The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ Lively English in use

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naphasorn Klongta, 2022-08-30 06:53:46

เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ Lively English in use ม.4/1

เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ Lively English in use

เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ
Lively English in use

ม.4/1

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E- book) นี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบ
การเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
Lively English in use คณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษา และ
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษมากขึ้น

คณะผู้จัดทำหวังเป็ นอย่างยิ่งว่าจะเป็ นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ
และต้องการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่มากก็น้ อย

ผู้จัดทำ
นักเรียนชั้นม.4/1

สารบัญ หน้า

เรื่อง ข
คำนำ 5
สารบัญ 6
เลขที่1 หลักการใช้ Verb to do 7
เลขที่2 หลักการใช้ don't doesn't 8
เลขที่3 IN ON AT ใช้อย่างไร 9
เลขที่4 เทศกาลปามะเขือเทศ 10
เลขที่5 วัน Pancake Day 11
เลขที่6 ประวัติวัน ฮาโลวีนฮาโลวีน Halloween 12
เลขที่7ความแตกต่าง between the words 13
เลขที่8 วิธีการใช้ A, An และ The 14
เลขที่9 present simple tenes 15
เลขที่10 หลักการใช้ Until กับ Till แตกต่างกันอย่างไร 16
เลขที่11หลักการใช้ Verb to have 18
เลขที่12 ประวัติวันคริสต์มาส 19
เลขที่13 Wold body painting festival 20
เลขที่14 หลักการเติม ing 21
เลขที่15 วันขอบคุณพระเจ้า Thanksgiving 22
เลขที่16 Past perfect continuous tense 23
เลขที่17 เทศกาลโฮลี (Holi Festival) 24
เลขที่18 past perfect tense 25
เลขที่19 การเปรียบเทียบขั้นกว่า(Comparative) 26
เลขที่20 วิธีการใช้ ❝ Future Simple ❞ 27
เลขที่21 หลักการเติม s/es ที่คำกริยา

เลขที่22 หลักการใช้ is am are ในประโยคบอกเล่า

เลขที่23 April Fool's Day 28
เลขที่24 การใช้คำว่า"ไม่ [no not none] ในประโยค 29
เลขที่25 วันวาเลนไทน์ 30
เลขที่26 (Throwing Of The Grape Festival,Australia) เทศกาลปาองุ่น 31
เลขที่27 เทศกาลวันเเห่งความตาย Day of the Dead 32
เลขที่28 วันอีสเตอร์(Easter) 33
เลขที่29 เทศกาลคาร์นิวัล (Carnival) 34
เลขที่30 เทศกาลไวน์ฮาโร (Haro Wine Festival) ประเทศสเปน 35
เลขที่31 หลักการเติม ed ที่ท้ายคำกริยา 36
เลขที่32 Have - Have got ต่างกันยังไง? 37
เลขที่33 ความหมายของคำว่า Get up และ Wake up 38
เลขที่34 Orange Beach Festival เป็นเทศกาลปาส้ม 39
เลขที่35 ข้อแตกต่างระหว่าง Working Space กับ Working Place 40
เลขที่36 หลักการใช้ A.m กับP.m 41
เลขที่37 หลักการใช้ Verb to do ในประโยคบอกเล่า 42
เลขที่38 N word 43
เลขที่39 ประเพณี Burning the Clocks 44
เลขที่40 Present Perfect 46

หลักการ ใช้ verb to do

หลักการหลักการ ใช้ verb to do ในประโยคปฏิเสธ
รูปปฏิเสธของ do คือ do not (don’t)
รูปปฏิเสธของ does คือ does not (doesn’t)
รูปปฏิเสธของ did คือ did not (didn’t)
Doesn’t – Don’t ใช้กับประโยคปฏิเสธใน Present Tense
I don't like sport. (ฉันไม่ชอบกีฬา)
He doesn't like sport. (เขาไม่ชอบกีฬา)
Didn’t ใช้กับประโยคปฏิเสธใน Past Tense โดยใช้ได้กับประธานทุกตัว คือ
(I, You, We, They, He, She, It)
I didn't know you were coming. (ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังมา)
He didn’t go on holiday last year. (ปีที่แล้วเขาไม่ได้ไปพักผ่อนในวันหยุด)

หลักการใช้ don't doesn't

หลักการใช้ don't doesn't
Doesn’t – Don’t ใช้กับประโยคปฏิเสธใน Present Tense เช่น
I don't like sport. (ฉันไม่ชอบกีฬา)
He doesn't like sport. (เขาไม่ชอบกีฬา)
doesn’t ใช้กับHe/She/It
เช่น He doesn’t like sport.(เขาไม่ชอบกีฬา)

IN ON AT ใช้อย่างไร
IN


มักจะใช้เวลาแบบไม่เฉพาะมากนัก ระหว่างวัน, ในเดือนนั้น ในฤดูกาลนั้น ในปีนั้น ยกตัวอย่าง เช่น
She always buys the coffee in the morning.
In the summer, it is very hot in Thailand.

ON
จะใช้บ่งชี้ วันที่ หรือวัน เช่น
My party will be held on February 1st.
I will go to school on Monday.

At
บ่งชี้เวลาเป็นเฉพาะ
I will meet you at 2 p.m.
The meeting will begin at 9 a.m. tomorrow.

เทศกาลปามะเขือเทศ หรือ “ลา โตมาตินา”

(La Tomatina)

เทศกาลปามะเขือเทศ หรือ “ลา โตมาตินา” (La Tomatina) จัดเป็นประจำทุกปี ทุกวันพุธสุดท้าย
ของเดือนสิงหาคม ณ หมู่บ้านบาเลนเซียน (Valencian) ในเมือง Buñol จังหวัดบาเลนเซีย
(Valencia) ประเทศสเปน สำหรับปี 2019 เทศกาลจะจัดขึ้นวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 ต้นกำเนิดของ
เทศกาลนี้ย้อนไปเมือปี 1944 ระหว่างขบวนพาเหรด gigantes y cabzudos เกิดมีเหตุการณ์วัยรุ่น
ทะเลาะกัน และเจ้ากรรมดันมีแผงขายมะเขือเทศอยู่ใกล้มือพวกวัยรุ่น พวกเขาจึงใช้มันเป็นอาวุธในการ
ขว้างปาเข้าใส่กัน จนตำรวจต้องเข้ามายุติศึกมะเขือเทศ และทำการปรับค่าเสียหาที่เกิดขึ้นจาก
เหตุการณ์นี้ ในปีต่อมาพวกวัยรุ่นก็ยังคงมาเปิดศึกกันอีกเช่นเคยเหมือนปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างออกไปในปี
นี้คือ พวกเขาเตรียมมะเขือเทศกันมาจากบ้าน และก็ต้องลำบากตำรวจอีกแล้วที่ต้องเข้ามายุติเหตุการณ์
ทะเลาะวิวาท แต่มันก็คือประถมบทแห่งเทศกาลปามะเขือเทศ อันลือลั่นที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุก
ปีเรื่อยมา เป็นระยะเวลานานกว่า 70 ปี

วัน Pancake Day

Pancake Day 2020 25 กุมภาพันธ์ ของปีนี้ เป็นวัน Pancake Day = วันแห่งการกินแพนเค้ก
วัน Pancake Day มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Shrove Tuesday เป็นชื่อที่ใช้ในประเทศเครือ
Commonwealth และ ไอร์แลนด์ ซึ่งจะเป็นวันอังคารสุดท้ายก่อนเข้าเทศกาลมหา พรต (Lent) โดย
อยู่ในช่วง 47 วันก่อนถึงเทศกาลอีสเตอร์ คำว่า Shrove นั้นเป็นรูปอดีตของคำว่า Shrive หมายถึง
การสารภาพบาป ด้านเทศกาลมหาพรตจะเริ่มต้นจากวันพุธรับเถ้าและสิ้น สุดในวันอีสเตอร์ ช่วง
เทศกาลนี้คริสต์ศาสนิกชนจะเข้า ร่วมการอธิษฐาน บริจาคสิ่งของ อดอาหาร และไม่ฟุ่มเฟือย วัน
Shrove Tuesday จึงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายก่อนศีลอดที่ กินระยะเวลายาวนาน 40 วัน เพื่อไม่ให้ชาว
คริสต์ต้องหิว ท้องกิ่วจึงมี Pancake Day ขึ้นมาเพื่อให้ได้กินอาหารที่มี พลังงานสูงก่อนจะไม่สามารถ
กินได้เนื่องจากต้องเข้าสู่พิธี ถือศีลอด

ประวัติวัน ฮาโลวีนฮาโลวีน Halloween

วันฮาโลวีนฮาโลวีน ภามาอังกฤษ Halloween ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ประวัติวันฮาโลวีน ความหมาย Hallowecn "Trick or treat!" คำฮิตติดหูประจำเทศกาลฮาโลวีน
(วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี) หลายคนรู้ว่า สัญลักษณ์ประจำฮาโลวีนต้องมีปาร์ตี้แต่งกายชุดภูตผี
ปีศาจ และต้องมีฟักทองเจาะหน้าตาแปลก ...แต่แล้วทราบหรือไม่ว่า ประวัดิฮาโลวีน มีความ
สำคัญอย่างไร ฮาโลวีนความหมาย และประวัติวันฮาโลวีนภาษาอังกฤษ ในคริสต์ศาสนา นิกาย
คาทอลิก Halloween เป็นคำภายาอังกฤษ เพี้ยนมาจากคำ AIl Hallows Eves ซึ่งแปลว่า วันก่อน
วันสมโกชนักบุญทั้งหลาย โดยวิธีตัดต่อ Hallow + Eve = Halloween คำว่า Hallow เป็นคำแอง
โกลแซกซัน แปลว่า ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ตรงกับภาษาเยอรมันว่า heiligenในปัจจุบันนิยมใช้คำมาจากภาษา
ละตินว่า sanctify คำว่า Hallow ขังมีใช้ในบทสวดอธิษฐานเก่า ๆ เช่น Hallowed be thy Name (ขอ
พระนามจงเป็นที่สักการะ) คำว่า Hallow ยังแปลว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ นักบุญ ดังนั้น Al!
Hallowmas จึงแปลว่า วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ในปัจจุบันใช้คำว่า Al Saints Day คู่กับ Christmas
ซึ่งแปลว่า วันสมโภชพระคริสต์หรือคริสต์มาสนั่นเอง วันก่อนวันสมโภช คริสต์มาสมี Christmas Eve ที่
นิยมเรียกว่า คืน (ก่อน) คริสต์มาส วันก่อนวันสมโภชนักบุญทั้งหลายก็มี All Hallowmas Eve ซึ่งต่อมาย่อ
เป็น Halloween โดยมีงานรื่นเริงและพืธีกรรมทางศาสนาเช่นเดียวกับคืนคริสต์มาส ชาวคาทอลิกพร้อมใจ
กันเลื่อนพิธีกรรมทางศาสนาไป หลังวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย และเรียกว่า วันวิญญาณในแดนชำระ (AIl!
Souls Day) เพื่อให้คู่กับวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย (All Saints Day)

ความแตกต่าง between the words
PAIN/ILL/ACHE/SICK/HURT

วิธีการใช้ A, An และ The

การเลือกใช้ a หรือ an จะดูจาก อักษรตัวแรกของคำนามที่ถูกนำหน้า ย้ำว่าคำนามต้องเป็นคำ
นามนับได้ และต้องเป็นคำนามเอกพจน์เท่านั้น ซึ่งเราจะใช้

- a เมื่อคำนามถัดไปขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ
ข้อยกเว้นการใช้ a: หากคำเริ่มต้นด้วย u และ eu โดยออกเสียงเหมือนคำว่า you ซึ่งออกเสียงเป็นตัว
Y ซึ่งเป็นพยัญชนะ ให้ใช้ a ตัวอย่าง การใช้ a เช่น A car = รถคันหนึ่ง
ข้อยกเว้นการใช้ an: หากคำไหนขึ้นต้นด้วย h แต่ไม่มีเสียง h ให้ใช้ an ตัวอย่าง การใช้ an
เช่น An egg = ไข่ฟองหนึ่ง

- การใช้ The ในส่วนของคำ the นั้นใช้นำหน้านามที่ชี้เฉพาะ โดยจะมีหลักการใช้ดังต่อไปนี้
1. ใช้เมื่อนามนี้เป็นสิ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียว
The sun is bigger than the earth. ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์
2. ใช้เมื่อกล่าวถึงนามนั้นซ้ำอีกรอบ
I just bought meals for children. The children were grateful.
ฉันเพิ่งเลี้ยงอาหารเด็กๆไป เด็กๆรู้สึกซาบซึ้งใจมาก
:: เมื่อ children ถูกกล่าวถึงซ้ำในประโยคที่สอง เราจึงใช้ the นำหน้า
3. ใช้นำหน้าชื่อเฉพาะ
4. ใช้นำหน้าการเปรียบเทียบระดับสูงสุด (Superlative degree)
5. ใช้นำหน้าชื่อครอบครัว หรือนามสกุล เพื่อหมายถึงคนในตระกูลนั้นๆ ทุกคน
6. ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อหมายถึงกลุ่มคนนั้นๆ

present simple tense

•Present simple tense คือรูปคำกริยาที่ใช้กับข้อเท็จจริงทั่วไป สิ่งที่เป็นกิจวัตร หรือแผนการและ
ตารางเวลา ซึ่งจะใช้คำกริยาช่อง 1 (เช่น go, come, eat)
•แต่ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 (เช่น he, she, it, boy, teacher, cat, pen) เราจะต้องใช้คำ
กริยารูปที่เติม s/es (เช่น goes, comes, eats) แทน
•ประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม และประโยคปฏิเสธ จะมีโครงสร้างประโยคและรายละเอียดการใช้
tense ที่ต่างกัน สำหรับประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ถ้าคำกริยาหลักไม่ใช่ verb to be เราจะ
ต้องนำ do/does เข้ามาใช้ด้วย
•เราจะใช้ present simple tense เมื่อ -กล่าวถึงสิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบัน
-กล่าวถึงสิ่งที่เป็นกิจวัตร
-กล่าวถึงข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ
-กล่าวถึงแผนการหรือตารางเวลา
-ให้คำแนะนำ ข้อมูล หรือรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ
-ใช้เล่าเรื่องหรือเล่ามุขตลก เมื่อเราต้องการให้เรื่องนั้นดูสดใหม่หรือใกล้ตัวมากขึ้น
•เรามักเจอคำบอกความถี่ (เช่น always, often, sometimes) ใน present simple tense บ่อยๆ
เพราะเป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงความเป็นกิจวัตร แต่คำเหล่านี้ จริงๆ แล้วก็สามารถใช้กับ tense อื่นได้ด้วย
เช่นกัน ขึ้นอยู่กับใจความของประโยค

หลักการใช้ Until กับ Till แตกต่างกันอย่างไร

หลักการใช้ระหว่าง Until กับ Till แตกต่างกันอย่างไร
Until มี 2 หน้าที่ ได้แก่
1. Preposition (คำบุพบท) ใช้เชื่อมคำในประโยค มีความหมายว่า จนกระทั่ง และ ก่อนที่จะ
(ใช้ในประโยคปฏิเสธ) เช่น He stayed in Paris until the end of summer.
(เขาอยู่เมืองปารีสจนกระทั่งช่วงฤดูร้อนสิ้นสุด)
2. Conjunction (คำสันธาน) ใช้เชื่อมระหว่างประโยค มีความหมายว่า จนกระทั่ง และ ก่อนที่จะ
(ใช้ในประโยคปฏิเสธ) เช่น We waited until our tea is cooling down.
(พวกเรารอจนกระทั่งชาของเราเย็นลง)
** จะเห็นได้ว่า Until แม้จะมี 2 หน้าที่ แต่ความหมายก็เหมือนกัน ***
Till มี 2 หน้าที่ ได้แก่
1. Preposition (คำบุพบท) ใช้เชื่อมคำในประโยค มีความหมายว่า จนกระทั่ง เช่น
They waited till five thirty for me. (พวกเขารอฉันจนกระทั่ง 5 โมงเย็นครึ่ง)
2. Conjunction (คำสันธาน) ใช้เชื่อมระหว่างประโยค มีความหมายว่า จนกระทั่ง เช่น
He will keep me company till the rain is over.(เขาจะอยู่เป็นเพื่อนฉันจนกระทั่งฝนหยุดตก)
*** จะเห็นว่า Till นั้นก็มี 2 หน้าที่เช่นเดียวกับ Until อีกทั้งยังมีความหมายเหมือนกันอีก ***
ความแตกต่างระหว่าง Until และ Till
1. สองคำนี้แทบไม่ต่างกันเลย สามารถใช้แทนกันได้ แต่ Till จะใช้ในเชิงไม่เป็นทางการมากกว่า
ดังนั้น ถ้าจะนำไปใช้ในงานเขียนหรือต้องพูดเป็นทางการหน่อย ให้ใช้ Until
2. Until ใช้ได้กับประโยคปฏิเสธ แต่ Till ไม่ใช้ในประโยคปฏิเสธ

หลักการใช้ Verb to have

1)ใช้ have เมื่อประธานเป็น I , You , We , They หรือประธานที่เป็นพหูพจน์ (หลายคน)
2) ใช้ has เมื่อประธานเป็น He , She , It หรือประธานเป็นเอกพจน์ (คนเดียว)
3) อดีตใช้ had ได้ทุกประธาน
4) อนาคตใช้ will have ได้ทุกประธาน

V. to have เป็นได้ทั้งกริยาหลักและกริยาช่วย
เช่น มี/ทาน/ดื่ม เป็นกริยาช่วยที่มีความสำคัญที่สุดในประโยค

โครงสร้าง
ประโยคบอกเล่า: ประธาน+V. to have+คำนาม/คำสรรพนาม
ประโยคปฎิเสธ: ประธาน+do/does/did+not+V. to have+คำนาม/คำสรรพนาม
ประโยคคำถาม:Do/Does/Did+ประธาน+V. to have+คำนาม/คำสรรพนาม ตามด้วย?

เช่น
ประโยคบอกเล่า: I have a pen.(ฉันมีปากกา 1 ด้าม)
ประโยคปฏิเสธ: I don't have a pen.(ฉันไม่มีปากกา 1 ด้าม)
ประโยคคำถาม: Do you have a pen?(คุณมีปากกาไหม)ส่วน

ประวัติวันคริสต์มาส

Christmas or Christmas Day is an annual holiday celebrated on December 25 that
commemorates the birth of Jesus of Nazareth. The date of commemoration is not
known to be Jesus' actual birthday, and may have initially been chosen to
correspond with either a historical Roman festival or the winter solstice. Christmas
is central to the Christmas and holiday season, and in Christianity
marks the beginning of the larger season of Christmastide, which lasts twelve


days.Although traditionally a Christian holiday, Christmas is widely celebrated by

many non-Christians, andsome of its popular celebratory customs have pre-
Christian or secular themes and origins. Popular modern customsof the holiday
include gift-giving, Christmas carols, an exchange of greeting cards, church
celebrations, a special meal,and the display of various decorations; including
Christmas trees, lights, and garlands, mistletoe, nativity scenes, and holly. In
addition, Father Christmas (known as Santa Claus in North America and Ireland)
is a popular mythological figure in many countries, associated with the bringing of
gifts for children. แม้ว่าวันคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็
มีการเฉลิมฉลองกันอย่างแพร่หลายเช่นกัน ซึ่งการเฉลิมฉลองนั้นมีทั้งแบบสมัยใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาเลยกับอีกแบบหนึ่งคือแบบดั้งเดิม โดยประเพณีที่เป็นนิยมในสมัยใหม่นั้น ได้แก่ การมอบของ
ขวัญ การแลกเปลี่ยนการ์ดอวยพรการจัดงานเลี้ยงฉลองในโบสถ์ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และ
การโชว์งานตกแต่งประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆด้วย ต้นคริสต์มาส ดวงไฟประดับ พวงดอกไม้ ต้น
มิสเซิลโท การแสดงเกี่ยวกับวันประสูติของพระเยซู และต้นฮอลลี่ นอกจากนี้บิดาแห่งคริสต์มาส (หรือ
ที่ชาวอเมริกาเหนือและไอร์แลนด์เรียกว่า ซานตาคลอส) ยังเป็นหนึ่งตำนานที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้นำ
ของขวัญมามอบให้กับเด็ก ๆวันคริสต์มาสเป็นวันหยุดประจำปี ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิม ฉลองการประสูติ
ของพระเยซูซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม โดยวันดังกล่าวอาจจะไม่ตรงกับวันเกิดจริงๆของพระเยซู แต่
อาจจะเป็นวันที่ถูกเลือกเอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับ เทศกาลโรมัน หรือสอดคล้องกับวันที่มีช่วงเวลา
กลางวัน สั้นที่สุด (winter solstice)

คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่สำคัญ และมีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในย่านของชาวคริสเตียน นั้นจะมีการจัด
เทศกาลนี้ยาวนานถึง 12 วันแม้ว่าวันคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลของชาวคริสต์ แต่ในหมู่คนที่ไม่ใช่ชาว
คริสต์ก็มีการเฉลิมฉลองกันอย่างแพร่หลายเช่นกัน ซึ่งการเฉลิมฉลองนั้นมีทั้งแบบสมัยใหม่ที่ไม่
เกี่ยวข้องกับศาสนาเลยกับอีกแบบหนึ่งคือแบบดั้งเดิม โดยประเพณีที่เป็นนิยมในสมัยใหม่นั้น ได้แก่
การมอบของขวัญ การแลกเปลี่ยนการ์ดอวยพร

การจัดงานเลี้ยงฉลองในโบสถ์ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และการโชว์งานตกแต่งประดับประดา


ตามสถานที่ต่าง ๆด้วย ต้นคริสต์มาส ดวงไฟประดับ พวงดอกไม้ ต้นมิสเซิลโท การแสดงเกี่ยวกับวัน

ประสูติของพระเยซู และต้นฮอลลี่ นอกจากนี้บิดาแห่งคริสต์มาส (หรือที่ชาวอเมริกาเหนือและ
ไอร์แลนด์เรียกว่า ซานตาคลอส) ยังเป็นหนึ่งตำนานที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นผู้นำของขวัญมามอบให้กับ
เด็ก ๆ

Wold body painting festival

The festival was first created and launched in 1998 in Seeboden, Austria. The
European Body Paint Festival to promote summer tourism in the region which
in2008 was presented worldwide. As the body painting movement grew, in 2001
Mr. Barendregt launched the World Body Painting Society, followed by the launch
of WB Production in 2010.Due to the increase in the number of artists and festival
sponsors who attended the event, in 2004 the festival was renamed. "World Body
Painting Festival"

หลักการเติม ing

1.คำกิริยาทั่วไปให้เติม ing ได้เลย เช่น go >> going , buy>>buying
2.คำกริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้ตัด e ทิ้ง แล้วเติม ing เช่น come >> coming
smoke >> smoking
3.คำกิริยาที่มีพยางค์เดียว และก่อนหน้าพยัญชนะตัวสุดท้ายเป็นสระ 1 ตัว ให้เติมพยัญชนะตัว
สุดท้ายไปอีก 1 ตัว แล้วเติม ing เช่น get >> getting , stop >> stopping
4.คำกริยา 2พยางค์ มี 2กรณี คือ

•ถ้าก่อนหน้าพยัญชนะตัวสุดท้ายเป็นสระ 1 ตัว และมีการเน้นเสียงหนักที่พยางค์หลัง ให้เพิ่ม
พยัญชนะตัวสุดท้ายไปอีก 1 ตัวก่อน แล้วเติม ing
เช่น defer >> deferring

•ถ้าก่อนหน้าพยัญชนะตัวสุดท้ายเป็นสระหนึ่งตัวและมีการเน้นเสียงหนักที่พยางค์หน้าให้เติม ing
ได้เลย เช่น listen >> listening , begin => beginning
5.คำกริยาที่ลงท้ายด้วย ieให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม ing เช่น lie >> lying , tie >> tying
6.คำกริยาที่มีสระหรือตัวสะกดสองตัว หรือคำกริยาที่ออกเสียงด้วยสระเสียงยาวให้เติม ing ได้เลย
เช่น feed>> feeding , rush >>rushing

วันขอบคุณพระเจ้า Thanksgiving

Traditional foods are a large part of the celebrations. Many families include
the entire family in the food preparation. Traditional foods include turkey,
stuffing, gravy, sweet potatoes, cornbread, mashed potatoes, and cranberry sauce.
Eating turkey is uncommon in Thailand. However, at Sloane’s, we have you
covered with a wide selection of glazed ham, smoked ham, cranberry porchetta,
all sourced from high-welfare farms, ready to pop in the oven. See our festive
products click here.เมื่อถึงวันขอบคุณพระเจ้า ผู้คนมักจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง
กับครอบครัวและเพื่อนสนิท ในแต่ละครอบครัวจะมีการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ร่วมกัน โดยมี
อาหารที่นิยมรับประทานจนเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของประเพณีนี้ก็คือ ไก่งวง, น้ำเกรวี่, มันเทศ,
ข้าวโพด, มันฝรั่งบดและซอสแครนเบอร์รี่การทานไก่งวงถือว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย
ที่สโลนส์เรามีผลิตภัณฑ์สำหรับเฉลิมฉลองให้คุณ ไม่ว่าจะเป็น Glazed Ham, Smoked Ham หรือ
Cranberry Porchetta
วัตถุดิบของเราล้วนทำมาจากหมูที่ถูกเลี้ยงอย่างดี

Past perfect continuous tense

Past perfect continuous tense คือ tense ที่ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วดำเนินมาอย่าง
ต่อเนื่องและจบลงก่อนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดแทรกขึ้นมาหรือเกิดตามมาในอดีต
*โครงสร้าง Past perfect continuous tense ( S + had + been + V.ing )
-โครงสร้างประโยคบอกเล่า S + had + been + V.ing
ตัวอย่าง She had been swimming for 20 minutes.
-โครงสร้างประโยคปฏิเสธ S + had + not + been + V.ing
ตัวอย่าง She had not been swimming for 20 minutes.
-โครงสร้างประโยคคำถาม Had + S + been + V.ing
ตัวอย่าง Had she been swimming for 20 minutes.
หลักการใช้
ใช้กล่าวถึง 2 เหตุการณ์ในอดีต โดยเหตุการณ์แรกนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
และจบลง จากนั้นจึงมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมาหรือเกิดตามมา
เหตุการณ์ที่ 1 ที่เกิดขึ้นก่อน แล้วดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งอย่างต่อเนื่องแล้วจบลง คือ Past perfect
continuous tense (โครงสร้างประโยคคือ S+ had + been + V.ing)
เหตุการณ์ที่ 2 ที่เกิดแทรกขึ้นมาหรือเกิดตามมาทีหลัง คือ Past simple tense
(โครงสร้างประโยคคือ S + V.2)
*มักจะใช้คำเชื่อม ได้แก่ before , after , when
ตัวอย่าง My mother had been singing for 20 minutes when l come home.

เทศกาลโฮลี (Holi Festival)

Indians will come out to play splashing colors. During March every year This
splash play Indians call it the Holi festival (Holi festival). The Holi festival is held 2
days during March (1st night of the 4th lunar month), which this festival is also called.
"Festival of Colors", many people will come out to celebrate with a splash of color or
smear. which looks like dust merrily which the splash of color on each other is
assumed It is the origin of the tradition of splashing water in different countries. In
Southeast Asia or Songkran Festival
เทศกาลโฮลี (Holi Festival) คำว่า "โฮลี" หมายถึง "การสิ้นสุดของปีเก่า" เป็นเทศกาลฉลองรื่นเริงที่มี
พื้นเพมาจากความเชื่อในศาสนาฮินดู ในช่วงฤดูใบไม้ผลิโดยชาวฮินดูจะออกมาเล่นสาดสีใส่กัน
คนอินเดียจะออกมาเล่นสาดสี ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี การเล่นสาดสีนี้ ชาวอินเดียเรียกว่า เทศกาล
โฮลี (Holi festival) เทศกาลโฮลี จะมีการจัดขึ้น 2 วันในช่วงเดือนมีนาคม (แรม 1 ค่ำ เดือน 4) ซึ่ง
เทศกาลนี้เรียกอีกอย่างว่า "เทศกาลแห่งสีสัน" ผู้คนมากมายจะออกมาเฉลิมฉลองด้วยการสาดสีหรือ
ป้ายสี ซึ่งมีลักษณะเป็นฝุ่นผงใส่กัน อย่างสนุกสนาน ซึ่งการสาดสีใส่กันนี้สันนิษฐานว่า เป็นที่มาของ
ประเพณีการสาดน้ำของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ เทศกาลสงกรานต์ นั่นเอง

past perfect tense

past perfect tense มักใช้กล่าวถึง2เหตุการณ์ในอดีตโดยเหตุการณ์แรกนั้นเกิดขึ้นและดำเนิน
มาเป็นระยะเวลาหนึ่งและจบลงไปแล้ว ก่อนที่อีก1เหตุการณ์จะเกิดขึ้น
>เหตุการณ์ที่1 ที่เกิดขึ้นก่อน แล้วดำเนินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจบลง คือ Past perfect
tense (โครงสร้างประโยค คือ S+had+V.3)
>เหตุการณ์ที่2 ที่เกิดขึ้นตามมาทีหลัง คือ Past simple tense (โครงสร้างประโยค คือ S+ V.2)
>มักจะมีคำเชื่อม ได้แก่ before (ก่อน) after (หลัง) และ when (เมื่อไร)

ตัวอย่างเช่น
-They had left before I woke up = พวกเขาออกไปแล้ว ก่อนที่ฉันจะตื่น
-Past perfect tense : They had left (พวกเขาออกไปแล้ว)
-Past simple tense : I woke up (ฉันตื่น)
คำเชื่อม : before (ก่อน)

การเปรียบเทียบขั้นกว่า(Comparative)

การเปรียบเทียบขั้นกว่า(Comparative)
การเปรียบเทียบขั้นกว่า คือ การบอกว่าคุณสมบัติของสิ่งใดๆมากแบบกว่าของอีกสิ่งหนึ่ง
การเปลี่ยนคำให้เป็นขั้นกว่า ทำได้โดย
1. เติม er ต่อท้าย สำหรับคำ 1 พยางค์
2. เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม er สำหรับคำ 2 พยางค์ที่ลงท้ายด้วย y
3. ใช้ more นำหน้า สำหรับคำ 2 พยางค์ขึ้นไป
4. ใช้ more นำหน้า สำหรับ adverb ที่ลงท้ายด้วย ly
5. คำคุณศัพท์ 2 พยางค์บางคำ ใช้ได้ทั้ง er และ mor มักอยู่ในโครงสร้างคำคุณสมบัติเติมer+than
เช่น Ron is teller than Harry และอีกโครงสร้างคือ more+คำคุณศัพท์+than

วิธีการใช้ ❝ Future Simple ❞

1. Future Simple ใช้กับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต มักมี Adverb of Time หรือคำกำกับ
เวลา เช่น Tomorrow พรุ่งนี้ / Next week สัปดาห์หน้า / Next month เดือนหน้า / Soon เร็วๆ นี้
Next year ปีหน้า / In a short time ในเวลาอันใกล้ / Tonight คืนนี้
เช่น He will be back tomorrow. เขาจะกลับมาวันพรุ่งนี้
2. Future Simple ใช้ในการให้คำมั่นสัญญา หรือเสนออะไรให้ใคร
เช่น I will pick you up at 3 o’clock tomorrow. ฉันจะมารับคุณพรุ่งนี้ตอน 3 โมง
2 กริยาที่สามารถใช้แทน Will ได้ ใน Future Simple

1) Shall แทน Will ได้ในกรณีที่ต้องการสื่อความหมายดังนี้
1.1 ใช้เพื่อแสดงความตั้งใจ เช่น I shall never forget you. ฉันจะไม่ลืมคุณเลย
1.2 ใช้ในประโยคคำถามเพื่อถามอย่างสุภาพ ใช้กับประธาน I และ We

เช่น Shall I call again on Tuesday? ให้ฉันโทรไปหาอีกครั้งตอนวันอังคารไหม
2) to be going to + V.1 แทน Will, Shall ได้ในกรณีที่ต้องการสื่อความหมายดังนี้
2.1 ใช้กับเหตุการณ์ที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

เช่น I’m going to visit my brother on Saturday. ฉันจะไปหาพี่ชายของฉันวันเสาร์
2.2 ใช้คาดคะเนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น มักจะใช้กับวลี Subject + think (s,es)

เช่น I think it’s going to rain. ฉันคิดว่าฝนกำลังจะตก
2.3 ใช้กับเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เช่น My sister is going to have a baby.

น้องสาวของฉันกำลังจะมีลูก
2.4 ในรูป was, were going to + V.1 ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตั้งใจจะทำ แต่ไม่ได้ทำ

เช่น I was going to meet you yesterday, but I forgot.ฉันตั้งใจจะต้องไปพบคุณเมื่อวานนี้แต่ฉันลืม

หลักการเติม s/es ที่คำกริยา

1. คำกริยาปกติทั่วไปเติม s ได้เลย เช่น

→drink drinks
→eat eats
→run runs

2. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย o, s, sh, ch, x, z ให้เติม es เช่น
→ →go goes
fix fixes
→ →wash waches
pass passes
→ →teach teaches
quiz quizes

3. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y มี 2 กรณี คือ

- หน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es เช่น

→dry dries
→fly flies
→study studies

- หน้า y เป็นสระ a, e, i, o, u ให้เติม s ได้เลย เช่น

→play plays
→buy buys
→joy joys

หลักการใช้ is am are ในประโยคบอกเล่า

หลักการใช้ is am are ในประโยคบอกเล่า
ประโยคบอกเล่าจะเป็นโครงสร้างธรรมดา คือ ประธาน + is, am, are + ส่วนขยาย (นาม, คุณศัพท์)
โครงสร้าง
I am a doctor.
He, She, It, a cat is tall.
You, We, They, Cats are from Thailand.
ตัวอย่าง เช่น
I am a doctor. ผมเป็นหมอ
He is smart. เขาเท่ห์
She is a girl. หล่อนเป็นผู้หญิง
It is a dog. มันเป็นหมา
A cat is black. แมวสีดำ
You are my friend. คุณเป็นเพื่อนของฉัน
We are from Thailand. พวกเรามาจากประเทศไทย
They are students. พวกเขาเป็นนักเรียนCats are white. แมวสีขาว

April Fool's Day

April Fool's Day (April Fool's Day) also known by other names that SAPs Day
Challenge , Day lying in April , festival of fools . The festival was held on April 1
this is the day to allow me to do it. Without . In today's newspaper . Events may
be shocking. Excited headlines. But then the next day later. So the answer to that
news is not true at all. This festival began in France and is popular throughout the
world.

วันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวัน April's Fool Day เป็นวันที่คนแกล้งหลอกกันด้วยการแต่งเรื่องอะไร
ก็ได้มาหลอกให้คนอื่นหลงเชื่อ จากนั้นค่อยเฉลยในตอนท้าย อย่างไรก็ตาม มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับ
ความเป็นมาของวันโกหก April Fool's Day บ้างก็ระบุว่า เริ่มจากพวกโรมันโบราณมีเทศกาลที่
เรียกว่า "Cerealia" จัดในช่วงต้นเดือนเมษายน เรื่องเล่านี้มีว่า เทพเจ้าชื่อ Ceres ทรงได้ยินเสียง
สะท้อนของพระธิดา Proserpina ตะโกนมาว่าเธอถูกจับตัวไปอยู่ใต้ผืนดินโดยเทพพลูโต Ceres จึง
ตามเสียงลูกสาวไป และได้พบความจริงที่ว่าการตามเสียงสะท้อนเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย เหมือนว่า
พระองค์ทรงถูกหลอกนั่นเอง

การใช้คำว่า"ไม่ [no not none] ในประโยค

no – เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) แปลว่า ไม่ นั่นหมายความว่าจะต้องเอาวางไว้หน้าคำนามได้
ยกตัวอย่างเช่น
•We have no water left. พวกเราไม่มีน้ำเหลืออยู่เลย
นอกจากนี้ no ก็ยังใช้ในการตอบปฏิเสธทั่วๆไปได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
•Do you have any bread? / No, I don’t.

not – เป็น adverb หรือกริยาวิเศษณ์ จะใช้วางไว้หลังกริยาช่วยในประโยคปฏิเสธ ยกตัวอย่างเช่น
•It is not quite cold outside. มันไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่
•We will not take a taxi. พวกเราจะไม่นั่งแท้กซี่

none – เป็น pronoun ที่แทนคำนามไม่เฉพาะเจาะจง มีความหมายว่า ไม่มีเลย ไม่มีอะไรเลย
ยกตัวอย่างเช่น
•None of my children is a doctor. ไม่มีลูกของฉันคนไหนเลยที่เป็นหมอ
•My brother has two cats but I have none. น้องชายฉันมีแมวสองตัว แต่ฉันไม่มีเลย

Note that these three words similar meaning But the types of words are not the
same at all. Therefore, the usage or position in the sentence is also different. Don't use
it wrong.

วันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์คือ วันฉลองของนักบุญวาเลนไทน์ การเฉลิมฉลองเกี่ยวกับความรัก ตรงกับวันที่ 14
กุมภาพันธ์ของทุกปี วันวาเลนไทน์มีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นประเทศทาง
ตะวันตก ประมาณ 1700 ปีก่อน มีชายผู้หนึ่งนามว่า วาเลนไทน์ เขาเป็นนักบุญ เขามีความสุขที่ได้เห็น
หนุ่มสาวรักกัน เขาอยากให้ผู้คนได้แต่งงานเพราะอยากจะให้พวกเขาเหล่านั้นมีครอบครัว แต่จักรพรรดิ
คลอดิอุสมิได้ต้องการให้ชายหนุ่มได้แต่งาน นักบุญวาเลนไทน์ไม่เห็นด้วย เขาจึงแอบให้ชายหนุ่มและ
หญิงสาวได้แต่งงานกันอย่างลับๆ จนเมื่อจักรพรรดิคลอดิอุสได้รู้เรื่องราวจึงรู้สึกโกรธหนักมาก จึงสั่ง
จองจำวาเลนไทน์ในคุกเป็นเวลา20ปี 20ปีผ่านไปนักบุญวาเลนไทน์ก็ถูกประหาร ซึ่งตรงกับวันที่14
กุมภาพันธ์ ผู้คนต่างเชื่อกันว่าวาเลนไทน์นั้นเป็นคนดี จึงกำหนดให้มีวันของนักบุญวาเลนไทน์ในทุกๆปี

About 1700 years ago there was a man call Valentine. He was a priest.
He liked to see young people in love. He wanted people to get married because he
wanted them to have a family. But the emperor claudius didn't want men to get
married. Valentine didn't a gree. He helped men and women to get married in
secret. When claudius heard the story of Valentine he was very angry.
He put Valentine in jail for 20 years. After twenty years claudius killed Valentine on
February 14 th. That's why we have st. Valentine's Day every year.

เทศกาลวันเเห่งความตาย Day of the Dead

Day of the Dead. Some called A Day in the Death Held on 1-2 November in the
celebration of Halloween. In most European countries, USA, Canada, Mexico, will be
held in Mexico and Los Angeles: Los Angeles
is a festival in memory of a friend or a close relative of the dead. will be lit candles
lined the streets. To guide the souls back home. The living and the dead come to
visit family and dining. Candy with
the people in the house are relatives of the dead altar with flowers, sweets, salt,
food and supplies to the deceased's favorite

เทศกาลวันแห่งความตาย หรือบางที่เรียกกันว่า หนึ่งวันกับความตาย จัดขึ้นในวันที่1-2 พฤศจิกายน ต่อ
จากเทศกาลฮัลโลวีน ในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ส่วนใหญ่จะจัดอยู่ที่เม็กซิโกและ
ลอสแองเจลิสเป็นเทศกาลที่ระลึกถึงเพื่อนหรือญาติสนิทที่ตายไปเเล้วโดยจะทำการจุดเทียนเรียงรายตาม
ท้องถนน เพื่อนำทางให้ดวงวิญญาณกลับบ้าน ทั้งคนเป็นและคนตายมาเยี่ยมครอบครัวและ
รับประทานอาหาร

(Throwing Of The Grape Festival,Australia)
เทศกาลปาองุ่น

This grape-throwing Festival occurs in urban areas, trim bikinis, NI za Mallorca are
held to celebrate the harvest of the grapes, but later expanded to become a festival
that attracts many tourists to join the games.
This is a wine festival in the town of New Salem Business, Mallorca is meant to
celebrate the grape harvest.
The festival will be held in the vineyard, throws it last week of September every year.

เทศกาลปาองุ่นนี้ไม่ปรากฏชัดนัก การ "ขว้าง" หรือ "โยน" องุ่นนั้นก็เพื่อตรวจสอบองุ่นที่มีอยู่ ณ ขณะ
นั้นว่าคุณภาพดีพอจะนำมาทำไวน์หรือไม่ และเมื่อผลองุ่นที่ไม่ผ่านมาตรฐานมีมากเข้า ชาวเมืองก็ไม่รู้จะ
ทำอย่างไรกับพวกมันดี ในเมื่อนำไปทำไวน์ก็ไม่ได้ จะนำมากินเองรสชาติก็ใช่ว่าจะดีนัก ทางออกที่เห็นๆ
กันอยู่คือการเอามาละเล่นจนกลายเป็นเทศกาลยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในเวลาต่อมานั่นเองเทศกาลปา
องุ่นจะจัดขึ้นในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนทุกปี

วันอีสเตอร์(Easter)

วันอีสเตอร์(Easter)คือวันสำคัญของศาสนาคริสต์เพื่อระลึกถึงการคืนพระชนม์ของพระเยซู ตรงกับวัน
อาทิตย์ หรือ Easter Sunday เทศกาลอีสเตอร์เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง การเกิดใหม่ และการให้
อภัย กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ได้แก่ การเข้าร่วมพิธีทางศาสนาคริสต์ และกิจกรรม
สนุก ๆ เช่นการตกแต่งไข่ด้วยลวดลายและสีสันสดใส รวมทั้งการตามล่าหาไข่ หรือ Easter Egg Hunt

เทศกาลคาร์นิวัล (Carnival)

เทศกาลคาร์นิวัล Carnival. Held in late January and early February. Organized by cities.
But the most famous city in the Veneto region of Venice is the nature of the work
is focused on a fancy dress and masked. Religious festivals such as Easter. Good
Friday at the demonstration called Easter Sunday. Held in a transition period
between March and April. The festival is a celebration.Held at the Vatican. Arts and
Music Festival (Italy: maggio musicale fiorentino), held in May and June. The city of
Florence. Tuscan Festival Opera. The cities of Verona, region Veneto

เทศกาลคาร์นิวัล จัดในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จัดตามเมืองต่างๆ แต่ที่
มีชื่อเสียงที่สุดอยู่ที่เมืองเวนิส แคว้นเวเนโต มีลักษณะของงานคือเน้นการแต่งการแฟนซีและสวม
หน้ากากเทศกาลทางศาสนา เช่น เทศกาลอีสเตอร์ ประกอบด้วยการเดินขบวนกู๊ดฟรายเดย์หรือเรียก
ว่าวันอาทิตย์อีสเตอร์

เทศกาลไวน์ฮาโร (Haro Wine Festival)
ประเทศสเปน

เทศกาลไวน์ฮาโร (Haro Wine Festival) ประเทศสเปน
สถานที่จัดงาน: เมืองฮาโร แคว้นลาริโอฆา ประเทศสเปน
วันที่จัดงาน: 29 มิถุนายนของทุกปี

“สาดไวน์” ไปกับเทศกาลสาดไวน์ในเมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของประเทศสเปนที่มีชื่อว่า ฮาโร
(Haro) ในแค้วนลาริโอฆา (La Rioja) ที่จะเปลี่ยนถนนทั้งเส้นและผู้คนทั้งหมดให้อาบไปด้วยไวน์สีแดง
ฉานรสชาติซาบซ่า ด้วยเครื่องมือที่สารพัดจะพกมาทั้งเททั้งฉีดและสเปรย์จนกลายเป็นละอองหมอกสี
แดงดูน่าตื่นตาตื่นใจ หรือจะมาเป็นรถดับเพลิงฉีดไวน์เลยก็มี สำหรับเทศกาลไวน์ฮาโรนั้นจัดขึ้นมาอย่าง
ยาวนานตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13 เพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูร้อนของชาวท้องถิ่น ซึ่งแรก ๆ ก็เน้นจัด
เทศกาลเพื่อดื่มกันอยู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการสาดใส่กันแทน! โดยเทศกาลนี้มีชื่อเรียกในภาษาสเปนว่า
La Batalla Del Vino De Haro หรือสงครามไวน์ฮาโร

หลักการเติม ed ที่ท้ายคำกริยา

หลักการเติม ed ที่ท้ายคำกริยา มี 5 ข้อ ดังนี้
1.คำกริยาโดยทั่วไปเมื่อเปลี่ยนเป็นคำกริยาช่องที่ 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น
clean – cleaned / help – helped / watch – watched
2.คำกริยาที่ลงท้ายด้วยeอยู่แล้ว ให้เติม d ได้ทันที เช่น
like – liked / bake – baked / live – lived
3.คำกริยาที่เป็นคำพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และพยัญชนะตัวสะกดตัวเดียว ให้เติมตัวสะกดตัวท้าย
เพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติมed เช่น
stop – stopped / fit – fitted / plan – planned
4.คำกริยาที่มี 2 พยางค์ ให้ออกเสียงเน้นหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้นมีสระตัวเดียวลงท้ายด้วย
ตัวสะกดตัวเดียว ให้เติมตัวสะกดตัวท้ายเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วจึงเติม ed เช่น
prefer – preferred / control – controlled
ออกเสียงเน้นหนักพยางค์แรก ให้เติม ed ได้ทันที เช่น
open – opened / cover – covered /
5.คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y หน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i ก่อนแล้วจึงเติมed เช่น
study – studied / cry – cried / carry – carried
หน้า y เป็นสระ ให้เติม ed ได้ทันที เช่น play – played / stay – stayed

Have - Have got ต่างกันยังไง?

-have - / แฮฟว/ มี ใช้พูดได้ทั่วๆไปเลยว่า มี อะไร เช่น I have a boyfriend.
ประโยคบอกเล่า : ประธาน + have/ has / had + กรรม
We have many things to do. เรามีอะไรให้ทำหลายอย่าง
ประโยคปฏิเสธ : ประธาน + don't doesnt/ didn't have + กรรม
Jane doesn't have enough money, เจนไม่มีเงินเพียงพอ
ประโยคคำถาม : Do/ Does/ Did + ประธาน + have + นาม
Do you have anything to say? คุณมีอะไรจะพูดไหม

-Have got - /แฮฟว ก็อท/ - มี แปลว่า มี เช่นเดียวกันเพียงแต่จะนิยมใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ
ประโยคบอกเล่า : ประธาน + have/ has / had got + กรรม
We have got many things to do. เรามีอะไรให้ทำหลายอย่าง
ประโยคปฏิเสธ : ประธาน + havent/hasnt/hadn't got + กรรม
Jane hasn't got enough money, เจนไม่มีเงินเพียงพอ
ประโยคคำถาม : Have/ Has/Had + ประธาน + got + นาม?
Have you got anything to say? คุณมีอะไรจะพูดไหม

ความหมายของคำว่า Get up และ Wake up

ความหมายของ Get up และ Wake up นี้ซึ่งเป็นคำ simple phrasal verbsที่มีความหมาย
คล้ายคลึงกันมากเกี่ยวกับเรื่องการนอน จนทำให้เรามักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ นอกจากนั้นหลายๆคนใช้คำ
สองคำนี้ผสมกันไป เรียกผิดเรียกถูก ใช้พูดออกไปแต่ไม่ทราบความหมายที่แน่ชัดว่าคำระหว่างGet up
และ Wake up นั้นควรจะพูดอะไร พูดตอนไหน
-คำว่า "Get up" หมายถึงเวลาใด เมื่อใดก็ตามที่เราลุกขึ้นออกจากที่นอนหรือ"Get out of bed"เราจะ
เรียกว่าGet up ตัวอย่างเช่น I always get up late on weekend. แปลคือ วันหยุดสุดสัปดาห์ฉันตื่น
สายเสมอ และอีกตัวอย่างคือ I wake up around 6 am, but I don't get up until 7am.
แปลคือ ฉันตื่นนอนประมาณ6โมงเช้า แต่ยังไม่ลุกออกจากเตียงจนกว่าจะ7โมง
นอกจากจะใช้Get up เพื่อสื่อถึงการลุกขึ้นหลังจากตื่นนอนเเล้ว ยังสามารถนำไปใช้เพื่อสื่อความหมายใน
ลักษณะการลุกขึ้นจากวัตถุที่เรานั่งหรือนอนอยู่ เช่น ลุกจากพื้น ลุกจากเก้าอี้
ตัวอย่างเช่น Tom, you are sitting on my Chair. Get up now! แปลคือ ทอม นายนั่งเก้าอี้ฉันอยู่นะ
ลุกเดี๋ยวนี้เลย!
-คำว่า"wake up" หมายถึง เวลาใด เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกตัวขึ้นมา หรือหากมีคนมาปลุกเรา หลังจากรู้
สึกเเล้วนั้นต่อให้ยังไม่ลุกออกจากที่นอน เราจะใช้คำว่า "wake up" (ตัวอย่างเช่น) Morning,
James."Wake up"."Wake up". It's time to go to school! " Wake up!"
แปลคือ สวัสดีตอนเช้าเจมส์... เอ้า ตื่น ตื่น ไปโรงเรียนกันได้แล้ว...ตื่นกันได้แล้ว
และอีกตัวอย่างคือ I wake up around 6 am.everyday.แปลคือ ฉันตื่นนอนประมาณ6โมงเช้าทุกวัน
สรุปแล้วGet up คือการลุกจากที่ต่างๆ ส่วน Wake up คือการตื่นนอน(รู้สึกตัว)

Orange Beach Festival เป็นเทศกาลปาส้ม

Orange Beach Festival is a festival fight Fruit of the largest in Italy, organized.
Event held in Pretoria. Phoenix Piedmont region. The north of Italy. This festival will
feature more than three people to attend,.000 people will be forced to horse-drawn
carts carrying a group of volunteers wearing gloves and hats. Into central defense.
After this, it was throwing oranges on the car between the wagons to people standing
below it. The unregulated

แปลว่า Orange Beach Festival เป็นเทศกาลต่อสู้ ผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีจัด เหตุการณ์ที่จัดขึ้น
ในพริทอเรีย ภูมิภาคฟีนิกซ์พีดมอนต์ ทางตอนเหนือของอิตาลี เทศกาลนี้จะมีผู้เข้าร่วมมากกว่าสามคน
.000 คนจะถูกบังคับให้นั่งเกวียนที่บรรทุกกลุ่มอาสาสมัครที่สวมถุงมือและหมวก เข้าสู่การป้องกันศูนย์
หลังจากนั้นก็ปาส้มใส่รถระหว่างเกวียนกับคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง คนไร้ระเบียบ
Orange Beach

ข้อแตกต่างระหว่าง Working Space กับ
Working Place

Working Space กับ Working Place ต่างกันยังไง ความหมายเหมือนกันหมายถึงที่ทำงาน
แต่โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้คำว่า workplace/working place เมื่อสื่อถึงที่ทำงานในรูปแบบ office
หรือที่เป็นหลักแหล่ง แต่ถ้าใช้คำว่า working space จะสื่อถึง พื้นที่ทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นใน office
หรือตามพื้นที่ ที่เปิดให้คนเข้าไปนั่งทำงานได้

หลักการใช้ A.m กับP.m

a.m. & p.m. คืออะไร
1.1)a.m. ย่อมาจาก Ante Meridiem เป็นภาษาละติน
โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่เที่ยงคืน 24.00 น. ถึง 11.59 น. ตอนเช้า
1.2)p.m. ย่อมาจาก Post Meridiem เป็นภาษาละติน
โดยเริ่มนับเวลาตั้งแต่เที่ยงวัน 12.00 น. ถึง 11.59 น. (5 ทุ่ม) ตอนกลางคืน
•วีธีการเขียนเเละการอ่าน
-การเขียนอย่างเป็นทางการธุรกิจ จะต้องมีเครื่องหมายจุดหลังตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งสองเสมอ
คือ a.m./ p.m.


อีกทั้งจะต้องเว้นวรรคหลังตัวเลขเวลาด้านหน้าด้วย ส่วนวิธีการอ่านตัวเลขเรียงตัว

เเละอ่านออกเสียงว่า a.m.(เอ เอ็ม) p.m. (พี เอ็ม)

หลักการใช้ Verb to do ในประโยคบอกเล่า

หลักการใช้ Verb to do ในประโยคบอกเล่า
-เอกพจน์ ใช้ does ประธานพหูพจน์ใช้ do ดังนี้
He, She, It, A cat = does
I, You, We, They, Cats = do
คำว่า does คือการเติม s ที่ท้ายคำว่า do แต่ไม่ได้เติม s เฉยๆ แต่เป็นการเติม es ตามหลักการทางาษา
verb to do กับความหมายในประโยคต่างๆ
ประโยคบอกเล่า He, She, It, A cat >does> ส่วนขยาย

I,You, We, They, Cats>do>ส่วนขยาย
1.ประโยคบอกเล่า ( ประธาน + do, does)
แปลว่า ทำ จะทำอะไรบ้างนั้น ตัวอย่างเช่น
I do the ironing in the morning. ฉันรีดผ้าในตอนเช้า
My mom does housework everyday. แม่ของฉันทำงานบ้านทุกวัน

2.ประโยคบอกเล่า ( ประธาน + do, does+ กริยาช่องที่ 1 (ไม่ต้องเติม s) ) แปลว่า จริงๆ ใช้เพื่อเน้น
แต่ไม่ค่อยได้ใช้หรอก ยกตัวอย่างให้ดูเฉยๆ
ตัวอย่างเช่น We do go to school early. พวกเราไปโรงเรียนแต่เช้าจริงๆ
She does clean the floor everyday. หล่อนทำความสะอาดพื้นทุกวันจริงๆ

N word

N word เรื่องที่เราจะพูดถึงในวันนี้ หลายคนอาจจะมองว่าไกลตัวไปสักหน่อย แต่เราเชื่อว่ายังมี
คนไทยหลายๆ คน ที่เข้าใจความหมายและพูดคำคำนี้ออกมา โดยที่ไม่รู้ว่ามันมีความหมาย เกินที่เราจะ
เข้าใจได้ จึงอยากจะนำเรื่องราวที่มาที่ไป ของ "N Word" มาให้ทุกคนได้เข้าใจมนุษย์เรามีการพยายาม
จะแบ่งแยกสิ่งต่างๆ ออกจากกันมากเกินไป จนบางครั้งกลายเป็นการเหยียดหยาม ดูถูก และรวมไปถึง
กระทำที่น่ารังเกียจไร้มนุษยธรรม สิ่งหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เรามีการแบ่งแยกมาเป็นเวลาช้านานแล้วก็คือ
เรื่องสีผิว และถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้ เรื่องของการเหยียดสีผิว และเชื้อชาติจะมีน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก
แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันยังไม่หายไปจากโลกซะทีเดียว คำว่า "Nigga" หรือที่คนอเมริกัน
รู้กันดีในชื่อ "N Word" เปรียบเสมือนคำต้องห้ามในสังคม ยกเว้นซะแต่ว่า คนผิวสีจะพูดกับคนผิวสี
ด้วยกันเอง ถือว่าไม่ได้เป็นการเหยียดคนที่มีสีผิวเหมือนกัน แต่สำหรับคนผิวขาวที่จงใจพูดมัน เพื่อจะ
สื่อถึงการเหยียดสีผิว ที่เราบอกว่าความหมายของ "N Word" มันลึกซึ้ง และรุนแรง นั่นคงต้องย้อนไป
ถึงที่มาของคำคำนี้กันก่อน จริงๆแล้ว คำว่า "Nigga" นั้น มีรากศัพท์ต้นกำเนิดมาจากภาษาละติน
"Niger" ซึ่งหมายถึง "สีดำ" คนจึงนำเอาคำนี้มาใช้เรียก คนผิวสีว่า "Negro" ทั้งในประเทศ อังกฤษ,
สเปน และโปรตุเกสวันนี้หวังว่าทุกคน จะได้เข้าใจของคำคำนี้กันมากขึ้น และไม่นำไปใช้ในทางที่ผิด
อย่างเราคนเอเชียก็ใช่ว่า จะไม่โดนเรื่องของสีผิว และเชื้อชาติแต่ถึงอย่างไร ความแตกต่างระหว่างเชื้อ
ชาติ ก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์ ที่มีความรู้สึกนึกคิด และชีวิตจิตใจแตกต่างกันแม้แต่น้อย

ประเพณี Burning the Clocks

The Burning of the Clocks is a community procession of lanterns and costumes,
that locals call ‘withies” (which are willow canes) The event runs with a truly dark
winter-like artistic carnival atmosphere. The procession makes its way through
Brighton city center to the seafront where the festivities round off in a climactic
lantern bonfire party, with loud music and fireworks thrown in for extra fun. The
costumes that everyone chooses to wear include a clock face on there somewhere
to represent the passing of time. Each year has a different theme, usually a
reflection of the mood of people and of the nation in that year. Led by local
artists, people gather together to make paper and willow lanterns to carry through
the city. Local people make their own paper lanterns and add them to the bonfire
on Brighton beach to mark the end of the year ประเพณี Burning the Clocks
เป็นประเพณีของชาวไบร์ทตันที่เริ่มมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1993 โดยจุดประสงค์เดิมและความหมายของงาน
เทศกาลนี้ก็คือ แนวทางเลือกของการเฉลิมฉลองเทศกาลนอกเหนือจากการเฉลิมฉลองแบบในงาน
คริสต์มาส โดยที่งานเฉลิมฉลองนี้จะเป็นการทำให้คนทั้งชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน โดยที่คนทุกคน
ที่มาเข้าร่วมไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่นับถือศาสนาคริสต์เพียงเท่านั้น อีกทั้งการทำโคมไฟแล้วนำไป
เผายังเป็นการสื่อถึง การคำนึงถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของปี ทบทวนเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอีก
ด้วย

Present Perfect คือ Tense ที่มักใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และเพิ่งจบลงในปัจจุบัน
ใช้เมื่อไหร่?
1. ใช้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงถึงปัจจุบัน มักมีคำเหล่านี้ since,for,
ever since, so far อยู่ในประโยค เช่น I have worked in this company for 3 months.
แปลว่า ฉันทำงานในบริษัทนี้มา 3 เดือนแล้ว
2.ใช้บอกว่าเคยหรือไม่เคยทำ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มักใช้กับคำเหล่านี้ never ever once twice
3. ใช้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบไป หรือเพิ่งจบลงใหม่ ๆ มักจะมีคำว่า just, already หรือ yet ในประโยค
4. ใช้กับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว แต่ผู้พูดยังคงรู้สึกถึงผลของเหตุการณ์นั้นอยู่ เช่น
He has finished that work. เขาทำงานนั้นเสร็จแล้ว (เพิ่งทำเสร็จ ยังไม่ได้ส่ง)
5. ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง มักใช้กับคำกำกับเวลาเหล่านี้

today , this week , this month ,this year
โครงสร้างของประโยค
subject+ have/has+verb.3
has/ have กับประธานที่ต่างกันออกไป คือ
- ประธานเป็นเอกพจน์ (He, She, It) ใช้ Has
- ประธานเป็นพหูพจน์ (I, You, We, They) ใช้ Have

สมาชิก4/1
1. นายณัฐปภัสร์ สุวรรณรัตน์ เ ล ข ที่ 1
2. นายปฐวี วิจิตร เ ล ข ที่ 2
3. นายหัสศริน จันทร์ต้น เ ล ข ที่ 3
4. นายอดิเทพ หาโล เ ล ข ที่ 4
5. นายอธิศ ไชยศรี เ ล ข ที่ 5
6. นางสาวขจีวรรณ เหตุทอง เ ล ข ที่ 6
7. นางสาวนภสร คล่องตา เ ล ข ที่ 7
8. นางสาววิยดา ขวัญทองยิ้ม เ ล ข ที่ 8
9. นางสาวปาลิตา ยังคัดสะโร เ ล ข ที่ 9
10. นางสาวฟาติน เมืองแก้ว เ ล ข ที่ 1 0
11. นางสาววิรากานต์ จันเสน เ ล ข ที่ 1 1
12. นางสาว สวรรยา จิตตะปาโล เลขที่12
13. เด็กหญิงตรีรัตน์กานต์ สุวรรณะ เลขที่13
14. นางสาวธมลวรรณ แก้วประดิษฐ์ เลขที่14
15. นางสาวนภกมล บุญจันทร์ เ ล ข ที่ 1 5
16. นางสาวบุศรากรณ์ ทองกลิ่น เ ล ข ที่ 1 6
17. นางสาวประภาวดี แก้วทอง เ ล ข ที่ 1 7
18. นางสาวปัณณิกา ปานบัว เ ล ข ที่ 1 8
19. นางสาวยุภาวดี พันธ์แก้ว เ ล ข ที่ 1 9
20. นางสาวสุทัศนีย์ ชูแก้ว เ ล ข ที่ 2 0
21. นางสาวสุพัตรา การสร้าง เ ล ข ที่ 2 1
22. นางสาวอัญชนา ยอดแก้ว เ ล ข ที่ 2 2
23. นางสาวณัชชา หนูปลอด เ ล ข ที่ 2 3
24. นางสาววิลาสินี สระโร เ ล ข ที่ 2 4
25. นางสาวอนันตญา สุขรัตน์ เ ล ข ที่ 2 5
26. นางสาว ชญานุตม์ หนูมาก เ ล ข ที่ 2 6
27. นางสาว ดารากร คำพรหม เ ล ข ที่ 2 7
28. นางสาวทิตาธร พงศ์ทองเมือง เลขที่28
29. นางสาว ปวีณา เยี่ยมยกกุล เ ล ข ที่ 2 9
30. นางสาวยวิษฐา สงสม เ ล ข ที่ 3 0
31. นางสาวกัลย์สุดา สุวรรณชาตรี เลขที่31
32. นางสาวขนิษฐา เทพทอง เ ล ข ที่ 3 2
33. นางสาวซอฟียะ เหลาะซาหรี เ ล ข ที่ 3 3
34. นางสาว ณัชชา หมีนหวัง เ ล ข ที่ 3 4
35. นางสาวเหมือนใจ ชายพรม เ ล ข ที่ 3 5
36. นางสาวอภิญญา จริงจิตร เ ล ข ที่ 3 6
37. นางสาวนันทิชา เต้งซู เ ล ข ที่ 3 7
38. นางสาวสุวิชญาน์ คงหนู เ ล ข ที่ 3 8
39. นางสาวฟ้าใส แสงมณี เ ล ข ที่ 3 9
40. นางสาวเพ็ญพิชชา ชายทองแก้ว เลขที่40


Click to View FlipBook Version