The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-15 08:51:40

welcome little one!

e book ancient Egypt

Ancient Egypt




อารยธรรม อียิปต์โบราณ

PREFACE P.1





คำนำ




สื่อการเรียนรู้ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
วิชาประวัติศาสตร์ (ส33106)

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6โดยมีจุดประสงค์เพื่อ
ศึกษาความรู้ที่ได้จากอารยธรรมอียิปต์ ผู้
อ่านจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาต่างๆ
ของอารยธรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำเนิด
การปกครอง วิถีชีวิต สถานที่สำคัญต่างๆ

ขอขอบคุณ อาจารย์ธวัชชัย อุ่นแก้ว
ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษาคณะผู้จัด
ทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสื่อการเรียรู้ฉบับนี้จะ
เป็นประโยชน์แก่ผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย ถ้ามี

ข้อผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

contents P.2

สารบัญ


co
ntents
หน้า


p.3
ประ
วัติ

การเริ่มต้นย
ุคราชวงศ์
p.4-p.6
ระบบกฎ
หมาย

การ
ค้า
p.7
การเขียน

สัต
ว์
p.8-9
มรดกที่ให้ไว้ต่อโลก


สมาชิกในกลุ่ม p.10-p.11

ENDING p.12-p.13
p.14-p.16

p.17
p.18

history P.3




ประ
วัติ



อารยธรรมที่มีความยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลกที่มีถิ่น
กำเนิดในดินแดนใกล้เคียงกับอารยธรรมเมโสโปเตเมียคือ
อารยธรรมอียิปต์อารยธรรมอียิปต์เป็นอารยธรรมที่รู้จักกัน
อย่างกว้างขว้างและมีผลต่อพัฒนาการทางความคิดในหลายๆ
ด้านเนื่องจากมีมรดกทางสถาปัตยกรรมเช่นปิรามิดและแนว
ความคิดและความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาและปรัชญาอีกด้วย
อียิปต์โปราณตั้งอยู่ระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกโลกตะวัน
ตกคือดินแดนที่อยู่รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนส่วนโลกตะวันออก
ได้แก่ ดินแดนเมโสโปเตเมียและดินแดนในแถบลุ่มแม้น้ำสินธุทิศ
เหนือของอียิปต์จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนส่วนทิศตะวันตกติด
กับทะเลทรายซาฮาราทะเลทรายลิเบียและทะเลทรายนูเบียทางทิศ
ตะวันออกถัดไปคือทะเลแดงทิศใต้จรดประเทศนูเบียหรือซูดานใน
ปัจจุบันอียิปต์เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีพื้นที่ตั้งอยู่
บนสองฟากฝั่ งแม่น้ำไนล์ แม่น้ำไนล์มีลักษณะที่ต่างไปจากแม่น้ำ
อื่ นๆคือทอดตัวไหลจากภูเขาทางตอนใต้ลงสู่ทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนทางตอนเหนือ มีผลต่อการดำเนินชีวิตของชาว
อียิปต์โบราณ มีนคือเส้นทางคมนาคมสายหลักและเป็นเสมือน
เข็มทิศในการเดินทางโดยใช้ร่วมกับทิศทางการขึ้นและตกของ
ดาวอาทิตย์ ชาวอียิปต์แบ่งช่วงแม่น้ำไนล์เป็น 2 ช่วง คือ ต้นน้ำ
ทางตอนใต้เรียกว่า

P.4

การเริ่มต้นยุคราชวงศ์




ยุคราชวงศ์เริ่มแรกอยู่ในช่วง 3100-2686 ปีก่อน
คริสตกาลโดยเริ่มตั้งแต่พระเจ้าเมเนสรวบรวมเมือง
ต่างๆได้ทั้งในอียิปต์ล้างและอียิปต์บนเข้าเป็นอาณาจักร
เดียวกัน และเข้าสู่ราชวงศ์ที่1 และ 2 ยุคนี้เป็นยุคการ
สร้างอียิปต์ให้มีความเป็นปึกแผ่นเข็มแข็ง

ยุคราชวงศ์เก่า อยู่ในช่วง 2686-2181 ก่อน
คริสตกาล โดยเริ่มจากราชวงศ์ที่3อียิปต์ประสบความ
วุ่นวายทางการเมืองมีการย้ายเมืองหลวงไปตามเมือง
ต่างๆ แต่หลังจากนั้นก็มีราชวงศ์อียิปต์ปกครองต่อ
มาอีก2 ราชวงศ์ คือ ราชวงษ์ที่ 9 และ 10 ในยุคนี้
อียิปต์มีฟาโรห์ปกครองเริ่มตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 3 ถึง
ราชวงศ์ที่ 6 ราชวงศ์ที่โดดเด่นในสมัยนี้คือ ราชวงศ์ที่
4 ซึ่งมีการสร้างปิรามิดที่ยิ่งใหญ่มากมายโดยเฉพาะ
มหาปิรามิดของฟาโรห์คูฟูที่เมืองเซห์ ซึ่งสร้างขึ้น
ประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสตกาล อียิปต์ในยุคนี้ถือว่า
เป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่ง และการสร้างสรรค์
ความเจริญในยุคนี้ได้เป็นรากฐานและแบบแผนของ
ความเจริญของอียิปต์ในสมัยราชวงศ์ต่อๆ มา

P.5




ยุคราชวงศ์กลาง อยู่ในช่วง 2,040-1,782 ปีก่อน
คริสตกาล ระหว่างราชวงศ์ที่ 11-13ฟาโรห์ที่มีบทบาทใน
การสร้างความรุ่งเรืองให้กับอียิปต์ในยุคนี้คืออเมนเนม
เฮตที่หนึ่ง(AmenemhetI)จนเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ
อียิปต์ด้านเศรษฐกิจสถาปัตยกรรมการสร้างคลอง
ติดต่อไปถึงทะเลแดงและการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ
วรรณคดีทั้งบทร้อยแก้วและร้อยกรอง ยุคนี้เป็นช่วง
เดียวกันกับอารยธรรมบาบิโลนของพระเจ้าฮัมมูราบีแต่
ความรุ่งเรืองของอียิปต์ก็หยุดชะงักลงจากการรุกราน
ของกลุ่มชนปศุสัตว์เร่ร่อนคือพวกฮิกโซส (Hyksos) ซึ่ง
ก่อนหน้านี้ได้เข้ายึดครองซีเรียปาเลสไตน์และเอเชีย
ไมเนอร์ได้แล้วเพราะพวกฮิกโซสมีความเก่งกาจในการ
รบกว่าชาวอียิปต์ทำให้สามารถครอบครองอียิปต์ไว้ได้
ตั้งแต่1,670-1,570ปีก่อนคริสตกาลแต่เนื่องด้วยอียิปต์
มีความเจริญที่เหนือกว่าพวกฮิกโซสจึงเป็นฝ่ายรับ
ความเจริญไปจากอียิปต์จึงทำให้อารยธรรมอียิปต์ไม่
ขาดความต่อเนื่องแต่อย่างใด

P.6




ยุคราชวงศ์ใหม่ อยู่ในช่วง 1,570-332 ก่อนคริสตกาล
ระหว่างราชวงศ์ที่ 18-31 เมื่อ ชาวอียิปต์ได้ก่อกบฏและมี
ชัยเหนือชาวฮิกโซส จึงเริ่มราชวงศ์ที่ 18 และขยายอำนาจ
การปกครองไปยังดินแดนซีเรียปาเลสไตน์และฟินิเซีย
เพาะมีอาณาเขตกว้างมากขึ้นสมัยนี้จึงได้รับการขนาน
นามว่า“สมัยจักรพรรดิ”(Empire) แต่ในช่วงหลังๆ อำนาจ
การปกครองจากส่วนกลางค่อยลดลงเหล่าขุนนางที่
ปกครองเมืองที่หางไกลก็เริ่มแข็งขืนต่ออำนาจมากขึ้น
จนถึงประมาณ 700 ปีก่อนคริสตกาลอียิปต์ก็พ่ายแพ้ต่อ
ชาวอัสซีเรียนและเมื่ออาณาจักรเปอร์เซียได้เข้ายึดครอง
เมโสโปเตเมีย อียิปต์ก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของเปอร์เซีย และ
ประมาณ 332 ปีก่อนคริสตกาล ดินแดนอารยธรรมทั้งเม
โสโปเตเมีย เปอร์เซีย และอียิปต์ก็ได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจ
การปกครองของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช

ระบบกฎหมาย P.7




ฟาโรห์ทรงมีหน้าที่รับผิดชอบในการออกกฎหมาย
ให้ความยุติธรรม รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย
ซึ่งเป็นแนวคิดที่ชาวอียิปต์โบราณแม้ว่าจะไม่มีประมวล
กฎหมายใดจากอียิปต์โบราณที่หลงเหลือให้ค้นคว้าได้ใน
ปัจจุบันเอกสารการตัดสินของศาลแสดงให้เห็นว่า
กฎหมายของอียิปต์มีพื้นฐานจากสามัญสำนึกเกี่ยวกับ
ความถูกต้องและความผิด ที่เน้นการบรรลุข้อตกลงและ
การแก้ไขข้อขัดแย้ง แทนที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ซับ
ซ้อนอย่างเข้มงวด

ในคดีที่ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมการทำ
ธุรกรรมทางที่ดินครั้งใหญ่ และการโจรกรรมหลุมฝังศพ
ซึ่งวิเซียร์หรือฟาโรห์จะเป็นประธาน มีกล่าวถึงใน
Great Kenbet ว่าโจทก์และจำเลยต้องปรากฏตัวที่ศาลและ
ต้องสาบานว่าพวกเขาบอกความจริงในบางกรณีรัฐรับทั้ง
บทบาทของอัยการและผู้พิพากษาและอาจทรมานผู้ถูก
กล่าวหาด้วยการเฆี่ยนตีเพื่อให้ได้คำสารภาพและระบุชื่อผู้
ร่วมสมรู้ร่วมคิด ไม่ว่าข้อกล่าวหาจะเล็กน้อยหรือร้ายแรง
อาลักษณ์ประจำศาลจะบันทึกคำร้องคำให้การและคำ
ตัดสินของคดีเพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต

ก า ร ค้ า P.8





เศรษฐกิจโดยภาพรวมมักได้รับการจัดระเบียบจากส่วน
กลางและควบคุมอย่างเข้มงวด แม้ว่าชาวอียิปต์โบราณจะไม่ใช้
เหรียญกษาปณ์จนถึงยุคปลายแต่พวกเขาใช้ระบบแลกเปลี่ยน
สิ่งของประเภทหนึ่ง กับกระสอบธัญพืชมาตรฐาน และหน่วย
ของน้ำหนักที่เรียกว่า ดีเบน (Deben) (1 ดีเบน มีน้ำหนักราว 91
กรัม ใช้วิธีชั่งน้ำหนักทองแดงหรือเงิน ในช่วงหลังราชวงศ์ที่
12) เป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยน (common denominator)
คนงานได้รับค่าจ้างเป็นธัญพืชคนงานทั่วไปอาจได้รับเมล็ด
ธัญพืช 5 1⁄2 กระสอบ (200 กก. หรือ 400 ปอนด์) ต่อเดือน
ในขณะที่หัวหน้าคนงานอาจหารายได้ 7 1⁄2 กระสอบ (250 กก.
หรือ 550 ปอนด์) สินค้าถูกกำหนดให้มีราคาเท่ากันทั่วประเทศ
และบันทึกไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขาย เช่น ราคา
ของเสื้อคือห้าทองแดงดีเบน ในขณะที่วัวมีราคา 140 ดีเบน ใน
ช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล เงินเหรียญถูกนำเข้ามาสู่
อียิปต์จากต่างประเทศแม้ในตอนแรกเหรียญถูกใช้ในฐานะเป็น
โลหะมีค่ามาตรฐานมากกว่าเป็นเงินเหรียญเพื่อการใช้จ่ายจริง

P.9




ชาวอียิปต์โบราณทำการค้าขายกับเพื่อนบ้านต่างชาติ
เพื่อซื้อของหายากที่หาไม่ได้ในอียิปต์ ในยุคก่อนราชวงศ์
พวกเขาค้าขายกับนูเบียเพื่อทองคำและธูปพวกเขายัง
ค้าขายกับปาเลสไตน์เห็นได้จากเหยือกน้ำมันแบบ
ปาเลสไตน์ที่พบในหลุมฝังพระศพของฟาโรห์แห่งราชวงศ์
ที่หนึ่งอาณานิคมของอียิปต์บริเวณตอนใต้ของคานาอัน
มีอายุก่อนราชวงศ์ที่หนึ่งเล็กน้อยฟาโรห์นาเมอร์ทรงให้
ผลิตเครื่องปั้ นดินเผาอียิปต์ที่ผลิตในคานาอันและส่งกลับ
มายังอียิปต์ ไม่เกินยุคราชวงศ์ที่สอง การค้าอียิปต์กับบิ
บลอสทำให้ได้มาซึ่งไม้คุณภาพที่ไม่สามารถพบในอียิปต์ ใน
สมัยราชวงศ์ที่ห้าการค้ากับดินแดนพันท์ได้มาซึ่งทองคำ
เรซินอะโรมาติก ไม้มะเกลือ งาช้าง และสัตว์ป่า เช่น ลิงและ
ลิงบาบูนอียิปต์อาศัยการค้าขายกับอนาโตเลียเพื่อดีบุก
และทองแดงชาวอียิปต์โบราณยกย่องหินลาพิสลาซูลี
สีน้ำเงินซึ่งต้องนำเข้าจากอัฟกานิสถานที่อยู่ห่างไกลออก
ไปมากคู่ค้าในแถบเมดิเตอร์เรเนียนของอียิปต์ยังรวมถึง
กรีซและครีต เพื่อจัดหาน้ำมันมะกอกและสินค้าอื่น ๆ

การเขียน P.10





อักษรอียิปต์โบราณประก
อบด้วยตัวอักษรในรูปแบบ

สัญลักษณ์นับร้อยเริ่มใช้ตั้งแต่ราว3000ปีก่อน
คริสตกาลสามารถแทนคำเสียงและ silent determinative

และสัญลักษณ์เดียวกันสามารถสื่อได้หลายความหมาย

ตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันในบริบทที่แตกต่างกัน

อักษรไฮเออโรกลีฟเป็นอักษรที่เป็นทางการมีให้เห็นได้

ตามอนุสาวรีย์หินและในสุสานเสมือนผลงานศิลปะชิ้น
หนึ่งในการเขียนแบบวันต่อวันอาลักษณ์ใช้รูปแบบการ

เขียนที่เขียนได้เร็วและง่ายกว่าที่เรียกว่าอักษรไฮเออรา

ติก ในขณะที่อักษรไฮเออโรกลีฟสามารถอ่านได้ในทั้งแนว
ตั้งและนอนแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วจะเขียนจากขวาไปซ้าย)
อักษรไฮเออราติกมักจะเขียนจากขวาไปซ้ายและอยู่ใน
แถวแนวนอนรูปแบบการเขียนใหม่ "อักษรดีโมติก" กลาย

เป็นรูปแบบการเขียนที่แพร่หลายต่อมา โดยเขียนร่วมกับ

อักษรไฮเออโรกลีฟอย่างเป็นทางการ เช่นที่จารึกบนศิลา

โรเซตตาร่วมกับอักษรกรีก

P.11




ราวศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสต์ศักราช เริ่มมีการนำ
อักษรคอปติกมาใช้ควบคู่ไปกับอักษรเดโมติก โดยเป็น
อักษรกรีกที่ถูกดัดแปลงพร้อมเพิ่มเติมเครื่องหมาย
แบบดีโมติกแม้ว่าอักษไฮเออโรกลีฟจะใช้ในพิธีการ
จนถึงคริสต์ศตวรรษที่สี่แต่ในช่วงท้ายนี้มีนักบวชเพียง
ไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงอ่านได้เนื่องจากศาสนสถานแบบ
ดั้งเดิมถูกยุบความรู้เกี่ยวกับการเขียนอักษรอียิปต์
โบราณจึงสูญหายไปความพยายามที่จะแกะความหมาย
ของตัวอักษรมีมาตั้งแต่สมัยไบแซนไทน์ และยุคอิสลาม
ในอียิปต์ แต่ต้องรอจนถึงในช่วงปี 1820 ถึงจะไข
ปริศนาได้ เมื่อมีการค้นพบศิลาโรเซตตาและการค้นคว้า
หลายปีโดยโทมัส ยัง และฌ็อง-ฟร็องซัว ช็องปอลียง

สั ต ว์ P.12




ชาวอียิปต์เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่สมดุลระหว่างคน
กับสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญของระเบียบจักรวาล
ดังนั้นมนุษย์ สัตว์ และพืชจึงเชื่อว่าเป็นสมาชิกของทั้ง
มวล สตว์ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าจึงเป็นแหล่งสำคัญ
ของจิตวิญญาณ ความเป็นเพื่อน และการยังชีพของ
ชาวอียิปต์โบราณ วัวเป็นปศุสัตว์ที่สำคัญที่สุดเพราะผู้
ปกครองจะเก็บภาษีปศุสัตว์ในสำมะโนเป็นประจำ และ
ขนาดของฝูงสะท้อนให้เห็นถึงเกียรติและความสำคัญ
ของที่ดินหรือวัดและผู้ที่เป็นเจ้าของ นอกจากวัวแล้ว
ชาวอียิปต์โบราณยังเลี้ยงแกะ แพะ และสุกรด้วย สัตว์
ปีก เช่น เป็ด ห่าน และนกพิราบ ถูกจับในตาข่ายและ
เพาะพันธุ์ในฟาร์ม ซึ่งพวกมันจะถูกเลี้ยงด้วยแป้งเพื่อ
ให้อ้วน แม่น้ำไนล์ยังเป็นแหล่งปลาที่อุดมสมบูรณ์ ผึ้ง
เองก็ถูกเลี้ยงตั้งแต่ยุคราชอาณาจักรเก่าเป็นอย่าง
น้อยเพื่อน้ำผึ้งและขี้ผึ้ง

P.13




ชาวอียิปต์โบราณใช้ลาและวัวเป็นสัตว์พาหนะ และใช้
ไถนาและเหยียบเมล็ดพืชลงในดิน การฆ่าวัวขุนเป็นส่วน
สำคัญของพิธีบูชา ม้านำเข้าสู่อิยิปต์โดยฮิกซอสในช่วง
ต่อระยะที่สอง อูฐแม้จะปรากฏหลักฐานตั้งแต่ยุคราช
อาณาจักรใหม่ แต่ก็ไม่ได้ถูกใช้เป็นสัตว์พาหนะจนถึงยุค
ปลาย นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการใช้ช้างใน
ช่วงสั้น ๆ ในช่วงปลายยุค แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจาก
ขาดทุ่งเลี้ยงสัตว์ แมว สุนัข และลิงเป็นสัตว์เลี้ยงประจำ
บ้านในขณะที่สัตว์เลี้ยงแปลกๆนำเข้าจากแอฟริกากลาง
เช่น สิงโตจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮาราสงวนไว้สำหรับ
ราชวงศ์เฮโรโดตุสตั้งข้อสังเกตว่าชาวอียิปต์เป็นเพียง
ชนชาติเดียวในขณะนั้นที่เลี้ยงสัตว์ของพวกเขาไว้ใน
บ้าน ในช่วงปลายยุคนั้น การบูชาเทพเจ้าด้วยสัตว์ได้รับ
ความนิยมอย่างมาก เช่น แมวสำหรับเทพีบาสเต็ท และ
นกช้อนหอยศักดิ์สิทธิ์และลิงบาบูนสำหรับเทพธอธ ซึ่ง
สัตว์เหล่านี้จะถูกเลี้ยงไว้เป็นจำนวนมากเพื่อจุดประสงค์
ในการบูชายัญในพิธีกรรม

P.14

ม ร ด ก ที่ ใ ห้ ไ ว้ ต่ อ โ ล ก


วัฒนธรรมและอนุสรณ์สถานของอียิปต์โบราณได้ทิ้ง
มรดกตกทอดไว้อย่างถาวรในโลกอารยธรรมอียิปต์มี
อิทธิพลอย่างมากต่ออาณาจักรคุชและMeroëโดยใช้
บรรทัดฐานทางศาสนาและสถาปัตยกรรมของอียิปต์
(พีระมิดหลายร้อยแห่ง(สูง 6-30 เมตร) สร้างขึ้นใน
อียิปต์/ซูดาน)ตลอดจนการใช้การอักษรของชนอียิปต์
โบราณเป็นพื้นฐานของอักษร Meroitic เป็นภาษาเขียนที่
เก่าแก่ที่สุดในแอฟริกานอกเหนือจากอียิปต์ ช่วงการใช้
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาลถึงต้นคริสต์ศตวรรษ
ที่ 5) คติความเชื่อและโบราณวัตถุ อาทิ เกี่ยวกับเทพีไอ
ซิส โอเบลิสก์และศิลปวัตถุอื่นๆถูกขนไปยังกรุงโรมและ
ได้รับความนิยมในจักรวรรดิโรมันชาวโรมันยังนำเข้า
วัสดุก่อสร้างจากอียิปต์เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่ได้รับแรง
บันดาลใจจากอารยธรรมอียิปต์นักประวัติศาสตร์ยุค
แรก เช่น เฮอรอโดทัส สตราโบ และ Diodorus Siculus
มองว่าเป็นสถานที่ลึกลับกระทั่งศึกษาและมีงานเขียน
เกี่ยวกับดินแดนนี้

ห น้ า ก า ก ข อ ง ตุ ตั น ค า เ ม น P.15




ในช่วงยุคกลางและยุคฟื้ นฟูศิลปวิทยา การเข้ามาของ
ศาสนาคริสต์และอิสลามทำให้ความสนใจในวัฒนธรรม
นอียิปต์โบราณลงลด แต่ก็ยังพอปรากฏชิ้นงานเขียนเกี่ยว
กับอารยธรรมฯ ให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ผลงานของ Dhul-Nun
al-Misri และ al-Maqrizi อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงคริสต์
ศตวรรษที่ 17 และ 18 นักเดินทางและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป
ได้เริ่มเขียนเรื่องราวการเดินทางไปอียิปต์ของพวกเขา
พร้อมนำโบราณวัตถุกลับมา ซึ่งนำไปสู่กระแสความคลั่ง
อียิปต์ทั่วยุโรปและการขุดค้น สะสม ซื้อขายโบราณวัตถุที่
สำคัญจำนวนมากเรื่อยมา ที่ฝรั่งเศส นโปเลียนได้จัดให้มี
การศึกษาครั้งแรกหัวข้ออียิปต์วิทยา (Egyptology) เมื่อเขา
นำนักวิทยาศาสตร์และศิลปินกว่า 150 คน ไปศึกษาและจัด
ทำเอกสารเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยาของอียิปต์ ซึ่งตีพิมพ์ใน
"Description de l'Égypte"

P.16




สถาปัตยกรรมของอิยีปต์ พีระมิดหลาย
ร้อยแห่งสูง 6-30 เมตร สร้างขึ้นใน
อียิปต์และซูดาน

ส ม า ชิ ก ใ น ก ลุ่ ม P.17




นายกฤติน วนาอินทรายุทธ เลขที่1
นายกฤศพล สว่างกล้า เลขที่ 2
นายณัฐนันท์ นุ่มสำลี เลขที่5
นายธนพัตน์ จันทรัตร์ เลขที่7
นายธนาตย์ อามาตย์ เลขที่ 8
นายนวมินทร์ แก้วอำไพ เลขที่ 9
นายนิติภูมิ เชื้อเพ็ชร์ เลขที่ 10
นายพีรพงษ์ จันทร์แจ่ม เลขที่ 15
นายภาสกร โลจน์สิริศิลปฺ เลขที่ 17
นายภูมิพัฒน์ พหุลรัตน์พิทักษ์ เลขที่19
นางสาวชญานุช โกมุทีวงค์ เลขที่44

ENDING


Click to View FlipBook Version