ประเทศกมั พูชาในอาเซียน
ประเทศกมั พูชา ภาษาเขมรอ่านว่า : เปรียะ เรียเจียนาจกั ร กมั ปเุ จีย
เมืองหลวง : พนมเปญ
คาขวญั : ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ช่ือเพลงชาติ : นครราชภาษา : ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาท่ีใชโ้ ดยทว่ั ไป ไดแ้ ก่ ภาษาองั กฤษ ภาษา
ฝรง่ั เศส ภาษาเวียดนาม ภาษาไทย และภาษาจีน
ศาสนา : รัฐธรรมนูญกมั พชู าบญั ญตั ิใหศ้ าสนาพทุ ธเป็นศาสนาประจาชาติ เพราะมีผนู้ บั ถือพระพทุ ธศาสนา 95%
ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาคริสต์ 1.7% ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 0.3%
ได้รับเอกราชจากฝร่ังเศส : พ.ศ.2497
เนื้อท่ี : 181,035 กม.
ประชากร :ก.ค. 2548 ประมาณ 14,071,000 (อนั ดบั ท่ี 63)
กมั พชู า หรือชื่อทางการคอื ราชอาณาจกั รกมั พชู า เป็นประเทศในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ มี
พรมแดนทางทิศใตจ้ รดกบั อา่ วไทย ทางทิศตะวนั ตกติดกบั ประเทศไทย ทางทิศเหนือติดกบั ประเทศไทยและลาว
ทางทิศตะวนั ออกติดกบั เวียดนาม กมั พชู าเป็นอดีตประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออก
เฉียงใตเ้ พยี งแคป่ ระเทศเดียวเทา่ น้นั ท่ีมีการปกครองดว้ ยระบอบราชาธิปไตยภายใตร้ ัฐธรรมนูญ
ประวตั ศิ าสตร์
จากการพสิ ูจนอ์ ายโุ ดยคาร์บอน 14 ท่ีถ้ากบาลสเปี ยนทางภาคตะวนั ตกเฉียงเหนือของกมั พชู า บอกไดว้ า่ ผูค้ น
ท่ีรู้จกั ทาหมอ้ ดินอาศยั อยใู่ นถ้าน้ีต้งั แต่ 4200 ปี ก่อนคริสตกาล อีกถ้าหน่ึงใกลท้ ะเล มผี คู้ นอาศยั อยรู่ าวพนั ปี
หลงั จากน้นั ซ่ึงพอจะสรุปไดว้ า่ มผี ูค้ นเขา้ มาอาศยั ในดินแดนน้ีนานก่อนหนา้ น้นั แลว้ มีผูพ้ บหลกั ฐานเก่าแก่ไป
กวา่ น้นั คือ วฒั นธรรมการใชเ้ คร่ืองมือหินกรวดทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ กะโหลกศีรษะ กระดูกพบท่ีสาโรง
เซน อายรุ าว 1502 ปี ก่อนคริสตกาล ช้ีใหเ้ ห็นว่าผคู้ นในยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์มีความละมา้ ยคลา้ ยคลึง กบั ชาว
กมั พชู าในปัจจุบนั ซ่ึงมีการผสมสายเลอื ดกบั ชาวจีนและเวยี ดนาม
ยุคมืดของกมั พูชา
ยคุ มืดของกมั พชู า เริ่มต้งั แต่อาณาจกั รอยธุ ยาไดโ้ จมตอี าณาจกั รขแมร และ ไดเ้ ผา พระนคร เมอื งหลวงของ
อาณาจกั รขแมร ราบเป็นหนา้ กลอง ทาใหอ้ าณาจกั รขเมรเป็นส่วนหน่ึงของสยามประเทศต้งั แต่บดั น้นั มา ขเมร
เป็นส่วนหน่ึงของอาณาจกั รอยธุ ยาในฐานะดนิ แดน ประเทศราช อาณาจกั รอยธุ ยาปกครองขเมรเป็นเวลาเกือบ
400 ปี ตอ่ มาในสมยั กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์เขมรตกอยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ของจกั รวรรดิสยามอยา่ ง
เขม้ งวด ในสมยั รัชกาลที่3 ไดเ้ กิด สงครามอานามสยามยทุ ธทาใหก้ มั พชู าเป็นรัฐอารกั ขาระหวา่ งสยามกบั ญวณ
ก่อนทจี่ ะตกเป็นของฝร่ังเศสในเวลาตอ่ มา
สมยั อาณานคิ มฝร่ังเศส
กมั พชู าเป็นอาณานิคมของฝร่งั เศสมาต้งั แต่พ.ศ. 2406 ต่อมาในช่วงสงครามโลกคร้งั ท่ี 2 ญี่ป่ นุ ไดเ้ ขา้ ยดึ
ครองกมั พชู าไว้ แลว้ ปลดผปู้ กครองกมั พชู าท่ีเป็นชาวฝรงั่ เศสและผนู้ ิยมฝร่ังเศสออกไป เม่ือสงครามโลกครัง่ ที่ 2
ยตุ ิลง ฝร่ังเศสไดข้ บั ไล่ญ่ปี ่ นุ ออกจากกมั พชู าเป็นฝ่ ายชนะสงคราม กมั พชู าจึงตอ้ งตกเป็นของฝรงั่ เศสอีกคร้ังหน่ึง
ตอ่ มาฝร่ังเศสมีภาระการต่อสูต้ ิดพนั กบั นกั ชาตินิยมในเวียดนาม จึงตอ้ งหาทางประนีประนอมกบั กมั พชู า โดยได้
จดั ทาสนธิสญั ญาข้ึนเพอื่ เปล่ียนสภาพจากการท่ีกมั พชู าเป็นเมืองข้นึ มาเป็นรัฐในอารักขาแห่งเครือจกั รภพของ
ฝร่งั เศสในระยะท่ีเกิดสงครามโลกคร้ังที่ 2 ฝร่ังเศสไดเ้ จา้ สีหนุเป็นกษตั ริยป์ กครองกมั พชู า เมื่อญี่ป่ นุ ยดึ กมั พชู า
ได้ จึงใหเ้ จา้ สีหนุประกาศเอกราชเป็นอิสระจากฝรัง่ เศส แตเ่ มื่อญปี่ ่ ุนแพส้ งคราม ฝร่ังเศสจึงกลบั เขา้ มามีอานาจ
ในกมั พชู าเหมือนเดิม
ประกาศเอกราช
ใน พ.ศ. 2490 กมั พชู าจึงไดป้ ระกาศใชร้ ัฐธรรมนูญและจดั ใหม้ ีการเลือกต้งั โดยเจา้ สีหนุประกาศยบุ สภา
ประกาศใชก้ ฎอยั การศึกและทาการปกครองกมั พชู าโดยตรงและไดเ้ รียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ซ่ึงขณะนน่ั ที่
ฝรั่งเศสกาลงั เป็นฝ่ ายเสียเปรียบในสงครามกบั เวียดนามท่ีเดียนเบยี นฟู ฝรั่งเศสจึงยอมใหเ้ อกราชแกก่ มั พชู าตาม
คาเรียกร้องของเจา้ สีหนุ และต่อมาในเดือนกุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2497 กมั พชู า จึงไดร้ ับเอกราชอยา่ งสมบูรณ์ตาม
ขอ้ ตกลงในสนธิสญั ญาเจนีวาพร้อม ๆ กบั ลาว และเวียดนาม
การเมือง
สภาพการเมืองในกมั พชู าปัจจุบนั ถอื วา่ มีเสถียรภาพ พรรคการเมืองสองพรรคหลกั ซ่ึงประกอบข้ึนเป็น
รัฐบาลกมั พชู า คือ พรรคประชาชนกมั พชู า (CPP) ของสมเดจ็ ฮุน เซน และพรรคฟนุ ซินเปค (FUNCINPEC)
ของสมเดจ็ กรมพระนโรดม รณฤทธ์ิ สามารถร่วมมือกนั ไดอ้ ยา่ งราบรื่น ท้งั ในดา้ นบริหารและดา้ นนิติบญั ญตั ิ
รวมท้งั มีทา่ ทีท่ีสอดคลอ้ งกนั เป็นส่วนใหญ่ในประเดน็ ทางการเมืองสาคญั ๆ ของประเทศ อาทิ เรื่องการนาตวั
อดีตผนู้ าเขมรแดงมาพิพากษาโทษ เป็นตน้
กลุ่มการเมืองฝ่ ายตรงขา้ มรัฐบาลยงั ไม่มีความเขม้ แขง็ มากพอ และคงสามารถทาไดเ้ พียงแต่สร้างผลกระทบทาง
ลบตอ่ ภาพลกั ษณ์ของรัฐบาล โดยในทางการเมือง พรรคสม รังสี พรรคการเมืองฝ่ ายคา้ นหน่ึงเดียวในสภา
แห่งชาติกมั พชู า ไดเ้ คลื่อนไหวตรวจสอบการทางานของรัฐบาลกมั พชู าอยา่ งแขง็ ขนั พยายามช้ีใหส้ าธารณชน
และนานาชาติ เห็นถึงการทจุ ริตและประพฤติมิชอบของรัฐบาล รวมท้งั การใชอ้ านาจทางการเมอื งเพอื่
ผลประโยชน์ส่วนตนและของพรรค อยา่ งไรก็ดี ในดา้ นความมน่ั คง มีปรากฏการณ์ใหม่ คอื ไดเ้ กิดกลุ่มติดอาวธุ
ท่ีมีวตั ถุประสงคจ์ ะโคน่ ลม้ รัฐบาลของสมเดจ็ ฮุน เซน ที่สาคญั คือ Cambodian Freedom Fighters (CFF) ซ่ึงมีชาว
กมั พชู าสญั ชาติอเมริกนั เป็นหวั หนา้ กลมุ่ ดงั กล่าวไดก้ ่อการร้ายข้ึนในกรุงพนมเปญเมือ่ วนั ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.
2543 แต่รัฐบาลกมั พชู าสามารถควบคุมสถานการณ์ไวไ้ ด้ และอยรู่ ะหวา่ งกระบวนการพพิ ากษาตวั ผกู้ ระทาผิด
การสืบราชสันตตวิ งศ์
ไมเ่ หมือนกบั ระบบกษตั ริยส์ ่วนใหญ่ในประเทศอ่ืนๆ ระบบกษตั ริยข์ องกมั พชู า ไม่เสมอไปท่ีราชบลั ลงั กจ์ ะ
ตกไปสู่ผมู้ ีลาดบั การสืบราชสนั ตติวงศล์ าดบั ถดั ไป ( ผทู้ ี่มีศกั ด์ิสูงสุดในราชวงศ์ หรือลูกคนโตของกษตั ริยอ์ งค์
ก่อน เป็นตน้ ) และพระมหากษตั ริย์ ไมส่ ามารถเลอื กผูท้ ่จี ะมาสืบราชสนั ตตวิ งศไ์ ดด้ ว้ ยตวั เอง แต่ผทู้ ี่มีสิทธ์ิใน
การเลือกพระมหากษตั ริยอ์ งคใ์ หม่น้นั คือ ราชสภาเพอื่ คดั เลือกผทู้ ีจ่ ะไดร้ ับการสืบราชสนั ตติวงศ์ (Literally: ราช
สภาเพือ่ ราชบลั ลงั ก)์ (Royal Council of the Throne) ซ่ึงมีสมาชิกดงั น้ี 1). ประธานสภารัฐสภา แห่ง
ราชอาณาจกั รกมั พชู า (Radhsaphea ney Preah Reacheanachak Kampuchea: รัฐสเภียะ เนะ เพรียะ เรียะช
อาณาจกั ร กมั ปเู ชีย) 2). นายกรัฐมนตรี 3). พระสงั ฆราช ศาสนาพทุ ธมหานิกาย 4). พระสงั ฆราช ศาสนาพทุ ธ
ธรรมยตุ นิ ิกาย 5). รองประธานรัฐสภาคนท่ีหน่ึง และ 6). รองประธานสภาคนที่สอง ราชสภาจะจดั การประชุม
ในสปั ดาหท์ ่ีพระมหากษตั ริย์ สวรรคตหรือ ไม่สามารถปฏิบตั ิพระราชกรณียกิจไดต้ ่อไป และเลอื ก
พระมหากษตั ริยอ์ งคใ์ หมจ่ ากรายช่ือผมู้ ีสิทธ์ิสืบราชสนั ตติวงศ์ และเป็นสมาชิกราชวงศ์
ภูมิประเทศ
ส่วนใหญเ่ ป็นที่ราบ ประกอบดว้ ยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลมุ่ แมน่ ้าโขง มีทิวเขาลอ้ มรอบทาง
เหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทดั เทอื กเขาอนั นมั กมั พชู า มลี กั ษณะภมู ิประเทศคลา้ ยชามหรืออ่าง
คือ ตรงกลางเป็นแอง่ ทะเลสาบและลมุ่ แม่น้าโขงอนั กวา้ งขวาง มีภเู ขาลอ้ มรอบอยู่ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่
- ดา้ นตะวนั ออกมีแนวเทือกเขาอนั นมั ท่ีเป็นพรมแดนกบั ประเทศเวียดนาม
- ดา้ นเหนือและตะวนั ตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักท่ีเป็นพรมแดนกบั ประเทศไทย - ดา้ นใต้ และ
ตะวนั ตกใตม้ ีแนวเทือกเขาบรรทดั ท่ีเป็นแนวพรมแดนกบั ประเทศไทย เฉพาะดา้ นตะวนั ออกเฉียงใตเ้ ทา่ น้นั ที่
เป็นท่ีราบลมุ่ แม่น้าโขง
แม่นา้ /ทะเลสาบสาคญั
แมน่ ้าโขง ไหลจากลาวเขา้ สู่ภาคเหนือของกมั พชู าแลว้ ไหลผา่ นเขา้ เขตเวียดนาม มีความยาวในเขตกมั พชู ารวม
500 กิโลเมตร แม่น้าทะเลสาบ เช่ือมระหว่างแมน่ ้าโขงกบั ทะเลสาบ ความยาว 130 กิโลเมตร แม่น้าบาสกั
(Bassac) เช่ือมตอ่ กบั แมน่ ้าทะเลสาบท่ีหนา้ พระมหาราชวงั กรุงพนมเปญ ความยาว 80 กิโลเมตร
ทะเลสาบโตนเลสาบ อยหู่ ่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 100 กิโลเมตร ฤดนู ้าหลากน้าท่วมถึง 7,500 ตาราง
กิโลเมตร ลกึ ถงึ 10 เมตร โตนเลสาบครอบคลมุ พ้นื ท่ี 5 จงั หวดั ไดแ้ ก่ กาปงธม กาปงซะนงั โพธิสตั ว์ พระ
ตะบอง และเสียมเรียบ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกวา่ 300 ชนิด
ภูเขา
ยอดเขาสูงท่ีสุดของกมั พชู าคือ พนมอาออรัล สูงจากระดบั น้าทะเลปานกลาง 1,813 เมตรทิศเหนือของกมั พชู า
มีเขตแดนติดกบั ประเทศไทยระยะทางยาว 750 กิโลเมตร ติดกบั จงั หวดั อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์
สระแกว้ จนั ทบรุ ี ตราด โดยมีเทือกเขาพนมดงรกั และเทือกเขาบรรทดั ก้นั
ป่ าไม้
กมั พชู าเป็นประเทศที่มีป่ าไมอ้ ดุ มสมบรู ณ์มากท่ีสุดหากเปรียบเทียบกบั ประเทศเพ่อื นบา้ น ปัจจุบนั ป่ าไม้
ลดลงอยา่ งมากหลงั จากท่ีรัฐบาลเปิ ดใหส้ มั ปทานป่ ากบั บริษทั เอกชนจากประเทศ อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย และ
ญี่ป่ นุ
ภูมอิ ากาศ
มีอากาศมรสุมเขตร้อนเป็นแบบรอ้ นช้ืนแถบมรสุม ฤดฝู นเร่ิมจากเดือนพฤษภาคม-ตลุ าคม ฤดแู ลง้ เร่ิมจาก
เดือนพฤศจิกายน-เมษายน เดือนเมษายนมีอณุ หภมู ิสูงสุดที่สุด เดือนมกราคมมีอณุ หภมู ิต่าท่ีสุด เดือนตลุ าคมมี
ฝนตกชุกที่สุด
เศรษฐกจิ
เกษตรกรรม อยบู่ ริเวณที่ราบภาคกลาง รอบทะเลสาบเขมร พชื ท่ีสาคญั คือ ขา้ วเจา้ ยางพารา พริกไทย
การประมง บริเวณรอบทะเลสาบเขมร เป็นแหล่งประมงน้าจืดที่สาคญั ท่ีสุดในภูมิภาค การทาป่ าไม้ บริเวณเขต
ภูเขาทางภาคเหนือ โดยลอ่ งมาตามแมน่ ้าโขง การทาเหมืองแร่ ยงั ไมค่ อ่ ยสาคญั อุตสาหกรรม เป็นอตุ สาหกรรม
ขนาดยอ่ ม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีขา้ ว โรงเล่ือย รองเทา้ ภาวะเศรษฐกิจของกมั พชู าหลงั จากมีการเปลย่ี นแปลงการ
ปกครองจากระบอบสงั คมนิยมเป็นระบอบประชาธิปไตย และหลงั จากสงครามภายใน ประเทศกมั พชู าเริ่มสงบ
ลง และเริ่มพฒั นาฟ้ื นฟบู รู ณะประเทศ ทาใหค้ วามตอ้ งการสินคา้ และบริการเพมิ่ มากข้ึน จึงเปิ ดโอกาสให้
ประเทศทาการคา้ ขายกบั ต่างประเทศมากยง่ิ ข้ึน กมั พชู าจึงกาหนดนโยบายที่มงุ่ หวงั การพฒั นาศกั ยภาพทาง
การเกษตร การทอ่ งเทีย่ ว และส่งเสริมใหม้ กี ารลงทุนจากตา่ งชาติ โดยกาหนดยทุ ธการตา่ งๆ เพอ่ื เพม่ิ รายไดข้ อง
รัฐและไดด้ าเนินมาตรการตา่ งๆ อยา่ งตอ่ เน่ือง เช่น การปรับปรุงกฎหมายดา้ นเศรษฐกิจ การเพมิ่ สิทธิประโยชน์
แก่นกั ลงทนุ ต่างประเทศ การปฏิรูประบบจดั เก็บภาษีเงินได้ และเร่งรัดพฒั นาโครงสร้าง พน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ
เช่น สนามบิน ถนน ไฟฟ้า ประปา และสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นตน้ ภายใตค้ วามช่วยเหลือจากกองทนุ การเงิน
ระหว่างประเทศ ธนาคารเพอื่ การพฒั นาแห่งเอเชีย และ UNDP รวมท้งั ประเทศทใ่ี หค้ วามช่วยเหลืออน่ื ๆ
แต่การพฒั นาเศรษฐกิจของกมั พชู าไดเ้ ติบโตอยา่ งชา้ ๆ โดยเฉพาะในช่วงปี 2540-2541 กมั พชู าตอ้ งเผชิญกบั
วิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย และความขดั แยง้ ทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลใหน้ กั ลงทนุ ตา่ งประเทศ
ถอนตวั ออกจากประเทศกมั พชู า ส่งผลใหก้ ารฟ้ื นฟบู รู ณะและการพฒั นาประเทศเป็นไปอยา่ งล่าชา้ แต่หลงั จากปี
2542 สถานการณ์การเมืองกมั พชู าเริ่มมีความมน่ั คงพอสมควร และนบั เป็นปี แรกที่กมั พชู ามีสนั ติภาพอยา่ ง
แทจ้ ริง เพราะปัญหาความขดั แยง้ ทางการเมืองภายในหมดไป ปัจจุบนั กมั พชู ากาลงั พฒั นาตามแผนพฒั นา
เศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 2 ( ตุลาคม 2543 - กนั ยายน 2548) ท้งั น้ีเพ่ือใหอ้ ตั ราการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจขยายตวั อยา่ งต่อเน่ือง ในเกณฑร์ ้อยละ 6-7 ตอ่ ปี ภาวะเศรษฐกิจของกมั พชู าในอดีตท่ีผา่ นมาสามารถ
สรุปได้ดังนี้ สินคา้ เกษตรกรรมถือว่าเป็นแหล่งรายไดห้ ลกั ของประเทศประมาณรอ้ ยละ 43 ของ GDP มา
จากขา้ วและปศุสตั ว์ ส่วนการประมงและป่ าไมม้ ีสดั ส่วนประมาณร้อยละ 5 สินคา้ เกษตรที่ส่งออกไดแ้ ก่ขา้ ว ไม้
และยางพารา รองลงมาไดแ้ ก่ ขา้ วโพด ถว่ั เหลือง สตั วม์ ีชีวิต ผลไม้ และปลา เป็นตน้ ทวั่ ไปกมั พชู ามสี ินคา้
ส่งออกท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ เส้ือผา้ และเคร่ืองนุ่งห่ม ไม้ ยางพารา ขา้ ว และปลา สินคา้ นาเขา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่ผลิตภณั ฑ์
น้ามนั เช้ือเพลงิ บหุ ร่ี ทอง วสั ดกุ ่อสร้าง เครื่องจกั รและเคร่ืองยนตเ์ ศรษฐกิจกมั พชู าในปี 2546 คาดการณโ์ ดย
The Economist Intelligence Unit (EIU) มีการขยายตวั ในอตั ราที่ชะลอลงเหลือ 5.0 % และ International
Monetary Fund (IMF) คาดวา่ เศรษฐกิจขยายตวั 4.7 % เทียบกบั ที่ขยายตวั ราว 5.5 % ในปี 2545 ปัจจยั สาคญั ที่
บนั่ ทอนการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของกมั พชู า ไดแ้ ก่ รายไดจ้ ากภาคการท่องเท่ียวที่ลดลง เน่ืองจากเกิดเหตกุ ารณ์
การก่อความไมส่ งบ โดยมีการเผาสถานทตู ไทย ณ กรุงพนมเปญ เกิดปัญหาการระบาดของโรคทางเดินหายใจ
เฉียบพลนั รุนแรง (SARS) ประกอบกบั สถานการณ์ความไมแ่ น่นอนทางการเมืองในกมั พชู า (หลงั การเลือกต้งั
ทวั่ ไปซ่ึงจดั ข้ึนเม่ือวนั ที่ 27 กรกฎาคม 2546 ที่ผา่ นมา) ทาใหน้ กั ทอ่ งเท่ยี วไมม่ นั่ ใจในความปลอดภยั และ ปัญหา
การเมืองทีย่ งั คงไร้เสถียรภาพ ทาใหน้ กั ลงทนุ ตา่ งชาติขาดความเช่ือมน่ั ในการเขา้ ไปลงทนุ ในกมั พชู า ถึงแมว้ า่
วนั ที่ 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2546 สภาแห่งชาติของกมั พชู า (The National Assembly) ไดอ้ นุมตั กิ ารออกกฎหมายการ
ลงทุนฉบบั ใหม่ ซ่ึงแกไ้ ขเพ่มิ เติมกฎหมายการลงทนุ ฉบบั ลงวนั ท่ี 5 สิงหาคม 2534 (Law on the Amendment to
the Law on Investment of the Kingdom of Cambodia) เพือ่ เอ้ือสิทธิประโยชนด์ า้ นการลงทนุ แก่นกั ลงทุน
ต่างชาติ ส่วนภาคธุรกิจก่อสร้างยงั คงอยใู่ นภาวะซบเซา ปี 2547 EIU และ IMF คาดวา่ เศรษฐกิจกมั พชู าจะ
ขยายตวั เพมิ่ ข้ึนเป็น 5.5 % - 5.8 % ซ่ึงใกลเ้ คียงกบั อตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกิจท่ีรัฐบาลกมั พชู าคาดวา่ จะ
ขยายตวั สูงถึง 5.5 % - 6.0 % เนื่องจากรายไดจ้ ากการส่งออกเพ่ิมข้ึนอยา่ งตอ่ เน่ือง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกท่ีมี
แนวโนม้ ฟ้ื นตวั ดีข้ึน ประกอบกบั เมื่อเดือนธนั วาคม 2546 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเพ่ิมโควตานาเขา้ ส่ิงทอ
สาหรับปี 2547 ใหก้ มั พชู าเพ่มิ ข้ึนอีก 14 % ซ่ึงคาดว่าจะทาใหก้ มั พชู ามีรายไดจ้ ากการส่งออกเส้ือผา้ สาเร็จรูปไป
สหรัฐฯ เพิม่ ข้ึน และภาคธุรกิจก่อสร้างเร่ิมฟ้ื นตวั ดีข้ึน และจากการท่กี มั พชู าไดเ้ ขา้ เป็นสมาชิก ใหมข่ อง WTO
อยา่ งสมบรู ณ์เมอื่ เดือนตลุ าคม 2547 ทาใหก้ มั พชู ามีพนั ธกรณีที่ตอ้ งเร่งปรับปรุงกฎหมายดา้ นการลงทุนใหไ้ ด้
มาตรฐานสากล ซ่ึงจะทาใหน้ กั ลงทุนเกิดความเช่ือมน่ั และเขา้ ไปลงทุนในกมั พชู าเพมิ่ ข้ึน โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการ
ยา้ ยฐานการผลิตเขา้ ไปต้งั โรงงานผลิตเส้ือผา้ สาเร็จรูปในกมั พชู าเพอ่ื ส่งออก เนื่องจากกมั พชู ายงั มีอตั ราค่าจา้ ง
แรงงานท่ีต่า ทางดา้ นอตั ราเงินเฟ้อ EIU และ IMF คาดวา่ ปี 2547 กมั พชู าจะมีอตั ราเงินเฟ้อเฉล่ียเพม่ิ ข้นึ เป็น 3.1
% - 3.5 % จากอตั ราเงินเฟ้อเฉล่ยี ราว 1.3 % - 2.6 % ในปี 2546 เนื่องจากราคาอาหารในประเทศปรบั ตวั สูงข้ึน
ตามราคาสินคา้ โภคภณั ฑใ์ นตลาดโลก (ธนาคารเพอื่ การส่งออกและนาเขา้ แห่งประเทศไทย, 2547)
ตราแผ่นดนิ ของกมั พูชา
เรียล เป็ นสกลุ เงินประเทศกมั พูชา
ประเทศกมั พูชา เมืองหลวงคอื กรุงพนมเปญ
ดอกไม้ประจาชาตกิ มั พูชา คือ ดอกลาดวน
ชุดประจาชาตขิ องประเทศกัมพูชา
อาม็อก อาหารยอดนิยมของกมั พูชา