การพฒั นาการของเรือ
ววิ ฒั นาการของเรือไทย
มนุษยร์ ู้จกั ประดิษฐ์เรือเพ่ือใชเ้ ป็นพาหนะในการเดินทาง การออกไปหาอาหาร และการอพยพไปหาท่ีอยอู่ าศยั ที่อุดมสมบูรณ์ บ
สงคราม วสั ดุท่ีนามาทาเป็ นเรือส่วนใหญเ่ ป็ นวสั ดุธรรมชาติที่หาไดใ้ นทอ้ งถ่ิน ในทวปี ยโุ รป มีป่ าไมจ้ านวนมาก ก็นาไมม้ าขดุ ห
เรือของชาวไวกิ้งในแถบทะเลเหนือ ชาวจีนนาไมไ้ ผม่ าตอ่ เป็นแพ ใชใ้ นการเดินทางขา้ ม หรือล่องไปตามลาน้า ชาวโพลินีเชียน
แปซิฟิ กกน็ าไมม้ าขดุ เป็นลาเรือ แต่ต่อดา้ นขา้ งของเรือออกไปเป็นทุน่ เพ่ือกนั เรือโคลงเมื่อแล่นไปในทะเล ส่วนชาวสยามในแถ
ตน้ ไมใ้ หญ่ที่มีอยอู่ ยา่ งอุดมสมบรู ณ์ มาขดุ หรือต่อข้ึน เป็ นลาเรือ เพือ่ ใชใ้ นการเดินทาง การคา้ ขาย หรือใชใ้ นการสงครามเช่นเด
๑. สมยั อยธุ ยา
บริเวณท่ีต้งั ของกรุงศรีอยธุ ยา เดิมเป็นที่ต้งั ของชุมชนมาแต่โบราณ ก่อนที่สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจา้ อู่ทอง) จะทรงสถา
ใน พ.ศ. ๑๘๙๓ โดยเป็ นบริเวณท่ีแม่น้า ๓ สายไหลมาบรรจบกนั ไดแ้ ก่ แม่น้าเจา้ พระยา แมน่ ้าป่ าสัก และแม่น้าลพบุรี ก่อนที่จ
ไทย ภายหลงั จากการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาแลว้ มีคนอพยพ เขา้ มาต้งั บา้ นเรือนมากข้ึน และกลายเป็นศูนยก์ ลางความเจริญดา้ น
ทางน้า เม่ือราชสานกั ต่างชาติ ไดท้ ราบถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รกรุงศรีอยธุ ยา จึงส่งราชทตู เขา้ มาเจริญทางพระราชไ
พระมหากษตั ริย์ แห่งสยามมากข้ึน ชาติแรกที่เขา้ มาคือ โปรตุเกส หลงั จากน้นั ชาติตา่ งๆ ก็เขา้ มาคา้ ขายกบั กรุงศรีอยธุ ยามากข้ึน
ยโุ รป เช่น สเปน ฮอลนั ดา องั กฤษ และชาวเอเชีย เช่น ญี่ป่ ุน เปอร์เซีย รวมถึงจีน ซ่ึงไดเ้ ขา้ มาคา้ ขาย และมีความสมั พนั ธ์ใกลช้ ิด
มากกวา่ ชาติอื่น
การเขา้ มาของชาวตะวนั ตกมีท้งั ท่ีมาคา้ ขายและเผยแผศ่ าสนา ไดม้ าเห็นความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยธุ ยา ภูมิปัญญาในการใ
ดงั เห็นไดจ้ ากบนั ทึกของเมอร์ซิเออร์ เดอลาลูแบร์ (Monsieur de La Lubère) ที่กล่าวถึงเรือเลก็ และเรือยาวในยคุ น้นั วา่ "ในเรือย
ฝีพายต้งั แต่ ๑๐๐ ถึง ๑๒๐ คน นง่ั ขดั สมาธิเรียงคู่กนั ไป บนแผน่ กระดาน ... พวกฝีพายน้นั ร้องเพลงหรือออกเสียงใหจ้ งั หวะเพื่อ
กนั แลว้ ก็จว้ งพายเป็นจงั หวะ ดว้ ยอาการเคล่ือนไหวแขนและไหล่อยา่ งแขง็ ขนั แต่ก็ดูง่ายๆ และสง่างามมาก น้าหนกั ตวั ของฝีพ
เรือไปในตวั และทาใหเ้ รือแล่นอยบู่ นผวิ น้าอนั เน่ืองจากดา้ มพายน้นั ส้ันมาก และอาการท่ีเรือบรรทุกฝีพายไวม้ าก แลว้ จว้ งพายพ
แรง ทาใหเ้ รือแล่นฉิวน่าดูนกั ..."
เมอร์ซิเออร์ เดอลาลูแบร์
ภาพเรือขนาดตา่ งๆ ตามบนั ทึกยงั ไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึงการใชเ้ รือเป็นพาหนะในการเดินทาง การคา้ ขายขนส่งสินคา้ และการใช้ "
อาศยั จอดประจาตามแหล่งชุมชนตลาดน้าที่มีการคา้ ขายเป็นประจา และ "เรือประทุน" ซ่ึงเป็นเรือขดุ ที่หลงั คาสานดว้ ยไมไ้ ผ่
ล่องไปคา้ ขายตามท่ีต่างๆ โดยอยกู่ นั ไดท้ ้งั ครอบครัว
ศูนยก์ ลางการคา้ ทางน้า ซ่ึงเรียกวา่ ตลาดน้า ต้งั อยใู่ นแหล่งชุมชนท่ีสาคญั มีความสะดวกในการเดินทาง นาสินคา้ มาคา้ ขาย แลก
ท่าเรือรับ-ส่งผโู้ ดยสาร เรือสินคา้ ที่มาจากภาคอื่นของประเทศ เช่น เรือใหญ่ทา้ ยแกวง่ * จากเมืองพษิ ณุโลก บรรทุกน้าออ้ ย ยาสู
สินคา้ จากภาคเหนือ เรือขา้ วจากอา่ งทองและสุพรรณบุรี เรือมอญบรรทุกมะพร้าว ไมแ้ สมทะเล เกลือจากสมุทรสงครามและสม
เรือจามท่ีบรรทุกสินคา้ จากหวั เมืองทางใตม้ าขายที่บางกะจะ นอกเกาะกรุงศรีอยธุ ยา
กระบวนเรือพระราชพธิ ีพยหุ ยาตราทางชลมารค จากภาพเขียนของชาวต่างชาติในสมยั อยธุ ยา
ภาพจาก: ไปรษณียบตั ร (Postcard) ของบริษทั ริเวอร์บุค๊ ส์ จากดั
แมว้ า่ กรุงศรีอยธุ ยาจะสิ้นสุดการเป็นราชธานีของสยามใน พ.ศ. ๒๓๑๐ แตใ่ นระยะเวลาเพียง ๘ เดือน สมเด็จพระเจา้ ตากสินมห
เอกราชข้ึนมา และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยท่ีราชธานีแห่งใหมน่ ้ี ก็ต้งั อยใู่ นลุ่มน้าเจา้ พระยา ใกลท้ างออกท
จาเป็นในการศึกสงคราม กส็ ามารถออกทะเลกลบั ไปต้งั หลกั ที่จนั ทบุรี ซ่ึงเคยเป็นฐานที่มนั่ ในการกอบกเู้ อกราชมาแลว้
๒. สมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลกมหาราช ไดท้ รงสถาปนาราชวงศจ์ กั รี และต้งั กรุงรัตนโกสินทร์เป็ นราชธานีของสยาม
พ.ศ. ๒๓๒๕ การใชช้ ีวติ ของชาวสยามยงั คงมีความสมั พนั ธ์กบั การใชเ้ รือเป็นพาหนะในการติดตอ่ คา้ ขาย เป็นที่อยอู่ าศยั ตลอด
และยทุ ธปัจจยั ในยามศึกสงคราม การคา้ ขาย กบั ชาติต่างๆ กม็ ีมากข้ึน ทาใหก้ ารส่งเรือสาเภาออกไปคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศ และ
แข่งขนั กนั มากข้ึน
เรือมาดเก๋งและเรือมาดประทุน รัชกาลที่ ๕ ทรงใชเ้ ม่ือคร้ังเสด็จประพาสตน้
การที่เรือสาเภาของชาวตะวนั ตกซ่ึงมีความทนั สมยั และมีขนาดใหญ่มากกวา่ เรือสาเภาของชาวสยามมาติดต่อคา้ ขายดว้ ย จึงเกิด
สาเภาแบบตะวนั ตกในการขนส่งและการคา้ มากข้ึน ทาใหพ้ ระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงวิตกกงั วลวา่ สาเภาสยามจ
ในวนั ขา้ งหนา้ จะไมม่ ีโอกาสไดเ้ ห็น จึงโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ร้างฐานพระเจดีย์ เป็นรูปเรือสาเภาสยามข้ึนที่วดั คอกกระบือ (ปัจจุบนั
ยงั คงมีใหเ้ ห็นอยจู่ นถึงทุกวนั น้ี ต่อมาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั สยามจาเป็นตอ้ งเปิ ดประเทศทาสญั ญา
ชาวตะวนั ตก โดยมีการทาสนธิสัญญาการคา้ กบั องั กฤษ ท่ีเรียกวา่ สนธิสญั ญาเบาริง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๘ ต่อมาชาติอ่ืนๆ ก็เขา้ มาท
เช่นเดียวกบั องั กฤษ ชาวสยามจึงมีโอกาสไดเ้ ห็นเรือสาเภาชาติตา่ งๆ มากข้ึน รวมถึง วฒั นธรรมความเจริญสมยั ใหมก่ ็ไดเ้ ขา้ มาอ
สยามมีการต่อเรือกลไฟลาแรกข้ึนในประเทศ ช่ือวา่ เรือ "สยามอรสุมพล" โดยสมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุน
ถวาย พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เม่ือ พ.ศ. ๒๓๙๘
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอยา่ งมากที่เกิดข้ึน จึงทรงริเริ่มการพฒั นาประเทศ ตา
ชาวตะวนั ตก โดยการเสด็จฯ ไปยงั ประเทศตา่ งๆ และทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาในตา่ งประเทศ เพอ่ื นาความรู้ กลบั มาพฒั น
โอกาสใหช้ าวต่างชาติเขา้ มารับราชการในราชสานกั เพื่อนาศิลปวทิ ยาการสมยั ใหมเ่ ขา้ มาใช้ ในสยาม รวมถึงดา้ นการคา้ การขน
ทหารเรือ ทาใหส้ ยามสามารถตอ่ เรือสาเภาสมยั ใหม่ ที่ใชเ้ คร่ืองจกั รไอน้า อีกจานวนมาก นอกเหนือจากเรือสาเภาขนาดใหญ่แล
ไฟขนาดเล็กก็ไดน้ ามาใชใ้ นลาน้ามากข้ึน โดยพระองคไ์ ดเ้ สด็จฯ ไปยงั หวั เมืองต่างๆ ในพระราชอาณาจกั รดว้ ยเรือพระท่ีนงั่ ขา้
ประชาชนก็ไดม้ ีโอกาสเดินทาง โดยเรือสมยั ใหม่ ทาใหม้ ีความสะดวกสบายมากข้ึนกวา่ เดิม
ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั การคมนาคมทางน้าของชาวสยาม ม
เรือยนต์ ท้งั ในการเดินทาง การขนส่ง และการคา้ ขายมากข้ึน แมว้ า่ จะมีการสร้างทางรถ
หลายเส้นทางแลว้ แตย่ งั ไมท่ ว่ั ถึง อีกท้งั การเดินทางทางเรือ กม็ ีคา่ ใชจ้ ่ายท่ีถูกกวา่ เมื่อเก
๑ ถึงแมป้ ระเทศทางแถบทวปี เอเชีย จะไม่ไดร้ ับผลกระทบมากนกั แต่มีผลทาให้ สินคา้
ต่างประเทศบางประเภทขาดแคลน เม่ือสงครามสงบ ประเทศสยามมีโอกาสขอแกไ้ ขส
หลายประการ รวมถึงการเก็บภาษี ที่เสียเปรียบตา่ งชาติ ฐานะของประเทศ จึงเร่ิมดีข้ึน ร
ทางเรือ และการทหารเรือก็มีความกา้ วหนา้ ทนั สมยั สยามจึงเป็ นประเทศแรก ในภูมิภา
เรือท่ีใชค้ า้ ขายและเป็นเรือที่พกั อาศยั รบทนั สมยั ประจาการ คือ เรือหลวงพระร่วง ท่ีพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระราชทานพระราชทรัพย์ รวมกบั เงินบริจาคของประชาชน สง่ั ซ้ือจากประเทศองั กฤษ
การคา้ แหล่งธุรกิจ และกิจการอู่ตอ่ เรือข้ึนตามริมฝั่งแมน่ ้าเจา้ พระยาจานวนมาก
ตอ่ มาเกิดสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ซ่ึงเริ่มตน้ ข้ึนในทวปี ยโุ รปและลุกลามจนกลายเป็นสงครามมหาเอเชียบูรพา สงครามในคร้ังน้ี ป
ผลกระทบอยา่ งเตม็ ที่ แมว้ า่ พยายามวางตวั เป็นกลางในช่วงแรก แต่กถ็ ูกรุกรานจากญ่ีป่ ุน จึงจาเป็ นตอ้ งประกาศสงครามกบั ฝ่ าย
เขา้ มาต้งั ฐานทพั ในประเทศ เพอื่ ท่ีจะสร้างทางรถไฟ ต่อไปยงั แหลมมลายแู ละประเทศอินเดีย ซ่ึงเป็นอาณานิคมขององั กฤษ สง
เกิดการขาดแคลนท้งั อาหาร เช้ือเพลิง และของใชท้ ี่จาเป็ นหลายอยา่ ง กิจการเรือโดยสารและการคมนาคมขนส่งซ่ึงใชน้ ้ามนั เป็น
กิจการ ส่งผลใหเ้ รือท่ีใชแ้ รงงานคนและแรงลมในการขบั เคลื่อนกลบั มาเฟื่ องฟขู ้ึนใหม่อีกระยะหน่ึง จนเมื่อสงครามสงบลง ท้งั
ที่ยงั หลงเหลือจากสงครามไดถ้ ูกนามาดดั แปลง เพื่อใชง้ านใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ไป เช่น เครื่องยนตจ์ ากเรือ ของฝ่ ายสหรัฐอเมร
นามาใชเ้ ป็นเครื่องยนตข์ องเรือโดยสารในเวลาตอ่ มา
ฐานพระเจดีย์ สร้างเป็ นรูปเรือสาเภาสยาม ที่วดั คอกกระบือ (ปัจจุบนั คือ วดั ยานนาวา กรุงเทพฯ)
ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ หลงั จากท่ีรัฐบาลไดเ้ ริ่มใชแ้ ผนพฒั นาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑ ในการพฒั นาประเทศคร้ังใหญ่ อยา่ ง
ยาวทวั่ ท้งั ประเทศเป็ นคร้ังแรก ไดม้ ีการสร้างถนนหนทาง เพอ่ื พฒั นาการคมนาคมทางบก ใหม้ ีความทนั สมยั และสะดวกรวดเร
เพอ่ื กิจการต่างๆ ดงั เช่นในอดีตจึงเร่ิมลดนอ้ ยลง ส่งผลให้ เส้นทางการคมนาคมทางน้าและเรือแพเร่ิมลดความสาคญั ลง ประชา
รถยนตแ์ ละรถไฟมากข้ึน ศูนยก์ ลางของหน่วยราชการและการคา้ ก็ยา้ ยไปต้งั ในสถานที่ที่รถยนตแ์ ละรถไฟเขา้ ถึงได้ พาหนะท่ีใ
กลายเป็นอดีต ท่ีกาลงั จะสูญหายไป เรือไมท้ ี่เคยมีใชง้ านกนั ทุกบา้ นก็ลดลง โดยเปล่ียนมาใชร้ ถยนตท์ ่ีมีความสะดวกสบายกวา่
ร้ือทิ้งหรือจาหน่ายไปในราคาถูก แมแ้ ตเ่ รือประมงที่เคยใชใ้ นการจบั ปลาและสร้างรายไดใ้ หอ้ ยา่ งมาก เจา้ ของกต็ อ้ งเลิกใชเ้ รือไ
เหล็ก เนื่องจากเรือไมไ้ ม่คุม้ ค่ากบั การบารุงรักษาทุกปี
เรือสุริยมณฑล เป็นเรือกลไฟใชฝ้ ีจกั รดา้ นขา้ ง
การจดั ทาบนั ทึกเร่ืองราวเกี่ยวกบั เรือไทย จึงเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การศึกษา เพื่อใหเ้ ยาวชนรุ่นหลงั ไดเ้ รียนรู้ถึงความเจริญ ของก
ของไทยที่มีมาแต่โบราณ