The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสหกิจศึกษา (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ดร.ณัฐพงษ์ เพ็ชร, 2022-06-28 12:14:03

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสหกิจศึกษา (1)

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสหกิจศึกษา (1)

ความรู้พื้ นฐาน
เกี่ยวกับสหกิจศึกษา

ดร.ณัฐพงษ์ เพชรละออ

ความรู้พื้ นฐานเกี่ยวกับสหกิจศึกษาซึ่งจะมี
เรื่องรวมกันทั้งหมด เป็น 6 ข้อย่อย

เรื่องแรก คือ การผลิตบัณฑิต ภารกิจหลักของการอุดมศึกษาที่ตอบสนองต่อทิศทางประเทศไทย 4.0
เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องการนำสหกิจศึกษามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรและการเรียนการสอนระดับ

ปริญญา
เรื่องที่ 3 เราจะมาพูดกันถึงความหมายของสหกิจศึกษาแล้วก็เรื่องของการพัฒนาอาชีพ
เรื่องที่ 4 เราจะมาสรุปถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์สหกิจศึกษา
เรื่องที่ 5 เป็นเรื่องหลักสูตรและกระบวนการสหกิจศึกษาซึ่งแต่ละแห่งมีและก็เป็นกระบวนการที่คล้ายคลึง

กัน
ประการสุดท้าย เราจะมาพูดกันถึงเรื่องประโยชน์ของสหกิจศึกษา ว่ามีประโยชน์อย่างไรเรื่องของการ

ผลิตบัณฑิตซึ่งเป็นภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาที่ตอบสนองต่อทิศทางประเทศไทย 4.0

หัวข้อ 1

การผลิตบัณฑิต ภารกิจ

หลักของการอุดมศึกษาที่


ตอบสนองต่อทิศทาง


ประเทศไทย 4.0

สถาบันอุดมศึกษาสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นองค์กรทางวิชาการชั้นสูง
ของสังคมที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ

ปณิธานและภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษ
าสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นองค์กรทางวิชาการชั้นสูง

ของสังคมที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ หรือที่เรียกว่า "Academic Alliance"
เพื่อจะใช้ความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์จรรโลงภารกิจที่สังคมมอบหมายให้บังเกิดความเป็นเลิศในทุก

ภารกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอน เพื่อการผลิตบัณฑิต การวิจัย เพื่อการสร้างความรู้ใหม่ เพื่อใช้ในการ

แก้ปัญหา และเป็นฐานในการพัฒนาบริการทางวิชาการแก่สังคม และเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องการทะนุ

บำรุงศิลปวัฒนธรรม คงต้องมาดูเรื่องภารกิจหลักของอุดมศึกษาที่ตอบสนองต่อทิศทางประเทศไทย

4.0

เราทราบดีว่ายุทธศาสตร์ชาติ ได้กำหนดทิศทางประเทศไทย 4.0 ให้ก้าวข้ามกับดักของการที่เป็น

ประเทศที่มีประชากรรายได้ปานกลาง เพื่อจะพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศที่มีประชากรที่มีรายได้สูง
จะเร่งรัดพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องอาศัยกำลังคนที่มีคุณภาพตรงตามความ

ต้องการและ ใช้ประโยชน์ได้จริงความรู้และนวัตกรรมก็จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและ

สังคมให้สามารถแข่งขันได้

สถาบันอุดมศึกษาสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นองค์กรทางวิชาการชั้นสูง
ของสังคมที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ



สถาบันอุดมศึกษาเป็นหน่วยหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคนในการสร้างความรู้
ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อหนุนนำและตอบสนองต่อทิศทางประเทศไทย 4.0 เราลองมาดูเรื่องการสร้าง

คนซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและทุกสถาบันต้องทำ

เรื่องการสร้างคนระดับอุดมศึกษาในเชิงภารกิจ ด้านการผลิตบัณฑิต เรื่องการฝึกอบรม
เพื่อเพิ่มพูลความรู้ และสมรรถนะแก่ประชาชนจึงต้องได้รับการปรับปรุงให้สามารถผลิตบัณฑิตและสร้าง

คนให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการและใช้ประโยชน์ได้จริงตามกรอบและทิศทางประเทศไทย 4.0 ที่

มุ่งให้การศึกษาพัฒนา การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ซึ่งในประเทศไทย 4.0 นั้น ใช้คำว่า "ทุนมนุษย์" มีทั้ง

ส่วนที่ต้องทำให้สมบูรณ์มีทั้งส่วนที่ต้องทำให้เป็นกำลังคนทั้งด้านการเป็นพลเมืองไทย พลเมืองอาเซียน

พลเมืองโลก และการเป็นแรงงานความรู้ซึ่งเดิมมักจะเรียกว่า "แรงงานระดับสูง" แต่สมัยใหม่นี้จะเรียกว่า
เป็นแรงงานความรู้หรือที่ตรงกับภาษาอังกฤษ ว่า "Knowledge workers" ตรงตามความต้องการ

พัฒนากลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่ระบุไว้ก็คือพวก คลัสเตอร์ (Cluster) ที่สำรวจแล้วเห็นว่า

คลัสเตอร์ (Cluster) หลักที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะสร้างความพร้อมแล้วก็สร้างความเข้มแข็งที่จะ

ทำให้แข่งขันได้ในประชาคมโลก

หัวข้อ 2
การนำสหกิจศึกษามาใช้เป็น

ส่วนหนึ่งของการจัดการ

เรียนการสอนในระดับ

ปริญญา

การผลิตบัณฑิตระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการ

วิธีการจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษามาใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในระดับปริญญาของมหาวิทยาลัย

ในประเทศไทยเริ่มที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในปี พ.ศ. 2536

ถือเป็นพันธกิจสัมพันธ์ด้านการผลิตบัณฑิตระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการซึ่งเป็นผู้ใช้บัณฑิต คำว่า พันธกิจสัมพันธ์

ก็คือว่าร่วมกันทำ เนื่องจาก ทั้ง 2 ฝ่ายคิดว่าเป็นภารกิจที่พึงกระทำเพื่อจะสร้างความพร้อมในการทำงานให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาทันที

ที่จบ ก็คือความสามารถการทำงานได้ทันทีที่จบเพราะ

ในช่วงก่อนหน้านี้ผู้ใช้แรงงานมักจะบอกว่าผู้จบเป็นบัณฑิตไม่พร้อมทำงานทันทีเขาต้องเสียเวลาไปอบรมเพิ่มเติมแต่เขาอยากจะ

เห็นมหาวิทยาลัยผลิตแล้วออกไปทำงานได้ทันทีก็เลยมาลองจัดให้นักศึกษาปีสุดท้ายของหลักสูตร ปริญญาตรีได้มีประสบการณ์ตรง
ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการเต็มเวลาไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา หรือ 4 เดือนอันนี้จะต่างจากเรื่องการฝึกงาน
จะต่างกับเรื่องการดูงานเพราะ ให้ไปทำงานภายใต้การให้คำแนะนำปรึกษาในสถานประกอบการเสมือนหนึ่งเป็น พนักงานชั่วคร่าว ของ

ทางบริษัทเป็นการทดสอบการนำความรู้เชิงทฤษฎีที่เรียกว่า "theory" ไปสู่การปฏิบัติ

สหกิจศึกษาจึงได้รับการยอมรับว่า

เป็นการศึกษาต่อยอดเพื่ อพั ฒนา

คุณภาพบัณฑิต

ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนัก สำนึกในการพัฒนาวิชาชีพก่อนออกไปทำงานทำให้ผู้ใช้บัณฑิตสามารถสรรหา และ คัดเลือก

แรงงานความรู้ได้ตรงกับความต้องการและทำงานได้ทันทีที่สำเร็จการศึกษา

สหกิจศึกษาจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นการศึกษาต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิต คำว่า ต่อยอด ตรงนี้ก็คือว่าจัดให้เป็น

คล้ายๆ senior project คือไปอยู่ในระดับปีสุดท้ายก่อนจบเพื่อให้ได้มีวิชา ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวกับวิชาชีพที่จะทำ เต็มที่

แล้วถึงเอาวิชาไปสู่การปฏิบัติสหกิจศึกษาจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นการศึกษาต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตสอดคล้องกับแนวทาง

ประเทศไทย 4.0ที่ต้องการให้สถาบันอุดมศึกษาสร้างคนที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการและใช้ประโยชน์ได้จริง

หัวข้อ 3
ความหมายของสหกิจ


ศึกษาและการพั ฒนาอาชีพ

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

ความหมายของสหกิจศึกษา
คำว่า "สหกิจศึกษา" หรือ "Cooperative Education" ในภาษาอังกฤษ
เป็นคำเริ่มต้นที่เขาใช้เมื่อทำการศึกษาแบบนี้

Education หมายถึง การศึกษา
สหกิจ มันก็คือ Corporation ชนิดหนึ่งก็คือการศึกษาที่
เรียกว่าจัดร่วมกันระหว่างสถานศึกษา กับ สถานประกอบการ
ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง จัดตามลำพังไม่ได้จึงเป็นที่มาของการสหกิจศึกษา
แล้วก็ยอมรับกัน

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

โดยทั่วไปแล้ว ในขณะนี้หมายถึงระบบการศึกษาที่จัดให้กับการเรียน การ

สอนในสถานศึกษานี้สลับกับการไปหาประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงาน

จริงไม่ใช่ไปดูงาน แต่ไปทำงาน ณ สถานประกอบการอย่างมีระบบ ด้วย

ความร่วมมือจากสถานประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากนิยาม
ดังกล่าวนี้ก็ทำให้นักศึกษาเรียนรู้จากการทำงานแล้วก็เกิดความพร้อมในการ

ทำงานทันทีที่สำเร็จการศึกษาสถานประกอบการก็สามารถสรรหาและคัดเลือก
บันฑิตที่พร้อมทำงานตรงตามความต้องการได้เป็นการเพิ่ มคุณภาพ
และเป็นการทำให้เกิดสมรรถภาพในการทำงานด้วย

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

ส่วนคำว่า "การพัฒนาอาชีพ"Career development นี้
จริงๆแล้วการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นการศึกษาระดับสูงเพื่ อเตรียมคนเข้า

สู่อาชีพ
"คงไม่มีใครพู ดว่า เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษา แล้วยังไม่รู้จะทำอะไร
ก็เรียนไปให้สนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้นก็คงไม่ใช่"

แต่ทุกคนคงมีเข็มมุ่ง ว่าเมื่อเข้าอุดมศึกษาแล้ว เราจะไปสู่วิชาชีพชั้นสูง

อะไร

- ตามที่เราถนัด
- ตามที่เราต้องการ

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

ปัจจุบันนี้การเตรียมคนเข้าสู่สภาพเช่นนี้ เรียกว่าเป็นการเตรียมเข้าสู่
แรงงานความรู้ เพราะ ใช้ความรู้ในการทำงานเป็น knowlede worker
ที่แต่ละคนเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตหลังสำเร็จการศึกษา การที่นักศึกษาจะ
เลือกอาชีพที่ถูกต้องเหมาะสมจำเป็นต้องรู้ เข้าใจ และเข้าถึงการปฏิบัติตน
และการปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพนั้นๆ

การจัดให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ ในการทดสอบการทำงานก่อน
สำเร็จการศึกษา จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้นักศึกษา

- รู้จักตัวเอง
- รู้จักคน ก็คือเมื่อไปทำงานก็ต้องไปทำงานกับคน
เพื่ อผลของงานแล้วคนที่ทำก็ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับที่เคยเรียนด้วยกัน

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

- รู้จักงาน
เพราะฉะนั้น สหกิจศึกษาทำแล้วทำให้นักศึกษาก่อนเป็นบัณฑิตรู้จักตัวเองดี

ขึ้น รู้จักคนในการที่จะทำงานเพื่อมิตรสัมพันธ์และเกิดกิจสัมพันธ์
แล้วก็รู้จักงานที่ทำเพื่อให้แน่ใจว่าที่จะเลือก ตามสาขาวิชาชีพนั้น ถูกต้องแล้ว

เพื่อจะได้พัฒนาตนเอง ให้พร้อมที่จะทำงานเพื่อประสบความสำเร็จในวิชาชีพ

ที่ตนเลือก

สหกิจศึกษาจึงเป็นส่วนที่จะช่วยพั ฒนาอาชีพด้วยมหาวิทยาลัยที่
จัดสหกิจศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรหลายแห่งจัดตั้งชื่อหน่วยงาน
ที่รับผิดชอบกิจการของมหาวิทยาลัยว่าเป็นศูนย์สหกิจศึกษาและพั ฒนา

อาชีพ

ความหมาย
ของสหกิจศึกษา

แต่จะต้องเข้าใจตรงกันว่า 2 เรื่องอยู่ในชื่อเดียวกัน ก็คือการที่ให้ไปปฏิบัติ

งานในสถานประกอบการแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเลือกวิชาชีพสามารถ

ที่จะพัฒนาตนเองให้เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของ career development ได้
ไม่ใช่แต่เพี ยงสร้างความพร้อมที่จะออกไปปฏิงานได้ทันทีเท่านั้น

หัวข้อ 4
ความเป็นมาและ

วัตถุประสงค์สหกิจศึกษา

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

เรื่องความเป็นมาและวัตถุประสงค์
เริ่มมีเรื่องนี้ตั้งแต่ " Herman Schneider "

ซึ่งเป็นคณบดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย Cincinnati

University ซึ่ง Cincinnati อยู่ที่ รัฐโอไฮโอ ในประเทศสหรัฐอเมริกา
เขาได้ริเริ่มให้จัด สหกิจศึกษาแล้วเรียกชื่อนี้เลย Cooperative Education

ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยจัดให้นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์
ไปปฎิบัติงาน ในสถานประกอบการในปี พ.ศ. 2449 ตรงกับ ค.ศ. 1906
และประสบความสำเร็จ เป็นที่พึงพอใจทั้งนักศึกษา สถานศึกษา สถานประกอบ

การเป็นอย่างมากก็ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลกหันไปดูแล้วก็เรียนรู้จาก

Cincinnatiมหาวิทยาลัยที่สนใจก็เอาไปทำ ก็ขยายไปในทวีปอเมริกาเหนือ
เช่น แคนนาดา ยุโรป แอฟริกา เอเชียแปซิฟิก ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป

แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก ก็หันมาสนใจ จัดสหกิจศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของ
หลักสูตรปริญญากันอย่างแพร่หลาย

ประเทศไทย เราได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐในรูป

แบบมหาวิทยาลัยกำกับของรัฐขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2533 ก็คือ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

ในช่วงของการเตรียมการเพื่อการเปิดสอน ได้มีการสำรวจความต้องการผู้

ใช้บัณฑิต เพื่อจะนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาหลักสูตรและการสอน
ก็พบว่าผู้ใช้บัณฑิตได้สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนของการผลิตบัณฑิตในระยะนั้น
"ว่าทฤษฎีจัดปฎิบัติไม่เป็น มีความรู้ไม่สู้งาน อยู่ที่ไหนไม่นาน ย้ายไปย้ายมาอยู่
เรียนจบเป็นบัณฑิตแล้ว ยังทำงานไม่เป็น ต้องเสียเวลาอบรมเพิ่มเติม"

ผลที่สำรวจได้เป็นฐานความคิดสำคัญมาก ขณะนั้นเรื่อง การจัดสหกิจ

ศึกษาแล้วได้ผลดีเช่นที่ มหาวิทนาลัย Waterlooมหาวิทยาลัย Guelph
มหาวิทยาลัย Ryerson มหาวิทยาลัยที่ โทรอนโต
ซึ่งจัดได้ดี แล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต
ในการสร้างความพร้อม ในการทำงานได้ทันทีเมื่อจบ

ทำให้บัณฑิตมีวุฒิภาวะพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับวิชาชีพที่เลือก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในช่วงนั้นซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของ

ประเทศไทยก็ได้มีการดัดแปลงการจัดสหกิจศึกษาเป็นส่วนของหลักสูตร

ปริญญาตรีทุกสาขาที่เปิดสอนในระยะเริ่มแรกให้เหมาะสมกับมาตรฐานและ

บริบทของอุดมศึกษาไทย มาปรับปรุงให้มันเหมาะกับประเทศไทย
โดยถือเป็นการศึกษาในระดับปีสุดท้ายปี 4

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

แต่ว่าไม่ใช่เป็นโปรเจคดูงาน ฝึกงานหรือนักศึกษาไปทำอะไรมาแล้วมาส่ง
เป็นรูปของสหกิจศึกษาเต็มที่โดยการส่งไปทำงาน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4

เดือนเต็มเวลาโดยไม่ต้องเรียนอย่างอื่นเลยไปอยู่กับทางสถานประกอบการเต็มที่

ทำไมไปทำในปี 4 หลักคิดของเราก็คือว่าถ้าจะส่งคนไปทำงานที่สถาน

ประกอบการที่ไม่ใช่ฝึกงาน ที่ไม่ใช่ดูงานต้องทำงานได้คนที่ทำงานได้ต้องมี

ความรู้ในระดับที่เหมาะสมซึ่งควรจะผ่านวิชาเอกที่เรียนไปจะหมดแล้ว
หรือจวนจะหมด ก็มีความรู้พอถ้าสถานประกอบการรับไป ก็จะรับให้ไปทำ
ไม่ใช่ ในแบบของแรงงาน ที่ใช้แรงงานเฉย ๆ แต่เป็นแรงงานความรู้ตรงนี้เป็น

จุดสำคัญ

จากความสำเร็จดังกล่าว ความสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการ

อุดมศึกษา ซึ่งเดิมนั้นน่ะ เริ่มตั้งแต่สมัยยังเป็นทบวงอยู่
ก็ได้กระตุ้นให่สถานอุดมศึกษาและสถานประกอบการ
ร่วมกันจัดทำสหกิจศึกษาอย่างแพร่หลายโดยรวดเร็ว
จนถึงขั้นทุกวันนี้ มีวันสหกิจศึกษาคือ 6 มิถุนายนของทุกปี
แล้วก็เป็นปีที่ชาวสหกิจมารวมตัวกัน แล้วก็มา
ยกย่องสถานบันที่ทำได้ดีบุคลากรที่เด่น

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

นักศึกษาที่มีโครงงานดีเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู็กันปีละหน ทุกปี
ปัจจุบันนี้มีสถานบันอุดมศึกษาถึง 117 แห่ง ราวๆแล้วรวมประมาณ 64

- 65 เปอร์เซนต์ ของที่มีทั้งประเทศ มีสถานประกอบการมาร่วม
กว่าหนึ่งหมื่นแห่ง

ความเติบโตอย่างรวดเร็ว อันนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่ามีประโยชน์จึงได้ขยาย

ตัว การเติบโตที่รวดเร็วแล้วความสำเร็จ

สหกิจศึกษามีวัตถุประสงค์อย่างไร
ก็จะมีวัตถุประสงค์อยู่ 5 ประการครับ
- ประการแรกนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาด้านการพัฒนา

อาชีพ คือ Career development เสริมทักษะและประสบการณ์ให้พร้อม
ที่จะเข้าสู่การทำงาน คือ Employ ability แล้วมาถึงทุกวันนี้

ก็คือเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างผู้ประกอบการเป็น Entrepreneurshipซึ่ง

กำลังได้รับการกล่าวขานถึง เยอะใน Thailand 4.0 ที่ต้องการให้มี Start
Up ต้องการให้คนรุ่นใหม่หันมาเป็นผู้ประกอบการให้มากขึ้นสหกิจศึกษาก็เข้า

มารองรับตรงนี้ด้วย

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

ประการที่ 2 เป็นการเพิ่มเติมประสบการณ์ทางด้านวิชาการ วิชาชีพและการ

พัฒนาตนเองให้แก่นักศึกษาในรูปแบบที่มีคุณค่าเหนือกว่าการดูงาน เหนือกว่า

การฝึกงาน
ประการที่ 3 คือการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาให้สถานประกอบการทั้งภาค

เอกชน และภาครัฐได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต เพราะแต่ก่อน

เราแบ่งถ้าพัฒนาคนก็จะเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายประกอบ

การหรือสังคมแต่ตอนนี้ ชัดเจนว่า... ถ้าทำร่วมกันในรูปสหกิจจะได้บัณฑิตที่มี

คุณภาพในแง่มหาวิทยาลัยที่ตรงตามความต้องการ ในแง่ภาคผู้ประกอบการ

แล้วเขาก็ควรจะภาคภูมิใจ ว่าบัดนี้ผู้ใช้บัณฑิตได้มามีส่วนในการพัฒนาบัณฑิต

ด้วยควบคู่กันไปกับมหาวิทยาลัย
ประการที่ 4 เกิดการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ทันสมัยได้

มาตรฐานตรงตามความต้องการ เพราะเวลาที่ส่งนักศึกษาสหกิจออกไปมีการ

ประเมินงานแล้วกลับมานักศึกษาก็จะบอก ผลประเมินก็จะบอกว่าที่ออกไปนี้

อะไรคือจุดแข็งอะไรคือจุดอ่อนแล้วมหาวิทยาลัยก็จะเอาสิ่งที่เป็นผลสะท้อนกลับ

มาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอนเพื่อให้ทันสมัย ตรงตาม

ความต้องการมากขึ้น

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

เพราะฉะนั้นมันจึงถือว่าในวงจรของการทำเรื่องนี้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์

หมดไม่ว่าตัวนักศึกษา ไม่ว่าสถานประกอบการ ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจึงเป็นเรื่องที่

ใช้คำย่อ ๆ ว่า เป็นกิจกรรมที่ทำแล้ว Win Win Win ด้วยกันทุกฝ่าย
ท้ายที่สุดนี้
ประการที่ 5 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถานประกอบการกับสถาบัน

อุดมศึกษาผ่านนักศึกษาสหกิจและคณะอาจารย์นิเทศที่ออกไปนิเทศนี้นำไปสู่
ความร่วมมือที่กว้างขวางขึ้นครับเดิมเราก็คิดแต่เพียงว่าก็ร่วมมือกันในเรื่องที่

รับนักศึกษาไป
แล้วส่งผลมาให้เราแล้วก็นี้เป็นการร่วมกันในภารกิจ ด้านการสอนแต่พอไปทำ

เข้าจริง ๆ คุ้นเคยกันเข้าจริง ๆ รู้จักกันมากขึ้นก็เห็นช่องทางของการที่จะร่วม

มือด้านอื่นมากขึ้นเยอะมีโครงการขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยไปช่วย
มีร่วมมือไปถึงเรื่องวิจัยและอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่จำกัดแต่เพียงเรื่อง
การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตเท่านั้น 5 เรื่องนี้
ก็คือวัตถุประสงค์สำคัญที่เราประมวลได้

หัวข้อ 5
หลักสูตรและกระบวนการ
สหกิจศึกษา

หัวข้อที่ 5 เรื่องหลักสูตรและกระบวนการสหกิจศึกษา

หัวข้อที่ 5 เรื่องหลักสูตรและกระบวนการสหกิจศึกษานี้เป็นยังไง

ในประการเแรก เลย หลักสูตรสหกิจศึกษานี้ต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ของหลักสูตรสาขาวิชาระดับปริญญาตามเกณฑ์มาตรฐานของ สกอ.
และสถาบันวิชาชีพจะเอาเข้ามาโดย สกอ.

ตอนนี้ทั้ง สกอ.ทั้งสถาบันวิชาชีพให้ความสำคัญกับสหกิจ บอกการ

ทำอย่างนี้ดีช่วยให้คุณภาพดีขึ้น ช่วยให้พร้อมทำงาน

ประการที่ 2 ต้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานวิชาการ
ของหน่วยงานเจ้าของหลักสูตร หรือองค์กรสหกิจศึกษาที่รับผิดชอบด้วย
เพราะในเรื่องสหกิจศึกษานั้นต้องถือเป็นส่วนหนึ่งของงานวิชาการ
ตามมาตรฐานสหกิจศึกษาที่สมาคมกำหนดโดยความเห็นชอบ สกอ.
คือเดี๋ยวนี้เรามีมาตรฐานสหกิจศึกษา ขึ้นเป็นงานเฉพาะ

มันเป็นมาตรฐานซึ่งในเกณฑ์มาตรฐานที่สมาคมกำหนดและ สกอ.

เห็นชอบด้วยใช้กันอยู่ในประเทศไทยทุกวันนี้ เป็นนวัตกรรมต้องมีบุคลากร

รับผิดชอบ การบริหารด้วยการนิเทศน์ด้วย การปฏิบัติสหกิจศึกษาด้วย
ไม่ใช่ว่าส่งนักศึกษาไปก็แล้วแต่สถานประกอบการจะให้ทำอะไรไม่ใช่

university - workplace engagament

ต้องมีการบริหารจัดระบบจะต้องมีการนิเทศน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายสถานประกอบการก็มี ผู้สอนงานที่เรียก Job mentor ฝ่ายมหาลัย

ก็มีอาจารย์นิเทศน์ออกไปนิเทศน์ต้องมีระบบประเมินผล มีได้ มีตก
อย่างนี้ถึงจะเป็นเรื่องที่ครบถ้วน ตามข้อบังคับ ตามมาตรฐาน

และท้ายที่สุด สิ่งที่ต้องทำโดยที่ประสานสัมพันธ์แล้วก็ตรงตามความ

ต้องการของชุมชนที่ใกล้ชิด ของสังคมเป็นเรื่องสำคัญก็เลยมีคำที่ใช้กันทั่ว

โลกว่าเป็นเรื่อง engagement เป็นพันธกิจสัมพันธ์ ก็คือต่างคนต่างมี

พันธกิจแล้วมาร่วมคิดร่วมทำแล้วทำแล้วได้ประโยชน์ทั้งคู่และก็เกิดผลกระ

ทบที่ตีต่อสังคม สหกิจศึกษาจึงกลายมาเป็น university - workplace

engagament ก็คือเป็นความรับผิดชอบร่วมระหว่างสถานศึกษากับ

สถานประกอบการในรูปพันธกิจสัมพันธ์รูปหนึ่ง

ในขอบเขตของปริญญาตรี ถ้ามาดูกระบวนการสหกิจศึกษา

กระบวนการสหกิจศึกษาตามมาตรฐานตามที่ถือปฏิบัติกันทุกวันนี้ จะมี 3

ขั้นตอนครับ คือขั้นตอนก่อนที่จะไป ขั้นตอนระหว่างที่ไป แล้วก็ขั้นตอน

หลังจากไป ก็มีก่อน ระหว่าง และหลัง ที่ไปปฏิบัติสหกิจศึกษา

กระบวนการสหกิจศึกษา

กิจกรรมก่อนไปปฏิบัติสหกิจศึกษาของสถานศึกษาก็จะต้องเตรียม

ความพร้อม อันนี้มาตรฐานกำหนดเลยว่าจะต้องเตรียมความพร้อมให้นัก

ศีกษา ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งการเตรียมความพร้อมนี้ ไม่ใช่ไปเพิ่ม

เติมเรื่องสาระความรู้ทางวิชาเอกหรือวิชาอื่นแต่ไปเตรียมในระดับ senior

แล้วชั้นปีที่ 4

ต้องประชาสัมพันธ์ ต้องทำการประชาสัมพันธ์ไปยังสถานประกอบ

การต้องประกาศให้นักศึกษาสมัคร จับคู่ประกาศผลเตรียมตัวไปทำงาน
ต้องจัดให้นักศึกษาพบคณาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงาน อันนี้้เป็นหน้าที่

ก่อนจะไปที่สถานศึกษาที่ส่งจะต้องจัด ถามว่าสถานประกอบทำอะไรในช่วงนี้
ก็ต้องวางแผนรับนักศึกษาสหกิจ ว่าเขาจะกี่คน รับไปทำอะไร
งานนั้นเป็นอย่างไร งานนั้นออกไปแล้วนักศึกษาดูแล้วชอบไหม งานนั้น

match กันกับสิ่งที่เขาจะไปไหม จับคู่ให้นักศึกษาเลือกงาน เลือกสถาน

ประกอบการ สถานประกอบเลือกนักศึกษา ต่างคนต่างเลือก เป็น

matching อย่างนี้เป็นต้น จัดเตรียมผู้ประสานและนิเทศงานเขาต้องมี

job mentor ให้คือผู้ที่จะทำหน้าที่ที่ปรึกษางานให้กับนักศึกษา
เขาจะกำหนดนักศึกษาและแจ้งสถานศึกษา

กระบวนการสหกิจศึกษา

ทำการคัดเลือกนักศึกษาแล้วก็จัดให้มีการพบปะระหว่างนักศึกษา

คณาจารย์ ผู้นิเทศ ทีนี้ถามว่ากิจกรรมระหว่างไปสหกิจศึกษาของสถาน

ศึกษา ของสถานประกอบการเป็นอย่างไร

นักศึกษาต้องไปรายงานตัวที่สถานประการไปแล้วคณาจารย์นิเทศ

จะให้คำปรึกษา ติดตามการทำงานของนักศึกษามีหลักตามมาตรฐาน

คณาจารย์ต้องออกไปนิเทศ แต่ละคนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง อย่างนี้เป็นต้น
นักศึกษาจะต้องทำรายงานประจำวัน ประจำสัปดาห์ ความก้าวหน้า

รายงานฉบับสมบูรณ์ในช่วงที่ไปอยู่ 4 เดือนที่ทำสหกิจ

ตรวจรูปแบบการนำเสนอผลปฏิบัติงาน รับฟังการนำเสนอความ

กัาวหน้าจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างผู้นิเทศ คณาจารย์ นักศึกษา
แล้วก็คณาจารย์นิเทศ ผู้นิเทศงาน จะประเมินผลร่วมกัน
อันนี้จะมีเกณฑ์ตามมาตรฐานการวัดผลส่วนหนึ่งผู้นิเทศงานของสถาน

ประกอบเขาก็จะเป็นคนประเมินแล้วส่งผลมาให้ อีกส่งคณาจารย์นิเทศจะ

เป็นคนประเมิน แล้วเอามาบวกกัน

กระบวนการสหกิจศึกษา

จัดให้มีการรายงานสรุปผลการปฏิบ้ติงานเสนอทั้งสถานประกอบและ

ผู้เกี่ยวข้องก่อนจะออกมาเสร็จจากงานทีนี่้มาดูกิจกรรม

หลังการไปปฏิบัติ กลับมายังสถานศึกษาก็จะจัดสัมมนาทางวิชาการ
ให้คนที่ไปสหกิจมานำเสนอว่าที่ไปเป็นอย่างไร มีรายงานอย่างไร มาเล่าให้

ฟังระหว่างนักศึกษารุ่นน้อง เพื่อนนักศึกษาที่ไปสหกิจคณาจารย์นิเทศก็จะ

มาฟัง และก็จะมาใช้ประโยชน์ตรงนี้นักศึกษาก็จะเสนอผลการวิเคราะห์ตัว

เขาเอง ว่าก่อนไปเป็นอย่างไร ไปแล้วเป็นอย่างไร ไปแล้วได้อะไร

นำผลสะท้อนกลับไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง การเรียนการสอน

และพัฒนาหลักสูตร ผลสะท้อนกลับไปใช้ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการ

สอนถ้าทำอย่างนี้ก็จะครบวงจร 3 ขั้นตอน ก่อนไป ระหว่าง และหลังที่กลับ

มา นี่คือกระ่บวนการสหกิจศึกษา

หัวข้อ 6
ประโยชน์ของสหกิจศึกษา

ประโยชน์ของสหกิจศึกษา

เรื่องประโยชน์ของสหกิจศึกษาว่ามีประโยชน์ยังไง

ถ้าเรามองเชิงที่เป็นพันธกิจสัมพันธ์ ระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ คือ

เป็น University Workplace Engagement นะก็มันเป็นกิจการที่ทั้งสองฝ่าย

ประการแรกต้องร่วมคิดร่วมทำ ไม่ใช่ ใครทำฝ่ายเดียว ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกัน
ใช้วิชาการในการทำไม่ใช่ว่าเป็นแรงงานหรือเอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ ปิดประตู หน้าต่าง ยก

น้ำร้อนน้ำชา ไม่ใช่แล้วก็เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งระหว่างสถานประกอบการกับ

มหาวิทยาลัยทำแล้วเกิดประโยชน์ร่วม คือทั้งสองฝ่ายบอกได้ประโยชน์ ทั้งนักศึกษา ทั้ง

ฝ่ายสถานประกอบการ ทั้งฝ่ายสถานศึกษาแล้วก็เกิดผลกระทบที่ดีต่อสังคม

ประโยชน์ของสหกิจศึกษา

สหกิจศึกษาเป็นพันธกิจสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ

(University-Workplace Engagement) เป็นกิจการที่ทั้ง 2 ฝ่าย ต้อง
1. ร่วมคิด ร่วมทำ
2. ใช้วิชาการในการทาเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
3. ทำแล้วเกิดประโยชน์ร่วม คือ ได้ประโยชน์ ทุกฝ่าย ทั้งนักศึกษา สถานศึกษา และ

สถานประกอบการ และ
4. เกิดผลกระทบที่ดีต่อสังคมจากการจัดและดาเนินการสหกิจศึกษาในระดับอุดมศึกษา

มากว่า 20 ปี ผลประโยชน์ที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำ พบว่าเป็นพันธกิจ สัมพันธ์ครบ

องค์ประกอบทั้ง 4 ดังกล่าว และทุกฝ่ายได้ประโยชน์ สังคมยอมรับ ทำให้หน่วยงานผู้ใช้

บัณฑิตสรรหาและคัดเลือกบัณฑิต สหกิจศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้าง

Young Talent อย่างกว้างขวาง

ประโยชน์ของสหกิจศึกษา

ผลประเมินของสถาบันอุดมศึกษาและสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา พบว่า
บัณฑิตสหกิจศึกษาได้งานเร็วกว่าและมากกว่าบัณฑิตที่ ไม่ได้ร่วมสหกิจศึกษา
ผู้ประกอบการพอใจคุณภาพบัณฑิตสหกิจศึกษาสูงกว่าบัณฑิตที่ไม่ได้ร่วมสหกิจ

ศึกษา
สถาบันอุดมศึกษาเห็นว่า ผู้ที่ผ่านสหกิจศึกษามีวุฒิภาวะ ความรับผิดชอบและมี

วินัยสูงขึ้น
นักศึกษาสหกิจศึกษาเห็นว่าการไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ทำให้ “รู้จักตน รู้จักคน

และรู้จักงาน” และมีความพร้อมที่ จะทำงานทันทีที่จบ
สถานศึกษาสามารถนำผลการประเมินการปฏิบัติสหกิจศึกษาไปใช้ประกอบการ

ปรับปรุงหลักสูตรและการเรียนการสอนให้มีคุณภาพดี และตรงตามความต้องการ

ของ ตลาดแรงงานยิ่งขึ้น


Click to View FlipBook Version