YC คืออะไร
YC : Youth Counselor หรอื ือ่ นที่ ร า
นักเรียนเพอ่ื นทีป่ รกึ ษา(YC) เปน็ นกั เรียนท่มี มี นุษยสมั พนั ธด์ ี มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
มจี ิตอาสา มที กั ษะในการรับฟังและให้คำปรกึ ษา ซง่ึ นกั เรยี นแกนนำเพ่อื นทปี่ รึกษาได้ผ่านการพิจารณา
คัดสรรจากกลมุ่ เพ่อื นรว่ มกับครูท่ีปรึกษาของแตล่ ะระดับชนั้
ได้รับการอบรมให้มีความรู้ ความสามรถในการให้คำปรึกษาเบื้องต้น และปฏิบัติหน้าที่ให้
คำปรึกษาแก่เพื่อนนักเรียน โดยการดูแลชี้แนะอย่างใกล้ชิดจากครูแนะแนว, นักจิตวิทยาโรงเรียนหรอื
ผูเ้ ชยี่ วชาญ
บทบาทหนา้ ท่ีของ YC
YC บี ทบาท น าร ห ือ ือ่ นน รี น
ที่กำลังประสบกับความวิตกกังวล หรือความยุ่งยากใจ ให้เข้าใจปัญหาชัดเจน และมีแนวทางในการ
แก้ไขปัญหา ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เป็นตัวแบบให้เพื่อน ช่วยให้เพื่อนเกิดการ
เปล่ียนแปลง และพฒั นาตนเอง และยังเปน็ การชว่ ยส่งเสรมิ สมั พันธภาพ ระหวา่ งเพือ่ นด้วยกันอกี ด้วย
จรร าบรรณของ YC น าร ็นผู้ ห้คำ ร า
1. เคารพในศกั ด์ิศรี และส่งเสรมิ สนบั สนนุ สวัสดภิ าพของเพือ่ นผมู้ ารับคำปรึกษา
2. สัมพันธภาพในการให้คำปรกึ ษาและขอ้ มูลท่ไี ด้จากสัมพันธภาพนั้น จะต้องเก็บรักษาไว้เป็น
ความลับ
3. ระมดั ระวงั ไมใ่ หข้ อ้ มูลบนั ทึกการปรกึ ษาก่อใหเ้ กิดผลเสยี หายแก่เพ่ือนผรู้ บั คำปรึกษา
4. ควรชแ้ี จงเงื่อนไขตา่ งๆ ของการให้คำปรึกษาใหเ้ พือ่ นผรู้ ับคำปรกึ ษาทราบ
5. ในการใหค้ ำปรกึ ษา YC ต้องหลกี เลย่ี งสภาพท่จี ะทำให้เพือ่ นผ้รู บั คำปรึกษาอยใู่ นสภาวะขัดแย้ง
ในใจ
6. ยุติการให้คำปรึกษา เมอื่ YC ไม่สามารถให้ความชว่ ยเหลือผู้รบั คำปรกึ ษาไดอ้ กี ต่อไป และให้ส่ง
ตอ่ ไปพบครแู นะแนวหรือผูเ้ ช่ยี วชาญท่เี หมาะสมต่อไป
7. หากได้รับข้อมลู ทอ่ี าจเป็นอนั ตรายแกผ่ ูอ้ ื่น YC ตอ้ งรายงานให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทราบ ในแนวทางที่
ไม่เปิดเผยว่าไดร้ บั ข้อมลู จากเพอื่ นผู้รับคำปรึกษาคนใด
ัญหารุนแรงที่น รี นแ นนำ YC ค รสงตอ
1. นกั เรยี นท่มี คี วามคิดฆา่ ตวั ตาย พยายามฆ่าตวั ตายหรือเคยลงมอื ฆ่าตัวตายแลว้
2. นักเรียนที่มีอาการทางจิต ซึ่งได้แก่ การได้ยินเสียงแว่ว เห็นภาพหลอน หวาดระแวงมี
ความคิดผดิ ปกติรุนแรง พฤตกิ รรมเปล่ียนแปลงจนไม่สามารถดำรงชวี ติ อยา่ งปกติสขุ ได้
3. นกั เรยี นที่ตง้ั ครรภ์ หรอื สำส่อนทางเพศ
4. นกั เรียนทตี่ ิดสารเสพตดิ โดยไมส่ ามารถหยุดใชเ้ องได้/หรือมบี ทบาทเปน็ ผู้จำหน่ายยาเสพตดิ
5. นักเรียนที่มีอารมณ์รุนแรง เช่น ซึมเศร้า แยกตัว หรือวิตกกังวล ก้าวร้าว ควบคุมอารมณ์
ตนเองไม่ได้
6. นักเรยี นท่ถี กู ทารณุ กรรมทัง้ ทางร่างกาย จิตใจ หรือทางเพศ
7. นักเรียนที่ประสบเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เช่น การฆาตกรรม การข่มขืน อุบัติเหตุที่มีการ
สูญเสยี รนุ แรง
8. ปัญหาการเรยี น ปัญหาอารมณ์ ปญั หาพฤติกรรมอน่ื ๆ ทีร่ ุนแรง
ณะทด่ี ขี องน รี น อื่ นท่ี ร า (YC)
1. รู้จักและยอมรบั ตนเอง
2. อดทน ใจเย็น
3. จริงใจและต้งั ใจช่วยเหลือผอู้ ืน่
4. มที ่าทีท่ีเปน็ มติ รและมองโลกในแงด่ ี
5. ไวตอ่ ความรู้สกึ ของผ้อู น่ื และช่างสังเกต
6. ใชค้ ำพูดไดเ้ หมาะสม
7. เป็นผู้รับฟงั ท่ีดี
า้ ห า ของ าร หค้ ำ ร า
เพื่อชว่ ยให้ผู้รับคำปรกึ ษาได้รจู้ ักตัวเอง สิง่ แวดล้อม และยังชว่ ยลดความเครียดจากทกุ
สาเหตทุ ีท่ ำใหเ้ กดิ ความไมส่ บายใจ
พฒั นาทกั ษะทางด้านสังคม การตัดสนิ ใจ และจดั การกับปญั หาที่มีอยใู่ ห้มีคุณภาพมาก
ยิ่งขน้ึ เมอ่ื รู้จักพฒั นาในด้านต่างๆ แล้วจะช่วยสง่ ผลให้มีพฤติกรรมไปในทิศทางทด่ี ขี น้ึ เช่น มี
ความรับผิดชอบการเรียนและอัธยาศัยท่ดี ีกับผูอ้ น่ื ตามมาดว้ ย
ขอ้ สนอแนะสำหรบ าร หค้ ำ ร า
1. ตรงต่อเวลานัดหมาย
2. ใหค้ วามสำคัญกับภาษาท่าทางของเพือ่ นผรู้ ับคำปรึกษาใหม้ าก
3. หลกี เลย่ี งการถามขอ้ มูลท่ลี ะเอียดอ่อนหรอื เจาะจงเกนิ ไป
4. หลีกเลยี่ งการแนะนำใหเ้ พ่ือนผู้รับคำปรึกษาปฏิบัติตามความเห็นของ YC
5. หลีกเลยี่ งการเกิดอารมณร์ ว่ มและการเห็นชอบกบั พฤติกรรมของเพอื่ นผู้รับคำปรึกษา
6. ไมด่ ่วนสรปุ และแก้ปัญหา โดยทีเ่ พื่อนผู้รบั คำปรกึ ษาไม่มีโอกาสได้สำรวจปญั หาและ
สาเหตมุ ากพอ
7. ควรบนั ทกึ ผลการใหค้ ำปรกึ ษาทุกครั้งหลังการให้คำปรกึ ษา
8. ตอ้ งรักษาความลบั และประโยชน์ของผู้รบั คำปรึกษา ไม่นำเร่อื งราวของเพ่ือนผูร้ ับ
คำปรึกษาไปพดู ในท่ตี ่างๆ
ข้นตอน าร ห้คำ ร า
1. ขน้ สรา้ งส นธภา
ถา้ หากว่าคนทมี่ าขอคำปรึกษาจากเรา เป็นคนท่ไี มส่ นทิ หรอื ไมร่ ้จู ักกับเรามาก่อน เราก็ควร
ทจ่ี ะตีซี้ เพอื่ ท่ีจะให้เขารสู้ ึกเป็นกันเองกับเราไม่ใหเ้ ขาประหม่า และท่ีสำคัญ การท่ีเราจะพดู กบั ใคร
อย่างเปดิ อกน้ันเราจะต้องรสู้ กึ ไว้วางใจคนๆนน้ั กอ่ น วิธีการก็จะมีดังน้ี
1. ยมิ้ แยม้ แจ่มใส (ก็ไมใ่ ชว่ ่ายิม้ แบบตลอดเวลานะ อย่างนั้นเรียกวา่ บ้า)
2. การลกุ ข้นึ ต้อนรับหรือเดินไปรบั
3. เชือ้ เชญิ ใหน้ ง่ั (พยายามทำใหด้ ูเป็นธรรมชาติ เพราะถา้ มากไปเขาจะยิ่งเกร็งกว่าเดิมอีก
กลายเป็นยากไปเลย)
4. แนะนำตัวเองแบบง่ายๆ ไมต่ ้องเปน็ ทางการมากนัก
5. ใหค้ นทมี่ าปรึกษากบั เราแนะนำตัวเองบา้ ง ไม่ใช่เราแนะนำตัวเองอยฝู่ า่ ยเดยี ว
6. คยุ เลน่ กันนดิ ๆ หนอ่ ยๆ ขำๆ เรอ่ื ยๆ แตไ่ มต่ ้องนานๆ จากนน้ั ก็คอ่ ยเขา้ สเู่ รอ่ื ง
7. ใหเ้ พื่อนเราเลา่ เรือ่ งทีต่ ้องการจะปรึกษามาให้ฟัง
8. เรมิ่ ใชว้ ชิ ายุทธวธิ ีที่เราศึกษาอบรมมา ตามความเหมาะสม
9. รูอ้ ะไรกเ็ หยียบไว้ให้หมด อยา่ ใหเ้ ลด็ ลอดออกมาได้ ไมง่ ั้นซวยท้งั คนใหค้ ำปรกึ ษาและคน
มาปรกึ ษา
10. เราจะตอ้ งคอยตดิ ตามผลและใส่ใจคนที่มาปรกึ ษาเราอยา่ งสมำ่ เสมอ ไม่ใชว่ า่ ขอไปที
2. ข้นสำร จแ ะทำค า ขา้ จ ัญหา
เป็นขั้นตอนที่ถือว่ายาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเราที่ได้ศึกษาวิชายุทธวิธีมาแล้ว
เนือ่ งจากวา่ คนท่ีจะเข้ามาปรึกษากบั เรานั้น ส่วนมากจะสับสน ว้าวุ่นในชวี ติ คดิ ไม่ปะติดปะต่อกัน
และบางรายกร็ ้องไหฟ้ ูมฟายไปเลย ฉะนัน้ จึงอยูท่ คี่ วามสามารถของเราในการทีจ่ ะรวบรวมข้อมูล
ให้ได้ตามท่ตี ้องการ สิ่งทเี่ ราตอ้ งทำ
1. ต้องรู้ใหไ้ ดว้ า่ ปญั หาคอื อะไร และตอนนป้ี ญั หาน้นั ไปถึงขั้นไหนแลว้
2. หาสาเหตใุ ห้เจอ เพือ่ ทเี่ ราจะได้แก้ไขได้ถกู จุด ถา้ หากว่าแกไ้ ด้ หรอื ไมไ่ ด้ ก็เพ่ือเป็นการ
เข้าใจไปในทางเดียวกนั
3. ทำให้คนที่มาปรึกษาเรานั้นรู้ตัวอยู่เสมอว่า ปัญหาของเขาคืออะไร และสาเหตุนั้นมา
จากอะไร เพราะบางครั้งเมื่อเขารู้ว่าปัญหาเขาคืออะไร มาจากไหน เขาก็จะสามารถแก้ไขได้ด้วย
ตวั เอง
4. ทำใหเ้ พอื่ นเรารวู้ า่ เป้าหมายคืออะไร และต้องเปน็ ไปไดจ้ ริง
5. ให้ความม่ันใจและเปน็ ความหวงั ใหแ้ กเ่ พื่อนที่ต้องเผชญิ กบั ปัญหา
เม่ือเรารแู้ ลว้ ว่า สง่ิ ทเ่ี ราตอ้ งการร้คู อื อะไร จากนน้ั กม็ าดูกันว่าจะทำส่งิ ไหนยังไงกอ่ นหลังให้
เป็นไปตามขนั้ ตอนท่ีถูก เพื่อใหเ้ กิดผลสำเรจ็
ลำดับข้นั ตอนก็ง่ายๆ แค่ 4 ข้อเอง มาดกู นั เลย...
1. จะตอ้ งใชค้ ำพดู หรือวชิ ายุทธวธิ ที เ่ี ราเรียนมาตา่ งๆ ดึงใหเ้ พอื่ นของเราพูดและระบายเอา
เร่อื งตา่ งๆ ออกมา รวมท้งั ผลกระทบทั้งอดีต ปัจจบุ ันและอนาคต
2. ให้คนทีม่ าปรึกษาเรา คดิ ถึงเปา้ หมายทวี่ างไว้ท้ังในตอนนแ้ี ละต่อๆไป
3. ใชเ้ ทคนิค เงียบแลว้ กฟ็ ัง สงั เกตและใส่ใจคนที่มาปรึกษาเรา
4. ใช้เทคนิคสะทอ้ นซำ้ สรุป และเปน็ กำลังใจ
3. ขน้ ตอน ารหาแน ทางแ ไ้ ข ญั หา
เราจะต้องพยายามให้คนที่เข้ามาปรึกษานั้น เป็นผู้เลือกวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง เราไม่
ควรไปบงั คบั หรอื บีบให้เขาต้องทำตามทีเ่ ราแนะนำไป แต่เราควรจะพดู หรือเสริมขอ้ ดีข้อเสียต่างๆ
และชว่ ยกนั เลอื กวิธีทดี่ ที ่ีสุด สำหรบั ผ้มู าปรึกษากบั เราและสามารถทำไดจ้ รงิ
แต่ในท่ีสุด ความสำเร็จน้ันจะเกิดขึน้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ีสดุ จะต้องทำไปตามขัน้ ตอน
ดงั น้ี
1. พยายามใหผ้ ้มู ารบั คำปรกึ ษานัน้ คดิ วิธีดว้ ยตวั เองก่อน
2. แก้ไขหรอื เพ่มิ เตมิ ในสง่ิ ทีผ่ ู้ขอคำปรกึ ษาเสนอมา
3. ให้ผ้มู าปรึกษาเสนอขอ้ ดี ขอ้ เสียก่อนแลว้ เราจงึ เสรมิ ทีหลงั
4. เปรียบเทยี บวธิ ใี หเ้ หน็ ข้อแตกต่างและผลท่ีตามมา
5. ใหข้ อ้ มลู ชีแ้ จงผลท่ีตามมาจากวธิ แี กป้ ัญหาแตล่ ะวธิ เี พ่มิ เติม
6. สรปุ และเพ่มิ เตมิ ขอ้ มลู ให้กระชับ ชัดเจนข้ึน เพอี่ ให้เกดิ ความสมบรู ณ์
4. ขน้ ตอน าร างแผน อ่ื นำไ สู าร ฏบิ ติ
เมื่อตัดสินใจเลือกได้แลว้ ว่าผู้มาขอคำปรึกษานั้น จะใช้วธิ ีอะไรเราก็ควรจะใหเ้ กิดการตก
ลงกนั ระหวา่ งผู้มารับคำปรึกษาและผใู้ ห้คำปรกึ ษา เพอ่ื จะทำให้เกิดการต้งั ใจและพร้อมท่ีจะทำจน
สำเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดี ทัง้ นท้ี ัง้ นั้น เราก็จะต้องกำหนดช่วงเวลาและคอยติดตามผลอยตู่ ลอด รวมทั้ง
หมน่ั สร้างความมัน่ ใจใหแ้ กผ่ มู้ ารับคำปรกึ ษาอยเู่ สมอ
วิธกี ารที่ดใี นการปฏบิ ตั ิกม็ ีดงั นี้
1. ให้ผู้มารับคำปรึกษามีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการและรายละเอียดต่างๆ ไปพร้อมๆ
กัน
2. ติดตามผลและเป็นกำลังใจอยเู่ สมอ
3. หากเป็นไปได้ กอ็ าจจะทำให้ผู้มารบั คำปรกึ ษานนั้ มีสญั ญาผกู มัดกบั เราเป็นลายลักษณ์
อกั ษร วา่ จะทำตามท่คี ุยไว้
5. ขน้ ตุ ิ าร ห้คำ ร า
เหมือนสุภาษิตที่ว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลกิ ลา การปรึกษากันก็ต้องมีการจบลงเช่นกัน แต่
จะทำไงให้มันเป็นการจบลงด้วยดีล่ะเพราะบางครั้ง คนที่มาปรึกษาเราก็ไมค่ ่อยจะยอมรับเราก็มี
แต่เรากต็ ้องสงบสติไว้ ไมใ่ ชโ่ วยวาย กลายเปน็ ปัญหาระหว่างผ้ใู หแ้ ละผรู้ ับคำปรึกษาซะงนั้ (แลว้ จะ
ไปปรึกษาใครล่ะ) ง้นั มาดกู นั วา่ ทำไงถงึ จะดีและแนบเนียนทส่ี ดุ
1. อย่างแรกก็อาจจะทำเป็นดูนาฬิกา บอกเวลาที่เหลือไว้ก่อนที่จะสิ้นสุดกำหนดการกัน
ตอนแรก
2. อาจจะต้องตดั บทในบางสถานการณเ์ พอื่ ท่ีเราจะได้สรุปปัญหา สาเหตุ รวมทงั้ วิธีแกไ้ ข
3. ลองให้ผูร้ บั คำปรึกษานัดเวลาคร้ังต่อไป เพื่อติดตามผลหรือคยุ กันต่อถา้ หากว่าเรื่องน้นั
ยังไมม่ ขี อ้ สรปุ ทด่ี ี
4. อาจจะใหเ้ พอ่ื นเราท่เี ป็น YC ช่วยกนั หรือให้คนท่ีมีความถนดั ในปญั หานนั้ มากกวา่
5. ทง้ิ ท้ายด้วยการให้กำลังใจเสมอกอ่ นจะลากนั (Happy Ending)
ถ้าหากว่าผู้รับคำปรึกษานั้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองให้กล่าวคำชม และให้ผู้รับ
คำปรกึ ษานั้นอธิบายข้อดีทเ่ี ขาแก้ปญั หาด้วยตัวเองได้
ทคนิค าร ห้คำ ร า
1. ทคนิค น าร ส จ
คาหา
การใส่ใจเป็นพฤติกรรมของ YC ที่แสดงออกด้วยภาษาพูดหรือภาษาท่าทาง ซึ่งบอกถึง
ความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเพื่อนผู้ขอรับคำปรึกษา โดยการแสดงความสนใจ การเห็น
ความสำคญั และการใหเ้ กยี รติ เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ขู้ อรับคำปรึกษาเกิดความอนุ่ ใจและไม่รสู้ ึกห่างเหนิ
าร ส จ แบงออ ็น
1. การใสใ่ จโดยการแสดงออกดว้ ยภาษาพดู
2. การใสใ่ จโดยการแสดงออกดว้ ยภาษาท่าทาง
2.1 การประสานสายตา
2.2 ทา่ ทางและการเคล่ือนไหว
2.3 น้ำเสียงการพดู ทั้งจงั หวะการพูด ความดังหรอื เบาของเสียง ระดบั เสยี ง
นอกจากทั้ง 3 ข้อ ที่ได้กล่าวมาแล้ว การใส่ใจโดยใช้การแสดงด้วยภาษาท่าทางยังอาจ
แสดงออกไดอ้ ีก เชน่
- ระยะห่างระหวา่ ง YC และผู้ขอรบั คำปรึกษา
- การวางตวั
- การแสดงสีหนา้
- การแตง่ กาย
แน ทาง ฏิบติ
1. ในขณะท่ี YC กำลงั ฟงั ผู้ขอรบั คำปรกึ ษาอยู่นัน้ ควรประสานสายตากบั ผู้ขอรับคำปรึกษา
ในลักษณะทเ่ี ป็นธรรมชาติ หรอื พยักหน้าเล็กน้อยในขณะทรี่ บั ฟงั
2. YC พูดตอบรบั หลงั จากท่ีผู้ขอรบั คำปรกึ ษาพูดจบ เช่น “ครบั /ค่ะ” หรือพดู ซ้ำประโยคที่
ผขู้ อรับคำปรกึ ษากล่าวไว้
3. ใช้คำพูดที่สัมพันธ์กับคำพูดของผู้ขอรับคำปรึกษาโดยไม่มีการขัดจังหวะ จะช่วยให้ผู้
ขอรับคำปรึกษาได้สำรวจเร่ืองราวของตนเองต่อไป และเปน็ ส่งิ ทย่ี ืนยันว่าผู้ให้การปรึกษากำลังฟัง
เขาอยู่ด้วยเช่นเดยี วกัน
4. ลักษณะทา่ ทางของ YC จะต้องมที ่าทีผอ่ นคลาย ไมเ่ กร็งหรอื เครง่ เครยี ด เพราะจะทำให้
ผู้ขอรับคำปรึกษาตึงเครียดจนเกินไปด้วย ควรนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าพอสมควร เว้นระยะห่าง
ประมาณ 3 ฟตุ ลกั ษณะท่าทแี ละการนงั่ กเ็ ปน็ ส่ิงทส่ี ำคัญประการหนง่ึ ทจ่ี ะแสดงถึงความสนใจ เอา
ใจใส่ต่อผูข้ อรบั คำปรกึ ษา
ระโ น์
ผูข้ อรับคำปรกึ ษา มคี วามรู้สึกปลอดภัย เกดิ ความมั่นใจและมีกำลังใจทจ่ี ะเรม่ิ พฒั นาตนเอง
เพราะไดส้ ำรวจตนเอง มคี วามเข้าใจ ยอมรับเกดิ ความรูส้ ึกดขี ึ้นในการมีชีวิตอยู่ และมีสมั พันธภาพ
กับผู้อื่น นอกจากนี้ยังทำให้ YC เกิดความเข้าใจเนื้อหาและความรู้สึกของผู้ขอรับคำปรึกษามาก
ยิง่ ข้นึ
2. ท ะ ารฟงั
คาหา
การฟังเป็นกิจกรรมพื้นฐานสำคัญ ในการรับรู้ข้อมูลของผู้รับคำปรึกษา ที่จะทำให้
กระบวนการให้คำปรกึ ษา บรรลุผลสำเร็จอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
แน ทาง ฏบิ ติ
1. ตั้งใจฟังอย่างมสี มาธิและจดจอ่ ระหวา่ งการฟงั และมองหนา้ ผู้มารับคำปรึกษา
2. ติดตามเรื่องราวอย่างตอ่ เน่อื ง
3. ทำความเข้าใจตามในขณะทฟ่ี งั
4. ถา้ ไมเ่ ข้าใจ ควรซกั ถามให้ชัดเจน หรอื ถามเพ่ือทบทวนความเขา้ ใจ
5. การซักถาม ควรถามเมื่อผู้มารับคำปรึกษาพูดจบประเด็นเสียก่อน หรือถามในช่วง
สดุ ท้าย
6. ไม่แทรกแซงหรือก่อความรำคาญให้ผู้มารบั คำปรึกษา เช่น รับหรือพูดโทรศพั ท์ พูดคุย
กับผู้อ่ืน
7. การตีความหมาย ไม่ควรนำความคิดหรือประสบการณเ์ ดิมของตนเอง ไปตีความหมาย
หรือตัดสินข้อมูลของผ้มู ารับคำปรกึ ษา
8. จบั ประเดน็ หรอื จับใจความสำคญั และใชท้ ักษะอ่ืนๆรว่ มดว้ ย เช่น การสะท้อน การทวน
ความ การสรปุ ประเดน็ เปน็ ต้น
ระโ น์
เป็นการให้เกียรติและยอมรับ สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้มารับคำ
ปรกึ ษา พรอ้ มทง้ั เปน็ การศึกษาหาขอ้ มูลผมู้ ารบั คำปรึกษา
3. ทคนิค ารถา
คาหา
การถาม เปน็ การให้ผขู้ อรบั คำปรกึ ษาไดเ้ ลา่ ความรู้สกึ และเร่อื งทต่ี ้องการปรึกษา
แน ทาง ฏบิ ติ
1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการถามว่าต้องการขอ้ มูลแบบใดจากผู้ขอรับคำปรกึ ษา แล้วต้ัง
คำถาม ซ่งึ มอี ยู่ 2 แบบ คอื การถามแบบเปดิ และการถาม แบบปิด
คำถามปลายเปิด เมื่อต้องการให้ผู้ขอรับคำปรึกษาได้พูดเล่าความรู้สึกหรือ
เรือ่ งราวของเขาอย่างอิสระ
คำถามปลายปดิ เมอ่ื ตอ้ งการคำตอบส้นั และเฉพาะเจาะจงโดยท่ัวไปแลว้ YC ควร
ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขอรับคำปรึกษาได้ตอบตามที่ต้องการอย่างเต็มที่
และจะช่วยให้ผู้ขอรับคำปรึกษาไม่รู้สึกว่า ถูกซักถามมากเกินไป จากการถามแบบปิด
เพราะไดข้ ้อมูลน้อย YC ตอ้ งถามบ่อยเพือ่ ให้ได้ข้อมลู ที่ต้องการ
2. สรุป/ทวนซ้ำประเดน็ ทีต่ อ้ งการรายละเอียดก่อนแล้วจึงตัง้ คำถาม
3. เมื่อถามแล้วให้ฟังคำตอบของผู้ขอรับคำปรึกษาอย่างใส่ใจ เพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้
ขอรบั คำปรึกษาไว้
4. ไม่ควรใช้ทกั ษะนี้มากเกินไป เพราะอาจทำใหผ้ ู้ขอรบั คำปรกึ ษารำคาญ และต่อต้านการ
ใหค้ ำปรึกษาได้
5. หลีกเลี่ยงการถามด้วยคำถาม “ทำไม” เพราะคำถามที่เริ่มด้วย“ทำไม” มักจะทำให้
เพื่อนผู้ขอรับคำปรึกษารู้สึกว่าตนเองผิด และคิดหาคำตอบที่เหมือนเป็นการแก้ตัว และคำถาม
“ทำไม” ไม่ได้ช่วยให้ผู้ขอรับคำปรึกษาได้ระบายความรู้สึกทุกข์/ไม่สบายใจซึ่งวัตถุประสงค์หลัก
ของการใหค้ ำปรกึ ษาคือ การให้โอกาสในการเล่าระบายความรู้สกึ
6. ควรใชโ้ ทนเสยี งหรอื นำ้ หนกั เสียงทแ่ี สดงถึงการใสใ่ จ
ต อ าง
ารถา ดิ ารถา ิด
“วนั น้ีเราคยุ กันเรอื่ งเรียนก่อนดีไหม” “วันนี้น้อง/พ่อี ยากคุยเรอื่ งอะไร”
“หลังจากคุยกันครั้งก่อน เธอได้ทำ...แล้วหรือ “หลังจากคุยกันวันก่อน เธอทำอะไรไปบ้าง
ยัง” แล้ว”
“เธอไมช่ อบการกระทำแบบน้นั ของเขาเหรอ” “เธอรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเขา”
“เธอไมต่ อ้ งการใหเ้ ขาทำแบบน้ันใชไ่ หม”
“เธอจะตั้งใจเรียนให้มากขึ้นได้ไหม เพื่อให้ “เธอต้องการให้เขาทำอย่างไร”
เกรดดีขน้ึ ”
“หลังจากรูค้ ะแนนวชิ า...แล้ว เธอโกรธอาจารย์ “เธอจะทำอะไรบา้ ง เพื่อใหเ้ กรดของเธอดีข้นึ ”
และก็ไมต่ ้ังใจเรยี นใช่ไหม” “หลังจากรู้คะแนนวิชา...แล้ว การเรียนวิชาน้ี
ของเธอเป็นอยา่ งไรบ้าง”
4. ทคนคิ งี บสงบสงบอาร ณ์
คาหา
การเงียบเปน็ ชว่ งระยะเวลาระหว่างการปรึกษาทไ่ี มม่ ีการสอื่ สารด้วยวาจาระหว่าง YC กับ
เพอื่ นผู้ขอรับคำปรกึ ษาแตย่ งั คงมกี ารส่อื สารทางอารมณ์และความรู้สกึ
แน ทาง ฏบิ ติ
1. เมื่อเพื่อนผู้ขอรับคำปรึกษานั่งเงียบ YC ควรประเมินว่าที่ผู้ขอรับคำปรึกษาเงียบน้ัน
เพราะสาเหตใุ ด เช่น
- รสู้ กึ เศรา้ สะเทอื นใจจนพดู ต่อไปไม่ได้
- เหน่ือยลา้ จากการร้องไห้ หรอื เลา่ ระบายความรสู้ ึกที่รนุ แรง
- คดิ ทบทวนเรอ่ื งราวของตัวเอง
- จบประเดน็ หรอื เร่ืองราวน้นั ๆ แล้วกำลังคดิ ถึงเรอื่ งทีจ่ ะพูดต่อไป
ซึ่งเหตุผลดังกล่าวเป็นการเงียบที่จะเป็นประโยชน์ต่อการให้คำปรึกษา ดังนั้น YC ไม่ควรรบกวน
ความเงียบนั้น ควรรอจนกระทงั่ ผ้ขู อรบั คำปรกึ ษาพรอ้ มท่จี ะพดู ต่อไป ซง่ึ อาจใช้เวลาในการรอคอย
5-10 วนิ าที หากผ้ขู อรับคำปรกึ ษาเงียบนานพอสมควรแลว้ และไม่พดู ตอ่ YC อาจดำเนินการดงั น้ี
1.1 พูดให้กำลังใจหรือแสดงความเข้าใจ เห็นใจ เช่น “เราคิดว่า เราเข้าใ จ
ความรู้สึกของเธอดี”
1.2 สะท้อนเนื้อหาและความรู้สึกของผู้ขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังพูดถึง
ก่อนจะมีการเงียบเกิดขึ้น เชน่ “เธอน้อยใจและกผ็ ิดหวงั ทีพ่ ่อทำอย่างนั้น”
1.3 ถามถึงความหมายของการเงียบโดยสรุปเนื้อหาที่พูดถึงก่อนที่เพื่อนผู้ขอรับ
คำปรึกษาจะเงียบไป เช่น “พอเราคุยกันถึงเรื่อง... เธอก็เงียบไป เราไม่แนใ่ จว่าท่ีเธอเงียบ
ไปน่ีมันหมายถงึ อะไร”
1.4 ถามถึงความรู้สกึ ของผูข้ อรับคำปรึกษาในขณะที่เงียบ โดยสรุปเนื้อหาที่พูดถึง
ก่อนเพื่อนผู้ขอรับคำปรึกษาจะเงียบไป เช่น “เมื่อกี้เราพูดกันถึงเรื่อง... แล้วเธอก็เงียบไป
ตอนนเ้ี ธอกำลัง รูส้ กึ อยา่ งไรอยู่เหรอ”
หา YC ิจารณาแ ้ หน็ าทีผ่ ู้ขอรบคำ ร า งี บไ นานนน้ อาจ สี า หตุ าจา
- ต่อต้านการมาพบ YC เพราะถูกบังคบั ใหม้ า YC ควรแสดงความเขา้ ใจ เห็นใจ และพูดถึง
ความตั้งใจ ความใส่ใจ และเต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้ขอรับคำปรึกษา รวมทั้งหลักการ วิธีการและ
ประโยชนข์ องการให้คำปรึกษา เพือ่ ชว่ ยให้ผู้ขอรบั คำปรึกษาเกิดทัศนคตทิ ด่ี ตี ่อการถูกเชิญพบ และ
ประโยชนท์ เี่ ขาจะไดร้ ับจากการรับคำปรึกษา เชน่ “พี่คดิ ว่าพอเข้าใจความร้สู ึกของเธอ ท่ีอยู่ๆ พี่ก็
ขอให้เธอมาพบ ทีใ่ ห้เธอมากเ็ พราะว่าพไี่ ด้รู้เกีย่ วกับ... (ตัวผู้ขอรับคำปรกึ ษา) พเี่ ปน็ ห่วง และคิดว่า
ถา้ ได้คุยกันไดข้ ้อมลู ท่เี ป็นจริงท้ังหมดแลว้ เราอาจจะช่วยกนั หาแนวทางจัดการ...ได้ จึงใหเ้ พอ่ื นตาม
เธอมา”
- ประหม่าหรอื หวาดกลวั ต่อการถูกเรียกพบ YC ควรชวนคุยเรือ่ งท่ัวไป และแสดงท่าทางท่ี
อบอุ่นเป็นมิตร เพื่อสร้างความเป็นกันเองให้ผู้ขอรับคำปรึกษารู้สึกผ่อนคลาย เช่น “นั่งก่อนซิ
กนิ ขา้ วแลว้ หรือยงั (กรณที ี่นัดพบตอนพกั เทยี่ ง) ส่วนใหญ่ไปกนิ ข้าวที่ไหน วันนก้ี นิ ข้าวอร่อยไหม”
- YC ไมค่ วรพูดเพื่อลดความรู้สกึ อึดอัดของตัวเองให้อดทนกับความเงียบเกิดขึ้นในระหว่าง
การสนทนา ให้อดทนต่อความเงียบและใช้การเงียบให้เป็นประโยชน์ในการให้คำปรึกษา เพราะ
การฟังผขู้ อรับคำปรึกษาอย่างสงบ หรอื นัง่ อยู่กับเขาเงยี บๆ เมื่อผูข้ อรบั คำปรกึ ษามสี ภาพอารมณ์ที่
รุนแรง เช่น โกรธมาก เสียใจมากแล้วร้องไห้ คือการเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงอารมณ์อย่างเต็มที่
โดยไม่มีการรบกวน เป็นการแสดงวา่ YC เข้าใจความรู้สึกของเขาจะเป็นผลดีกับการให้คำปรึกษา
มากกวา่ การปลอบโยน หรอื ซกั ถามความรู้สึกในขณะนั้น
ต อ าง
ื่อนท่ี าขอคำ ร าจา รา : เราไมแ่ น่ใจว่า เราจะมโี อกาสได้
ตอบแทนบญุ คุณของแม่ไหม...
ราะ...
YC : ( งี บ)...
่ือนท่ี าขอคำ ร าจา รา : หมอบอกว่า...แม่...แม่...อาจจะ
...(นำ้ ตาไหล)
YC : ( งี บ...อี แ ้ )...
ื่อนท่ี าขอคำ ร าจา รา : แม่ แม่อาจจะ...อยู่กับพวกเรา...
ไดไ้ มน่ าน...(รอ้ งไห)้
YC : ( งี บ...อี รอบ)... “พ่ีคิดวา่ พ่เี ขา้ ใจความรู้สึกของเธอ
ในเม่ือตอนนแี้ มข่ องเธอยงั อยู่
เธอคิดว่าเธอจะทำอะไรใหแ้ มช่ ่ืนใจได้บา้ งละ่ ”
5. ทคนคิ ารท นซำ้
คาหา
เป็นการที่ YC พูดซ้ำในเรื่องที่ผู้ขอรับคำปรึกษาบอกอีกครั้งหนึ่งโดยคงสาระสำคัญของ
เน้อื หาหรอื ความรูส้ ึกไวต้ ามเดมิ แตใ่ ช้คำพูดน้อยลง
แน ทาง ฏบิ ติ
1. ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้ขอรับคำปรึกษาพูด แล้วพิจารณาว่าคำพูดใดของผู้ขอรับคำปรึกษาท่ี
น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ ที่ควรเน้น/ย้ำเป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขอรับคำปรึกษาได้เล่าอย่าง
ต่อเน่ืองหรือให้รายละเอียดเพิม่ เตมิ ใหพ้ ดู ขอ้ ความ/ประโยค/คำพูดนน้ั ซ้ำ โดยอาจจะพูดซ้ำความ/
ทวนความ ตามแนวทางปฏบิ ตั ิดงั น้ี
- ซ้ำ/ทวนข้อความนน้ั ทง้ั หมดโดยเปล่ยี นเฉพาะสรรพนาม
- ซ้ำ/ทวนเฉพาะประเด็นสำคญั
2. หลีกเลี่ยงการซ้ำความ/ทวนความบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผู้ขอรับคำปรึกษารู้สึกอึดอัด
หรอื เหมือนถูกล้อเลียน และไม่แน่ใจในความสามารถของ YC
3. ซำ้ ความ/ทวนความ โดยไม่เพิม่ เติมความคดิ เห็นของ YC ลงไป
4. เมื่อซ้ำความ/ทวนความแล้ว ให้สังเกตการตอบสนองของผู้ขอรับคำปรึกษา ถ้า YC ซ้ำ
ความ/ทวนความได้ถกู ตอ้ งผขู้ อรบั คำปรกึ ษาจะพยกั หนา้ ตอบรับ และพูดตอ่ หรือขยายความต่อใน
กรณีท่ผี ขู้ อรับคำปรึกษาไมม่ ีปฏกิ ริ ิยาตอบสนอง YC อาจใชก้ ารถามเปดิ
ต อ าง “เราไม่รู้วา่ จะจดั การกบั ชวี ิตของเราต่อไปอย่างไรดี
ผู้ขอรบคำ ร า: บ า ง ค ร ั ้ ง ใ จ ห น ึ ่ ง ก ็ อ ย า ก จ ะ อ อ ก ไ ป ห า ง า น ท ำ ใ ห ้ ไ ด ้ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์
ขณะเดียวกันกค็ ิดว่าน่าจะเรียนให้จบๆไป แตก่ ไ็ มแ่ นใ่ จวา่ จะเรยี นจบไหม”
YC 1 : “เธอไม่รู้ว่า จะตัดสินใจอย่างไรดี ระหว่างออกไปทำงานเพื่อหา
ประสบการณ์กับเรียนต่อจนจบ แต่ก็ไม่แนใ่ จว่าจะเรยี นจบไหม”(ซำ้ /ทวน
YC 2 : ทง้ั หมด เปล่ียนเฉพาะสรรพนาม)
YC 3 : “เธอทั้งอยากออกไปทำงานและเรียนต่อไปจนจบ” (ซ้ำ/ทวน เฉพาะ
ประเดน็ สำคญั )
“เธอตัดสินใจไม่ได้ว่าทางเลือก 2 ทางนั้นทางไหนเหมาะกับตัวเธอ” (ซ้ำ/
ทวน โดยสรปุ แต่คงสาระสำคญั ไว้)
แน ทาง ฏบิ ติ
1. ทวนซ้ำหรือสะท้อนความรสู้ กึ เพือ่ ให้แนใ่ จวา่ ผู้ขอรับคำปรึกษาได้เข้าใจเหตุการณ์อย่าง
ถกู ต้อง
2. ให้โอกาสผู้ขอรับคำปรึกษาได้นึกถึงผลดีหรือผลเสียที่จะตามมาจากการตัดสินใจหรือ
การปฏบิ ัตขิ องตนเอง
3. ผูใ้ ห้การปรกึ ษาช้ีผลที่ตามมาจากการรบั ร้ขู องตนเอง
4. สรุปผลดีและผลเสียของการตัดสนิ ใจหรือการปฏิบัติ
5. ช่วยใหผ้ ขู้ อรบั คำปรกึ ษาตัดสนิ ใจเลือกทางปฏิบัติ
ระโ น์
1. ผขู้ อรบั คำปรึกษารบั ร้ถู ึงผลดีและผลเสยี ของการตัดสินใจและการปฏบิ ัติของตนเอง
2. ผขู้ อรับคำปรึกษามที างเลือกมากข้นึ ในการปฏิบตั ิตอ่ ไป
6. ท ะ าร ห้ ำ ง จ
คาหา
การให้กำลังใจ เปน็ การแสดงความสนใจ เขา้ ใจในสิ่งท่ีผู้ขอรับคำปรกึ ษาพูด และสนับสนุน
ให้เขาพูดตอ่ ไป โดยใช้คำพูดหรอื ทา่ ทาง
แน ทาง ฏิบติ
1. เมอ่ื ผู้ขอรับคำปรกึ ษาเสนอความคิด หรอื แนวทางแกไ้ ขปญั หาที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือ
มีความพร้อมที่จะปรับปรงุ พัฒนาตนเอง แต่ยังลังเลใจ YC ก็อาจใช้การใหก้ ำลังใจโดยใช้แนวทาง
ตอ่ ไปนี้
- มองหน้า สบตา ผงกศรี ษะ ตอบรบั ส้นั
- การทวนซ้ำคำสำคัญๆ ที่ผู้ขอรับคำปรึกษาพูดถึงรวมทั้งการมองหน้าสบตาผู้ขอรับ
คำปรึกษา และ
- ใช้คำพูดกระตุ้นให้ผู้ขอรับคำปรกึ ษาเกดิ ความมั่นใจมคี วามหวังและกำลังใจทีจ่ ะคดิ หรือ
ทำในสิ่งทีถ่ กู ตอ้ งเหมาะสมกับเขาและเปน็ จรงิ ได้
2. หลีกเลย่ี งการสรา้ งความหวงั และการปลอบใจทไี่ ม่อาจเป็นจรงิ ได้ หรือใชก้ ารใหก้ ำลังใจ
เพอ่ื กลบเกลอื่ นความรูส้ ึกทอ้ แทข้ องผูข้ อรบั คำปรึกษา
ต อ าง
“น้อยคนนักจะคิดได้อย่างเธอ เราเชื่อว่าเธอจะสามารถจัดการกับเรื่องยุ่งๆ นี้ได้อย่าง
แน่นอน”
“ทำต่อไปเถอะ แมผ้ ลจะออกมาไมด่ ีอย่างทหี่ วัง แต่ทกุ อย่างก็คลี่คลายไปมากแล้ว”
“นายไดท้ ำดีท่ีสดุ ”
7. ทคนคิ ารสรุ
คาหา
เป็นการรวบรวมเนื้อหาและความรู้สึกของผู้ขอรับคำปรึกษาที่เกิดขึ้นในระหว่างให้
คำปรึกษา รวมทั้งกระบวนการให้คำปรึกษา โดยใชค้ ำพดู ส้นั ๆ ใหไ้ ด้ใจความสำคัญท้งั หมด
แน ทาง ฏิบติ
1. YC พยายามจับประเด็นสำคัญทั้งเนื้อหาที่ผู้ขอรับคำปรึกษาพูดและความรู้สึก และ
ความร้สู กึ ที่ผ้ขู อรบั คำปรึกษาแสดงแลว้ ใชค้ ำพูดสนั้ ๆ ใหไ้ ดใ้ จความครบ โดยอาจใชก้ ารสรปุ เมือ่
- ผู้ขอรับคำปรึกษาพูดถึงประเด็นปัญหาต่างๆหลายประเด็น YC อาจสรุปแต่ละประเด็น
กอ่ นทีผ่ ้ขู อรบั คำปรกึ ษาจะเรม่ิ ประเดน็ ต่อไป
- กอ่ นจบและเร่ิมการใหค้ ำปรึกษาในแตล่ ะครงั้ ในกรณที ่ีมีการปรกึ ษาหลายครง้ั
- คร้งั สุดทา้ ยกอ่ นยุตกิ ารใหค้ ำปรึกษา
2. ขอให้ผู้ขอรับคำปรกึ ษาเป็นผู้สรุป โดยมี YC ช่วยเสรมิ ในสว่ นสำคัญท่ขี าดหายไป
ต อ าง
YC สรุป “จากที่เราคุยกันมาประมาณ 40 นาที เธอกังวลเรื่อง... เพราะ... และเธออยาก
(ต้องการ) ให.้ ..เรากำลงั ชว่ ยกันคดิ วธิ กี ารเพ่อื ให้เปน็ ไปอยา่ งท่เี ธอต้องการ เพงิ่ จะคดิ ได้วิธีเดียวเอง
คือ... แตเ่ วลาท่ีเราจะพูดคุยกันหมดแล้วละ เพราะฉะน้ันเราจะขอใหเ้ ธอมาพบเราอีกในวัน...เวลา
... เพื่อเราจะได้มาชว่ ยกันคิดหาวิธกี ารอ่นื ๆ ต่อไป”
YC ขอให้ผู้ขอรับคำปรึกษาสรุป “ก่อนที่จะหมดเวลาคุยกันในวันนี้ พี่อยากให้เธอสรุปว่า
เราคุยอะไรกนั ไปบา้ ง โดยพ่จี ะช่วยเสริมในส่วนที่ขาดให้”
8. ทคนิค าร หข้ อ้ ู แ ะแนะนำ
คาหา
การให้ข้อมูลเป็นการสื่อสารทางวาจา เพื่อให้รายละเอียดต่างๆที่จำเป็นแก่ผู้ขอรับ
คำปรึกษา อันจะเป็นประโยชน์ในการเขา้ ใจถึงปัญหาของตนเอง และใช้ประกอบการตัดสินใจ ซ่ึง
จะทำใหผ้ ขู้ อรับคำปรกึ ษามที างเลอื กในการปฏิบัตมิ ากย่ิงขน้ึ การให้ข้อมลู เปน็ เพยี งการบอกข้อมูล
เพอื่ ให้ผูข้ อรับคำปรึกษาเปน็ ผ้ตู ดั สินใจ
การให้คำแนะนำเป็นการชี้แนะแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาใหแ้ กผ่ ู้ขอรับคำปรกึ ษา
แม้ YC จะเป็นผู้มบี ทบาทมากในการชแ้ี นะ แตใ่ นทีส่ ดุ ผขู้ อรบั คำปรกึ ษาจะเปน็ ผู้เลือกเอง
9. ทคนคิ าร ้ีผ ท่ตี า า
คาหา
การชี้ผลที่ตามมาเป็นการชี้ให้ผู้ขอรับคำปรึกษา ได้เห็นผลที่ตามมาจากการวางแผนและ
การปฏิบตั ขิ องเขาเองท้ังในทางลบและทางบวก ผลท่ีตามมาน้อี าจเปน็ ได้ท้ังเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นใน
ใจเขาหรอื เหตุการณ์ภายนอก ซ่ึงทำใหพ้ ฤติกรรมทเี่ ปน็ ปัญหาคงอย่หู รอื รนุ แรงขึน้ หรือลดลง เชน่
1. ดา้ นอารมณค์ วามรสู้ กึ เชน่ รูส้ ึกดี ไมด่ ี กลมุ้ ใจ สับสนไมม่ นั่ ใจ ฯลฯ
2. ด้านร่างกาย เชน่ ใจเตน้ ปวดศรี ษะ ทอ้ งผกู เจบ็ ป่วย ฯลฯ
3. ดา้ นพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิตวั กจิ กรรมทีท่ ำ
4. ดา้ นความคดิ ทัศนคติ ความเช่อื
5. ดา้ นส่ิงแวดล้อม เชน่ เวลา เหตกุ ารณ์ สถานที่ เงิน ทรพั ยส์ นิ ฯลฯ
6. ดา้ นความสมั พนั ธก์ บั ผอู้ นื่ เชน่ ทำให้มปี ญั หากบั เพอ่ื น ญาติ เพอ่ื นรว่ มงาน
าร ้ีผ ทต่ี า าอาจทำได้ 2 ทาง คือ
การช้ีผลทีต่ ามมาในทางบวก เป็นการชีใ้ ห้ผขู้ อรับคำปรึกษาเห็นข้อดีและประโยชน์
ทจี่ ะไดร้ ับ เปน็ การสนับสนนุ ให้ผขู้ อรับคำปรึกษากลา้ ตัดสนิ ใจหรือปฏิบตั ติ ามแผนท่ีได้วาง
ไว้การชี้ผลที่ตามมาในทางลบ เป็นการบอกถึงผลที่ไม่ดีหรือโทษที่อาจจะตามมาจากการ
ตัดสินใจหรอื การปฏบิ ตั ิ
แน ทาง ฏบิ ติ
การใหข้ ้อมลู
1. ขอ้ มลู ทีใ่ ห้ควรชดั เจน ถูกต้อง ครบถ้วน ใชภ้ าษางา่ ยๆ
2. หลังจากให้ข้อมูลแล้ว YC ควรตรวจสอบว่าข้อมูลที่ให้นั้นผู้ขอรับคำปรึกษา
เขา้ ใจถูกตอ้ งหรอื ไม่ โดยใช้วิธใี หผ้ ขู้ อรับคำปรกึ ษาทวนซำ้
การใหค้ ำแนะนำ
ในการใหค้ ำแนะนำควรจะให้โอกาสผู้ขอรบั คำปรึกษาพิจารณาว่าวิธีปฏิบัติน้ันเป็น
ที่พอใจ เหมาะสม และสามารถนำไปปฏบิ ตั ิจริงได้หรือไม่
ระโ น์
การให้ข้อมูลหรือการให้คำแนะนำจะช่วยให้ผู้ขอรับคำปรึกษาไดร้ ับความรู้และมีแนวทาง
ปฏิบตั ิซึ่งตนเองอาจจะนึกไม่ถึงทำให้ผู้ขอรับคำปรกึ ษามีทางเลือกมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการ
ให้คำแนะนำมีขอ้ เสียหายหลายประการ ถ้าคำแนะนำนั้นผู้ขอรบั คำปรกึ ษาไมช่ อบกจ็ ะปฏิเสธและ
มีทศั นคตทิ างลบ หรอื ถ้าผู้ขอรบั คำปรึกษารบั คำแนะนำไปแลว้ ไม่ได้รบั ผลสำเร็จก็จะโทษ YC หาก
สำเร็จเขาก็จะมาใหม่อีก เป็นการสร้างความผูกพนั รู้สึกพึ่งพิง และการให้คำแนะนำมีโอกาสท่จี ะ
เกดิ ความเข้าใจไมต่ รงกนั ได้
าร ฏบิ ติหนา้ ท่ีของ น รี นแ นนำ YC ห งจา ผานอบร ฯ
1.ทำหนา้ ที่ในการให้คำปรึกษาแก่เพือ่ นนกั เรยี น
2.บนั ทกึ ข้อมูลการใหค้ ำปรึกษา
3.รายงานการใหค้ ำปรกึ ษาแก่ครูท่ีปรึกษา/ครแู นะแนว
4.เข้ารว่ มประชมุ /แลกเปล่ียนประสบการณก์ ับเพื่อนนกั เรยี นแกนนำ YC
อย่างสมำ่ เสมอ