The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วันวานที่ผ่านไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thong Daeng, 2023-09-29 23:37:25

วันวานที่ผ่านไป

วันวานที่ผ่านไป

แอมเวย์ สุพรีเดอร์ม


กิฟฟารีน


ฟ้าหลวงโซลูชั่น


ในปี ๒๕๓๘ มีเพื่อนต่างอาชีพอยู่ที่อ าเภอแม่จัน ชวนเปิด ร้านอาหาร ข้าพเจ้าก็ลองท าดู เปิดร้านเวียงชัยเบียร์สด มี ยอดขายสูงสุดคืนละ ๒ หมื่นกว่าบาทในสมัยนั้น ยอดสั่งซื้อ เบียร์สดจากบริษัทป้อมคลัง(เบียร์สดคาลเบิร์ก) สูงเป็นอันดับ สองของจังหวัดเชียงราย กิจการท าท่าว่าจะดีเปิดสาขาเวียง เชียงรุ้ง สาขาเทิง สาขาเชียงค า เป็นสี่สาขา ต้องเดินทางไปมา เพื่อดูแลร้านต่างๆ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจเพราะเจอปัญหา สารพัด ปัญหาเด็กเสริฟ ปัญหาคนท าอาหาร และอื่นๆ อีก มากมาย ในที่สุดก็ยกกิจการให้เพื่อนๆ บริหารต่อ ข้าพเจ้ามา เปิดร้านให้เช่าหนังสือที่เวียงชัยอยู่หนึ่งปี แล้วปรับเปลี่ยนมา เป็นอีซี่เฮาส์ ร้านอาหารห้องแอร์แห่งแรกในตัวอ าเภอเวียงชัย เปิดกิจการอยู่สองปีก็เลิกกิจการเพราะไม่คุ้มทุน ท าบุญเปิดร้านอีซี่เฮ้าส์


ในปี ๒๕๔๑-๒๕๔๒ มีเพื่อนชักชวนไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการท า แคบหมูไร้มัน ที่บ้านแม่ข้าวต้มท่าสุด แล้วก็มาลงทุนร่วมกันท าโรงงาน ผลิตแคบหมูไร้มัน “แคบหมูแม่จันทร์สวย” ส่งขายในพื้นที่หลายอ าเภอใน จังหวัดเชียงราย ช่วงกลางคืนต้องไปช่วยกันบรรจุแคบหมูที่ทอดเสร็จใส่ ถุง เพื่อส่งลูกค้าในตอนเช้าอีกวัน ช่วงที่ยอดขายไม่ดีต้องออกเดินเร่ขาย เองไปขายถึงตัวเมืองเชียงใหม่ อ าเภอสารถี ตัวเมืองล าปาง มันเป็น กิจกรรมหนึ่งที่แทบไม่มีเวลาพักผ่อนเมื่อย้อนมาดูรายรับก็ไม่ค่อยจะคุ้ม กับเวลาที่ทุ่มเทไป เลยตัดสินใจยกกิจการให้เพื่อนท าต่อจนถึงทุกวันนี้ ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔ เพื่อนคนเดิม ชักชวนค้ากล้วยน้ าว้า โดยซื้อจาก เชียงรายแล้วไปส่งที่ตลาดไท ตลาดอ่างทอง เพราะเขาบอกได้ก าไรดี ตัดสินใจออกรถกระบะนิสสันฟรอนเทียร์รุ่นแรกเพื่อขนส่งกล้วย วันศุกร์ หลังเลิกเรียนต้องขับรถไปซื้อกล้วยตามที่ต่างๆ ที่สั่งเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็น เวียงเชียงรุ้ง เวียงชัย พญาเม็งราย ดอยหลวง กว่าจะได้กล้วยเต็มคันรถ (ประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลกรัม) ก็ปาเข้าไป ๓-๔ ทุ่ม ขับรถออกจากเชียงราย ถึงตลาดไทวันเสาร์ประมาณ ๘-๙ โมงเช้า ตอนนั้นราคากล้วยที่เชียงราย ซื้อหวีละ ๒ บาท ไปส่งหวีละ ๕-๘ บาท น้ ามันดีเซลลิตรละ ๑๔ บาท บาง เที่ยวก็ได้ก าไรมากหน่อย ๔-๖ พันบาท แต่บางเที่ยวก็ขาดทุน(กล้วยสุก ระหว่างขนส่ง โดนกดราคา) ส่งกล้วยเสร็จขับรถกลับผ่านอุตรดิษถ์ ซื้อ แตงโมมาขายที่เชียงรายได้ก าไรบ้างขาดทุนบ้าง ขับรถทั้งง่วงทั้งเพลีย เพราะไม่ได้หลับมาทั้งคืน วันอาทิตย์พักผ่อนร่างกาย วันจันทร์ไปท าหน้าที่ ครู ท าธุรกิจค้ากล้วยอยู่ ๒ ปี ร่างกายเหนื่อยล้าบอกกับตัวเองว่าโอกาสที่ จะเก็บเงินได้เยอะๆ คงยาก น่าจะตายก่อนมีเงินเลยเลิกกิจการค้ากล้วย ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา


ปี ๒๕๕๒ เพื่อนครูที่เป็นเจ้าของร้านอาหารชักชวนไปช่วยดูแล ห้อง คาราโอเกะที่ร้าน “แม่พิมพ์” โดยไปท างานเวลา ๑ ทุ่มเลิก งานเที่ยงคืน ท าหน้าที่ช่วยบริการเปิดโปรแกรมคาราโอเกะ คีย์ เพลง ปรับเสียงให้แขกที่มาใช้ห้องวีไอพี บางครั้งก็ช่วยร้องเพลง มีอยู่วันหนึ่งเด็กเสริฟที่ก าลังเรียนราชภัฎเชียงราย เดินเข้ามาหา แล้วถามว่า “ลุงๆ ท าไมลุงไม่ไปหางานที่ดีกว่านี้ท า พวกหนูมาท า ที่นี่ก็แค่มาหารายได้พิเศษ ลุงน่าจะหางานที่ดีกว่านี้นะ” เธอน่าจะ เป็นห่วง จ าได้ว่าเธอชื่อ น้องส้มโอ บ้านอยู่เชียงแสน เลยอธิบาย ให้เธอฟังว่ามาช่วยงานเพื่อน ปกติก็เป็นครู ดูเหมือนว่าเธอสบาย ใจขึ้น ไปช่วยงานร้านแม่พิมพ์ อยู่ปีเศษๆ เลยปรึกษากับเจ้าของ ร้านว่าเราเลิกกิจกรรมนี้ดีกว่าไหมเพราะมันไม่คุ้มทั้งคนจ้างและ คนรับจ้าง ตอนนั้นทางร้านให้ค่าไปช่วยงานเดือนละ ๕ พันบาท ค่าทริปต่างหาก สิ่งที่ได้เป็นประสบการณ์ได้รู้จักแขกผู้ใหญ่ ที่มา เที่ยวเป็นประจ า ได้รู้จักผู้คนมากขึ้น


บรรยากาศร้านแม่พิมพ์ปัจจุบัน


สู่รั้วโรงเรียนบ้านดอน


ข้าพเจ้าย้ายมาด ารงต าแหน่งที่โรงเรียนบ้านดอนเมื่อเดือน พฤษภาคม ๒๕๔๙ คณะครูจากกลุ่มป่าซาง อ าเภอเวียงเชียงรุ้ง เดินทางมาส่งในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ซึ่งย้ายมาพร้อมกันกับ คุณครูอภิรดี นอรัตน์ ที่เคยท างานร่วมกันในกลุ่มโรงเรียนพญาเม็ง ราย อ าเภอพญาเม็งราย ตอนข้าพเจ้าสอนที่โรงเรียนบ้านหนองเสา ท่าน ผอ.จุฑารัตน์ วงค์หนัก พร้อมคณะครูบ้านดอน คณะกรรมการ สถานศึกษา ผู้น าชุมชน ให้การต้อนรับด้วยความอบอุ่น ข้าพเจ้าได้แนะน าตัวกับนักเรียนหน้าเสาธงและบอกกับ นักเรียนว่าครูจะขอสอนที่โรงเรียนนี้จนจะเกษียณอายุราชการ และ วันนั้นก็มาถึงจริงๆ ได้รับมอบหมายให้เป็นครูประจ าชั้นและสอน ประจ า ป. ๕/๒ อยู่ ๑ ภาคเรียน ในภาคเรียนที่ ๒ ท่าน ผอ.ให้เลื่อน ชั้นไปสอนวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมปีที่ ๑-๓ และเป็นครูประจ าชั้น ม.๓ อาจเนื่องมาจากเคยสอนมาแล้ว ๑๒ ปี ที่โรงเรียนเดิม ข้าพเจ้าเลย เป็นครูภาษาไทยแบบจ าเป็นจนมาถึงวาระสุดท้ายของการเป็นครู บรรยากาศในการท างานที่โรงเรียนบ้านดอน ตอนแรกๆ ปรับตัวไม่ได้ บรรยากาศมันแตกต่างกับที่ข้าพเจ้าอยู่ที่โรงเรียนบ้าน ห้วยหมากเอียก มาท างานในแต่ละวันแบบขอไปที ดูเหมือน กับว่า ทุกคนไม่เป็นมิตร เข้ากับใครไม่ได้ รอเวลาโรงเรียนเลิกจะได้กลับ บ้าน แต่ในที่สุดก็ได้รู้ถึงสัจธรรมว่าวัฒนธรรมองค์กรแต่ละที่นั้นมี ความแตกต่างกัน เริ่มมองเห็นความน่ารักของพี่ๆน้อง เพื่อนครู ที่ให้ ความเป็นกันเอง จริงใจ ที่ผ่านมาเราคิดไปเอง เมื่อมีงาน หรือ กิจกรรมใดๆ คณะครูก็ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ไม่ เกี่ยงว่าจะเป็นงานของใครรับผิดชอบ ไม่คิดว่าจะเป็นผลงานใคร เพียงขอให้งานส าเร็จ ข้าพเจ้าได้เห็นความเข้มแข็ง พลังทีมของครู บ้านดอน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา


การท างานที่โรงเรียนบ้านดอนข้าพเจ้ามีโอกาสท างานร่วมกับ ผู้บริหารถึงห้าท่าน แต่ละท่านก็มีบุคลิกภาพ แนวคิด เทคนิคการ บริหารที่แตกต่างกันแต่ทุกคนก็ท างานร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันคือคุณครูชุมพล ตรีรัตน์ ผู้ที่เป็นผู้ให้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ในการท างาน ประสบการณ์ชีวิต จริงๆแล้วถ้าข้าพเจ้า เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านดอนคงได้เป็นลูกศิษย์ของคุณครูชุม พล เพราะท่านบรรจุตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้น ป.๓ นอกจากคุณครู ชุมพลแล้วพี่ๆ น้องๆ ทุกคนก็น่ารักเป็นกันเอง ให้ความช่วยเหลือทุกครั้งที่มีปัญหา ความส าเร็จและความภูมิใจในการเป็นครูภาษาไทยคือการที่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีผลการสอบโอเน็ตวิชาภาษาไทย สูง กว่าระดับประเทศ สูงกว่าเขตพื้นที่ สูงกว่าปีการศึกษาก่อน ท าให้ ได้รับเกียรติบัตรครูผู้สอนภาษาไทยดีเด่น ๓ ปี ดีเยี่ยม ๒ ปี แต่เหตุการณ์ที่เศร้าใจก็มีเหมือนกัน เมื่อครั้งโรงเรียนบ้านดอน ยังสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต ๑ (สพท.) ได้ ฝึกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับเขตพื้นที่ ส่ง นักเรียนเข้าแข่งทักษะภาษาไทยกิจกรรมขับเสภา และเพลงกล่อม เด็ก ปีแรกแข่งขันที่โรงเรียนเมืองเชียงราย(เตรียมอุดม) ส่งนักเรียน ชั้น ม.๑ เข้าแข่งขันหาประสบการณ์ กิจกรรมขับเสภาได้อันดับที่ ๒ เพลงกล่อมเด็กได้อันดับที่ ๓ ปีต่อมาแข่งขันที่โรงเรียนสามัคคี วิทยาคม กิจกรรมขับเสภาชนะเลิศ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมได้รอง ชนะเลิศแต่อาจารย์สามัคคีวิทยาคมเรียกตัวแทนนักเรียนบ้านดอน (เด็กชายอดิเรก พุทธจันทร์) เข้าไปคุยในห้องแข่งขันต่อหน้า คณะกรรมการตัดสิน บอกว่าครูขอพี่เขาที่ได้ที่ ๒ ซึ่งอยู่ม.๓ แล้ว ไป แข่งในระดับภาคนะ หนูอยู่ ม.๒ ยังมีโอกาสแข่งในปีหน้าอีก แต่พี่เขา ไม่มีโอกาสอีกแล้ว ปีนั้นเด็กของเราเลยหมดโอกาส ที่จะไปหา


ประสบการณ์ ในระดับภาคทั้งที่ชนะเลิศแล้ว ปีต่อมาแข่งขันที่ โรงเรียนด ารงราษฎร์สงเคราะห์ ตัวแทนนักเรียนของเราคนเดิมอยู่ ชั้น ม. ๓ กิจกรรมขับเสภา ผลการตัดสินของคณะกรรมการเป็นเอก ฉันท์ว่าตัวแทนจากโรงเรียนบ้านดอนชนะเลิศ แต่ประธาน คณะกรรมการตัดสิน(อาจารย์โรงเรียนด ารงราษฎร์สงเคราะห์) บอก กับกรรมการคนอื่นๆว่า ตัวแทนจากโรงเรียนบ้านดอนออกเสียงผิดไป จากรูปแบบมาตรฐานการขับเสภา โรงเรียนด ารงฯ ที่ได้อันดับที่ ๒ ต้องชนะเลิศและเป็นตัวแทนเขตไปแข่งระดับภาค ข้าพเจ้าไม่ได้เข้า ไปในห้องแข่งขันเพราะถือเป็นมารยาทของครูผู้สอนและให้เกียรติ กรรมการ ตัดสิน พี่ๆ ที่เป็นครูขยายโอกาสที่เป็นกรรมการตัดสินเล่า ให้ฟังทีหล้งว่าไม่รู้จะเถียงอาจารย์คนนั้นยังไงเพราะเขาบอกว่าเชื่อ ครูสิครูสอนภาษาไทยพวกเธอมาตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว เด็กของเราก็ มาฟ้องว่าครูไม่เข้าไปเถียงช่วยหนูหนูได้ที่ ๑ แล้วเขามาเปลี่ยน คะแนนให้หนูได้ที่ ๒ หนูถูกปล้นชัยชนะแท้ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร มากบอกเด็กไปว่าช่างเขาเถอะเขาอยากได้ก็ให้เขาไป แต่พอมาคิดได้ ทีหลังรู้สึกหดหู่ใจ ละอายใจตัวเองที่ไม่ได้ท าหน้าครูปกป้องลูกศิษย์ ของตัวเองเลย คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เศร้าใจทุกที อยากบอกลูกศิษย์ คนนั้น(อดิเรก พุทธจันทร์) ว่าครูขอโทษ ที่ไม่ได้ปกป้องสิทธิของหนู ถึงสองครั้งสองครา ปัจจุบันเธอเป็นผู้หญิงสวยที่สุดคนหนึ่งในวงการ และได้เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามไปแล้ว หลังจากระบบบริหารการศึกษาเปลี่ยนจาก สพท. มาเป็น สพป. แยกมัธยมออกไปต่างหากเป็น สพม. การแข่งขันทักษะทางวิชาการ นักเรียนเปลี่ยนชื่อเป็นงานศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ไม่มีการแข่งขัน ขับเสภา จึงเปลี่ยนมาฝึกนักเรียนขับร้องเพลงแทนเพราะเราเป็น โรงเรียนขยายโอกาส เรื่องวิชาการนักเรียนเราความสามารถอาจจะ สู้โรงเรียนที่มีนักเรียนมัธยมจ านวนมากๆ ไม่ได้ โดยวางแผนฝึกตั้งแต่


ชั้น ม.๑ เพื่อหาประสบการณ์รุ่นต่อรุ่น ผลที่ออกมาก็ประสบ ความส าเร็จเป็นที่น่าพอใจ ได้รับรางวัลเหรียญทองระดับภาค(เกียรติ บัตรเป็นระดับประเทศ) หลายกิจกรรมหลายปีติดกัน ขอขอบคุณท่านผู้บริหารทุกท่านที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ร่วมงาน ได้ เรียนรู้ทักษะการท างาน ขอบคุณพี่น้องเพื่อนครูบ้านดอนทุกคน ที่ได้ ท างานร่วมกัน ให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันมาโดยตลอด ถึงแม้ บางครั้งอาจจะมีการขุ่นเคืองใจกันบ้างก็เป็นถือว่าเป็นเรื่องปกติ ของ การท างานร่วมกัน เพราะสุดท้ายเราก็ให้ความรัก ความจริงใจต่อกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะเป็นเช่นนี้ ตลอดไป


บันทึกแห่งความทรงจ า


บันทึกแห่งความทรงจ า


บันทึกแห่งความทรงจ า


ยังจ าได้...ไม่มีวันลืม


การสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๔๕ ขณะที่ไปเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียน ได้รับข่าวร้ายที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทางบ้านส่งข่าวมาบอกว่าคุณ พ่อโดนรถชน อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัวขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล สรรพ สิทธิประสงค์อุบล หมอบอกให้ท าใจ ข้าพเจ้าท าอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ ออกรู้อย่างเดียวว่าจะต้องรีบกลับบ้าน แล้วคุณพ่อก็จากไปในคืนนั้น โดยไม่ได้สั่งเสียลูกหลานเลย ข้าพเจ้าเดินทางกลับถึงอุบลพร้อมกับ ญาติๆ จากอ าเภอฝาง และพญาเม็งราย ตอนเที่ยงของอีกวันหนึ่ง ได้ แค่ร่วมสวดอภิธรรมไม่มีโอกาสได้ร่ าลา แต่คุณพ่อก็อยู่ในใจของพวก เราตลอดไป คุณพ่อจากไปด้วยวัย ๗๒ ปี ขอขอบคุณคณะผู้บริหารและ เพื่อนครูจากกลุ่มโรงเรียนป่าซาง น าโดย ท่าน ผอ.สุเกียรติ สุรินธรรม ที่ไปร่วมงานฌาปณกิจศพคุณพ่อในตอนนั้นไว้ ณ ที่นี้ด้วย อีก ๕ ปีต่อมา ก็สูญเสียคุณแม่ไปอีกคน ในปี ๒๕๕๐ คุณแม่จากไปด้วยโรคเส้นเลือดไป เลี้ยงหัวใจตีบอายุ ๗๒ ปีเท่ากับคุณพ่อ ขณะนั้นมีคณะครูจากโรงเรียน บ้านดอนไปร่วมงาน น าโดยท่านผอ.สมเกียรติ พรมชัย ท่าน ผอ.นิวัติ จรุงจิต และคุณครูอีกหลายท่าน ขอขอบคุณ ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย พ่อแก่ แม่เฒ่า ..ฝากถึงลูกลูก พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จ าจากเจ้าไม่อยู่นาน จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววารของคืนวัน ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ าใจ คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาเอื้ออาทร ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนให้สุขใจ เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย ร้องไห้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าช่วยปลอบโยน เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน หวังเพียงจะได้ยล เติบโตจนสง่างาม ขอโทษถ้าท าผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้ วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง


เมื่อความล้มเหลวครั้งใหญ่มาเยือน เพราะความอยากได้อยากมีแต่ขาดการวิเคราะห์ ขาดประสบการณ์ ในปี ๒๕๕๔ ตัดสินใจซือ้ที่ดิน ๑ ไร่ ๖๙ ตร.ว. ติดถนนพหลโยธิน ใกล้ วัดร่องขุ่น(ที่อยู่ปัจจุบัน) ในราคา ๕ ล้านเศษ เพื่อสร้างอาคารพาณิชย์ โชคไม่เข้าข้างเมื่อสร้างเฟสแรก ๔ ห้อง เสร็จแล้วเกิดแผ่นดินไหวครั้ง ใหญ่ที่สุด ในรอบ ๑๐๐ ปีของประเทศไทย ความส่ันสะเทือน ๖.๓ ริก เตอร์ ลึก ๗ กิโลเมตร ในพืน้ที่อ าเภอพาน แม่ลาว และอ าเภอเมือง จังหวัดเชียงราย (เวลา ๑๘.๐๘ น.ของวันที่๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗) วัด ร่องขุ่นเสียหายอย่างหนัก ตึกที่สร้างเสร ็ จขายไม่ออกกว่าจะได้ขาย ดอกเบีย้ก ็ ท่วมหัว ดูเหมือนหนี้สินจะมีมูลค่ามากกว่าทรพย์สินหลาย ั ล้านบาท ต่อมายังเดินหน้าสร้างเฟสสองอีก ๔ ห้อง หวังจะขายให้หมด หนี้และมีเงินเหลือบ้าง แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เศรษฐกิจไม่ดี ขาย ได้เพยีงห้องเดยีว ทเี่หลือจงึเป็ นภาระจนถงึทุกวันนี้เหตุการณน ์ ีส้อนให้ รู้ว่าท าอะไรให้รู้จักไตร่ตรอง คิดทั้งบวก ทั้งลบ ผิดพลาดแล้วมัน Undo (ย้อนกลับ) ไม่ได้เหมือนคอมพิวเตอร์ แต่มันสายไปเสียแล้ว สา หรับข้าพเจ้า บอกกับตัวเองว่าบั้นปลายชีวิตทา อะไรจงไตรตรองให้ดี ่ เสียก่อน ไม่ให้ผิดพลาดซา ้แล้วซา ้อกีเพราะชวีติคงอยู่ได้อีกไม่นาน ตนเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน อย่าแชเชือนจงเตือนตนให้พ้นภัย จากพุทธภาษิตสอนใจ


เฟสแรก ๔ ห้อง เฟสสอง ๔ ห้อง


โรคร้ายมาเยือน


เมื่อ ต้นปี ๒๕๖๒ ข้าพเจ้าเริ่มมีปัญหาสุขภาพ เวลากิน อาหารลงไปแล้วมีอาการร้อนที่คอ จุกหน้าอก เหมือนกับจะ อาเจียน กินไม่ได้ น้ าหนักลดจาก ๕๒ เหลือ ๔๓ กิโลกรัม หน้าซีด เมื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวรณ์เวียงชัย หมอลงความเห็นว่าน่าจะเป็นกรดไหลย้อน รักษาอาการนี้อยู่ ประมาณ ๖ เดือน ในที่สุดหมอส่งตัวไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เชียงรายประชานุเคราะห์ เดือนกันยายน หมอลงความเห็นว่า ข้าพเจ้าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ ๓ ตอนแรกก็ตกใจ มาก เพราะคิดว่าตัวเองคงต้องตายก่อนวัยอันสมควรแน่นอน เป็นห่วงทุกเรื่องไม่ว่าจะเรื่องงานที่ยังค้างคาไม่เสร็จ เรื่อง ครอบครัว ลูกๆ จะอยู่กันยังไง แต่คุณหมอที่ส่องกล้องให้ก าลังใจ ว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เป็น มันเป็นได้มันก็หายได้ ใช่ว่าคนที่เป็นแล้วจะตายหมด คนหายก็มี อ้าวให้ก าลังใจ กันมั๊ยเนี่ย ข้าพเจ้าคิดในใจ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ หมอผ่าตัด กระเพาะอาหารและตัดออกไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หมอบอกว่า กระเพาะอาหารสามารถขยายตัวได้ถ้าโชคดีก็จะกลับมากินข้าวได้ เป็นปกติ ข้าพเจ้ารักษาตัวตามที่หมอแนะน าทุกอย่างทั้งการใช้เคมี บ าบัด(คีโม) การฉายแสงซึ่งต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล มะเร็งล าปาง ตอนนั้นลูกสาวคนโตที่อยู่สิบสองปันนา ต้องกลับมา ดูแล แล้วเป็นช่วงโควิด ๑๙ ระบาดพอดีเลยกลับสิบสองปันนา ไม่ได้ เพิ่งได้กลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน ๖๖ นี่เอง ข้าพเจ้ารักษาตัว อยู่ ๒ ปี ฉายแสงเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๔


ขอขอบคุณคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางระบบทางเดิน อาหารที่ตรวจอาการและส่องกล้อง คุณหมอโชติพงษ์ ศิริพิพัฒ นมงคล คุณหมอที่ผ่าตัด คุณหมอสาธิต ลักษณ์ไกรศร คุณหมอที่ ดูแลโรคมะเร็ง คุณหมอเอกพงษ์ ธราวิจิตกุล พร้อมคณะ พยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลจนอาการของข้าพเจ้าดีขึ้น ทุกวันนี้คุณ หมอเอกพงษ์ จะนัดพบเพื่อติดตามอาการ ๕ เดือน ต่อครั้ง มีหลายคนบอกว่าข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในคนที่เป็นมะเร็ง กระเพาะอาหารที่รอดมาได้ถึงเวลานี้ด้วยความฟลุ๊ค แต่ข้าพเจ้าก็ บอกหลายๆ คนว่านอกจากจะรักษาและปฏิบัติตัวตามหมอ แนะน าแล้ว ข้าพเจ้าก็ทานยาน้ าสมุนไพร อย่างสม่ าเสมอ ตั้งแต่ ตอนผ่าตัดและพักฟื้นที่โรงพยาบาล ข้าพเจ้าได้แนะน าพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ที่เป็นมะเร็งรุ่นเดียวกัน ให้ทานยาเหมือนข้าพเจ้า ทุกคนปฏิเสธ หมอไม่ให้กินบ้าง มันมีอันตรายต่อไตบ้าง ในที่สุด คนเหล่านั้นก็ได้จากไปแล้วถึงสี่คน ข้าพเจ้าอยู่ได้ถึงวันนี้ไม่ว่าจะ ด้วยเหตุผลใด ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของข้าพเจ้าถึงแม้ว่าจะอยู่ ต่อได้อีกไม่นาน อย่างน้อยข้าพเจ้าก็ได้ตระหนักมากขึ้นว่า “ชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่าประมาทกับชีวิต” ข้าพเจ้าเผชิญกับโรคร้าย เพราะการด าเนินชีวิต การปฏิบัติตัวที่ผิดพลาด เที่ยวเตร่เฮฮา ส า มะเล เทเมา กลับบ้านดึกๆดื่นๆ สนุกสนานกับการดื่มการกิน ใน ที่สุดก็ได้รับโอกาสเป็นโรคร้ายดังกล่าว


ก่อนเป็นมะเร็ง น้ าหนัก ๕๒ กิโลกรัม ขณะรักษา นน. ๔๓ กิโลกรัม ปัจจุบัน นน. ๔๙ กิโลกรัม ยาน้ าสมุนไพรก าลังช้างสารและวรรณภา ตราหมอทองอินทร์


ส าหรับท่านที่รักสุขภาพ ขออนุญาตคัดลอกหนังสือ “นาฬิกาชีวิต” ของท่าน อาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา ซึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้อ่าน อ่านแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์กับการด าเนินชีวิต ในกิจวัตรประจ าวันของ ทุกคน ลองศึกษาดูนะครับ เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับการด าเนิน ชีวิตของทุกท่าน ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา เป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้


ช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อความปฏิบัติ 01.00-03.00 น. ตับ นอนหลับ พักผ่อนให้สนิท 03.00-05.00 น. ปอด ตน่ื นอน สู ดอากาศบรสิุ ทธ์ิ 05.00-07.00 น. ล าไส้ใหญ่ ขับถ่ายอุจจาระ 07.00-09.00 น. กระเพาะอาหาร กินข้าวเช้า 09.00-11.00 น. ม้าม พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ 11.00-13.00 น. หัวใจ หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง 13.00-15.00 น. ล าไส้เล็ก งดกินอาหารทุกประเภท 15.00-17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ ท าให้เหงื่อออก (ออกก าลังกายหรืออบตัว) 17.00-19.00 น. ไต ท าให้สดชื่นไม่ง่วงเหงาหาวนอน 19.00-21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ ท าสมาธิหรือสวดมนต์ 21.00-23.00 น. ระบบความร้อน ของร่างกาย ห้ามอาบน ้าเย็น ห้ามตากลม ท าให้ร่างกายอบอุ่น 23.00-01.00 น. ถุงน ้าดี ดื่มน ้าก่อนเข้านอน


ขออนุญาตคัดลอกหนังสือ นาฬิกาชีวิต ของท่านอาจารย์ สุทธิวัสส์ ค าภา ซึ่งข้าพเจ้าได้รับมาโดยบังเอิญ อ่านแล้วเห็นว่าเป็น ประโยชน์กับการด าเนินชีวิต ในกิจวัตรประจ าวันของทุกคน ลองศึกษาดูนะครับ เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับการด าเนินชีวิตของท่าน ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์สุทธวัสส์ ค าภา ไว้เป็นอย่างสูง ณ ที่นี้ ...ขอแนะน ำและขอบคุณ... อำจำรย์สุทธิวัสส์ ค ำภำ


อาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา ท่านเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง ลูกดิ่งส าหรับ ประเมินสุขภาพ ผสมผสาน กับความรู้เรื่องธรรมชาติบ าบัด ท่านได้น าความรู้ออกมา ช่วยเหลือผู้ป่วย และผู้ที่ก าลังมีความเสื่อมของร่างกายโดยไม่เลือกชั้น เลือกฐานะ อาจารย์เป็นผู้มีจิตเมตตาสูง ปรารถนาที่จะเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ให้เป็นผู้ช่วยที่ มีใกล้ตัว เพื่อน าไปใช้ดูแลตนเองและคนรอบข้าง พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาส ท่านคิดว่าถ้าคนไทยรู้จักเลือกกิน อา หารที่มีประโยชน์ สุขภาพก็จะแข็งแรง ปลอด ภัยจากการเจ็บ ป่วยงบประมาณที่รัฐต้องจ่ายไปเพื่อจะสั่งซื้อยาจากต่าง ประเทศ ก็ ย่อมลดลงด้วย อาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา เป็นนักธรรมชาติบ าบัด ที่มีพื้นฐานมาจากครอบครัว แพทย์แผนไทย ประกอบกับท่านมีประสบการณ์ในการสืบค้นภูมิปัญญาไทยตามแนว ธรรมชาติบ าบัดยาวนานกว่า ๓๐ ปี ท่านได้ค้นคว้าการแพทย์ในพระไตรปิฎกของ พระพุทธศาสนา ท่านได้ศึกษาเรื่อง Pendulum จากแพทย์ประจ าตัวประธานาธิบดี เวเน ซุเอล่า และพัฒนาประสานกับภูมิรู้ภูมิธรรมที่กว้างขวางและลึกซึ้งของท่าน น า เรื่อง Pendulum มาประเมินสภาวะสุขภาพโดยมีวิธีธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด จึงนับเป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ ของการประเมินสภาวะสุขภาพ โดยวิธี ธรรมชาติของการแพทย์แบบองค์รวม อาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา ได้เผยความรู้ในเรื่องสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บเกิดจาก มูลเหตุตามพระไตรปิฎกคือ ๑.กรรม ๒.จิต ๓.พลัง ๔.ร่างกาย


ซึ่ง Pendulum สามารถช่วยประเมินภาวะทั้งสี่มิติได้อย่างละเอียด ถี่ถ้วน อาศัย ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่มากมายของอาจารย์ท าให้การแก้ปัญหา เป็นไปได้อย่างดีรอบด้าน และมีประสิทธิผล ที่ส าคัญที่สุดจิตใจที่ดีงามสูงส่งของอาจารย์สุทธิวัสส์ ค าภา ที่ท่านเป็นครูที่ ไม่หวงวิชาท่านได้เผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ มากมายแก่ผู้สนใจ ลูกศิษย์ ฯลฯ ทั้งเรื่อง Pendulum พลังจิต การจัดกระดูกคอและกระดูกหลัง อาหารบ าบัด การอาบน้ า รักษาโรค การพอก (Body Detox) ฯลฯ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการประเมินภาวะสุขภาพของตนเองและผู้อื่นสามารถบ าบัดรักษาสุขภาพให้ แข็งแรงสมบูรณ์ อายุยืนยาว ยังประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวสังคมไทย และ สังคมโลกต่อไป...


การแพทย์ตะวันออกถือว่ากลางวัน และกลางคืนมีความ สัมพันธ์กับสุขภาพ ของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา ๒๔ ชั่วโมงในหนึ่งวัน นั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการไหลเวียน ของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายใน ของร่างกาย ซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตัน และ อวัยวะกลวง อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุงน้ าดี ล าไส้ใหญ่ ส าไส้เล็ก กระเพาะ ปัสสาวะ ระบบความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว) การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราน) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้น จะใช้ เวลา ๒ ชั่วโมง ทั้งหมดมี ๑๒ อวัยวะ รวม ๒๔ ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า “ นาฬิกาชีวิต ” นั่นเอง ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปรานปอด จะมีพลังไหลเวียน เริ่มต้นที่ เวลา ๐๓.๐๐ น. และสูงสุดในช่วงประมาณ ๐๔.๐๐ น. จากนั้นจะค่อยๆ ลดลง และออกจากเส้นลมปรานปอดไปยังเส้นลมปรานล าไส้ใหญ่ เวลา ๐๕.๐๐ น. การ รักษาโรคของเส้นลมปรานปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด จึง ควรอยู่ระหว่างเวลา ๐๓.๐๐-๐๕.๐๐ น.ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการ ใช้ยาตะวันตก คือ ยาดิติ ตาลิส ในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว (มีการคั่ง ของน้ าในปอด) การให้ยาใน ช่วงเวลา ๐๔.๐๐ น. จะให้ผลออกฤทธิ์ประมาณ ๔๐ เท่าของการให้เวลาอื่น


การเคลื่อนไหวของพลังชีวิตของอวัยวะภายใน มีกฎเกณฑ์แน่นอน สัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับเวลา (นาฬิกาชีวิต) ร่างกายเราจึงมีกลไกการปรับตัว มีการสร้างสาร คัดหลั่งฮอร์โมน การท างานของระบบต่าง ๆ ฯลฯ เป็นไปตาม สภาพธรรมชาติที่ เปลี่ยนแปลงไป การด าเนินชีวิตและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจ าวันให้สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ จึงเป็นหลักฐานของการมีสุขภาพที่ดี และมีอายุยืน ปราศจากโรค โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาดังนี้ เวลา ๐๑.๐๐-๐๓.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจ าในช่วงเวลานี้ ตับจะ หลั่งสาร มีลาโทนิน (Merakanine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ท าให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอกจาก ร่างกายจะหลั่งสารมีลาโทนิน เป็นประจ าแล้ว ยังหลั่งสาร เอน โดฟิน (Endrophin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหารเพราะจะท าให้ตับท างาน หนัก และเสื่อมเร็ว หน้าที่ หลักของตับคือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่ รองลงมาคือ ๑.ช่วยไตในการดูแล ผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บ จะไม่สวย ๒. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะท าให้ตับท างานหนัก ตับ จะ หลั่งน้ าย่อยออกมามาก จึงไม่ได้ท าหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้ สารพิษตกค้างในตับ เวลา ๐๓.๐๐-๐๕.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควร ตื่นนอนลุกขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับแสงแดดใน ยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้ เป็นประจ า ปอดจะดี ผิวดีขึ้น และจะเป็นคนที่มี อ านาจในตัว


เวลา ๐๕.๐๐-๐๗.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของล าไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระ ท าให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าไม่ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ ต าแหน่ง สองข้างของจมูก ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ าอุ่น 1 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่ม น้ าผึ้งผสม มะนาว โดยใช้น้ า ๑ แก้ว + น้ าผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ + น้ ามะนาว ๔-๕ ลูก ท าดื่ม จนกว่าจะถ่าย หรือบริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อม ทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่า แขม่วท้องเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง เวลา ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะท างาน ถ้ากินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะ อาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้ เป็นคนตัดสินใจ ช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัย เวลา ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของม้าม - ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ าเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศีรษะบ่อย มักมาจากความผิดปกติของม้าม อาการ เจ็บ ชายโครง สาเหตุมาจากม้ามกับตับ -ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ท าให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ด เลือดขาวได้น้อย -ม้ามชื้น อาหารและน้ าที่กินเข้าไป จะแปรสภาพเป็นไขมัน จึงท าให้อ้วนง่าย ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลา ๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ น. ม้ามจะอ่อนแอ นอก จากนี้ ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก ผู้ที่พูดบ่อย ๆ หรือพูดเก่งๆ ม้ามจะชื้น จึงควร พูดน้อย กิน น้อย ม้ามจึงจะแข็งแรง


เวลา ๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจท างานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียด เหตุที่ ต้องท าให้ใช้ความคิด หนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้น หรืออาการตกใจ ให้ได้ เวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของล าไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ล าไส้ท างาน ล าไส้เล็กมี หน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ าทุกชนิด เช่น วิตามินซี บี โปรตีน เพื่อสร้าง กรดอะมิโน สร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่ ส าหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโน มีน้อย ไข่ จะมาไม่ครบทุกเดือน ผู้หญิงมีล าไส้ ยาวกว่าผู้ชาย ๑๑ ฟุต เพื่อให้การดูดซึมได้นานกว่า เนื่องจากต้องใช้กรด อะมิโน มากกว่าผู้ชาย เมื่อมีล าไส้ยาวกว่า จึงมีกระดูกซี่โครง มากกว่าผู้ชาย ข้างละ ๑ ซี่ เวลา ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ แนวพลังของกระเพาะปัสสาวะ เริ่มจาก หัวตา ผ่านหน้าฝาก - ศีรษะ-ท้ายทอย - แผ่นหลังทั้งแผ่น - สะโพก - ด้านหลังขา - หัวเข่า - น่อง - ส้นเท้า - นิ้วก้อย กระเพาะ ปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจ าไทรอยด์ และระบบเพศ ทั้งหมด ช่วงเวลานี้จึงควรท าให้เหงื่อออก อาจจะออกก าลังหรืออบตัวกระเพาะปัสสาวะจะ ได้แข็งแรง ข้อควรระวัง ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามาก โตจะวาย แต่ถ้ามีโปตัสเซียม ปนออกมามาก หัวใจจะวาย แก้ไขเรื่องหัวใจวาย ด้วยการให้ดื่มน้ าส้มหรือน้ ามะนาว เพื่อ เติมโปตัสเซียม (ผู้ที่มีโปตัสเซียมน้อย ต้องระวังเรื่องการฉีดยาชาเพราะยาชาจะท าให้ โปตัสเซียมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจอาจวายได้ง่าย)


การอั้นปัสสาวะบ่อย ๆ ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ท าให้เหงื่อที่ออกมามี กลิ่นเหม็นปัสสาวะ เวลา ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรท าใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้ ผู้ใดมี อาการง่วงนอนใน ช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้ว เพ้อ แสดงว่าอาการหนักมาก ไตซ้าย จะควบคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์รัก สวยรักงาม ชอบแต่งตัว ถ้าไตซ้ายมีปัญหา อารมณ์รักสวยรักงามจะหมดไป กลายเป็นคน ปล่อยเนื้อปล่อยตัว และเป็นคนขี้ร้อน ไตขวา จะควบคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจ า ถ้าไต ขวามีปัญหา ความจ า จะเสื่อม และเป็นคนขี้หนาว (ผู้ที่มีไตแข็ง แรง จะเป็นคนมีอายุยืน เป็นคนกล้า) ถ้าล าไส้เล็กมีไขมันเกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่าน ล าไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต เป็นผลให้ไตท างานหนัก จึงกลายเป็น โรคไต ผู้ที่เป็นโรคไต สมอง จะเสื่อม ปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลดในล าคอ การดูแล คือ ตอนเช้าอาบน้ าเย็น ตอน เย็นให้อาบน้ าอุ่น กรณีที่ อาบน้ าไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้า แต่น้ าควรใส่สมุนไพรที่ถูกโฉลก ของผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง


เวลา ๒๓.๐๐-๐๒.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ าดี ถุงน้ าดีเป็นถุงส ารองเก็บน้ าย่อยที่ออกมาจากตับ อวัยวะใดในร่าง รายเมื่อขาด น้ าจะมาถึงน้ าจากถุงน้ าดี ท าให้ถุงน้ าดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ จุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ าดีจะ โยงไปถึงปอด) จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสอง ข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ (ผู้ที่ตัดถุง น้ าดีออก เมื่อตรวจด้วยลูกดิ่งจะพบว่า ถุงน้ าดีขึ้น มักมีอาการปวดขา ปวดสะโพก) ทางแก้คือ อย่าใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ จะไปดูดน้ าใน ร่างกาย ควร สวมชุดผ้าฝ้ายดีที่สุด ไม่ควรนอนบนที่นอนสูงๆ เพราะจะท าให้ เสียน้ าในร่างกาย ดังนั้นควรดื่มน้ าก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา ๒๓.๐๐ น. เวลา ๑๙.๐๐-๒๑.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ท าสมาธิ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณี เส้นเลือดขอด ต้องดู เยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่ เสื้อผ้าชุดสีด า เทา เอาเท้าแช่ ในน้ าอุ่น เวลา ๒๐.๐๐-๒๓.๐๐ เป็นช่วงเวลาที่ต้องท าให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ าเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะจะท าให้เจ็บป่วยได้ง่ายอย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ


อาหารเป็นยา ๑. น้ าสับปะรดปั่น กับใบโหระพา หรือใบต าลึง (กินใบโหระพาวันละ ๗ ยอด เป็นยาอายุวัฒนะ) เครื่องปรุง สับปะรด ๑ หัว ใบโหระพา ๑ ขีด วิธีท า ปอกเปลือกสับปะรด ปั่นผสมกับใบโหระพา แล้ว กรองเอาแต่น้ ามาดื่ม สรรพคุณ - ลดลมในตัว - แก้อาการเลือดข้น - ท าให้เลือดเลี้ยงสมองส่วนหน้าดีขึ้น - ลดความดันโลหิตสูง - บ ารุงหัวใจ - เพิ่มเม็ดเลือดแดง ถ้าใช้ทั้งแกนสับปะรดจะเพิ่มเม็ดเลือดขาวด้วย - ลดอนุมูลอิสระ


๒. เห็ดสามอย่าง (เห็ดหอม+เห็ดหูหนูขาว+เห็ดหูหนูด า+ผลมะตูมแห้ง-ใบเตย) เครื่องปรุง เห็ดหอม + เห็ดหูหนูขาว + เห็ดหูหนูด า + (แห้ง) หรือ เห็ดฟาง + เห็ดนางฟ้า + เห็ดเป๋าอื้อ (สด) วิธีท า น าเห็ดแห้ง ๓ อย่าง แช่น้ าให้นิ่ม แล้วหั่นน าไปต้มรวมกัน หรือ น าเห็ดสด ๓ อย่าง ล้างแล้วหั่นต้มรวมกัน ใส่น้ า เยอะๆ น ามะตูมแว่นมาปิ้งให้หอม และต้ม รวมกัน ดื่มแทน น้ าซุปได้ ส่วนเนื้อเห็ดน าไปผัดหรือย า สรรพคุณ เป็นยาบ ารุงตับ (มันฝรั่งต้มหรือนึ่งก็ช่วยบ ารุงตับ) ตับไม่แข็งแรงจะมี ผลดังนี้ - อารมณ์ไม่ดี การสร้างเม็ดเลือดแดงจะไม่ดี - ไทรอยด์อาจเป็นพิษได้ - ตัวผอมแต่พุงป่อง เนื่องจากตับมีปัญหา - ช่วยล้างสารพิษตกค้างในตับ ล้างไขมันในตับ - สลายพังผืดในมดลูก ลดอนุมูลอิสระ ลดเชลล์มะเร็ง - เพิ่มเม็ดโลหิตขาว ลดไขมันในเส้นเลือด หมายเหตุ เห็ดอาจเป็นเห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว เห็ด หูหนูด า ฯลฯ เอาแค่สามอย่าง อาจน า มาท าอาหาร เช่น ย า ต้มย า หรืออื่น ๆ กินก็ได้


๓. น้ ากระชายปั่นกับน้ าผึ้งผสมน้ ามะนาว เครื่องปรุง กระชาย ๑ ขีด น้ าผึ้ง ๒ ช้อนโต๊ะ มะนาว ๒ ลูก วิธีท า กระชายล้างให้สะอาด ปั่นให้ละเอียด เติมน้ าสะอาดลงไป - แก้ว กรอง เอาแต่น้ า ใส่น้ าผึ้ง และน้ ามะนาวลงไปผสม ปรุงรสตามใจชอบ ผมได้เลย สรรพคุณ - บ ารุงกระดูก เพราะมีแคลเซียมสูง - บ ารุงสมอง เพราะท าให้เลือดเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น - ปรับสมดุลของฮอร์โมน - ปรับสมดุลของความดันโลหิต ความดันโลหิตที่สูง จะลดลง ความดันโลหิต ที่ต่ าจะสูงขึ้น - แก้โรคไต ท าให้ไตท างานดีขึ้น ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ - บ ารุงมดลูก - ปัญหาผมหงอก ผมร่วง แก้อาหารกระเพาะปัสสาวะเกร็ง (กรณีนี้อาจใช้ เม็ดบัวต้มกิน) - ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต - แก้ปัญหาไส้เลื่อน


๔. กระเจี๊ยบแดงสด+พุทธาจีน เครื่องปรุง กระเจี๊ยบแดง ๑ ขีด พุทธาจีนแห้ง ๒ ขีด น้ าตาลทรายเล็กน้อย (หรือไม่ใส่ก็ได้) วิธีท า ล้างกระเจี๊ยบให้สะอาด ใส่ในหม้อใบใหญ่ ใส่น้ าประมาณ ๔ ลิตร ล้าง พุทธาจีนให้สะอาด บีบให้แตก ใส่ลงไปต้ม เคี่ยวให้เดือดประมาณครึ่งชั่วโมง ยก ลง ใช้ดื่มแทนน้ า หรือถ้าชอบหวานก็เติมน้ าตาล สรรพคุณ - ช่วยลดอาการของหัวใจโต (หัวใจโตมาจากปัญหาของ เยื่อหุ้มหัวใจ) หัวใจโต เพราะในเลือดมีโซเดียมฟอสเฟต น้อย แต่มีโปรแตสเซียมฟอสเฟตมาก ให้งดกิน ผลไม้สด ทุกชนิด กินได้เฉพาะผลไม้ดอง ผลไม้แช่แห้ง ไม่กิน อาหารที่ผัด หรือ ทอดด้วยน้ ามันพืช - ป้องกันเส้นเลือดในสมองเปราะ - ลดความดันโลหิตสูง - ลดไขมันในเส้นเลือด ซึ่งจะท าให้หลอดเลือดตีบ - แก้อาการสมองเสื่อม - แก้อาการชาปลายนิ้ว


๕. โยเกิร์ต+นมสด+น้ าผึ้ง+น้ ามะนาว เครื่องปรุง โยเกิร์ต ๑/๒ ถ้วย นมสด ๑ กล่อง น้ าผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ มะนาว ๑ ลูก วิธีท า น าเครื่องปรุงทั้งหมดผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามใจชอบ สรรพคุณ สลายไขมันที่เกาะในผนังล าไส้ กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม ท าให้ ระบบดูดซึมดี หากระบบดูดซึมบกพร่อง เป็นต้นเหตุของปัญหาเหล่านี้ ๑. ถุงน้ าดีข้น เมื่อถุงน้ าดีข้น ผลที่ตามมาได้แก่ - นอนไม่หลับ (ไขมันเกาะผนังล าไส้เล็กมาก) - อารมณ์ฉุนเฉียว - ถ้าข้นถึง ๘๐% จะเป็นนิ่วในไต - เหงือกบวม (การนอนหลับไม่เต็มอิ่มท าให้เหงือกบวมได้) - สายตาจะเสื่อม - ท าให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย - ส่งผลกระทบไปถึงปอด


๒. เลือดเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ท าให้มึนศีรษะ ๓. ไตจะเสื่อม เพราะต้องท างานหนัก เมื่อไตเลื่อมเป็นผลท าให้ความจ าลดลง - ไตซ้ายผิดปกติ ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ความรักสวยรักงาม จะลดลง และเป็นคนขี้ร้อน - ไตขวาผิดปกติ ความจ าจะลดลง และเป็นคนขี้หนาว ๔. เลือดเลี้ยงหัวใจน้อย ถ้าเลือดเลี้ยงหัวใจเหลือเพียง ๓๐% เครื่องมือแพทย์จะ ตรวจพบอาการของโรคหัวใจ ๕. ม้ามชื้น ท าให้อาหารและน้ าที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมัน เป็นผลให้อ้วน ง่าย ๖. ม้ามโต ท าให้เหนื่อยง่าย เพราะม้ามไปเบียดปอด คน ม้ามโตกินอาหาร เท่าไหร่ก็จะไม่อ้วน (ม้ามเป็นตัวควบคุม เม็ดเลือดขาวและน้ าเหลือง) ๗. กรณีไขมันเกาะล าไส้เล็กมาก ๆ จะท าให้ล าไส้ไม่สามารถดูดซึมวิตามินซีได้มี ผลดังนี้ - จะเป็นหวัดในตอนเช้าหรือหวัดเรื้อรัง - กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ - เกิดโรคภูมิแพ้ ๘. ไขมันในตับสูง การสร้างเม็ดเลือดจะล าบาก หมายเหตุ โยเกิร์ต+นมสด+น้ าผึ้ง+น้ ามะนาวนี้ ถ้ากินช่วงเช้าจะช่วย ลดความ อ้วน แต่ถ้ากินช่วงบ่าย (หลังบ่ายสามโมง) จะเพิ่มความอ้วน


๖. ถั่วห้าสี เครื่องปรุง ถั่วด า ๑ ขีด ถั่วเขียว ๑ ขีด ถั่วแดง ๑ ขีด ถั่วขาว ๑ ขีด ถั่วเหลือง ๑ ขีด น าถั่วทั้งหมดคั่วให้สุกแล้วแช่น้ ารวมกัน ล้างให้สะอาดพักไว้ ลูกเดือย ๑ ขีด ล้างให้สะอาด ต้มให้สุก พักไว้ เม็ดบัว ๑ ขีด ล้างให้สะอาด ต้มให้สุก พักไว้ รากบัว ๑ ขีด ปอกเปลือกล้าง ต้มให้สุก พักไว้ วิธีท า น าเครื่องปรุงทั้งหมดรวมกัน แล้วปั่นให้ละเอียดต้มในหม้อ ใบใหญ่ ใส่น้ า มาก ๆ กรองเอากากออก น าน้ าที่ได้ไปต้มให้ เดือด เติมน้ าตาลเล็กน้อย หรือจะไม่ ใส่ก็ได้ รับประทานได้ เลย สรรพคุณ - บ ารุงกระดูก - บ ารุงเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ - ช่วยลดน้ าหนัก - ผิวพรรณสดใส


หมอ ๓ ชาติระบุ ดื่มน้ าเต้าหู้ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม แพทย์ยืนยัน วิตามินซีและอี ช่วยลดอัลไซเมอร์ (สมองฝ่อ) ผลงานวิจัยผักผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม เช่น บรอคโคลี คะน้า ลูกยอดิบ ฯลฯ จ าพวกสีเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง มะละกอ มะเขือเทศ ฯลฯ ตลอดจนผักพื้นบ้านไทยอีกมากมายที่มีเบต้า แคโร ทีน เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ ต้านความเสื่อมของเซลล์ และป้องกันความผิดปกติของเซลล์ (มะเร็ง) ผักผลไม้ที่มีสีม่วง น้ าเงิน แดงเข้ม ด า เช่น องุ่นม่วง ลูกเบอรี่ (ในไทย เรียกลูกหม่อน สามารถ ต้านมะเร็ง โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อมได้ ใช้ฝักคูณก าจัดศัตรูพืชแทนสารเคมี โดยใช้ฝักคูณแก่ ๑ ก.ก.แช่น้ า ๑ ปิ๊ป ทิ้งไว้ ๒-๓ วัน กรอง เอาแต่น้ า น าไปฉีดก าจัดด้วงกินใบหนอนม้วนใบ หนอนกระทู้ผัก กลิ่นดอกมะลิมีฤทธิ์ท าให้หลับสนิท เมื่อตื่นขึ้นมาจะสดชื่น นักวิจัยพบว่า การหัวเราะ ๑ นาที เท่ากับการออกก าลังกาย ๑ ชั่วโมง และการหัวเราะช่วย รักษาโรคเบาหวานได้ด้วย ข่าวสุขภาพ ดีใจจังเลย อยากเล่า อยากมอบสิ่งดี ๆ ให้กับทุกคน คือว่า... หนูเรียนเก่ง ความจ าดี สมองดี สุขภาพดี เพราะทุกเช้าหนูกิน โยเกิร์ต+นมสด+น้ าผึ้ง+มะนาว คุณแม่หนูก็อารมณ์ดีมาก ๆ เอากล้วยน้ าว้าดิบมาท าอาหาร กินแทนเนื้อสัตว์ คุณพ่อหนูแข็งแรง มีสุขภาพดี เวลานอนก็ไม่กรนเสียงดัง เพราะตื่นตีห้า ออกก าลังกายทุกวัน พี่หนู น้องหนู มีความสุข สดชื่น เพราะ กินน้ ากระเจี๊ยบแดงต้มกับ พุทธาจีนแทนน้ า อร่อย ชื่น ใจดี .... ครอบครัวหนู ผิวสวย สดใส รูปร่างดีกันทุกคน เพราะกินถั่วห้าสีเป็นประจ า


สิ่งที่ร่่ารวยที่สุดของชีวิต คือ สุขภาพที่แข็งแรง บาปกรรมใหญ่หลวงที่สุดของชีวิต คือ ไม่กตัญญู ความโง่เขลาที่สุดของชีวิต คือ ติดยาเสพติด ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือ การทะนงตัว ของก่านัลที่มีค่าที่สุดของชีวิต คือ การให้อภัย ความชั่วช้าต่่าต้อยที่สุดของชีวิต คือ การข่มเหงผู้อื่น ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดของชีวิต คือ เล่นการพนัน การล้มละลายครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือ ความสิ้นหวัง ความสุขมากที่สุดของชีวิต คือ การช่วยเหลือผู้อื่น การยอมรับและนับถือได้มากที่สุดของชีวิต คือ ความก้าวหน้า สิ่งที่สูงสุดของชีวิต คนเราสร้างแต่ความดี ถึงแม้ว่าลาภผลยังไม่ได้รับ แต่สิ่งภัยวิบัตินั้นได้ หลีกห่างไกลไป คนเราท าแต่ความชั่ว ถึงแม้กรรมชั่วยังไม่ได้สนองตอบ แต่ผลบุญนั้นได้หลีกห่าง ไปไกล ที่มำ : หนังสือ “นำฬิกำชีวิต” อำจำรย์สุทธิวัสส์ ค ำภำ มีผู้มีจิตศรัทธำพิมพ์ แจกเป็นธรมมทำน ขออนุโมทนำบุญกับทุกท่ำนที่มีจิตอันเป็นกุศล


ปัจฉิมลิขิต หำกมีส่วนหนึ่งส่วนใด ภำษำ ค ำพูด ข้อควำม ในบันทึกฉบับนี้ ที่ไม่เหมำะสม ไม่ถูกต้อง ไร้สำระ พิมพ์ตกพิมพ์ผิด ท ำให้ท่ำนเสียอำรมณ์ ขุ่นเคือง โปรดจง อโหสิกรรมให้แก่ข้ำพเจ้ำด้วย เพรำะไม่มีเจตนำจะท ำให้ท่ำนต้องเสียเวลำ กับเรื่อง เหล่ำนี้ แต่หำกบันทึกฉบับนี้ ยังพอมีประโยชน์กับท่ำนบ้ำง ขออุทิศส่วนบุญกุศล นั้นให้กับ บิดำ มำรดำ ครูบำอำจำรย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่ำน ทั้งท่ำนที่ ล่วงลับไปแล้วและท่ำนที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ท่ำนอยู่ในภพภูมิใดขอให้ทุกท่ำนจงมีแต่ ควำมสุขด้วยเทอญ. ทองแดง วุฒิเศลำ


บันทึกไว้... ..ในความทรงจ า


รับพระราชทาน รางวัลครูในดวงใจ ๒๕๕๒


ล่องเรือส าราญ อันดามันพริ้นเซส กับสุพรีเดอร์ม ๒๕๓๘ ศึกษาดูงาน ศิลปะหัตถกรรมนักเรียน สนาม ๗๐๐ ปี เชียงใหม่ น านักเรียนร่วมแข่งขัน ศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ณ จังหวัดพะเยา รางวัลเหรียญเงิน ลูกทุ่งชาย เด็กพิเศษ


น านักเรียนร่วมแข่งขัน ศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ณ จังหวัดพะเยา รางวัลเหรียญทอง เพลงพระราชนิพนธ์หญิง และเพลงลูกกรุงหญิง


Click to View FlipBook Version