ประเทศมาเลเซียในอาเซียน
พ้นื ที่ : 128,430 ตารางไมล์ (329,758 ตารางกิโลเมตร)
เมืองหลวง : กรุงกวั ลาลมั เปอร์ (Kuala Lumpur)
เมืองราชการ : เมืองปตุ ราจายา (Putrajaya)
ภมู ิอากาศ : ร้อนช้ืน อุณหภมู ิเฉลยี่ 28 องศาเซลเซียส
ประชากร : 26.24 ลา้ นคน (ปี 2549)
ภาษา : มาเลย์ (Bahasa Malaysia เป็นภาษาราชการ) องั กฤษ จีน ทมิฬ
ศาสนา : อิสลาม (ศาสนาประจาชาติ ร้อยละ 60.4) พทุ ธ (รอ้ ยละ 19.2) คริสต์ (รอ้ ยละ 11.6) ฮินดู (ร้อยละ 6.3)
อ่ืน ๆ (ร้อยละ 2.5)
หน่วยเงินตรา : ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 3.20 ริงกิต /1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10.42 บาท/1 ริงกิต)
ระบอบการเมอื ง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy)
ระบบการปกครอง
(1) สหพนั ธรัฐ โดยมีสมเดจ็ พระราชาธิบดี (Yang-diPertuan Agong) เป็นประมขุ ซ่ึงมาจากการเลอื กต้งั จากเจา้
ผปู้ กครองรัฐ9 แห่ง (ยะโฮร์ ตรังกานู ปะหงั สลงั งอร์ เกดะห์ กลนั ตนั เนกรีเซมบลิ นั เประ และปะลิส) และ
ผลดั เปลยี่ นหมนุ เวียนกนั ข้ึนดารงตาแหน่ง วาระละ 5 ปี
(2) นายกรัฐมนตรีเป็นหวั หนา้ รัฐบาลสหพนั ธรัฐ และมขุ มนตรีแห่งรัฐ (Menteri Besar ในกรณีท่ีมีเจา้ ผปู้ กครอง
รัฐ หรือChief Minister ในกรณีท่ไี ม่มีเจา้ ผปู้ กครองรัฐ) เป็นหวั หนา้ รัฐบาลแห่งรัฐ
ประมุขสมเดจ็ พระราชาธิบดี Al-Wathiqu Billah Tuanku Mizan Zainal Abidin ibni Al-Marhum Sultan
Mahmud Al-Muktafi Billah Shah จากรัฐตรงั กานู ทรงเป็นสมเดจ็ พระราชาธิบดีองคท์ ี่ 13 ของมาเลเซีย
(ต้งั แตว่ นั ท่ี 13 ธนั วาคม 2549)
การเมืองการปกครอง
การเมือง
พรรค UMNO มีแนวนโยบายบริหารประเทศเนน้ ชาตินิยมแต่ไม่รุนแรง สนบั สนุนชาวมาเลยใ์ หม้ ีสิทธิในการ
เขา้ ไปมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศท้งั ดา้ นการเมืองและเศรษฐกิจ แนวนโยบายในการบริหารและพฒั นา
ประเทศหลกั ๆ สรุปไดด้ งั น้ี
1. ดาเนินนโยบายอยา่ งเป็นอิสระไมฝ่ ักใฝ่ ฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใด โดยเฉพาะประเทศตะวนั ตก
2. พยายามเขา้ ไปมีบทบาทนาในอาเซียน และกล่มุ ประเทศกาลงั พฒั นา โดยเฉพาะกลมุ่ ประเทศมุสลมิ เพ่อื เป็o
พลงั ต่อรองกบั ประเทศตะวนั ตกในเวทรี ะหว่างประเทศ
3. พฒั นาการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยโดยไมย่ ึดติดกบั รูปแบบของประเทศตะวนั ตกมีแนวดาเนินการ
ของตนเองและใหค้ วามสาคญั ตอ่ เร่ืองความมนั่ คงภายในประเทศเป็นสาคญั
เศรษฐกจิ การค้า
เศรษฐกิจ มาเลเซียมีนโยบายทางเศรษฐกิจดงั ตอ่ ไปน้ี
1) เปิ ดรับการคา้ การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยจี ากตะวนั ตก เพอ่ื พฒั นาประเทศไปสู่การเป็นประเทศท่ี
พฒั นาแลว้ ภายในปี 2563 (Vision 2020) ตามที่อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.มหาธีร์ บิน โมฮมั หมดั ต้งั เป้าหมายไว้
2) ใชน้ โยบายการเมืองนาเศรษฐกิจเพื่อนามาซ่ึงผลประโยชน์และโอกาสทางการคา้ แก่ประเทศ
3) ขยายการติดตอ่ ดา้ นเศรษฐกิจและการคา้ กบั ประเทศกาลงั พฒั นาเพอ่ื ลดการพ่งึ พาตลาดสหรัฐฯ และยโุ รป อาทิ
มาเลเซียในฐานะประธานองคก์ ารการประชุมอิสลาม (Organisation of Islamic Conference – OIC) ให้
ความสาคญั กบั การรวมตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก OIC (รวม 57 ประเทศ) โดยเฉพาะดา้ น
อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ธนาคารอิสลาม การศึกษา และการทอ่ งเทีย่ ว
ความสัมพนั ธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย
1. ดา้ นการทตู
ไทยสถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทูตกบั มาเลเซียเม่ือวนั ที่ 31 สิงหาคม 2500 เอกอคั รราชทูต ณ กรุง
กวั ลาลมั เปอร์คนปัจจุบนั คือ นายปิ ยวชั ร นิยมฤกษ์ ซ่ึงเขา้ รับตาแหน่งเมื่อเดือนมนี าคม 2550 นอกจากน้ี ไทยยงั มี
สถานกงสุลใหญใ่ นมาเลเซีย 2แห่ง (สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปี นงั และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู) และ
มีสถานกงสุลประจาเกาะลงั กาวี (ซ่ึงมีดาโตะ๊ ชาซรีล เอสเคย์ บิน อบั ดลุ ลาห์ กงสุลกิตติมศกั ด์ิเป็นหวั หนา้
สานกั งาน) สาหรับหน่วยงานของส่วนราชการตา่ ง ๆ ซ่ึงต้งั สานกั งานอยภู่ ายใตส้ ถานเอกอคั รราชทูตฯ ไดแ้ ก่
สานกั งานผชู้ ่วยทตู ฝ่ ายทหาร สานกั งานส่งเสริมการคา้ ในต่างประเทศ สานกั งานแรงงาน ส่วนหน่วยงานของ
ไทยอ่นื ๆ ท่ีต้งั สานกั งานในมาเลเซียคือการทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย บริษทั การบินไทย สาหรับหน่วยงานของ
มาเลเซียในไทยไดแ้ ก่ สถานเอกอคั รราชทตู มาเลเซีย (เอกอคั รราชทตู มาเลเซียคนปัจจุบนั คือ ดาโตะ๊ ชารานี บิน
อิบราฮิม) และสถานกงสุลใหญม่ าเลเซียประจาจงั หวดั สงขลา
2. ดา้ นการเมือง
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างไทยกบั มาเลเซียไดพ้ ฒั นาแน่นแฟ้นจนมีความใกลช้ ิดกนั มาก เน่ืองจากท้งั สองประเทศมี
ผลประโยชนร์ ่วมกนั หลายประการ การแลกเปลีย่ นการเยอื นในระดบั ตา่ ง ๆ ท้งั ระดบั พระราชวงศช์ ้นั สูง
รัฐบาล และเจา้ หนา้ ที่ ท้งั อยา่ งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เป็นไปอยา่ งสม่าเสมอ แต่แมว้ า่ สองฝ่ ายจะมี
ความสมั พนั ธ์ท่ีใกลช้ ิดกนั กย็ งั คงมีประเดน็ ปัญหาในความสมั พนั ธ์ ซ่ึงตอ้ งร่วมมอื กนั แกไ้ ข อาทิ การปักปันเขต
แดนทางบก บุคคลสองสญั ชาติ การก่อความไม่สงบในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เป็นตน้
นโยบายของไทยตอ่ มาเลเซียเนน้ มุ่งส่งเสริมความไวเ้ น้ือเชื่อใจระหว่างกนั และสร้างพ้นื ฐานที่เขม้ แขง็ ให้
ความสมั พนั ธท์ กุ ระดบั งอกงามอยบู่ นพ้ืนฐานของการใชเ้ หตผุ ล เคารพซ่ึงกนั และกนั ในฐานะประเทศเพ่อื นบา้ น
ที่ดี เพราะเหตกุ ารณ์ในประเทศหน่ึงยอ่ มจะส่งผลเก้ือหนุนหรือกระทบต่ออีกประเทศหน่ึงอยา่ งหลีกเล่ียงไม่ได้
3. ดา้ นเศรษฐกิจ
• ดา้ นการคา้ ในปี 2550 การคา้ ไทย-มาเลเซียมีมลู คา่ 16,408 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาด
ดลุ การคา้ 826.50 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ สินคา้ ส่งออกของไทยที่สาคญั ไดแ้ ก่ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ รถยนต์ อปุ กรณ์
และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ยางพารา สินคา้ นาเขา้ จากมาเลเซียที่สาคญั ไดแ้ ก่ น้ามนั ดิบและแร่เช้ือเพลงิ
เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์และส่วนประกอบ เคมีภณั ฑ์
• ดา้ นการลงทนุ ในปี 2550 นกั ลงทุนมาเลเซียไดร้ ับอนุมตั ิจาก BOI จานวน 33 โครงการ (จาก 38 โครงการที่ยนื่
ขอ) คิดเป็นมลู คา่ 11,566 ลา้ นบาทเพมิ่ ข้ึนจากปี ก่อนร้อยละ 53.6 ส่วนใหญเ่ ป็นการลงทุนดา้ นอุปกรณ์และ
ช้ินส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์
• ดา้ นการทอ่ งเทีย่ ว ในปี 2550 นกั ท่องเท่ียวมาเลเซียมาไทย 1.2 ลา้ นคน และมีนกั ท่องเท่ียวไทยไปมาเลเซีย
ประมาณ 600,000คน (สถิติในชว่ งเดือน ม.ค. - มิ.ย. 2550)
4. สงั คมและวฒั นธรรม
• ดา้ นสงั คม ไทยกบั มาเลเซียมีความใกลช้ ิดกนั ในระดบั ทอ้ งถิ่น โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ มกี ารไปมาหาสู่ กนั ในฐานะ
เครือญาติและเพือ่ นฝงู ซ่ึงนาไปสู่ความร่วมมือกนั ท้งั ในดา้ นการคา้ และดา้ นอืน่ ๆ ท้งั สองประเทศมีโครงการ
เชื่อมโยงเสน้ ทางคมนาคมระหว่างกนั รวมท้งั ความร่วมมอื ดา้ นการบริหารจดั การสญั จรขา้ มแดนเพอื่ อานวย
ความสะดวกใหแ้ ก่ประชาชนในพ้นื ที่และส่งเสริมการติดตอ่ ดา้ นการคา้ และการทอ่ งเท่ียว นอกจากน้ี ท้งั สองฝ่ าย
ยงั อนุญาตใหค้ นถือสญั ชาติของอีกฝ่ ายหน่ึงท่ีอาศยั อยใู่ นพ้นื ทีช่ ายแดนใชบ้ ตั รผา่ นแดนซ่ึงออกใหโ้ ดยหน่วยงาน
ปกครองทอ้ งถน่ิ ของแตล่ ะฝ่ ายแทนการใชห้ นงั สือเดินทางเพือ่ ผา่ นดา่ นพรมแดนระหวา่ งกนั ได้
• ดา้ นศาสนาและวฒั นธรรม มีการแลกเปลย่ี นการเยอื นของผนู้ าศาสนาอิสลาม ท้งั ในระดบั จุฬาราชมนตรีและ
ผนู้ าศาสนา ท้งั จากส่วนกลางและในพ้นื ที่จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ และการแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ดา้ นการ
บริหาร จดั การโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามและวิทยาลยั อิหม่าม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือดา้ นกิจการศาสนา
อิสลาม
• ดา้ นวชิ าการ ท้งั สองประเทศมีการประชุมความร่วมมือทางวิชาการระหวา่ งกนั เพอ่ื ทบทวนและติดตามผลการ
ดาเนินงานของท้งั 2 ประเทศ ซ่ึงมีสานกั งานความร่วมมือเพอื่ การพฒั นาระหวา่ งประเทศ และ Economic
Planning Unit (EPU) ของมาเลเซียเป็นหน่วยงานหลกั ในการประสานงาน ความร่วมมือในกรอบทวิภาคีท่ีฝ่ าย
ไทยใหแ้ ก่ฝ่ ายมาเลเซีย ไดแ้ ก่ การจดั หลกั สูตรประจาปี (Annual International Training Course:
AITC) หลกั สูตรศึกษานานาชาติ (Thai International Postgraduate Programme: TIPP) ความร่วมมือทางวชิ าการ
ระหวา่ งประเทศกาลงั พฒั นา (Technical Cooperation Among Development Country: TCDC) และยงั ร่วมกนั
จดั การฝึ กอบรมใหก้ บั ประเทศที่สาม (Third Country Training Programme: TCTP) ส่วนมาเลเซียไดแ้ จง้
รายละเอียดเก่ียวกบั การใหท้ ุนฝึ กอบรมประจาปี ภายใตโ้ ครงการ Malaysia Technical Cooperation Programme
(MTCP) ในสาขาต่าง ๆ ใหแ้ ก่ประเทศไทย เพ่อื ใหค้ ดั เลือกผไู้ ปรับการฝึ กอบรมท่ีมาเลเซีย โดยในชว่ ง
พ.ศ. 2540-2548 มีชาวไทยไดร้ ับทนุ ดงั กล่าวรวม 165 คน
ตราแผน่ ดินประเทศมาเลเซีย
ริงกิต เป็น สกุลเงินประเทศมาเลเซีย
กวั ลาลมั เปอร์ คือ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย
ดอกชบา เป็น ดอกไมป้ ระจาชาติมาเลเซีย
ชุดประจาชาตมิ าเลเซีย
นาซิเลอมกั เป็น อาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย
แผนที่ประเทศมาเลเซีย