The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การลำเลียงของพืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การลำเลียงของพืช

การลำเลียงของพืช

การลำเลยี งของพชื

กตั เตชนั (guttation): เปน็ การเสียนำ้ ในรปู ของหยดนำ้ ของพชื ซึ่งเกดิ ในกรณที ี่ในอากาศ
อิ่มตวั ด้วยนำ้ มคี วามช้ืนสูง การคายน้ำเกดิ ขนึ้ ไดน้ อ้ ย แตก่ ารดดู นำ้ ของรากยงั เป็นปกติ เกดิ ขนึ้ โดย
นำ้ ถูกดนั ผา่ นไซเลมเข้าสู่เทรคีดทีเ่ ล็กทีส่ ดุ ในใบ แล้วถกู ดนั ออกไปสู่กลุ่มเซลล์พาเรนไคมา เขา้ สู่
ช่องวา่ งทสี่ ะสมนำ้ ได้แล้วจึงออกจากใบทางรูเปดิ ทเี่ รยี กไฮดาโทด(hydathode)
การคายน้ำ (transpiration): เปน็ การแพร่ของนำ้ ออกไปทางปากใบ ซง่ึ จะเกิดมากใน
ตอนกลางวนั ทอี่ ุณหภูมิ อากาศมีความชนื้ นอ้ ย การคายน้ำจะสง่ ผลให้เกดิ แรงดงึ น้ำจากส่วนล่างของ
ลำตน้ ขนึ้ ไปส่สู ว่ นท่ีอยู่สูงกว่า ช่วยลดอุณหภูมทิ ใ่ี บ พืชถา้ คายนำ้ มากเกนิ ไปจะทำใหใ้ บเหย่ี ว ทำให้
พชื เจริญชา้ ลง

การซึมตามรูเล็ก(Capillary action): เกิดจากแรงระหว่างโมเลกุลของน้ำกบั ผนงั ทอ่ ไซเล็ม
เรียกวา่ แรงแอดฮชี นั (Adhesion) แตจ่ ะดดู น้ำขน้ึ มาได้เพยี งเล็กนอ้ ยเท่าน้ัน

ความดันราก(Root pressure): เม่ือเราตดั ต้นพชื บางชนดิ ทป่ี ลูกในทมี่ นี ้ำชมุ่ ให้ติดโคนตน้
จะพบว่ามีน้ำใสๆไหลซมึ ออกมาตรงบรเิ วณทีต่ ดั ซ่งึ เกิดจากความเขม้ ข้นของนำ้ ในดินกับนำ้ ในท่อไซ
เลม็ โดยนำ้ ในทอ่ ไซเล็มมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำในดินเพราะมีพวกแร่ธาตแุ ละสารต่างๆอยมู่ ากจงึ
เกดิ กระบวนการออสโมซสิ ของน้ำในดนิ สรู่ ากไดเ้ รื่อยๆจงึ เกดิ แรงดนั ในท่อไซเล็มจึงดนั ให้นำ้ เขา้ ไป
ในทอ่ ไซเลม็ ได้

ชลศักย์(water potential): พลงั งานอิสระของนำ้ ต่อหน่งึ หนว่ ยปรมิ าตร นิยมใช้หนว่ ยเปน็
MPa (megapascal) เป็นหนว่ ยของความดัน

ธาตอุ าหารรอง(micronutrient): เปน็ ธาตุอาหารท่พี ืชต้องการในปริมาณน้อย ไดแ้ ก่ Fe,

Mn, Zn, Cu, B, Mo และ Cl

ธาตุอาหารหลัก(macronutrient): เปน็ ธาตุอาหารทพ่ี ชื ตอ้ งการในปริมาณมาก คอื N, P,

K, Ca, Mg และ S

แบบซมิ พลาสต์ (symplast): เปน็ การลำเลยี งน้ำผา่ นโปรโทพลาซมึ ของเซลล์ และลำเลยี ง
ผา่ นไปยังเซลลถ์ ดั ไปทางรูผนงั เซลล์ หรือพลาสโมเดสมา (Plasmodesma : pl.
plasmodesmata)

แบบทรานสเ์ มมเบรน (transmembrane)เป็นการลำเลยี งน้ำแบบผสมท้งั แบบอโพพ
ลาสต์และแบบซิมพลาสต์ นำ้ จะถูกลำเลียงระหว่างเซลลท์ อี่ ยูต่ ดิ กนั โดยผา่ นเย่ือหุ้มเซลลแ์ ละผนงั
เซลล์ โดยอาจแพรผ่ ่านเยอ่ื หุม้ ของแวคิวโอล (tonoplast) ด้วยกไ็ ด้

แบบอโพพลาสต์ (apoplast): คอื การลำเลียงนำ้ ผา่ นทางผนังเซลลห์ รือช่องว่างระหว่างเซลล์
ในชัน้ คอรเ์ ทกซ์ และผา่ นเซลลท์ ีไ่ ม่มีชีวิต (ยกเว้นเอ็นโดเดอร์มสิ ) เชน่ เทรคีด และเวสเซล

โปรตนี ลำเลียง (transport protein): ธาตุอาหารเข้าสเู่ ซลลพ์ ชื และเข้าสไู่ ซเล็มไดโ้ ดย
อาศยั โปรตนี ลำเลยี ง มีท้ังแบบฟาซลิ ิเทตและแบบแอกทีฟทรานสปอรต์

พลาสโมเดสมาตา (Plastmodesmata): เป็นชอ่ งว่างเลก็ จำนวนมากที่อยู่บนผนงั เซลล์ มี
ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางประมาณ 50-60 นาโนเมตร ชว่ ยทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ท่อี ย่ใู กล้เคยี งกนั
เพอื่ ช่วยในการขนถา่ ยสิ่งๆต่างๆระหว่างเซลลพ์ ืช (แบบ apoplast) เชน่ น้ำ สารอาหาร

รูหยาดนำ้ (hydathode): ความดันรากอาจทำใหน้ ำ้ เคลื่อนทไี่ ปตามไซเล็มจนออกมาทาง
โครงสร้างพิเศษ อยู่ปลายสุดของไซเลม็ บรเิ วณขอบใบหรอื ปลายใบ

แรงดงึ จากการคายน้ำ(Transpiration pull): หมายถงึ แรงดึงที่เกิดข้ึนจากการคายนำ้ ของพชื
ใบจะคายนำ้ ออกไปเรื่อยๆทำให้เซลลข์ องใบขาดน้ำไป จึงเกดิ แรงดึงน้ำทำให้น้ำเคลือ่ นทีต่ ่อเนื่อง คือ
แรงโคฮีชัน ซึง่ ยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ ของน้ำด้วยกนั เอง และแรงแอดฮีชนั ซงึ่ ยดึ เหนี่ยว
ระหว่างโมเลกุลของนำ้ กบั ผนงั เซลล์ของไซเล็ม

เลนทิเซล (lenticel): หมายถงึ รอยแตกทผ่ี ิวของลำต้นหรือกง่ิ ซ่งึ พชื อาจสูญเสียนำ้ ทางเลนทิ
เซลได้

ไฮโดรพอนกิ ส์ (Hydroponics): เปน็ การปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพชื เป็นการปลูก
พชื โดยใหร้ ากแชใ่ นสารละลายธาตุอาหารพืช และบางสว่ นสมั ผสั อากาศ (Aeroponics) หรือ
เปน็ การปลูกพืชบนวัสดทุ ไี่ ม่ใช่ดินและรดดว้ ยสารละลายธาตุอาหรพืชหรอื น้ำปุ๋ย
(Substrats)เหมาะสมสำหรบั การเร่มิ ตน้ มือใหม่ คือ ระบบ NFT (Nutrient Film

Technique)


Click to View FlipBook Version