The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jah_alak, 2023-03-28 23:18:31

Arthropoda 2

Arthropoda 2

คู่มือจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต Phylum Arthropoda


คำนำ คู่มือการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต Phylum Arthropoda นี้ มีวัตถุประสงค์ให้ ผู้เรียนมีทักษะวิทยาศาสตร์ด้านการจัดจำแนก โดยใช้เนื้อหาเรื่อง Phylum Arthropoda เป็นองค์ความรู้หลักใน กระบวนการเรียนรู้และเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส โดยยึดแนวการ จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยถือว่าผู้เรียนสำคัญมากที่สุด ส่งเสริมผู้เรียนในมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง เป็นรายกลุ่ม เน้นกระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งเสริมผู้เรียน ให้เชื่อมโยงความรู้ทั้งในและต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย สร้างสถานการณ์ การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนโดยผู้สอนมีบทบาทหน้าที่ในการเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียน เพื่อ พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะตามที่หลักสูตรกำหนด สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน สังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างมีความสุข คู่มือจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต Phylum Arthropoda ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้สอนสามารถนำไปใช้ประโยชน์และประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ตามความสนใจและตามอัธยาศัยของผู้เรียน


สารบัญ หน้า ส่วนที่ 1 1 หลักคิด 1 ตัวชี้วัดชั้นปี 1 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1 สาระสำคัญ 1 สาระการเรียนรู้ 2 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4 สิ่งที่คาดหวัง 4 จุดมุ่งหมายของการศึกษา 4 ชิ้นงานหรือภาระงาน 4 สื่อการเรียนรู้ 4 ส่วนที่ 2 กิจกรรมที่ 1 การจำแนกสิ่งมีชีวิต 5 กิจกรรมที่ 2 การใช้ไดโคโตมัสคีย์ (Dichotomous key ) 7 กิจกรรมที่ 3 Arthropada นี้คือสิ่งมีชีวิตตัวไหน 8 ภาคผนวก 13


1 คู่มือการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลักคิด โลกของสิ่งมีชีวิตชนิดประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1,500,000 ชนิด ในการศึกษาเกี่ยวกับ สิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายมากขนาดนี้ จึงจำเป็นต้องเริ่มด้วยการศึกษาเพื่อการจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็น หมวดหมู่ (Classification) กำหนดชื่อวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต (Nomenclature/Naming) และ การตรวจสอบ เอกลักษณ์และชนิดของสิ่งมีชีวิต (Identification) พร้อมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ (Evolution) เกิด เป็นศาสตร์ใหม่ที่เรียก อนุกรมวิธาน (Taxonomy, Gr. Taxis = การเรียงลำดับ + nomos กฎ/Systematics) การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่ มีประโยชน์ คือ 1. ทำให้สะดวกในการศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ 2. ทำให้ทราบถึงลักษณะโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตที่ต่างกันและคล้ายคลึงกัน 3. ทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกันของสิ่งมีชีวิต 4. ช่วยให้เราสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้สะดวก โดยไม่ต้องจดจำมาก ตัวชี้วัดชั้นปี จำแนกสิ่งมีชีวิตโดยใช้ความเหมือนและความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มทีไม่ใช่พืชและสัตว์ (ว 1.3 ป. 4/1) จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มจากเกณฑ์ที่กำนดได้ 2. เพื่อให้ผู้เรียนรู้ถึงลักษณะโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงหรือต่างกัน 3. สามารถอธิบายความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดได้ สาระสำคัญ สิ่งมีชีวิตสามารถจำแนกเป็นกลุ่มได้โดยการกำหนดเกณฑ์ที่แสดงลักษณะสำคัญเฉพาะที่เหมือนกัน


2 สาระการเรียนรู้ การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต (classification of organisms) การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่ไม่ใช่เพียงเป็นการบอกชื่อชนิดของสิ่งมีชีวิตเท่านั้นแต่ จะต้องสามารถบ่งบอกถึงลำดับของสิ่งมีชีวิตและตำแหน่งในการเกิดขึ้นของชนิดในขบวนการวิวัฒนาการได้ด้วย การศึกษาชนิด ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ในเชิงวิวัฒนาการระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆ เรียกว่า อนุกรมวิธาน taxonomy หรืออาจเรียกว่า systematics แต่นักชีววิทยาบางส่วนอาจจะแยกทั้งสองศาสตร์นี้ออก จากกัน โดยถือว่า taxonomyเป็นการศึกษาเพื่อให้คำอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนั้นๆ (description of species) ส่วน systematics เป็นการศึกษาเพื่อจัดกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการมาเหมือนกันให้อยู่ในกลุ่ม เดียวกัน ซึ่งสามารถ ใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ของชาติวงศ์วานและนำมาจัดเป็นประวัติชาติพันธุ์ (phylogeny) ของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆได้ การจัดทำphylogeny ของสิ่งมีชีวิตสามารถทำได้ในทุกระดับของสิ่งมีชีวิต เช่นการทำ phylogeny เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน อาณาจักรพืชอาณาจักรสัตว์และความสัมพันธ์ ของสิ่งมีชีวิตในระดับอื่นๆเช่นในระดับสกุล(genus)การจำแนกสิ่งมีชีวิตมีหลายระบบ ดังนี้ 1. Artificial system จัดจำแนกสิ่งมีชีวิตโดยพิจารณาลักษณะภายนอกทั่ว ๆ ไปเท่าที่สังเกตได้ พวกที่ มีลักษณะคล้ายกันจัดไว้พวกเดียวกัน พวกที่มีลักษณะต่างกันก็แยกออกไป 2. Natural system จำแนกโดยอาศัยลักษณะธรรมชาติ ลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน พฤติกรรม และนิเวศวิทยา 3. Phylogenetic system พิจารณาถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต และการมีบรรพ บุรุษร่วมกัน และได้นำความรู้แผนใหม่ทางชีววิทยาและวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ เข้ามาประกอบด้วย ระบบนี้ ได้รับความนิยมนำมาใช้จานถึงปัจจุบัน 4. Modern system ระบบนี้เป็นการผสมระหว่าง Natural system กับ Phylogenetic system เข้าด้วยกันโดยรวมลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน เอมบริโอ ลักษณะทางชีวเคมี เช่นผนังเซลล์ประกอบด้วย สารอะไรบ้าง มีอาหารเก็บไว้ที่ไหน มีรงควัตถุอะไร จำนวนโครโมโซม รวมทั้งสภาวะแวดล้อมของพืชและซากดึก ดำบรรพ์(fossil) มาเป็นเกณฑ์พิจารณา ประโยชน์ของการจำแนกสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีมากนับหลายล้านชนิด มีความหลากหลายทั้งลักษณะโครงสร้างที่เหมือนกัน และ แตกต่างกันวิธีการหาอาหาร วิธีการสืบพันธุ์ สภาพแวดล้อมการเจริญเติบโต และวิวัฒนาการที่แตกต่างกัน แต่ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตมีอยู่มากทั้งเหมือนและแตกต่างกันดังกล่าวแล้ว จึงมีการจัดหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตขึ้น ซึ่งการจัด หมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตมีประโยชน์ คือ 1. ทำให้สะดวกในการศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ 2. ทำให้รู้ถึงลักษณะโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงหรือต่างกัน 3. ทำให้รู้ถึงความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต


3 หลักเกณฑ์ในการจำแนกสิ่งมีชีวิต 1. ลักษณะโครงสร้าง ทั้งภายนอกนอกภายในของสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ โครงสร้างที่มีต้นกำเนิด เดียวกัน แต่ทำหน้าที่ต่างกัน (Homologous structure) เช่น แขนคน ขาสุนัข ปีกนก ครีบปลาวาฬ ครีบปลาต่าง ๆ จะเห็นว่าครีบปลาวาฬคล้ายแขนคนมากกว่าครีบปลา และโครงสร้าง ต่างกัน แต่ทำหน้าที่อย่างเดียวกันหรือ คล้ายคลึงกัน (Analogous structure) เช่นปีกนกกับปีกผีเสื้อ เป็นต้น 2. แบบแผนการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเอมบริโอมีการเจริญคล้ายกันเพียงใด เช่น การเจริญของเอมบริโอของสัตว์มีกระดูกสันหลังจะต้องมีช่องเหงือก (gill slits) ที่บริเวณคอหอย แต่เมื่อเจริญเป็น ตัวเต็มวัยแล้วจะปิดไปยกเว้นปลา จึงแตกต่างกันในระยะโตเต็มที่ 3. ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ สิ่งมีชีวิตที่มาจาก บรรพบุรุษเดียวกัน ย่อมมี ความสัมพันธ์กันหรืออาจเปรียบเทียบจากซากดึกดำบรรพ์ 4. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การสืบพันธุ์ การดำรงชีพ และพฤติกรรมต่าง ๆ 5. ส่วนประกอบทางชีวเคมีของเซลล์หรือสารที่เซลล์สร้างขึ้น และกระบวนการทางสรีรวิทยาที่คล้ายคลึง หรือแตกต่างกัน ไดโคโตมัสคีย์ (Dichotomous key) ไดโคโตมัสคีย์ (Dichotomous key) คือเครื่องมือที่ใช้ในการระบุชนิดหรือกลุ่มของสิ่งมีชีวิต โดยใช้การ เปรียบเทียบลักาณะที่ต่างกันของสิ่งมีชีวิตแต่ละคู่ จนสามารถระบุได้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นคืออะไร การใช้รูปวิธาน (Dichotomous key) เมื่อได้ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักชื่อนำมาตรวจสอบหาชื่อต้องเลือกใช้รูปวิธานให้ตรงกัน จุดประสงค์เลือกรูปวิธานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำไปตรวจสอบกับรูปวิธาน เมื่อได้ชื่อของสิ่งมีชีวิตแล้ว ควรอ่านคำ บรรยายลักษณะนั้นๆเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง การสร้างรูปวิธาน เมื่อมีตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและมีความประสงค์จะ สร้างรูปวิธานให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. นำสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมาศึกษาลักษณะต่างๆ 2. สร้างตารางเปรียบเทียบสิ่งมีชีวิตกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต 3. เขียนรูปวิธานนิยมแบ่งลักษณะออกเป็นคู่ซึ่งจะทำให้สิ่งมีชีวิตออกเป็นสองกลุ่ม 4. เลือกลักษณะที่แบ่งสิ่งมีชีวิตออกเป็นสองกลุ่มนำมาเขียนรูปวิธาน เช่น ลักษณะนิสัย ถิ่นที่อยู่ ลักษณะโครงสร้างที่สังเกตได้ชัดเจน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ซื่อสัตย์ สุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. มุ่งมั่นในการทำงาน 5. มีจิตสาธารณะ


4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูล ข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึง ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิด อย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับ ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เผชิญได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสม เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูล สารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างบุคคล จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของ สังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม สิ่งที่คาดหวัง 1. ผู้เรียนสามารถจัดจำแนกหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตได้ 2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ จุดมุ่งหมายของการศึกษา ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้สามารถเรียนรู้ได้อย่างอิสระตามความต้องการและตามความสนใจ ชิ้นงานหรือภาระงาน 1. ใบกิจกรรม 2. สร้างชิ้นงานตามแบบที่กำหนดได้และจำแนกชิ้นงานได้ถูกต้อง สื่อการเรียนรู้ 1. PowerPoint 2. ใบความรู้ 3. ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต 4. ใบกิจกรรม


5 กิจกรรมที่ 1 การจำแนกสิ่งมีชีวิต วัตถุประสงค์ ผู้เรียนสามารถสร้างเกณฑ์การจัดจำแนกได้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมนำสู่การเรียน ขั้นสร้างความสนใจ 1. ผู้สอนสันทนาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ 2. กล่าวต้อนรับคณะครูและผู้เรียน 3. ผู้สอนแนะนำตัวและท่านอื่น ๆ ในทีม 4. ผู้สอนให้ผู้เรียนเล่นกิจกรรมละลายพฤติกรรม 5. ผู้สอนให้ผู้เรียนพิจารณาและยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อจัดจำแนก 6 . ผู้เรียนทั้งหมดร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดจำแนก กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ขั้นสำรวจและค้นหา 1. แบ่งผู้เรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน โดยแต่ละกลุ่มจะทำกิจกรรมโดยการเวียนฐานการเรียนรู้ ที่ 1 2 3 4 5 เป็นต้น ตามจำนวนกลุ่ม 2. ให้ผู้เรียนศึกษาการจัดจำแนกสิ่งมีชีวิต 3. ผู้สอนคอยแนะนำช่วยเหลือผู้เรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยผู้สอนเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา ขั้นตอนการเรียนรู้ 1. ผู้สอนอธิบายหรือยกตัวอย่างเกี่ยวกับการจำแนกกลุ่มของสิ่งมีชีวิตมีเกณฑ์อะไรบ้าง 2. แต่ละกลุ่มจะได้รับภาพสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต โดยให้แต่ละกลุ่มจำแนกลักษณะจากเกณฑ์ที่ กำหนดใช้เวลาแต่ละฐาน ๆ ละ 3 นาที จากนั้นจึงเปลี่ยนฐานแต่ละกลุ่มที่เปลี่ยนฐาน จะต้องให้คะแนนความถูกต้อง ของกลุ่มที่ผ่านมา หากพบว่ามีข้อผิดพลาดจะต้องช่วยแก้ไข 3. เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมตามเวลาที่กำหนด ภายในกลุ่มจะต้องร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ กิจกรรมฐาน 4. สมาชิกทุกคนในกลุ่มจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณที่จัดกิจกรรม ขั้นอธิบายและลงสรุป 1. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย 2. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากกิจกรรมนี้ โดยใช้แนวคำถาม ต่อไปนี้ – เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกสิ่งมีชีวิตมีอะไรบ้าง


6 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการทำกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยัง ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีผู้สอนช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ผู้เรียนเข้าใจ 4. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมและ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ วัสดุอุปกรณ์ 1. ภาพสิ่งมีชีวิตและภาพสิ่งไม่มีชีวิต 2. ฟิวเจอร์บอร์ด 3. กาว 4. กรรไกร ฐานที ่1 ฐานที ่2 ฐานทีฐานที ่4่3


7 กิจกรรมที่ 2 การใช้ไดโคโตมัสคีย์ (Dichotomous key) วัตถุประสงค์ ผู้เรียนสามารถใช้เครื่องมือไดโคโตมัสคีย์แยกประเภทสิ่งมีชีวิตได้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมนำสู่การเรียน ขั้นสร้างความสนใจ 1. ผู้สอนสันทนาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ 2. กล่าวต้อนรับคณะครูและผู้เรียน (หากเป็นกิจกรรมต่อเนื่องไม่ต้องทำแล้ว) 3. ผู้สอนแนะนำตัวและท่านอื่น ๆ ในทีม (หากเป็นกิจกรรมต่อเนื่องไม่ต้องทำแล้ว) 4. ผู้สอนให้ผู้เรียนเล่นกิจกรรมละลายพฤติกรรม 5. ผู้สอนทบทวนเรื่องการจัดจำแนก และตั้งคำถามนำเข้าสู่กิจกรรมว่า หากเราพบเจอสิ่งมีชีวิต 1 ชนิด เราจะทราบได้อย่างไรว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มใด 6. ผู้สอนยำตัวอย่างสิ่งมีชีวิต 1 ชนิด พร้อมให้ผู้เรียนร่วมกันบอกลักษณะที่พบเห็น ผู้สอนจด ข้อมูลลงกระดานหรือบอร์ด และร่วมกันสรุปว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มใด 7. ผู้เรียนทั้งหมดร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับการสร้างไดโคโตมัสคีย์ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ขั้นสำรวจและค้นหา 1. แบ่งผู้เรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน 2. ให้ผู้เรียนศึกษาการใช้ไดโคโตมัสคีย์ ความหมายและวิธีใช้ ขั้นตอนการเรียนรู้ 1. ผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับการใช้และการสร้างไดโคโตมัสคีย์ 2. แต่ละกลุ่มจะได้รับใบกิจกรรมในเรื่องของการสร้างไดโคโตมัสคีย์ 3. สมาชิกทุกคนในกลุ่มจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณที่จัดกิจกรรม ขั้นอธิบายและลงสรุป 1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอชิ้นงานที่สำเร็จ 2. ผู้เรียนทั้งหมดร่วมกันวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชิ้นงานตามที่โจทย์กำหนด 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการทำกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยัง ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ผู้สอนช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ผู้เรียนเข้าใจ 4. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมและ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ วัสดุอุปกรณ์ 1. ไดโคโตมัสคีย์สำหรับทำกิจกรรมกลุ่มละ 5 ชุด


8 กิจกรรมที่ 3 Arthropada นี้คือสิ่งมีชีวิตตัวไหน Phylum Arthropodq Crustacea - ส่วนหัวเชื่อมกับส่วนอก - มีหนวด2 คู่ - มีขาเดิน 5 คู่หรือมากกว่า - ส่วนท้องมีรยางค์สำหรับว่าย น้ำหรือเป็นที่เกาะไข่ Merostomata - กลุ่มของแมงดา เช่น แมงดาทะเล แมงดาถ้วย และแมงดาจาน เป็นต้น - ส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก - มีขา 5 คู่ Arachnida - เป็นกลุ่มของสัตว์บก เช่น แมงมุม แมงป่อง และเห็บ เป็นต้น - ไม่มีหนวด - มีขา 4 คู่ - ส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก Insecta - เป็นกลุ่มของแมลง ชนิด ได้แก่ ยุง แมลงวัน ผึ้ง ต่อ ผีเสื้อ และแมลงปอ เป็นต้น - มีหนวด 1 คู่ - มีขา 5 คู่ - ส่วนของลำตัวแยกออกชัดเจนเป็น 3 ส่วนอย่างชัดเจน Diplopoda - กลุ่มของสัตว์ที่มีขาจำนวนมาก อย่างเช่น กิ้งกือและกระสุนพระ อินทร์ - ปล้องจะมีรยางค์ 2 คู่ - บริเวณส่วนหัวประกอบด้วยหนวด 1 คู่ Chilipoda - กลุ่มของตะขาบ มีขามากกว่า 50 ขา - มีหนวด 1 คู่ บริเวณหัว - บริเวณลำตัวที่มีลักษณะแบนจะ ประกอบไปด้วยปล้องจำนวนมาก และ แต่ละปล้องจะมีรยางค์ 1 คู่ - รยางค์ของปล้องแรกสุดถูกพัฒนาไป เป็นเขี้ยวพิษ 1 คู่


9 วัตถุประสงค์ ผู้เรียนสามารถจำแนกสิ่งมีชีวิตใน Phylum Arthropoda ได้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมนำสู่การเรียน ขั้นสร้างความสนใจ 1. ผู้สอนสันทนาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ 2. กล่าวต้อนรับคณะครูและผู้เรียน (หากเป็นกิจกรรมต่อเนื่องไม่ต้องทำแล้ว) 3. ผู้สอนแนะนำตัวและท่านอื่น ๆ ในทีม (หากเป็นกิจกรรมต่อเนื่องไม่ต้องทำแล้ว) 4. ผู้สอนให้ผู้เรียนเล่นกิจกรรมละลายพฤติกรรม 5 ผู้สอนให้ผู้เรียนพิจารณาและยกตัวอย่างสัตว์ในไฟลัมอาร์โทโพดาที่รู้จัก 6 ผู้เรียนทั้งหมดร่วมกันตั้งคำถามเกี่ยวกับเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการรู้จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับไฟลัม อาร์โทโพดา กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ขั้นสำรวจและค้นหา 1. แบ่งผู้เรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน 2. ให้ผู้เรียนศึกษาลักษณะของสิ่งมีชีวิตในไฟลัมอาร์โทโพดาจากตัวอย่าง 3. ผู้เรียนได้รับโจทย์คือ "ประดิษฐ์ชิ้นงาน ประกอบสิ่งมีชีวิตในไฟลัมอาร์โทโพดา " ขั้นตอนการเรียนรู้ 1. แต่ละคนจะได้รับ ขวดน้ำ ฝา ตาปลอม กระดาษ กรรไกร เทปใส สีน้ำ หลอด 2. แต่ละกลุ่มเริ่มประดิษฐ์ชิ้นงานที่ได้รับมอบหมาย และตกแต่งชิ้นงานให้เสมือนจริงที่สุด 3. สมาชิกทุกคนในกลุ่มจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดบริเวณที่จัดกิจกรรม ขั้นอธิบายและลงสรุป 1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอชิ้นงานที่สำเร็จ 2. ผู้เรียนทั้งหมดร่วมกันวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชิ้นงานตามที่โจทย์กำหนด 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการทำกิจกรรมมีจุดใดบ้างที่ยัง ไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ผู้สอนช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ผู้เรียนเข้าใจ 4. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมและ การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 5. ผู้สอนทดสอบความเข้าใจของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนทำใบกิจกรรม


10 วัสดุอุปกรณ์ 1. ขวดน้ำ 2. ฝาขวด 3. หลอด 4. ตาปลอม 5. กระดาษแข็ง 6. กรรไกร 7. ปืนกาว 8. สก๊อตเทป 9. สีน้ำ


11 คำใบ้มี่ใช้ในการประกอบ ฐานที่ 1 คำใบ้ ตัวอย่าง 1. มีส่วนหัวเชื่อมกับส่วนอก 2. มีหนวด 2 คู่ 3. มีขาเดิน 5 คู่ หรือมากกว่า 4. ส่วนด้านท้องมีรยางค์สำหรับว่ายน้ำ ฐานที่ 2 คำใบ้ ตัวอย่าง 1. มีขา 4 คู่ ไม่มีหนวด 2. มีส่วนของหัวเชื่อมกับส่วนอก 3. ไม่มีหนวด ฐานที่ 3 คำใบ้ ตัวอย่าง 1. มีหนวด 1 คู่ 2. มีขา 3 คู่ 3. มีส่วนของล าตัวแยกออกชัดเจนเป็ น 3 ส่วนอย่างชัดเจน


12 ฐานที่ 4 คำใบ้ ตัวอย่าง 1. บริเวณลำตัวที่มีลักษณะเรียบลื่นจะประกอบไป ด้วยปล้องจำนวนมาก (ตั้งแต่ 25 ไป จนถึง 100 ปล้อง) 2. แต่ละปล้องจะมีรยางค์2 คู่ 3. บริเวณส่วนหัวประกอบด้วยหนวด 1 คู่ ฐานที่ 5 คำใบ้ ตัวอย่าง 1. มีหนวด 1 คู่ บริเวณหัว 2. บริเวณลำตัวที่มีลักษณะแบนจะประกอบไปด้วย ปล้องจำนวนมาก และแต่ละปล้องจะมีรยางค์1 คู่ ยกเว้นปล้องแรกและปล้องสุดท้าย ซึ่งรยางค์ของ ปล้องแรกสุดถูกพัฒนาไปเป็นเขี้ยวพิษ 1 คู่ ฐานที่ 6 คำใบ้ ตัวอย่าง


13 ภาพผนวก


14 ใบงานกิจกรรมที่ 2 คำชี้แจง 1) ให้นักเรียนจัดเรียงภาพสิ่งมีชีวิตต่อไปนี้ให้สอดคล้องกับแผนภาพไดโคโตมัสคีย์สิ่งมีชีวิต 6 ชนิด ได้แก่ ค้างคาว แมว ช้าง นกเขา ผึ้ง ควาย 2) ให้นักเรียนสร้างไดโคโตมัสค์ของสิ่งมีชีวิตกให้สอดคล้องกับแผนภาพข้างต้น 1ก สัตว์ 4 ขา …………………………………………………………………………………..… ดูข้อ 2 1ข ไม่ใช่สัตว์ 4 ขา …………………………………………………………………………….………. ดูข้อ 4 2ก มีงวง …………………………………………………………………………………….. 2ข ไม่มีงวง …………………………………………………………………………………….. ดูข้อ 3 3ก มีเขา …………………………………………………………………………………….. 3ข ไม่มีเขา ……………………………………………………………………………………… 4ก ออกหากินกลางคืน ……………………………………………………………………………..……… 4ข ออกหากินกลางวัน ………………………………………………………………………………..……. ดูข้อ 5 5ก มีกระดูกสันหลัง …………………………………………………………………………….……….. 5ข ไม่มีกระดูกสันหลัง ……………………………………………………………………………..………… สิ่งมีชีวิต สัตว์ 4 ขา มีงวง ไม่มีงวง มีเขา ไม่มีเขา ไม่ใช่สัตว์ 4 ขา ออกหากิน กลางคืน ออกหากิน กลางวัน มีกระดูกสัน หลัง ไม่มีกระดูกสัง หลัง 1ก 1ข 2ก 2ข 3ก 3ข 5ก 4ก 4ข 5ข


15 ใบงานกิจกรรมที่ 3 1) คำชี้แจง : ให้นักเรียนสังเกตรูปภาพต่อไปนี้ แล้วบอกชื่อสัตว์พร้อมจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่ม ? 1. สัตว์ชนิดนี้คือ ………………. 2. สัตว์ชนิดนี้คือ ………………… 3. สัตว์ชนิดนี้คือ ………………….. เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม …………… เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม …………… เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม ………………. 4. สัตว์ชนิดนี้คือ ………………. 5. สัตว์ชนิดนี้คือ …………………… 6. สัตว์ชนิดนี้คือ ………………….. เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม …………… เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม …………… เป็นสัตว์อยู่ในกลุ่ม ………………. 2) ไฟลัมอาร์โทโพดาแบ่งออกเป็นกี่คลาส อะไรบ้าง ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………... 3) จงบอกลักษณะของสัตว์ที่ได้รับ ? ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


16 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กิจกรรม………………………………………………………หน่วยการเรียนรู้เรื่อง……………………………………………………………… โรงเรียน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ระดับชั้น……………………………………………………..รูปแบบการจัดการเรียนรู้………………………………………………………… วันที่………………………เดือน…………………………………………พ.ศ…………………………เวลา……………………………………….. ที่ รายการ กลุ่มที่ 1 2 3 4 5 1 มีการวางแผนร่วมกันก่อนปฏิบัติงาน 2 มีการแบ่งงานกันทำอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม 3 มีการร่วมมือกันทำงานเป็นอย่างดี 4 มีการปรึกษาหารือกันร่วมกันขณะลงมือปฏิบัติงาน 5 สมาชิกทุกกลุ่มยอมรับความคิดเห็นของกันและกัน 6 สมาชิกทุกคนสนุกกับงานที่ทำ 7 สมาชิกทุกคนกระตือรือร้นในการทำงาน 8 ทำงานเสร็จทันเวลา 9 ผลงานเป็นที่ภาคภูมิใจของสมาชิกทุกคน 10 ในครั้งต่อไปสมาชิกต้องทำงานร่วมกันอีก รวม คำชี้แจง 1. ให้ผู้ประเมินสังเกตพฤติกรรมการทำงานของผู้รับบริการในขณะทำกิจกรรมเป็นรายกลุ่ม ใช้ 1 ชุด ต่อ 1 กิจกรรม และให้คะแนนในช่องระดับคะแนน 2. เกณฑ์ในการประเมิน ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก ระดับ 3 ดี ระดับ 2 พอใช้ ระดับ 1 ควรปรับปรุง 3. ผลการประเมิน ได้รับคะแนน ไม่ต่ำกว่า ระดับ 3 ถือว่า ผ่าน


17 แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้าน กิจกรรม………………………………………………………หน่วยการเรียนรู้เรื่อง……………………………………………………………… โรงเรียน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ระดับชั้น……………………………………………………..รูปแบบการจัดการเรียนรู้………………………………………………………… วันที่………………………เดือน…………………………………………พ.ศ…………………………เวลา……………………………………….. เกณฑ์การให้คะแนน 1. พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน 2. พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 3. พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน สมรรถนะที่ประเมิน กลุ่มที่ 1 2 3 4 5 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 มีความสามาถในการรับส่งสาร 1.2 ถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีสื่อสารอย่างเหมาะสม 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 2.2 มีความสามารถในการคิดเป็นระบบสร้างองค์ความรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.1 แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล 3.2 แสวงหาความรู้มาใช้ในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความสัมพันธ์อันดี 4.2 วิธีแก้ไขความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 เลือกใช้ข้อมูลในการพัฒนาตนเองย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ข้อมูลในการทำงานสและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเหมาะสม รวม


18 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6 ด้าน กิจกรรม………………………………………………………หน่วยการเรียนรู้เรื่อง……………………………………………………………… โรงเรียน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ระดับชั้น……………………………………………………..รูปแบบการจัดการเรียนรู้………………………………………………………… วันที่………………………เดือน…………………………………………พ.ศ…………………………เวลา……………………………………….. เกณฑ์การให้คะแนน 1. พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน 2. พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 3. พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะที่ประเมิน กลุ่มที่ 1 2 3 4 5 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 มีความรัก มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย 1.2 ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ประพฤติตามกติกาที่วิทยากรกำหนด 2.2 ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนซื่อตรงต่อตนเอง และถือความ สัจ 2.3 ไม่โกหก หลอกลวง 3. มีวินัย 3.1 ทำกิจกรรมตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏิบัติตามกฎของกิจกรรม 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูล ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สามารถสรุปความรู้ที่แสวงหามาได้อย่างมีเหตุผล 5. มุ่งมั่นในการทำงาน 5.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 5.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 6. มีจิตสาธารณะ 6.1 รู้จักการให้ การเสียสละ เพื่อส่วนรวมหรือผู้ยากไร้ 6.2 แสดงออกถึงการมีน้ำใจ หรือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น รวม


19 แบบประเมินการนำเสนอผลงานกลุ่ม กิจกรรม………………………………………………………หน่วยการเรียนรู้เรื่อง……………………………………………………………… โรงเรียน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ระดับชั้น……………………………………………………..รูปแบบการจัดการเรียนรู้………………………………………………………… วันที่………………………เดือน…………………………………………พ.ศ…………………………เวลา……………………………………….. รายการ ประเมิน คะแนน กลุ่มที่ หมายเหตุ 1 2 3 4 5 1. เทคนิคการ นำเสนอ 5 2. ความร่วมมือ ภายในกลุ่ม 5 3. สื่อและ อุปกรณ์ที่ใช้ใน การรายงาน 5 4. สาระที่ได้ จากรายงาน 5 รวม 20(/2)


20


21 คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา 1. นายสุชาติ ถาวระ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานราธิวาส 2. นางสาวอาอีซะฮ์ ดือราแม ครู(ที่ปรึกษาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ) ผู้จัดทำ 1. นางสาวนูรอัยฟาน มณีหิยา 2. นางสาวนูร์เดียน่า กามะ


Click to View FlipBook Version