ประวัวั วั ติ วั ติ ติ ค ติ ความเป็ป็ป็ น ป็ นมา อิศรญาณภาษิต เรียกอีกอย่างว่า “เพลงยาวอิศรญาณ” ผู้เเต่ง คือ หม่อมเจ้าอิศรญาณ เป็นโอรส ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงมหิศวรินทรามเรศ พระองค์ทรงผนวชที่วัดบวรนิเวศ ได้พระนามฉายาว่า "อิสสรญาโณ" มีพระชนม์ชีพอยู่ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อิศรญาณภาษิต เรียกอีกอย่างว่า “เพลงยาวอิศรญาณ” ผู้เเต่ง คือ หม่อมเจ้าอิศรญาณ เป็นโอรส ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงมหิศวรินทรามเรศ พระองค์ทรงผนวชที่วัดบวรนิเวศ ได้พระนามฉายาว่า "อิสสรญาโณ" มีพระชนม์ชีพอยู่ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลัลั ลั ก ลั กษณะคำคำคำคำประพัพั พั น พั นธ์ธ์ ธ์ธ์ จุจุ จุ ด จุ ดประสงค์ค์ ค์ค์ อิศรญาณภาษิตมีเนื้อหาที่เป็นคำ สั่งสอนแบบเตือนสติ และแนะนำ เกี่ยวกับการ ประพฤติปฏิบัติให้เป็นที่พอใจของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีอำ นาจมากกว่า สอนว่าควรจะทำ อย่างไรจึงจะอยู่ในสังคมได้โดยปราศจากภัยแก่ตน ทำ อย่างไรจึงจะประสบความสำ เร็จ สมหวังบางตอนก็เน้นเรื่องการเห็นคุณค่าและความสำ คัญของผู้อื่นโดยไม่สบประมาทหรือ ดูแคลนกัน โดยทั้งนี้การสอนบางครั้งอาจเป็นการบอกตรงๆ หรือบางครั้งก็สอนโดยคำ ประชดประชันเหน็บแนม เนื้อหาส่วนใหญ่จะสั่งสอนให้คนมีปัญญา ไม่หลงใหลกับคำ เยินยอ สอนให้รู้จักคิดไตร่ตรองก่อนพูด รู้จักเคารพผู้อาวุโส รู้จักทำ ตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ รู้จักกตัญญูผู้ใหญ่ อิศรญาณภาษิตมีเนื้อหาที่เป็นคำ สั่งสอนแบบเตือนสติ และแนะนำ เกี่ยวกับการ ประพฤติปฏิบัติให้เป็นที่พอใจของผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีอำ นาจมากกว่า สอนว่าควรจะทำ อย่างไรจึงจะอยู่ในสังคมได้โดยปราศจากภัยแก่ตน ทำ อย่างไรจึงจะประสบความสำ เร็จ สมหวังบางตอนก็เน้นเรื่องการเห็นคุณค่าและความสำ คัญของผู้อื่นโดยไม่สบประมาทหรือ ดูแคลนกัน โดยทั้งนี้การสอนบางครั้งอาจเป็นการบอกตรงๆ หรือบางครั้งก็สอนโดยคำ ประชดประชันเหน็บแนม เนื้อหาส่วนใหญ่จะสั่งสอนให้คนมีปัญญา ไม่หลงใหลกับคำ เยินยอ สอนให้รู้จักคิดไตร่ตรองก่อนพูด รู้จักเคารพผู้อาวุโส รู้จักทำ ตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ รู้จักกตัญญูผู้ใหญ่ แต่งด้วยคำ ประพันธ์ประเภท กลอนเพลงยาว ซึ่งมีลักษณะบังคับเหมือนกลอนสุภาพ แต่จะขึ้นบท แรกด้วยวรรคครับ และจบด้วยคำ ว่า เอย แต่งด้วยคำ ประพันธ์ประเภท กลอนเพลงยาว ซึ่งมีลักษณะบังคับเหมือนกลอนสุภาพ แต่จะขึ้นบท แรกด้วยวรรคครับ และจบด้วยคำ ว่า เอย ๑. เพื่อสั่งสอน ๒. เพื่อเตือนใจให้คิดก่อนทำ สิ่งใด ๓. สอนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นในสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ๑. เพื่อสั่งสอน ๒. เพื่อเตือนใจให้คิดก่อนทำ สิ่งใด ๓. สอนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นในสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เนื้นื้ นื้ อ นื้ อเรื่รื่รื่ อ รื่ อง ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร เอกสารเพิ่มเติมเสริมความรู้ เรื่องการวิเคราะห์คุณค่าเรื่อง อิศรญาณภาษิต เอกสารเพิ่มเติมเสริมความรู้ เรื่องการวิเคราะห์คุณค่าเรื่อง อิศรญาณภาษิต หน้น้น้าน้๑
เนื้อหาของอิศรญาณภาษิตมีคุณค่าในเชิงคำ สอน โดดเด่นในด้าน “เทศนาโวหาร” คือมุ่งให้ ข้อคิดคติสอนใจ โดยถ่ายทอดคำ สอนที่ใช้ถ้อยคำ ประชดประชัน เหน็บแนม และบอกกล่าวโดยตรง ซึ่งผู้อ่านสามารถนำ มาประยุกต์ใช้เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข คำ สอนในด้านต่างๆ ที่ปรากฎในอิศรญาณภาษิต ๑. การมีน้ำ ใจ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ ดังนั้น ถ้าจะอยู่ในสังคม ให้ได้จึงต้องมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยให้อภัยซึ่งกันและกัน ดังบทประพันธ์ ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำ พึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ...ฯ จากบทประพันธ์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาอาศัยกันเป็นสิ่งสำ คัญที่จะทำ ให้มนุษย์อยู่รอด แม้กระทั่งธรรมชาติยังพึ่งพาอาศัยกันมนุษย์ก็ควรที่จะรู้จักการพึ่งพา รู้จักการให้อภัย ให้มีความรักและ สามัคคีไว้ดีกว่าการเกลียดชังที่จะไม่สร้างผลดีให้แก่ฝ่ายใด ๒. หลักการฟัง ในชีวิตประจำ วันของมนุษย์จะต้องใช้ทักษะทั้ง ๔ ประการในการติดต่อสื่อสารกับผู้ อื่น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งในอิศรญาณภาษิตกวีได้ให้ข้อคิด เกี่ยวกับการฟังไว้ ดังบทประพันธ์ อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำ ใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงแนวคิดเกี่ยวกับการฟังคือ ให้รู้จักฟังหูไว้หู ไม่เชื่อคำ พูดของผู้ ใดง่าย และที่สำ คัญต้องไม่หลงไปกับคำ พูดยุยงซึ่งเป็นการฟังที่ไม่เกิดประโยชน์ ต่อผู้ฟังแม้แต่น้อย ๓. การรับราชการ โดยมุ่งเน้นเฉพาะผู้ที่ทำ งานใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ ดังบทประพันธ์ เป็นข้าเฝ้าเหล่าเสวกามาตย์ ยิ่งกว่าทาสทาสาข้าสินไถ่ อย่าชิดอย่าให้ห่างเป็นกลางไว้ ฝ่ายข้างในอย่านำ ออกนอกอย่าแจง จากบทประพันธ์กวีได้สะท้อนข้อคิดประการสำ คัญสำ หรับผู้รับราชการที่จะต้องรู้จักการคิด ควรไตร่ตรอง ความในไม่นำ ออก ความนอกไม่นำ เข้า เพราะจะทำ ให้เรื่อง ลุกลามไปจากเดิม เนื้อหาของอิศรญาณภาษิตมีคุณค่าในเชิงคำ สอน โดดเด่นในด้าน “เทศนาโวหาร” คือมุ่งให้ ข้อคิดคติสอนใจ โดยถ่ายทอดคำ สอนที่ใช้ถ้อยคำ ประชดประชัน เหน็บแนม และบอกกล่าวโดยตรง ซึ่งผู้อ่านสามารถนำ มาประยุกต์ใช้เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข คำ สอนในด้านต่างๆ ที่ปรากฎในอิศรญาณภาษิต ๑. การมีน้ำ ใจ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ ดังนั้น ถ้าจะอยู่ในสังคม ให้ได้จึงต้องมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยให้อภัยซึ่งกันและกัน ดังบทประพันธ์ ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำ พึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ...ฯ จากบทประพันธ์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาอาศัยกันเป็นสิ่งสำ คัญที่จะทำ ให้มนุษย์อยู่รอด แม้กระทั่งธรรมชาติยังพึ่งพาอาศัยกันมนุษย์ก็ควรที่จะรู้จักการพึ่งพา รู้จักการให้อภัย ให้มีความรักและ สามัคคีไว้ดีกว่าการเกลียดชังที่จะไม่สร้างผลดีให้แก่ฝ่ายใด ๒. หลักการฟัง ในชีวิตประจำ วันของมนุษย์จะต้องใช้ทักษะทั้ง ๔ ประการในการติดต่อสื่อสารกับผู้ อื่น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งในอิศรญาณภาษิตกวีได้ให้ข้อคิด เกี่ยวกับการฟังไว้ ดังบทประพันธ์ อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำ ใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงแนวคิดเกี่ยวกับการฟังคือ ให้รู้จักฟังหูไว้หู ไม่เชื่อคำ พูดของผู้ ใดง่าย และที่สำ คัญต้องไม่หลงไปกับคำ พูดยุยงซึ่งเป็นการฟังที่ไม่เกิดประโยชน์ ต่อผู้ฟังแม้แต่น้อย ๓. การรับราชการ โดยมุ่งเน้นเฉพาะผู้ที่ทำ งานใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ ดังบทประพันธ์ เป็นข้าเฝ้าเหล่าเสวกามาตย์ ยิ่งกว่าทาสทาสาข้าสินไถ่ อย่าชิดอย่าให้ห่างเป็นกลางไว้ ฝ่ายข้างในอย่านำ ออกนอกอย่าแจง จากบทประพันธ์กวีได้สะท้อนข้อคิดประการสำ คัญสำ หรับผู้รับราชการที่จะต้องรู้จักการคิด ควรไตร่ตรอง ความในไม่นำ ออก ความนอกไม่นำ เข้า เพราะจะทำ ให้เรื่อง ลุกลามไปจากเดิม ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร วิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ คุ ห์ คุ คุ ณ คุ ณค่ค่ค่าค่ด้ด้ ด้ า ด้ านเนื้นื้ นื้ อ นื้ อหาและข้ข้ ข้ อ ข้ อคิคิ คิ ด คิ ด หน้น้น้าน้๒
๔. การออมทรัพย์ สังคมมนุษย์ได้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่เคยเป็นระบบแลกเปลี่ยนสินค้ามาเป็น ระบบเงินตราที่เป็นบทบาทสำ คัญทางเศรษฐกิจ อิศรญาณภาษิตได้ ให้ข้อคิดประการหนึ่งที่ให้มนุษย์ รู้จักการออม ดังบทประพันธ์ หาเงินติดไถ้ไว้อย่าให้ขาด ตำ ลึงบาทหาไม่คล่องเพียงสองสลึง...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้สะท้อนให้เห็นว่าเงินตราเป็นสิ่งที่จำ เป็นต่อมนุษย์ แม้มีไม่มาก แต่ก็ควรเก็บ หอมรอมริบไว้ใช้ในเมื่อคราจำ เป็น ๖. การคบมิตร ในปัจจุบันสังคมปะปนไปทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้นการมีหลักยึดในการคบมิตรจึงเป็น สิ่งสำ คัญ ซึ่งอิศรญาณภาษิตได้ให้ข้อคิดประการนี้ไว้ ดังบทประพันธ์ อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว จะพาตัวให้เสื่อมที่เสื่อมใส คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำ ไร ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงทัศนะคือ การคบมิตรจะต้องเลือกคบบุคคลที่มีความรู้ ฉลาด และ เป็นคนดีเพราะจะนำ พาไปสู่หนทางที่เจริญ ผิดกับคนพาลจะพาเราไปสู่หนทางแห่งอบาย ๗. การดูคน ในปัจจุบันเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างได้รับการอบรมมาไม่เหมือนกัน อิศรญาณภาษิตจึงให้ ข้อคิดในการศึกษาคน ดังบทประพันธ์ ดูตระกูลดูกิริยาดูอากัป ดูทิศจับเอาที่ผลต้นพฤกษา ดูฉลาดเล่าก็เห็นที่เจรจา ดูคงคาก็พึงหมายสายอุบล...ฯ จากบทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นการเลือกคบคน หากพิจารณาจากกิริยามารยาท ก็จะรู้ว่ามาจาก ชาติตระกูลที่อบรมสั่งสอนดีหรือไม่ ถ้าจะดูว่าเป็นคนมีสติปัญญาเฉลีวฉลาดดูจากคำ พูด ถ้าอยากจะรู้ว่า เเม่น้ำ มีความลึกตื้นดูได้จากความยาวของก้านบัว ๘. ความสามัคคี ความสามัคคีเป็นเครื่องมือสำ คัญที่จะทำ ให้ประเทศชาติยังธำ รงอยู่ได้ อิศรญาณภาษิต ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับคุณค่าของความสามัคคี โดยยกนิทานเกี่ยวกับนกกระจาบมาเป็นตัวอย่าง ดังบทประพันธ์ นกกระจาบเดิมหนักหนามากกว่าแสน ไม่เดือดแค้นสามัคคีย่อมมีผล ครั้นภายหลังอวดกำ ลังต่างถือตน พรายก็ขนกระหน่ำ มาพากันตาย...ฯ ๔. การออมทรัพย์ สังคมมนุษย์ได้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่เคยเป็นระบบแลกเปลี่ยนสินค้ามาเป็น ระบบเงินตราที่เป็นบทบาทสำ คัญทางเศรษฐกิจ อิศรญาณภาษิตได้ ให้ข้อคิดประการหนึ่งที่ให้มนุษย์ รู้จักการออม ดังบทประพันธ์ หาเงินติดไถ้ไว้อย่าให้ขาด ตำ ลึงบาทหาไม่คล่องเพียงสองสลึง...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้สะท้อนให้เห็นว่าเงินตราเป็นสิ่งที่จำ เป็นต่อมนุษย์ แม้มีไม่มาก แต่ก็ควรเก็บ หอมรอมริบไว้ใช้ในเมื่อคราจำ เป็น ๖. การคบมิตร ในปัจจุบันสังคมปะปนไปทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้นการมีหลักยึดในการคบมิตรจึงเป็น สิ่งสำ คัญ ซึ่งอิศรญาณภาษิตได้ให้ข้อคิดประการนี้ไว้ ดังบทประพันธ์ อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว จะพาตัวให้เสื่อมที่เสื่อมใส คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำ ไร ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงทัศนะคือ การคบมิตรจะต้องเลือกคบบุคคลที่มีความรู้ ฉลาด และ เป็นคนดีเพราะจะนำ พาไปสู่หนทางที่เจริญ ผิดกับคนพาลจะพาเราไปสู่หนทางแห่งอบาย ๗. การดูคน ในปัจจุบันเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างได้รับการอบรมมาไม่เหมือนกัน อิศรญาณภาษิตจึงให้ ข้อคิดในการศึกษาคน ดังบทประพันธ์ ดูตระกูลดูกิริยาดูอากัป ดูทิศจับเอาที่ผลต้นพฤกษา ดูฉลาดเล่าก็เห็นที่เจรจา ดูคงคาก็พึงหมายสายอุบล...ฯ จากบทประพันธ์ข้างต้น จะเห็นการเลือกคบคน หากพิจารณาจากกิริยามารยาท ก็จะรู้ว่ามาจาก ชาติตระกูลที่อบรมสั่งสอนดีหรือไม่ ถ้าจะดูว่าเป็นคนมีสติปัญญาเฉลีวฉลาดดูจากคำ พูด ถ้าอยากจะรู้ว่า เเม่น้ำ มีความลึกตื้นดูได้จากความยาวของก้านบัว ๘. ความสามัคคี ความสามัคคีเป็นเครื่องมือสำ คัญที่จะทำ ให้ประเทศชาติยังธำ รงอยู่ได้ อิศรญาณภาษิต ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับคุณค่าของความสามัคคี โดยยกนิทานเกี่ยวกับนกกระจาบมาเป็นตัวอย่าง ดังบทประพันธ์ นกกระจาบเดิมหนักหนามากกว่าแสน ไม่เดือดแค้นสามัคคีย่อมมีผล ครั้นภายหลังอวดกำ ลังต่างถือตน พรายก็ขนกระหน่ำ มาพากันตาย...ฯ ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร วิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ คุ ห์ คุ คุ ณ คุ ณค่ค่ค่าค่ด้ด้ ด้ า ด้ านเนื้นื้ นื้ อ นื้ อหาและข้ข้ ข้ อ ข้ อคิคิ คิ ด คิ ด หน้น้น้าน้๓
จากบทประพันธ์ได้ให้ข้อคิดประการสำ คัญคือ ไม่ว่าที่ใดก็ตามถ้ามีความสามัคคี ที่นั้นย่อมดำ รงอยู่ ได้ แต่ถ้าเมื่อใดขาดความสามัคคีก็จะทำ ให้ทุกอย่างเสื่อมสูญเหมือนดั่งฝูงนกกระจาบที่ต้องตายเนื่องจาก การแตกความสามัคคี ๙. ให้รู้จักเตือนตนเอง การที่มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุข นอกจากการรู้จักบุคคลอื่นแล้ว ที่สำ คัญต้องรู้จักจิตใจของตนเอง ดังบทประพันธ์ เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงทัศนะที่เป็นข้อคิดเตือนใจกับผู้อ่านให้มาสำ รวจตนเอง ความรู้บาง ประการอาจมีครูอาจารย์สอนได้ แต่ในบางเรื่องตนเองจะเป็นผู้สอนตนเอง ได้ดีที่สุด จากบทประพันธ์ได้ให้ข้อคิดประการสำ คัญคือ ไม่ว่าที่ใดก็ตามถ้ามีความสามัคคี ที่นั้นย่อมดำ รงอยู่ ได้ แต่ถ้าเมื่อใดขาดความสามัคคีก็จะทำ ให้ทุกอย่างเสื่อมสูญเหมือนดั่งฝูงนกกระจาบที่ต้องตายเนื่องจาก การแตกความสามัคคี ๙. ให้รู้จักเตือนตนเอง การที่มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุข นอกจากการรู้จักบุคคลอื่นแล้ว ที่สำ คัญต้องรู้จักจิตใจของตนเอง ดังบทประพันธ์ เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน...ฯ จากบทประพันธ์กวีได้แสดงทัศนะที่เป็นข้อคิดเตือนใจกับผู้อ่านให้มาสำ รวจตนเอง ความรู้บาง ประการอาจมีครูอาจารย์สอนได้ แต่ในบางเรื่องตนเองจะเป็นผู้สอนตนเอง ได้ดีที่สุด ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร วิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ คุ ห์ คุ คุ ณ คุ ณค่ค่ค่าค่ด้ด้ ด้ า ด้ านเนื้นื้ นื้ อ นื้ อหาและข้ข้ ข้ อ ข้ อคิคิ คิ ด คิ ด หน้น้น้าน้ ๔
๑. การใช้กลอนเพลงยาวในการประพันธ์ อิศรญาณภาษิตแต่งด้วยกลอนเพลงยาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพ ๑. กลอนเพลงยาวจะขึ้นต้นด้วยวรรครับ (วรรคที่สอง) ดังนั้น บทแรกของ กลอนเพลงยาวจึงมี เพียง ๓ วรรค ขณะที่กลอนสุภาพหนึ่งบทจะมี ๔ วรรค ๒. อิศรญาณภาษิตจะลงท้ายด้วยคำ ว้า เอย ๒. การเล่นเสียง กวีเลือกใช้ถ้อยคำ ให้เกิดสัมผัสคล้องทั้งสัมผัสพยัญชนะ เเละสัมผัสสระ ซึ่งมีความ ไพเราะและจดจำ ได้ง่าย เช่น ๒.๑ สัมผัสพยัญชนะ ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำ พึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ ๒.๒ สัมผัสสระ อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำ น้อย น้้ำ ตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักกนา อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งเเล้วจึงนอน ๓. มีการซ้ำ คำ จากบทประพันธ์ ผู้เเต่งเล่นคำ ซ้ำ คำ ว่า ดู เพื่อเน้นความหมายให้หนักเเน่นขึ้น ไพเราะขึ้น “ ดูตระกูลกิริยาดูอากัป ดูทิศจับเอาที่ผลต้นพฤกษา ดูฉลาดเล่าก็เห็นที่เจรจา ดูคงคาก็พึงหมายสายอุบล “ ๔. มีการใช้สำ นวน มีการใช้สำ นวนไทยหลายสำ นวนมาร้อยเรียง ทำ ให้ภาษามีความคมคาย ลึกซึ้ง มีการ ใช้สำ นวนไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำ เนินชีวิตของคนในสังคมสมัยนั้น มีทั้งสำ นวนเปรียบเปรยหรือ ประชดประชัน ซึ่งทำ ให้ผู้อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายความมาก เช่น ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร ผู้หญิงมักเสียเปรียบผู้ชายคือ ข้าวสารงอกใหม่ไม่ได้เหมือนข้าวเปลือก น้ำ พึ่งเรือ เสือพึ่งป่า คนเราจำ เป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ผีซ้ำ ด้ำ พลอย ถูกซ้ำ เติมเมื่อพลาดพลั้งหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย ฆ่าควายเสียดายพริก การทำ การใหญ่ไม่ควรตระหนี่ ๑. การใช้กลอนเพลงยาวในการประพันธ์ อิศรญาณภาษิตแต่งด้วยกลอนเพลงยาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกลอนสุภาพ ๑. กลอนเพลงยาวจะขึ้นต้นด้วยวรรครับ (วรรคที่สอง) ดังนั้น บทแรกของ กลอนเพลงยาวจึงมี เพียง ๓ วรรค ขณะที่กลอนสุภาพหนึ่งบทจะมี ๔ วรรค ๒. อิศรญาณภาษิตจะลงท้ายด้วยคำ ว้า เอย ๒. การเล่นเสียง กวีเลือกใช้ถ้อยคำ ให้เกิดสัมผัสคล้องทั้งสัมผัสพยัญชนะ เเละสัมผัสสระ ซึ่งมีความ ไพเราะและจดจำ ได้ง่าย เช่น ๒.๑ สัมผัสพยัญชนะ ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำ พึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ ๒.๒ สัมผัสสระ อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำ น้อย น้้ำ ตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักกนา อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งเเล้วจึงนอน ๓. มีการซ้ำ คำ จากบทประพันธ์ ผู้เเต่งเล่นคำ ซ้ำ คำ ว่า ดู เพื่อเน้นความหมายให้หนักเเน่นขึ้น ไพเราะขึ้น “ ดูตระกูลกิริยาดูอากัป ดูทิศจับเอาที่ผลต้นพฤกษา ดูฉลาดเล่าก็เห็นที่เจรจา ดูคงคาก็พึงหมายสายอุบล “ ๔. มีการใช้สำ นวน มีการใช้สำ นวนไทยหลายสำ นวนมาร้อยเรียง ทำ ให้ภาษามีความคมคาย ลึกซึ้ง มีการ ใช้สำ นวนไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำ เนินชีวิตของคนในสังคมสมัยนั้น มีทั้งสำ นวนเปรียบเปรยหรือ ประชดประชัน ซึ่งทำ ให้ผู้อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายความมาก เช่น ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร ผู้หญิงมักเสียเปรียบผู้ชายคือ ข้าวสารงอกใหม่ไม่ได้เหมือนข้าวเปลือก น้ำ พึ่งเรือ เสือพึ่งป่า คนเราจำ เป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ผีซ้ำ ด้ำ พลอย ถูกซ้ำ เติมเมื่อพลาดพลั้งหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย ฆ่าควายเสียดายพริก การทำ การใหญ่ไม่ควรตระหนี่ ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร วิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ คุ ห์ คุ คุ ณ คุ ณค่ค่ค่าค่ด้ด้ ด้ า ด้ านวรรณศิศิศิ ล ศิ ลป์ป์ ป์ป์ หน้น้น้าน้ ๕
๑. สะท้อนความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ทำ ดีได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว สังคมไทยเป็นสังคมที่ผูกพันอยู่กับ พระพุทธศาสนา ซึ่งมีส่วนในการกล่อมเกล่าจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ให้อยู่บนครรลองของความ ดีอิศรญาณภาษิตได้สะท้อนข้อคิดประการสำ คัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ดังบทประพันธ์ “ ถ้าทำ ดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์ ถ้าทำ ชั่วชั่วจักตามสนอง...ฯ “ ๒. สะท้อนความเชื่อความศรัทธาในศาสนา สอนเกี่ยวกับการทำ ดี คิดดี อย่างสม่ำ เสมอ ไม่ยึดติดกับ บุญเก่าที่เราทำ มา โดยต้องอาศัยการคิดดีประกอบด้วยจึงจะสามารถรักษาทรัพย์สิน สิ่งที่มีได้ “ถึงบุญมีไม่ประกอบชอบไม่ได้ ต้องอาศัยคิดดีจึงมีผล บุญหาไม่เเล้วอย่าได้ทะนงตน ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน” ๓. ค่านิยมการให้ความสำ คัญเเก่ผู้อาวุโส สอนให้เคารพ รับฟังผู้ใหญ่และรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน “ ค่อยดำ เนินตามไต่ผู้ไปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน “ จากบทประพันธ์มีคำ ว่า “ผู้ไปหน้า” ซึ่งหมายถึง คนที่เกิดก่อนย่อมมีความรู้และมี ประสบการณ์มากกว่า ดังนั้น จึงควรรับฟัง ๔. สะท้อนความเชื่อเรื่องผีสาง “ ผีเรือนตัวไม่ดีผีอื่นพลอย พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว“ การอ่านวรณคดีประเภทคำ สอน ผู้อ่านไม่รู้สึกว่าตนกำ ลังได้รับการสั่งสอนโดยตรง เพราะความ เพลิดเพลินในสำ นวนโวหาร ประโยชน์สูงสุดของอิศรญาณภาษิตคือ การได้คติเตือนใจ ได้แนวทาง สำ หรับการประพฤติตนเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข สิ่งที่สำ คัญที่สุดคือ สัจธรรมคำ สอนในเรื่อง เป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องสั้นๆ แต่ก็ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านอย่างมหาศาล ถ้าผู้ อ่านน้อมนำ มาปฏิบัติในชีวิตประจำ วัน ๑. สะท้อนความเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ ทำ ดีได้ดี ทำ ชั่วได้ชั่ว สังคมไทยเป็นสังคมที่ผูกพันอยู่กับ พระพุทธศาสนา ซึ่งมีส่วนในการกล่อมเกล่าจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ให้อยู่บนครรลองของความ ดีอิศรญาณภาษิตได้สะท้อนข้อคิดประการสำ คัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ดังบทประพันธ์ “ ถ้าทำ ดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์ ถ้าทำ ชั่วชั่วจักตามสนอง...ฯ “ ๒. สะท้อนความเชื่อความศรัทธาในศาสนา สอนเกี่ยวกับการทำ ดี คิดดี อย่างสม่ำ เสมอ ไม่ยึดติดกับ บุญเก่าที่เราทำ มา โดยต้องอาศัยการคิดดีประกอบด้วยจึงจะสามารถรักษาทรัพย์สิน สิ่งที่มีได้ “ถึงบุญมีไม่ประกอบชอบไม่ได้ ต้องอาศัยคิดดีจึงมีผล บุญหาไม่เเล้วอย่าได้ทะนงตน ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน” ๓. ค่านิยมการให้ความสำ คัญเเก่ผู้อาวุโส สอนให้เคารพ รับฟังผู้ใหญ่และรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน “ ค่อยดำ เนินตามไต่ผู้ไปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน “ จากบทประพันธ์มีคำ ว่า “ผู้ไปหน้า” ซึ่งหมายถึง คนที่เกิดก่อนย่อมมีความรู้และมี ประสบการณ์มากกว่า ดังนั้น จึงควรรับฟัง ๔. สะท้อนความเชื่อเรื่องผีสาง “ ผีเรือนตัวไม่ดีผีอื่นพลอย พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว“ การอ่านวรณคดีประเภทคำ สอน ผู้อ่านไม่รู้สึกว่าตนกำ ลังได้รับการสั่งสอนโดยตรง เพราะความ เพลิดเพลินในสำ นวนโวหาร ประโยชน์สูงสุดของอิศรญาณภาษิตคือ การได้คติเตือนใจ ได้แนวทาง สำ หรับการประพฤติตนเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข สิ่งที่สำ คัญที่สุดคือ สัจธรรมคำ สอนในเรื่อง เป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องสั้นๆ แต่ก็ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านอย่างมหาศาล ถ้าผู้ อ่านน้อมนำ มาปฏิบัติในชีวิตประจำ วัน ภาษาไทยง่าง่ยๆ กับครูทิฆัมพร วิวิ วิ เ วิ เคราะห์ห์ ห์ คุ ห์ คุ คุ ณ คุ ณค่ค่ค่าค่ด้ด้ ด้ า ด้ านสัสัสั ง สั งคมเเละสะท้ท้ ท้ อ ท้ อนวิวิ วิ ถี วิ ถี ถีไถี ทย หน้น้น้าน้๖