The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pisit Nithisiriworratham, 2022-07-04 10:43:33

รายงานผลการดำเนินโครงการสัมมนา เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป

บทที่ 1- บทที่ 6 28-06-2022



บทสรปุ ผู้บรหิ าร

ในโอกาสท่ีวุฒิสภาชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่มาครบ ๓ ปี ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้จัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา ในโอกาสวุฒิสภา
ครบรอบ ๓ ปี โดยใช้ชื่อโครงการสัมมนาและนิทรรศการ เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภา
เพื่อประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” ในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ อาคารรัฐสภา
ฝง่ั วุฒสิ ภา อันมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือสรา้ งการรบั รู้ และความเขา้ ใจในบทบาทหน้าท่ีและอานาจของวฒุ ิสภา
และผลงานของวุฒิสภาท่ีผ่านมา รวมถึงการรับฟังความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน
ตอ่ การปฏบิ ัติหน้าท่ีของวุฒิสภา การสัมมนาฯ คร้ังนี้มีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ๑) สมาชิกวุฒิสภา
๒) คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ๓) บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงงานสภา ๔) เครือข่ายผู้นานัก
ประชาธิปไตยของวุฒสิ ภาและประชาชนจาก ๗ ภูมิภาค และ ๕) ส่ือมวลชน กิจกรรมทจ่ี ัดขึ้นประกอบด้วย
กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ กิจกรรมการมีส่วนร่วมของบุคลากรสานักงานเลขาธิการวุฒิสภาและเครือข่าย
เยาวชน SEED Thailand กับวงโยธวาทิต โรงเรียนโยธินบูรณะ การจัดแสดงนิทรรศการเพ่ือเผยแพร่
บทบาทหนา้ ท่แี ละอานาจของวฒุ ิสภา รวมทัง้ ผลงานของวุฒิสภา การจัดการสมั มนาในหัวข้อประเด็นสาคัญ
๑๔ ประเดน็ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั ประชาชน และกิจกรรมแสดงและจาหนา่ ยสนิ ค้าผลิตภณั ฑเ์ ศรษฐกิจฐานราก
ของชมุ ชน

ผเู้ ขา้ รว่ มสัมมนา ประกอบด้วย สมาชิกวฒุ สิ ภา ๑๕๖ ท่าน ผ้เู ข้ารว่ มสัมมนา Onsite ๑๔ กลุ่ม
จานวน ๕๘๒ ทา่ น ผู้ร่วมสมั มนา online จานวน ๑๑๓๖ ท่าน รวมทัง้ สน้ิ ๑,๘๗๔ คน

ผ ล ก า ร ป ร ะ เมิ น จ า ก ก า ร ต อ บ แ บ บ ส อ บ ถ า ม ยื น ยั น ว่ า ก า ร ด า เนิ น โค ร ง ก า ร จั ด สั ม ม น า
และประชาสัมพนั ธผ์ ลงานของวฒุ สิ ภาบรรลผุ ลทีค่ าดว่าจะได้รบั ทุกขอ้

ผลการสัมมนาได้ข้อสรุปนโยบาย เป้าหมาย แนวทางในกระบวนการกลั่นกรอง ตรวจสอบ
และปฏริ ปู รวมทง้ั แนวทางการปรับภาพลักษณข์ องวฒุ สิ ภา ในชว่ ง ๒ ปตี อ่ ไป ดังนี้

นโยบายทั่วไป
๑. การดาเนินการต่าง ๆ ต่อไปข้างหน้าอีก ๒ ปี วุฒิสภาต้องดาเนินการตามบทบัญญัติ

ของรฐั ธรรมนูญ กฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง และขอ้ บังคบั การประชมุ วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒
๒. สมาชิกวุฒิสภาจะร่วมกันผลักดันให้วุฒิสภา เป็นองค์กรที่เป็นท่ีพ่ึงของประชาชน

และเปน็ สว่ นหนึง่ ในการพฒั นาประเทศอยา่ งแท้จริง
๓. การดาเนินงานเชิงรุก ในประเด็นสาคัญ ที่มีผลต่อประชาชนท่ีเก่ียวข้องกับ

คณะกรรมาธกิ ารหลายคณะ ให้ทางานในลกั ษณะบูรณาการร่วมกนั หลายคณะกรรมาธิการ
๔. ในการดาเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในด้านต่าง ๆ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัย

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จาเป็นที่จะต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ในบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภา
อันจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับพ่ีน้องประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
วฒุ ิสภา ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ และส่อื มวลชน

๕. การบูรณาการการทางานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ตามหน้าท่ี
อานาจของแตล่ ะฝ่ายท่กี ฎหมายกาหนด โดยมปี ระชาชนเปน็ ตวั ตง้ั

๖. ให้ความสาคัญเรื่องท่ีมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของต่อประชาชนโดยตรงได้แก่
ด้านสาธารณสขุ และด้านเศรษฐกิจ


๒ข

นโยบายเฉพาะ
๑. ด้านการกลน่ั กรอง
๑) ตอ้ งดาเนนิ การตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญ
๒) ในการกล่ันกรองกฎหมาย ต้องใช้ดุลยพินิจอย่างมีมาตรฐาน อาจจะต้องอาศัย

องคค์ วามรอู้ ่ืน ๆ ประกอบดว้ ย
๒. ดา้ นการตรวจสอบ
๑) ตอ้ งดาเนนิ การตามบทบญั ญัตขิ องรฐั ธรรมนูญ
๒) ดาเนินมาตรการเชิงรุกตามบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมากย่ิงขึ้น เช่น การติดตามมติ

คณะรฐั มนตรี และผลกั ดนั ไปส่กู ารปฏิบตั ิ ใหบ้ งั เกิดผลสมั ฤทธิต์ อ่ ประชาชนด้วยความรวดเร็วและถกู ตอ้ ง
๓. ด้านการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูปประเทศ และการจัดทา

และการดาเนนิ การตามยทุ ธศาสตรช์ าติ (ตสร.)
๑) วุฒิสภาต้องดาเนินการอย่างเข้มแข็ง อย่างสมบูรณ์ เพ่ือให้วัตถุประสงค์

ของการปฏิรูประเทศ ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ น้ันได้ดาเนินไปอย่างเรียบร้อยสาเร็จ
ตามความมุ่งหมายทร่ี ัฐธรรมนญู กาหนด

๒) ปรับปรุงและวางรากฐานโครงสร้างระบบการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด
การปฏริ ูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตรช์ าติ (ตสร.)

เป้าหมาย (ภารกิจสาคัญ) ของวุฒิสภา
๑. ด้านโครงสร้าง ให้ความสาคัญกับ ปัญหาที่ดินทากิน แหล่งน้านอกเขตชลประทาน

ระบบกระจายนา้ ปัญหาน้าทว่ ม - น้าแล้ง และการเสริมสรา้ งชุมชน/ตาบลเข้มแข็ง
๒. การเสรมิ สร้างการรเู้ ท่าทันสื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชน การป้องกนั และลดผลกระทบ

จากการพนันออนไลนใ์ นเดก็ และเยาวชน การกระทาผดิ ต่อเด็กและเยาวชนผ่านสื่อออนไลน์
๓. ผลักดัน Platform economy ในภาคพาณิ ชย์ และ Urban mining และ BCG

economy ในภาคอตุ สาหกรรม และ Creative economy ในทกุ ระดับโดยเฉพาะในระดบั ชมุ ชน
๔. ตดิ ตามการถา่ ยโอน รพ.สต. ไปยัง อปท.
๕. ควรเตรียมความพร้อมในการส่งมอบงานที่มคี ุณภาพไว้กบั วุฒิสภาชดุ ต่อไป โดยใช้ระบบ

เทคโนโลยีท่ีทนั สมัยสกู่ ารบริหารจัดการ เช่น ระบบฐานข้อมลู นวัตกรรมตา่ ง ๆ ท่ีวุฒสิ ภาชดุ น้ีไดร้ ่วมกัน
พัฒนาขน้ึ เป็นตน้

แนวทางปฏิบัติในกระบวนการ กลั่นกรอง ตรวจสอบ และปฏิรูป ให้ดาเนินการ
ตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู และนโยบายเฉพาะของวฒุ สิ ภา


ค๓

การปรบั ภาพลักษณ์ของวุฒิสภา
๑. เร่งสร้างผลงานที่เป็นความต้องการของประชาชน (ภารกิจสาคัญ) ให้เห็นเป็นรูปธรรม

รวดเรว็ ถกู ตอ้ ง ตามกลไกของวุฒิสภา มีผลงานฝากให้ Next generation
๒. คณะกรรมาธิการทุกคณะ สร้างการรับรู้สู่ประชาชนตามหน้าที่และอานาจของวุฒิสภา

อย่างต่อเนื่อง รวดเร็วและทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะประเด็นร้อนของสังคม ให้ข้อคิ ดเห็นในฐานะ
ฝ่ายนิติบัญญัติ

๓. แตง่ ตง้ั คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมการวสิ ามัญกิจการวุฒิสภา
เพ่ือติดตามสถานการณ์ ประเด็นร้อน และมติ ครม. วิเคราะห์ แยกประเด็นให้คณะกรรมาธิการสามัญ
พิจารณาดาเนินการให้ทันสถานการณ์ องค์ประกอบของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมาธิการ
ควรเปน็ สมาชิกวุฒิสภาทีเ่ ป็นนกั คิดนักวิเคราะห์ และนักกฎหมาย


ง๔

สารบัญ

หนา้

บทสรุปผบู้ ริหาร ก

สารบญั ง

สารบัญตาราง ฉ

สารจากประธานวฒุ สิ ภา ช

สารรองประธานวฒุ ิสภา คนทหี่ นงึ่ ซ

สารรองประธานวุฒสิ ภา คนท่ีสอง ฎ

บทที่ ๑ บทนา ๑
๑. โครงการการสมั มนา ๑

๒. กาหนดการสมั มนา และสถานทก่ี ารดาเนินกจิ กรรมและการสัมมนา ๓

๓. การประเมนิ ผล ๔

๔. ผูร้ บั ผิดชอบโครงการ ๕

๕. ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั ๕

บทที่ ๒ บันทึกกิจกรรมสัมมนาและประชาสมั พันธ์ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวุฒสิ ภาครบรอบ ๓ ปี ๖

๑. กจิ กรรมลงทะเบยี นของผเู้ ข้ารว่ มสมั มนา (เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๓๐ นาฬกิ า) ๖

๒. กจิ กรรมการมีส่วนรว่ มของบคุ ลากรสานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา

(เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๐๐ นาฬิกา) ๗

๓. พิธเี ปดิ การสมั มนา (เวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๑๕ นาฬกิ า) ๘

๔. เยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการแสดงผลงานของวุฒิสภา และร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน

จากเศรษฐกิจฐานราก (เวลา ๐๙.๑๕ - ๐๙.๔๕ นาฬกิ า) ๑๑

๕. กิจกรรมแสดงนวตั กรรมผลติ ภณั ฑช์ มุ ชนจากเศรษฐกิจฐานราก ๑๒
๖. บทสมั ภาษณศ์ าสตราจารย์พเิ ศษพรเพชร วชิ ิตชลชยั ประธานวฒุ ิสภา ๑๔

๗. กจิ กรรมสัมมนากลุม่ ย่อย ๑๔ กลุ่ม (เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ นาฬิกา) ๑๔

๘. ประเดน็ การสมั มนาหรอื ประเดน็ ที่จะขอรับฟังความคิดเห็นของกลมุ่ ย่อย ๑๖

๙. กจิ กรรมสมั มนาในห้องประชุมวฒุ ิสภา (เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา) ๑๙

บทท่ี ๓ เหลียวหลัง ๓ ปี วฒุ สิ ภา ๓๑

๑. คากล่าวปาฐกถาของศาสตราจารยพ์ ิเศษพรเพชร วชิ ติ ชลชัย ประธานวฒุ ิสภา ๓๑

๒. การนาเสนอผลงาน ๓ ปี วฒุ ิสภา โดยนายวรี ะศกั ด์ิ โควสรุ ตั น์ สมาชกิ วฒุ สิ ภา ๓๓

๓. การสัมมนากลมุ่ ย่อย ๑๔ กลุม่ ภาคเช้า และผแู้ ทนกลมุ่ ทน่ี าเสนอในการสมั มนา

ภาคบ่าย ณ หอ้ งประชมุ วฒุ ิสภา ๓๘

๔. ผลงานเดน่ ของคณะกรรมาธิการวุฒสิ ภา ๓ ปี ท่ีผา่ นมา ๖๔

๕. ข้อมลู จากบอรด์ นทิ รรศการ ๖๙

๖. ผลงานเดน่ ของคณะกรรมการของวฒุ สิ ภา ๑๐๗

๗. สานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา ๑๑๓
๘. เครอื ขา่ ยเยาวชน SEED Thailand ๑๑๗


๕จ

สารบญั (ตอ่ )

หนา้

บทท่ี ๔ แลหน้า ๒ ปี วฒุ สิ ภา : กล่นั กรอง ตรวจสอบ ปฏริ ปู ๑๑๙
๑. คากลา่ วปาฐกถาของศาสตราจารยพ์ เิ ศษ พรเพชร วชิ ิตชลชัย ประธานวฒุ สิ ภา ๑๑๙
๒. ผลจากการสมั มนากลมุ่ ยอ่ ย ๑๔ กลมุ่ ในภาคเช้า และผ้แู ทนกล่มุ ทน่ี าเสนอ
ในการสัมมนาภาคบ่าย ในประเดน็ “แลหนา้ ๒ ปี วฒุ ิสภา” ๑๒๐
๓. ข้อเสนอแนะจากการตอบแบบสอบถาม แลหนา้ ๒ ปี ๑๖๘
๑๖๙
บทท่ี ๕ การวเิ คราะห์แบบประเมินกจิ กรรมสัมมนา

ส่วนท่ี ๑ ขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ ผปู้ ระเมนิ ๑๖๙

สว่ นท่ี ๒ การรบั รเู้ ก่ียวกับกจิ กรรมสมั มนาและผลงานวฒุ ิสภา ๑๗๓
ส่วนที่ ๓ ผลการประเมนิ การจดั กิจกรรมสัมมนา ๑๗๕
ส่วนท่ี ๔ ข้อเสนอแนะเพอ่ื การพัฒนาการปฏบิ ตั ิหนา้ ทว่ี ฒุ ิสภา ๑๘๒
บทที่ ๖ การวิเคราะห์ผลการสัมมนา และขอ้ เสนอแนะ ๑๘๕
๑. แนวความคดิ ในการวเิ คราะห์ ๑๘๕
๒. นโยบายแลหน้า ๒ ปี วฒุ ิสภา ๑๘๖
๓. วเิ คราะห์ผลการสมั มนาของกลมุ่ ย่อย และความคาดหวงั ของประชาชน ๑๘๗
๔. ขอ้ เสนอแนะตอ่ กระบวนการ กลั่นกรอง ตรวจสอบ และปฏริ ปู “แลหน้า ๒ ป”ี ๒๑๓

๕. ข้อเสนอในการกาหนดเปา้ หมายของวฒุ สิ ภา ๒๑๔
๖. ภาพลกั ษณ์ขององค์กร ๒๑๔

๗. การประเมนิ กิจกรรมสมั มนา ๒๑๕
๘. สรปุ ข้อเสนอแนะต่อวฒุ สิ ภา ๒๑๖

ภาคผนวก คาสง่ั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการอานวยการจดั กจิ กรรมและเผยแพร่ประชาสมั พันธ์ผลงาน

ของวฒุ ิสภา ในโอกาสวฒุ สิ ภาครบรอบ ๓ ปี และคาสง่ั แตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมการ

ในคณะกรรมการอานวยการฯ จานวน ๗ คณะ ๒๑๘


๖ฉ
สารบัญตาราง

ตารางที่ หนา้

ตารางที่ ๑.๑ ขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ผู้ประเมนิ ๑๖๘

ตารางท่ี ๒.๑ ช่องทางการทราบถงึ ผลงานของสมาชิกวฒุ ิสภาในชว่ ง ๓ ปที ผ่ี ่านมา

จากชอ่ งทางใดบา้ ง ๑๗๒

ตารางที่ ๒.๒ การทราบถงึ บทบาทหน้าทข่ี องสมาชิกวุฒสิ ภา ๑๗๓

ตารางที่ ๒.๓ การเข้ารว่ มกจิ กรรมในการสมั มนาครง้ั น้ี ๑๗๓

ตารางท่ี ๓.๑ ผลการประเมนิ การจดั กิจกรรมสัมมนาจาแนกรายดา้ น ๑๗๕

ตารางท่ี ๓.๒ ระดับความคดิ เหน็ ตอ่ สิ่งอานวยความสะดวก บคุ ลากร และระยะเวลา

การจดั กจิ กรรมจาแนกรายข้อ ๑๗๖

ตารางท่ี ๓.๓ ระดับความคดิ เหน็ เกีย่ วกับผลการจดั กิจกรรมนทิ รรศการจาแนกรายขอ้ ๑๗๗

ตารางที่ ๓.๔ ระดบั ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั ผลการจดั กจิ กรรมในหอ้ งสมั มนากลมุ่ ย่อย (ชว่ งเชา้ )

จาแนกรายขอ้ ๑๗๗

ตารางท่ี ๓.๕ ระดบั ความคดิ เหน็ เกีย่ วกับผลการจดั กจิ กรรมในห้องสมั มนา (ช่วงบา่ ย)

จาแนกรายข้อ ๑๗๘

ตารางที่ ๓.๖ ระดบั ความคดิ เหน็ เกี่ยวกับกิจกรรมสนิ คา้ จากเศรษฐกิจฐานรากของประชาชน

จาแนกรายขอ้

ตารางที่ ๓.๗ ระดบั ความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาจาแนกรายขอ้ ๑๘๐

ตารางท่ี ๔.๑ ข้อเสนอแนะจากผลงานท่ีผ่านมาในอดตี (เหลียวหลงั ๓ ปี) ๑๘๑

ตารางที่ ๔.๒ ข้อเสนอแนะเพอื่ การพัฒนาในอนาคต (แลหน้า ๒ ป)ี ๑๘๒


๗ช

สารจากประธานวฒุ ิสภา
---------------------------
วุฒิสภา เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กาหนดให้วุฒิสภา
มีหน้าท่ีและอานาจ ได้แก่ การพิจารณากล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
และการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งที่สาคัญในองค์กรตามท่ีรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
กาหนด นอกจากน้ี บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ กาหนดให้วุฒิสภาทาหน้าท่ีสาคัญเพิ่มข้ึน คือ การติดตาม
เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมท้ังการพิจารณา
รา่ งพระราชบญั ญัตทิ ่จี ะตราข้ึนเพอื่ ดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ
นับแต่วันท่ีวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่และอานาจตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันท่ี ๑๑ พฤษภาคม
๒๕๖๒ วฒุ ิสภาไดม้ งุ่ มนั่ ปฏิบัตหิ นา้ ท่ี โดยคานึงถึงผลประโยชนข์ องประเทศชาตแิ ละประชาชนโดยรวมเป็นสาคัญ
และในโอกาสครบรอบ ๓ ปี วุฒิสภาจงึ ไดจ้ ัดให้มกี ารสมั มนา เรือ่ ง “เหลยี วหลัง แลหน้า วฒุ ิสภาเพือ่ ประชาชน
: กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” ในวันพุธท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ เพ่ือสรุปและประเมินผลงาน รวมทั้งเปิดให้
มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหลายภาคสว่ น ซึ่งข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของภาคประชาชนดังกล่าว
จะเป็นประโยชน์อย่างยง่ิ ต่อวฒุ ิสภาในการขับเคลอ่ื นภารกิจให้บรรลเุ ป้าหมายในหน้าท่ีและอานาจตามที่กาหนด
ไว้ในรัฐธรรมนญู
สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา และบุคลากรของสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา
ตลอดจนผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกาลังความสามารถตลอดมา
รวมถึงมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมต่าง ๆ จนทาใหก้ ารจัดสัมมนาในครงั้ นีป้ ระสบผลสาเรจ็ ลลุ ว่ งด้วยดี

(ศาสตราจารยพ์ ิเศษพรเพชร วชิ ติ ชลชยั )
ประธานวฒุ สิ ภา


๘ซ

สารจากรองประธานวฒุ สิ ภา คนทีห่ น่ึง
และประธานกรรมการอานวยการจดั กจิ กรรมและเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์

ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวุฒสิ ภาครบรอบ ๓ ปี
---------------------------

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่าน
การออกเสียงประชามติจากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอานาจอธิปไตย โดยเฉพาะในส่วนของวุฒิสภา
ซ่ึงถือเป็นกลไกในระบบรฐั สภาควบคูไ่ ปกับสภาผแู้ ทนราษฎรนัน้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กาหนดให้วุฒสิ ภา
มีหน้าที่และอานาจท่ีสาคัญด้วยกัน ๒ ประการ กล่าวคือ ประการที่ ๑ หน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา
ตามบทบัญญัติหลักของรัฐธรรมนูญ ได้แก่ อานาจในการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหาร
ราชการแผ่นดิน การให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งสาคัญในองค์กรต่าง ๆ
ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งถือเป็นหน้าที่และอานาจในลักษณะเดียวกันกับหน้าที่
และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญท่ีผ่านมา และ ประการที่ ๒ หน้าที่และอานาจของวุฒิสภา
ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ซ่ึงถูกกาหนดข้ึนโดยเฉพาะเพ่ือให้การแก้ไขปัญหาของประเทศ
ในด้านต่าง ๆ ในช่วงท่ีผ่านมามีความต่อเนื่อง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงกาหนดเพ่ิมหน้าที่และอานาจให้มี
“วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล" ข้ึน เพ่ือทาหน้าที่ในเร่ืองการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ
ในช่วงเปล่ียนผ่านทางการเมืองการปกครองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่สาคัญ อาทิ การติดตาม
เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ
และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมท้ังการพิจารณาร่างพระราชบัญญั ติ
เพ่ือดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ เปน็ ต้น

ในโอกาสที่วุฒิสภาชุดปัจจุบันได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกาหนดครบรอบ ๓ ปี
ในวนั ท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ โดยสมาชกิ วุฒสิ ภาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อม
แตง่ ต้งั ในวันท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และเรม่ิ มกี ารประชุมวฒุ สิ ภาคร้งั แรก เม่อื วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ซ่ึงตลอดระยะ ๓ ปีที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาได้ตระหนักถึงบทบาท หน้าที่และอานาจอันสาคัญต่อ


ฌ๙

ประเทศชาติดังกล่าวข้างต้น โดยได้ดาเนินภารกิจต่าง ๆ ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเต็มกาลัง
ความสามารถ โดยคานึงถึงประโยชนท์ จี่ ะเกดิ กับประเทศชาติและประชาชนเปน็ สาคัญ

ตลอดระยะเวลาแห่งการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภา สถานการณ์การเมือง การปกครอง
เศรษฐกิจ และสังคมไทยตลอดจนสังคมโลกมีความเปล่ียนแปลงและเกิดความไม่แน่นอน โดยเฉพาะ
การเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ขึ้นในช่วง ๒ - ๓ ปี
ท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้ใช้กลไกการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะภารกิจของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล
ในด้านการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏิรปู ประเทศ ด้วยวิธีการ ขั้นตอน ซ่ึงม่งุ เน้นให้ประโยชน์
และเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ เกิดนวัตกรรมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทาให้หน่วยงานภาครัฐ
แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ไ ด ้ร ับ ป ร ะ โ ย ช น ์ น าสู่ ก าร ขั บ เค ล่ื อ น ก าร ป ฏิ รู ป ป ร ะ เท ศ แ ล ะ ก า ร ด าเนิ น ก าร จั ด ท า
ยุทธศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถผลักดันการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล
ในหลายดา้ นได้อย่างมีนัยยะสาคัญ

สาหรับในด้านการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนกับวุฒิสภานั้น วุฒิสภาได้จัดให้มี
“โครงการสมาชิกวฒุ สิ ภาพบประชาชน” ตลอดห้วงระยะเวลา ๓ ปี ทผี่ ่านมา ได้มุ่งเนน้ และเปิดโอกาส
ให้ประชาชนทุกภาคส่วนและเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกระดับสามารถใช้เป็นเวทีที่ได้เข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยน
เรียนรู้และช่วยกันขับเคล่ือนประเทศต้ังแต่ระดับฐานราก ชุมชน สังคม และระดับประเทศให้พัฒนา
ไปข้างหน้าได้อย่างสอดคล้องและเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความตระหนักสานึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติ
และสงั คมโดยรวม อันจะนาไปสู่สงั คมท่ปี ระชาชนมคี วามสุข มีคุณภาพชีวิตท่ีดี มีสังคมท่ีมีความสงบสุข
เป็นธรรม ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อยมีความสามัคคีปรองดอง และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในทุกด้าน บนพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จ น มี ผ ล ก า ร ด า เนิ น ง า น ท่ี มี ลั ก ษ ณ ะ เป็ น น วั ต ก ร ร ม ให ม่ ป ร า ก ฏ เป็ น ที่ ป ร ะ จั ก ษ์ แ ก่ ส า ธ า ร ณ ช น
อยา่ งกว้างขวาง

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ จึงนามาสู่การริเร่ิมและความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิก
วุฒิสภาให้ดาเนินการจัดโครงการสัมมนา เร่ือง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพ่ือประชาชน :
กล่นั กรอง ตรวจสอบ ปฏริ ูป” ขึน้ โดยมวี ัตถปุ ระสงค์เพอ่ื สรา้ งการรบั รแู้ ละความเขา้ ใจในบทบาทหน้าที่
ของวุฒิสภา เสริมสร้างทัศนคติที่ดีของประชาชนต่อวุฒิสภา และเป็นการเผยแพร่ผลการดาเนินงาน
ตามหน้าทีแ่ ละอานาจของวฒุ สิ ภาในรอบ ๓ ปี และเป็นการสะทอ้ นการทาหนา้ ที่ของวุฒิสภาและสมาชกิ
วุฒิสภาว่าต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิงตามบทบัญญัติ
มาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญท่ีว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชน
ชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงาใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าท่ี
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพ่ือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม
โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์” และเพ่ือร่วมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ได้ร่วม
กิจกรรมต่าง ๆ ของวฒุ ิสภา


๑ญ๐

ขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมทั้ง
ผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในคร้ังนี้ ประกอบด้วย คณะกรรมการอานวยการจัด
กิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิ สภา ในโอกาสวุฒิ สภาครบรอบ ๓ ปี
คณะอนุกรรมการทั้ง ๗ คณะ และเจ้าหน้าท่ีของสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยเฉพาะตัวแทน
ภาคประชาชนซึ่งได้มีส่วนร่วม สะท้อนมุมมอง ข้อเสนอแนะและความคาดหวังต่อวุฒิสภาในช่วง ๒ ปี
ต่อไป ซ่ึงเป็นที่มาประการสาคัญในการจัดโครงการสัมมนา เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภา
เพ่ือประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” ดังกล่าว ร่วมกับการนาเสนอผลการดาเนินงานของ
วุฒิสภาด้านตา่ ง ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนญู ทงั้ น้ี ในฐานะรองประธานวุฒิสภามีความเช่ือมั่นเป็น
อย่างยิ่งว่า ในตลอดห้วงระยะเวลาช่วง ๒ ปี หลังจากน้ีไป วุฒิสภาจะมุ่งม่ันปฏบิ ัติหน้าท่ีและรับฟังเสียง
ของสังคมเพ่ือมุ่งหวังจะก้าวไปข้างหน้าเพ่ือให้เป็นสภาของประชาชน สมดังเจตนารมณ์ท่ีกาหนดไว้ใน
รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

พลเอก

(สิงหศ์ กึ สงิ หไ์ พร)
รองประธานวฒุ ิสภา คนทหี่ นึ่ง
และประธานกรรมการอานวยการจัดกิจกรรมและเผยแพร่
ประชาสมั พนั ธ์ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวุฒสิ ภาครบรอบ ๓ ปี


๑ฎ๑

สารจากรองประธานวุฒสิ ภา คนทีส่ อง
--------------------------------

ตามท่ีวุฒิสภาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งต้ังสมาชิกวุฒิสภา
จานวน ๒๕๐ คน ตามมาตรา ๒๖๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
เมื่อวันท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้ “วุฒิสภา” มีหน้าท่ีและอานาจ
ด้านนิติบัญญัติในการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การให้คาแนะนา
หรือการให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดารงตาแหน่งหรือก ารให้บุคคลพ้นจากตาแหน่งตามรัฐธรรมนูญ
และกฎหมายที่กาหนด ตลอดจนภารกิจในฐานะสมาชิกรัฐสภา และภารกิจด้านการติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ และการจัดทา
และดาเนินการตามยทุ ธศาสตร์ชาติ อันเปน็ บทบาทหน้าทซ่ี ึ่งได้กาหนดเพ่ิมขึ้นใหมไ่ วใ้ นรัฐธรรมนูญฉบับ
ปัจจุบัน นอกจากนี้ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ได้กาหนดหน้าท่ีประธานวุฒิสภาสาคัญประการหนึ่ง
คอื การแต่งตั้งกรรมการเพื่อดาเนินกิจการใด อันเป็นประโยชนต์ ่อกิจการของวฒุ ิสภา ซง่ึ ประธานวุฒิสภา
ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดาเนินกิจกรรมด้านต่าง ๆ ทั้งโครงการกองทุนการศึกษา กิจกรรมด้านวิชาการ
กิจกรรมด้านจิตอาสา และการส่งเสริมกจิ กรรมสาธารณะประโยชน์ เพอ่ื รว่ มเป็นส่วนหนง่ึ ของสังคม

นับตั้งแต่วันทีไ่ ด้รบั การแตง่ ตง้ั เป็นสมาชิกวุฒสิ ภาจนถึงปัจจบุ ันเปน็ เวลากว่า ๓ ปี ทีส่ มาชิก
วุฒิสภาได้ปฏิบัติภารกิจของวุฒิสภาและภารกิจในฐานะสมาชิกรัฐสภาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
และกรอบกฎหมาย ตลอดจนการให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น
สะท้อนผลการทางาน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนาไปสู่การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย
การติดตามผลการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกลไกวุฒิสภา โดยนาความรู้
และทักษะมาใช้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ให้มีการเข้าถึงองคค์ วามรู้ มีความเขา้ ใจในการแก้ไขปัญหา
แบบพ่ึงตนเองบนหลักการพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
มีวิถีชีวิตตามครรลองประชาธิปไตย เคารพและปฏิบัติตนตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ทาให้ประชาชนเกิด
ทัศนคติที่ดแี ละประจกั ษใ์ นภาพลักษณ์ของวุฒิสภา วา่ มีความเป็นกลาง เป็นท่ีพึ่งให้กับประชาชน ดังนั้น
เพอ่ื ให้ ภาคประชาชนไดม้ โี อกาสรบั รูแ้ ละเขา้ ใจในบทบาทหนา้ ท่ขี องวุฒสิ ภาอย่างถูกตอ้ ง วุฒสิ ภาจึงเห็น
ควรให้มีการจัดโครงการสัมมนา เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน : กล่ันกรอง
ตรวจสอบ ปฏิรปู ” ข้ึน


๑ฏ๒

สาหรับการจัดสัมมนาคร้ังน้ี ถือเป็นโครงการท่ีมีส่วนสาคัญในการสร้างการรับรู้และสร้าง
ความเข้าใจ ในบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภาในด้านการกลั่นกรองกฎหมาย การตรวจสอบการบริหาร
ราชการแผ่นดิน และการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรปู ประเทศ ให้แก่สาธารณชนผา่ นผลการ
ดาเนินงานเด่นของคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการ รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ทเี่ กิดประโยชนจ์ ากการสัมมนากลุ่มย่อยและการสัมมนาในหอ้ งประชุมวฒุ ิสภา ช่วยให้ผูเ้ ข้าร่วมสัมมนา
ทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ได้รับทราบผลการดาเนินงานตามหน้าท่ี
และอานาจของวุฒิสภา ในรอบการดาเนินงาน ๓ ปี และบทบาทของวุฒิสภาในการปฏิบัติหน้าที่ในอีก
๒ ปีขา้ งหน้า ซ่ึงการสัมมนาดังกล่าวเป็นการนาเสนอผลงานท่ีเปน็ การสร้างสรรค์นวัตกรรมเชงิ ประจักษ์
ที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของวุฒิ สภาที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
พร้อมท้ังบทบาท การสนับสนุนการดาเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปประเทศและสอดคล้อง
กับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อันเป็นหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าจนเกิดความม่ันคง
ม่ังคั่ง และย่ังยืน ท้ังในทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคมตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุขต่อไป ทั้งน้ี การสัมมนาจึงเป็นส่วนสาคญั ในการช่วยให้สาธารณชนเข้าใจ
บทบาทหนา้ ท่ขี องวฒุ ิสภามากขึน้ และนาไปสู่การเกดิ ภาพลักษณแ์ ละทศั นคติท่ดี ีต่อวุฒิสภา

ผมขอขอบคุณและขอแสดงความช่ืนชมในความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก
วุฒิสภาทุกท่านท่ีปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมันจนส่งผลให้เกิดผลงานเด่นของวุฒิสภาที่น่าสนใจและสามารถ
เผยแพร่ให้ประชาชนได้ทราบถึงบทบาทของวุฒิสภาในปัจจุบันได้ รวมทั้งขอขอบคุณคณะกรรมการ
อานวยการจัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี
คณะอนุกรรมการทกุ คณะ ตลอดจนผู้ที่เกย่ี วขอ้ งทุกท่านในการสนับสนุนให้โครงการสัมมนานี้ดาเนินไป
ด้วยความสาเร็จ และขออานาจคุณพระศรีรัตนตรัย ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิท้ังหลายในสากลโลกจงบันดาล
ให้สมาชิกวุฒิสภาและเจ้าหน้าท่ีทุกท่านประสบแต่ความสุขกายสุขใจและมีพลานามัยสมบูรณ์
เพอ่ื เป็นกาลังสาคัญในการปฏิบัตภิ ารกิจของวฒุ ิสภาและการพัฒนาประเทศชาตสิ ืบไป

(นายศภุ ชยั สมเจริญ)
รองประธานวุฒสิ ภา คนทีส่ อง



บทท่ี ๑

บทนา

เสนอข้อมูลโครงการสัมมนา ประกอบด้วยหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย
รูปแบบกิจกรรมการสัมมนา กาหนดการ วิธีการประเมินผล ผู้รับผิดชอบโครงการ และผลที่คาดว่า
จะได้รับ

๑. โครงการการสมั มนา
เรื่อง เหลียวหลงั แลหนา้ วฒุ ิสภาเพือ่ ประชาชน : กลัน่ กรอง ตรวจสอบ ปฏริ ปู

๑.๑ หลกั การและเหตุผล
รั ฐธรรม นู ญ ไท ยใน อ ดี ต ก าห น ด ให้ ส ม าชิ ก รั ฐ สภ ามี ส องป ระ เภ ท ซึ่ งมี ท่ี ม าแ ต ก ต่ างกั น ตั้ งแ ต่
ปี ๒๔๗๕ ตอ่ มาในปี ๒๔๘๙ จึงไดน้ ารูปแบบสภาคมู่ าใช้เป็นคร้งั แรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
พุทธศักราช ๒๔๘๙ ที่กาหนดให้รัฐสภา ประกอบด้วย พฤฒสภาและสภาผู้แทน จากน้ันรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๙๐ ได้เปลี่ยนชื่อเรียก “พฤฒสภา” มาเป็น “วุฒิสภา” จนถึง
ปัจจบุ ัน โดยวุฒิสภาชุดปัจจุบันได้รบั พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มแต่งตั้ง ในวันท่ี ๑๑
พฤษภาคม ๒๕๖๒ และได้ปฏิบัติหน้าท่ีมาแล้วเป็นเวลากว่า ๓ ปี โดยเร่ิมมีการประชุมวุฒิสภาคร้ังแรก
เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ซ่ึง ๓ ปีท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้ดาเนินงานต่าง ๆ ภายใต้กรอบ
ของกฎหมายอยา่ งเตม็ กาลงั ความสามารถ และคานึงถงึ ประโยชนท์ ่จี ะเกดิ กับประเทศชาติและประชาชน
โดยรวม ท้ังในด้านการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การให้คาแนะนาหรือ
ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งสาคัญในองค์กรต่าง ๆ นอกจากนี้ วุฒิสภายังมีหน้าท่ี
ตามบทเฉพาะกาลของรฐั ธรรมนูญ หมวด ๑๖ คือ การทาหน้าที่ ตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏริ ูป
ประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ซ่ึงวุฒิสภาสามารถสร้างสรรค์วิธีการ
และรปู แบบการตดิ ตาม การเสนอแนะ และการเรง่ รัดด้วยรปู แบบทันสมัย มีประสิทธภิ าพ เกิดนวัตกรรม
องค์ความรู้ใหม่ ๆ ท่ีทาให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์นาสู่การขับเคล่ือนการปฏิรูป
ประเทศและการดาเนินการจดั ทายทุ ธศาสตร์ชาติไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรม อันเนือ่ งจากวุฒิสภาประกอบดว้ ย
บุคคลผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ และมีทักษะประสบการณ์ในหลายสาขาอาชีพอย่างครบถ้วน อีกท้ัง
การปฏิบัติหน้าท่ีของวุฒิสภาชุดปัจจุบันได้ตระหนักและให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน
จึงได้ริเริ่มโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
สะท้อนผลการทางาน และมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ นาไปสู่การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย
การติดตามผลการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความช่วยเหลือประชาชนตามกลไกวุฒิสภา โดยนาความรู้
และทักษะมาใช้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ให้มีการเข้าถงึ องคค์ วามรู้ มีความเขา้ ใจในการแก้ไขปัญหา
แบบพ่ึงตนเองบนหลักการพ้ืนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
มีวิถีชีวิตตามครรลองประชาธิปไตย เคารพและปฏิบัติตนตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ทาให้ประชาชน
เกดิ ทศั นคติท่ีดแี ละประจักษใ์ นภาพลกั ษณ์ของวฒุ สิ ภา วา่ มีความเปน็ กลาง เปน็ ทีพ่ ่ึงใหก้ ับประชาชน
แต่เน่ืองจากโลกยุคปัจจุบันมีการเปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็วด้วยระบบเทคโนโลยีและข้อมู ลข่าวสาร
อีกทั้งสถานการณ์ปัจจุบันเกิดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แพร่ระบาดทาให้มนุษย์
มีวิถีชีวิตใหมก่ ารทางานแบบใหม่ วุฒิสภาเปน็ องคก์ รหนึง่ ทีต่ อ้ งมีการปรับตัวเขา้ ส่วู ถิ ชี ีวิตการทางานแบบ




ประชาธิปไตยใหม่ การพัฒนาบทบาทของวุฒิสภาจึงเป็นเร่ืองจาเป็นยิ่ง ดังจะเห็นได้ว่า ๓ ปี ที่ผ่านมา
ท่ามกลางภาวะวิกฤติของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) วุฒิสภาได้หายทุ ธศาสตร์แนวทาง
และสร้างรปู แบบการทาหนา้ ท่ดี ว้ ยวิธอี นั หลากหลาย ทันสมัย สอดคลอ้ งกบั สถานการณก์ ารเปล่ียนแปลง
ของโลกและสังคมไทย อย่างไม่หยุดน่ิง แต่คงไว้ซ่ึงการให้ความสาคัญกับประเทศชาติและประชาชน
โดยรวม ด้วยการสร้างสรรค์วถิ กี ารทางานแบบประชาธปิ ไตยทอี่ ย่บู นพืน้ ฐานความถูกตอ้ งภายใต้บทบาท
หน้าที่แห่งรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง จนมีผลการดาเนินงานท่ีมีลักษณะ
เป็นนวัตกรรมใหม่ปรากฏเป็นท่ีประจักษ์แก่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง และจะก้าวไปข้างหน้า
เพ่ือใหเ้ ป็นสภาของประชาชน

ด้วยเหตผุ ลดังกลา่ วน้ี วฒุ ิสภาจงึ ได้มีการจดั โครงการสัมมนา เร่อื ง “เหลียวหลงั แลหนา้ วฒุ สิ ภา
เพ่ือประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” ข้ึน เพ่ือแสดงให้เห็นผลสัมฤทธิ์การดาเนินงาน
ตามบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภา ในระยะเวลา ๓ ปีท่ีผ่านมา อีกท้ังเป็นการพัฒนารากฐาน รูปแบบของ
บทบาทหน้าท่ีวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่สนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปประเทศ
และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อันจะทาให้สามารถขับเคล่ือนประเทศไปข้างหน้าจนเกิด
ความม่ันคง ม่ังคั่ง และยั่งยืน ท้ังในทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคมตามระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุขตอ่ ไป

๑.๒ วตั ถุประสงค์
๑.๒.๑ เพ่ือสร้างการรับรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภาในด้านการกล่ันกรอง
กฎหมาย การตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน และการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป
ประเทศ ให้แก่สาธารณชน
๑.๒.๒ เพื่อให้เกิดการแลกเปล่ียนการเรียนรู้ ประสบการณ์ และแนวคิด ระหว่างวุฒิสภา
และผู้เก่ียวข้องอันจะนาสู่การพัฒนาบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
และกฎหมายท่เี กีย่ วข้อง
๑.๒.๓ เพ่ือเผยแพร่ผลการดาเนินงานตามหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาในรอบ ๓ ปี รวมถึง
การสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของวุฒิสภาท่ีเป็นประโยชน์ต่อ
ประเทศชาติและประชาชนโดยรวม อนั จะนาไปสู่การเกดิ ภาพลักษณ์และทัศนคตทิ ด่ี ีตอ่ วุฒสิ ภา

๑.๓ กลมุ่ เปา้ หมายผูเ้ ข้าร่วมงานและเขา้ รว่ มกจิ กรรม
๑.๓.๑ สมาชิกวุฒิสภา
๑.๓.๒ ผูบ้ ริหารระดบั สูงของสานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา
๑.๓.๓ ประชาชนภาคส่วนตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง และประชาชนทว่ั ไป
๑.๓.๔ สื่อมวลชน
๑.๓.๕ ผู้เข้ารว่ มสัมมนาผ่านสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ (online)
๑.๓.๖ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถ
ในการแขง่ ขัน




๑.๔ รูปแบบกจิ กรรม
๑.๔.๑ การจัดนิทรรศการ เร่ือง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน : กล่ันกรอง
ตรวจสอบ ปฏิรูป” ณ บริเวณหน้าห้องประชุมวุฒิสภา ช้ัน ๒ อาคารรัฐสภา ประกอบด้วย
บอร์ดนิทรรศการ จานวน ๕๐ บอรด์
๑.๔.๒ การสัมมนากลุ่มย่อย (ภาคเช้า) จานวน ๑๔ กลุ่ม ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ
ชนั้ ๓ และชั้น ๔ อาคารรฐั สภา
๑.๔.๓ การสัมมนา เร่ือง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ
ปฏิรูป” (ภาคบา่ ย) ณ หอ้ งประชมุ วุฒิสภา ช้นั ๒ อาคารรฐั สภา
๑.๔.๔ การจัดกิจกรรมส่งเสรมิ เศรษฐกิจฐานรากตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสรา้ งความสามารถ
ในการแข่งขนั ณ บริเวณ ชน้ั ๒ โซน C อาคารรฐั สภา

๒. กาหนดการสมั มนา และสถานทก่ี ารดาเนินกจิ กรรมและการสัมมนา
วันพุธท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๗.๓๐ - ๑๖.๓๐ นาฬิกา ณ อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา

ถนนสามเสน เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร
เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๓๐ น. - ลงทะเบยี นกล่มุ เป้าหมาย บริเวณทางเข้าอาคารรฐั สภา
ฝงั่ วุฒสิ ภา ชัน้ ๑ และกิจกรรมการมีส่วนรว่ มของบุคลากร
สานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภาและเครือขา่ ยเยาวชน SEED
Thailand กับวงโยธวาทติ
เวลา ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. - ลงทะเบยี นสมาชกิ วฒุ ิสภาและผบู้ ริหาร บรเิ วณโถง
หนา้ หอ้ งประชมุ วฒุ ิสภา ช้ัน ๒
เวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๑๕ น. - พิธีเปิดการสมั มนาและนทิ รรศการ ณ บรเิ วณโถงหนา้
หอ้ งประชมุ วฒุ ิสภา ชนั้ ๒
- พลเอก สงิ หศ์ กึ สิงหไ์ พร ประธานกรรมการฯ กลา่ วต้อนรับ
- ประธานวุฒสิ ภาเปดิ โครงการสมั มนาและนิทรรศการ
เวลา ๐๙.๑๕ - ๐๙.๔๕ น. - เย่ียมชมนทิ รรศการ โดยพลเอก สงิ ห์ศึก สิงห์ไพร ประธาน
กรรมการฯ พรอ้ มคณะกรรมการฯ นาประธานวฒุ ิสภา
ประชาชนกลมุ่ เปา้ หมาย และสือ่ มวลชน เยี่ยมชม
นทิ รรศการ ณ บรเิ วณโถงหน้าห้องประชุมวฒุ สิ ภา
ช้นั ๒ และกิจกรรมสง่ เสริมเศรษฐกจิ ฐานรากตาม
ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
ณ บรเิ วณ ชัน้ ๒ โซน C
เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. - สมั มนากลุ่มยอ่ ย หวั ข้อเรอ่ื ง “เหลียวหลัง แลหนา้
วฒุ สิ ภาเพือ่ ประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏริ ปู ”
จานวน ๑๔ หอ้ ง
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๒.๔๐ น. - รบั ประทานอาหารกลางวนั
เวลา ๑๒.๔๐ - ๑๓.๒๐ น. - ประชาชนกลมุ่ เปา้ หมายเย่ยี มชมนิทรรศการ ณ บริเวณ
โถงหน้าหอ้ งประชุมวฒุ สิ ภา ชนั้ ๒ และกจิ กรรมสง่ เสริม


เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๓.๔๕ น. ๔

เวลา ๑๓.๔๕ - ๑๔.๐๐ น. เศรษฐกจิ ฐานรากตามยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสรา้ ง
เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๔.๒๐ น. ความสามารถในการแข่งขนั ณ บรเิ วณ ชน้ั ๒ โซน C
เวลา ๑๔.๒๐ - ๑๖.๐๐ น. - การประชุมสัมมนา ณ หอ้ งประชุมวุฒิสภา ช้นั ๒
เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. - ชมดนตรกี วีศลิ ป์
โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวฒุ สิ ภา
ศลิ ปินแห่งชาติ และนายธนสิ ร์ ศรีกลนิ่ ดี ศลิ ปนิ แห่งชาติ
(โดยมนี ายคานณู สทิ ธิสมาน สมาชิกวฒุ สิ ภา
และนางสาวเรณู ตงั คจวิ างกูร สมาชิกวฒุ สิ ภา
ทาหนา้ ที่พธิ ีกร)
- ชมวดี ิทศั น์ภาพรวมการดาเนนิ งานของวฒุ สิ ภา
- ปาฐกถาพเิ ศษ เร่ือง “เหลยี วหลัง แลหน้า วุฒสิ ภา
เพอื่ ประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏริ ปู ”
โดยองค์ปาฐก : ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชติ ชลชยั
ประธานวฒุ สิ ภา
- สัมมนา เรื่อง “เหลยี วหลงั วุฒิสภา”
(นาเสนอสรปุ ผลงานวฒุ ิสภา)
โดยนายวีระศกั ด์ิ โควสรุ ตั น์ สมาชกิ วฒุ สิ ภา
- สมั มนา เรอื่ ง “แลหนา้ วฒุ ิสภา”
(นาเสนอผลการสมั มนาโดยผแู้ ทนกลมุ่ ย่อย ๑๔ กลมุ่ )
ดาเนินรายการโดย พลเอก สงิ ห์ศกึ สงิ ห์ไพร
รองประธานวฒุ สิ ภา คนที่หน่ึง
- แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็
- ปดิ การสมั มนา โดย นายศุภชยั สมเจริญ
รองประธานวฒุ สิ ภา คนท่ีสอง
ถ่ายภาพร่วมกนั

๓. การประเมินผล
ประเมนิ ผลโดยการจัดทาแบบสอบถาม แบบสอบถามแบ่งออกเป็น ๔ สว่ น คอื
สว่ นที่ ๑ ข้อมูลเบอื้ งต้นผปู้ ระเมนิ
ส่วนที่ ๒ การรบั รูเ้ กี่ยวกบั กจิ กรรมสัมมนาและผลงานวฒุ ิสภา
ส่วนท่ี ๓ ผลการประเมนิ การจัดกจิ กรรมสมั มนา
สว่ นท่ี ๔ ข้อเสนอแนะเพื่อการพฒั นาการปฏิบัติหน้าทว่ี ุฒสิ ภา
แ บ บ ส อ บ ถ า ม น้ี ไ ด้ ให้ ผู้ เข้ า ร่ ว ม ก าร สั ม ม น า ท า โด ย ก า ร แ จ ก แ บ บ ส อ บ ถ า ม ส าห รั บ ผู้ เข้ า ร่ ว ม

การสัมมนาท่ีอาคารรัฐสภา และทาแบบสอบถามผ่านการสแกน QR Code เข้าสู่แบบสอบถาม
ในรูปแบบ Google form สาหรับผู้เข้าร่วมการสัมมนาออนไลน์ จากน้ันนาข้อมูลจากแบบสอบถาม
มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ และการนาไปสู่การจัดทารายงาน
เพื่อเผยแพร่ต่อไป




๔. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ
๔.๑ คณะกรรมการอานวยการจัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา

ในโอกาสวุฒสิ ภาครบรอบ ๓ ปี ตามคาสง่ั วุฒิสภา ที่ ๑๐/๒๕๖๕
๔.๒ คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา ตามคาส่ังคณะกรรมการ

อานวยการฯ ท่ี ๑/๒๕๖๕
๔.๓ คณะอนุกรรมการด้านการจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานของวุฒิสภา ตามคาสั่ง

คณะกรรมการอานวยการฯ ท่ี ๒/๒๕๖๕
๔.๔ คณะอนุกรรมการด้านการจัดสัมมนาและด้านวิชาการ ตามคาส่ังคณะกรรมการอานวยการฯ

ท่ี ๓/๒๕๖๕
๔.๕ คณะอนุกรรมการดา้ นการบรหิ ารจัดการกลุ่มเป้าหมายเพอ่ื เข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสวุฒิสภา

ครบรอบ ๓ ปี ตามคาสงั่ คณะกรรมการอานวยการฯ ท่ี ๔/๒๕๖๕
๔.๖ คณะอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการสถานที่และอาหารสาหรับสมาชิกวุฒิสภา

ตามคาส่งั คณะกรรมการอานวยการฯ ท่ี ๕/๒๕๖๕
๔.๗ คณะอนุกรรมการด้านการจัดการแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ตามคาส่ัง

คณะกรรมการอานวยการฯ ท่ี ๖/๒๕๖๕
๔.๘ คณะอนุกรรมการด้านการจัดทารายงานผลการจัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

ผลงานของวฒุ ิสภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี ตามคาสั่งคณะกรรมการอานวยการฯ ท่ี ๗/๒๕๖๕
ท่ี ๘/๒๕๖๕ ท่ี ๙/๒๕๖๕ และ ที่ ๑๐/๒๕๖๕

๔.๙ สานกั งานเลขาธิการวฒุ ิสภา

๕. ผลทค่ี าดวา่ จะได้รบั
๕.๑ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ได้มีโอกาสรับรู้และเข้าใจในบทบาทหน้าท่ี

ของวุฒิสภาอยา่ งถกู ตอ้ ง ส่งผลให้เกดิ ภาพลักษณแ์ ละทัศนคตทิ ด่ี ตี อ่ วฒุ สิ ภา
๕.๒ วุฒิสภาสามารถดาเนินงานตามบทบาทหน้าท่ีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ท่ีเก่ียวข้อง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และสามารถพัฒนาบทบาทหน้าท่ีของวุฒิสภา
ตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนูญและกฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ได้อยา่ งเป็นรปู ธรรม

๕.๓ สาธารณชนได้รับทราบผลการดาเนินงานตามหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาในรอบ ๓ ปี
รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของวุฒิสภาที่เป็นประโยชน์
ต่อประเทศชาตแิ ละประชาชนโดยรวม รวมทั้งมีทศั นคตทิ ดี่ ีใหว้ ฒุ ิสภา

_______________________________



บทท่ี ๒

บนั ทกึ กิจกรรมสัมมนาและประชาสมั พนั ธ์ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี

บทท่ี ๒ นาเสนอกิจกรรมในวันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๓๐ นาฬิกา
ถึง เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ประกอบด้วยกิจกรรมการมีส่วนร่วมของสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา
การจดั นทิ รรศการ การแสดงและจาหนา่ ยสนิ ค้าเศรษฐกิจฐานราก การสมั มนาในชว่ งเชา้ และช่วงบา่ ย

๑. กิจกรรมลงทะเบยี นของผู้เข้ารว่ มสัมมนา เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๓๐ นาฬิกา
พลเอก สิงห์ศกึ สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ในฐานะประธานคณะกรรมการอานวยการ

จัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี ได้กาชับให้
รวบรวมและจดบันทึกรายละเอียดให้มากท่ีสุด ดังน้ัน เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา คณะอนุกรรมการจัดทา
รายงานฯ จึงได้ลงไปบันทึกภาพและบรรยากาศการต้อนรับและการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมสัมมนา
บริเวณชั้น ๑ ประตูทางเข้าช้างคู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) พบพลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร
ประธานอนุกรรมการด้านการบริหารจัดการกลุ่มเป้าหมายเพ่ือเข้าร่วมกิจกรรม ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ
๓ ปี กาลังกากับดูแลการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ทยอยเดินทางจากโรงแรมรอยัลริเวอร์
มาลงทะเบียนกันอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนั้นยังมีการบริการตรวจ ATK ของผู้เข้าร่วมสัมมนา
ในส่วนสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าร่วมงานนั้นได้ลงทะเบียนที่บริเวณ ชั้น ๒ หน้าห้องประชุมวุฒิสภา
ซ่ึงต่อมาทราบว่ามีผู้ลงทะเบียน ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา ๑๕๖ ท่าน และผเู้ ขา้ ร่วมสัมมนา
Onsite ๑๔ กลุ่ม จานวน ๕๘๒ ท่าน รวมเป็น ๗๓๘ ท่าน นอกจากนั้นมีผู้ร่วมสัมมนา Online
จานวน ๑๑๓๖ ทา่ น รวม ๑,๘๗๔ ทา่ น




๒. กจิ กรรมการมีส่วนร่วมของบคุ ลากรสานกั งานเลขาธิการวฒุ สิ ภา (เวลา ๐๗.๓๐ - ๐๘.๐๐ นาฬิกา)
เวลา ๐๗.๓๐ นาฬิกา ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พลเอก สิงห์ศึก

สิงหไ์ พร รองประธานวฒุ สิ ภา คนที่หนงึ่ และนายศุภชัย สมเจรญิ รองประธานวฒุ สิ ภา คนที่สอง เดินทาง
มาถึงบริเวณสนามหญ้าท่ีใช้จัดงาน นายจเด็จ อินสว่าง ประธานอนุกรรมการด้านการจัดนิทรรศการ
การเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ผลงานของวุฒสิ ภา ใหก้ ารตอ้ นรับท่านประธานวุฒสิ ภาและนาเข้ายนื ประจาท่ี
ผู้ร่วมกิจกรรมซ่ึงประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิกวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภา และบุคลากรสานักงาน
เลขาธิการวฒุ ิสภา รวมทั้งเยาวชน SEED Thailand และวงโยธวาทิต โรงเรียนโยธินบูรณะ

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ๔ เพลง โดยนักเรียนโรงเรียน
โยธินบูรณะ ได้แก่ (๑) Still on my mind (๒) Echo (๓) ยามเย็น และ (๔) ไกลกงั วล และปิดท้ายดว้ ย
การขับร้องเพลงร่วมกัน ๒ เพลง ได้แก่ (๑) บ้านเกิดเมืองนอน (๒) รักกันไว้เถิด โดยผู้ร่วมกิจกรรม
โบกธงชาติและธงสัญลกั ษณป์ ระจาพระองค์ โดยมโี ดรนบินถา่ ยภาพด้านบน



๓. พธิ ีเปดิ การสมั มนา (เวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๑๕ นาฬกิ า)

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ณ บริเวณโถงหน้าห้องประชุมวุฒิสภา ช้ัน ๒ อาคารรัฐสภา พลเอก สิงห์ศึก
สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ในฐานะประธานคณะอานวยการจัดกิจกรรมและเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี ไดก้ ล่าวรายงาน ความว่า

“… ในโอกาสท่ีวุฒิสภาชุดปัจจุบันปฏิบัติ
หน้าท่ีมาครบ ๓ ปี ในวันท่ี ๑๑ พฤษภาคม
๒๕๖๕ ที่ผ่านมา คณะกรรมการอานวยการ
จัดกิจกรรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ใน
โอกาสวุฒิ สภาครบรอบ ๓ ปี ได้จัดให้มี
กิจกรรมต่าง ๆ ขึ้น โดยใช้ชื่อโครงการสัมมนา
และนิทรรศการ เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า
วฒุ สิ ภาเพือ่ ประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ
ปฏิรูป” อันมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้
และความเขา้ ใจในบทบาทหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาในด้านการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการ
บริหารราชการแผ่นดิน การให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งสาคัญในองค์กร
ต่าง ๆ และการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา
ในด้านอื่น ๆ ต้ังแต่เข้าปฏิบัติหน้าท่ีจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการรับฟังความต้องการและข้อเสนอแนะของ
ประชาชน ที่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภาปฏิบัติหน้าท่ีท่ีเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร ให้ปรากฏ
แก่สาธารณชน การสัมมนาฯ ในครั้งน้ีมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย (๑ ) สมาชิกวุฒิสภ า
(๒) คณะกรรมาธิการของวุฒิสภา (๓) บุคคลทเี่ กย่ี วข้องในวงงานสภา (๔) เครือข่ายผู้นานักประชาธิปไตย
ของวุฒิสภาและประชาชนจาก ๗ ภมู ิภาค และ (๕) สอื่ มวลชน
กจิ กรรมที่จัดขนึ้ ประกอบดว้ ย การสมั มนาและนิทรรศการ รวมถงึ กจิ กรรมต่าง ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ ง ได้แก่
๑) กิจกรรมการมีส่วนร่วมของบุคลากรสานักงานเลขาธกิ ารวุฒิสภา และเครือข่ายเยาวชน SEED
Thailand กับวงโยธวาทิต โรงเรียนโยธินบูรณะ ร้องเพลงเพ่ือแสดงถึงความรักชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์ ณ บริเวณสนามหญา้ ริมแมน่ ้าเจ้าพระยา อาคารรัฐสภา (ฝง่ั วุฒิสภา)
๒) การจัดแสดงนทิ รรศการเพ่ือเผยแพร่บทบาทหน้าทแ่ี ละอานาจ รวมท้ังผลงานของคณะกรรมาธิการ
สามัญประจาวุฒิสภา และคณะกรรมการกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกวุฒิสภา ณ บริเวณโถงหน้าห้อง




ประชุมวุฒิสภา ช้ัน ๒ อาคารรัฐสภา ซึ่งจะมีการจัดแสดงในห้วงเวลาระหว่างวันพุธท่ี ๘ ถึงวันศุกร์ที่ ๑๐
มิถนุ ายน ๒๕๖๕

๓) การสัมมนา ซึ่งจะแบ่งเป็นภาคเช้าและบ่าย โดยในภาคเช้าจะเป็นการ สัมมนากลุ่มย่อย
จานวน ๑๔ กลุ่ม ในหัวข้อประเด็นสาคัญ ๆ ๑๔ ประเด็น ท่ีเก่ียวข้องกับประชาชน ณ ห้องประชุม
คณะกรรมาธกิ าร ๑๔ หอ้ ง โดยมสี มาชกิ วุฒิสภา ๑๔ ทา่ น เปน็ วทิ ยากรประจากล่มุ

ในภาคบ่ายจะเป็นการสัมมนา ณ ห้องประชุมวุฒิสภา ซึ่งจะเริ่ม ต้นด้วยการแสดงดนตรี
กวีศิลป์ โดยท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภาและศิลปินแห่งชาติ ร่วมกับอาจารย์ธนิสร์
ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ต่อจากน้ันเป็นการปาฐกถาพิเศษ โดย ท่านศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร
วชิ ิตชลชยั ประธานวุฒิสภา

ลาดับถัดไปจะเป็นการนาเสนอสรุปผลงานวุฒิสภาท่ีผ่านมา ๓ ปี โดย ท่านวีระศักด์ิ โควสุรัตน์
สมาชิกวุฒิสภา และการนาเสนอผลการสัมมนาโดยผู้แทนกลุ่มย่อย ๑๔ กลุ่ม เพื่อนาเสนอ
ข้อเสนอแนะท่ีต้องการใหส้ มาชิกวฒุ สิ ภาปฏบิ ัติหน้าท่ีใน ๒ ปขี ้างหนา้

นอกจากนี้ได้มี กิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน ระหว่างวันพุธท่ี ๘ ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ บริเวณหน้า
ห้องประชุมกรรมาธิการ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา (โซน C) เพื่อส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชนตาม
ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั ...”

ต่อจากน้ัน ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวเปิดโครงการ
สัมมนาและนิทรรศการ เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพ่ือประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ
ปฏิรูป” ความว่า “… วุฒิสภาได้ปฏิบัติ
หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ ๑๑
พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีการประชุมวุฒิสภา
ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒
โดยได้ดาเนินภารกิจงานด้านต่าง ๆ
ภ า ย ใ ต้บ ท บัญ ญ ัติข อ ง รัฐธรรมนู ญ แ ละ
กฎหมาย โดยคานึงถึงผลประโยชน์ของ
ประเทศชาติและประชาชนเป็นสาคัญ
วุฒิสภามีบทบาทหนา้ ทแ่ี ละอานาจทส่ี าคัญ
แบง่ เป็น ๔ ดา้ น ได้แก่

๑) ด้านนิตบิ ญั ญัติ อันได้แก่ การกลั่นกรองกฎหมาย การพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิงบประมาณ
รายจ่าย การพิจารณาอนมุ ัติพระราชกาหนด ตลอดจนการพจิ ารณาแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ รฐั ธรรมนญู

๒) ดา้ นการควบคมุ การบริหารราชการแผ่นดนิ อันไดแ้ ก่ การตงั้ กระทถู้ าม การเปิดอภิปรายทัว่ ไป
ในวฒุ สิ ภา การเปิดอภิปรายทัว่ ไปในรฐั สภา ตลอดจนการตั้งคณะกรรมาธกิ าร

๓) ด้านการให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง อันประกอบด้วย หน้าที่
และอานาจในการใหค้ วามเหน็ ชอบบคุ คลดังต่อไปน้ี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลอื กต้งั
ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงิน
แผน่ ดนิ ผวู้ า่ การตรวจเงินแผ่นดนิ และคณะกรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ เปน็ ต้น

๔) งานดา้ นอ่ืน ๆ ตามท่บี ัญญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนูญและกฎหมาย


๑๐

นอกจากนี้ บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ยังได้เพิ่มหน้าที่และอานาจให้แก่วุฒิสภา คือ การติดตาม
เสนอแนะ และเรง่ รดั การปฏริ ูปประเทศ การจดั ทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และการพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติเพื่อดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ โดยวุฒิสภาได้ดาเนินการ
ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
ด้วยรูปแบบที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดนวัตกรรมองค์ความรู้ใหม่ ๆ ท่ีทาให้หน่วยงานภาครัฐ
และประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น อันนาไปสู่การขับเคลื่อนการปฏิรูป
ประเทศและการดาเนนิ การจดั ทายทุ ธศาสตร์ชาติไดอ้ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม

สาหรับการดาเนินภารกิจของวุฒิสภา ตามที่ได้กล่าวม าแล้วข้างต้นนั้น ยังมีกลไก
ท่ีสาคัญอีกประการหนึ่ง ในการขับเคล่ือนภารกิจงานของวุฒิสภา ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้อง
ตามภารกิจท่ีรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้กาหนดไว้ ก็คือการรับฟังความคิดเห็นตลอดจนปัญหา
และอุปสรรคด้านต่าง ๆ ของประชาชนในพื้นที่ โดยวุฒิสภาได้ลงพ้ืนท่ีเพ่ือพบปะเย่ียมเยือนประชาชน
ภายใต้ “โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน” ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภากับ
ประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้ใช้เป็นเวทีในการสะท้อนปัญหา เพ่ือให้วุฒิสภาได้นาไป
พิจารณาหาหนทางแก้ไข อีกทั้งยังใช้เป็นแนวทางในการดาเนินภารกิจของวุฒิสภาตามบทบัญญัติของ
รฐั ธรรมนญู และกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิง การพิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ การตรวจสอบ
ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปประเทศ และการดาเนินการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ

จากสถานการณ์การระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งแพร่ระบาดต้ังแต่
ปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ไปทั่วโลกจนถึงขณะนี้ ทา
ให้กระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนท้ังประเทศ
ต้ อ งมี ก ารป รั บ เป ลี่ ย น วิ ถี ก าร ด าร งชี วิ ต
และการทางานใหม่ ที่เรียกว่า New Normal
นั้ น วุฒิ สภ าก็เป็ น อีกองค์กรห น่ึ งท่ี มีการ
ปรับเปลี่ยนโดยนาเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการ
ดาเนินงานดา้ นต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
รวมทัง้ ได้มีการให้ความชว่ ยเหลือประชาชนทไี่ ด้รับ
ความเดือดร้อนในพ้ืนท่ีต่าง ๆ อย่างต่อเน่ือง
อยเู่ สมอ

กิจกรรมการสัมมนาและนิทรรศการในคร้ังนี้จัดข้ึนเน่ืองในโอกาสที่วุฒิสภาได้ปฏิบัติหน้าที่มาครบ
๓ ปี จึงนับว่าเป็นกิจกรรมท่ีสาคัญ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาร่วมกัน “เหลียวหลัง”
ไปทบทวนบทบาทหน้าที่ในวันเวลาท่ีผ่านมาทั้งในด้านการ กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป และดา้ นอ่ืน ๆ
เพื่อนาไปส่กู าร “แลหน้า” คือ การปรับปรุงการทางานในอนาคตอีก ๒ ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาตติ ่อไป”


๑๑

๔. เยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการแสดงผลงานของวุฒิสภา และร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก
เศรษฐกิจฐานราก (เวลา ๐๙.๑๕ - ๐๙.๔๕ นาฬิกา)
นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิ สภา ประธาน อนุกรรมการด้านการจัดนิทรรศการ

การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา ให้การต้อนรับและพาประธานวุฒิสภาและรองประธาน
วฒุ สิ ภาทั้งสองท่านเยี่ยมชมบอรด์ นทิ รรศการแสดงผลงานของวุฒสิ ภาในชว่ ง ๓ ปที ผี่ ่านมา ประกอบด้วย

๔.๑ คณะกรรมาธกิ ารของวฒุ ิสภา จานวน ๒๘ คณะ ดังนี้
๑) คณะกรรมาธิการการแกป้ ญั หาความยากจนและลดความเหลื่อมลา้
๒) คณะกรรมาธกิ ารการกฬี า
๓) คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
๔) คณะกรรมาธิการการคมนาคม
๕) คณะกรรมาธกิ ารการเศรษฐกจิ การเงนิ และการคลงั
๖) คณะกรรมาธิการการตา่ งประเทศ
๗) คณะกรรมาธิการการทหารและความมนั่ คงของรฐั
๘) คณะกรรมาธิการการท่องเทีย่ ว
๙) คณะกรรมาธิการการปกครองทอ้ งถนิ่
๑๐) คณะกรรมาธกิ ารการบริหารราชการแผ่นดนิ
๑๑) คณะกรรมาธกิ ารการพลงั งาน
๑๒) คณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาการเมอื งและการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
๑๓) คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ

และผูด้ อ้ ยโอกาส
๑๔) คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยตุ ธิ รรม และการตารวจ
๑๕) คณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน
๑๖) คณะกรรมาธกิ ารการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม
๑๗) คณะกรรมาธกิ ารการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสอ่ื สาร และการโทรคมนาคม
๑๘) คณะกรรมาธกิ ารการศาสนา คณุ ธรรม จริยธรรม ศลิ ปะและวัฒนธรรม
๑๙) คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา
๒๐) คณะกรรมาธกิ ารการสาธารณสขุ
๒๑) คณะกรรมาธกิ ารกจิ การองคก์ รอิสระตามรฐั ธรรมนญู
๒๒) คณะกรรมาธกิ ารทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
๒๓) คณะกรรมาธกิ ารศกึ ษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤตมิ ิชอบและเสริมสรา้ ง

ธรรมาภบิ าล
๒๔) คณะกรรมาธกิ ารการพาณิชยแ์ ละการอตุ สาหกรรม
๒๕) คณะกรรมาธกิ ารสิทธมิ นุษยชน สิทธเิ สรภี าพและการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
๒๖) คณะกรรมาธกิ ารตดิ ตามการบรหิ ารงบประมาณ
๒๗) คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั การพทิ กั ษแ์ ละเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์
๒๘) คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทา

และดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ


๑๒
๔.๒ คณะกรรมการของวุฒสิ ภา จานวน ๗ คณะ ดงั นี้

๑) คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชน
๒) คณะกรรมการดาเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพ่ือสังคมและกิจกรรม
นันทนาการของวฒุ สิ ภา
๓) คณะกรรมการดาเนินโครงการจิตอาสาเพอื่ สังคม วฒุ ิสภา
๔) คณะกรรมการบรู ณาการกู้ชีพฉกุ เฉนิ และความปลอดภยั ทางถนน วุฒสิ ภา
๕) คณะกรรมการวิชาการของวฒุ ิสภา
๖) คณะกรรมการวิจยั และพฒั นาของวุฒิสภา
๗) คณะกรรมการประสานงานเพอ่ื สนับสนุนโครงการกองทนุ การศกึ ษา วฒุ สิ ภา
๔.๓ ส่วนราชการภายในสานกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา จานวน ๔ หนว่ ยงาน ดงั นี้
๑) สานกั งานประธานวฒุ ิสภา (ศนู ยร์ บั เรอื่ งราวรอ้ งทกุ ขว์ ฒุ ิสภา)
๒) สานกั กากบั และตรวจสอบ (การให้ความเหน็ ชอบบุคคลดารงตาแหน่งตามรฐั ธรรมนญู
หรือกฎหมาย)
๓) สานกั การประชมุ (ภารกจิ วุฒสิ ภาด้านงานนติ ิบญั ญัต)ิ
๔) สานกั การตา่ งประเทศ (ภารกจิ วฒุ ิสภาด้านการต่างประเทศ)

๕. กิจกรรมแสดงนวตั กรรมผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชนจากเศรษฐกิจฐานราก
จากการลงพ้ืนที่ของสมาชิกวุฒิสภาตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนใน ๗ ภมู ภิ าค ได้แก่

ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา พบว่า
ในชุมชนระดับฐานรากมีผลิตภัณฑ์สินค้าท่ีเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ต้นทุนของชุมชนได้แก่ประเพณี
วัฒนธรรม ช่างฝีมือชาวบ้านซึ่งสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และวัตถุดิบในชุมชน และผลิตภัณฑ์สินค้า
บางตัวท่ีไม่มีจาหน่ายในท้องตลาดทั่วไป แต่เน่ืองจากปริมาณความต้องการของผู้ซื้อในชุมชนมีไม่มาก


๑๓

หากได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด จะทาให้ชาวบ้านในชุมชนสามารถเพ่ิมกาลังการผลิตสินค้า
เป็นรายได้เพ่ิมมากขึ้น ประกอบกับในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ ยอดการจาหน่าย
ผลิตภัณฑ์สินค้าของชุมชนลดลงในโอกาสท่ีวุฒิสภาจัดงานสัมมนาในครั้งน้ี จึงเปิดโอกาสให้ประชาชน
นาสินค้าของชุมชนมาแสดงเพ่ือขยายตลาดอีกทางหน่ึง และเป็นโอกาสท่ีสมาชิกวุฒิสภา ผู้เข้าร่วม
สัมมนา และประชาชนจะไดห้ าซือ้ สินคา้ ทมี คี ณุ ภาพและราคาถกู

โดยวุฒิสภามอบใหค้ ณะอนกุ รรมการดา้ นการบริหารจัดการแสดงนวตั กรรมผลภิ ัณฑ์ชุมชน OTOP
มีนายวิทยา ผิวผ่อง สมาชิกวุฒิสภาเป็นประธาน มีร้านค้าชุมชนเข้าร่วมงานจานวน ๓๘ ร้าน
ประกอบด้วยสินค้าเครื่องใช้ ผ้าทอ จานวน ๒๕ ร้าน และสินค้าประเภท อาหาร ๑๓ ร้าน กิจกรรมน้ี
จดั ข้ึนระหวา่ งวนั ท่ี ๘ ถึงวันที่ ๙ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๗.๓๐ - ๑๗.๐๐ นาฬกิ า


๑๔
๖. บทสมั ภาษณศ์ าสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวฒุ ิสภา๑

ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย
ประธานวุฒิสภา ได้ให้สัมภาษณ์ว่าภารกิจ
ของวุฒิสภาทั้งภารกิจปกติ และภารกิจ
ท่ีเป็นบทเฉพาะกาล ส่ิงเหล่านี้ควรบันทึก
ไว้ในประวัติศาสตร์ คนไทยลืมง่ายว่า
ปี ๒๕๕๗ มีอะไรเกิดขึ้น ประวัติศาสตร์
บั น ทึ ก ไว้ แ ต่ ไม่ มี ใค ร ส น ใจ วั น น้ี
ประวัติศาสตร์ก็ต้องบันทึกไว้ ตนสั่งให้
บันทึกทุกอย่างที่พูดและแสดงในวันนี้
ไม่ใช่ดีทั้งหมดหรือแย่ท้ังหมด แต่มีทั้งดี
และไม่ดี หากมีอะไรท่ีประชาชนจะวิจารณ์
ก็ทาไดไ้ มม่ ีปัญหา นค่ี ือวตั ถปุ ระสงคข์ องงานน้ี

ส่วนโครงการวุฒิสภาพบประชาชน เป็นโครงการท่ีเราดาเนินการเข้มแข็งจริงจัง ไม่ได้เห็น
ประโยชน์ของจังหวัดจังหวัดหน่ึงเป็นการเฉพาะ แต่ส่ิงใดที่เป็นปัญหา วุฒิสภารับมาเพื่อเร่งรัดไปยัง
หน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีให้แก้ไข ซึ่ง ๓ ปีท่ีผ่านมา การแพร่ระบาดของโควิด – ๑๙ ทาให้หลายอย่าง
ตอ้ งชะลอไป แตเ่ ช่อื ว่า ๒ ปที ่ีเหลอื จะเดนิ หนา้ ไดเ้ ทา่ กบั ๓ ปีทผ่ี ่านมา

ผมขอให้คาม่ัน และขอกาลังใจ ว่าสิ่งที่ทาไปเป็นไปตามบ ทบัญ ญั ติของรัฐธรรมนูญ
ซึ่งจาเป็นต้องช้ีแจงบางอย่างท่ีไม่เหมือนกับวุฒิสภาชุดก่อนๆ แต่ถ้าผ่านบทเฉพาะกาลไปแล้ว วุฒิสภา
ก็จะกลับไปอยู่แบบเดิม ไม่มีการทว่ี ฒุ สิ ภาจะไปเลือกนายกรัฐมนตรแี ลว้

๗. กจิ กรรมสมั มนากล่มุ ย่อย ๑๔ กลุ่ม เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ นาฬิกา
แบ่งกลุ่มตามประเด็นที่คณะอานวยการจัดงานฯ พิจารณาแล้วว่ามีผลต่อประชาชนโดยตรงได้

๑๔ กล่มุ และมอบสมาชิกวุฒสิ ภารับผดิ ชอบแต่ละกลมุ่ ตามแผนภาพทแ่ี นบ

๑ หนังสือพมิ พ์สยามรัฐ วันอาทติ ยท์ ่ี ๑๒ มิถุนายน พุทธศกั ราช ๒๕๖๕


๑๕

จานวนผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมด ๑,๘๗๔ คน แยกเป็นประเภทที่มาร่วมสัมมนา onsite
จานวน ๕๘๒ คน online จานวน ๑,๑๓๖ คน และสมาชิกวุฒิสภา จานวน ๑๕๖ คน แยกตามกลุ่ม
สมั มนาได้ตามตารางทแ่ี นบ


๑๖
ตารางผเู้ ข้ารว่ มสัมมนาแยกตามรายกลุ่มย่อย

กลุ่มสัมมนายอ่ ย ผ้เู ขา้ ร่วมสัมมนา ผู้เขา้ รว่ มสมั มนา
onsite online
-
กฎหมายเพื่อประชาชน ๔๐ -
-
สมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาขน ๔๙ -
-
น้าเพอ่ื ประชาชน ๒๙ ๓๐๐
-
ท่ดี นิ ทากินเพ่อื ประชาชน ๓๓ -

กิจกรรมเพือ่ สังคม ๓๐ -

การคมุ้ ครองสทิ ธแิ ละเสรมิ พลังคนพกิ าร ๔๕ -
๗๘๑
ส่ือเพื่อเด็กและเยาชน ๕๐ ๒๕
๓๐
ปฎริ ปู ประเทศและยทุ ธศาสตร์ชาติ ๗๔
๑๑๓๖
การพทิ กั ษแ์ ละเทดิ ทูนสถาบนั ๓๔

พาณิชยท์ นั สมัย อตุ สาหกรรมเขม้ แขง็ ๒๕
เศรษฐกจิ ยัง่ ยนื

การป้องกนั อบุ ตั ิภยั ๓๕

การศกึ ษาเพอื่ อนาคต ๓๖

เสาเขม็ สงั คม ตาบลเขม้ แขง็ ประเทศม่นั คง ๓๘

สทิ ธิมนุษยชน สิทธเิ สรภี าพ และการ ๖๔
คมุ้ ครองผบู้ ริโภค

รวม ๕๘๒

๘. ประเดน็ การสัมมนาหรอื ประเด็นท่จี ะขอรบั ฟังความคดิ เห็นของกลุ่มยอ่ ย
๘.๑ กลมุ่ กฎหมายเพอ่ื ประชาชน
ประเด็นการรับรู้กฎหมาย โดยที่กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ท่ีใช้บังคับแก่ประชาชนในสังคม

จึงจาเป็นอย่างย่ิงท่ีประชาชนจะต้อง มีความรู้และความเข้าใจในสาระสาคัญของกฎหมาย เพื่อให้
สามารถนาไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และครบถ้วน แต่เน่ืองจากในปัจจุบันการรับรู้และการเข้าถึง
กฎหมายของประชาชน รวมท้ังการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมายของหน่วยงานของรัฐยังเป็นปัญหาที่สาคัญ
ประการหน่ึงของสังคมไทย กล่าวคือ ประชาชนท่ัวไปยังไม่มีโอกาสที่จะได้ทราบถึงสิทธิและหน้าท่ีของตน
ตามกฎหมายได้อยา่ งทวั่ ถงึ และเท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างย่งิ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางกฎหมาย
และสิทธใิ นการเขา้ ถึงตวั บทกฎหมายไดโ้ ดยสะดวก


๑๗

๘.๒ กลุ่มสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน
๘.๒.๑ การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานตั้งแต่ในระดับนโยบาย เพื่อให้การขับเคล่ือนการพัฒนา

จงั หวัดสามารถดาเนินการได้ตง้ั แต่ระดบั ตาบล เพราะท้องถิ่นไมไ่ ด้มองปญั หาเลก็ ๆ ในท้องถน่ิ เอง
๘.๒.๒ การพฒั นาโอทอปในระดบั ตาบลใหเ้ ช่อื มโยงกับระดับอาเภอ ระดับจงั หวัด
๘.๒.๓ ปัญหาฝุ่น PM ๒.๕ ในพื้นท่ีภาคเหนือ ยังขาดเจ้าภาพในการดาเนินการ อยากให้สร้าง

การตระหนกั รใู้ หก้ ับประชาชนในพน้ื ที่ และนาเคร่ืองมอื ที่ทนั สมยั ไปใช้ในพืน้ ทที่ ่ปี ระชาชนเขา้ ถงึ
๘.๒.๔ การสร้างความเขา้ ใจเกย่ี วกบั กฎหมายตา่ ง ๆ ใหก้ ับประชาชน เนือ่ งจากภาษากฎหมาย

เป็นภาษาทเ่ี ข้าใจยาก และไมท่ ันกับยุคสมยั
๘.๒.๕ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเกษตรกร เช่น ธกส. มีการสร้างเง่ือนไขเพ่ิมเติม คือ

การประกันตนของสมาชิก ซึ่งมคี า่ ใชจ้ า่ ย กลมุ่ ละ ๖ – ๗ หมนื่ บาท ทาใหเ้ กษตรกรตอ้ งรบั ภาระเพมิ่ มาก
ขนึ้ ปศุสตั ว์ กับ ธกส. ขาดการทางานแบบบูรณาการ เกษตรพนั ธสญั ญา เปน็ ต้น

๘.๒.๖ เกษตรกรแปลงใหญ่ขาดทนุ หมุนเวยี น

๘.๓ กลมุ่ น้าเพื่อประชาชน
การสัมมนากลุ่มย่อย หัวข้อ “น้าเพ่ือประชาชน” ได้มีการรวบรวมประเด็นปัญหา

ขอ้ ร้องเรียนของประชาชน เพ่ือให้ได้รบั รู้ถงึ การผลักดันการแกไ้ ขปัญหาของวุฒิสภา จงึ ได้เชิญหน่วยงาน
ทเี่ ก่ยี วข้องเขา้ รว่ มการสัมมนาโดยกาหนดประเด็นเพือ่ รับฟังความคดิ เห็น ดังนี้

๘.๓.๑ ผลการดาเนนิ การบรหิ ารจดั การ
๘.๓.๒ การดาเนนิ การต่อปญั หาขอ้ รอ้ งเรียน
๘.๓.๓ ผลการดาเนนิ การตอ่ เร่อื งรอ้ งเรียน
๘.๓.๔ การดาเนนิ โครงการสาคัญของกรมชลประทาน
๘.๓.๕ การดาเนินการตอ่ ขอ้ ร้องเรยี นในส่วนทเ่ี ก่ียวข้องของกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถิน่
๘.๓.๖ แนวทางการแกไ้ ขปญั หาเรอื่ งนา้ ในภาคการผลติ และการจดั การน้าอปุ โภค – บรโิ ภค

๘.๔ กลมุ่ ทดี่ ินเพอ่ื ประชาชน
๘.๔.๑ การดาเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินเพ่ือประชาชน ภายใต้บริบท

การทาหนา้ ทข่ี องวุฒิสภา
๘.๔.๒ แนวทางการแก้ไขความเดอื ดร้อนของประชาชนจากปญั หาทด่ี นิ ทากนิ
๘.๔.๓ แนวทางการขับเคล่ือนภารกิจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการดาเนินการ

ตามแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติในการจัดที่ดินทากินเพื่อประชาชนและการเพ่ิมพ้ืนท่ี
ปา่ ไม้ของประเทศ

๘.๕ กลมุ่ กจิ กรรมเพ่ือสงั คม: วฒุ สิ ภาแบง่ ปนั น้าใจ สรา้ งสรรค์สังคมย่งั ยนื
ความคิดเห็น มุมมอง ความคาดหวังต่อบทบาทวุฒิสภาในการดาเนินกิจกรรมเพื่อสังคม

เพื่อเป็นแนวทางในการดาเนินกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันน้าใจ สร้างสรรค์สังคมย่ังยืน อันเป็น
การสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัวสืบต่อไป


๑๘

๘.๖ กลมุ่ คมุ้ ครองสทิ ธิและเสริมพลังคนพิการ
การเร่งดาเนินการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏิรูปประเทศด้านสังคมในส่วนที่เก่ียวขอ้ งกับ

คนพิการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อนาไปสู่การคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ บนพื้นฐาน
ความเทา่ เทียมและเปน็ ธรรมถว้ นหนา้ อยา่ งแท้จรงิ ใน ๓ ประเดน็ ดงั นี้

๘.๖.๑ การปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
๘.๖.๒ กิจกรรมปฏิรปู (Big Rock) : การข้ึนทะเบยี นคน
๘.๖.๓ การปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะท่ีทุกคนเข้าถึงและใช้
ประโยชนไ์ ด้ (Accessibility for All Act : AAA)

๘.๗ กลมุ่ สือ่ เพ่ือเดก็ และเยาวชน
ในระยะ ๓ ปี ที่ผ่านมา วฒุ ิสภาไดม้ ีมตเิ ห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศกึ ษาของคณะกรรมาธิการ

การพัฒนาสังคมฯ และข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดาเนินการ จานวน ๔ ฉบับ
ได้แก่ (๑) ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนาและขยายสื่อดีสาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว
(๒) การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อสาหรับเด็กและเยาวชน (๓) ข้อเสนอ
เชิงนโยบายเพื่อลดผลกระทบจากการพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชน (๔) ข้อเสนอเชิงนโยบาย
เพื่อผลักดันกฎหมายว่าด้วยการกระทาความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการ
ติดตามผลการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่องพบว่า ยังมีหลายประเด็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมติ
คณะรฐั มนตรียังไม่สามารถขับเคล่ือนงานตามมติคณะรฐั มนตรีได้ เพ่ือให้การขับเคล่ือนมติคณะรัฐมนตรี
ดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความสาเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จึงเปิดเวทีรับฟัง แลกเปลี่ยน
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะจากภาคีเครอื ข่ายที่เก่ยี วขอ้ ง

๘.๘ กลุม่ พิทักษ์สถาบนั
คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้มีการเสวนา

เรื่อง “บทบาทในการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยเชิญผู้นาศาสนาจาก ๕ ศาสนา
ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ และศาสนาซิกข์ และผู้นา
เยาวชนจาก Seed Thailand เข้าร่วมการเสวนา โดยมีประเด็นหลักในการเสวนาใน ๒ ประเด็น คือ ๑)
การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทุกฝ่ายควรดาเนินการ ๒) แนวทางในการมีส่วนร่วมใน
การพทิ กั ษแ์ ละเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์

๘.๙ กลมุ่ ปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตรช์ าติ
เปดิ รับฟงั ความต้องการของประชาชนตามยุทธศาสตรช์ าติ ๖ ดา้ น ได้แก่ ด้านความมนั่ คงด้าน

การสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ด้านการ
สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมและด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ และรับฟังข้อเสนอแนะ
กระบวนการ ตสร.ทผ่ี ่านมา และการปรับกระบวนการ ตสร. ใน ๒ ปตี ่อไป

๘.๑๐ กล่มุ พาณชิ ยท์ ันสมยั อุตสาหกรรมเขม้ แขง็ เศรษฐกจิ ยั่งยืน
การสร้างโอกาสทางการค้าจากการค้าออนไลนห์ รือแพลตฟอร์มของไทย การผลักดนั Platform

Economy และ BCG Economy การสร้างความเข้มแขง็ ของอุตสาหกรรมไทย เพื่อสร้างความสามารถ
ทางการแข่งขนั ของไทย และการปรับตวั ให้ทันต่อยคุ Net Zero และ Urban Mining


๑๙
๘.๑๑ กลมุ่ ปอ้ งกันอุบตั ภิ ยั

เร่ือง“Smart City : เมืองปลอดภัย คนปลอดภัย” หารือกระบวนการขับเคลื่อนกฎกระทรวงฯ
โดยใหค้ วามสาคญั กบั การเพม่ิ Chain of survivor

๘.๑๒ กลมุ่ การศกึ ษาเพ่ืออนาคต
๑ ) การป ฏิ รูป การศึ กษ าท่ี ตอบ สน องต่ อความต้ องการของคน ไทยและก้ าวทั น

ต่อการเปล่ยี นแปลงของโลกอนาคตในยคุ Metaverse
๒) การนาระบบ AI และเทคโนโลยีอน่ื ๆ มาใชใ้ นการจัดการศกึ ษาสาหรับโลกอนาคต

๘.๑๓ กลมุ่ เสาเขม็ สังคม ตาบลเข้มแข็ง ประเทศม่นั คง
เร่อื ง “บทบาทวฒุ สิ ภาต่อการสรา้ งเสรมิ “เสาเข็มสังคม : ตาบลเขม้ แข็ง ประเทศม่นั คง””

๘.๑๔ กลุ่มสิทธมิ นษุ ยชน สทิ ธเิ สรีภาพ และการค้มุ ครองผ้บู รโิ ภค
ระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เก่ียวข้อง สะท้อนความคาดหวัง ปัญหา ข้อจากัด อุปสรรคท่ี

ยังเป็นช่องว่างในด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนร่วมกันแสวงหา
แนวทาง การขับเคลอ่ื นภารกิจในอกี ๒ ปี ข้างหน้า ทั้งในเชงิ ประเดน็ และเชิงการผลกั ดนั กฎหมายสาคญั

๙. กิจกรรมสัมมนาในหอ้ งประชุมวฒุ สิ ภาเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา
เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ผู้เข้าร่วมสัมมนาทยอยเข้าห้องประชุมจันทรา ด้วยความต่ืนเต้น

ที่จะได้มีโอกาสเข้ามานั่งในห้องประชุมอันทรงเกียรติ บรรยากาศคึกคักมาก เสียงพูดจาสนทนากัน
ดังท่ัวห้องประชุม คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าท่ีของสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ให้การ
ต้อนรบั และนาเขา้ ประจาทีน่ ่ังท่ไี ด้จดั เตรียมไว้


๒๐
พิธีกรดาเนินรายการ ได้แก่ นายคานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา และนางสาวเรณู ตังคจิวางกูร
สมาชกิ วุฒิสภา ทักทายผู้เข้าร่วมสัมมนา ประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์ของการสัมมนาในช่วงบา่ ย แนะนาห้อง
ประชมุ วฒุ ิสภาและสิ่งอานวยความสะดวกในหอ้ งประชุม

เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ประธานคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาทุกคณะ และผู้ท่ีเกี่ยวข้องเข้าน่ัง
ประจาที่ พรอ้ มที่จะเปดิ การสัมมนาในภาคบ่าย บรรยากาศเร่มิ เงียบสงบ


๒๑
๙.๑ การแสดงคนตรกี วศี ลิ ปโ์ ดยทา่ นเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และท่านธนสิ ร์ ศรกี ลน่ิ ดี
ประวัติของท่าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในนามกวีรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภา
ท่านสาเร็จปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เร่ิมต้นท่านเคยเป็นอาจารย์สอน
วิชาการประพันธ์อย่างสร้างสรรค์ที่คณะมนุษยศาสตร์สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ท่านมีผลงาน
ดา้ นกวีนิพนธ์ที่ยอดเย่ียมได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย นอกจากน้ันแล้วท่านยังเปน็ ศิลปินแห่งชาตสิ าขา
วัฒนศิลป์ด้วย อีกทั้งยังได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือที่เรียกว่า
ซีไรส์ ได้รางวัลศรีบูรพา รางวัลพระเกี้ยวทองคา รางวัลอัศนี พลจันทร์ และปริญญาดุษฎี บัณฑิตย์
จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏกาญจนบรุ ี เป็นตน้ ยังมอี ีกมากมายนะครับ

สาหรับท่านอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี นั้น ท่านจบการศึกษาจากวิทยาลัยการศึกษาปทุมวัน
และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรี
ไทยสากล ท่านสอนวิชาดนตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครรินทรวิโรฒ จันทรเกษม สมัยน้ัน ปัจจุบันก็คือ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จันทรเ์ กษม นอกจากนั้นท่านยงั สอนคณะศิลปกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
โดยท่านสอนเป็นรุ่นแรกเลย แล้วยังได้เข้าร่วมวงเป็นสมาชิกวงคาราบาว มีผลงานที่โดดเด่นมาก
เป็นผู้เล่นคีย์บอร์ด และการประสานเสียง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะตัว
คือ การเป่าขลุ่ย เราจะได้ฟังเสียงขลุ่ยกัน ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงท่ีเป็นท่ีนิยมอย่างมากมาย
ในหลายอัลบั้ม ท่านเป็นนักดนตรีที่มีความสามารถและมีความชานาญอย่างมาก ในการเล่นดนตรี
โดยเฉพาะเครื่องเป่า แล้วก็ขลุ่ย แล้วก็ยังสนใจดนตรีในแนวคลาสสิกแจ๊ส ได้รับรางวัล Award
International Jazz 2016 จากวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาหรับเกียรติประวัติ
และผลงานท่ียอดเย่ียมของท่านได้รับรางวัลต่าง ๆ อย่างมากมาย รางวัลเชิดชูเกียรติ ประจาปี ๒๕๔๗
จาก ม. จันทรเกษม รางวัลทาคุณประโยชน์ให้แก่ชาติจากกองทัพบก รางวัลบรรเลงเพลงยอดเยี่ยม
ท้องฟ้าอัลบ้ัมชีวิตจากงานสีสันอวอร์ด ประจาปี ๒๕๓๖ ท่านเป็นศษิ ยเ์ ก่ามหาวทิ ยาลัยศรีนครรินทรวโิ รฒ
ดีเดน่ สาขาศลิ ปนิ อสิ ระ ก็ท่านยงั ประพันธ์เพลงโฆษณายอดเยย่ี มสิงห์โกลด์ อวอร์ด ใน พ.ศ. ๒๕๓๑


๒๒

(ท่านเนาวรัตน์ฯ อ่านบทกลอน ขณะทท่ี ่านธนสิ รฯ์ เปา่ ขลยุ่ )
“เวทีวุฒิสภา วุฒิสภาสภาผู้ทรงคุณวุฒิ บริสุทธิ์จากฝักและฝ่าย มีเหตุและผล ต้นและปลาย
กาหนดหมายไว้ในบทเฉพาะกาล กลั่นกรองบทกฎหมายที่หมายมุ่ง เพ่ือผดุงความเป็นธรรม อย่างท่ัว
ด้าน กล่ันกรองตัวบุคคล บันดลดาล รับผิดชอบการงานสาคัญควร ติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัด ปฏิบัติเป็นไป ให้ถูกถ้วน นโยบายแห่งรัฐ จัดกระบวน ประโยชน์สุขหลากล้วนเพื่อมวล
ประชา ร่วมคาแปรญัตติ ร่วมอภิปราย ร่วมขยายความเห็นเป็นคุณค่า ให้สังคมส่วนรวมร่วม
พิจารณา ไม่ผูกขาดอัตตาจาเพาะตน บรรลุขั้น บรรจบ ครบ ๓ ปี ทุกหน้าท่ีท่ีทานาส่งผล ฝ่าวิกฤต
ยุคสมัย กุมใจคน อันบันดลด้วยยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ ๖ ด้านครรลองธรรม คือธงนาสู่
อารยะวิถี กาหนดความเป็นหนึ่งอันพึงมี สังคมดี คนดี ต้องมีจริง คือ ทิศ ๖ ๖ ยุทธศาสตร์ชาติ
๑) ทิศบาทเบ้ืองผาน มั่นคงย่ิง ๒) คืออุทิศเบ้ืองบนให้ตนอิง ๓) คือทิศหน้าวิ่งชิงธงชัย ๔) คือ
ทศิ เบื้องซ้ายเสมอภาค ๕) ทิศจากเบ้ืองขวาพาสู่สมัย ๖) คือ ทิศธรรมาธิปไตย โบกธงไทยร่วมพิทักษ์
ปักปฐพี ความเป็นไทยเป็นธรรมตอ้ งนาทาง ความเป็นไทย เป็นธรรม ต้องนาทาง ลดช่องวา่ ง เหลื่อม
ล้า ลบหยามหมิ่น อดีตปรับรับใช้ไทยแผ่นดิน สานึกวิญญาณไทยสากล สานึกวิญญาณไทยใจ
สากล สมาชิกวุฒิสภาก้าวหน้านา แนวทางธรรมนาสุขในทุกหน ทางประชาธิปไตยให้ปวงชน
ร่วมบันดลด้วยเวทีวุฒิสภา ร่วมบันดลด้วยเวทีวุฒิสภา [เสียงดนตรี] เป็นธรรม เป็นไทย
[เสียงดนตรี] อานาจของประชาชนเป็นใหญ่ อานาจของประชาชนเป็นใหญ่ คือประชาธิปไตย
ท่ีถกู ต้อง คืออานาจบริหารตามครรลอง การปกครองและอานาจการจัดการ เพ่อื ให้เกดิ ประโยชนส์ ุข
แก่ปวงประชา เปา้ หมายท่ีมีค่ามหาศาล เพราะฉะน้ันอานาจทบี่ รรดาลต้องประสานการใช้ การได้มา
ซึ่งจะต้องเที่ยงทิศและเที่ยงธรรม เป้าหมายที่ชี้นาอันล้าค่า คือประโยชน์เป็นใหญ่ของปวงประชา
ประโยชน์ของปวงประชาต้องเป็นใหญ่ คือ ประชาธิปไตยท่ีหมายมั่น ใช่ประชาเป็นใหญ่ ให้ดึงดัน
พวกมากก็ลากไป อานาจที่เป็นของประชาชน อานาจนี้เป็นของประชาชน บันดาลผลประโยชน์
สุขคนส่วนใหญ่ อานาจต้องเป็นธรรมและเป็นไทย ระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นจริง อานาจต้อง
เป็นธรรมและเป็นไทย ระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นจริง เป็นมนษุ ย์ ก่อนจะเป็นอะไรในโลกน้ี ทั้งเลว
ทราม ต่าดี ถึงท่ีสุด คุณจะตอ้ งรจู้ ักการเป็นมนษุ ย์ คุณจะต้องรู้จักการเปน็ มนุษย์ ไมใ่ ชช่ ุดเครือ่ งแบบ
ทีส่ วมใส่ ไม่ใช่ยศตาแหน่งแกร่งฉกรรจ์ หากเป็นหัวใจของคุณเอง ใจท่มี ีมโนธรรมสานึก ใจที่รับรู้สึก
ตรึกตรงเผง ใจที่ไม่ประมาทไม่ขาดเกรง ใจที่ไม่วังเวงการเป็นคน เม่ือน้ันคุณเป็นอะไรก็ได้ เป็นอะไร
ก็ได้ ใจทีไ่ ม่วังเวงการเป็นคน เม่ือน้ันคุณเป็นอะไรก็ได้ เป็นผนู้ ้อย เป็นผู้ใหญ่ มโนธรรมสานกึ รู้สึกตน


๒๓

ต้องตั้งต้นให้เป็น คือ เป็นมนุษย์ มโนธรรมสานึกรู้สึกตน ต้องตั้งตนให้เป็น คือ เป็นมนุษย์
เป็นมนษุ ย์”

วีดิทัศน์ เรื่องราวของวุฒิสภา และผลการดาเนินงานของวุฒิสภา ในรอบ ๓ ปีท่ีผ่านมา
ในบทบาทในเรื่องของการกลั่นกรอง ตรวจสอบและปฏิรูป นอกจากนั้น วุฒิสภาเรายังจัดทา
โครงการต่าง ๆ เพ่อื ประชาชน รวมท้งั การปฏริ ปู ประเทศ ในโครงการตา่ ง ๆ เพือ่ ประชาชน

“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย มี ๒ ประเภท ซึ่งเป็นที่มาแตกต่างกันต้ังแต่ปี ๒๔๗๕ ต่อมา
ในปี ๒๔๘๙ ท่ีกาหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย พฤฒสภาและสภาผู้แทน จากนั้นรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย ได้เปล่ียนชื่อเรียก พฤฒสภา มาเป็นวุฒิสภาจนถึงปัจจุบัน โดยวุฒิสภาชุดปัจจุบัน
ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งในวันท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยเร่ิมมี
การประชุมวุฒิสภา ครั้งแรก เม่ือวันท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ และได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วกว่า ๓ ปี
วุฒิสภาเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มีบทบาทสาคัญ ในการวางรากฐาน และผลักดันการปฏิรูป
ประเทศ เพื่อให้การเมืองการปกครองของไทย มีธรรมาภิบาลมีความสุจริต โปร่งใส มีความก้าวหน้า
และพัฒนาไปอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ซง่ึ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้วุฒิสภา มีหน้าที่และอานาจสาคัญ
หลายประการ ทั้งการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการพิจารณา
ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งที่สาคัญในองค์กรต่าง ๆ และตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ
ยังได้กาหนดให้วุฒิสภาทาหน้าที่ท่ีสาคัญ คือ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ
การจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมท้ังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท่ีจะตราขึ้น
เพื่อดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีท่ีผ่านมา แม้ว่าวุฒิสภาจะมีหน้าท่ี
และอานาจตามรัฐธรรมนูญกาหนด แต่ไม่ว่าวุฒิสภาจะทาอะไร จะถามใจประชาชนก่อน และยึดมั่น
ในผลประโยชน์ ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสาคัญ พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกาลัง
ผ่านกระบวนการสาคัญ ดังนี้ กลั่นกรองกับภารกิจด้านการกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจ สอบ ภารกิจ
ด้านการตรวจสอบ การเสนอญัตติ ต้ังกระทู้ถาม และการต้ังคณะกรรมาธิการปฏิรูป ภารกิจด้านการ
ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ
เน้นในการตระหนัก รับรู้ ร่วมมือ ขับเคล่ือนตั้งแต่ต้นน้า กลางน้า และปลายน้า และวุฒิสภากับภารกิจ
ด้านอื่น ๆ ๓ ปีที่สมาชิกวุฒิสภา ได้ปฏิบัติภารกิจของวุฒิสภาและภารกิจของสมาชิกรัฐสภา บทบัญญัติ
และกรอบกฎหมายให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน
และเรียนรู้ เพ่ือนาไปสู่การพิจารณา การติดตามผลการบังคับใช้กฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือ
ประชาชนตามกลไกวุฒิสภา โดยนาทักษะ ความเชี่ยวชาญ มาใช้ในการสนับสนุน ประสานงาน
ให้ประชาชน ให้มีการเข้าถึงองค์ความรู้ มีความเข้าใจในความเป็นจริงของสถานการณ์ แบบพึ่งตนเอง
บนหลักการพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างย่ังยืนส่งผลให้
ประชาชนเกิดทัศนคติท่ีดี และเกิดวุฒิสภาว่า มีความเป็นกลาง และเป็นท่ีพึ่งให้กับ ประชาชน ๒ ปี
หลังจากน้ี วุฒิสภาจะคงมุ่งม่ันปฏิบัติหน้าท่ี และรับฟังเสียงของประชาชน เพ่ือก้าวไปข้างหน้า ให้สภา
เป็นของประชาชนตอ่ ไป ๓ ปี วุฒิสภา เหลยี วหลงั แลหนา้ วฒุ สิ ภาเพ่ือประชาชน กลัน่ กรอง ตรวจสอบ
ปฏริ ปู เราทกุ คนจะก้าวไปขา้ งหน้าด้วยกนั Moving Forward Together ยึดมั่นในผลประโยชน์ประเทศชาติ
และประชาชนเป็นสาคญั ”


๒๔
๙.๒ การปาฐกถาพิเศษ เร่ือง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภา เพื่อประชาชน : กล่ันกรอง
ตรวจสอบปฏริ ปู ” โดยองค์ปาฐก ศาสตราจารย์พเิ ศษพรเพชร วิชิตชลชยั

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า ๒ ทศวรรษ ผมเองเคยได้รับหน้าที่ในบทบาทต่าง ๆ ท้ังการ
เปน็ ผู้พิพากษามาก่อน เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเป็นประธาน
วุฒิสภาในปจั จุบนั แตใ่ นอกี สถานะหนง่ึ ผมเองก็คือประชาชนคนหนึง่ ของประเทศไทย ท่ีได้ร่วมทกุ ข์ร่วมสุข
กับพวกท่านท้ังหลาย ผ่านสถานการณ์ที่ดีร้าย และภาวะวิกฤตด้านต่าง ๆ ท่ีเกิดในประเทศ ตลอด
ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ เช่นเดียวกับพี่น้องทั้งหลาย ภาวะวิกฤติที่เกิดข้ึนทั้งในและต่างประเทศ
ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในสังคม ที่เกิดขึ้นจากความเห็นต่างทางการเมือง และที่สาคัญ
ก็คือ การแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่อเช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในรอบ ๓ ปมี าน้ี ไดส้ ่งผลกระทบตอ่ ประเทศ
ไทยเป็นอย่างยิ่ง ท้ังในด้านสุขภาพที่ประชาชนต้องเจ็บป่วย และเสียชีวิตจานวนมาก หน่วยงานของรัฐ
และบุคลากรทางการแพทย์ ต้องเสียสละ และทางานอย่างหนัก ทั้งยังก่อให้เกิดความต่ืนกลัวแก่สังคม
เปล่ียนแปลงรปู แบบความเป็นอยู่ ของคนในสังคมโดยรวม ท่ีต้องใช้ชีวิตประจาวันในลักษณะท่ีเรียกกัน
ว่า New Normal ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาลในทุกระดับ
มีกิจการจานวนมาก ต้องปิดตัวลงดังกล่าว อาทิเช่น การท่องเท่ียว การส่งออกท่ีเป็นกลไกหลัก ในการ
นารายได้เข้าสู่ประเทศเรา ท่านครับ ภาวะวิกฤติต่าง ๆ ที่กล่าวมาน้ี ในส่วนของวุฒิสภา แน่นอนว่า
นอกเหนือจากการปฏิบัติตามภารกิจหลัก ๓ ประการ ที่กาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย คือ
การกล่ันกรอง ตรวจสอบ และปฏิรูป วุฒิสภายังมีความต้ังใจ และได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา
ของประเทศจากการระบาดของโรคระบาดร้ายดังกล่าว ที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่ิงท่ีวุฒิสภาทา อาทิเช่น
รบั ทราบปัญหา ช่วยเหลือ ประสานงานเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาให้แกป่ ระชาชน ทไี่ ดร้ ับผลกระทบในแตล่ ะพ้ืนที่
ผ่านโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ซ่ึงปฏิบัติหน้าที่โดยใกล้ชิดกับประชาชน ในแต่ละภูมิภาค
การอนุมัติพระราชกาหนด ๒ ฉบับ เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับ
ผลกระทบ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
การปรับแก้ไขข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาสามารถจัดการประชุม
คณะกรรมาธิการ ผ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพื่อให้การทาหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา
ยังเป็นที่พ่ึงของประชาชนได้ แม้ในสถานการณ์หรือภาวะที่ถูกจากัดด้วยโรคภัย และอุปสรรคต่าง ๆ


๒๕

การเสนอให้ปรับลดงบประมาณของวุฒิสภา เพ่ือให้รัฐบาลนาไปแก้ปัญหาวิกฤติได้มากย่ิงขึ้น เป็นต้น
ผมขอย้อนกลับไปกล่าวถึง ภารกิจหลัก ๓ ประการ ของวุฒิสภา ตามท่ีกล่าวมาแล้ว คือ กลั่นกรอง
ตรวจสอบ และปฏิรูป ซึ่งผมขอกล่าวโดยสรุปดังน้ี การกลั่นกรองสามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
การกล่ันกรองกฎหมายและการกลั่นกรองบุคคล การกลั่นกรองกฎหมาย มีทั้งร่างกฎหมายท่ีต้อง
พจิ ารณา โดยผา่ น ๒ สภา ตามลาดับ คอื สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และยงั มกี ารพิจารณากฎหมาย
โดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกด้วย สาหรับร่างกฎหมายท่ีต้องผ่าน ๒ สภา คือ ผ่านสภา
ผู้แทนราษฎร และผ่านวุฒิสภา วุฒิสภาได้พิจารณาร่างกฎหมายประเภทนี้ไปแล้ว ๒๘ ฉบับ
นอกจากนั้น ยังได้อนุมัติพระราชกาหนดอีก ๑๑ ฉบับ สาหรับในส่วนของการประชุมร่วมกันของ
รัฐสภา มีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซ่ึงสมาชิกวุฒิสภาได้ร่ วมพิจารณามาแล้ว ๒๐ ฉบับ
ร่างพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ๑๐ ฉบบั และรา่ งพระราชบญั ญัติท่ีเกีย่ วกบั การปฏริ ูปประเทศ
๑๓ ฉบับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวน้ัน ผมขอกราบเรียนว่าวุฒิสภาได้พิจารณา
และกลั่นกรองด้วยความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเล็งเห็นได้ว่า กฎหมายเหล่านี้ ย่อมมีผลกระทบถึง
สิทธิเสรีภาพ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน อย่างกว้างขวาง นอกจากการกล่ันกรองกฎหมาย
แล้ว วุฒิสภายงั มภี ารกจิ ในการกล่นั กรองบคุ คลดว้ ย การกล่ันกรองบุคคลผดู้ ารงตาแหนง่ ในองค์กรต่าง ๆ
ของรัฐ ซ่ึงเป็นภารกิจตามท่ีรัฐธรรมนูญกาหนด ให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง
เพื่อเป็นการกลั่นกรองให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติ ความสามารถและมีความเหมาะสม ที่จะเข้าไปทา
หน้าที่ในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรที่มีความสาคัญต่อประเทศ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการการเลือกต้ัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. และนอกจากนั้น ยังมีอีกหลาย
ตาแหน่ง ซึง่ กาหนดไวใ้ นกฎหมายระดบั พระราชบัญญตั ิ ซึง่ วุฒิสภาก็ต้องให้ความสาคญั และปฏิบัตหิ นา้ ท่ใี น
การเลอื กบุคคล หรือใหค้ วามเหน็ ชอบบุคคลเหล่าน้ี ด้วยความรอบคอบตลอดมา ภารกิจที่สาคัญในระดับ
ต่อไปก็คือ วุฒิสภามีการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ใน ๓ ระดับ ด้วยกัน คือ ระดับบุคคล
การตรวจสอบของวุฒิสภากระทาโดยการต้ังกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา ระดับคณะกรรมาธิการ มี
การต้ังข้อสังเกต และข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล และระดับวุฒิสภา ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ
ผ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีกฎหมายกาหนดให้ต้องเสนอต่อวุฒิสภา ไปยัง
หน่วยงานผู้เสนอรายงาน โดยมีรายละเอียดท่ีขอช้ีแจง ดังนี้ ระดับบุคคล ซึ่งกระทาโดยการต้ังกระทู้ถาม
ของท่านสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ในเรื่องที่เกี่ยวกับงานในหน้าที่
ของรัฐมนตรี โดยจะถามเป็นหนังสือหรือถามด้วยวาจาก็ได้ ท้ังน้ี รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้
กาหนดให้สมาชิกวุฒิสภา มีอานาจในการต้ังกระทู้ถามด้วยวาจา หรือท่ีนิยมเรียกกันว่ากระทู้ถามสด
เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระยะเวลา ๓ ปีท่ีผ่านมา ผมได้ตรวจสอบตัวเลขดู สมาชิก
วุฒิสภาได้ต้ังกระทู้ถามต่อรัฐบาลไปแล้ว จานวน ๒๐๕ กระทู้ แบ่งเป็นกระทู้ถามด้วยวาจา ๔๓ เรื่อง
กระทู้ถามเป็นหนังสือ จานวน ๑๖๒ เร่ือง ระดับคณะกรรมาธิการ หมายถึง คณะกรรมาธิการสามัญ
และคณะกรรมาธิการวิสามัญประจาวุฒิสภา จานวน ๒๗ คณะ ได้ทารายงาน มีข้อสังเกต
และข้อเสนอแนะ ส่งไปยังรัฐบาล ในช่วงเวลา ๓ ปีท่ีผ่านมา ก็มีจานวนพอสมควร คือ ๑๒๕ เรื่อง
ในระหว่าง ๓ ปีที่ผ่านมา วุฒิสภามีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน
ตา่ ง ๆ ท่ีกฎหมายกาหนดให้ต้องเสนอต่อวุฒิสภา ไปยังหน่วยงานผู้เสนอรายงาน ซึ่งในระยะเวลา ๓ ปี
ท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้มีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะไปยังหนว่ ยงานผู้เสนอรายงาน แล้วส่งไปยังคณะรัฐมนตรี
จานวน ๑๐๖ เรื่อง ซึ่งการท่ีวุฒิสภาได้รายงานผลการพิจารณาศึกษาหน้าที่และอานาจ ของแต่ละคณะ


๒๖

ต่อที่ประชุมวุฒิสภาน้ัน และไดม้ ีการส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี รายงานของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา
หลายคร้ังคณะรัฐมนตรี ก็มีมติเห็นชอบ พร้อมมีการสั่งการไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้นาไปปรับปรุง
พิจารณา ตลอดจนปฏิบัติตามข้อสังเกต และข้อเสนอแนะตามรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าว
ท่านผู้มีเกียรติครับ ในประเด็นต่อไป คือ เร่ืองการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเร่ืองใหม่ที่กาหนดขึ้น
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมอบภารกิจนั้น ในบทเฉพาะกาล ให้เป็นหน้าท่ีและอานาจ
ของวุฒิสภา ทั้งน้ี เปน็ ไปตามภารกจิ ในบทเฉพาะกาลของรฐั ธรรมนญู ทก่ี าหนดไว้ในมาตรา ๒๗๐ ถ้าจะกล่าว
โดยสรุปมี ๒ เรื่องด้วยกัน การปฏริ ูปประเทศท่ีผมกล่าวใน ๒ เรื่อง ประการแรก คอื การทว่ี ุฒิสภาจะต้อง
ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏริ ูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เป็นไป
ตามหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์
ด้วย ซ่ึงคณะรัฐมนตรีต้องแจ้งความคืบหน้าต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือน ซึ่งอันนี้ท่านรองประธาน
วุฒิสภา คนที่หน่ึง ได้จัดต้ังคณะกรรมาธิการ เพ่ือทาหน้าที่ในเร่ืองน้ี ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด
การปฏิรูปประเทศ ตามภารกิจในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๐ และได้ทางานส่วนนี้ให้เป็นไป
ตามวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศนั้น นอกจากเรื่องที่วุฒิสภามีหน้าที่ในการติดตาม
เสนอแนะ และเร่งรัดแล้ว วุฒิสภายังได้มีหน้าท่ีและอานาจอีกส่วนหน่ึง ตามบทเฉพาะกาล ก็คือ การที่
วุฒิสภามีหน้าที่และอานาจในการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่รัฐบาลตราขึ้น เพื่อดาเนินการ
ตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ โดยให้การพิจารณากฎหมายลักษณะน้ี หรือร่างพระราชบัญญัติ
ลักษณะน้ี พิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา นั่นคือสิ่งที่ผมได้กราบเรียนมาว่า เราได้ทาอะไรมา
๓ ปี แลว้ ต่อไปอีก ๒ ปีข้างหน้า วุฒิสภาจะทาอย่างไร แนน่ อนว่าวุฒสิ ภาก็ตอ้ งดาเนินการตามบทบญั ญตั ิ
ของรัฐธรรมนูญ ตามที่ผมกราบเรียนมา แต่ผมคิดว่าเป็นโอกาสอันดี ว่าโรคโควิด ๑๙ เร่ิมลดลง
และการทางานของวุฒิสภา ในเรื่องของการกล่ันกรองตรวจสอบและปฏิรูปตามท่ีกล่าวมาแล้ว ก็ควรท่ี
วุฒิสภาจะดาเนินการอย่างเข้มแข็ง อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้วัตถุประสงค์ของการปฏิรูปประเทศ ตามแผน
ยุทธศาสตร์ชาตินั้นได้ดาเนินไปอย่างเรียบร้อย ได้ดาเนินไปเพ่ือให้สาเร็จตามความมุ่งหมายท่ีรัฐธรรมนูญ
หวงั ไวว้ ่า จะมีการปฏิรปู ประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ดังน้ัน มาตรการบางอย่างที่วุฒิสภาอาจจะดาเนินการ
ในเชิงรุกมากย่ิงขึ้น เช่น การเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญ เพ่ือให้
คณะรัฐมนตรีได้แถลงข้อเท็จจริงสาคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นปัญหาสาคัญ
ของประเทศในขณะนี้ ก็แน่นอนว่าสาคัญที่สุด คือ ด้านเศรษฐกิจท่ีได้รับผลกระทบไปท่ัวโลก
และด้านสาธารณสุข รวมทั้งด้านการปฏิรูปประเทศ ซ่ึงเป็นเร่ืองที่อยู่ในหน้าที่และอานาจของวุฒิสภา
โดยตรง ดังน้ัน ผมคิดว่าการที่วุฒิสภาจะได้เพิ่มบทบาท ในการท่ีจะให้การบริหารราชการแผ่นดิน
ของคณะรัฐมนตรีนั้น ได้เล็งเห็นถึงความจาเป็นท่ีจะต้องให้วุฒิสภา ได้มีส่วนร่วม และเมื่อเสนอสิ่งใดไป
ก็คงได้มีการพัฒนาในส่วนน้ี โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ เพื่อที่วุฒิสภาจะได้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ
จากรัฐบาลโดยตรง ส่วนในด้านสาธารณสุขนั้น ผมคิดว่าวุฒิสภาคงจะมีบทบาท ในการท่ีจะกระตุ้น
รัฐบาลเพ่ือที่จะให้เป็นหลักประกนั แก่พน่ี ้องประชาชนท่ีจะอยู่กับโรคโควิด ๑๙ โดยไม่มปี ัญหาในเรื่อง การที่
จะต้องประสบกับความร้ายแรง การต้องเสียคุณภาพในชีวิตหรือร่างกาย ผมก็หวังว่าวุฒิสภา
คงจะได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปเสนอแนะ เข้าไปรับทราบปัญหา เพ่ือให้ปัญหาที่พวกเราวุฒิสภา
ตั้งใจไว้ว่าส่ิงน้ีเป็นสิ่งสาคัญ คือมีเศรษฐกิจและสาธารณสุขเป็นสิ่งในยุคที่เราจะต้องให้ความสาคั ญ
ภาษาองั กฤษเรียกวา่ Priority เนน้ ในเรอ่ื งเหล่าน้กี ่อน


๒๗
สุดท้ายนี้ ผมและเพื่อนสมาชิกทุกท่านขอยืนยันในท่ีน้ีว่า จะร่วมกันผลักดันให้วุฒิสภา เป็นองค์กร
ท่ีเป็นท่ีพ่ึงของประชาชน และเป็นส่วนหน่ึงในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ดี การจะบรรลุ
เป้าหมายในการแกไ้ ขปัญหา และพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ จาเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องอาศัยความร่วมมือ
จากทุกภาคส่วน ผมหวังว่าส่ิงท่ีผมได้กราบเรียนมาในวันน้ี จะสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ในบทบาท
หน้าท่ีของวุฒิสภา อันจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภากับพี่น้องประชาชน ส่งเสริ ม
ความร่วมมือระหว่างวุฒิสภา ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ และส่ือมวลชน เพ่ือให้ประเทศชาติของเรา
เจริญก้าวหนา้ สืบตอ่ ไปครับ

๙.๓ เหลยี วหลัง ๓ ปี ผลงานของสมาชิกวฒุ สิ ภา โดยทา่ นวีระศกั ดิ์ โควสรุ ัตน์ สมาชิกวุฒสิ ภา
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาได้นาเสนอผลงานของสมาชิกวุฒิสภา ๓ ปีที่ผ่านมา
ตอ่ ผู้เข้าร่วมสัมมนา คาบรรยายจะปรากฏในบทท่ี ๓ เหลียวหลงั วฒุ ิสภา

๙.๔ กจิ กรรมแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ แลหน้า ๒ ปี วุฒสิ ภา
ดาเนินรายการโดยรองประธานวฒุ ิสภา คนที่หน่ึง พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร โดยกล่าวว่า “ในวันน้ี
เป็นคร้ังแรกท่ีวุฒิสภาแห่งน้ี เปิดให้ทุกท่าน ในฐานะผู้แทนของพ่ีน้องประชาชนที่เดินทางมาจาก
ทุกภูมิภาคของประเทศ ได้มาร่วมประชุม ณ สถานท่ีแห่งน้ีในวันนี้ ต่อไปจะเป็นการนาเสนอ ในหัวข้อ
เร่ือง “แลหน้า วุฒิสภา” โดยผู้แทนกลุ่มย่อย ๑๔ กลุ่ม กลุ่มละ ๗ นาที และต่อด้วยนายแพทย์เจตน์
ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้นาเสนอประเด็นด้านสาธารณสุข ซึ่งจะได้นาเสนอประเด็นท่ีอยากให้วุฒิสภา
ทาอะไรตอ่ ไปใน ๒ ปขี า้ งหนา้ ...” รายละเอียดการนาเสนอจะปรากฏในบทท่ี ๔ แลหน้าวฒุ สิ ภา


๒๘
นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข นาเสนอข้อมูลรายงาน
ด้านสาธารณสขุ รายละเอียดปรากฏในบทที่ ๔

๙.๕ ช่วงแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ โดยนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวฒุ สิ ภา คนที่สอง
ลาดับต่อไป จะเป็นการสัมมนาในช่วงการแลกเปล่ียนความคิดเห็น โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทน
ประชาชน ได้นาเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม สาหรับผู้ท่ีจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบ่งเป็น ๒ ประเภท
ได้แก่ ผู้แสดงความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์และผู้แสดงความคิดเห็นท่ีอยู่ในห้องประชุม ต่อไปจะเป็น
ผู้แสดงความคิดเหน็ ผ่านระบบออนไลน์
นางสาวเพียรชนันต์ ลีอุดมวงศ์ ผู้แทนจากกลุ่มการคุ้มครองสิทธิและเสริมพลังคนพิการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการถูกเลือกปฏิบัติทวีคูณ (Double Discrimination) และการถูก
ล่วงละเมิดในกลุ่มพิการทางจิต สังคมและสตรีพิการ และข้อเสนอเพ่ือการปฏิรูปการปฏิรูป กากับและ
ตดิ ตาม ประเดน็ คนพกิ ารตามแนวทางการเสริมพลงั จากผูม้ สี ว่ นเก่ยี วข้องทกุ ภาคส่วน
นายวีระ มุกขันธ์ ผู้แทน กลุ่มการศึกษาเพื่ออนาคต แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้โรงเรียน
เป็นนติ บิ คุ คล
นายวิรัตน์ พรมสอน ผู้นากลุ่มเสาเข็มสังคม ตาบลเข้มแข็ง ประเทศม่ันคง แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ
โดยควรให้ประชาชนมสี ว่ นรว่ มดาเนนิ การมากข้ึน
ดร. ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้แทนกลุ่มสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน แลกเปล่ียนความคิดเห็นในประเด็น
จัดการเชงิ นโยบายกับภยั ออนไลนท์ ่เี ด็กและเยาวชนเผชิญอยู่
นางภลินี เสริมสินศิริ ผู้แทนกลุ่มเสาเข็มสังคม ตาบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคง แลกเปล่ียน
ความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นขอให้วุฒิสภาติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อผลักดัน
การส่งเสริมให้หน่วยงานภายในและภายนอกพื้นที่ทางานแบบบูรณาการ โดยไม่แยกส่วนกัน ทาเป็น
โครงการพัฒนาต่าง ๆ ลงไปในชุมชน และร่วมกันส่งเสริมท้ังงบประมาณ และวิธีทางานให้องค์กรต่าง ๆ
ในตาบลไดท้ างานจดั การกนั เองตามเป้าหมาย
ก่อนปิดการประชุม ที่ประชุมได้แสดงความขอบคุณนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา
ท่ีกากบั รายการการประชุมสมั มนา รวมทัง้ จดั การทุกอยา่ งจนเรียบร้อยราบรื่น


๒๙

๙.๖ พิธีการปดิ การสัมมนา โดยนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒสิ ภา คนท่สี อง

“กราบเรียนทา่ นประธานวฒุ ิสภา เรยี นทา่ นรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานการจัดงาน
สัมมนา ท่านสมาชิกวุฒิสภา และผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน กระผม นายศุภชัย สมเจริญ รองประธาน
วุฒิสภา คนทส่ี อง มคี วามยนิ ดเี ป็นอย่างย่งิ ทีไ่ ด้รบั เกยี รตจิ ากคณะกรรมการอานวยการ ให้มาเป็นผู้กล่าวปิด
การสมั มนา การสมั มนาในครัง้ น้ี เกิดข้นึ จากความต้งั ใจของวฒุ สิ ภาทอ่ี ยากให้ประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ
ได้รับทราบว่า ตลอดระยะเวลา ๓ ปี ท่ีผ่านมาน้ัน วุฒิสภาได้มีความตั้งใจ มุ่งม่ัน และทุ่มเทสรรพกาลัง
ทั้งในด้านความรู้ ความสามารถของวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่าน รวมตลอดถึงการทุ่มเท
การทางานของบุคลากรสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่จะสนับสนุนภารกิจการทางานของวุฒิสภา
ในการที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน ในทุกภาคของประเทศ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
การสัมมนาในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดนิทรรศการ การสัมมนากลุ่มย่อย การอภิปราย ตลอดจน
การนาเสนอข้อมูลต่าง ๆ นอกจากจะเป็นภาพสะท้อนของความมุ่งมั่นตั้งใจของวุฒิสภาตามท่ี
ผมได้กล่าวไปแล้ว จะเป็นส่วนสาคัญที่จะช่วยให้การทาหน้าที่ของวุฒิสภาในระยะต่อไปประสบ
ผลสาเร็จตามที่วุฒิสภาได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทุ่มเททางาน เพ่ือพ่ีน้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็ม


๓๐
ความสามารถต่อไป กระผมขออานวยพรให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ และเดินทางกลับ
โดยสวัสดภิ าพ ขอบคุณครบั ”

_______________________________


๓๑
บทที่ ๓
เหลยี วหลงั ๓ ปี วุฒสิ ภา

บทที่ ๓ กล่าวถึงข้อมูลการสัมมนา “เหลียวหลัง ๓ ปี วุฒิสภา” ประกอบด้วย (๑) การปาฐกถา
ของศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา (๒) ผลการสัมมนากลุ่มย่อย ๑๔ กลุ่ม
และผู้แทนกลุ่มท่ีนาเสนอในการสัมมนาภาคบ่าย (ห้องประชุมวฒุ ิสภา) (๓) ข้อมูลจากบอร์ดนทิ รรศการ
ซึ่งแสดงผลงานเด่นของคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาจานวน ๒๖ คณะ คณะกรรมาธิการ
วิสามัญวุฒิสภา จานวน ๒ คณะ และคณะกรรมการท่ีแต่งต้ังโดยประธานวุฒิสภา จานวน ๗ คณะ
(๔) ผลงานของสานกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา และ (๕) ผลงานของวุฒสิ ภาร่วมกบั เครือข่ายเยาวชน SEED Thailand

๑. คากลา่ วปาฐกถาของศาสตราจารย์พเิ ศษพรเพชร วิชติ ชลชัย ประธานวฒุ ิสภา

เหลยี วหลัง ๓ ปี
วุฒิสภาได้ปฏิบัติงานตามภารกิจหลักสามประการ คือ “กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป”
และตามบทเฉพาะกาล หมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญกาหนด อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่ง
ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ จากการระบาดของโรคระบาดดังกล่าวด้วย อาทิ รับทราบปัญหา
ประสานงานเพ่ือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนท่ีได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นท่ี ผ่านโครงการสมาชิก
วุฒิสภาพบประชาชนซึ่งปฏิบัติหน้าท่ีโดยใกล้ชิดกับประชาชนในแต่ละภูมิภาค อนุมัติพระราชกาหนด
๒ ฉบับ เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือและฟ้ืนฟูผู้ประกอบธุรกิจท่ีได้รับผลกระทบและแก้ไขปัญหา
เศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ดาเนินการปรับแก้ไข
ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาให้สามารถจัดการประชุมคณะกรรมาธิการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
เพื่อให้การทาหน้าที่ของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภายังเป็นท่ีพ่ึงของประชาชนได้ แม้ในสถานการณ์
หรือภาวะท่ีถูกจากัดด้วยโรคภัยและอุปสรรคต่าง ๆ การเสนอให้ปรับลดงบประมาณของวุฒิสภา
เพื่อให้รัฐบาลนาไปแก้ปัญหาวิกฤติได้มากยิ่งข้ึน เป็นต้น โดยการทาหน้าท่ีหลักตามภารกิจดังกล่าว
จะดาเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยสรุป กลา่ วคือ

๑.๑ การกล่ันกรอง สามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท คือ การกล่ันกรองกฎหมาย
และการกล่นั กรองบุคคล


๓๒

๑.๑.๑ การกลั่นกรองกฎหมาย มีท้ังร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณาโดยผ่าน ๒ สภา คือ
สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และพจิ ารณาโดยท่ีประชุมร่วมกันของรฐั สภา สาหรับรา่ งกฎหมายที่ต้อง
ผ่าน ๒ สภา วุฒิสภาได้พิจารณาร่างกฎหมายประเภทนี้ไปแล้ว ๒๘ ฉบับ นอกจากน้ียังได้อนุมัติ
พระราชกาหนด อีก ๑๑ ฉบับ สาหรับในส่วนของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีทั้งร่างรัฐธรรมนูญ
แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพิจารณามาแล้ว ๒๐ ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
๑๐ ฉบับ และร่างพระราชบัญญัติที่เก่ียวกับการปฏิรูปประเทศ ๑๓ ฉบับ สาหรับร่างพระราชบัญญัติ
สาคัญ วุฒิสภาได้พิจารณาและกลั่นกรองด้วยความละเอียดรอบคอบ เน่ืองจากเล็งเห็นได้ว่ากฎหมาย
เหล่านี้ ย่อมจะมีผลไปถึงเสรีภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างกว้างขวาง เช่น พระราชบัญญัติ
กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๓ เพ่ือให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
สามารถรบั ภาระชาระหน้ใี ห้แก่เจา้ หนี้ของเกษตรกรท่มี บี คุ คลค้าประกันได้ ร่างพระราชบัญญตั มิ าตรการ
ป้องกันการกระทาความผิดซา้ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือท่ีใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... เพ่ือให้มีมาตรการ
ปอ้ งกันการกระทาความผิดซ้าในความผิดอาญาบางประเภทท่ีมีความรุนแรง เช่น การฆาตกรรม การขม่ ขืน
การกระทาความผิดทางเพศกับเด็ก ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทาให้
บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... เพ่ือกาหนดฐานความผิดกรณีการทาให้ทรมานและการกระทาให้บุคคลสูญหาย
ปอ้ งกันและปราบปรามเพอ่ื มใิ ห้มีการกระทาความผิด รวมถึงเยียวยาผ้ไู ด้รับความเสยี หาย

ร่างพระราชบั ญ ญั ติ เกี่ ยวกั บการปฏิ รูปประเทศ วุฒิ สภาได้ ร่วมพิ จารณ า
ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ มาแล้ว จานวน ๑๓ ฉบับ ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา
แลว้ ท่ีสาคัญ เช่น

๑) พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๔ ซ่ึงเป็นกฎหมายท่ีกาหนด
กลไกชว่ ยเหลือประชาชนในการจัดทาและเสนอร่างกฎหมายให้มีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงขนึ้

๒) ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซ่งึ เป็นกฎหมายแมบ่ ทเกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปราม
และควบคุมยาเสพติด การบาบัดและฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยเป็นการประมวลกฎหมาย
เกีย่ วกับยาเสพติดทกุ ฉบบั มารวมอยูใ่ นฉบบั เดยี วกัน

ทอ่ี ยู่ระหวา่ งการพจิ ารณาของรฐั สภาที่สาคญั เชน่
๑) ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซ่ึงจะเป็นกฎหมายแม่บท
ที่จะวางรากฐานระบบการศึกษาของไทย ให้เป็นบ่อเกิดแห่งการหล่อหลอมองค์ความรู้ให้เกิดข้ึนกับ
สติปัญญาของเดก็ และเยาวชนไทย เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพและเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนา
ประเทศชาตใิ นอนาคตตอ่ ไป
๒) ร่างพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ซ่ึงเป็นกฎหมายหลัก อันเป็นกลไกที่จะ
ทาให้ตารวจเป็นผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญในสายอาชีพของตน ทาให้ตารวจเป็นวิชาชีพท่ีจะให้บริการ
แกป่ ระชาชนให้มี ความเป็นอยู่ทผี่ าสกุ ปลอดภัย และไดร้ บั ความยตุ ิธรรมสาหรับกรณพี พิ าทในช้ันตน้
๑.๑.๒ การกลั่นกรองบุคคล คือ การกล่ันกรองบุคคลผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรต่าง ๆ
ของรัฐ ซ่ึงเป็นภารกิจตามที่รัฐธรรมนูญกาหนดให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง
เพ่ือเป็นการกลั่นกรองให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติ ความสามารถ และมีความเหมาะสมเข้าไปทาหน้าท่ี
องค์กรต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรท่ีมีความสาคัญต่อประเทศ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ
การเลือกตั้ง ผ้ตู รวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นต้น และตาแหนง่ สาคญั อนื่ ๆ ตามที่กาหนด


๓๓

ไว้ในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติอีกหลายฉบับ ซ่ึงวุฒิสภาได้ให้ความสาคัญ และปฏิบัติหน้าที่นี้ด้วย
ความรอบคอบ มาโดยตลอด

๑.๒ การตรวจสอบ วุฒสิ ภามกี ารตรวจสอบการบริหารราชการแผน่ ดิน ใน ๓ ระดบั คือ ระดับบุคคล
ระดบั คณะกรรมาธิการ และระดับวฒุ สิ ภา โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

ระดับบคุ คล โดยการต้ังกระทถู้ ามของสมาชิกวฒุ สิ ภา ซ่งึ สมาชิกวุฒิสภามสี ทิ ธติ ั้งกระทู้ถาม
รัฐมนตรีในเรื่องท่ีเก่ียวกับงานในหน้าท่ีของรัฐมนตรี โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ทั้งนี้
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กาหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีอานาจในการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจ าหรือที่นิยม
เรยี กว่า กระทู้ถามสด เช่นเดยี วกบั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึง่ ในระยะเวลา ๓ ปีท่ีผ่านมา สมาชิกวฒุ ิสภา
ได้ตงั้ กระทูถ้ ามตอ่ รัฐบาลมาแลว้ จานวน ๒๐๕ กระทู้ (ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕) แบง่ เป็น กระทู้ถาม
ด้วยวาจา จานวน ๔๓ เร่อื ง และกระทูถ้ ามเป็นหนงั สือ จานวน ๑๖๒ เรื่อง

ระดบั คณะกรรมาธิการ โดยคณะกรรมาธกิ ารสามัญและวสิ ามัญประจาวฒุ สิ ภา จานวน ๒๗
คณะ ได้มีข้อสังเกตหรอื ข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซ่ึงในระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา วุฒิสภาได้มีข้อสังเกต
หรือข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลแล้ว จานวน ๑๒๕ เรือ่ ง (ณ วนั ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕)

ระดับวุฒิสภา โดยวุฒิสภามีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะต่อรายงานผลการปฏิบัติงาน
ของหน่วยงานต่าง ๆ ท่ีกฎหมายกาหนดให้ต้องเสนอต่อวุฒิสภาไปยังหน่วยงานผู้เสนอรายงาน
ซงึ่ ในระยะเวลา ๓ ปีที่ผา่ นมา วฒุ สิ ภาไดม้ ีขอ้ สงั เกตหรอื ขอ้ เสนอแนะไปยงั หนว่ ยงานผู้เสนอรายงานแล้ว
จานวน ๑๐๖ เรอ่ื ง (ณ วนั ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕)

๑.๓ การปฏิรูปประเทศ เป็นภารกิจของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ
ท่กี าหนดไว้ตามมาตรา ๒๗๐ ของรฐั ธรรมนูญ ใน ๒ เรอื่ ง คอื

๑.๓.๑ การติดตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรูปประเทศ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐
กาหนดให้วุฒิสภามีหน้าที่และอานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ตามหมวด ๑๖
การปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ด้วย ซ่ึงคณะรัฐมนตรีต้องแจ้ง
ความคบื หนา้ ต่อรฐั สภาเพื่อทราบ ทกุ ๓ เดอื น

๑.๓.๒ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท่ีต้องดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูป
ประเทศ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ กาหนดร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพ่ือดาเนินการ
ตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณ าในท่ีประชุมร่วมกันของรัฐสภา
เชน่ รา่ งพระราชบัญญัตติ ารวจแห่งชาติ พ.ศ. ....

๒. การนาเสนอผลงาน ๒ ปี วุฒิสภา โดยนายวรี ะศักดิ์ โควสุรตั น์ สมาชกิ วุฒสิ ภา


๓๔

๒.๑ จากปาฐกถาพิเศษของท่านประธานวุฒิสภา จะได้เห็นภาพรวมของการทาหน้าท่ี
ในฝ่ายนิติบัญญัติ โดยสมาชิกวุฒิสภามาร่วมกันทาในห้องใหญ่นี้ เป็นการร่วมกันทาตามบทบัญญัติของ
รัฐธรรมนูญที่ทาให้เรามีบทบาทในการกลั่นกรอง เสนอแนะ และเร่งรัดอีกหลาย ๆ เร่ืองท่ีฝ่ายบริหาร
ดาเนนิ การ แตว่ า่ ถ้าโดยสรุปแล้วจากกระทู้ถาม ๒๐๕ กระทู้ ท่ีท่านประธานวุฒสิ ภาได้กรณุ านบั เอาไวใ้ ห้
แสดงว่ามีรัฐมนตรีมาตอบคาถามให้กับสมาชิกวุฒิสภา ซ่ึงรับเรื่องเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนและ
นามาต้ังกระทู้ถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีต้องมาตอบด้วยตนเองท้ัง ๒๐๕ ครั้ง เราได้
มีการพิจารณารายงานสารพัดประเภทจากหน่วยงานต่าง ๆ หรือรายงานที่มีกฎหมายกาหนดว่าจะต้อง
เอามารายงานในห้องประชุมนี้และให้สมาชิกได้สามารถซักถาม อภิปรายต้ังข้อสังเกตได้ เราใช้ห้องนี้
ในการตรวจสอบประวัติ ดูแลเรื่องพฤติกรรมและจริยธรรมของผู้จะเข้าดารงตาแหน่งสาคัญระดับสูง
ของประเทศ ไม่ว่าจะผู้ท่ีจะมาดารงตาแหน่งอัยการสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และองค์กรอิสระอ่ืน ๆ มีงานท่ีเก่ียวข้องกับการรับรอง
หนังสือสัญญาต่างประเทศที่ราชอาณาจักรไทยทากับต่างประเทศท่ีมาผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา
จานวน ๑๖ ฉบับ

๒.๒ ผมแยกของผมเองว่ามี ๓ ห้อง (๑) ห้องใหญ่เป็นการทางานร่วมของสมาชิกวุฒิสภา
(๒) ห้องประชุมที่ผู้เข้าร่วมสัมมนาใช้เสวนาตอนก่อนอาหารกลางวันน้ี เราแยกกันไปทาในฐานะ
เป็นคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการมี ๒ ประเภท คือคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภา
มี ๒๖ คณะ คือ ตั้งแล้วจะอยู่กันไปเรื่อย ๆ โดยหมดอายุตามอายขุ องวฒุ สิ ภา และ (๓) ห้องประชุมของ
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซ่ึงก็มีการประชุมเพื่อท่ีจะพิจารณาเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติรายมาตรา
กอ่ นกลบั มาหอ้ งประชมุ ใหญเ่ พอ่ื ลงมตอิ กี ครั้งหน่งึ ในวาระท่ี ๒ และวาระท่ี ๓ กอ่ นทูลเกล้าทลู กระหมอ่ ม
ถวาย แตก่ ม็ ีคณะกรรมาธกิ ารพิเศษอีกชดุ หนงึ่ ซึ่งเป็นคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญท่ีทาหน้าที่โดยตลอดและ
ตอ่ เนือ่ งงานของคณะกรรมาธกิ ารสามญั เวลาไปห้องประชุมเล็กแลว้ เขาจะสามารถลงรายละเอียดเพื่อไป
คน้ หาและค้นพบในข้อมลู ข้อเท็จจริงหลายเร่อื งและที่ผมจาได้ จะนามาเล่ากราบเรยี นใหท้ า่ นฟัง ดงั น้ี

๒.๒.๑ คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้าง
ธรรมาภบิ าล ไปพบอย่างนค้ี รบั ท่านผูม้ เี กียรติใน ๑๐ ปที ผี่ า่ นมา รัฐของไทยไดช้ นะคดใี นทางแพ่งไปแล้ว
๑๐,๓๖๒ คดี และชนะคดีทางฝ่ายปกครอง ๑,๘๐๐ คดี เป็นมูลค่าในทางแพ่งที่รฐั ควรจะได้กลับเข้ามา
เป็นรายรับของแผ่นดิน แต่ปรากฏว่าเม่ือคณะกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตไปติดตามพบว่ามีถึง
๗,๗๗๖ คดี ทช่ี นะแล้ว แต่ยงั ไม่ได้ตงั้ เร่อื งในการชนะคดี และกาลังจะครบ ๑๐ ปี นับแต่วนั ทม่ี คี าวินจิ ฉัย
ของศาลให้รัฐชนะคดี แต่ยังไม่ได้ต้ังบังคับคดี เพราะว่าหน่วยบังคับคดียังคงขาดกลไก ขาดเคร่ืองมือ
แล้วกข็ าดข้อมูลกลางในการสานพลงั ในการข้ามหน่วย ในการไปบงั คับคดี นา่ เสียดายใชไ่ หม

๒.๒.๒ คณะกรรมาธิการตดิ ตามการบรหิ ารงบประมาณ ใชเ้ วลาอยา่ งมากในการลงรายละเอียด
ไลข่ อ้ มลู การจดั ทางบประมาณ ข้อมูลท่หี นว่ ยงานส่วนมากยงั คงแยกคิดแยกของบประมาณ และแยกกัน
ทางานท้งั ๆ ทีเ่ รามีเปา้ ท่ีจะต้องขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตร์ชาติและการขบั เคลอ่ื นประเทศไปสู่เปา้ หมายเดยี ว
ตา่ งคนต่างขอ ต่างคนตา่ งทา ซ่ึงเป็นภาระในการบริหารงบประมาณ จะเอามาบอกกล่าวในห้องประชุม
ใหญ่ และสื่อสารกลับไปยังฝ่ายบริหารเพ่ือให้รูว้ ่า แม้นโยบายถูกแต่ว่าวิธีการทาของหนว่ ยราชการยังคง
มีประเด็นทจี่ ะต้องไปจดั การแก้ไข

๒.๒.๓ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ตั้งหลักในเร่ืองเพิ่มคุณค่าทะเล
ไทย ใส่ใจส่ิงแวดล้อม พร้อมนา้ ในไรน่ า มปี ระปาทกุ ครัวเรอื น ส่งิ ทีไ่ ปพบต่อก็คือวา่ การจัดเกบ็ อัตราภาษี


๓๕

ที่ดินส่ิงปลูกสร้างที่กาลังจัดเก็บกันในปีน้ี มีหลายพ้ืนท่ีไปปลูกกล้วย ปลูกมะนาวกัน เราก็เลยไปดู
แล้วเรากพ็ บว่าปรากฏวา่ การปลูกกลว้ ย ปลกู มะนาวนนั้ เปน็ การใชท้ ีด่ ินไมค่ ุ้มค่า เราคงได้เหน็ การแก้ไขนี้
ในเรว็ วนั

๒.๒.๔ คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การส่ือสาร และการโทรคมนาคม
การจะบินโดรนข้ึนมา ไม่ได้มีแค่ถ่ายภาพสวย ๆ แล้วส่งเวชภัณฑ์ ตรวจสอบหรือแม้กระทั่งการจัดการ
เราควรจะมกี ฎหมายเรอื่ งโดรนโดยเฉพาะ ตัวอยา่ งทเ่ี ห็น การจะขน้ึ บนิ โดรนในกรุงเทพฯ ในบางพน้ื ที่นน้ั
ใครจะขึ้นบินต้องทาใบอนุญาตขอไว้ถึง ๗ หน่วยงาน ในการข้ึนบินในแต่ละพื้นท่ี ในแต่ละครั้ง ซ่ึงคง
เป็นไปไม่ได้ที่จะสอดรบั กับอนาคต ซ่ึงเลี่ยงไม่พ้นอยู่แล้วว่า โดรนจะมีบทบาทสูงมาก นอกจากน้ัน ยังมี
เรื่องของกฎหมายเทคโนโลยอี น่ื ๆ ชุดขอ้ มูลและความเชอ่ื มัน่ และวางหลักเกณฑ์ เช่น Crowd Funding
การระดมทุนทางออนไลน์ การทา การรบั ฟังจากผคู้ นจากพื้นที่ต่าง ๆ ทเี่ ขาจะบอกกล่าวเข้ามาว่าเขาคิด
เขาเห็นอย่างไร เขาเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเก่ียวกับ blockchain ว่าอย่างไรหรอื ไม่ การต่อต้านเฟคนิวส์
วา่ ควรจะบริหารจัดการกบั มนั และแยกแยะอยา่ งไร ระหว่างส่ิงท่ีเปน็ เรอื่ งการพยายามหรอื การมคี วามคดิ
ในทางอดุ มการณ์ทอี่ าจจะผิดเพ้ยี นไป

๒.๒.๕ คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และการตารวจ ได้เข้าไปติดตามดูแล
และพบว่า สิทธิในการย่ืนศาลฎีกา ในคดีท่ีศาลแพ่งหรือศาลช้ันต้น มีคาวินิจฉัยขัดแย้งในสาระสาคัญ
กับศาลอุทธรณ์นั้น เป็นสิ่งที่ควรจะต้องให้สามารถฎีกาได้ และด้วยการส่ือสารประสานงานกัน ในท่ีสุด
ได้รับความสาเร็จ เพราะในปี ๒๕๖๔ ท่านประธานศาลฎีกาได้ออกข้อกาหนดเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม
๒๕๖๔ เวลามีความขัดแยง้ ของคาวินิจฉยั ของศาลแพง่ กับศาลอุทธรณ์ ในสาระสาคัญน้ันสามารถฎีกาได้
จึงทาให้เห็นว่าประโยชน์ของการทางานของคณะกรรมาธิการ สามารถไปลงเจาะติดตาม เรื่องที่
ประชาชนคิดวา่ อยากจะให้มีใครเปน็ เจ้าภาพให้

๒.๒.๖ คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้เสนอแนวทางการป้องกัน
การเบิกจ่ายทับซ้อนของโครงการ โดยเสนอวา่ ใหท้ า Data Mapping ด้วยการใช้พิกดั GPS เพราะฉะน้ัน
เวลาท่ีไปปรากฏอยใู่ นจอ จะทราบมีกี่หน่วยกาลงั ขอเท่าไร และบางทีถ้าเขายงั ไม่ได้รดู้ ้วยซ้าจะได้รู้วา่ เขา
ทางานในพน้ื ที่ จะไดบ้ ูรณาการการทางานกนั ได้ อันนเ้ี ปน็ แคต่ ัวอยา่ ง

๒.๒.๗ พร้อมกันน้ันคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเร่ืองการทุจริต ประพฤติมิชอบ และ
เสริมสร้างธรรมาภิบาล ก็เสนอว่าควรจะต้องให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ป้องกัน
การทุจริตต่าง ๆ ด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างของภาครัฐ โดยเสนอโครงการ “หนึ่งโครงการ หนึ่ง QR code”
จะทาให้แค่เอาโทรศัพท์มือถือไปส่อง QR code ประชาชนที่อยู่ในพ้ืนท่ีสามารถรู้ได้เลยว่า เจ้าของ
โครงการ กาลงั ทาอะไร มวี ิธีการอยา่ งไร

๒.๒.๘ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงนิ และการคลัง ไดพ้ จิ ารณาศกึ ษาเรอ่ื ง Financial
Literacy กับเรื่องของการเงิน เพราะปัจจุบันนี้โลกการเงินก้าวหน้าไปไกลมาก ข้อมูลเร่ืองเครื่องมือ
เกี่ยวกับการเงินน้อยเกินไป เรื่องนี้ก็ได้นาเสนอ จนกระท่ังในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยกเรื่องนี้ข้ึน
เป็นวาระแห่งชาติ เพราะจะต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึง เครื่องมือการออม เคร่ืองมือการลงทุน
และเข้าใจเร่ืองเคร่ืองมือท่ีมีความจาเป็นที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งเป็นทักษะของยุคสมัยที่คนไทย
ควรจะมี โดยเฉพาะสงั คมทก่ี าลังก้าวสู่สังคมสูงอายุ

๒.๒.๙ คณะกรรมาธิการการกีฬา เสนอและพัฒนาโครงการที่เก่ียวข้องกับเรื่องแคลอร่ีเครดิต
ไม่ได้ดูเฉพาะในเรื่องของการอยากชิงเหรียญให้มากที่สุด แต่ดูเร่ืองเวชศาสตร์เชิงป้องกัน ที่ทาให้


๓๖

ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง รักการมีวินัย ในการออกกาลังกาย ทาให้มวยไทยถูกบรรจุกลายเป็น
Soft Power ยกระดับเปน็ กจิ กรรมท่ีโลกสากลให้ทง้ั คณุ คา่ แลว้ ก็ใหม้ ลู คา่ ทีส่ งู ยง่ิ

๒.๒.๑๐ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
และผดู้ อ้ ยโอกาส นาเสนอในหลายเรอื่ งทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั เดก็ สตรี ผู้สงู อายแุ ละคนพกิ าร ซ่งึ วันนกี้ เ็ ขา้ มาอยู่
ในห้องนี้ด้วย โดยเฉพาะผมคิดว่าสิ่งที่ก้าวหน้ามาก คอื การเสนอที่เรียกวา่ กฎหมาย 3 A Accessibility
for All Act ซึ่งทาให้สามารถวางกลไกท่ีจะทาให้ผู้พิการเข้าถึงท้ังบริการการบิน การมีงานทา การข้ึน
ทะเบียนของผู้พิการ แล้วก็การเข้าถึงส่ิงอานวยความสะดวก ประเภทต่าง ๆ ที่จาเป็นจะต้องมี
ในพ้นื ที่ต่าง ๆ

๒.๒.๑๑ คณะกรรมาธิการการแรงงาน เสนอในเรื่องของการจดั ฐานข้อมลู แห่งชาติ เพราะเห็น
แล้ววา่ งานภาพใหญ่แบบน้ี ต้องใช้ขอ้ มลู จานวนมาก

๒.๒.๑๒ คณะกรรมาธิการการศึกษา และคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม ร่วมกันเสนอวิธีการสร้างคนดี คนเก่ง และคนกล้าให้กับสังคม มีการปฏิรูปกระบวนการ
เรียนรตู้ ามศาสตร์พระราชาสูก่ ารปฏิบัตทิ ี่ยง่ั ยืน ดแู ลเรื่องการอาชีวศึกษา การปฏริ ปู ครูทีต่ อบโจทยส์ งั คม
ไดอ้ ย่างแท้จรงิ

๒.๒.๑๓ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น เสนอเรื่องที่เป็นอนาคตท่ีจะมาถึงอันใกล้นี้
เสนอการจัดตั้งองค์กรท้องถ่ินรูปแบบพิเศษท่ีนครแม่สอด จังหวัดตาก อันนี้เพ่ือเป็นการรองรับ
การขยายตัวที่วันหน่ึงอาจจะเกิดข้ึนอย่างฉับพลัน และเราก็ได้เห็นว่าศักยภาพของแม่สอดน้ันมีมาก
ถา้ ยงั ปลอ่ ยให้เปน็ เทศบาลนครต่อไป อาจจะรบั มือไม่ไหว

๒.๒.๑๔ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอในการจัดทา “One Country
One Platform” คือทุกอย่างเข้ามือถือ แต่กรรมาธิการพบว่าหน่วยราชการของไทยต่างคนต่างทา
ออกแบบ application ของตัวเอง ท่านผูม้ ีเกียรติครับ app ทห่ี น่วยราชการออกแบบระบบออนไลน์มา
ให้บริการแล้ว ๕๗๑ บริการ ถ้าท่านต้องโหลด application บริการของรัฐทั้งหมดเป็นไปไม่ได้
เพราะฉะน้ันเป็นข้อเสนอท่ีคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดินเสนอ“One Country One
Platform”

๒.๒.๑๕ คณะกรรมาธิการการตา่ งประเทศ ชว่ ยรับหนา้ ที่เปน็ เวทีเจ้าภาพ ติดตามดแู ลเรอ่ื งของ
การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สหประชาชาติกาหนดเอาไว้ เรียกกันว่าเป้าหมายการพฒั นาท่ีย่ังยืน หรือ SDGs
(Sustainable Development Goals) ในการรับฟังมุมมองท่ีแตกต่างกันอย่างย่ิงของการเดินทาง
ของร่างพระราชบัญญัติองค์กรภาคประชาชน มีคนเห็นด้วย มีคนเห็นต่างมากมาย แต่อย่างน้อยก็จะได้
มีเจา้ ภาพในการรับฟงั

๒.๒.๑๖ คณะกรรมาธิการการพลังงาน ลงไปในรายละเอียด แล้วก็ไปเห็นจากประสบการณ์
แล้ว จังหวัดตัวอย่างแม่ฮ่องสอนเป็นภูเขา เป็นป่าไม้ และอยู่ภายใต้กฎหมายป่าไม้ถึงร้อยละ ๘๗
ของพื้นท่ีของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะไม่มีไฟ จะต้องขออนุญาตสารพัดป่าท่ีจะผ่านเข้าไปได้
คณะกรรมาธิการก็ไปศึกษาดู และก็แยกแยะปัญหาท่ีกองรวมกันอยู่ออกมาเป็นกลุ่ม ๆ ของพื้นที่ พื้นท่ี
ทไ่ี ปได้ solar home, solar farm, solar rooftop แล้วกม็ เี ปน็ model ท่สี ามารถไปใช้ในพ้ืนทีจ่ ังหวัด
อื่น ๆ ที่อาจจะมีปญั หาลักษณะคลา้ ยคลงึ กัน


๓๗

๒.๒.๑๗ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ดูแลในเรื่องแผนการจัดทรัพยากรน้า
แผนเร่ืองการเกษตร การโซนนิ่ง การทาแปลงใหญ่ อันนี้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของ
สนิ คา้ ผลิตภัณฑ์ทางดา้ นการเกษตร และอาหารของไทย

๒.๒.๑๘ คณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหล่ือมล้า มุ่งเน้นในเรื่อง
แก้ปัญหาหนีส้ นิ ครวั เรอื น แต่ในขณะเดยี วกนั กไ็ ปเกี่ยวพันกับเร่ืองแหลง่ น้าขนาดเล็ก แหลง่ น้าครัวเรือน
แหล่งน้าชุมชน ซ่งึ ทั้งหมดนก้ี ็เปน็ การทางานรว่ มกนั แบ่งงานกัน

๒.๒.๑๙ คณะกรรมาธิการการการคมนาคม เสนอแนวทางเพิ่มปริมาณการใช้ประโยชน์จาก
ทางราง เพ่ือให้ได้รับใช้ระบบและการขนส่งให้ได้มาก ๆ และก็ไปพบด้วยว่าในขณะท่ี ๔๐ ปีท่ีผ่านมา
คณะกรรมาธิการการคมนาคมไปพบว่า การขนส่งในประเทศมีขนาดใหญ่กว่าการขนส่งออกด้วยซ้าไป
ใหญ่กว่ามากด้วย เพราะฉะนั้นต้องมาใส่ใจในเรื่องแบบน้ี รวมทั้งได้ศึกษาเลยไปถึงสิ่งท่ีประเทศไทย
ต้องเตรียมในเร่ืองมาตรการ รับการประเมินภาคบังคับ ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
เพราะไม่อย่างน้ันเราอาจจะมีความเส่ียงติดธงแดง เหมือนที่เราเคยติดมาแล้วในภาคการประมง
และภาคการบินแตก่ ็เป็นเรอื่ งของการส่งออกทางทะเลเราควรจะต้องทาการบ้านให้ดี

๒.๒.๒๐ คณะกรรมาธิการการพาณิชยแ์ ละการอุตสาหกรรม ศกึ ษาล่วงหนา้ ใหก้ บั ประเทศไทย
ในกรณที หี่ ลายประเทศไดส้ มคั รเปน็ สมาชกิ ของความตกลงไปแล้วท่ีเรยี กว่า CT ถา้ หากว่าจะต้องเปดิ เวที
การเจรจาเพื่อสมัครเข้าร่วมในภาคีนนั้ จะต้องทาอะไรกันบา้ ง รวมท้งั ศกึ ษา เศรษฐกจิ ประเภทหมนุ เวียน
และได้ทารายงานส่งมาเข้าห้องประชุมใหญ่น้ี ให้สมาชิกได้มีความเห็นข้อสังเกต แล้วส่งไปยังรัฐบาล
เร่งติดตามเสนอแนะการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพ้ืนฐานของประชาชน
ในห้วงสถานการณ์ระบาดของ COVID -19 ท่ีสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอาจถูกละเลยได้ โดยไม่ได้
ต้ังใจและเกิดขน้ึ ในภาวะเปราะบาง

๒.๒.๒๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางานด้วย
การน้อมนาพระราโชบายและพระราชปณิธาน ไปสู่การปฏิบัติของภาคประชาสังคม ด้วยการติดตาม
สมเด็จพระยุพราชในพื้นที่ต่าง ๆ สร้างโครงการเยาวชน SEED Thailand น้องที่ใส่สูทสีฟ้าอยู่ข้างหน้า
และร่วมพลังสร้างสรรค์ นอ้ มนาถกั ทอเอาพลงั ตา่ ง ๆ ในชาติ ทาสง่ิ ดงี ามใหก้ บั ตวั เอง และครอบครัว

๒.๒.๒๒ ยังมีคณะกรรมการอีกหลากหลายชุด เช่น คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินทาง
ถนนของวุฒิสภา ซ่ึงไปลงรายละเอียด เพราะว่าประเทศไทยมอี ุบัติเหตุทางถนนสูงอันดับต้น ๆ ของโลก
แต่อย่างน้อยที่สุดการให้กาลังใจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาสาสมัครต่าง ๆ ทั้งในการกู้ชีพ กู้ภัย
และดแู ลป้องกนั อุบัติภัยทางถนน

๒.๒.๒๓ มีข้อมูลอันหน่ึง ท่ีคนส่วนมากไม่ทราบ น่ันก็คือ สมาชิกวุฒิสภา ๒๕๐ คน ท่ีมาตาม
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญกาหนดไว้เลยวา่ ในชวี ติ นีเ้ ปน็ สมาชิก
วุฒิสภาได้ครั้งเดียว ไม่มีสิทธิกลับมาท่ีห้องประชุมนี้อีกต่อไป โครงสร้างของรัฐธรรมนูญก็กาหนดเอาไว้
ด้วยวา่ จะต้องเวน้ วรรคทางการเมอื ง ไม่สามารถดารงตาแหนง่ ใด ๆ ทางการเมืองได้ไปอกี ๒ ปี ไม่มสี ทิ ธิ
ไปลงสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปอย่างน้อย ๒ ปี เพราะโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ
ออกแบบไว้ ต้องการให้เราทางานในเร่ืองของโครงสร้าง เพื่อให้เกิดฐานท่ีถูกต้องสาหรับคนรุ่นถัดไป
เราทั้งหมดไม่ใช่มุ่งทางานเพ่ือให้ได้รับเลือกกลับมาสู่ตาแหน่งใด ๆ “Not for next election, but for
next generation”


Click to View FlipBook Version
Previous Book
(e-book) คืนเริงอารมณ์
Next Book
คู่มือนิเทศแบบมีส่วนร่วม