) 3) 4) 5) 6) 7) ขั้นการประเมินผล


30 ขอ สูตรโครงสราง ชื่อของสารประกอบ 8) 9) 10) 11) 12) 2. เขียนสูตรโครงสรางของสารประกอบอินทรียจากชื่อที่กําหนดใหตอไป ขอ ชื่อของสารประกอบ สูตรโครงสราง 1) pent-2-ene 2) hexamide 3) Butan-2-one


31 ขอ ชื่อของสารประกอบ สูตรโครงสราง 4) pent-2-ene 5) butan-2-one 6) Ethyl butanoate 7) 3-chlorobutanal 8) 1-ethoxypentane 9) 5-methylcyclonon-1-yne 10) 1-ethyl-2-methylbenzene 11) 3,3-dimethylbutanoic acid 12) 3-ethyl-2,4-dimethylhexane


32 คาชี้แจง : ใหผูเรียนทาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในชองวางใตตัวอักษร ก ข ค และ ง ที่เปนคาตอบที่ ถูกตองที่สุดเพียงคาตอบเดียวบนกระดาษคาตอบ ใชเวลา 10 นาที 1. ขอใดกลาวไมถูกตอง ก. นอกจากธาตุไฮโดรเจนแลว คารบอนไมสามารถสรางพันธะกับธาตุอื่นไดอีกเลย ข. การสรางพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอนเปนพันธะโคเวเลนต ค. อะตอมของคารบอนสามารถสรางพันธะตอกันดวยพันธะเดี่ยว,พันธะคูและพันธะสาม ง. คารบอนเปนธาตุหมูที่ 4 จึงมีเวเลนซอิเล็กตรอนเทากับ 4 2 สารประกอบในขอใดมีพันธะระหวางคารบอนอะตอมกับคารบอนอะตอมแข็งแรงที่สุด ก. C3H4 ข. C3H6 ค. C3H8 ง. C3H7Cl 3. ขอใดเปนความหมายของคาวา “สารอินทรีย” ก. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตเทานั้น ข. สารประกอบของคารบอนที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและจากการสังเคราะห ค. สารที่มีเฉพาะธาตุคารบอนและธาตุไฮโดรเจนเปนองคประกอบเทานั้น ง. ถูกทุกขอ 4. การเกิดพันธะระหวางอะตอมของคารบอนกับคารบอน สามารถเกิดพันธะใดไดบาง ก. พันธะเดี่ยว ข. พันธะคู ค. พันธะสาม ง. ถูกทุกขอ 5. สารประกอบในขอใดมีพันธะคูในโมเลกุล ก. HCHO, C6H6 ,CH3COOH ข. CCl4 , C6H6 , C6H5 OH ค. C2H2 , C6H5OH, C2H4 ง. C6H5OH, C2H2, CH3COCH 6 เหตุผลในขอใดตอไปนี้ที่ทาใหธาตุคารบอนเกิดสารประกอบไดมาก 1. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะเดี่ยว 2. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะคู 3. คารบอนแตละอะตอมสามารถเกิดพันธะกับธาตุคารบอนดวยกันเอง ดวยพันธะสาม 4. คารบอนแตละอะตอมสามารถใชอิเล็กตรอนรวมกับอะตอมของธาตุอื่น ๆ อีก 4 อิเล็กตรอน ก. ขอ 1 และ 4 ข. ขอ 2 และ 3 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 แบบประเมินตนเองหลังเรียน


33 7. ขอใดเปนสาเหตุที่ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 1. สามารถเกิดไอโซเมอรได 2. สารประกอบคารบอนเปนสารโคเวเลนต 3. ตาแหนงของพันธะคู, พันธะสาม และกิ่ง ทาใหสารประกอบคารบอนมีจานวนมาก 4. คารบอนในสารประกอบสามารถสรางพันธะกับคารบอนดวยกันเอง และสรางพันธะกับอะตอมอื่นได ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 2 และ 4 ค. ขอ 1, 2 และ 3 ง. ขอ 1, 2, 3 และ 4 8. จงพิจารณาสารประกอบตอไปนี้ ขอใดเปนสารประกอบไฮโดรคารบอนทั้งหมด 1. C6H6 2. CH3Cl 3.C4H10 4. C6H5CH3 ก. ขอ 1 และ 2 ข. ขอ 1 และ 3 ค. ขอ 2 และ 3 ง. ขอ 1, 3 และ 4 9. ขอใดเขียนสูตรโครงสรางแบบเสนของ CH4O ไดถูกตอง 10. ขอความตอไปนี้ขอใด ไมถูกตอง ก. พันธะเดี่ยว คือพันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 1 คู ข. พันธะคู คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 4 อิเล็กตรอน ค. พันธะสาม คือ พันธะที่เกิดจากอะตอมของแตละธาตุใชอิเล็กตรอนรวมกัน 3 อิเล็กตรอน ง. สูตรที่แสดงพันธะเดี่ยว,พันธะคู และพันธะสามที่ถูกตอง คือ คะแนนเต็ม 15 คะแนน ได...................คะแนน


34 อางอิง กรรณิการ ดาเนตร. สูตรโครงสรางของสารประกอบคารบอน. http://dcsl.srp.ac.th/content /sci/sec4/chem/cai/chemistry/chem4018/C-structure.htm . สืบคนเมื่อ 8 เมษายน 2566. เกษร พะลัง และสุนันท ชัยนะกุล. (2554). เคมีอินทรีย (พิมพครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประดิษฐ มีสุข. (2545). เคมีอินทรียเบื้องตน (พิมพครั้งที่ 7). สงขลา : มหาวิทยาลัยทักษิณ. ประเสริฐ ศรีไพโรจน. (2555). เคมีอินทรียพื้นฐาน เลม 1. กรุงเทพ : เอ.ซี.ที การพิมพ. ประเสริฐ ศรีไพโรจน. (2556). เคมีอินทรียพื้นฐาน เลม 2. กรุงเทพ : เอ.ซี.ที การพิมพ. พิมพจิต ดามพวรรณ. (2539). เคมีอินทรียเบื้องตน (พิมพครั้งที่ 3). สงขลา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร. สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่ม เคมี เลม 5 ชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 – 6. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ สกสค. ลาดพราว. สมพงศ จันทรโพธิศรี. (2555). เคมีอินทรีย เลม 1 (พิมพครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : วิทยพัฒน. สุนันทา วิบูลยจันทร. (2554). เคมีอินทรีย (พิมพครั้งที่ 10). นนทบุรี : เอน็ ดับบลิว มีเดีย จากัด. สําราญ พฤกษสุนทร. (254866699999). เคมี ม.6 เลม 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพเพิ่มทรัพย การพิมพ


Click to View FlipBook Version