ประเทศฟิ ลปิ ปิ นส์ในอาเซียน
ประวตั ิความเป็นมา
ชาวตะวนั ตกไดร้ ู้จกั หมู่เกาะฟิ ลิปปิ นส์ เม่ือ พ.ศ. 2064 หลงั จากท่ี เฟอร์ดินานด์ มาเจแลน (Ferdinand Magellan)
นกั สารวจชาวโปรตเุ กสคน้ พบหมูเ่ กาะฟิ ลิปปิ นส์ และในเวลาต่อมา สเปนก็ไดพ้ ยายามเขา้ มาทาใหค้ นพ้นื เมือง
หนั มานบั ถือศาสนาคริสต์ และยดึ ครองฟิ ลิปปิ นส์เป็นระยะเวลายาวนานกวา่ 300 ปี
ตอ่ มา ฟิ ลิปปิ นสไ์ ดเ้ กิดขบวนการเรียกร้องอิสรภาพท่ีนาโดย โฮเซ ไรชลั (Jose Rizal) ปัญญาชนชาวฟิ ลิปปิ นส์
ซ่ึงแมว้ า่ การปลดแอกในคร้ังน้นั จะไมเ่ ป็นผล และ โฮเซ ไรชลั จะไดร้ ับโทษประหารชีวิตในเวลาต่อมา แต่เขาก็
ไดก้ ลายมาเป็นวีรบรุ ุษของชาวฟิ ลิปปิ นสม์ าจนถึงปัจจุบนั
ใน พ.ศ. 2441 สหรัฐฯ และสเปนไดเ้ กิดความขดั แยง้ กนั จนเกิดเป็นสงครามข้ึน กอ่ นที่สหรัฐฯ จะเขา้ มาปกครอง
ฟิ ลิปปิ นสแ์ ทนสเปนนานถึง 14 ปี (ต้งั แตช่ ่วง พ.ศ. 2442-2456) จนกระทง่ั ในที่สุด ฟิ ลิปปิ นส์กไ็ ดเ้ กิดสงคราม
ตอ่ ตา้ นสหรัฐฯ ที่เรียกวา่ Philippine–American War ก่อนที่ฟิ ลลิปปิ นส์จะไดร้ ับเอกราชอยา่ งสมบรู ณใ์ นวนั ท่ี 4
กรกฎาคม พ.ศ. 2489
ขอ้ มูลทว่ั ไป
จากขอ้ มลู ในปี พ.ศ. 2556 พบวา่ ฟิ ลิปปิ นส์มีประชากรอยรู่ าว 98 ลา้ นคน โดยร้อยละ 83 นบั ถอื ศาสนาคริสต์
นิกายโรมนั คาธอลิก, ร้อยละ 9 นบั ถอื ศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนท์ อีกร้อยละ 5 นบั ถือศาสนาอิสลาม และ
ท่ีเหลือนบั ถือสิ่งศกั ด์ิสิทธิตามความเชื่อต่าง ๆ ชาวฟิ ลิปปิ นส์ใชภ้ าษาฟิ ลิปิ โน (Filipino) และภาษาองั กฤษเป็น
ภาษาราชการ โดยมีภาษาประจาชาติคือ ภาษาตากาลอ็ ก และมีดอกพดุ แกว้ (Sampaguita Jasmine) เป็นดอกไม้
ประจาชาติ วนั ชาติของฟิ ลิปปิ นส์ ตรงกบั วนั ท่ี 12 มิถุนายน ของทุกปี ประชากร
ชาวฟิ ลิปปิ นส์ในปัจจบุ นั มรี ูปร่างหนา้ ตาคลา้ ยพวกมองโกล ผสมผสาน มผี วิ สีน้าตาล แตบ่ างกลุ่มมผี ิวคอ่ นขา้ ง
ขาว ซ่ึงการที่ชาวฟิ ลิปปิ นสม์ ีลกั ษณะท่ีแตกต่างกนั น้ีเป็นผลสืบเนื่องมาจากความซบั ซอ้ นของเผา่ พนั ธุ์ อนั เกิด
จากการผสมผสาน ระหว่างเช้ือชาติต่าง ๆ ท้งั จากชนเผ่าด้งั เดิม ซ่ึงเป็นมนุษยช์ วา (Java man) ท่ีอาศยั อยตู่ ามหมู่
เกาะฟิ ลิปปิ นสม์ าต้งั แตย่ คุ น้าแขง็ (Ice Age) ร่วมถึงชนเผ่าอนิ โดนีเซีย ท่ีไดเ้ ดินทางเขา้ มาอาศยั อยบู่ นเกาะ
ฟิ ลิปปิ นส์ จนกลายเป็นชนเผ่าพ้นื เมอื งในปัจจุบนั นอกจากน้ียงั มชี าวตา่ งชาติอีกหลายกลุ่มที่เขา้ มาอาศยั ต้งั
รกรากอยทู่ ี่เกาะฟิ ลิปปิ นส์ เช่น ชาวมาเลย์ ชาวจีน ชาวสเปน ชาวโปรตเุ กส ชาวฮอลนั ดา และชาวองั กฤษ เป็นตน้
ท้งั น้ี ประชากรส่วนใหญ่ คือร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร แตเ่ นื่องจากภูมิประเทศเป็นหม่เู กาะ พ้นื ที่
เพาะปลูกมีเพยี ง 15-27% เท่าน้นั ดงั น้นั ชาวฟิ ลิปปิ นส์จึงนิยมทาเกษตรกรรมแบบข้นั บนั ได ขณะท่ชี าว
ฟิ ลิปปิ นส์อีกกลมุ่ หน่ึงจะนิยมไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ ทาใหฟ้ ิ ลิปปิ นสพ์ ่งึ พารายไดจ้ ากแรงงาน
ฟิ ลิปปิ นสใ์ นตา่ งประเทศ เพ่อื การพฒั นาประเทศเป็นส่วนใหญ่
วฒั นธรรมและประเพณี
วฒั นธรรมของฟิ ลิปปิ นสน์ ้นั เป็นวฒั นธรรมผสมผสานกนั ระหวา่ งตะวนั ตกและตะวนั ออก ซ่ึงส่วนใหญจ่ ะ
ไดร้ ับอิทธิพลจากสเปน จีน และอเมริกนั โดยมีเทศกาลสาคญั ดงั น้ี
เทศกาลอาติ – อาติหาน (Ati – Atihan) จดั ข้ึนเพือ่ ราลึกและแสดงความเคารพตอ่ เอตาส (Aetas) ชนเผา่ แรกที่มา
ต้งั รกรากอยบู่ นเกาะแห่งหน่ึงในฟิ ลิปปิ นส์ และราลึกถึงพระเยซูคริสตใ์ นวยั เดก็ โดยจะแตง่ ตวั เลยี นแบบชนเผา่
เอตาส แลว้ ออกมารารื่นเริงบนทอ้ งถนนในเมืองคาลิบู (Kalibu)
เทศกาลชินูลอ็ ก (Sinulog) งานน้ีจะจดั ข้ึนในวนั อาทิตยท์ ี่ 3 ของเดอื นมกราคมในทกุ ปี เป็นงานทจ่ี ดั ข้ึนเพอื่ ราลึก
ถึงนกั บุญซานโต นินอย (Santo Nino) โดยจะจดั แสดงดนตรีและมีขบวนพาเหรดแฟนซีทวั่ เมืองเซบู (Cebu)
เทศกาลดินาญงั (Dinagyang) งานน้ีจะจดั ข้ึนเพอื่ ราลึกถึงนกั บญุ ซานโต นินอย (Santo Nino) เช่นเดยี วกบั
เทศกาลชินูลอ็ ก แตจ่ ะจดั ข้ึนในสปั ดาห์ที่ 4 ของเดือนมกราคมที่เมืองอิโลอิโย (Iloilo)
การเมืองการปกครอง
ฟิ ลิปปิ นสป์ กครองในระบอบประชาธิปไตย ในรูปแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มาจากการ
เลือกต้งั โดยตรงจากประชาชน อยใู่ นตาแหน่งคราวละ 6 ปี ดารงตาแหน่งไดไ้ ม่เกิน 1 วาระ วฒุ ิสภามสี มาชิก 24
คน มาจากการเลือกต้งั จากผมู้ ีสิทธิออกเสียงทวั่ ประเทศ (nationwide – elected) มีวาระ 6 ปี และรัฐบาลจะจดั ให้
มีการเลอื กต้งั วฒุ ิสภาจานวนคร่ึงหน่ึง (12 คน) ทุก 3 ปี
ฟิ ลิปปิ นส์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 เขต (region) 80 จงั หวดั (province) และ 120 เมือง (city) โดย
แบง่ การปกครองยอ่ ยออกเป็น 1,499 เทศบาล (municipality) และ 41,969 บารังไก (barangay) ซ่ึงเทียบเท่าตาบล
หรือหมบู่ า้ น
ฟิ ลิปปิ นสจ์ ดั การเลือกต้งั ประธานาธิบดี วุฒิสภา สภาผแู้ ทนราษฎร และสภาผูแ้ ทนทอ้ งถ่ิน ทว่ั ประเทศ รวม
17,996 ตาแหน่งในคราวเดยี วกนั เมื่อวนั ที่ 10 พฤษภาคม 2553 มีผลู้ งทะเบียนเพอ่ื ใชส้ ิทธิเลอื กต้งั ท้งั หมด 50.7
ลา้ นคน ในจานวนน้ี มีผูล้ งคะแนนเสียงเลือกต้งั ประมาณ 38 ลา้ นคน คิดเป็นร้อยละ 75 ของผลู้ งทะเบียน
ท้งั หมด โดยนายเบนิกโน เอส อาคีโน ที่สาม (Benigno S. Aquino III) ไดร้ ับเลือกต้งั เป็นประธานาธิบดีจาก
พรรค Liberal (LP) และนายเจโจมาร์ บิไน (Jejomar Binay) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมากาติ (Makati) ไดร้ ับ
เลือกต้งั เป็นรอง ประธานา ธิบดี
รัฐบาลภายใตก้ ารบริหารงานของประธานาธิบดี อาคีโน ที่สาม มุ่งใหค้ วามสาคญั กบั การปฏิรูป ระบบ
บริหารประเทศเพอื่ ปราบปรามการฉอ้ ราษฎร์บงั หลวงและขจดั ความยากจน จึงไดร้ ับความนิยม จากประชาชน
และมีสถานะความมนั่ คงทางการเมืองสูง ท้งั น้ี รัฐบาลมีมาตรการเร่งดว่ น ไดแ้ ก่ การส่งเสริมการลงทนุ จาก
ตา่ งประเทศ การสร้างมาตรฐานกฎระเบียบดา้ นงบประมาณ การปรับปรุงระบบ ขา้ ราชการ พลเรือน และการ
ปรับปรุงระบบการศึกษา ส่วนประเดน็ ดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ รัฐบาลฟิ ลิปปิ นสเ์ นน้ การส่งเสริม
ความร่วมมือใน ประเดน็ ทา้ ทายต่าง ๆ เช่น การก่อการร้าย อาชญากรรมขา้ มชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภมู ิอากาศ การระบาดของโรคติดตอ่ การฟ้ื นฟูสภาพ เศรษฐกิจ และการสร้างพลงั ประชาคม ระหวา่ งประเทศ ใน
ทกุ ภาคส่วนเพอื่ บรรลเุ ป้าหมายการ พฒั นาแห่งสหสั วรรษ (Millennium Development Goals – MDG) ภายในปี
2558
ตราแผ่นดนิ ประเทศฟิ ลปิ ปิ นส์
เปโซฟิ ลปิ ปิ นส์ เป็ น สกลุ เงนิ ประเทศฟิ ลปิ ปิ นส์
มะนลิ า เป็ น เมืองหลวงของประเทศฟิ ลปิ ปิ นส์
ดอกพดุ แก้ว เป็ นดอกไม้ประจาชาตปิ ระเทศฟิ ลปิ ปิ นส์
ชุดประจาชาตฟิ ิ ลปิ ปิ นส์