The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jame02844, 2021-09-05 10:02:02

อารยธรรมจีน

อารยธรรมจีน

อารยธรรมจนี ล่มุ นําฮวงโห

คาํ นํา

หนังสือเล่มนเี ปนสว่ นหนึงของรายวชา อารยธรรมโลก (ส33101)
จัดทําขนึ เพือใช้ศึกษาในเรอง อารยธรรมจนี ลุม่ นาํ ฮวงโห
ผ่านเเหล่งความรู้ตา่ งๆ เชน่ หนงั สือ เเละเวบ็ ไซต์ ผ้จู ดั ทํา
คาดหวงั เปนอยา่ งยิงวา่ การจดั ทําหนงั สือเล่มนีจะมขี ้อมูลทเี ปน
ประโยชนต์ ่อผ้ทู ีสนใจจะศึกษาเรอง อารยธรรมจนี ลุ่มนําฮวงโห

นาย ศุภโชค จงกลรัตนวฒั นา
ผู้จดั ทํา

เเม่นาํ ฮวงโห 1
2
อทิ ธพิ ลความเชอื ทีมีผลต่อ 3-4
การตังถนิ ฐานและการดาํ เนนิ ชวี ต
แนวคดิ ของ ขงจอื 5
ทมี ีอทิ ธพิ ลต่อสังคมจนี
6
แนวคิดของ เล่าจอื
ทมี ีอทิ ธิพลตอ่ สงั คมจนี 7-8
9-12
แนวคดิ ของ เม่งจอื 13-14
ทีมอี ทิ ธพิ ลต่อสังคมจีน 15-20

เส้นทางสายไหม SILK ROAD
เศรษฐกิจเส้นทางสายไหม

ความเจรญทางดา้ นวทยาการต่างๆ

การเมืองการปกครอง

1

เเมน่ าํ ฮวงโห

เ เ ม่ นาํ ที ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม เ สี ย ห า ย แ ก่ ชี วิ ต แ ล ะ ท รั พ ย์ สิ น ข อ ง ผู้ ค น อ ย่ า ง ม า ก ม า ย ม ห า ศ า ล จ น ไ ด้ รั บ
ฉ า ย า ว่ า " แ ม่ นาํ วิ ป โ ย ค " เ เ ล ะ เ ป น ส า ย นาํ ที ก่ อ กํา เ นิ ด ช น ช า ว จี น

แมน่ าํ ฮวงโห หรอื ทีหลายคนเรยี กวา่ “แมน่ าํ เหลือง” แมน่ าํ ทีมคี วามยาว 5,464 กิโลเมตร อยูส่ งู
เหนอื ระดบั นาํ ทะเล 5,400 เมตร เปนแมน่ าํ สายทียาวเปนอันดบั สองของจนี รองจาก “แมน่ าํ แยงซี
หรอื ฉางเจยี ง” และมคี วามยาวเปนอันดบั ที 6 ของโลก จุดเดน่ ของแมน่ าํ สายนอี ยูท่ ีลํานาํ มสี อี อก
เหลือง ซงึ เกิดจากการพดั พาของดนิ ทรายจากทิศตะวนั ตก ไหลมารวมตัวกัน ทําใหม้ แี รธ่ าตทุ ีชว่ ย
สรา้ งความอุดมสมบูรณเ์ หมาะการเพาะปลกู
นอกจากนี แมน่ าํ ฮวงโห ยงั นบั เปนอู่อารยธรรมอันทรงคณุ ค่าแหง่ หนงึ ของแผน่ ดนิ จนี เพราะเปน
บรเิ วณทีตังรกรากของชนชาวจนี มาแต่แรกเรมิ เมอื งหลวงทียงิ ใหญท่ ัง 7 แหง่ ไดแ้ ก่ ซอี าน, นา
นกิง, ปกกิง, ลัวหยาง,ไคฟง, อานหยาง, หางโจว ล้วนตังอยูต่ ามล่มุ แมน่ าํ ฮวงโห รวมไปถึงสงิ
ประดษิ ฐท์ ีสาํ คัญ 4 อยา่ งในยุคโบราณของประเทศจนี ไดแ้ ก่ กระดาษ, การพมิ พ,์ เขม็ ทิศ, ดนิ ปน ก็มี
แหล่งกําเนดิ ในบรเิ วณล่มุ แมน่ าํ ฮวงโหนเี ชน่ กัน จงึ กล่าวไดว้ า่ แมน่ าํ ฮวงโหเปนสายนาํ ทีก่อกําเนดิ
ของชนชาวจนี นนั เอง

2

อทิ ธพิ ลความเชือทมี ีผลต่อ
การตงั ถนิ ฐานและการดําเนนิ ชวี ต

แหลง่ กําเนิดของอารยธรรมจีน เรมขึนทีบรเวณทีอดุ ม
สมบรู ณใ์ นทีราบตอนปลายของลุม่ นาํ ฮวงเหอ ลมุ่ นาํ แยง
ซเี กียง ทรี าบล่มุ นําแยงซีตอนใต้ เนอื งจากการขดุ ค้น
ทางโบราณคดีพบเครองปนดนิ เผาเครองใชท้ ที ําดว้ ย
กระดูกสัตวก์ ระดองเตา่ ในบรเวณดงั กลา่ ว
การดําเนินชวี ต จีนมีความเชือเรองชาตพิ รรณและเชือวา่
ตนเองเปนศนู ยก์ ลางของจักรวาล ประเทศตา่ งๆตอ้ งเข้า
มาหาจีนเอง ยกเวน้ ราชวงศ์หมงิ ทีมกี ารค้าขาย ดงั นัน
วฒั นธรรมจีนจึงไม่ค่อยมกี ารแพร่หลาย และจีนยงั ไม่
สนใจ การขยายดินแดนยกเวน้ ราชวงศห์ ยวน และลัทธิ
ความเชอื ของชาวจนี เชน่ ลทั ธขิ งจอื ไมส่ นบั สนุนใหค้ น
จนี ออกนอกประเทศแตป่ จจุบันชาวจีนแพร่กระจายออก
ไปทัวโลก

3

แนวคดิ ของ
ขงจือ เล่าจอื เม่งจือ
ทีมอี ิทธิพลต่อสงั คมจนี

แ น ว ิค ด ข อ ง ข ง จื อ เ ่ล า จื อ เ ม่ ง จื อ ีท มี ิอ ท ธิ พ ล ่ต อ สั ง ค ม จี น

4

แนวคิดของ ขงจอื
ทีมีอิทธพิ ลต่อสังคมจีน

ไดม้ อี ทิ ธพิ ลตอ่ ชาวจีนอย่างใหญห่ ลวงรอบดา้ น
คําสอนของขงจอื ถือเปนแบบอยา่ งในการ
ดาํ เนินชวี ต และเปนมาตรฐานของสังคม
ความรู้สึกนกึ คดิ ของชาวจนี จะแนบแน่นอยู่กับ
ปรัชญาขงจือ งานนิพนธข์ องขงจอื ถือกันวา่
เปนวรรณกรรมชนั สูง และเปนหลกั สูตรใช้
ศกึ ษากนั ในสถาบันการศกึ ษาต่าง ๆเชน่
ชาวจีนใหค้ วามสําคญั ในเรองครอบครัวมาก
จึงพยายามสร้างครอบครัวเปนครอบครัวใหญ่
ชาวจีนใหค้ วามสาํ คัญตอ่ บรรพบุรุษทีล่วงลับ
ไปแลว้ จะตอ้ งดูแลสถานทีฝงศพบรรพบรุ ุษให้
ดี ตลอดถึงคอยเซน่ ไหวอ้ ยู่เสมอ
ชาวจนี ไมช่ อบมีเรองต้องขนึ โรงขนึ ศาล แต่จะ
พยายามตกลงปรองดองกนั ให้ได้

5

แนวคดิ ของ เล่าจือ
ทมี ีอทิ ธพิ ลต่อสังคมจนี

ลทั ธเิ ลา่ จือ ไดร้ ับการสนบั สนุนจากคนส่วนใหญ่ผ้ถู กู กดขี แต่คนชนชนั ทีมกี ารศกึ ษาดี ไมม่ ใี คร
นยิ มชมชอบนกั ผลกค็ อื ลัทธิเต๋าจึงคอ่ ยๆ เสอื มไป ต่อมาคนสว่ นมากยังศรัทธาในลทั ธแิ บบเชอื
ในโชคลางและไสยศาสตร์อีกด้วย ทาํ ให้พวกนบั ถือลัทธิของขงจือพากนั เหยียดหยาม คนเลยไม่
สนใจวทยาศาสตร์ ดงั นันประเทศจนี จงึ เจรญกา้ วหนา้ ทางวทยาศาสตร์น้อยเกินไป เพราะไปหลง
ตําหนิลัทธิเตา๋ ลทั ธเิ ต๋านันค้นพบเรองทางวทยาศาสตร์มาก่อนชนชาตใิ ด เชน่ การประดษิ ฐ์
ดินปน นอกจากนคี วามปรารถนาของผนู้ ยิ มลัทธเิ ตา๋ ในอนั ทีจะคน้ หาความจรงเกยี วกับชวี ต และ
หนีปญหาต่างๆ ดว้ ยการไปใชช้ ีวตใกลธ้ รรมชาติ ทําใหค้ ้นพบการบาํ บัดรักษาโลกดว้ ยสมนุ ไพร
ซึงทาํ ให้เกิดววัฒนาการดา้ นความรู้ทางแพทย์

6

แนวคิดของ เม่งจอื
ทีมีอิทธพิ ลต่อสงั คมจนี

แนวคิดของเมง่ จอื กล่าววา่ "โดยธรรมชาติ
แลว้ มนุษยท์ ุกคนมพี นื ฐานเปนคนดมี าแต่
กาํ เนิด แตส่ งิ แวดลอ้ มทีไม่ดตี า่ ง ๆ ทาํ ใหค้ น
เราเปลียนแปลงไป" เมง่ จือเชอื วา่ ความดี
ทังหมดสามารถต่อเตมิ ให้กบั มนุษยไ์ ดด้ ้วย
การศกึ ษาศิลปะวทยาการตา่ ง ๆ การศกึ ษา
สามารถช่วยแก้ไขปญหาตา่ ง ๆ ทีเกิดขึนได้
ไมไ่ ดเ้ กดิ จากประชาชนเปนผกู้ ระทํา แตเ่ กิด
จากบรรดาผปู้ กครองทไี มม่ ีการศกึ ษา ฉะนนั
ผปู้ กครองควรเปนนักปรัชญาหรอไม่ก็ควรให้
นักปรัชญามาเปนปกครอง ในกรณีทีนกั
ปกครองไม่มคี ุณสมบตั ิเชน่ นนั ในขอ้ นีเขา
เน้นวา่ ชนชันบรหารรัฐบาลควรเปนผู้ทีมีการ
ศกึ ษา ผมู้ ีการศึกษาจะสามารถเขา้ ใจถึง
ความต้องการของประชาชนไดด้ ีกวา่

7

SILK ROAD 8

จากหลักฐานทางโบราณคดี ทาํ ให้เชือว่าตังแต่ 300 ป การเดินทางตามเส้นทางสายไหมทีมีระยะทางกว่า 8,000 ไมล์ หรือ
ก่อนศริสต์ศักราช จีนได้ติดต่อค้าขายกับโลกตะวันตกแล้ว ประมาณ 12,800 กิโลเมตร เต็มไปด้วยความยากลําบาก เพราะต้อง
โดยเฉพาะสินค้าไหมจากจีนซึงเปนทีนิยมในราชสาํ นักโรมัน ผ่านพื นทีทุรกันดาร เช่น ทะเลทรายโกบี ทีราบสูงปามีร์ (Pamir) ที
ถือเปนสินค้าฟุ มเฟอยทีมีราคาแพง เนืองจากเส้นทาง เปรียบเสมือนเปนหลังคาโลก และต้องเผชิญกับชนเผ่าเร่ร่อนต่าง ๆ ที
ขนส่งทางบกทีห่างไกลและยากลําบาก อัตราภาษีทีสูง และ มักดักปล้นสะดมกองคาราวาน และยังมีพวกปาร์เธียน
ค่าผ่านทางในพื นทีต่าง ๆ แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าทีดี (ตะวันออกกลางในปจจุบัน) และพวกเปอร์เซีย (อิหร่าน อิรัก ปากีสถาน
จึงเปนทีต้องการ ดังนันไหมจึงมีค่ามาก บ่งบอกสถานะ ในปจจุบัน) ทีดักเก็บภาษีในอัตราสูง โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ซัทชานิท
ทางสังคมของผู้ครอบครอง ชาวโรมันซือสินค้าจากโลก (Sassanid Empire) ค.ศ.224 – 241 นอกจากนีการเดินทางไปค้าขาย
ตะวันออกมูลค่ามหาศาล ระหว่าง 2 ซีกโลก เหล่าพ่ อค้าต้องลงทุนทังค่าสินค้า ค่ายานพาหนะ
(ม้า ลา อูฐ) ค่าการรักษาความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายอืนระหว่างการเดิน
ยุคทีการค้าบนเส้นทางสายไหมรุ่งเรืองมีอยู่หลายช่วง และต้องใช้การเดินทางเปนเวลาหลายป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเส้น
เวลา เพราะจีนสามารถการควบคุมเส้นทางสายไหมได้ ทางการค้าสายไหมจะเต็มไปด้วยอุปสรรค ความเสียง และมีค่าใช้จ่าย
ได้แก่ สมัยราชวงศ์ฮัน (ค.ศ.206 – 221) ราชวงศ์ถัง สูง แต่กองคาราวานของเหล่าพ่ อค้าก็พร้อมทีจะเสียงทีจะแลกกับผล
(ค.ศ.618 – 907) และราชวงศ์มองโกล (ค.ศ.1200 – ตอบแทนทีคุ้มค่า
1360) เดิมเส้นทางการค้าจากจีนไปยังยุโรปนี เรียกว่า
“เส้นทางตะวันตก” จนถึงทศวรรษ 1870 นักภูมิศาสตร์ นอกจากเปนเส้นทางการค้าทีสําคัญแล้ว เส้นทางนีได้ถูกใช้เพื อเผยแพร่
ชาวเยอรมันชือ เฟอร์ดินานด์ ฟวอน ไรซ์โธเฟน (Van ศาสนา แลกเปลียนวัฒนธรรม และองค์ความรู้ในการพั ฒนาระหว่างกัน
Richthofen) เรียกเส้นทางนีว่า “เส้นทางสายไหม” (Silk อย่างกว้างขวาง เช่น จีนได้เรียนรู้พุ ทธศาสนา การทาํ นําตาลจากอ้อย
Road) เส้นทางสายไหมมีอายุ 2,000 กว่าป ก่อนจะเสือม และการใช้ฝายทําเครืองนุ่งห่มจากอินเดีย การทําเหล้าองุ่นจาก
ถอยลงจากสาเหตุหลายประการ อัฟกานิสถาน นอกจากนี ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม และอารยธรรมจาก
จีนถูกเผยแพร่สู่โลกนอกเช่นกัน เช่น การเลียงไหม การหลอมเหล็ก
การทดนํา การทาํ กระดาษ การดืมชา งานช่างฝมือ ดนตรี ระบาํ เปนต้น

9

เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เ ส้ น ท า ง ส า ย ไ ห ม

10

1.สายทะเลทราย เกดิ ขึนในสมัยราชวงศฮ์ ัน เรมจากนครซอี าน มงุ่ สทู่ ิศตะวนั ตกผา่ น
มณฑลกานซู ถงึ เมืองตุนหวงศูนยก์ ลางการเดนิ ทางบนถนนสายนี แลว้ แบง่ ออกเปน
2 สาย คือ
สายเหนอื จากเมืองตุนหวง มงุ่ สู่ทางเหนือของทะเลทรายตากลามากนั ผ่านเมอื งอูเอ่อเลอ่
คเู่ ซ่อ คาชการ์ แล้วเข้าเอเชียกลาง ผ่านเมอื งทัชเคนท์ บคุ ารา (ในประเทศอุซเบกสิ ถาน)
แลว้ เขา้ กรุงแบกแดด ประเทศอิรักผ่านทะเลทรายซีเรย สินสุดทีกรุงอีสตนั บลู ประเทศตุรกี
สายใต้ จากเมอื งตุนหวง มงุ่ สทู่ างใต้ของทะเลทรายตากลามากนั ผา่ นเมือง เหอเกยี นยารัค
คาน ไปบรรจบสายแรกทคี าชการ์ เช้าสูเ่ อเชียกลาง หรอแยกลงใต้ ผ่านทีราบสงู คาราโค
รามส่เู มอื ง กิลกิต ตกั ศิลา ประเทศปากีสถาน หรอแยกเขา้ สู่อฟั กานิสถาน ไปสนิ สุดทีอีสตนั
บูล หรอแยกเขา้ เมืองอัมรสา เมอื งกัลกตั ตา ประเทศอินเดยี ตามเสน้ ทางเผยแพร่พทุ ธ
ศาสนา

11

2.สายทุ่งหญา้ เปนเสน้ ทางทแี ยกจากเมืองซีอานขา้ มเทอื กเขาเทียนซาน ถงึ เมอื ง
บาลิคูนแล้วไปทางทศิ ตะวันออกเฉียงเหนือสูเ่ ทือกเขาอลั ไต เอเชยี กลาง ทงุ่ หญา้
แพร์รตอนกลางของประเทคาซคั สถาน ทเี ปนแหล่งอาศยั ของม้าสวรรค์ เนืองจาก
อุดมสมบูรณไ์ ปด้วยหญ้าอาหารของมา้ เส้นทางนียังมอี ีกเส้นทางหนงึ ทีแยกไปทาง
เทอื กเขาเทยี นซานตอนเหนอื สเู่ มืองฮามี ทหู ลฟู่ าน อูหลู่มู่ฉี อลี ี กอ่ นเขา้ ส่เู อเชยี
กลาง

12

3.สายทะเล เรมจากทะเลจีนใต้ มณฑลกวางตุง้ หรอมณฑลฟูเจยี นตอนใต้ของจีน
เขา้ ส่คู าบสมุทรมลายู ผ่านประเทศไทย มาเลเซีย เขา้ สเู่ กาะสุมาตราไปยังมหาสมุทร
อนิ เดีย ผา่ นศรลังกา อนิ เดียเขา้ สู่ทะเลแดงขนึ ฝงทีอยี ปิ ตก์ อ่ นมงุ่ สกู่ รุงโรม ประเทศ
อติ าลใี นปจจุบัน เสน้ ทางนีเจรญรุ่งเรองมากในสมัยจักรพรรดิหยง่ เลอ่ (Yong Le)
แหง่ ราชวงศห์ มงิ ระหวา่ ง พ.ศ. 1948-1976 ทพี ระองค์ไดใ้ หแ้ มท่ พั ขันทีนามว่า เจิง
เหอ (Zheng He) เดนิ เรอค้าขายเสน้ ไหม ผ้าไหม และสนิ คา้ อนื ๆ กับประเทศตา่ งๆ
มากกวา่ 30 ประเทศ ตลอดเสน้ ทางสายไหมสายทะเล

13

ความเจรญิ ทาง
ด้านวทิ ยาการต่างๆ

ในสมัยราชวงศ์ซางพบวา่ ชาวจนี รู้จกั เลียง
ไหมเพือนาํ มาทอผา้ และใชเ้ ครองสํารดทขี ามี
รวดลายประดบั รวมทงั เครองปนดนิ เผาตา่ งๆ

ในสมยั ตอ่ มา คอื สมัยราชวงศโ์ จวทีมคี วามเจรญต่อเนอื งถึง ๘๐๐
ป เปนสมยั ทีมีการวางรากฐานความเจรญของจีนในสมยั ต่อมาทังทาง
ด้านการปกครอง(โอรสสวรรคต) ความคิดและเทคโนโลยีมีการ
ปรับปรุงถนน ขยายการค้า มีการผลิตรถศกึ อาวธุ ต่างๆ ทีไดร้ ับการ
อทิ ธพิ ลตา่ งๆพวกเร่ร่อนตะวนั ตกทมี ีความหนา้ ในดา้ นชลประทาน การ
ปองกันนําทว่ มและประดษิ ฐ์คันไถเหลก็ เปนครังแรกตลอดจนการมใี ช้
เหรยญทองแดงใน ระบบเงิน ตรา

ต่อมาในสมัยราชวงศจ์ นิ มกี ารออกกฎหมายใช้บงั คบั ดา้ น
ขนบธรรมเนยี มประเพณี ระบบเงินตรา และการชงั ตวงวดั แมแ้ ต่
เพราะเกวยนกใ็ ห้เปนระบบเดียวกนั หมดนับเปนสมยั ทเี ปน
การจัดระบบการปกครองใหมใ่ นสมยั นีมีการสร้างงานสถาปตยกรรม
ทยี งิ ใหญ่

14

ซงึ ปจจุบนั ได้รับการยกยอ่ งใหเ้ ปหนงึ
ในสงิ มหัศจรรยข์ องโลกคอื
กําแพงเมอื งจีน

ทีสร้างขึนเพอื ปองกนั พวกอารยชนทรี ุกรานจนี กาํ แพงนี
มีความยาวถงึ ประมาณ ๒,๔๐๐กโิ ลเมตรสงู ประมาณ ๒
เมตร หนาประมาร ๑ เมตรประกอบไปด้วยปอมปราการ
ขนาดใหญ่สร้างอยูเ่ ปนระยะ ในสมยั นีมกี ารสร้างราชวงั
ขนาดใหญแ่ ละสสุ านทีฝงทรัพยส์ นิ มคี ่าและรูปปนขนาด
เทา่ ตวั จรงของนกั รบและม้าจํานวนมาก

ต่อมาในสมัยทนี บั เปนสมัยแห่งความรุ่งเรองทสี ดุ ของ
จนี คอื สมยั ราชวงศ์ฮันซงึ มีความเจรญทางดา้ นการ
ปกครองการค้า ศาสนาการ ศกึ ษา และศลิ ปะ
วทยาการมกี ารคน้ พบงานด้านวทยาศาสตร์และ
ประดษิ ฐกรรมหลายอย่างเชน่ พบจดุ ดับบนดวง
อาทิตยก์ ารพยากรณ์เกยี วกบั ดินฟาอากาศ การเกิด
สุรยคราส การทําปฏิทินซึงมีความถกู ต้องแมน่ ยาํ กา
สร้างวดั เครองแผ่นดินไหวการผลติ แลกเกอร์ เปนตน้

อารยธรรมจนี มีอิทธิพลตอ่ การพฒั นาการอารยธรรม
ชาติอืนทงั ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ สงิ ของเครองใช้
บางอยา่ ง เชน่ เครองเคลือบ ผ้าไหม กระดาษ ความ
รู้บางอยา่ ง เช่น การปลกู ฝรักษาโรคไดก้ ระจายไปถงึ
ดินแดนเอเชียกลางและยโุ รป ความเจรญของโลกใน
ปจจุบันส่วนหนงึ ไดเ้ กิดจากการสร้างสรรค์อารยธรรม
ของคนเอเชียมาตังแตส่ มัยโบราณ

การเมือง 15
การปกครอง

ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง อ า ร ย ธ ร ร ม จี น ส มั ย ต่ า ง ๆ

16

การปกครอง
ส มั ย โ บ ร า ณ

ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย 17
จั ก ร ว ร ร ดิ

18

19

20

ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย
ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย

ก า ร ป ก ค ร อ ง ส มั ย
ค อ ม มิ ว นิ ส ต์

อารยธรรมจนี ล่มุ นาํ ฮวงโห
จดั ทําโดย นาย ศุภโชค จงกลรตั นวฒั นา ม.6/2 เลขที 21


Click to View FlipBook Version