The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by karimangamtubtim, 2021-12-21 22:37:14

e book

e book

พระราชกรณียกิจ
ของพระมหากษัตริย์ไทย

สารบัญ

พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทย

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หน้า
ด้านการปกครอง
ด้านการทหาร ๑
ด้านการเศษฐกิจ
ด้านการคมนาคม ๒
ด้านศิลปกรรม
ด้านการช่าง ๒
ด้านการศึกษา ๒
ด้านการศาสนา ๓
ด้านการศึกสงคราม ๓

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๔
ด้านการไปรษณีย์โทรเลข
ด้านการโทรศัพท์ ๔
ด้านการพยาบาลเเละสาธารณสุข ๕
ด้านการขนส่งเเละสื่อสาร ๖
ด้านการไฟฟ้า
ด้านการกฎหมาย ๗
ด้านการเปลี่ยนเเปลงระบบเงินตรา ๗
ด้านการศึกษา






๑o
๑o

พระราชกรณียกิจของ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช



ด้านการปกครอง

ยังคงใช้ระบบการปกครองเเบบกรุงศรีอยุธยาส่วนทางด้านกฎหมายเมื่อครั้ง
กรุงเเตกกฎหมายบ้านเมืองนนั้นได้สูญหายไปมากจึงโปรดให้รวบรวมเเละ
ค้นหาซึ่งรวบรวมไว้ได้ประมาณ ๑ ใน ๑o เเละโปรดให้ชำระกฎหมายเหล่า
นั้นฉบับใดที่ยังเหมาะสมกับสมัยก็โปรดให้คงไว้เเละเป็นการเเก้ไขกฎหมายเพื่อ
ให้ราษฎรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น เช่น โปรดให้เเก้ไขกฎหมายว่าด้วยการ
พนัน ให้อำนาจการตัดสินลงโทษขึ้นเเก่ศาลเเทนทนายตราสิทธิขาด

ด้านการทหาร

ทรงรวบรวมคนไทยที่เเบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ๕ ก๊ก เเละปราบปรามก๊กต่างๆ
ทรงทำสงครามกับพม่าเเละขยายอาณาเขตไปยังหลวงพระบาง เวียงจันทร์
เเละกัมพูชา

ด้านเศรษฐกิจ

เนื่องจากในสมัยกรุงธนบุรีเป็นระยะเวลาที่สร้างบ้านเมืองกันใหม่เเละการค้า
เจริญรุ่งเรืองทั้งของราษฎรเเละของหลวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรง
ทำนุบำรุงการค้าขายทางเรืออย่างเต็มที่ ทรงเเต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขาย
ทางด้านตะวันออกไปถึงเมืองจีน ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนืออินเดียตอนใต้



ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับจากการค้าของหลวงช่วยบรรเทาภาระภาษีของราษฎร
ไปได้มาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงส่งเสริมการนำสินค้าพื้นเมือง
ไปขายทางเรือซึ่งอำนวยผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่องานสร้างชาติทำให้
ราษฎรมีงานทำมีรายได้เเละอีกทั้งได้ฝึกให้คนไทยเชี่ยวชาญทางด้านการ
ค้าขายเพื่อป้องกันไม่ให้กรค้าขายตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ

ด้านการคมนาคม

ทรงโปรดให้ตัดถนนเเละขุดคลองมากขึ้นเพื่อประโยชน์ในทางค้าขาย ทรง
ยกเลิกความคิดเเนวเก่าที่ว่า "หากถนนหนทางการคมนาคมมีมากเเลว้จะ
เป็นการอำนวยความสะดวกให้ข้าศึกศัตรูเเละพวกก่อการจลาจล" ทรงเห็น
ประโยชน์ในทางค้าขายมากกว่าดังนั้นจึงโปรดให้ตัดถนนเเละขุดคลองจะเห็น
ได้จากเเนวถนนเก่าๆในเขตธนบุรี ส่วนการขุดคลองนั้นมีวัตถุประสงค์เบื้อง
ต้นเพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์

ด้านศิปกรรม

ทรงหาโอกาสฟื้นฟูเเละบำรุงศิลปกรรมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านนาฏ
ดุริยางค์ เเละวรรณกรรม ด้านนาฏดุริยางค์โปรดให้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่เพื่อ
สร้างบรรยากาศที่รื่นเริง พระราชทานโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเปิดการ
สอนเเละออกโรงเล่นได้โดนอิสระเเละสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนั้นยัง
ทรงพระราชนิพนธ์บทละครรามเกียรติ์ไว้ ๔ เล่มอีกด้วย



ด้านการช่าง

โปรดให้รวบรวมช่างฝีมือเเละให้ฝึกงานช่างทุกเเผนกเท่าที่มีครูสอน เช่น ช่าง
ต่อเรือ ช่างก่อสร้าง ช่างเขียน เป็นต้น ช่างสมัยกรุงธนบุรีนี้อาจจะไม่มีเวลา
ทันสร้างผลงานดีเด่นฉพาะสมัยเเต่ก็ได้เป็นผู้สืบทอดศิลปกรรมเเบบอยุธยาไป
สู่เเบบรัตนโกสินทร์

ด้านการศึกษา

ในสมัยนั้นวัดเป็นเเหล่งที่ให้การศึกษาจึงโปรดให้บำรุงการศึกษาตามวัดต่างๆ
เเละโปรดให้ตั้งหอหนังสือหลวงขึ้นเช่นเดียวกันกับสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งคงจะ
เทียบได้กับหอสมุดในระยะหลัง ส่วนตำราที่ได้กระจัดกระจายไปเมื่อคราว
กรุงเเตกก็โปรดให้สืบหามาจำลองไว้เป็นต้นฉบับสำหรับผู้สนใจอาศัยคัดลอก
กันต่อๆไป

ด้านการศาสนา

โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆที่รกร้างปรักหักพังตั้งเเต่ครั้งพม่าเข้ามา
ทำลายเเล้วโปรดให้อาราธนาพระภิกษุสงฆ์เข้าจำวัดต่างๆส่วนพระไตรปิฎกที่
ยังเหลือตกค้างอยู่ก็โปรดให้คัดลอกเเยกเป็นฉบับหลวงเเล้วส่งคืนกลับไปที่เดิม
เรื่องสังฆมณฑลโปรดให้ดำเนินตามธรรมเนียมการปกครองคณะสงฆ์ที่มี
มาเเต่ก่อน ทรงส่งเสริมการสอนภาษาบาลีเพื่อช่วยการอ่านพระไตรปิฎก



โปรดให้กวดขันการปฏิบัติพระธรรมวินัยเป็นขั้นๆไปตามภูมิปฏิบัติส่วนลัทธิ
อื่นๆในชั้นต้นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราชทานเสรีภาพในการนับ
ถือศาสนาเเต่ต่อมาข้าหลวงที่เข้ารีตได้พยายามห้ามปรามชาวไทยปฏิบัติ
พิธีการทางศาสนาในที่สุดพระองค์จึงจำต้องขอให้บาทหลวงไปจากพระราช
อาณาเขตเเล้วห้ามชาวไทยนับถือศาสนาคริสต์

ด้านการศึกสงคราม

ทรงทำการกอบกู้เอกราชเมื่อปี พ.ศ.๒๓o๙ พม่ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาใน
สมัยพระเจ้าเอกทัศเเละได้เสียกรุงเเก่พม่าเป็นครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ.๒๓๑o
เหตุการณ์ในกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้นเกิดความไม่มั่นคงเพราะทหารพม่าได้
ล้อมกรุงอยุธยาไว้พระยาตากเห็นว่าคงสู้พม่าไม่ได้เเล้วจึงนำทหารจำนวน
หนึ่งตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาเเละไ้ดรวบรวมกำลังที่เมืองจันทบุรีเเล้วยกทัพ
กลับไปตีพม่าที่กรุงศรีอยุธยา ทัพของพระยาตากสามารถตีพม่าจนเเตกพ่าย
ไปได้เเละประเทศไทยก็ได้รับเอกราชอีกครั้ง



พระราชกรณียกิจของ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



ด้านการไปรณีย์โทรเลข

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวทรงเห็นการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ
เเละจำเป็นอย่างมากต่อไปในอนาคตพระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้กระทรวง
กลาโหมดำเนินการก่อสร้างวางสายโทรเลขต่อมาพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้
จัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นมีที่ทำการเรียกว่าไปรษณียาคารหลังจากนั้นจึงโปรด
เกล้าฯให้กรมโทรเลขรวมเข้ากับกรมไปรณีย์ชื่อว่า"กรมไปรณีย์โทรเลข"

ด้านการโทรศัพท์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว มีพระวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลเเละพระ
ปรีชาสามารถอย่างมากในการพัฒนาประเทศโดยกระทรวงกลาโหมได้นำ
โทรศัพท์อันเป็นวิทยาการในการสื่อสารที่ทันสมัยเข้ามาทดลองใช้เป็นครั้งเเรก
ในปี พ.ศ.๒๔๒๔ ต่อมากรมโทรเลขได้รับช่วงต่อในการวางสายโทรศัพท์
ภายในกรุงเทพซึ่งใช้เวลา ๓ ปีจึงเสร็จพร้อมที่จะเปิดให้บริการกับประชา
ชนเเละพัฒนามาจนกระทั่งทุกวันนี้

ด้านการพยาบาลเเละสาธารณสุข

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะสร้างโรงพยาบาล
เพื่อรักษาประชาชนด้วยวิธีการเเพทย์เเผนใหม่เนื่องจากการรักษาเเบบเดิมนั้น
ล้าหลังไม่สามารถช่วยคนได้อย่างทันท่วงทีทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเมื่อเกิดโรค
ระบาดพระองค์จึงทรงจัดสร้างโรพยาบาลขึ้นโดยใช้ทรัพย์สินส่วนพระองค์
เป็นทุนเริ่มเเรกในการสร้างโรงพยาบาลเเละให้ชื่อว่า "โรงพยาบาลวังหลัง"



ต่อมาพระองค์ได้พระราชาทานนามโรงพยาลบาลเเห่งนี้ใหม่ว่า "โรงพยาบาล
ศิริราช" เพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าศิริราชกุธภัณฑ์
ทั้งยังได้พระราชทานพระเมรุพร้อมกับเครื่องใช้ในงานศพให้กับโรงพยาบาล
เพื่อใช้ประโยชน์รวมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโรงพยาบาลเป็น
ทุนในการใช้จ่าย

ด้านการขนส่งเเละการสื่อสาร

ในปี พ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้คณะเสนาบดีเเละกรมโยธาธิการสำรวจเส้นทางเพื่อวางรากฐานการสร้าง
ทางรถไฟจากกรุงเทพ-เชียงใหม่มีการวางเเผนให้ทางรถไฟสายนี้ตัดเข้าเมือง
ใหญ่ๆในบริเวณภาคกลางของประเทศเเล้วเเยกเป็นชุมสายตัดเข้าสู่จังหวัด
ใหญ่เเถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากเป็นหัวลำโพงเมืองที่เป็น
ศูนย์กลางธุรกิจการค้า การสำรวจเส้นทางในการวางเส้นทางรถไฟนี้เสร็จสิ้น
เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๔ เเละต่อมาพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินขุดดินก่อฤกษ์
เพื่อสร้างทางรถไฟครั้งเเรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยโปรดเกล้าฯให้ทางรถ
ไฟสยนี้เป็นรถไฟสายหลวงเเห่งเเรกของไทย

ด้านการไฟฟ้า

ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็ง
เห็นว่าไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สำคัญเเละมีประโยชน์อย่างมากเมื่อมีโอกาส
ประพาสต่างประเทศได้ทอดพระเนตรกิจการไฟฟ้าเเละทรงเห็นถึงประโยชน์
มหาศาลที่จะเกิดจากการมีไฟฟ้า พระองค์จึงมอบหมายให้กรมหมื่นไวยวรนาถ



เป็นผู้ริเริ่มในการจ่ายกระเเสไฟฟ้าขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๓๓ ซึ่งเป็นการเปิดใช้ไฟ
ฟ้าครั้งเเรกของไทยเเละปีเดียวกันมีการก่อตั้งโรงไฟฟ้าที่วัดเลียบจนกระทั่งถึง
พ.ศ.๒๔๓๖ ต่อมาเพื่อให้กิจการไฟฟ้าก้าวหน้ายิ่งขึ้นรัฐบาลได้โอนกิจการให้ผู็
ชำนาญด้านนี้เข้ามาดำเนินงานต่อเเละในปี พ.ศ.๒๔๓๗ บริษัทเดนมาร์กได้
เข้ามาตั้งโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเดินรถรางต่อมาบริษัทต่าง
ชาติ ๒ บริษัทได้ร่วมกันรับช่วงต่อจากกรมหมื่นไวยวรนาถเเละก่อตั้งเป็น
บริษัทไฟฟ้าสยามขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๔๔ นับเป็นการบุกเบิกไฟฟ้าครั้งสำคัญของ
ไทยในการเริ่มมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งเเรก

ด้านการกฎหมาย

กฎหมายในขณะนั้นมีความล้าสมัยอย่างมากดังนั้นพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯสร้างประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่เพื่อ
ให้ทันสมัยเท่าเทียมกัยประเทศอื่นในปี พ.ศ.๒๔๔o พระองค์ทรโปรดเกล้าฯให้
จัดตั้งโรงเรียนกฎหมายเเห่งเเรกของประเทศไทยเพื่อเป็นสถานที่สำคัญที่ผลิต
นักกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศต่อมาในปี
พ.ศ.๒๔๕๑ พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้ตรากฎหมายลักษณะอาญา
ร.ศ.๒๑๗ อันเป็นลักษณะกฎหมายประมวลอาญาฉบับเเรกที่นำขึ้นมาใช้ อีก
ทั้งโปรดเกล้าฯให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งพิจารณากฎหมายประมวล
ผลอาญาเเผ่นดินเเละการพาณิชย์ เเต่ยังไม่ทันสำเร็จดีก็สิ้นราชกรเสียก่อน
เมื่อสร้างประมวลกฎหมายขึ้นมาใช้เเล้วบทลงโทษเเบบจารีตดั้งเดิมจึงถูก
ยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง



ด้านการเปลี่ยนเเปลงระบบเงินตรา

ในปี พ.ศ.๒๔๑๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้ทำธนบัตรขึ้นเรียกว่าอัฐเเต่ใช้ได้เพียง ๑ ปีก็เลิกไปเพราะประชาชนไม่นิยม
ใช้ต่อมาทรงตั้งกรมธนบัตรขึ้นมาเพื่อจัดทำเป็นตั๋วสัญญาข้ึนใช้เเทนเงินในปี
พ.ศ.๒๔๔๑ ได้มีการผลิตธนบัตรรุ่นเเรกออกมา ๕ ชนิดเเละพระองค์ได้ทรง
โปรดเกล้าฯให้กำหนดหน่วยเงินตราขึ้นต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็
พระจุลจอมเลก้าเจ้าอยู่หัวทรงออกประกาศยกเลิกใช้เงินพดด้วงเเละทรงออก
พระราชบัญญัติมาตราทองคำ ร.ศ.๑๒๗ ว่าด้วยเรื่องให้ใช้เเร่ทองคำเป็น
มาตรฐานเงินตราเเทนเเร่เงินเพื่อให้เสถียรภาพของเงินตราของไทยสอดคล้อง
กับหลักสากลเเละในปีต่อมาทรงออกประกาศเลิกใช้เหรียญเฟื้องเเละเบี้ยทอง
เเดง

ด้านการศึกษา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการศึกษารูปเเบบ
ใหม่โดยโปรดเกล้าฯให้มีการตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษา
ทั่วกันเเละโ)รดเกล้าฯให้มีการสอบไล่สามัญศึกษาขึ้นอีกด้วยเพื่อเป็นการ
ทดสอบความรู้ที่ได้ศึกษามานอกจากนี้ยังโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงเรียน
หลวงขึ้นอีกหลายเเห่งโรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมานี้เพื่อมห้บุตรหลานของ
ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้กัน

๑o

จัดทำโดย

น.ส.วาริศา สีนวล
ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่4/8

เลขที่ 29


Click to View FlipBook Version