The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อเสนอเชิงนโยบาย ปี 65 ปัจจัยความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลฯ (เล่ม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pathumma Chaibun, 2022-10-18 04:00:31

ข้อเสนอเชิงนโยบาย ปี 65 ปัจจัยความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลฯ (เล่ม)

ข้อเสนอเชิงนโยบาย ปี 65 ปัจจัยความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลฯ (เล่ม)

สสว.1

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ด้านสังคมในระดับพื้นที่ ประจำปี 2565

ก า ร ศึ ก ษ า ปั จ จั ย ที่ ส่ ง ผ ล ต่ อ ค ว า ม สำ เ ร็ จ ใ น ก า ร จั ด ตั้ ง ศู น ย์ช่ ว ย เ ห ลื อ สั ง ค ม ตำ บ ล
กรณีศึกษา สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 ปทุมธานี
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข้อเสนอเชงิ นโยบายด้านสงั คมในระดับพ้ืนท่ี ประจำปี 2565 ก

คำนำ

ข้อเสนอเชิงนโยบายเป็นข้อเสนอทีไ่ ดจ้ ากการสังเคราะห์ พัฒนาองค์ความรู้จากวิจัยหรือ งานวิชาการ
ที่เกี่ยวข้องในบริบทพื้นที่ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจดำเนินการ พัฒนา
องค์กรและงานใหบ้ รรลุผลสัมฤทธ์ใิ นพื้นที่ท้งั ในระดบั จังหวดั และกลุ่มจังหวัด ระดับพ้นื ที่ของสำนักงานส่งเสริม
และสนบั สนุนวชิ าการ 1 ได้แก่จงั หวดั นนทบรุ ี พระนครศรอี ยธุ ยา สมทุ รปราการ ปทมุ ธานี นครนายก อ่างทอง
และสระบุรี สำหรับใช้เป็นข้อมูลในเบื้องต้นสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจ ดำเนินการในการ พัฒนาองค์กร
และงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ เกิดมาตรการทางสังคม วิธีการที่ตั้งเป็นกฎ ข้อกำหนด ระเบียบ หรือกฎหมาย
เป็นต้น หรือวิธีการที่จะปรับเข้าไปสู่ผลสำเร็จ เช่น วางมาตรการในการก่อนการนำไปสู่การปฏิบัติจริง
การนำข้อเสนอเชงิ นโยบายท่ีไดจ้ ากงานวิจัยหรืองานวิชาการไปใชป้ ระโยชน์ไดจ้ รงิ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ดำเนินโครงการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
เพื่อเป็นการต่อยอด และพัฒนาการให้บริการสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมในทุกมิติแบบ
องค์รวม ทั้งมิติด้านสุขภาพ มิติด้านการศึกษา มิติด้านรายได้ มิติด้านความเป็นอยู่ และมิติด้านการเข้าถึง
บริการภาครัฐ ผ่านกลไกการขับเคล่ือนเชิงพื้นที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมแบบองค์รวม การเสริมสร้างการมีส่วน
ร่วมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพ่ือใหก้ ารดำเนนิ การจัดตัง้ ศูนยช์ ว่ ยเหลือตำบล
ประสบความสำเร็จ สำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 จึงไดท้ ำการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ
ในการจัดต้ังศนู ย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณศี ึกษา สำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 1 เพ่ือศึกษาปัจจัย
ทที่ ำใหเ้ กดิ ความสำเร็จในการจัดต้ังศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล เพ่ือจดั ทำข้อเสนอเชิงนโยบายปัจจัยที่ทำให้เกิด
ความสำเร็จ รวมทั้งกลไกการดำเนินงานที่จะมาเสริมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดตั้งศูนย์ช่ วยเหลือ
สังคมตำบลต่อไป

ซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายในการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม
ตำบล กรณศี กึ ษา สำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1 ท่จี ัดทำในคร้งั นี้ เป็นการให้ขอ้ เสนอจากการถอด
บทเรียนประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ปฏิบัติงานขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
ในพื้นที่ความรบั ผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1 มุ่งหวังใหเ้ ปน็ งานวิชาการ เพื่อกระตุ้น
ให้เกิดการแลกเปลีย่ นรู้ประสบการณ์ปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนไทย และมีข้อเสนอ
เชิงนโยบาย/มาตรการทางสงั คมนำไปใชใ้ นการพฒั นาและ แก้ไขปัญหาสังคมไดอ้ ย่างย่ังยืนตอ่ ไป

สำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 1
กนั ยายน 2565

การศกึ ษาปจั จัยทส่ี ่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตง้ั ศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี กึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดับพ้ืนท่ี ประจำปี 2565 ข

บทสรุปผู้บรหิ าร

สำนักงานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 1 มบี ทบาทหนา้ ทีใ่ นการสนับสนุนและตดิ ตามการดำเนินงาน
ในการขับเคลอ่ื นศูนย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล ซง่ึ ได้มีการดำเนนิ การขับเคลื่อนโครงการศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
โดยเน้นการบูรณาการบริการโครงการและกจิ กรรมของทุกสว่ นราชการในสงั กัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน วัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดต่อกลุม่ เปา้ หมายและประชาชนในพื้นที่ จึงได้ทำการศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสำเร็จในการ
จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ศึกษาปัจจัยท่ีทำให้เกิดความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และเพื่อจัดทำข้อเสนอเชงิ นโยบาย
ปัจจัยท่ที ำให้เกดิ ความสำเร็จ รวมท้ังกลไกการดำเนินงานท่ีจะมาเสริมให้เกดิ ผลอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดต้ัง
ศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล ซง่ึ ได้ดำเนนิ การรวบรวมข้อมลู ท่ีเก่ียวข้องวเิ คราะหแ์ ละสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปสู่
การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสังคมในระดับพื้นที่ เพื่อจะนำไปเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงาน
ท่เี ก่ยี วขอ้ ง ดังน้ี

ข้อเสนอเชิงนโยบาย
1. การส่งเสริม สนับสนุนด้านกลไกการขับเคลื่อนและการบริหารจัดการให้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

ตำบลเป็นรปู ธรรม เพือ่ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกช่วงวัยในระดบั พ้นื ท่ี ดังนี้
1.1 การกำหนด การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการและภาพรวมประเทศของ

ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลรปู แบบแนวทางในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบลให้มีองค์ประกอบชัดเจน
สร้างกระบวนการเรียนรู้ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อให้การดำเนินงานไปในรูปแบบแนวทางเดียวกัน
หรือตามบริบทพื้นที่ เพื่อรองรับการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การจัดทำแผนงานประมาณเพื่อดำเนินงาน
เพื่อจัดกิจกรรมโครงการของศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบลในการช่วยเหลอื กลุ่มเป้าหมายในระยะสั้น ระยะกลาง
ระยะยาวอย่างตอ่ เนอ่ื ง เพอ่ื การพฒั นาคุณภาพชวี ิตทีย่ งั่ ยนื และครอบคลมุ ทุกมิติ

1.2 กำหนดคำส่ังแตง่ ตั้งบทบาทหน้าที่ความรบั ผิดชอบ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนศูนย์
ช่วยเหลือสังคมตำบลที่ชัดเจนเหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสู่การบรรลุเป้าหมายในพื้นที่
ไดอ้ ย่างทวั่ ถงึ ครอบคลุมกลมุ่ เปา้ หมาย

1.3 มีการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตามแผนระยะสั้น ระยะกลาง และ
ระยะยาว ครอบคลุมทกุ มิติ

1.4 พร้อมสร้างความเชอ่ื ม่นั ใหบ้ ุคลากร ประชาชน และพื้นทีเ่ พื่อใหเ้ กิดการยอมรับ

การศึกษาปจั จยั ทส่ี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตง้ั ศูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสังคมในระดบั พ้ืนที่ ประจำปี 2565 ค

บทสรปุ ผู้บริหาร (ต่อ)

2. การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน เพื่อการบริหารการทำงานที่เพียงพอต่อความ
ตอ้ งการของกลุ่มเปา้ หมาย

3. การพฒั นาศักยภาพบคุ ลากร เพ่ือสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบตั งิ านในทุกระดับ
4. การบรู ณาการการบริการสวสั ดิการสงั คมของทุกส่วนราชการของ พม. ใหบ้ ริการแบบจุดเดียว
แบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service และความร่วมมือในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลร่วมกับทีม
สหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เก่ียวข้องให้ครอบคลุมทุกมิติ กำหนดการบูรณาการความร่วมมือในการบริการ
สวัสดิการสังคมสำหรับทุกช่วงวัยให้เปน็ ไปตามบริบทพื้นท่ี โดยร่วมมือกับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายและประชาชน
อยา่ งยั่งยืนโดยระดบั พนื้ ท่ี
5. มีรูปแบบการจัดทำข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม ระดับตำบล และการใช้ข้อมูล TPMAP โดย
การคัดกรองครวั เรอื นเปราะบางเพื่อให้ความชว่ ยเหลือในทุกมติ ิแบบองค์รวม อย่างเป็นรูปธรรม
6. ควรมีการถอดบทเรียนในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลเพื่อบูรณการความร่วมมือ
จากทุกภาคส่วนระหว่างหน่วยงานกระทรวง พม. และหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข
ในการบูรณาการ ให้เกิดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบลที่มีความเหมาะสมกับบริบท
พ้ืนที่ และสามารถบริการครบทกุ ช่วงวยั ในทุกมติ ิแบบองค์รวม ให้มกี ารพฒั นาคุณภาพชวี ติ ท่ดี ขี ้นึ

การศกึ ษาปจั จัยที่สง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ต้ังศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดับพ้ืนที่ ประจำปี 2565 ง

สารบัญ หน้า

คำนำ ข
บทสรุปผู้บริหาร ง
สารบัญ 1
บทท่ี 1 บทนำ 3
3
1.1 ทีม่ าและความสำคัญ 3
1.2 วัตถุประสงค์ 3
1.3 กล่มุ เป้าหมาย 3
1.4 พ้นื ทด่ี ำเนินการ 4
1.5 วิธีดำเนินการ 4
1.6 ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั 4
1.7 ระยะเวลาดำเนินการ 5
1.8 ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ บั 5
บทท่ี 2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารทีเ่ กี่ยวข้อง 7
2.1 แนวคิดการบรหิ ารราชการแบบมีส่วนรว่ มของประชาชน 8
2.2 แนวคิดการบริหารแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนา
2.3 แนวคดิ ปัจจัยทม่ี ีผลตอ่ การสร้างกระบวนการการบรู ณาการ 9
10
การทำงานรว่ มกัน 11
2.4 แนวคิดการจดั การองค์กร 7s 12
2.5 แนวคิดกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) 13
2.6 แนวคดิ การนำนโยบายไปปฏิบตั ิ 16
2.7 แนวคดิ ของศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล 17
2.8 เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 17
2.9 กรอบแนวคิดการวิจัย 17
บทที่ 3 เครือ่ งมอื ท่ใี ช้ในการศึกษา 18
3.1 เคร่อื งมือท่ีใช้ในการศกึ ษา 18
3.2 การวิเคราะห์ข้อมูล
3.3 ขน้ั ตอนและเครื่องมือในการปฏิบัติงานภาคสนามและสรุปบทเรยี น
3.4 ขน้ั ตอนและเครื่องมือในการจัดทำข้อเสนอแนะและแนวทาง

การขยายผล

การศึกษาปัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตงั้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พืน้ ท่ี ประจำปี 2565 จ

บทที่ 4 สรุปบทเรียน หนา้
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
บทที่ 5 19
ภาคผนวก สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
แบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกยี่ วกบั การศึกษาปจั จัยทีส่ ่งผลต่อความสำเรจ็ ในการ 20
บรรณานกุ รม 20
คณะผู้จดั ทำ จัดตัง้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลฯ
สรุปรูปแบบของการบูรณาการของหน่วยงานในระดับพื้น ท่ี 23
ของการขบั เคลื่อนศูนย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล
โดย นายธนชัย อาจหาญ เลขานกุ ารปลัดกระทรวง 25
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สว่ นท่ี 3 ความสำเรจ็ และปัญหา/อุปสรรคในโครงการศึกษาปัจจยั ท่ี 27
สง่ ผลต่อความสำเรจ็ ในการจัดตั้งศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบลฯ 29
ส่วนที่ 4 การสนับสนุนให้เกดิ การจัดตงั้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 30
สว่ นที่ 5 สรุปรปู แบบของการบูรณาการของหนว่ ยงานในระดับพืน้ ที่ 30
ข้อเสนอเชิงนโยบาย 31
5.1 ข้อเสนอเชงิ นโยบาย 32
5.2 แนวทางการขยายผล 33
36
38

การศึกษาปจั จยั ทส่ี ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตัง้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พน้ื ที่ ประจำปี 2565 1

บทที่ 1
บทนำ
การศึกษาปจั จัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็ ในการจัดต้ังศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล
กรณีศกึ ษา สำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1 ปทมุ ธานี

1.1 ที่มาและความสำคัญ

ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เป็นเป้าหมายใหญ่ของการขับเคลื่อน
ประเทศเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ "ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
เปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง" เพอ่ื ความสขุ ของคนไทยทุกคน
การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยทุ ธศาสตร์ชาติจะมุ่งเน้นการสร้างสมดลุ ระหว่างการพัฒนาเศรษฐกจิ
สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมใน 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติที่มีความสำคัญและ
เก่ยี วข้องกบั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ไดแ้ ก่ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 "ยทุ ธศาสตร์ชาติด้าน
การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์" โดยมีเป้าหมายให้สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและ
สนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิตและมุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการ
ตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียนวัยแรงงาน และวัยผู้สูงอายุ เพ่ือสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ
มีทักษะความรู้ เป็นคนดี มีวินัยด้วยตนเองในทุกช่วงวัย และยุทธศาสตร์ที่ 4 "ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง
โอกาสและความเสมอภาคทางสังคม" มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ
กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกจิ และสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังในการพัฒนา
ประเทศในทุกระดับ รวมถึงเพิ่มความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการจัดการ
ตนเอง เพอื่ สรา้ งสังคมคุณภาพ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหนึ่งในกระทรวงหลักในการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ิตคนทุกช่วงวัย การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ทผ่ี า่ นมากระทรวง พม.ได้ดำเนินงาน
"โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน" เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่ม
เปราะบางให้ครอบคลุมในทุกมิติ แบบองคร์ วมและพฒั นาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครวั เรือนให้สามารถ
ดำรงชวี ิตได้อย่างยัง่ ยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนนิ งานของรัฐบาลที่ม่งุ ขจัดความยากจนและลดความ
เหลื่อมล้ำ พร้อมกับการพัฒนาคนในทุกช่วงวัย โดยกำหนดใช้ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนา
คนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เป็นฐานข้อมูลหลักในการดำเนิน
โครงการ ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาในการขับเคลื่อนระหว่างปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๘ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

การศกึ ษาปัจจัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตงั้ ศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดับพื้นที่ ประจำปี 2565 2

รายครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง กระทรวง พม. จึงได้ดำเนินโครงการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
เพื่อเป็นการต่อยอด และพัฒนาการให้บริการสวัสดิการสังคมอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมในทุกมิติ
แบบองค์รวมทั้งมิติด้านสขุ ภาพ มิติด้านการศึกษา มิติด้านรายได้ มิติด้านความเป็นอยู่ และมิติด้านการเข้าถึง
บริการภาครัฐ ผ่านกลไกการขับเคล่ือนเชิงพืน้ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมแบบองค์รวม การเสริมสร้างการมีส่วน
ร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคีเครือข่ายรวมถึงการเสริมพลัง ( Empowerment)
แก่กลุ่มเป้าหมาย ชุมชน และประชาชน เพื่อให้สามารถพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและเกิดการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตอย่างยั่งยืน การมีรูปแบบการทำงานเป็นทีม การเชื่อมโยงและบูรณาการทรัพยากรในการบริหารให้เกิด
ความค้มุ คา่ มุ่งผลสมั ฤทธิ์และผลประโยชนต์ ่อสว่ นรวม สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่าง
สะดวก รวดเร็ว โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมถึงการสร้างความเป็นธรรม และลดความ
เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังในการพฒั นา
คณุ ภาพชวี ติ ประชาชน รวมถึงเพิ่มความสามารถของชมุ ชนท้องถน่ิ ในการพัฒนา การพึ่งตนเอง และการจดั การ
ตนเอง เพื่อสร้างสังคมคณุ ภาพ ผ่านการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการคนทุกช่วงวัย และบูรณาการ
การบริการสวัสดิการสังคมของทุกกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Senvice) ลดความซ้ำซ้อน
และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม มีความทันสมัย และ
พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกัน
และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่ างสะดวก
รวดเร็ว และโปร่งใส ดังนั้นศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล จึงเป็นรูปแบบหรือแนวทางประการหนึ่งที่มุ่งพัฒนา
เพื่อให้สอดคล้องและตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และ
ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยไม่ทิ้งใครไว้
ขา้ งหลงั (โครงการศนู ยช์ ว่ ยเหลือสังคม, 2564)

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจในการพัฒนางานด้านวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ให้สอดคล้องกับพื้นที่และกลุ่มเปา้ หมาย ส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านวิชาการ องค์ความรู้ ข้อมูลสารสนเทศ
ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หน่วยงานบริการทุกกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ให้บริการในความรับผิดชอบของกระทรวง
พม. รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคเอกชน และประชาชนศึกษา
วิเคราะห์ สถานการณ์ และสภาพแวดล้อม เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์ทางสังคมและผลกระทบ
รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะการพัฒนาสังคมและจัดทำยทุ ธศาสตร์ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด และสนับสนุนการนิเทศงาน
ติดตามประเมินผลการดำเนินงานเชิงวิชาการตามนโยบาย และภารกิจของกระทรวงในพื้นท่ี โดยมีหน่วยงาน
ในเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก

การศกึ ษาปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พื้นที่ ประจำปี 2565 3

อ่างทอง สระบุรี และนนทบุรี ในการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล สำนักงานส่งเสริมและ
สนับสนุนวิชาการ 1 มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและติดตามการดำเนินในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือ
สังคมตำบล ปัจจุบันพื้นที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ช่วยเหลือ
สังคมตำบลโดยเน้นการบูรณาการบริการโครงการและกิจกรรมของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวง การ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมายและประชาชนในพื้นท่ี
มีการประสานความร่วมมือการทำงานในพื้นที่ ทั้งทีม พม. จังหวัด (One Home) อพม. และองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือตำบลประสบความสำเร็จ บรรลุตามเป้าหมายของ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ สำนักงานสง่ เสรมิ ละสนบั สนุนวชิ าการ 1 จงึ มีความสนใจ
ที่จะศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงานส่งเสริม
และสนับสนนุ วิชาการ 1 เพ่อื ศึกษาถึงปจั จัยท่ีทำให้เกิดความสำเรจ็ ในการจดั ตั้งศนู ยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล เพ่ือ
นำมาจดั ทำเป็นข้อเสนอนโยบายในการขบั เคลอ่ื นโครงการศนู ย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบลต่อไป

1.2 วัตถุประสงค์
1) เพือ่ ศกึ ษาปจั จยั ทีท่ ำให้เกดิ ความสำเรจ็ ในการจัดต้ังศนู ย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล
2) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ รวมทั้งกลไกการดำเนินงานที่จะมา

เสริมให้เกดิ ผลอย่างเป็นรูปธรรมในการจดั ตง้ั ศนู ย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล

1.3 กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขับเคลื่อนและการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม

ตำบล ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 ทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด
นนทบรุ ี พระนครศรีอยธุ ยา สมทุ รปราการ ปทุมธานี นครนายก อ่างทอง และสระบุรี

1.4 พนื้ ที่ดำเนินการ

ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1
ทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก อ่างทอง และ
สระบรุ ี

1.5 วิธดี ำเนินการ
ขอบเขตการศกึ ษา
1) ศกึ ษาและวเิ คราะหร์ ูปแบบการทำงานรว่ มกนั
2) ศึกษาปัจจยั ท่เี กี่ยวขอ้ ง และทำให้การขบั เคล่ือนประสบความสำเร็จ เชน่
- บทบาทของผ้นู ำในพนื้ ท่ี
- ผ้บู ริหาร (หน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ ง)
- กลไกในการบริหาร ประสานความร่วมมือของทกุ ภาคสว่ นในระดบั พนื้ ท่ี

การศกึ ษาปจั จัยท่สี ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตั้งศูนยช์ ว่ ยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายด้านสงั คมในระดบั พ้ืนท่ี ประจำปี 2565 4

ขอบเขตวิธกี ารศึกษา
1) การระบปุ ระเดน็ ปัญหาข้อเสนอเชิงนโยบาย
- ศึกษาสภาพและปญั หา
- วิเคราะห์ประเดน็ ปัญหาการพัฒนาข้อเสนอเชงิ นโยบาย
2) การพัฒนาข้อเสนอเชงิ นโยบาย
- รา่ งขอ้ เสนอเชงิ นโยบาย
- ศึกษาและรวบรวมเอกสารงานวิจยั ทบทวนวรรณกรรม บทความ นโยบาย/ข้อสง่ั

การท่ีเกี่ยวขอ้ ง เพอื่ ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย
- เก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ จากบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดตงั้

ศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบล
- รวบรวม วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์
- จัดทำสรปุ /วิเคราะห์ และนำเสนอขอ้ เสนอเชิงนโยบาย
- ประชาสัมพันธ์/เผยแพร่ ข้อเสนอเสนอเชิงนโยบาย ในรูปแบบเอกสาร

อิเลก็ ทรอนกิ ส์ สอื่ สารสาธารณะ ผ่านทางช่องทาง Social Media
1.6 ประโยชนท์ ี่ได้รับ

1) ได้ตัวอย่างรูปแบบของการบูรณาการของหน่วยงานในระดับพื้นที่ที่มีบทบาทและหน้าที่ความ
รับผิดชอบได้อย่างชัดเจน รวมทั้งมีการจัดสรรทรัพยากรของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างคุ้มค่าและ
มีประสิทธภิ าพ

2) ได้ข้อเสนอเชิงนโยบาย ข้อคิดเห็นเชิงระบบ กลไกการนำไปขยายผลในทางปฏิบัติได้อย่างเป็น
รปู ธรรม

1.7 ระยะเวลาดำเนินการ
ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 - เดือน กันยายน พ.ศ. 2565

1.8 ผลท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ
1) ทราบถงึ ปจั จัยทท่ี ำใหเ้ กดิ ความสำเร็จในการจดั ต้ังศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
2) จัดทำข้อเสนอเชงิ นโยบายปจั จัยท่ที ำใหเ้ กิดความสำเรจ็ ในการจดั ต้งั ศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล

การศกึ ษาปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตง้ั ศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พื้นที่ ประจำปี 2565 5

บทท่ี 2
แนวคดิ ทฤษฎี เอกสารที่เกีย่ วข้อง

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงาน
ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 กำหนดขอบเขตในการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาเป็น
แนวทางในการศกึ ษา ดงั น้ี

1. แนวคิดการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมของประชาชน
2. แนวคดิ การบริหารแบบบรู ณาการเพ่ือการพฒั นา
3. แนวคิดปจั จัยที่มีผลตอ่ การสร้างกระบวนการการบรู ณาการการทำงานร่วมกนั
4. แนวคิดการจดั การองค์กร 7s
5. แนวคิดกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management)
6. แนวคดิ ของศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล
7. แนวคดิ การนำนโยบายไปปฏิบัติ
8. เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเก่ียวข้อง

2.1 แนวคิดการบริหารราชการแบบมสี ว่ นร่วมของประชาชน

การบรหิ ารราชการแบบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory Governance) เปน็ หลักการในการบรหิ ารราชการ
แผ่นดินตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ซึ่งจะนำไปสู่ระบบราชการที่มีความสุจริตโปร่งใส
เปิดเผยข้อมูล เที่ยงธรรม และมีการบริหารงานที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งมุ่งประโยชน์สุขของ
ประชาชนเป็นสำคัญโดยที่หน่วยงานภาครัฐจะมีกลไกการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมที่ต่อเนื่อง
และสร้างสรรค์เป็นองค์กรที่เปิดให้ประชาชนหรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงได้ (Accessibility)
มีการติดต่อสื่อสารสองทางกับประชาชน (Dialogue) ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และนำข้อคิดเห็น
ของประชาชนมาประกอบ การตัดสินใจขององค์กร พร้อมทั้งอธิบายเหตผุ ล รวมไปถึงการจัดกระบวนการการ
รับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทันท่วงที ถูกต้อง โปร่งใส และจริงใจ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนา
ระบบราชการ, 2560)

ความหมายหรือนิยามของคำว่า "การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation)" หมายถึง
การที่กลุ่มประชาชนหรือขบวนการที่สมาชิกของชุมชนที่กระทำการออกมาในลักษณะของการทำงานร่วมกัน
ท่จี ะแสดงให้เหน็ ถึงความต้องการร่วม ความสนใจรว่ ม มคี วามต้องการที่จะบรรลถุ ึงเปา้ หมายรว่ มทางเศรษฐกิจ
และสังคมหรือการเมืองหรือการดำเนินการร่วมกันเพือ่ ให้เกิดอทิ ธิพลต่อรองอำนาจมติชนไมว่ ่าจะเป็นทางตรง
หรือทางอ้อม หรือการดำเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุง
สถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน

การศกึ ษาปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อความสำเร็จในการจดั ตัง้ ศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี กึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พ้ืนท่ี ประจำปี 2565 6

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ได้ให้ความหมาย "การมีส่วนร่วมของประชาชน" ไว้ว่า
หมายถึง กระบวนการที่ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเข้าร่วมในกระบวนการหรือ
ขั้นตอนต่างๆของการบริหาร ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลการปฏิบัติงาน การร่วมแสดงทัศนะความคิดเห็น การร่วม
เสนอปัญหาและความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น การร่วมคิดแนวทางการแก้ไขปัญหา การร่วมใน
กระบวนการตัดสินใจ การร่วมในการดำเนินการ และการร่วมติดตามประเมินผล รวมทั้งการร่วมรับ
ผลประโยชน์จากการพัฒนา การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกระบวนการสานสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและ
ประชาชน เพอ่ื สร้างความเข้าใจร่วมกัน อนั จะนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของประชาชนเพื่อประโยชน์
สขุ ของประชาชน โดยมีลกั ษณะสำคัญ คือ

1) การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง มีการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ท่ี
เกย่ี วข้อง ท้งั ฝา่ ยรัฐ องค์กรเอกชน และประชาชนทว่ั ไป มกี ารส่อื สารสองทางท้ังช่องทางท่ีเป็นทางการและไม่
เปน็ ทางการ รวมทงั้ เป็นกระบวนการทีเ่ กิดขน้ึ ตลอดการดำเนินงาน

2) เป้าหมายของการมีส่วนร่วมที่มุ่งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางเพื่อทำให้
การตัดสินใจของภาครัฐดีขึ้น เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ไม่ใช่เพียงการจัดให้มีส่วนร่วมตามกฎหมายหรือไม่มีความ
ขดั แยง้ เท่าน้นั การมสี ่วนร่วมของประชาชน เปน็ เง่ือนไขสำคัญของระบบประชาธปิ ไตยแบบมีสว่ นรว่ มท่ีช่วยให้
กระบวนการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ และการดำเนินโครงการต่างๆของภาครัฐเป็นไปด้วยความ
รอบคอบ โดยคำนึงถึงการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ภาครฐั ประชาสังคมและผู้ท่ีเกีย่ วข้อง ได้มีโอกาสเรียนรู้ทำความ
เข้าใจประเด็นนโยบายสาธารณะร่วมกัน ปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุด ทุกฝ่ายยอมรับ
มากที่สุด และมีผลกระทบเชิงลบหรือทำให้เกิดอคติน้อยที่สุด ซึ่งการทำงานร่วมกับภาคประชาชนให้ประสบ
ความสำเรจ็ ต้องเขา้ ใจ

เงือ่ นไขการมีสว่ นร่วมของประชาชนท่ีตง้ั อยบู่ นพ้ืนฐานท่ีสำคญั 3 ประการ ได้แก่
(1) การมีเสรีภาพในการเข้าร่วม คอื มีอสิ ระท่จี ะเข้ามามีส่วนรว่ มหรือไม่ก็ได้โดยการ

เข้ามามีสว่ นร่วมต้องเป็นไปดว้ ยความสมคั รใจ (การถกู บังคบั ไม่วา่ จะในรูปแบบใดไม่ถือวา่ เปน็ การมสี ่วนร่วม)
(2) การมีความเสมอภาคในการเข้ารว่ มกิจกรรม ทุกคนทเ่ี ขา้ ร่วมในกจิ กรรมใดๆต้อง

มสี ิทธเิ ท่าเทียมกบั ผูเ้ ข้าร่วมประชุมคนอ่ืนๆ
(3) ความรูค้ วามสามารถของผเู้ ข้ามามสี ว่ นร่วม คือ ตอ้ งมคี วามรู้ความสามารถเพียง

พอที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งหากกิจกรรรมที่กำหนดไว้มีความซับซ้อนเกินความสามารถของ
กลุ่มเป้าหมาย ที่เข้าร่วมกิจกรรมก็จะทำให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นไม่ได้นั่นแสดงว่าจะต้องมีการพัฒนาความรู้
ความเข้าใจและศักยภาพให้เขาเหล่านั้นก่อน เพื่อให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ (สำนักงานคณะกรรมการ
พฒั นาระบบราชการ, 2560)

การศกึ ษาปจั จยั ท่ีส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตั้งศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดับพนื้ ท่ี ประจำปี 2565 7

2.2 แนวคิดการบริหารแบบบรู ณาการเพื่อการพฒั นา

เปน็ แนวคดิ ท่ีม่งุ หวังท่จี ะนำระบบการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Management) มาใช้ในการ
บริหารงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบงาน แนวคิดการจัดการเชิงบูรณาการในความหมายเกี่ยวกับการ
บูรณาการโครงการ คือ มีเจ้าภาพหลักในการดำเนินงานมีการวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
การบูรณาการเชิงหน้าที่ คือ มีการใช้ทรัพยากร งบประมาณ และบุคลากรร่วมกันและการบูรณาการ
เชงิ ปฏิบัตกิ าร คอื มเี ป้าหมายการปฏิบัตงิ านร่วมกนั และปฏิบตั งิ านรว่ มกัน โดยมหี ลักการสำคญั ดังนี้

1. สร้างกระบวนการทำงานสำหรับการระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อ
ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ (Strategic Formulation) เพื่อนำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติในระดับจังหวัด
ในลกั ษณะทสี่ อดคล้องกบั สภาพปญั หา ขอ้ เทจ็ จริงของพืน้ ที่ ตลอดจนมกี ารสร้างระบบฐานข้อมูลเพ่ือใช้ในการ
วเิ คราะหแ์ ละติดตามผล

2. มกี ระบวนการแปลงยทุ ธศาสตร์ดังกล่าวเปน็ แผนยทุ ธศาสตร์ (Strategic Planning) ท่เี ป็น
รูปธรรมที่สามารถบูรณาการงาน/งบประมาณ ทั้งนี้ เป็นส่วนของภาครัฐและส่วนที่เกิดจากความคิดริเริ่มของ
จังหวดั เขา้ รวมกนั อย่างเป็นระบบ

3. สร้างระบบบริหารจัดการเพื่อนำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏบิ ัติ (Strategic Implementation)
โดยนำหลักบริหารสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ อาทิ การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การทำงานในลักษณะเครือข่าย
ความรว่ มมอื (Networking) และแบบหนุ้ สว่ นการทำงาน

4. สร้างระบบติดตามประเมินผลการนำแผนยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ (Strategic Monitoring
and Evaluation) ทั้งในรูปแบบของการรายงานผลของหน่วยปฏิบัติและการตรวจติดตามผลในพื้นที่เพื่อ
รบั ทราบความกา้ วหนา้ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานไดอ้ ยา่ งต่อเน่อื ง

ชายนำ ภาวมิ ล (2546) ไดก้ ลา่ วถงึ รากแก้วของแนวคดิ ในการบรหิ ารหรือการพัฒนาแบบบูรณาการว่า
ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบสำคญั 4 ประการ คือ

1. การแก้ไขปัญหาให้สำเร็จเสร็จสิ้นในพื้นที่ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ
(Area-Function-Participation : A.F.P.)

2. การบริหารแบบมุ่งเนน้ ผลสมั ฤทธ์ิ (Result Based Management : RBM)
3. การบริหารเชิงยทุ ธศาสตร์ (Strategic Management)
4. การจัดทำงบประมาณแบบมุ่งผลสำเร็จ (Performance Based Budgeting : PBB)

การศกึ ษาปัจจยั ทสี่ ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ต้งั ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล กรณศี กึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายดา้ นสังคมในระดับพืน้ ที่ ประจำปี 2565 8

2.3 แนวคิดปจั จยั ท่มี ผี ลต่อการสร้างกระบวนการการบูรณาการการทำงานร่วมกนั

การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ซึ่งมีเป้าหมายเพ่ือ
ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารกิจการสาธารณะในด้านต่าง ๆ ให้บรรลุผลจะพบว่า รูปแบบการทำงานร่วมกัน
ภายใต้การบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกันมีลักษณะรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้อาจสรุป
ไดว้ า่ รูปแบบการสร้างความรว่ มมือกันทำงานระหวา่ งตัวแสดงภาครฐั กบั ภาคส่วนอน่ื ๆ สามารถอธิบายได้จาก
ปัจจยั ท่สี ำคัญ 3 ประการคือไดแ้ ก่

ประการแรก เงอ่ื นไขก่อเกดิ ความร่วมมือ (Starting conditions) เป็นปจั จัยท่ีส่งผลต่อระดับ
ความยอมรับเชอ่ื ถอื และไวว้างใจซ่งึ กนั และกัน

ประการที่สอง การจัดโครงสรา้ งความสัมพันธ์อย่างเปน็ ทางการ (Institutional design) เป็น
ปัจจัยทมี่ ผี ลต่อการกำหนดกรอบกฎเกณฑ์การร่วมมือกนั ทำงาน

ประการที่สาม บทบาทผู้นำการสร้างความร่วมมือ (Facilitative leadership) เป็นปัจจัย
ที่ทำให้เกิดตวั กลางเช่ือมประสานความร่วมมือและเอ้ืออำนวยให้กระบวนการทำงานรว่ มกันขบั เคลือ่ นไปได้

ทั้งนี้ปจั จัยในประการต่าง ๆ ดงั กล่าวมีสว่ นสำคัญต่อการกำหนดรปู แบบ กระบวนการทำงาน
ร่วมกัน (Collaborative process) ในแต่ละกรณใี หป้ รากฏในลกั ษณะท่แี ตกตา่ งกนั

(1) เง่ือนไขก่อเกดิ ความรว่ มมอื
การบูรณาการทำงานแบบร่วมมือกันทุกกรณีต่างเกิดขึ้นจากเงื่อนไขก่อเกิดความร่วมมอื

ในลักษณะแตกต่างกันออกไป ปัจจัยเกี่ยวกับเงื่อนไขก่อเกิดความร่วมมือมีผลทั้งในแง่การส่งเสริมการสร้าง
ความร่วมมือและอาจขัดขวางบั่นทอนการสร้างความร่วมมือ ทั้งนี้ปัจจัยที่เป็นเงื่อน ไข ก่อเกิดความร่วมมือ
สามารถสรุปได้ 3 ประการคือ (1) การมีอำนาจหน้าที่ ทรัพยากร และศักยภาพที่แตกต่างกันระหว่างผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย (2) แรงจูงใจที่ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาสร้างความร่วมมือระหว่างกัน (3) ภูมิหลังของ
การมคี วามรว่ มมอื หรอื ความขัดแย้งระหวา่ งผูม้ สี ่วนเกย่ี วข้องแตล่ ะฝา่ ย

(2) การจัดโครงสร้างความสัมพันธอ์ ย่างเป็นทางการ
การจัดรูปแบบโครงสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แต่ละฝ่ายเป็นการวางกฎเกณฑก์ ติกา บรรทัดฐานการปฏิบัติสำหรับใหท้ ุกฝ่ายยึดถือร่วมกัน ภายใต้การบูรณา
การทำงานแบบร่วมมอื กันถือเป็นเงือ่ นไขสำคญั ทีท่ ำให้การรว่ มมือกนั ทำงานที่เกิดขนึ้ สิ่งสำคญั อีกประการหน่ึง
คือการกำหนดกรอบระยะเวลาในการทำงาน เพื่อเป็นเป้าหมายการทำงานในแต่ละขั้นตอนแต่อาจไม่มีการ
กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดไว้ล้วงหน้า เพราะอาจส่งผลลดทอนระดับแรงจูงใจในการทำงานร่วมกันระยะยาวได้
อย่างไรก็ดีการกำหนดตารางกรอบเวลาการปฏิบัติงาน ขั้นตอนต่าง ๆ ควรเป็นกรอบระยะเวลาที่สามารถ
ปฏิบัติไดจ้ รงิ มิใชก่ ารกำหนดตารางเวลาแตเ่ พยี ง รูปแบบแต่ไม่สามารถปฏิบัตไิ ดจ้ ริง

การศึกษาปัจจยั ท่สี ่งผลต่อความสำเร็จในการจดั ตง้ั ศูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายด้านสงั คมในระดับพ้นื ท่ี ประจำปี 2565 9

(3) บทบาทผู้นำการสร้างความร่วมมือ
ผู้ที่มีบทบาทเอื้อต่อการสร้างความร่วมมือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงผู้มีส่วน

เกี่ยวข้องฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันทำงาน ผลักดันเป้าหมายร่วมผา่ นการบูรณาการการทำงานร่วมกันการเอ้ือ
ต่อการสร้างความร่วมมือก็คือการลดทอนอุปสรรคในการทำงานร่วมกันอันเกิดจากสถานะอำนาจหน้า ที่
ท่ีแตกต่างกันของผู้ทจี่ ะเข้ามารว่ มกนั ทำงานผนู้ ำท่ีทำหน้าท่ีเอื้อตอ่ การสร้างความร่วมมือ มีบทบาทในการชี้นำ
ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของกระบวนการร่วมกันสร้างฉันทามติในการทำงาน ทั้งยังเป็น
ตัวกลางในกระบวนการเจรจา หามตขิ ้อตกลง เสนอทางออกในการทำงานร่วมกนั ในกรณีที่กระบวนการเจรจา
ต่อรองไมส่ ามารถหาฉนั ทานุมัติท่ีช่วยใหท้ กุ ฝา่ ยสามารถไดร้ ับประโยชนร์ ว่ มกันได้

2.4 แนวคดิ การจัดการองคก์ ร 7s

การบริหารงานตามแนวคิดของแมคคินซีร์ (McKinsey 7-S frame work) เอกกมล เอี่ยมศรี (2563 : Online)
การบริหารงานแบบ 7s เป็นแนวคิดที่ Waterman, Peter และPhillips ได้มีการนำเสนอขึ้นมาในปี ค.ศ. 1980
โดยมุ่งศึกษาถึงปัจจัยที่สำคัญต่อการบริหารงานภายในองค์การ 7 ประการ คือ (1) กลยุทธ์ (2) โครงสร้าง
(3) ระบบ (4) ค่านิยมร่วมกัน (5) สไตล์ (6) พนักงาน (7) ทักษะ ซ่ึงจะส่งผลทำให้เกิดประสิทธิภาพในการ
บริหารงานขององค์การทั้งระบบ เพราะสามารถนำไปสู่การประเมินผลประสิทธิภาพในการบริหารองค์การ
โดยมีรายละเอียดทีส่ ำคญั ดังนี้

1. กลยุทธ์ขององค์การ (Strategy) เป็นกระบวนการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่องค์การทุกแห่งจะต้องมี
การศึกษาและกำหนดออกมาเป็นเป้าหมาย วัตถุประสงค์ พันธกิจ ตลอดจนแผนการทำงานประจำปี หรือ
แผนงานระยะส้นั ระยะกลาง และระยะยาว ซ่ึงจะนำผลไปสปู่ ระสิทธภิ าพในการบรหิ ารงานตามแผนที่กำหนด
ไว้

2. โครงสร้างองค์การ (Structure) เป็นกระบวนการที่องค์การแต่ละแห่ง จะมีการกำหนดโครงสร้าง
มาจากบทบาทหน้าที่องค์การนั้นได้รับมอบหมายและมีการกำหนดกฎระเบียบ ข้อบังคับออกแบบหน้าที่การ
ทำงาน เพอ่ื ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารงานขององค์การตา่ ง ๆ

3. ระบบการปฏิบัติงาน (System) เป็นระบบในการบริหารงานในส่วนของการทำงานทั้งหมด เช่น
ระบบการบริหารงานทางด้านการเงิน การบริหารด้านบุคลากร เทคโนโลยี สารสนเทศ ตลอดจนปัจจัย อื่น ๆ
เพือ่ นำผลไปสู่การประเมินถงึ ผลเสยี ผลดี และนำไปปรับปรุงกลยทุ ธ์ ในคร้งั ต่อไป

4. บุคลากร (Staff) เป็นระบบการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือบุคลากรในองค์การทั้งหมด
ถอื ได้ว่ามคี วามสำคัญ เพราะการขบั เคล่อื นขององค์การ ตอ้ งอาศยั การทำงานของมนษุ ยม์ าเป็นส่วนร่วมทง้ั ส้ิน

5. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (skill) เปน็ ระบบการบรหิ ารงานเพอื่ ที่ทำใหบ้ ุคลากรเกิดการเลื่อนขั้น
เลื่อนตำแหน่ง หรือการปรับฐานเงินเดือนจากความสามารถในการทำงานของบุคลากรเอง หรือทักษะความรู้

การศึกษาปจั จัยทส่ี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ตั้งศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดับพ้นื ที่ ประจำปี 2565 10

ในสายงาน ตลอดจนความเชี่ยวชาญทางด้านต่าง ๆ เพื่อทำให้บุคลากรคนนั้นเกิดความรู้สึกในทางที่ดีและ
มกี ารนำทักษะ ความรู้ ความสามารถมาใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นองคก์ ารเพม่ิ มากย่ิงขน้ึ

6. รูปแบบการบริหารจัดการ (Style) เป็นลักษณะของภาวะผู้นำที่ผู้บริหารองค์การทุกแห่งต้องมี
โดยผนู้ ำสามารถแบง่ ออกเป็นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแบบเปน็ ทางการ แบบมสี ว่ นร่วม แบบเผด็จการ หรือ
แบบอื่น ขึ้นอยู่กับอุปนิสัย ความคิดเห็น ทัศนคติ และประสบการณ์ที่ผู้บริหารองค์การแห่งนั้นได้เจอมาซึ่งจะ
ส่งผลต่อการบรหิ ารงานด้านบุคลากร และด้านการควบคมุ การทำงานในองคก์ ารต่อไป

7. ค่านิยมร่วม (Shared values) เป็นกระบวนการที่องค์การจะต้องมีการสร้างเสริม ให้บุคลากรทุก
ระดับในองค์การ มีความรู้สึก มีความต้องการ หรือมีความคิดเห็นให้เป็นไปในทางเดียวกัน อันจะส่งผลทำให้
เกดิ การบรรลุจดุ มุ่งหมายขององคก์ รรว่ มกัน

2.5 แนวคิดกระบวนการจดั การความรู้ (Knowledge Management)

กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เกิด
พัฒนาการของความรู้ หรือการจัดการความรูท้ ีจ่ ะเกิดขึ้นภายในองคก์ ร มที ง้ั หมด 7 ข้นั ตอน คอื

1. การค้นหา/บ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) สืบค้น/ค้นหา ภายในองค์กร/
หน่วยงานว่ามีความรู้อะไร อยู่ในรูปแบบใด อยู่ที่ใครและความรู้อะไรที่องค์กรจำเป็นต้องมีเพื่อให้องค์กรวาง
ขอบเขตการจดั การความรู้และสามารถจดั สรรทรพั ยากรได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล

2. การสร้างและการแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) เปน็ ขั้นตอนใน
การดึงความรู้จากแหล่งต่างๆ ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายมารวมไว้ เพื่อจัดทำเนื้อหาให้เหมาะสมและตรงกับ
ความต้องการของผใู้ ช้

3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นขั้นตอนในการจัดทำ
สารบญั และจดั แบ่งความรู้ประเภทต่างๆ เพื่อให้รวบรวมการค้นหา การนำไปใชท้ ำไดง้ ่ายและรวดเรว็ สามารถ
เข้าถึงแหลง่ ความรู้ได้โดยงา่ ย

4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) เป็น
ขั้นตอนการปรับปรุงและประมวลผลความรู้ให้อยู่ในรูปแบบและภาษาที่เข้าใจและใช้ได้ง่าย ก ำจัดความรู้ท่ี
ไม่เกิดประโยชนต์ ามเป้าหมายวิสยั ทัศน์หรือเปน็ ขยะความรู้

5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) ในการเข้าถึงความรู้องค์กรต้องมีวิธีการในการ
จัดเก็บและกระจายความรู้เพ่ือใหผ้ ูอ้ ่นื ใชป้ ระโยชนไ์ ด้ โดยทัว่ ไปการกระจายความรู้ให้ผใู้ ช้มี 2 ลกั ษณะ คือ

(1) “Push” การป้อนความรู้เป็นการส่งข้อมูล/ความรู้ให้ผู้รับโดยผู้รับไม่ได้ร้องขอ
เชน่ การสง่ หนังสือเวียน เวียนแจง้

การศึกษาปจั จัยท่ีส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนยช์ ่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดับพื้นที่ ประจำปี 2565 11

(2) “Pull” การให้โอกาสเลือกใช้ความรู้โดยผู้รับสามารถเลือกรับหรือใช้แต่เฉพาะ
ข้อมลู /ความรู้ที่ต้องการเทา่ น้นั

6. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) การแบ่งปันความรู้ประเภทความรู้
ท่ชี ดั เจน (Explicit Knowledge) การแบง่ ปันความร้ทู อี่ ย่ใู นคน (Tacit Knowledge)

7. การเรียนรู้ (Learning) การเรียนรู้ของบุคลากรจะทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ขึ้นซึ่งจะไปเพิ่มพูน
องค์ความรู้ขององค์กรที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้นี้ก็จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความรู้ใหม่อีกเป็นวงจร
ทีไ่ ม่มีท่สี ้ินสุด ทเ่ี รยี กวา่ “วงจรการเรียนรู้”

2.6 แนวคิดการนำนโยบายไปปฏบิ ตั ิ

วรเดช จันทรศร กล่าวว่า “โครงการที่จะประสบความสำเร็จจะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์และ
ภารกิจที่ชัดเจนมีการมอบหมายงานและกำหนดมาตรฐานการทำงานให้แก่หน่วยต่าง ๆ ขององค์การ มีการ
วัดผลการปฏบิ ัติงานตลอดจนการใหค้ ณุ ให้โทษ การมีวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีชดั เจนยอ่ มทำให้ผูป้ ฏิบัตเิ ขา้ ใจว่าอะไรเป็น
เป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องการเมื่อเข้าใจอะไรเป็นความต้องการแล้วก็เป็นการง่ายที่ทำให้
ผู้บริหารกำหนดภารกิจที่เด่นชัด มีการมอบหมายงานหรือการกำหนดความรับผดชอบของแต่ละฝ่าย
ให้สัมพันธ์จะเป็นแนวทางให้การ ประสานการปฏบิ ตั ิเปน็ ไปโดยราบรื่น” (วรเดช จันทรศร และณัฐฐา วินิจนยั
ภาค, 2539 : 543)

วรเดช จนั ทรศร และลขิ ติ ธีรเวคิน (อ้างถึงใน กาญจนา พงษ์ใหม่, 2541 : 108) ที่ ศกึ ษาเก่ียวกับการ
นำนโยบายไปปฏิบตั ใิ นระบบราชการไทยพบวา่

1) หนว่ ยงานองคก์ าร กลมุ่ บุคคลท่นี ำนโยบายไปปฏิบตั ิในสว่ นภูมภิ าคและท้องถ่ิน ขาดความ
เขา้ ใจในนโยบายของสว่ นกลาง

2) หนว่ ยงานระดบั ปฏิบตั ิขาดศักยภาพในด้านบุคคลเคร่ืองมืออปุ กรณ์และงบประมาณ
3) ขาดการตดิ ตามประเมินผลการปฏิบัติอยา่ งมีระบบ
4) ขาดการประสานงานความมือระหว่างหน่วยงานของกรมระดบั จังหวัด

สุรนาท ขมะณะรงค์ (2540 : 92) ได้ให้ข้อสังเกตในการนำนโยบายไปปฏบิ ตั ิ 2 ประการ คอื
1) การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและแต่ละ

ขั้นตอนมคี วามสมั พนั ธก์ ันตลอดเวลา
2) การนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นการดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของนโยบาย

นั่นคือก่อนที่จะนำไปปฏิบัติต้องมีตัวนโยบายก่อนมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์กำหนดไว้และได้อธิบาย
ความสมั พันธร์ ะหว่างการนำนโยบายไปสูก่ ารปฏิบตั กิ ับขน้ั ตอนอ่นื ในขบวนการนโยบาย

การศกึ ษาปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสังคมในระดบั พ้ืนท่ี ประจำปี 2565 12

2.7 แนวคิดของศูนยช์ ่วยเหลือสังคมตำบล

ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล ได้นำแนวคิดการพัฒนาการให้บริการสังคมแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
(One Stop Service) และแนวคิดการใช้ชุมชนเป็นฐานในการให้บริการ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและ
ยกระดับกลไกการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับพื้นที่ให้ เป็นศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
เพื่อจัดสวัสดิการสังคมให้แก่กลุ่มเป้าหมายและประชาชนทุกช่วงวัยในทุกมิติแบบองค์รวม (กระทรวงการ
พัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์, 2564)

วัตถปุ ระสงคข์ องศูนย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล

1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและการบริการสวัสดิการสังคมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย
2. เพื่อบูรณาการการบริการสวัสดิการสังคมของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม หรือการให้บริการแบบจดุ เดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop
Service)
3. เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านทรัพยากรในการบริหารจัดการการจัดสวัสดิการสังคมของกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเข้าถึงสวัสดิการสังคม
อยา่ งทั่วถึงและเปน็ ธรรม
4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย และ
ประชาชน

กลุม่ เปา้ หมายของศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล

กลุม่ เป้าหมายทใี่ ช้บริการศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล ประกอบดว้ ย ประชาชนทกุ ชว่ งวัยในชมุ ชน ได้แก่
1. เด็กและเยาวชน
2. สตรีและครอบครวั และแม่เลีย้ งเดย่ี ว
3. คนพิการ
4. ผู้สูงอายุ
5. คนไรท้ ่ีพงึ่ และผ้ทู ำการขอทาน
6. ผูป้ ระสบปัญหาทางสงั คม
7. ครัวเรือนเปราะบาง
8. ประชาชนทั่วไป

การศกึ ษาปัจจัยที่ส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตง้ั ศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พน้ื ที่ ประจำปี 2565 13

ประโยชนข์ องศนู ย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
ประโยชน์ตอ่ ประชาชน
1. ประชาชนทกุ วยั ในชมุ ชนสามารถเข้าถึงบริการสวัสดิการสังคมอย่างทวั่ ถงึ และเปน็ ธรรม
2. ประชาชนทุกวัยในชุมชนมคี ุณภาพชีวติ ทด่ี ี
ประโยชน์ต่อครอบครัว
1. เสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว นำไปสู่ชมุ ชนและสังคมเขม้ แขง็
2. ส่งเสรมิ สมั พันธภาพทีด่ ีภายในครอบครัว
ประโยชนต์ ่อชมุ ชน
1. เกิดการระดมทรัพยากร และความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกชุมชน

โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและบริการสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน และเชื่อมโยงคน
ทกุ วยั ให้ได้รบั ประโยชน์จากการดำเนนิ งานของศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล

2. มีศนู ย์กลางในการเฝ้าระวัง ป้องกนั และแก้ไขปัญหาสังคมในทุกดา้ นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
3. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมสำหรับประชาชนในรูปแบบใหม่ ๆ และเป็นการพัฒนาตาม
ความสามารถ ความสนใจ และทักษะ รวมถึงส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนัก และให้ความสำคัญในการดูแล
ตนเอง ครอบครัว และชมุ ชน ตลอดจนเปน็ การสง่ เสรมิ ความช่วยเหลอื และพง่ึ พาอาศัยซึง่ กนั และกนั ในพืน้ ที่
ประโยชน์ต่อสงั คม
1. ทำให้ปญั หาสังคมลดน้อยลง และสังคมดีขึน้
2. ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และแก้ไขปัญหาความยากจนทำให้ประชาชนมีคณุ ภาพชวี ติ
ที่ดี (กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย,์ 2564)

2.8 เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ียวข้อง

สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ (2559) ได้ทำการศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเรียนรู้
ตลอดชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ ให้ความเห็นว่า แนวทางการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
สำหรับผู้สูงอายุต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยการมีส่วนร่วมกันของฝ่ายต่างๆ อย่างน้อย
ของ 3 ฝ่าย คือ ชมรมผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชุมชน และหน่วยงานสนับสนุน ซึ่งเป็น
ปจั จัยหลักที่ส่งเสรมิ ใหป้ ระสบความสำเร็จ

ปราโมทย์ น้อยวัน (2554) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอ
สามโคก จังหวัดปทมุ ธานี ผลการวจิ ยั พบว่า การบรหิ ารศูนย์การเรียนชุมชนแยกตามรายด้านทั้ง 4 ด้าน ได้แก่
ด้านบุคลากร ควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น มีการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ
ด้านงบประมาณ ควรได้รับการจัดสรรจากรัฐและภาคชุมชนอย่างเหมาะสม ด้านวัสดุอุปกรณ์และอาคาร

การศกึ ษาปจั จัยที่สง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดต้ังศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล กรณศี กึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พื้นที่ ประจำปี 2565 14

สถานที่ควรจดั ให้เพียงพอ ด้านการบริหารจัดการ ควรเป็นในรูปแบบคณะกรรมการทีไ่ ด้รับคัดเลือกจากชุมชน
และมีการแบ่งโครงสร้างการทำงานอยา่ งเป็นระบบ

วันดี กิมล่อง (2549) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการให้การบริการ
ประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบล : กรณีศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้าน
ระบบการให้บริการ ได้แก่หน่วยงานหรือบุคคลที่ทำให้หน้าที่ให้บริการ ปัจจัยนำเข้าหรือทรัพยากร
กระบวนการและกิจกรรม ช่องทางการให้บริการ ผลผลิตหรือตัวบริการและผลกระทบหรือคุณค่าที่มีต่อ
ผู้รับบริการ และปัจจัยด้านกระบวนการบริหารจัดการ ได้แก่ การวางแผน(Planning) การจัดองค์การ
(Oganizing) การบริหารงานบุคคล (Stafing) การอำนวยการ (Directing) การประสานงาน (Coondinating)
การรายงาน (Reporting) และ การงบประมาณ (Budgeting) มีความสัมพันธ์กับระดับประสิทธิภาพในการ
ให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งอธิบายได้ว่ายิ่งมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดีมาก
เพยี งใดก็จะทำใหป้ ระสิทธภิ าพในการให้บริการประชาชนมากเทา่ นัน้

ชญาภา อุดมสิทธิ์ (2561) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการ
ให้บริการธุรกิจออนไลน์ของธนาคารกสิกรไทย กรณีศึกษา “K ONLINESHOP SPACE” ผลการวิจัยพบว่า
ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทที่สำคัญต่อการสื่อสาร มีหลายรูปแบบ และมีการพัฒนาประสิทธิภาพของการ
สอ่ื สารผ่านส่ือออนไลน์ให้สอดคล้องกบั การพัฒนาด้านเทคโนโลยี แต่การเปดิ รับข่าวสารจากสื่อออฟไลน์ก็เป็น
สง่ิ ที่ไมส่ ามารถละเลยได้

ศิวราภรณ์ ไชยบุรี (2555) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทาป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ผลการวิจัยพบว่า
การรับรู้ขอ้ มูลข่าวสาร/การตดิ ตอ่ ประสานงานจากภายนอกและการนำข้อมูลข่าวตามที่ได้รับมาประยกุ ต์ใช้ใน
การดำเนินงาน เป็นปัจจัยสนับสนุนอีกหนึ่งปัจจัย ที่ส่งผลให้ศูนย์ฯประสบผลสำเร็จ เพราะศูนย์ฯได้รับข้อมูล
ข่าวสาร การติดต่อประสานงานการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น รวมถึงการรบั รขู้ า่ วสารดว้ ยตนเองโดยการคน้ หา รบั รู้ ผ่านชอ่ งทางสอื่ ต่างๆ เชน่ วิทยุ โทรทัศน์ สงิ่ พิมพ์
ตา่ งๆ เชน่ หนงั สือพมิ พ์ วารสาร อินเตอรเ์ นต็ หนังสือทางราชการ จากการ ได้รับรู้ขา่ วสารตา่ งๆ สามารถนำมา
ปรบั ใช้ในการปรบั ปรงุ หลักสตู ร การดำเนนิ งานของคณะกรรมการ และปรับวธิ กี ารดำเนินงาน สอื่ ต่างๆ ในการ
ถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม้ คี วามทันสมยั

ศิวราภรณ์ ไชยบุรี (2555) ได้ทำการศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้
เศรษฐกจิ พอเพียง ชมุ ชนบ้านทาป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแมท่ า จังหวัดลำพนู ผลการวิจัยพบวา่ ปจั จยั ท่ี
ส่งผลต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทาป่าเปาประกอบด้วยปัจจัยภายใน
ได้แก่ การกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบายในการคำเนินงาน การวางแผนงาน/โครงการ การกำหนดกลยุทธ์

การศึกษาปจั จัยที่สง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ต้งั ศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พื้นท่ี ประจำปี 2565 15

ความเข้มแข็ง ความรู้ความสามารถ การกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของ ประธาน คณะกรรมการ
และปราชญ์ ประจำศูนย์ฯ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการขับเคลื่อนกลไก และการทำกิจกรรมต่างๆ และ
ความพร้อม ความทันสมัย ความเพียงพอ ของวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ใช้ในการดำเนินงาน ทั้งการบริหาร
งบประมาณที่ใช้ ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบเป็นสัดส่วน รวมถึงการจัดโครงสร้างอัตรากำลังคนให้
เหมาะสมกับงานในหน้าที่ ในส่วนของปัจจัยภายนอก ซึ่งประกอบด้วย สถานที่ตั้งศูนย์ทำเลที่เหมาะสม
การคมนาคมสะดวก และมีสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งการได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือ จากหน่วยงานภายนอก
ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ในการฝึกอบรม การให้คำแนะนำ การสนับสนุนทางด้าน
วชิ าการ การประสานงาน การประชาสมั พันธ์ การรบั ร้ขู ้อมลู ข่าวสาร/การตดิ ต่อประสานงานจากภายนอกและ
การนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ช่วยในการขับเคลื่อน
ศูนย์ฯ ให้บรรลุเป้าหมายในทุกๆด้าน ไม่ว่าปัจจัยแต่ละปัจจัยจะมีความสำคัญมากหรือน้อยต่างกัน ปั จจัย
เหลา่ นก้ี เ็ ป็นตวั ชว่ ยในการขับเคล่ือนศูนยใ์ ห้ประสบผลสำเร็จมาถึงปจั จุบนั

วิชิตร์ แสงทองล้วน (2562 ) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกันของ
หนว่ ยงานรัฐ ท้ังสว่ นกลาง สว่ นภูมภิ าค และท้องถิน่ ในพนื้ ที่จังหวัด ผลการวิจัยพบวา่ การกำหนดเป็นแนวทาง
การบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดที่จำแนกได้เป็น 4 ส่วน คือ (1) ระบุ
ประเด็นการพัฒนาจังหวัด เป็นขั้นตอนของการกำหนดประเด็นที่สำคัญในการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่พิจารณาจาก
ศักยภาพเฉพาะของแต่ละจังหวัดเป็นสำคญั (2) จัดทำแผนพัฒนารายประเด็นสำคัญเป็นขั้นตอนการเชื่อมโยง
แผนงาน โครงการจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมจัดทำแผนพัฒนารายประเด็นสำคัญ (3) ขับเคลื่อน
การพัฒนาแบบมีส่วนร่วม เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดบทบาทอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ท่ี
เปน็ ทางการและทไ่ี มเ่ ปน็ ทางการระหว่างตัวแสดงของรัฐระดบั ต่าง ๆ และภาคส่วนอ่ืนท่เี กอื้ หนนุ ต่อการทำงาน
ร่วมกัน เพื่อให้ได้รูปแบบความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับการดำเนินการให้สำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมายการ
พัฒนา ในโดยใช้กลไกที่ภาครัฐพึงเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับภาคส่วนตา่ ง ๆ และการติดตามและการประเมินผล
(Monitor and Evaluate) เป็นกระบวนการการตรวจสอบและประเมินผลภายใต้อำนาจหน้าที่และเครื่องมือ
ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดที่ต้องบูรณาการร่วมกันตลอดจนการใช้หน่วยงานภายนอกจาก
ภาคเอกชนหรอื ภาคประชาชน ผา่ นกลไกตา่ ง ๆ

วิชิตร์ แสงทองล้วน (2562 ) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกันของ
หน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัด ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จใน
การบรู ณาการการทำงานทีส่ ำคัญและช่วยใหข้ บั เคล่ือนการปฏิบตั ิงานได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ได้แก่ความเข้าใจ
ของผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องการสื่อสารอย่างทั่วถึง การบริหารงบประมาณ
ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ กระบวนการการขออนุญาตใช้พื้นที่รวดเร็วการสร้างการรับรู้ ทำความ
เข้าใจและส่งเสริมการทำความตกลงในการบริหารจัดการกับส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ี
เกี่ยวขอ้ งความสอดคลอ้ งและตรงกบั ความต้องการของพนื้ ที่อย่างแท้จรงิ

การศกึ ษาปจั จัยทสี่ ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตงั้ ศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดับพ้ืนท่ี ประจำปี 2565 16

สรุปจากการทบทวนวรรณกรรมในการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลอื
สังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 ซึ่งได้นำแนวคิดเกี่ยวกับ การบริหาร
ราชการแบบมสี ว่ นร่วมของประชาชน แนวคิดการบรหิ ารแบบบูรณาการเพอ่ื การพัฒนา แนวคดิ ปจั จยั ทมี่ ผี ลต่อ
การสร้างกระบวนการการบูรณาการการทำงานร่วมกัน แนวคิดการจัดการองค์กร 7s แนวคิดกระบวนการ
จัดการความรู้ (Knowledge Management) แนวคิดของศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล แนวคิดการนำนโยบายไป
ปฏิบัติ และเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาศึกษาเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดในการศึกษา และสามารถสรุป
ออกมาเป็นกรอบแนวคดิ การวจิ ยั ได้ ดงั นี้

2.9 กรอบแนวคิดการวจิ ัย

Input Process Output Outcome

- สถานทีต่ ัง้ - สภาพปญั หา/อุปสรรค - เกิดการจดั ตง้ั ศนู ยช์ ่วยเหลือ - ศนู ยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล
- โครงสรา้ ง - กระบวนการจดั ตัง้ /เครอื่ งมอื ศูนย์ สงั คมตำบล มกี ารขับเคลอ่ื นและสามารถ
- กลไกบริหาร ช่วยเหลอื สงั คมตำบล - คุณลกั ษณะของศูนย์ชว่ ยเหลือ ยกระดบั งานอ่นื ๆ ของ
- กิจกรรม - รปู แบบการดำเนนิ การ สงั คมตำบล กระทรวง พม. เพือ่ ให้การ
- บูรณาการ - รปู แบบการประสานงาน - ปัจจยั ทท่ี ำให้เกดิ ความสำเรจ็ ทำงานเปน็ ไปตามนโยบายท่ี
- ความเชือ่ มโยงในการ - รูปแบบการประชาสัมพนั ธ์ ในการจัดต้งั ศูนยช์ ่วยเหลือสงั คม คาดหวงั
ยกระดบั ศนู ย์ - นโยบาย/ข้อส่งั การ กระทรวง พม. ตำบล - ศูนย์บริการงานด้านสังคม
ชว่ ยเหลอื สงั คม - แนวคดิ การบริหารราชการแบบมี - แผนพฒั นาคุณภาพชีวติ ราย เพอื่ คนในชุมชนทอ้ งถิน่
- จดั ทำแผน สว่ นร่วมของประชาชน ครัวเรอื น One Stop Service ใกล้ชิด
- แนวคดิ การบรู ณาการความร่วมมือ - ประเดน็ งานการพฒั นาชุมชน ตอ่ ชมุ ชนทอ้ งถิ่นครบทกุ
• ฐานขอ้ มลู TPMAP - แนวคิดการจัดการองค์กร 7s ท้องถิ่น ด้าน
- แนวคดิ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล - การบรู ณาการ
• สมุดพกครอบครวั - แนวคิดการจดั การองคค์ วามรู้ (คน แผนงานดำเนนิ การ เงิน) • ส่วนตัว
(KM)
• พ้ืนที่ - การบรหิ ารจดั การศนู ย์ชว่ ยเหลอื • สงั คม
สังคมตำบล
• เครื่องมือ - ทฤษฎีเกยี่ วกับการบูรณาการ • ครอบครวั
ทำงานร่วมกันในพื้นท่ี
• งบประมาณ - การบรู ณาการการทำงานรว่ มกัน • ชุมชน
ของหนว่ ยงานภาครัฐในพนื้ ท่ี - แผนครอบครัว
- รูปแบบและปัจจัยความสำเรจ็ ของ - แก้ไขปญั หาความยากจน
การบูรณาการการทำงานร่วมกนั - ชมุ ชนเขม้ แข็ง
- พัฒนาคุณภาพชวี ิต
- ศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล
Sand box

การศึกษาปจั จัยท่สี ่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายด้านสงั คมในระดับพ้นื ท่ี ประจำปี 2565 17

บทที่ 3
เครื่องมอื ท่ใี ช้ในการศึกษา

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงาน
ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จใน
การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ รวมทั้ง
กลไกการดำเนนิ งานทจี่ ะมาเสริมใหเ้ กิดผลอยา่ งเป็นรูปธรรมในการจดั ต้ังศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล ซึ่งในบทน้ี
จะการศึกษาในหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ดังน้ี

1. เครอื่ งมอื ในการเก็บขอ้ มูล
2. การวิเคราะหข์ อ้ มลู
3. ข้นั ตอนและเครอื่ งมือในการปฏิบตั งิ านภาคสนามและสรุปบทเรยี น
4. ข้นั ตอนและเครื่องมอื ในการจดั ทำข้อเสนอแนะและแนวทางการขยายผล

3.1 เครอื่ งมือทใี่ ชใ้ นการศึกษา
เคร่ืองมอื ในการเก็บข้อมูล
แบบสอบถามการศึกษาปัจจยั ทส่ี ง่ ผลต่อความสำเรจ็ ในการจัดต้ังศูนยช์ ว่ ยเหลือสังคมตำบล 3 สว่ น ได้แก่
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
สว่ นที่ 2 ข้อมูลเก่ียวกบั การศึกษาวิจยั ปัจจัยความสำเรจ็ ในการจัดตงั้ ศนู ย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล
ส่วนที่ 3 ความสำเร็จ และปัญหา/อุปสรรคในโครงการศึกษาวิจัยปัจจัยความสำเร็จในการ

จดั ตั้งศนู ย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล
3.2 การวเิ คราะหข์ ้อมลู

วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ในรูปค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉล่ยี
(Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเชิงสถิติอนุมาน
(Inferential Statistics) โดยใช้ (Chi-Square Test) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับ
ปัจจัยในการบริหารจัดการศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล

การศกึ ษาปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ต้ังศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล กรณศี กึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดับพ้นื ท่ี ประจำปี 2565 18

3.3 ขน้ั ตอนและเคร่ืองมือในการปฏบิ ัติงานภาคสนามและสรุปบทเรยี น

การศึกษาขอ้ มลู เบ้ืองต้นจากเอกสารมือสอง

วางแผนรว่ มในการลงพ้ืนท่แี ละเกบ็ ขอ้ มูล สรปุ บทเรียน

เก็บข้อมูล
(สัมภาษณแ์ บบเดยี่ ว/กล่มุ หรือสนทนากบั บุคคลเป้าหมาย)

สรุป วิเคราะห์ สังเคราะหข์ ้อมลู

จดั ทำรายงาน/นำขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชน์

3.4 ข้ันตอนและเครอ่ื งมอื ในการจดั ทำขอ้ เสนอแนะและแนวทางการขยายผล

วางแนวทางการสรปุ บทเรียน และข้อเสนอแนะ

ศกึ ษา วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทตุ ิยภมู ิทเ่ี กยี่ วขอ้ งและ
ขอ้ มูลจากการเกบ็ ข้อมูล

เก็บข้อมูลเพม่ิ เตมิ ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย
สรปุ บทเรยี น และแนวทางขยายผล

สงั เคราะห์ข้อมลู จดั ทำเสนอแนะและแนวทางการขยายผล

จดั ทำรายงานเสนอผูบ้ ริหาร

การศึกษาปจั จัยที่ส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดบั พน้ื ท่ี ประจำปี 2565 19

บทท่ี 4

สรปุ บทเรียน
การศกึ ษาปัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความสำเรจ็ ในการจดั ตั้งศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล

กรณศี กึ ษา สำนกั งานสง่ เสรมิ และสนบั สนุนวิชาการ 1 ปทมุ ธานี

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงาน
ส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยเป็น
การศึกษาเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviewing) และอภิปรายกลุ่ม
(Focus group discussion) ผู้ตอบแบบสอบถามและผู้ให้ข้อมูล คือกลุ่มเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ
การดำเนินการขบั เคล่ือนและการจัดตั้งศนู ยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล ในเขตพื้นท่รี ับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริม
และสนับสนุนวิชาการ 1 ทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี
นครนายก อ่างทอง และสระบรุ ี

ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู นำเสนอท้ังเชงิ ปรมิ าณและเชิงคณุ ภาพ ดงั น้ี

สว่ นที่ 1 ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ
สงั คมตำบล

1) ทตี่ ัง้ ของศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล
2) ความเชื่อมโยงของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในพื้นที่รับผิดชอบที่ยกระดับ
มาจากศูนย์บรกิ ารประชาชน
3) กระบวนการจดั ต้ังศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล
4) รปู แบบการดำเนนิ การศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล
5) รูปแบบการประสานงานศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
6) รูปแบบการประชาสมั พันธศ์ ูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล
ส่วนท่ี 3 ความสำเรจ็ และปัญหา/ข้อจำกัดในโครงการศกึ ษาปจั จยั ทส่ี ่งผลตอ่ ความสำเร็จ
ในการจดั ตง้ั ศูนยช์ ่วยเหลือสังคมตำบล
1) ปัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความสำเรจ็ หรอื ปัจจยั ทม่ี คี วามสำคัญ
2) ปญั หาข้อจำกดั ท่สี ่งผลกระทบตอ่ การดำเนนิ โครงการศนู ย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล
3) แนวทางในการแก้ไขปญั หาหรืออปุ สรรคในการจดั ตั้งศนู ยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล
ส่วนท่ี 4 การสนับสนนุ ใหเ้ กดิ การจัดต้งั ศูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล
1) องคค์ วามรู้ทไ่ี ด้จากการขบั เคล่ือนงานศนู ยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล

การศกึ ษาปจั จัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดบั พ้ืนท่ี ประจำปี 2565 20

สงั คมตำบล 2) เรื่องที่ต้องเพิ่มเติมให้กับทีม One Home ในการขับเคลื่อนงานศูนย์ช่วยเหลือ

3) ศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบลในฝนั
4) บทบาทสนบั สนุน One Home ในการขบั เคลอื่ นศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล
5) บทบาทภารกิจของคณะกรรมการศูนย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล

สว่ นที่ 5 สรปุ รูปแบบของการบูรณาการของหน่วยงานในระดับพ้นื ท่ี

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลทัว่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนทั้งหมด 35 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 25 คน คิด

เป็นร้อยละ 71.4 และเพศชายจำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 28.6 ส่วนใหญม่ ีอายุระหว่าง 31-40 ปี จำนวน
13 คน คิดเป็นร้อยละ 37.1 รองลงมาคืออายุระหว่าง 41-50 คน คิดเป็นร้อยละ 22.9 ระดับการศึกษาสูงสุด
ปริญญาตรี จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 68.6 รองลงมาระดับปริญญาโท จำนวน 9 คน คิดเป็น
ร้อยละ 25.7 ตำแหน่งงานส่วนใหญ่มาจากตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 17.1
รองลงมาคือตำแหน่งนักพัฒนาสังคม และตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ จำนวน 5 คน คิดเป็น
ร้อยละ 14.3

ส่วนท่ี 2 ขอ้ มูลเกีย่ วกับการศกึ ษาปจั จัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็ ในการจดั ต้งั ศนู ยช์ ่วยเหลือสังคมตำบลฯ

1) ท่ตี ั้งของศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล
การขบั เคล่อื นศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลโดยการประสานความรว่ มมือการทำงานใน

พื้นที่ ทั้ง พม. จังหวัด (One Home) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ/เอกชน โรงเรียน วัด
ในการดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล โดยมีการพิจารณาพื้นที่ในส่ วนองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทำการอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โรงเรียน และวัด ตามความ
ความเหมาะสม และความพร้อมของพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการให้บริการประชาชนได้อย่าง
เต็มที่

2) ความเชื่อมโยงของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในพื้นที่รับผิดชอบที่ยกระดับมาจาก
ศนู ยบ์ รกิ ารประชาชน

การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในบางพื้นที่ยกระดับมาจากศูนย์พัฒนา
ครอบครวั ในชมุ ชน (ศพค.) ศูนยบ์ รกิ ารคนพิการ ศนู ย์บรกิ ารผสู้ งู อายุ ศนู ย์ประสานงานอพม. และศูนย์ดิจิทัล
ชุมชน (DE) เพื่อให้เกิดเป็นเกิดการบริการ ณ จุดเดียวและเป็นองค์รวม (One Stop Service) และเกิดความ
ตอ่ เน่อื งในการให้บริการประชาชน

การศึกษาปัจจัยที่สง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตง้ั ศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดับพืน้ ท่ี ประจำปี 2565 21

3) กระบวนการจดั ตง้ั ศูนย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล
การเตรียมความพรอ้ มคัดเลือกพ้ืนท่ีจากต้นทุนความพร้อม ความเหมาะสมของพื้นท่ี

ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล มีการนำเสนอแผนงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น และดำเนินการชี้แจงสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานให้ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าท่ี
ของท้องถิ่นในพื้นที่ได้รับทราบ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลฯ จากนั้น
แสวงหาความรว่ มมือภาคี องคก์ ร เครือข่ายตา่ งๆ เพอ่ื เข้ารว่ มในการขบั เคลื่อน โดยมกี ารจดั ประชุม/เวทีต่างๆ
เพื่อเผยแพร่ความสำคัญ รูปแบบ การจัดตั้งศูนย์คัดเลือกคณะกรรมการฯ และเตรียมสถานที่ในการจัดตั้ง
มีการประชาสมั พันธก์ ารดำเนินงานศนู ยช์ ่วยเหลือสังคมให้สาธารณชนรู้จกั

สอดคล้องกับแนวคิด สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ (2559) ซึ่งได้ทำการศึกษาแนวทางการ
จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ ให้ความเห็นว่า แนวทางการจัดตั้งศูนย์
การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเรยี นรู้ตลอดชีวิตสำหรับผูส้ ูงอายตุ ้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ซงึ่ ประกอบด้วยการมี
ส่วนร่วมกันของฝ่ายต่างๆอย่างน้อยของ 3 ฝ่าย คือ ชมรมผู้สูงอายุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชมุ ชน
และหน่วยงานสนบั สนุน ซง่ึ เป็นปัจจัยหลกั ท่สี ่งเสรมิ ให้ประสบความสำเรจ็

และสอดคล้องกับ ปราโมทย์ น้อยวัน (2554) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง
แนวทางการจดั ต้งั ศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอสามโคก จังหวดั ปทมุ ธานี ผลการวจิ ัยพบวา่ การบรหิ ารศูนย์การ
เรียนชุมชนแยกตามรายด้านทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร ควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น
มีการพัฒนาบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ด้านงบประมาณ ควรได้รับการจัดสรรจากรัฐและภาคชุมชนอย่าง
เหมาะสม ด้านวัสดุอุปกรณ์และอาคารสถานที่ควรจัดให้เพียงพอ ด้านการบริหารจัดการ ควรเป็นในรูปแบบ
คณะกรรมการท่ไี ดร้ ับคัดเลอื กจากชมุ ชน และมีการแบ่งโครงสรา้ งการทำงานอย่างเป็นระบบ

4) รปู แบบการดำเนนิ การศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล
การสำรวจข้อมูลกลุ่มเปา้ หมายในพ้นื ที่ เพ่ือวางแผนในการช่วยเหลือด้านต่างๆ การ

กำหนดแผนการทำงาน ดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวง พม. ให้มีการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ
กลุ่มเป้าหมายตามสภาพปัญหาและความต้องการ และประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร
รวมถงึ การบรู ณาการกบั งานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีการจดั สวัสดิการใหค้ รอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
จัดให้มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกมิติ สนับสนุนให้เป็น
ศูนย์กลางการบรู ณาการความร่วมมือในการบริการสวัสดิการสังคมคนทกุ ช่วงวัยมีการประสานทรัพยากร จาก
หน่วยงานต่างๆ และมีการติดตามประเมินผล และรายงานให้ผู้บริหารกระทรวงฯ รับทราบ พร้อมทั้งถอด
บทเรยี นเพ่อื ขับเคล่อื นตอ่ ในปี 2566

การศกึ ษาปัจจัยทสี่ ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสังคมในระดบั พืน้ ที่ ประจำปี 2565 22

สอดคล้องกับ วันดี กิมล่อง (2549) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อ
ความสำเร็จในการให้การบริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบล : กรณีศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านระบบการให้บริการ ได้แก่หน่วยงานหรือบุคคลที่ทำให้หน้าที่ให้บริการ ปัจจัย
นำเข้าหรือทรัพยากร กระบวนการและกิจกรรม ช่องทางการให้บริการ ผลผลิตหรือตัวบริการและผลกระทบ
หรือคุณค่าที่มีต่อผู้รับบริการ และปัจจัยด้านกระบวนการบริหารจัดการ ได้แก่ การวางแผน (Planning) การ
จัดองค์การ (Oganizing) การบริหารงานบุคคล ( Stafing) การอำนวยการ ( Directing) การประสานงาน
(Coondinating) การรายงาน ( Reporting) และ การงบประมาณ ( Budgeting) มีความสัมพันธ์กับระดับ
ประสทิ ธภิ าพในการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารสว่ นตำบล ซึ่งอธบิ ายไดว้ า่ ย่งิ มีกระบวนการบริหาร
จดั การทดี่ ีมากเพียงใดกจ็ ะทำใหป้ ระสิทธภิ าพในการให้บริการประชาชนมากเทา่ นนั้

5) รปู แบบการประสานงานศนู ย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล
1. ประสานงานด้วยตนเองกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหรือคณะทำงานของศูนย์

ช่วยเหลือสังคมตำบลไดท้ ่ศี ูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล
2. แจ้งข้อมูลผ่านโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหรือคณะทำงานของศูนย์

ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล
3. ใชช้ อ่ งทางออนไลน์ แอพพลิเคชน่ั LINE OA ของจังหวัด ในการติดต่อส่อื สาร

โดยต้องมีการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เช่น ข้อมูลที่ประสบปัญหาฯ การคัดกรองและ
วเิ คราะห์เบ้ืองต้นตามประเด็นปญั หาตา่ งๆ และสามารถตรวจสอบขอ้ มลู การแจง้ เหตุเบาะแสไดช้ ัดเจน

6) รปู แบบการประชาสัมพนั ธ์ศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล
การประชาสัมพันธผ์ ่านเจ้าหน้าท่ีของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ

มนุษย์ที่ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มครัวเรือนเปราะบาง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การแจ้งประชาสัมพันธ์ผ่าน
ผู้นำท้องถิ่น/ผ่านเครือข่ายในพื้นท่ี , อพม., อสม.,เอกสาร/คู่มือการดำเนินงาน PowerPoint รวมถึงการ
ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เช่น Line Official ของหน่วยงาน, Facebook, TikTok,
Instagram โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้
อย่างท่ัวถึง

สอดคล้องกับ ชญาภา อุดมสิทธิ์ (2561) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการให้บริการธุรกิจออนไลน์ของธนาคารกสิกรไทย กรณีศึกษา
“K ONLINESHOP SPACE” ผลการวิจัยพบว่า ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทที่สำคัญต่อการสื่อสาร มีหลาย
รูปแบบ และมีการพัฒนาประสิทธิภาพของการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้าน
เทคโนโลยี แตก่ ารเปิดรับขา่ วสารจากสอื่ ออฟไลนก์ เ็ ปน็ ส่ิงที่ไม่สามารถละเลยได้

การศึกษาปัจจยั ท่สี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตงั้ ศูนยช์ ว่ ยเหลือสังคมตำบล กรณศี ึกษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดับพื้นที่ ประจำปี 2565 23

สอดคล้องกับ ศิวราภรณ์ ไชยบุรี (2555) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่ส่งผล
ต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทาป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา
จังหวัดลำพูน ผลการวิจัยพบวา่ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร/การติดต่อประสานงานจากภายนอกและการนำข้อมูล
ข่าวตามที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เป็นปัจจัยสนับสนุนอีกหนึ่งปัจจัย ที่ส่งผลให้ศูนย์ฯประสบ
ผลสำเร็จ เพราะศูนย์ฯได้รับข้อมูลข่าวสาร การติดต่อประสานงานการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานราชการ
ภาคเอกชน องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น รวมถงึ การรับรู้ข่าวสารด้วยตนเองโดยการค้นหา รับรู้ ผ่านช่องทางสื่อ
ต่างๆ เช่นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร อินเตอร์เน็ต หนังสือทางราชการ จากการ
ได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ สามารถนำมาปรับใช้ในการปรับปรุงหลักสูตร การดำเนินงานของคณะกรรมการ และ
ปรบั วธิ กี ารดำเนนิ งาน สือ่ ต่างๆ ในการถา่ ยทอดองคค์ วามรูใ้ ห้มคี วามทันสมยั
สรปุ รูปแบบของการบรู ณาการของหน่วยงานในระดบั พน้ื ท่ีของการขบั เคลอ่ื นศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบล

โดย นายธนชัย อาจหาญ เลขานกุ ารปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์

การศกึ ษาปจั จยั ที่ส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตัง้ ศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดับพนื้ ท่ี ประจำปี 2565 24

สรุปรูปแบบของการบรู ณาการของหน่วยงานในระดบั พ้นื ท่ีของการขบั เคลอ่ื นศนู ยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล
โดย นายธนชัย อาจหาญ เลขานุการปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย์ (ต่อ)

การศกึ ษาปัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ต้งั ศูนยช์ ่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายดา้ นสงั คมในระดับพนื้ ท่ี ประจำปี 2565 25

ส่วนที่ 3 ความสำเร็จ และปัญหา/อุปสรรคในโครงการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการ
จัดตั้งศูนยช์ ่วยเหลือสังคมตำบลฯ

1) ปจั จัยท่ีส่งผลต่อความสำเร็จ หรือปจั จัยท่มี คี วามสำคัญ
1. หน่วยงานท้องทที่ ้องถิ่นให้การสนับสนุนศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล
2. การกำหนดมาตรฐานหรือแผนการดำเนินงานศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมที่ชดั เจน
3. สง่ เสรมิ สนับสนนุ การสรา้ งความรู้ ความเข้าใจในการจัดตง้ั ศนู ย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
4. การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วน ตามบทบาทหน้าที่และ

กลไกของการขับเคลือ่ นศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบลอยา่ งครอบคลุมทุกมิติ
5. ความคลอ่ งตวั ในการทำงานของคณะทำงานศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล เชน่ เวลาใน

การปฏิบตั งิ าน/พาหนะในการเดนิ ทางลงพืน้ ที่ (การบริหารจดั การ)
6. มีงบประมาณในการทำงาน
7. มคี วามต่อเนื่องของโครงการ
8. การจดั กจิ กรรมประชาสมั พันธ์อยา่ งต่อเนื่อง
9. สรา้ งความเช่อื มน่ั ศรทั ธาจากองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ และเครอื ข่ายชมุ ชน
10. การใหค้ วามสำคญั ในการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของกลุม่ เป้าหมายอยา่ งแทจ้ รงิ

2) ปญั หา/ขอ้ จำกดั ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ การดำเนนิ โครงการศนู ยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล
1. ระดบั พื้นที่ไม่เห็นความสำคัญ และไม่เขา้ ใจการทำงานของหนว่ ยงาน One Home
2. ไม่มงี บประมาณในการขบั เคล่อื นฯ
3. ข้อมูลครวั เรอื นเปราะบางทม่ี ีอยู่ไมไ่ ด้นำข้อมูลมาใช้เพ่ือให้เกิดประโยชน์
4. อปท.มีภารกิจประจำมาก และมีบคุ ลากรทีป่ ฏบิ ตั ิหน้าทด่ี ้านสวัสดกิ ารสงั คมจำกดั
5. ภารกจิ /ระเบยี บทีเ่ ก่ียวกบั การช่วยเหลอื ด้านสวัสดิการสังคมอาจเกิดความซ้ำซ้อน
6. ภารกจิ หลกั /ความถนดั ของการทำงานในการขับเคลื่อนศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล
7. มีการสื่อสารในการประสานงานผิดพลาดของหน่วยงานท้องถิ่น ประชาชน และ

หนว่ ยงาน One Home
8. ประชาชนไมใ่ หค้ วามร่วมมอื เปน็ บางกรณี
9. ไมท่ ราบขอ้ มูลท่ีแท้จริงในการลงพน้ื ท่ีให้การชว่ ยเหลือกล่มุ เป้าหมาย
10. โรคระบาดในชมุ ชน เช่น โควดิ 19
11. สถานท่ีสำหรับการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถ

อำนวยความสะดวกใหป้ ระชาชนไดอ้ ย่างเต็มที่

การศกึ ษาปจั จยั ท่ีส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดต้ังศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดับพ้นื ที่ ประจำปี 2565 26

3) แนวทางในการแกไ้ ขปญั หาหรืออุปสรรคในการจัดต้งั ศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล
1. การมีงบประมาณในการดำเนนิ งานตง้ั งบประมาณท่เี พยี งพอสำหรับการจดั บุคลากร

ประจำศูนยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล งบดำเนนิ งาน งบวสั ดุครุภัณฑ์
2. การมบี คุ ลากรทมี่ ีความรู้ ความสามารถ และมจี ำนวนเพียงพอต่อการทำงาน
3. การมแี นวทางการทำงานที่ชดั เจนเม่ือมีการตงั้ ศูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล
4. การชี้แจงทำความเข้าใจในระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือ

สังคมตำบล ของทมี One Home ชมุ ชน/ทอ้ งถิ่น/อปท.
5. การสง่ เสรมิ องค์ความรู้ในภารกจิ /กิจกรรมศนู ยช์ ว่ ยเหลือสังคมตำบลอย่างต่อเนื่อง
6. การมคี วามชัดเจนในการทำงาน/ภารกิจ หน้าทขี่ องหน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง
7. การรว่ มมือของหน่วยงานรบั ผดิ ชอบ และคณะทำงานศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล
8. การมีคำสั่งแต่งตั้ง/บทบาท/ภารกิจท่ีชัดเจน และการจัดประชุมร่วมกันของ

คณะทำงานขบั เคลอื่ นศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมเพ่ือให้สบู่ รรลเุ ปา้ หมายในพ้ืนที่ได้อย่างทวั่ ถงึ
9. การมศี ูนยร์ บั รองขอ้ มูลกลมุ่ เปราะบาง

สอดคล้องกับ ศิวราภรณ์ ไชยบุรี (2555) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่ส่งผล
ต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทาป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา
จังหวดั ลำพนู ผลการวิจยั พบว่า ปจั จัยท่ีส่งผลตอ่ ความสำเร็จของศนู ย์การเรียนรู้เศรษฐกจิ พอเพียง ชุมชนบ้าน
ทาป่าเปาประกอบด้วยปจั จยั ภายใน ได้แก่ การกำหนดวิสัยทศั น์ นโยบายในการคำเนินงาน การวางแผนงาน/
โครงการ การกำหนดกลยุทธ์ ความเข้มแข็ง ความรู้ความสามารถ การกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ
ของ ประธาน คณะกรรมการ และปราชญ์ ประจำศูนย์ฯ การมีส่วนร่วมของชมุ ชนในการขับเคลื่อนกลไก และ
การทำกิจกรรมต่าง ๆ และความพร้อม ความทันสมัย ความเพียงพอ ของวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ใช้ในการ
ดำเนินงาน ทั้งการบริหารงบประมาณที่ใช้ ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบเป็นสัดส่วน รวมถึงการ
จดั โครงสรา้ งอตั รากำลังคนใหเ้ หมาะสมกบั งานในหน้าที่ ในสว่ นของปัจจัยภายนอก ซึ่งประกอบด้วย สถานทต่ี ัง้
ศูนย์ทำเลที่เหมาะสม การคมนาคมสะดวก และมีสภาพแวดล้อมที่ดี ทั้งการได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจาก
หน่วยงานภายนอกไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ในการฝึกอบรม การให้คำแนะนำ
การสนับสนุนทางด้านวิชาการ การประสานงาน การประชาสัมพันธ์ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร/การติดต่อ
ประสานงานจากภายนอกและการนำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ก็ล้วนแล้วแต่เปน็
ปจั จัยทช่ี ่วยในการขับเคลอ่ื นศูนยฯ์ ให้บรรลุเปา้ หมายในทกุ ๆด้าน ไมว่ ่าปจั จัยแต่ละปัจจัยจะมีความสำคัญมาก
หรอื นอ้ ยตา่ งกัน ปจั จยั เหล่าน้ีก็เปน็ ตวั ช่วยในการขบั เคล่อื นศนู ย์ให้ประสบผลสำเร็จมาถงึ ปจั จุบนั

สอดคล้องกับ วิชิตร์ แสงทองล้วน (2562 ) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทาง
การบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัด
ผลการวจิ ัยพบว่า ปจั จยั สู่ความสำเรจ็ ในการบรู ณาการการทำงานที่สำคัญและชว่ ยให้ขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน

การศกึ ษาปัจจยั ทีส่ ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดต้งั ศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายดา้ นสังคมในระดับพน้ื ที่ ประจำปี 2565 27

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ความเข้าใจของผู้บริหาร หัวหน้าส่วนงาน และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องการ
สือ่ สารอย่างท่ัวถึง การบรหิ ารงบประมาณที่เหมาะสมกับการปฏบิ ัติงานในพนื้ ที่ กระบวนการการขออนุญาตใช้
พื้นที่รวดเร็วการสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจและส่งเสริมการทำความตกลงในการบริหารจัดการกับส่วน
ราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องความสอดคล้องและตรงกับความต้องการของพื้นที่อย่าง
แทจ้ ริง

สว่ นท่ี 4 การสนบั สนนุ ให้เกดิ การจัดตัง้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล

1) องค์ความรทู้ ไ่ี ด้จากการขบั เคล่อื นงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
1. รับรู้/แลกเปลี่ยนระหว่างเครอื ข่าย
2. รับทราบปญั หาเชิงลกึ (ข้อเทจ็ จริง)
3. แบ่งบทบาทหนา้ ท่กี ารทำงานภาครี ่วม
4. ประเมินศักยภาพพ้ืนท่ี อพม.
5. แนวทางการบรู ณาการการทำงานร่วมกนั
6. จดั ระบบขอ้ มูลร่วม รจู้ กั เครอื ข่าย งานพม.(ประชาสมั พันธ์)
7. เรียนรงู้ านอ่ืน “รทู้ กุ เรือ่ ง เช่ือมโยงไดท้ กุ งาน”
8. การพัฒนา/การสร้างการมีสว่ นร่วม

2) เรือ่ งทต่ี อ้ งเพ่ิมเติมใหก้ ับทีม One Home ในการขับเคลือ่ นงานศนู ย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
1. สร้างความเขา้ ใจกบั ทีม One Home จดั ทำแผนลงพื้นท่พี ัฒนา
2. สนบั สนนุ เคร่อื งมือ/ขอ้ มูล/องค์ความรู้ IT คูม่ อื พื้นท่ี กึง่ เมอื ง/ก่งึ ชนบท
3. สรา้ งความร่วมมอื กบั ทีมบ้านเดยี วกัน
4. บูรณาการแบบชว่ ยเหลือแตล่ ะหนว่ ย One Home
5. ประสานความร่วมมอื ทกุ ภาคสว่ นทกุ มิต/ิ การสง่ ต่อ
6. ทบทวน ถอดบทเรยี นเปน็ ระยะ

3) ศูนย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบลในฝนั
1. เป็น One Stop Service การรับเรือ่ งร้องทุกข์
2. เปน็ ศูนย์บรกิ ารสวัสดกิ ารสังคมทุกช่วงวยั ของชุมชนทอ้ งถิ่น เช่น
- บริการความช่วยเหลือ
- บูรณาการความร่วมมอื ด้านสังคม
- พัฒนาคุณภาพชีวิตครวั เรือน
- แผนพฒั นาชุมชนท้องถิ่นด้านสังคม
- ศูนย์เฝ้าระวังภัยทางสังคม/กลุ่มเปราะบาง
- เทคโนโลยีท่ีเกีย่ วข้อง

การศกึ ษาปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตัง้ ศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พื้นที่ ประจำปี 2565 28

4) บทบาทสนับสนุน One Home ในการขบั เคล่ือนงานศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล
1. สนับสนนุ การจดั ตัง้ คณะกรรมการศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล
2. สนับสนนุ การพฒั นาศักยภาพคณะกรรมการศนู ย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล
- สวัสดิการดา้ นความรู้/คู่มือ/เคร่ืองมือ/IT Zoom/ Line/ e-Libery/Line OA
- ขอ้ มูล TPMAP กลมุ่ เปราะบาง
- สมดุ พกครอบครัว
- Case Management
3. ประสานความรว่ มมอื ความชว่ ยเหลอื /คำปรึกษา
4. สนับสนนุ การจัดทำแผน/พัฒนาศนู ย์/กลไก/การรายงาน/การตดิ ตาม
5. สนับสนุนการสร้างรายได/้ กองทุน แหลง่ ทนุ (CSR)
6. สนับสนุนการจัดสรุปบทเรียน/ถอดบทเรียน สร้างมาตรฐานศูนย์ช่วยเหลือสังคม

ตำบลให้เกดิ การยอมรับ

5) บทบาทภารกจิ ของคณะกรรมการศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
1.จดั ประชุมสรา้ งความเข้าใจใหก้ ับคณะกรรมการที่มีรายช่ือตามคำสั่งคณะกรรมการฯ
- เรอ่ื งบทบาทภารกจิ
- ข้อมลู กลุม่ เปราะบาง TPMAP
- การจดั เตรยี มสถานท่ี และความพรอ้ มของสถานที่
- การจัดกิจกรรม รับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ คัดกรอง/ช่วยเหลือ พัฒนาจัดระบบ

ขอ้ มลู ทเี่ ก่ยี วข้อง
2. พฒั นาศกั ยภาพ/เตรยี มความพรอ้ มในการทำงาน
- ความรงู้ านดา้ นสวสั ดกิ าร
- เครอื่ งมือที่เกย่ี วข้องกับการทำงาน
3. ประชาสัมพนั ธ์ “ศนู ย์ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล”
4. วางแผนคัดกรองกลุ่มเปราะบาง
- ช่วยเหลือ/จดั ระบบขอ้ มูล/จัดทำสมดุ พกครอบครัว
- วเิ คราะห์จดั ทำแผนพัฒนาคณุ ภาพชีวติ กลมุ่ เปราะบาง
5. ประสานความรว่ มมือบรู ณาการความช่วยเหลอื
6. จดั ทำรายงานส่วนงานทเ่ี ก่ียวข้องทุกระดับ
7. สรปุ บทเรยี นการขบั เคลอ่ื นงานศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล
8. จัดทำแผนในการขับเคลื่อนงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล 3-5 ปี
9. นำเสนอแผนการขับเคลื่อนงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในทุกระดับ (หมู่บ้าน

ตำบล อำเภอ จังหวัด)

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจดั ตั้งศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล กรณีศกึ ษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พนื้ ท่ี ประจำปี 2565 29

สว่ นท่ี 5 สรุปรปู แบบของการบูรณาการของหน่วยงานในระดับพนื้ ที่

1. เน้นการเก็บข้อมูล สมุดพกครอบครัวต้องรอบด้านถึงจะสมบูรณ์จากต้นทาง-นำสู่การ
วิเคราะห์ การเกบ็ ปัญหาจากแบบสอบถาม

2. รูปแบบการนำเสนอครอบครัวนำสู่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลทำอย่างไรให้เห็นถึงความ
ละเอียดในการรับข้อมูลผปู้ ระสบปญั หาทางสงั คม

- การนำ พรบ. ทเ่ี ก่ียวข้องมาใช้ในการนำเสนอขอ้ มลู และการวางแผนการชว่ ยเหลอื
- การนำเสนอรายละเอียดจากการเก็บข้อมูลใช้เวลาประมาณ 5 นาที (ทุกเร่ือง)
(ใคร รปู แบบไหน อย่างไร วเิ คราะห)์
3. การวิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่แบบสหวิชาชีพ ครอบครัว ชุมชน เน้นการบูรณาการ
หน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
4. การบรู ณาการความชว่ ยเหลอื แตล่ ะมติ ิ เพอ่ื วางแผนการช่วยเหลือได้อย่างคลอบคลุม
5. การรว่ มกนั จัดระบบข้อมลู Mapping ให้เปน็ ระบบ (วางพิกดั ใครอยทู่ ี่ไหน อยา่ งไร)
- การจดั ระบบเฝ้าระวังขอ้ มลู (ใครอยู่ในระบบ ใครได้รับการช่วยเหลือแล้ว วธิ ดี ำเนนิ การ)
6. การวางแนวทางไม่ให้เกิดความทับซ้อนของหน่วยงานที่จะให้การช่วยเหลือในแต่ละราย
ของกลุม่ เปราะบาง
7. บทบาทของทีม One Home คือการพัฒนาศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลให้เข็มแข็ง และ
สรา้ งกระบวนการเรียนรูศ้ ูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล

สอดคล้องกับ นายวิชิตร์ แสงทองล้วน (2562 ) ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง แนวทางการ
บูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัด
ผลการวิจัยพบว่า การกำหนดเป็นแนวทางการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในพื้นท่ี
จังหวัดที่จำแนกได้เป็น 3 ส่วน คือ (1) ระบุประเด็นการพัฒนาจังหวัด เป็นขั้นตอนของการกำหนดประเด็นท่ี
สำคัญในการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่พิจารณาจากศักยภาพเฉพาะของแต่ละจังหวัดเป็นสำคัญ (2) จัดทำแผนพัฒนา
รายประเด็นสำคัญเป็นขั้นตอนการเชื่อมโยงแผนงาน โครงการจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมจัดทำ
แผนพัฒนารายประเด็นสำคัญ (3) ขับเคลื่อนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม เป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการ
จัดบทบาทอำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์ที่เป็นทางการและที่ไม่เป็นทางการระหว่างตัวแสดงของรัฐระดับ
ต่าง ๆ และภาคส่วนอื่นที่เกื้อหนุนต่อการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้รูปแบบความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับการ
ดำเนินการใหส้ ำเร็จและเปน็ ไปตามเปา้ หมายการพฒั นา ในโดยใช้กลไกที่ภาครฐั พงึ เลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับภาค
ส่วนต่าง ๆ และการติดตามและการประเมินผล (Monitor and Evaluate) เป็นกระบวนการการตรวจสอบ
และประเมินผลภายใต้อำนาจหน้าที่และเครื่องมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดที่ต้องบูรณาการ
ร่วมกนั ตลอดจนการใช้หนว่ ยงานภายนอกจากภาคเอกชนหรือภาคประชาชน ผ่านกลไกตา่ ง ๆ

การศกึ ษาปัจจัยท่ีสง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตง้ั ศูนย์ชว่ ยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี กึ ษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสงั คมในระดบั พน้ื ที่ ประจำปี 2565 30

บทที่ 5
ข้อเสนอเชงิ นโยบาย

การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล กรณีศึกษา สำนักงาน
ส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 1 สามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับปัจจัยทีท่ ำให้เกิดความสำเรจ็
รวมทั้งกลไกการดำเนินงานที่จะมาเสริมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการจั ดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล
ได้ดงั นี้

5.1 ข้อเสนอเชิงนโยบาย

1. การส่งเสริม สนับสนุนด้านกลไกการขบั เคล่อื นและการบรหิ ารจดั การให้ศูนยช์ ว่ ยเหลือสงั คมตำบล
เปน็ รูปธรรม เพ่อื เป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนทุกช่วงวัยในระดบั พ้ืนท่ี ดงั น้ี

1.1 การกำหนด การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการและภาพรวมประเทศเทศของ
ศนู ยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบลรปู แบบแนวทางในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลให้มีองค์ประกอบชัดเจน
สร้างกระบวนการเรียนรู้ศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล เพื่อให้การดำเนินงานไปในรูปแบบแนวทางเดียวกันหรือ
ตามบริบทพื้นที่ เพื่อรองรับการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การจัดทำแผนงานประมาณเพื่อดำเนินงานเพ่ือ
จัดกิจกรรมโครงการของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลในการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในระยะสั้น ระยะกลาง
ระยะยาวอยา่ งต่อเนื่อง เพื่อการพฒั นาคุณภาพชวี ิตที่ยัง่ ยนื และครอบคลุมทุกมิติ

1.2 กำหนดคำส่ังแต่งตั้งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการขับเคลื่อนศูนย์
ช่วยเหลือสังคมตำบลที่ชัดเจนเหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสู่การบรรลุเป้าหมายในพื้นที่ได้
อยา่ งทั่วถงึ ครอบคลมุ กลุ่มเป้าหมาย

1.3 มีการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตามแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ครอบคลุมทุกมติ ิ

1.4 พร้อมสรา้ งความเช่อื ม่ันใหบ้ คุ ลากร ประชาชน และพื้นท่ีเพ่ือใหเ้ กิดการยอมรบั

2. การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน เพื่อการบริหารการทำงานที่เพียงพอต่อความต้องการ
ของกล่มุ เป้าหมาย

3. การพัฒนาศักยภาพบคุ ลากร เพ่ือสรา้ งขวญั และกำลังใจให้กบั ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานในทุกระดับ

4. การบูรณาการการบริการสวัสดิการสังคมของทุกสว่ นราชการของ พม. ให้บริการแบบจุดเดียวแบบ
เบ็ดเสร็จ One Stop Service และความร่วมมือในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลร่วมกับทีม
สหวิชาชีพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมทุกมิติ กำหนดการบูรณาการความร่วมมือในการบริการ
สวัสดิการสังคมสำหรับทุกช่วงวัยให้เป็นไปตามบริบทพื้นที่ โดยร่วมมือกับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การศกึ ษาปัจจยั ท่ีส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ต้งั ศูนยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบล กรณีศกึ ษาสำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสังคมในระดบั พนื้ ท่ี ประจำปี 2565 31

ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายและประชาชน
อย่างยง่ั ยนื โดยระดบั พน้ื ท่ี

5. มีรูปแบบการจัดทำข้อมูลสถานการณ์ทางสังคม ระดับตำบล และการใช้ข้อมูล TPMAP โดยการ
คดั กรองครัวเรอื นเปราะบางเพื่อให้ความชว่ ยเหลอื ในทุกมติ แิ บบองค์รวม อยา่ งเปน็ รปู ธรรม

6. ควรมีการถอดบทเรียนในการขับเคลื่อนศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลเพื่อบูรณการความร่วมมือจาก
ทุกภาคส่วนระหว่างหน่วยงานกระทรวง พม. และหน่วยงานท้องท่ีท้องถิ่น เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข
ในการบูรณาการ ให้เกิดประสิทธิภาพในการขับเคลือ่ นศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลที่มีความเหมาะสมกับบริบท
พน้ื ท่ี และสามารถบรกิ ารครบทกุ ชว่ งวยั ในทกุ มิติแบบองค์รวม ใหม้ กี ารพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีขน้ึ

5.2 แนวทางการขยายผล
กำหนดให้มีการยกระดับนำความรู้ที่มีไปขยายผลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ประโยชน์

ในการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ ในการกำหนดนโยบาย/มาตรการ/แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ให้สอดคล้องกับ
บริบทของพื้นที่ เพื่อตอบสนองปัญหา ความต้องการนำไปสู่การทำงานแบบบูรณาการความร่วมมือในการ
บริการสวัสดิการสังคมสำหรับคนทุกช่วงวยั โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ภาครัฐ ภาคประชาสังคม
ภาคเอกชน และ ภาคีเครือข่าย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายและประชาชนอย่างยั่งยืนในระดับ
พ้ืนท่ี มงุ่ สพู่ ฒั นาทย่ี ั่งยนื ของกลุ่มเป้าหมายต่อไป ดงั น้ี

• กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย์
- กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร
- กรมกิจการเดก็ และเยาวชน
- กรมกจิ การผูส้ ูงอายุ
- กรมกจิ การสตรีและสถาบันครอบครวั
- กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
- การเคหะแห่งชาติ
- สถาบนั พฒั นาองคก์ รชุมชน (องค์การมหาชน)

• กระทรวงมหาดไทย
- สำนกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย
- กรมการปกครอง
- กรมการพฒั นาชมุ ชน
- องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่

รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่ร่วมทำ MOU 12 กระทรวง และ กทม. เพื่อบูรณาการพัฒนา
คุณภาพชีวติ กลมุ่ เปราะบางรายครัวเรือน

การศึกษาปัจจัยท่สี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ต้ังศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนับสนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดบั พื้นท่ี ประจำปี 2565 32

ภาคผนวก

การศึกษาปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตงั้ ศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พน้ื ท่ี ประจำปี 2565 33

แบบสอบถาม
การศึกษาปจั จยั ที่ส่งผลต่อความสำเรจ็ ในการจดั ตัง้ ศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล

กรณีศกึ ษา สำนักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 1 ปทมุ ธานี

คำช้แี จง :
แบบสอบถามการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล

กรณีศึกษาสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ
ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล และเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ
รวมท้ังกลไกการดำเนินงานทีจ่ ะมาเสริมใหเ้ กดิ ผลอย่างเปน็ รปู ธรรมในการจัดตง้ั ศนู ยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล

แบบสอบถามแบ่งเป็น 3 สว่ น ประกอบด้วย
สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ส่วนที่ 2 ขอ้ มูลเกยี่ วกบั การศกึ ษาวจิ ัยปัจจัยความสำเรจ็ ในการจัดต้ังศูนย์ชว่ ยเหลือสังคมตำบล
ส่วนที่ 3 ความสำเร็จ และปัญหา/อุปสรรคในโครงการศึกษาวิจัยปัจจัยความสำเร็จในการจัดต้ัง

ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล

กรุณาทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่าง  ท่ีท่านเห็นตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด และขอความ
อนุเคราะห์ตอบแบบสอบถามตามความเปน็ จริง เพื่อเปน็ ประโยชน์ต่อการศึกษาครงั้ น้ี

ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

คำชี้แจง : โปรดทำเครอื่ งหมาย ✓ ในช่องทต่ี รงกบั ตวั ท่าน
1. เพศ

☐ 1. ชาย ☐ 2. หญงิ
2. อายุ .............................. ปี
3. ระดบั การศึกษา

☐ 1. มธั ยมศึกษาตอนปลาย /ปวช. ☐ 2. อนปุ ริญญา/ปวส.

☐ 3. ปริญญาตรี ☐ 4. สูงกวา่ ปริญญาตรี

☐ 5. อนื่ ๆ โปรดระบุ .......................................................................
4. ตำแหนง่ ...................................................................
5. ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิงาน .............................. ปี .............................. เดอื น
6. หนว่ ยงาน ......................................................................................................

การศกึ ษาปจั จยั ทส่ี ่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตัง้ ศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1

ขอ้ เสนอเชิงนโยบายด้านสงั คมในระดบั พ้ืนที่ ประจำปี 2565 34

สว่ นท่ี 2 ข้อมลู เกี่ยวกับการศึกษาปัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ตั้งศนู ยช์ ว่ ยเหลือสังคมตำบลฯ

1) ที่ตง้ั ของศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบลตั้งอยู่ในหนว่ ยงานใด

 องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่

 สถานศกึ ษา

 วดั

 ทีท่ ำการชมุ ชน

 ศนู ยป์ ระสานงาน อพม.  อ่ืน ๆ ระบุ .............................................

2) ความเชอื่ มโยงของศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบลในพ้นื ที่รับผดิ ชอบยกระดับมาจากศนู ยบ์ รกิ ารประชาชน

ประเภทใด

 ศพค.

 ศนู ย์บรกิ ารคนพกิ าร

 ศูนย์บริการผู้สงู อายุ

 ศนู ยป์ ระสานงาน อพม.

 ศูนยด์ จิ ิทลั ชมุ ชน (DE)

 อน่ื ๆ ระบุ ....................................................  ไม่ได้ยกระดบั

3) กระบวนการจดั ตัง้ ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบลมีกระบวนการอย่างไร ( เชน่ ขั้นตอนการจดั ต้ัง , กลไกการ

บริหารศูนยช์ ่วยเหลือสงั คมตำบล)

............................................................................................................................. .................................................

......................................................................................................................................................................... .....

............................................................................................................................. .................................................

4) รปู แบบการดำเนนิ การศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบลเป็นอย่างไร ( เช่น การจัดกจิ กรรมและบริการภายในศนู ย์

ชว่ ยเหลอื สังคมตำบล)

.......................................................................................... ....................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

............................................................................................................................. .................................................

5) รูปแบบการประสานงานศูนย์ชว่ ยเหลือสงั คมตำบลเปน็ อยา่ งไร

............................................................................................................................. .................................................

.................................................................................. ............................................................................................

............................................................................................................................. .................................................

การศกึ ษาปจั จัยท่สี ่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตงั้ ศูนยช์ ่วยเหลอื สงั คมตำบล กรณีศึกษาสำนกั งานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชิงนโยบายดา้ นสังคมในระดบั พ้นื ที่ ประจำปี 2565 35

6) รปู แบบการประชาสมั พันธ์ศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบลเป็นอยา่ งไร
................................................................................................................................................. .............................
...................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. .................................................

สว่ นที่ 3 ความสำเรจ็ และปัญหา/อุปสรรคในโครงการศกึ ษาปจั จัยท่ีส่งผลต่อความสำเรจ็ ในการจดั ตงั้
ศนู ยช์ ่วยเหลอื สังคมตำบลฯ

1) ปจั จยั ท่ีสง่ ผลต่อความสำเร็จมีอะไรบา้ ง และปัจจยั อะไรที่ท่านคิดวา่ สำคัญทสี่ ดุ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
...................................................................................... ........................................................................................
2) พ้ืนที่ท่ีท่านดำเนนิ การมปี ัญหาหรอื อปุ สรรคทส่ี ่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการศูนย์ช่วยเหลอื สงั คมตำบล
อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3) แนวทางในการแกไ้ ขปญั หาหรืออุปสรรคในการจดั ตั้งศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบลมีอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
4) ข้อเสนอแนะของการดำเนนิ โครงการศนู ยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ขอขอบคุณ
สำนกั งานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1 ปทมุ ธานี

การศึกษาปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจดั ต้งั ศูนย์ช่วยเหลอื สังคมตำบล กรณศี ึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 1

ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายด้านสงั คมในระดับพน้ื ที่ ประจำปี 2565 36

บรรณานุกรม

กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์. (2564). คู่มือการดำเนินงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมตำบล.
กรุงเทพมหานคร.

กองพัฒนาคุณภาพ. (2552). การศึกษาวิจัยเรื่องการจัดการความรู้ของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหิดล.
นครปฐม:มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบคน้ จาก https://op.mahidol.ac.th/qd/km/document/re16_
07_2553.pdf.

ชญาภา อุดมสิทธิ์ และ Chayapa Udomsith. (2561). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการ
ให้บริการธุรกิจออนไลนข์ องธนาคารกสิกรไทย: กรณีศึกษา “K Onlineshop Space”. มหาวิทยาลยั
ธ รรมศาสตร์. สืบค้นจาก https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:
165527.

ประพันธ์ มุสิกพันธ์. (2556). การศึกษาการบูรณาการงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนาในการแก้ไข
ปญั หาจงั หวัดชายแดนภาคใต้. เอกสารวิจัย, วทิ ยาลยั ปอ้ งกันราชอาณาจักร. สบื ค้น 7 มีนาคม 2565.
จาก http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/ndc_2560-2561/PDF/8517e/5.%E0%B8
%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%202.pdf.

ปราโมทย์ น้อยวัน. (2554) แนวทางการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี .
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช/นนทบุรี. สืบค้นจาก DOI : https://doi.nrct.go.th/ListDoi/
listDetail?Resolve_DOI=.

มั่น คงดี. (2554).ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการนำนโยบายการส่งเสริมปลูกยางพาราไปปฏิบัติจังหวัด
ชัยภูมิ. สถานบณั ฑิตศึกษา. มหาวิทยาลยั ราชภฏั ชัยภูมิ. สบื คน้ จาก https://tdc.thailis.or.th/tdc//
browse.php?option=show&browse_type=title&titleid=26440&query=%C2%D2%A7.

วิชิตร์ แสงทองล้วน. (2560). แนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ทั้งส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัด.เอกสารวิจัย, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.สืบค้น
7 มีนาคม 2565. จาก http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/ndc_2560-2561/PDF/
8516p /%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1.pdf.

วันดี กิมล่อง. (2549). ปัจจัยที่ส่งผลสำเร็จในการให้การบริการประชาชนขององค์การบริหารส่วน.
ตำบล: กรณีศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช, กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมธิราช. สืบค้นจาก https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_
type=title&titleid=238832.

การศึกษาปจั จัยทสี่ ง่ ผลตอ่ ความสำเร็จในการจดั ตัง้ ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สังคมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดับพ้นื ที่ ประจำปี 2565 37

บรรณานุกรม (ตอ่ )

วรเดช จันทรศร. (2542). การนำนโยบายไปปฏิบัติ. หนังสือในโครงการตำราสมาคมนักวิจัยหาวิทยาลัยไทย.
พมิ พ์ครงั้ ที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยสาส์น. สืบคน้ จาก https://tdc.thailis.or.th/tdc//browse.php?
option=show&browse_type=title&titleid=26440&query=%C2%D2%A7.

วรเดช จันทรศร และณัฐฐา วินิจนัยภาค. (2539). 4 ทศวรรษ รัฐประศาสนศาสตร. รวมบทความทางวิชาการ
2498 - 2538. โครงการเอกสารและตำราคณะรฐั ประศาสนศาสตร์สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์.
สืบค้นจาก https://tdc.thailis.or.th/tdc//browse.php?option=show&browse_type=title&
titleid=26440&query=%C2%D2%A7.

ศิวราภรณ์ ไชยบุรี. (2552). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านทา
ป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน. การศึกษาอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สืบค้นจาก https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_type=title&
titleid=349829&query=%C8%D4%C7%C3%D2%C0%C3%B3%EC%20%E4%AA%C2%BA
%D8%C3%D5&s_mode=any&d_field=&d_start=0000-00-00&d_end=2565-07-26&limit_
lang=&limited_lang_code=&order=&order_by=&order_type=&result_id=1&maxid=1.

สุรนาท ขมะณรงค์. (2540). นโยบายสาธารณะและหลักการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง.
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. พิมพ์คร้ังที่ 2.กรุงเทพฯ : กรมป่าไม้.
สืบค้นจาก https://tdc.thailis.or.th/tdc//browse.php?option=show&browse_type=title&
titleid=26440&query=%C2%D2%A7.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2560). การบริหารงานภาครัฐแบบมีส่วนร่วม. สืบค้น 1
มนี าคม 2565 จาก https://www.opdc.go.th/content/Mjc4Nw.

สำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). (2560). การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม : เทคนคิ วิธี
และการนําไปสกู่ ารปฏบิ ัติ. สืบคน้ 1 มีนาคม 2565. จาก https://www.opdc.go.th /content/Mjc4Nw.

สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ. (2559). แนวทางการจัดต้ังศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับ
ผู้สูงอายุ. วารสารการบริหารปกครอง (Governance Journal)ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม–ธันวาคม
2559). สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2565. จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gjournal-
ksu/article/view/88349/69476file:///C:/Users/User/Downloads/2382chayapa.pdf.

เอกกมล เอี่ยมศรี. (2563). กรอบแนวคิด 7s McKinsey. สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม 2565, จากhttps://eiamsri.
wordpress.com/2011/07/15/กรอบแนวคดิ -7s-mckinsey/

การศึกษาปัจจยั ทีส่ ่งผลตอ่ ความสำเร็จในการจัดตงั้ ศูนย์ช่วยเหลือสงั คมตำบล กรณีศกึ ษาสำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 1

ข้อเสนอเชงิ นโยบายดา้ นสังคมในระดบั พนื้ ท่ี ประจำปี 2565 38

คณะผู้จัดทำ

กลุ่มนโยบายและยทุ ธศาสตร์ สำนกั งานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วิชาการ 1

ที่ปรึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วิชาการ 1
เลขานุการปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์
นางสาวทัศนยี ์ สชุ วี กุล
นายธนชัย อาจหาญ

ผูจ้ ดั ทำ

นางสาวรยากร งามดี หวั หน้ากลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์

นางสาวเปรมจิต ศิรวิ ัฒนะตระกูล นักพฒั นาสังคมชำนาญการ

นางสาวปทมุ มา ไชยบญุ นักพัฒนาสงั คม

นายเมธี ดีอก นกั พัฒนาสังคม

นายพัฒนภูมิ ผ่องยบุ ล นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน

การศกึ ษาปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งศูนยช์ ว่ ยเหลอื สงั คมตำบล กรณศี ึกษาสำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 1

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1
เลขที่ 1/2 หมู่ที่ 2 ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110

โทร.0 2577 1857 แฟกซ์.0 2577 2908
E-Mail : [email protected]


Click to View FlipBook Version