ใบความรู้เร่ือง กลอนสภุ าพ
รายวชิ าภาษาไทยพน้ื ฐาน ท๒๒๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒
แผนผังกลอนสภุ าพ
ตัวอย่างคาประพันธ์ กลอนหน่ึงบทส่ีวรรคกรองอกั ษร
กลอนสภุ าพพึงจามีกาหนด อาจยง่ิ หย่อนเจ็ดหรือเกา้ เขา้ หลกั การ
สลับจดั รบั รองส่งประสงค์สมาน
วรรคละแปดพยางคน์ บั สุนทร เปน็ กลอนกานทค์ รบครันฉนั น้ีเอย
หา้ แห่งคาคล้องจองต้องสมั ผัส
เสียงสงู ตา่ ตอ้ งเรียงเย่ียงโบราณ
ขอ้ บังคบั ของกลอนสภุ าพ
กลอนสุภาพ ๑ บท มี ๒ คากลอน
๑ คากลอน มี ๒ วรรค
๑ วรรค มี ๗-๙ คา
แต่ละวรรคมีชอ่ื ดงั นี้
วรรคที่ ๑ ชอ่ื วรรคสดับหรือสลบั
วรรคท่ี ๒ ชื่อ วรรครับ
วรรคที่ ๓ ชอ่ื วรรครอง
วรรคท่ี ๔ ชอ่ื วรรคส่ง
วรรคสดบั และ วรรครับ เรียกวา่ บาทเอก
วรรครอง และ วรรคสง่ เรยี กวา่ บาทโท
สัมผสั ของกลอนสุภาพ
สมั ผสั คือ เสยี งสระ หรือเสยี งพยัญชนะทค่ี ล้องจองกันช่วยในการ
แต่งคาประพันธใ์ ห้ถูกต้องและไพเราะ
สัมผสั แบ่งเปน็ ๒ ชนดิ คอื
สัมผสั นอก และสัมผสั ใน
สมั ผสั นอก คอื สมั ผสั บงั คบั ท่จี ะต้องสง่ สัมผัสระหว่างวรรค และระหว่างบทให้
สงั เกตจากแผนผังของกลอนสุภาพ
สมั ผสั ใน คอื สมั ผสั ภายในวรรคเดยี วกัน จะมหี รือไม่มีก็ได้ ไม่บังคับ แต่ถา้ ขาดไป กลอนวรรคนั้นกจ็ ะ
ขาดความไพเราะ ดังนน้ั แต่ละวรรคควรมสี ัมผัสในอย่างน้อย ๑ แหง่
สมั ผัสระหว่างวรรค
ไดแ้ ก่ คาสดุ ทา้ ยของวรรคที่ ๑ สง่ สมั ผสั ไปยงั คาท่ี ๓ หรือ ๕ ของวรรคท่ี ๒
คาสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ส่งสัมผัสไปยังคาสุดท้ายของวรรคที่ ๓ และสัมผัสกับคาท่ี ๓ หรือ ๕ ในวรรคท่ี ๔
ถ้าจะแต่งต่อไปวรรคท่ี ๑ ของบทต่อไปนน้ั ตอ้ งเปน็ วรรคอสิ ระคอื ไม่ต้องรับสมั ผัสจากบทตน้
สัมผัสระหว่างบท
ไดแ้ ก่ คาสุดท้ายของบทท่ี ๑ สง่ สมั ผสั ไปยงั คาสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ในบทตอ่ ไป
การใช้เสยี งวรรณยุกตล์ งท้ายวรรค
การเขียนกลอนให้ไพเราะ ควรคานึงถึงเสียงวรรณยกุ ต์ในคาสุดทา้ ยของแตล่ ะวรรคตามความนิยมดังนี้
วรรคสดับหรือวรรคสลบั ใชเ้ สยี งวรรณยุกตไ์ ด้ทุกเสยี ง เสียงที่ถือว่าไพเราะน้อยคือ เสยี งสามญั
วรรครบั นยิ มใช้เสยี งจัตวา หรือ เสียงเอก, เสยี งโท ไมค่ วรใชเ้ สียงสามญั
วรรครองนยิ มเสียงสามัญ ไม่ควรใช้เสียงจัตวา
วรรคส่ง นยิ มเสียงสามัญ ไม่ควรใช้เสียงจัตวา