บทความวชิ าการ : เดก็ และเยาวชน กับ ระบบการศึกษาไทย
ในยคุ New Normal
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 3
วนั ที่ 30 พฤษภาคม 2563
ปัจจุบันสถานการณ์การติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย ค่อยๆคลี่คลายลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น
มีจำนวนผตู้ ิดเช้ือต่อวนั ค่อยๆ ลดลง และส่วนใหญ่อยู่ในสถานกักกัน จึงสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธภิ าพ หลายๆ
ภาคส่วนได้เริ่มพูดถึง “ความปกติใหม่” หรือ “New Normal” ที่จะตามมา ภาคการศึกษาเป็นอีกภาคส่วนหน่ึงที่เกิดการปรับตัว
คร้ังใหญ่ท่ัวโลก โดยประเทศไทยรัฐบาลมีมติให้ผ่อนปรนมาตรการควบคุมในระยะท่ี 3 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เลขาธิการ
สภาความม่ันคงแห่งชาติ แจ้งว่าให้กิจการและกิจกรรมที่มีความเส่ียงปานกลาง-สูงกลับมาเปิดบริการได้ ซ่ึงรวมถึง ให้โรงเรียน
และสถานศึกษาใช้สถานที่ในการสอบคัดเลือกและอบรมระยะส้ันได้ แต่ยังต้องปิดการเรียนการสอนไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2563
ท้ังนี้กระทรวงศึกษาธิการอาจพิจารณาให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาบางแห่งเปิดก่อนได้ เช่น โรงเรียนสอนด้านอาชีพและกีฬา
โรงเรียนในพื้นท่ีห่างไกลท่ีไม่มีการระบาดของโรค และมีจำนวนนักเรียนน้อย แต่ในมุมมอง ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เห็นว่า การผ่อนคลายมาตรการใดๆ อย่ารีบร้อน โดยเฉพาะการเปิดโรงเรียน
และมหาวิทยาลัย จะต้องแนใ่ จว่า สามารถควบคุมการแพรก่ ระจายของเช้ือ COVID-19 ได้
สถานศึกษาทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
เป็นสถานที่ท่ีมีความเส่ียงสูง และง่ายต่อการแพร่กระจายของ
เชื้อ COVID-19 ซ่ึงเด็กเล็กจะมีโอกาสติดเช้ือได้มากกว่าผู้ใหญ่ การเปิด
เรียนตามปกติ จะทำให้เกิดการแพรร่ ะบาดอย่างเป็นวงกว้างและยากต่อ
การควบคุม เนื่องจากจะเกิดการแพร่กระจายในกลุ่มเด็กด้วยกัน พร้อม
ทั้งยังแพรก่ ระจายไปถึงคณุ ครู และผูป้ กครอง
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จงึ ได้จัดเตรียมการเรียนการสอน
เพอ่ื รองรบั สถานการณ์ COVID-19 ออกเปน็ 2 ช่วง ดังนี้
1. กรณที ส่ี ถานการณก์ ารแพร่ระบาดของเช้อื COVID-19 ไม่คลี่คลาย จดั การเรยี นการสอนระดบั ปฐมวยั ถงึ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
ผ่านระบบทางไกลผ่าน DLTV และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ่านวีดิทัศน์การสอนโดยครูต้นแบบ และระบบออนไลน์ด้วยเครื่องมือ
การเรียนร้ตู ามความเหมาะสมและบริบทของสถานศกึ ษา
2. กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 คลี่คลาย จัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยให้เว้นระยะห่าง
ทางสังคม (Social Distancing) และให้เตรียมการเพ่ือรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ
ศกึ ษาธิการจงั หวัด ซึ่งมีผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เป็นประธาน
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำส่ังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เม่ือวันท่ี
30 พฤษภาคม 2563 และให้มีผลบังคับใช้ต้ังแต่วันท่ี 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ออกมาตรการผ่อนผันการใช้อาคารโรงเรียน
2
สถานบันการศึกษา ตามข้อกำหนด ฉบับที่ 9 มาตรการผ่อนคลาย ระยะท่ี 3 การใช้อาคารสถานที่ เพื่อจัดการเรียน การสอน หรือการ
ฝึกอบรม โดยแบง่ ออกเปน็ ดังน้ี
1. การใช้อาคารสถานที่ เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือการฝึกอบรมของโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
เฉพาะประเภทวิชาชีพ และประเภทศิลปะและกีฬา (เฉพาะประเภทกีฬาที่ผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมได้) โดยพิจารณาถึงจำนวน
นักเรียนต่อห้องเรียน ความพร้อม และความสามารถในการจัดรูปแบบการศึกษาท่ีมีความยืดหยุ่น การจัดสถานท่ีและระบบต่างๆ
ให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคเป็นสำคัญ
2. การใช้อาคารสถานที่ เพื่อการประชุม การจัดสอบ การสอบคัดเลือก การฝึกอบรมระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน หรือดำเนินการ
อื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
ท่ีทางราชการกำหนดอยา่ งเครง่ ครดั
มาตรการควบคุมหลัก มดี ังนี้ การทำความสะอาดพ้นื ผวิ พ้ืนสมั ผัสบ่อยคร้ัง (ก่อน – หลงั การเรยี นการสอน) การสวมหนา้ กาก
อนามัยหรอื หน้ากากผ้า จัดให้มีจุดล้างมอื ดว้ ยสบ่หู รอื เจลแอลกอฮอล์ เวน้ ระยะห่างระหว่างบคุ คลอย่างนอ้ ย 1 เมตร ควบคมุ ปริมาณคน
การลงทะเบยี นยืนยนั การปฏบิ ตั ิตามมาตรการปอ้ งกันโรค และการลงทะเบียน เขา้ – ออก ตามที่รฐั กำหนด
มาตรการเสริม มีดังนี้ มาตรการคัดกรอง มีระบบระบายอากาศที่ดี และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ มีระบบคิวหรือพ้ืนท่ี
รอควิ ปฏบิ ตั ิตามมารการหลักอยา่ งเคร่งครดั และการพัฒนานวตั กรรม
นับว่ามาตรการสำหรับระบบการศึกษาไทย เพ่ือป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในเด็กและเยาวชนมีแนวทาง
ที่เป็นรูปธรรม แต่อาจยังไม่ครอบคลุมอย่างรอบด้าน หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนควรให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนไทย
เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา จะทำให้เด็กและเยาวชนมีการรวมกลุ่มกัน มีการพูดคุยส่ือสารกัน
ซ่ึงจะยงิ่ ทำใหเ้ กิดโอกาสในการแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 สูงกวา่ ปกติ อีกทงั้ เดก็ และเยาวชนยงั มีภมู ิตา้ นทานต่อโรคน้อยกว่าผู้ใหญ่
จึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการในการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะต้องนำมาตรการด้านการป้องกันเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา
จากประเทศอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย เพื่อให้การจัดทำมาตรการสำหรับระบบการศึกษาไทยครอบคลุมมาก
ยิ่งขึ้น ดังเช่น ไต้หวัน จัดมาตรการให้นักเรียนสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในโรงเรียน และจัดโต๊ะเรียนโดยเว้นระยะห่าง และทำที่ก้ัน
ในแต่ละโต๊ะ (ทำมาจากกระดาษลูกฟูก) ซ่ึงเปน็ หนึ่งในมาตรการป้องกันการติดเชือ้ ของ Covid-19 จากน้ำลาย เมือ่ นักเรียนมกี ารพดู คุย
ไอ และจาม รวมถึงจัดให้เด็กรับประทานอาหารกลางวันในห้องเรียนด้วย (สำนักข่าวอิศรา : 28 เมษายน 2563) หากประเทศไทย
นำแนวทางของประเทศต่างๆ ทั่วโลก มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของเด็กและเยาวชนไทย รวมทั้งสังคมไทย จะทำให้มีแนวทางในการ
ป้องกนั การแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขนึ้