The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakawan eamprasert, 2023-09-08 00:48:54

การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ

การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ

Keywords: ผู้ประกอบการ

เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 48 ของ BMC ต่อมาจึงเชิญสมาชิกทีมหรือผู้สนใจร่วมกันท ากิจกรรมการวางแผนด้วยการกรอกข้อมูลในแต่ละส่วนของ BMC หลังจากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมใน BMC เพื่อเข้าใจโครงสร้างของธุรกิจ และประเมิน ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจ หากพบความไม่สอดคล้องหรือข้อบกพร่องใดใน BMC สามารถ ปรับปรุงและพัฒนาข้อมูลในแต่ละส่วนเพื่อให้แม่นย ามากขึ้น โดย BMC ถูกแบ่งออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่แสดงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ของธุรกิจ มีดังนี้ (1) Customer Segments (กลุ่มเป้าหมายลูกค้า): ระบุว่าใครเป็นลูกค้า ที่เป็นเป้าหมายของธุรกิจ เช่น ผู้บริโภคองค์กร บุคคลทั่วไป หรือกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เป็นต้น (2) Value Propositions (ข้อเสนอคุณค่า): ระบุว่าธุรกิจนี้มอบข้อเสนอคุณค่าอะไร ให้กับลูกค้า เช่น ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณค่าอย่างไร เป็นต้น (3) Channels (ช่องทางการจ าหน่าย): ระบุวิธีที่ธุรกิจจะส่งสินค้าหรือบริการไป ยังลูกค้า เช่น ผ่านทางออนไลน์ร้านค้า ตัวแทนจ าหน่าย เป็นต้น (4) Customer Relationships (ความสัมพันธ์กับลูกค้า): ระบุว่าธุรกิจจะสร้าง ความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างไร เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและความภักดีกับธุรกิจ (5) Revenue Streams (กระแสรายได้): ระบุแหล่งรายได้ของธุรกิจว่ามีรายได้ มาจากที่ไหน เช่น การขายสินค้า ค่าบริการ ค่าใช้จ่ายจากคู่ค้า เป็นต้น (6) Key Resources (ทรัพยากรส าคัญ): ระบุทรัพยากรที่จ าเป็นในการด าเนิน ธุรกิจ เช่น คน เทคโนโลยีทรัพยากรทางการเงิน เป็นต้น (7) Key Activities (กิจกรรมส าคัญ): ระบุกิจกรรมหลักที่ธุรกิจต้องด าเนินการ เพื่อ สร้างค่าให้แก่ลูกค้า (8) Key Partnerships (พันธมิตรส าคัญ): ระบุคู่ค้าหรือบริษัทที่มีบทบาทส าคัญ ในการด าเนินธุรกิจ เช่น ผู้ผลิต จ าหน่าย บริษัทพันธมิตร เป็นต้น ( 9 ) Cost Structure (โ ค รง ส ร้ างต้นทุน ) : ร ะบุ รูป แบบ ของค่ าใ ช้ จ่ า ย ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายในการผลิต ค่าโฆษณา ค่าบุคคล เป็นต้น 1.2) Five Forces Analysis ใช้ในการวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของก าลังการแข่งขัน ในตลาด 1.3) Value Chain Analysis: ใช้ในการวิเคราะห์กระบวนการในธุรกิจเพื่อหา ความแข็งแกร่งและโอกาส 1.4) Gap Analysis: ใช้ในการวิเคราะห์ความต่างระหว่างสภาพปัจจุบันกับเป้าหมาย


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 49 2) ก าหนดเป้าหมาย (Goal Setting): ก าหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้และสอดคล้อง กับวิสัยทัศน์และพันธกิจของกลุ่ม ให้เป้าหมายเป็นระดับที่สามารถวัดได้และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการท างาน โดยใช้ SMART Goals คือ การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานให้มีลักษณะ SMART ประกอบด้วย 2.1) Specific (เฉพาะเจาะจง): ก าหนดเป้าหมายให้เจาะจงและชัดเจน 2.2) Measurable (สามารถวัดได้): ก าหนดเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ 2.3) Achievable (เป็นไปได้): ก าหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้ตามทรัพยากรที่มีอยู่ 2.4) Relevant (สอดคล้อง): ก าหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ 2.5) Time - bound (มีระยะเวลา): ก าหนดเป้าหมายที่มีระยะเวลาก าหนด 3) ก าหนดกิจกรรมและการด าเนินการ: ก าหนดกิจกรรมที่จ าเป็นในการบรรลุเป้าหมายร่วม ก าหนดล าดับและระยะเวลาของการกระท า รวมถึงการก าหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม 4) การติดตามและประเมินผล: ติดตามการด าเนินงานและการประสบความส าเร็จ ในการบรรลุเป้าหมาย ประเมินผลการกระท าและท าการปรับปรุงในกรณีที่จ าเป็น 5) การสื่อสารและความร่วมมือ: สื่อสารร่วมกันในกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อมูลและแนวทาง ที่ชัดเจน รวมถึงร่วมมือกันในการด าเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วม 6) การพัฒนาทักษะและความรู้: เสริมสร้างทักษะและความรู้ให้กับสมาชิกในกลุ่มเพื่อให้มี ความพร้อมในการพัฒนาและท างานร่วมกัน 7) การรับฟังและปรับปรุง: รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกในกลุ่ม และปรับปรุงแผนการด าเนินงานตามความจ าเป็น 8) การเก็บข้อมูลและวัดผล: เก็บข้อมูลการด าเนินง านและวัดผลการกระท า ตามเป้าหมายเพื่อใช้ในการประเมินความส าเร็จและปรับปรุงในอนาคต 1.3 การวางแผนการเงิน: เจ้าหน้าที่จะต้องช่วยกลุ่มวางแผนการเงินในช่วงเริ่มต้น และการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการประเมินค่าใช้จ่ายและรายได้ที่จ าเป็น และวางแผนการจัดหาทุนสนับสนุน การพัฒนาซึ่งการวางแผนการเงินเป็นขั้นตอนส าคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจ และความเชื่อมโยงกับ สถานการณ์การเงินของกลุ่มหรือธุรกิจ ตลอดจนช่วยให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยง ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนในการวางแผนการเงินเพื่อพัฒนากลุ่มสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยด าเนินการดังนี้ 1) ระบุแหล่งทุนเริ่มต้น: ระบุที่มาของทุนเริ่มต้นที่จะใช้ในการพัฒนากลุ่มหรือธุรกิจ เช่น เงินทุนส่วนตัว ทุนกู้ยืม หรือน าทรัพย์สินมาลงทุน เป็นต้น 2) ก าหนดงบประมาณ:ก าหนดงบประมาณการใช้เงินในแต่ละรายการ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ค่าเช่าพื้นที่ค่าตลาด ค่าจ้างงาน เป็นต้น


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 50 3) วางแผนรายรับ: ระบุแหล่งรายรับที่คาดว่าจะได้รับจากกิจกรรมธุรกิจ เช่น การขายสินค้าหรือบริการ ค่าบริการ ค่าจ้างงาน เป็นต้น 4) วางแผนรายจ่าย: ระบุแหล่งรายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการด าเนินกิจกรรม รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิต ค่าบริการ ค่าจ้างงาน ค่าโฆษณา 5) วางแผนการจัดหาทุน: หากมีความต้องการที่จะระดมทุนเพิ่มเติม วางแผน ว่าจะท าได้อย่างไร เช่น การค้ าประกัน การขอสินเชื่อ การน าส่วนแบ่งลงทุน เป็นต้น 6) วางแผนการลงทุนและการเติบโต: วางแผนการลงทุนในการพัฒนาธุรกิจ เช่น การขยายขนาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจมีความเติบโตขึ้น 7) วางแผนการจัดการกับความเสี่ยง: วางแผนว่าจะจัดการกับความเสี่ยงทางการเงิน และธุรกิจอย่างไร และการเตรียมตัวในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด 8) การวิเคราะห์ความสามารถในการคืนทุน: วิเคราะห์ความสามารถของกลุ่ม หรือธุรกิจในการคืนทุนและการท าก าไรในระยะยาว 9) การติดตามและประเมิน: ติดตามผลการใช้งบประมาณ การรับรู้ข้อผิดพลาด และประเมินผลที่ได้จากการวางแผนการเงิน 10) การปรับปรุงแผนการเงิน: ปรับปรุงแผนการเงินเป็นล าดับขั้นตอน เพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจ 1.4 การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ: เจ้าหน้าที่จะต้องมีบทบาทส าคัญเพื่อช่วยส่งเสริม และสนับสนุนกลุ่ม ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณค่าและตอบสนองความต้องการของตลาด โดยการให้ค าแนะน าในกระบวนการวางแผนและการทดสอบผลิตภัณฑ์โดยด าเนินการ ดังนี้ 1) การให้ค าแนะน าในกระบวนการวางแผน: เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องมีส่วนในการส่งเสริม ให้กลุ่มว างแผนก า รพัฒน าผลิตภัณฑ์ห รือบ ริก า ร โดยก า รช่วยให้กลุ่มเข้ าใจเป้ าหม ายท าง ธุ ร กิจ กลุ่มลูกค้าและกลยุทธ์ที่เหมาะสมส าหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ 2) การทดสอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการ: เจ้าหน้าที่สนับสนุนในการวางแผนการ ทดสอบผลิตภัณฑ์หรือบริการกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อรับข้อมูลและความคิดเห็นในขั้นตอนเริ่มต้น จากนั้น ช่วยวิเคราะห์ผลการทดสอบเพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อไป 3) การศึกษาคู่แข่งและทัศนคติตลาด: เจ้าหน้าที่ต้องส่งเสริมในเรื่องการศึกษาคู่แข่ง ในตลาด เพื่อเข้าใจแนวโน้มและเทรนด์ในธุรกิจนั้น ๆ นอกจากนี้ยังช่วยวิเคราะห์ทัศนคติของตลาดเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ก าลังพัฒนา 4) การประสานงานระหว่างทีม: เจ้าหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานระหว่าง สมาชิกในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ เช่น การแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ เป็นต้น


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 51 5) การรับฟังและการสื่อสาร: เจ้าหน้าที่ต้องมีความสามารถในการรับฟังความคิดเห็น และความต้องการของสมาชิกในกลุ่ม เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นไปตามที่ตลาดต้องการ 6) การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ: เจ้าหน้าที่ต้องช่วยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์หรือบริการ เช่น การประมาณต้นทุน ราคาขาย รายได้และก าไรที่คาดหวัง 7) สนับสนุนองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์: เจ้าหน้าที่จะต้องเป็น ผู้ประสานงานและสนับสนุนความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรให้มี คุณภาพ มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น จัดฝึกอบรม สัมมนา ส่งผู้น า หรือสมาชิกกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานอื่น ๆ จัดหาสื่อความรู้ที่เกี่ยวข้อง วิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ และประสานความร่วมมือกับหน่วยสถาบันวิจัย หรือมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ กลุ่มเกษตรกร เป็นต้น เครื่องมือที่เจ้าหน้าที่อาจจะใช้ร่วมกับกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ได้แก่ การส ารวจตลาด การจัดกิจกรรมทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์คู่แข่งในตลาด และเครื่องมือในการ วางแผนธุรกิจเพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการเงิน นอกจากนี้ยังต้องมีการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับสมาชิก ในกลุ่มอย่างเข้าใจถึงความต้องการและวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วย 1.5 การสร้างแบรนด์และการตลาด: เจ้าหน้าที่จะช่วยกลุ่มในการสร้างแบรนด์ และก าหนดกลยุทธ์การตลาด เพื่อเพิ่มการรับรู้และสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด รวมถึงการให้ค าแนะน า ในการโปรโมตและการสื่อสาร โดยด าเนินการดังนี้ 1) การสร้างแบรนด์: การสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมถึงการก าหนด ตัวตนและค่านิยมของแบรนด์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภครู้จักและมีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น ๆ 2) กลยุทธ์การตลาด: การก าหนดกลยุทธ์การตลาด เพื่อน าผลิตภัณฑ์หรือบริการ ไปสู่ตลาดเป้าหมาย การก าหนดเป้าหมายตลาด การเลือกกลุ่มเป้าหมาย และการก าหนดทิศทางการตลาด ซึ่งเป็นส่วนส าคัญของขั้นตอนนี้ 3) การโปรโมตและสื่อสาร: การวางแผนและด าเนินกิจกรรมโปรโมต เพื่อเพิ่ม การรับรู้และความน่าเชื่อถือในตลาด เช่น การสร้างเนื้อหาการตลาดการโฆษณาการส่งเสริมการขาย และกิจกรรมโปร โมตอื่น ๆ 4) การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์: การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า คู่ค้าและผู้เกี่ยวข้อง โดย ใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดียอีเมลสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์เป็นต้น 1.6 การจัดการทรัพยากรมนุษย์: เจ้าหน้าที่มีบทบาทที่ส าคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนกลุ่ม ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการวางแผนทีมงานที่เหมาะสม การคัดเลือก และการพัฒนาทักษะ ของสมาชิก โดยร่วมกับกลุ่มด าเนินการ ดังนี้


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 52 1) วางแผนทีมงานที่เหมาะสม: การวางแผนและออกแบบทีมงานที่เหมาะสม กับกิจกรรมที่ต้องการพัฒนา โดยพิจารณาความรู้ความสามารถและทักษะของสมาชิกในกลุ่ม 2) การคัดเลือก: การคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาร่วมงานในกลุ่ม โดยพิจารณา ความต้องการและคุณสมบัติที่ต้องการ 3) การพัฒนาทักษะของสมาชิก: การวางแผนการพัฒนาทักษะและความรู้ ของสมาชิกในกลุ่ม โดยให้ค าแนะน าในการฝึกอบรมหรือการเรียนรู้เพื่อเพิ่มความสามารถในการด าเนินกิจกรรม ทางธุรกิจ 4) การสร้างทีมที่มีความเข้ากันได้: การสร้างทีมที่สามารถท างานร่วมกันได้ และมีความร่วมมือกันร่วมใจสามัคคีกัน จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและผลงานที่ดีได้ 5) การติดตามและประเมินทีมงาน: การติดตามและประเมินประสิทธิภาพ ของทีมงาน โดยให้ค าแนะน าและชี้แนะแนวทางในการปรับปรุงเพื่อให้ทีมงานท างานได้ดียิ่งขึ้น 6) การสร้างวัฒนธรรมองค์กร: การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเรียนรู้ และพัฒนาของสมาชิก โดยสร้างบรรยากาศที่กระตือรือร้น และเปิดกว้างส าหรับความคิดสร้างสรรค์เป็นส่วน ส าคัญอย่างยิ่งในการสร้างผลการด าเนินงานที่น่าพึงพอใจ 1.7 การติดตามและปรับปรุง: เจ้าหน้าที่สามารถช่วยกลุ่มในการติดตามผลการด าเนินงาน และกิจกรรมต่าง ๆ โดยวัดความส าเร็จตามเป้าหมาย ปรับปรุงแผนและกิจกรรมตามผลการติดตาม โดยการติดตาม และปรับปรุงในกระบวนการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเป็นขั้นตอนที่ส าคัญเพื่อให้กลุ่มสามารถประสบ ความส าเร็ จและเติบโตไปในทิศทางที่ ถูกต้ อง เพื่ อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ และความต้องการ ทางธุรกิจในขณะนั้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่มีบทบาทส าคัญดังต่อไปนี้ 1) การติดตามผลการด าเนินงาน: การติดตามผลการด าเนินงานและกิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนที่ได้รับการก าหนดไว้ โดยตรวจสอบว่ากิจกรรมได้ด าเนินไปตามที่วางแผนหรือไม่ และวัดผลความส าเร็จ ตามตัวชี้วัดที่ก าหนด 2) การวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน: การวิเคราะห์ผลการด าเนินงานเพื่อหาข้อเสนอแนะ ในก า รป รับป รุงห รือป รับแผนในกรณีที่ผลก า รด าเนินง านไม่ได้ต รงต ามค าดหวัง ห รือเกิดปัญห า ที่ต้องแก้ไข 3) การปรับปรุงแผนและกิจกรรม: การปรับปรุงแผนหรือกิจกรรมตามผลการติดตาม และการวิเคราะห์ โดยปรับปรุงเป้าหมายหรือแก้ไขกิจกรรมที่ไม่ได้ส่งผลตามคาดหวัง 4) การเรียนรู้และพัฒนาต่อไป:การเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและการปรับปรุง จะ ช่วยพัฒนาทักษะและความรู้เพื่อประสบความส าเร็จในอนาคต


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 53 5) การสื่อสารและแจ้งเตือน: เจ้าหน้าที่สามารถช่วยในการสื่อสารผลการด าเนินงาน และการปรับปรุงให้กับสมาชิกในกลุ่มและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกคนทราบถึงความคืบหน้าและการด าเนินงาน 6) การประเมินและส่งเสริมความส าเร็จ: การประเมินผลการปรับปรุงและการพัฒนา และส่งเสริมความส าเร็จที่ได้รับในการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการ 1.8 การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง: เจ้าหน้าที่สามารถส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ของกลุ่ม โดยให้ค าแนะน าในการเรียนรู้จากประสบการณ์และการอัพเดตความรู้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงในตลาด 1.9 การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตร: การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่าย เป็นขั้นตอนที่ส าคัญในการพัฒนากลุ่มสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยเจ้าหน้าที่สามารถร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ด าเนินการตามขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้ 1) การระบุเป้าหมายและความต้องการ: ก่อนที่จะสร้างเครือข่ายธุรกิจ เริ่มต้นด้วยการ ระบุเป้าหมายที่ต้องการท าให้เครือข่าย และความต้องการที่คาดวังจะได้รับจากเครือข่ายนั้น เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ การเชื่อมต่อกับคู่ค้า การเข้าถึงทรัพยากร หรือการสนับสนุนทางธุรกิจ เป็นต้น 2) การระบุคู่ค้าและผู้เชี่ยวชาญ: ระบุคู่ค้าที่มีความสนใจในเครือข่ายเดียวกัน และผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเพิ่มความคุ้มค่าให้กับเครือข่าย อาจเป็นบุคคลที่มีความรู้เชิงลึกในวงการ ผู้มีความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากร หรือผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาด 3) การเริ่มต้นการสื่อสาร: เริ่มต้นการสื่อสารกับคู่ค้าและผู้เชี่ยวชาญที่ก าหนดไว้แสดง ความสนใจในการเชื่อมต่อ และแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจ 4) การระบุประโยชน์ที่สามารถให้เครือข่ายได้: ก าหนดคุณค่าและประโยชน์ที่กลุ่ม สามารถให้กับสมาชิกที่เข้าร่วมเครือข่าย โดยสามารถน าเสนอความรู้หรือทรัพยากรที่สามารถแบ่งปัน ที่จะช่วยเพิ่ม ความส าเร็จให้กับเครือข่าย 5) การเข้าร่วมกิจกรรมและอีเวนต์: เข้าร่วมกิจกรรมและอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับวงการ หรือธุรกิจที่กลุ่มต้องการเชื่อมโยง เป็นโอกาสที่ดีในการพบปะและสร้างความรู้จักกับคนในวงการเดียวกัน 6) การสร้างและรักษาความสัมพันธ์:การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่มีความสัมพันธ์ ที่ดี กับคู่ค้าและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งให้ความส าคัญกับการรับฟังและแบ่งปันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือ 7) การใช้เครือข่ายธุรกิจในการพัฒนา: ใช้เครือข่ายธุรกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนา โครงการหรือธุรกิจ โดยการให้ค าปรึกษา การร่วมท าธุรกรรม หรือการแบ่งปันทรัพยากร 8) การรักษาความเชื่อมั่น: การรักษาความรู้สึกที่เชื่อมั่น และพร้อมให้ความร่วมมือ ในเครือข่ายธุรกิจ โดยการให้ความส าคัญกับการให้ความเชื่อมั่นและความคุ้มค่าให้กับสมาชิกในเครือข่าย


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 54 ทั้งนี้ การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ นับว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความคุ้มค่า และเชื่อมโยงกับกลุ่มคน หรือองค์กรที่สามารถสนับสนุนและช่วย ให้ธุรกิจของกลุ่มเติบโตได้ 2. บทบาทของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกับการพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการ ในกระบวนการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีบทบาท ที่ส าคัญ 2 ประการ คือ บทบาทต่อการพัฒนาธุรกิจของตนเอง และบทบาทในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน ดังนี้ 2.1 บทบาทของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรต่อการพัฒนาธุรกิจของตนเอง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีบทบาทที่ส าคัญในการพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการ ในหลากหลายแง่มุม มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับการท าธุรกิจ ซึ่งการเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอาจมี ความท้าทาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีโอกาสในการสร้างความส าเร็จและเติบโตในอนาคต การน าความรู้ และประสบการณ์จากการเป็นเกษตรกรมาสู่การเป็นผู้ประกอบการสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ และเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องได้โดย 1) ความรู้และทักษะทางธุรกิจ: กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ ควรพัฒนาความรู้และทักษะทางธุรกิจ เช่น การวางแผนธุรกิจ การจัดการการเงิน การตลาด และการบริหาร จัดการ เป็นต้น เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) การน าเอาประสบการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์: ความรู้และประสบการณ์จากการ ประกอบอาชีพที่ผ่านมา สามารถน ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจเกษตรในด้านที่เกี่ยวข้องได้ เช่น การจัดการการผลิต การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และจ าหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์เป็นต้น 3) การใช้เทคโนโลยีในธุรกิจ: การใช้เทคโนโลยีในการท าธุรกิจสามารถช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพและคุณภาพของผลผลิต การสนับสนุนด้วยเทคโนโลยีสามารถช่วยให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการที่มี ความสามารถในการด าเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีได้ 4) การสร้างนวัตกรรมในธุรกิจเกษตร: กลุ่มเกษตรกรสามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ ที่ เกี่ยวข้องในสายงานของตนเอง และน าเอานวัตกรรมเหล่านั้นมาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถ ในการแข่งขัน 5) การสร้างแบรนด์และการตลาด: การมีแบรนด์และการตลาดที่ดีจะท าให้ผลิตภัณฑ์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากเกษตรกร นอกจากนี้ยังช่วยให้ ผู้ประกอบการเกษตรมีช่องทางในการเข้าถึงตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 55 6) การรับรู้การเปลี่ยนแปลงในตลาด: กลุ่มเกษตรกรที่ต้องการพัฒนาตนเอง เป็นผู้ประกอบการ ควรมีการรับรู้ข่าวสารการเปลี่ยนแปลงในตลาด เช่น ความต้องการของลูกค้า แนวโน้มในการ บริโภค หรือแนวโน้มการต่อต้านต่อกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 7) การตั้งเป้าหมายและวางแผนการเติบโต: กลุ่มเกษตรกรควรมีเป้าหมายในการพัฒนา ธุรกิจและวางแผนการเติบโตในระยะยาวและระยะสั้น ซึ่งการมีแผนการเติบโตชัดเจนสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการ ด าเนินงานไปในทิศทางที่ถูกต้อง 2.2 บทบาทในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กลุ่มเกษตรกรมีบทบาทที่ส าคัญในการให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อส่งเสริม การพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสในการเรียนรู้ สร้างความรู้ เข้าใจเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการพัฒนาตนเองเพื่อเป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็งและ ยั่งยืนในอนาคต โดยด าเนินการ ดังนี้ 1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้: เกษตรกรสามารถเป็นแหล่งข้อมูล และความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มในการเกษตรและการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งภาครัฐสามารถน าข้อมูลนี้มาใช้ในการวางแผนและ การตัดสินใจเกี่ยวกับการสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการเกษตร หรือธุรกิจเกษตรอื่น ๆ 2) การแจ้งข้อมูลและนโยบาย: เกษตรกรสามารถเป็นสื่อกลางในการแจ้งข้อมูล และนโยบายจากภาครัฐถึงความต้องการและความเหมาะสมในการสนับสนุนแก่เกษตรกรที่ต้องการพัฒนาตนเอง เป็นผู้ประกอบการ 3) การเข้าร่วมโครงการพัฒนา: เกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการและกิจกรรม ที่ภาครัฐจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ โดยการเข้าร่วมจะช่วยให้เกษตรกรได้รับ ความรู้และทักษะที่จ าเป็นในการบริหารธุรกิจ 4) การรับการสนับสนุนทางการเงิน: เกษตรกรสามารถเข้ารับการสนับสนุน ทางการเงินจากภาครัฐ เช่น การขอสินเชื่อเพื่อการเพิ่มขนาดธุรกิจ หรือการรับทุนสนับสนุนการนวัตกรรม ในธุรกิจ เป็นต้น 5) การแก้ไขปัญหาและข้อขัดแย้ง: เกษตรกรสามารถเป็นตัวแทนของกลุ่ม ในการแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับนโยบาย และกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น 6) การสนับสนุนนโยบาย: การร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริม การพัฒนาธุรกิจเกษตรกรและผู้ประกอบการ เช่น การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการผลิต การสร้างรายได้เสริม หรือการสนับสนุนการท าธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว เป็นต้น


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 56 ตอนที่ 3 ปัจจัยแห่งความส าเร็จในการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรเบื้องต้น การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้ประสบความส าเร็จอย่างยั่งยืน และยกระดับสู่การเป็น ผู้ประกอบการเกษตรเบื้องต้นนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ ดังนี้ 1. มีโครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจที่ชัดเจน: ต้องมีโครงสร้างในการบริหารธุรกิจที่ชัดเจน ก าหนดบทบาทหน้าที่ในการด าเนินกิจกรรมตามความเหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก และมีระบบ การบริหารงานที่โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ 2. มีแผนการด าเนินงานที่ชัดเจนและครอบคลุม: ต้องมีการวางแผนและก าหนดเป้าหมาย ในการด าเนินธุรกิจร่วมกันจากความต้องการของสมาชิก ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน พื้นที่ และสินค้า ควบคู่กับแนวคิดตลาดน าการผลิตที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน โดยก าหนดให้มีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตลอดจนมีแผนส ารองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น 3. มีการด าเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง: ต้องมีการด าเนินกิจกรรมที่หลากหลายบนพื้นฐานการ ใช้ทรัพยากรที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน ตลอดจนมีการสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายในการด าเนินกิจกรรมร่วมกัน 4. มีการบริหารจัดการทุนและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: ทุนในที่นี้ ได้แก่ เงินทุน องค์ความรู้ วัตถุดิบ/ทรัพยากร และสถานที่ เป็นต้น กลุ่มต้องมีการบริหารจัดการทุนที่เป็นระบบและมีการใช้ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในการท ากิจกรรมต่าง ๆ 5. การมีส่วนร่วมของสมาชิกและการจัดสรรผลประโยชน์: สมาชิกกลุ่มมีบทบาทร่วมกัน ในการบริหารธุรกิจ ผ่านการประชุมกลุ่มทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ สามารถบริหารจัดการงาน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและท าหน้าที่แทนกันได้ตลอดจนสนับสนุนการด าเนินกิจกรรมและต่อยอดให้มีความ หลากหลายมากขึ้น 6. คุณภาพของสินค้าและบริการ: การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความหลากหลายตรงตาม ความต้องการของตลาด สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการเกษตร ทั้งนี้สินค้าและบริการต้องได้รับ การรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ มาตรฐานฮาลาล มผช. และอย. เป็นต้น 7. การมีช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคที่หลากหลาย: การติดต่อสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างมี ประสิทธิภาพสามารถท าได้หลายช่องทางทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น website Facebook Shopee Lazada การขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย และหน้าร้าน เป็นต้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการจ าหน่ายสินค้าและขยายตลาด สินค้าให้กว้างขึ้นในอนาคต 8. การสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย: การได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาด งบประมาณ และปัจจัยการผลิตที่จ าเป็น จากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพในอนาคต


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 57 9. การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: กลุ่มจะประสบ ความส าเร็จได้ต้องให้ความส าคัญต่อการช่วยเหลือคนในชุมชนและสังคม ตลอดจนมีกระบวนการผลิตสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ตอนที่ 4 ผลส าเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรเบื้องต้น การพัฒนากลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรได้อย่างประสบผลส าเร็จนั้น จะสร้าง ประโยชน์ที่หลากหลายต่อ กลุ่มเกษตรกร ภาครัฐ ชุมชน และประเทศ ดังนี้ 1. ผลส าเร็จที่เกิดขึ้นต่อกลุ่มเกษตรกร 1.1 เพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต: การพัฒนากลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะช่วยให้เกษตรกร มีโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการจ าหน่ายผลผลิต และจากกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การน าเสนอ ผลิตภัณฑ์แปรรูป การจัดหาตลาดสินค้า และการให้บริการเกี่ยวกับการเกษตรต่าง ๆ ซึ่งการมีรายได้ที่มั่นคง จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น และนับเป็นส่วนส าคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับ ชุมชน 1.2 เพิ่มความเข้มแข็งและความมั่นคงในการด าเนินธุรกิจ: การเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะช่วยพัฒนาทักษะทางธุรกิจและการบริหารจัดการให้กับกลุ่มเกษตรกร ท าให้กลุ่มมีความเข้มแข็งและความมั่นคง ในการด าเนินกิจการในระยะยาว 1.3 เพิ่มความรู้ ทักษะ และศักยภาพในการประกอบธุรกิจ: การเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะในการด าเนินธุรกิจเกษตรอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบริหารธุรกิจ การตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพในการ ประกอบธุรกิจของตนเองดียิ่งขึ้น 1.4 ส่งเสริมบทบาทและเสริมสร้างความเชื่อมั่น: การพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เป็น ผู้ประกอบการเกษตร จะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีบทบาทที่ส าคัญในการเกษตร และชุมชน ท าให้เกษตรกร มีความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในการท าธุรกิจเกษตร 1.5 สร้างชุมชนและความร่วมมือ: การเป็นผู้ประกอบการเกษตร ช่วยส่งเสริมความร่วมมือ ระหว่างชุมชนและสมาชิกในกลุ่ม ท าให้สามารถแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้แก่กลุ่มเกษตรกรและผู้ที่สนใจ ทั้งภายในและภายนอกชุมชนได้ 1.6 สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่ม: การเป็นผู้ประกอบการเกษตร ช่วยให้กลุ่มเกษตรกร มีความ เข้มแข็งในการด าเนินกิจกรรมทางการเกษตร ท าให้กลุ่มมีแนวทางด าเนินงานและเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน และสามารถพัฒนากลุ่มให้เติบโตและมั่นคงต่อไป


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 58 2. ผลส าเร็จที่เกิดขึ้นต่อภาครัฐ 2.1 ส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่: การพัฒนากลุ่มเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะส่งเสริม เศรษฐกิจในชุมชน โดยเพิ่มการผลิตและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งภาครัฐ จะได้รับรายได้จากภาษีและอื่น ๆ ที่เกิดจากกิจกรรมเหล่านี้ 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่น: การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร ให้กลายเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่น โดยเพิ่มโอกาสในการน าเข้านวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีใหม่ ภาครัฐ สามารถสนับสนุนในด้านนโยบายและเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นเหล่านี้ 2.3 ลดความไม่เสมอภาคทางสังคม: การส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรทุกเพศทุกวัย มีบทบาท ในการเป็นผู้ประกอบการเกษตร จะช่วยในการลดความไม่เสมอภาคทางเพศ และกลุ่มเปราะบางในสังคม อย่างเช่น ผู้พิการ ผู้สูงวัย ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและการศึกษา ภาครัฐสามารถส่งเสริม การเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วยการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้มีส่วนร่วมและส่งเสริมในทุกขั้นตอน 3. ผลส าเร็จที่เกิดขึ้นต่อชุมชน 3.1 เพิ่มความมั่งคั่งในชุมชน: การเพิ่มรายได้ของกลุ่มเกษตรกร ส่งผลให้ชุมชนมีความมั่งคั่ง มีเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น เช่น การซื้อวัสดุ อุปกรณ์วัตถุดิบที่ผลิตหรือจ าหน่ายในชุมชน และการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานในชุมชน เป็นต้น 3.2 สร้างระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม: การส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร ให้เป็น ผู้ประกอบการเกษตร เป็นโอกาสให้ชุมชนมีการสร้างระบบเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างกลุ่มในชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิกในชุมชน 3.3 สร้างความยั่งยืนในการเกษตร: การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ยั่งยืนและมี ผลกระทบน้อยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในชุมชน 3.4 เสริมสร้างสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่น: สร้างสภาพแวดล้อมที่เสริมสร้างสังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการแบ่งปันประสบการณ์ ความรู้ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยสร้างความเข้มแข็ง ในการเรียนรู้และปรับตัวต่อสภาวะที่เปลี่ยนแปลง 4. ผลส าเร็จที่เกิดขึ้นต่อประเทศ 4.1 เพิ่มความสามารถในการจัดการทรัพยากรของประเทศ: เป็นการเพิ่มความรู้และความ เข้าใจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ท าให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน 4.2 ลดการอพยพย้ายถิ่นฐาน: ช่วยลดการอพยพของประชากรจากชนบทไปประกอบอาชีพ รับจ้างในเมือง เนื่องจากมีโอกาสท างานและสร้างรายได้ในพื้นที่บ้านเกิด


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 59 4.3 สร้างการเชื่อมโยงในระบบเศรษฐกิจ: เป็นการสร้างการเชื่อมโยงในระบบเศรษฐกิจ ท้องถิ่น รวมถึงเชื่อมโยงกับการค้าระหว่างประเทศ ท าให้เกิดโอกาสการขยายตลาดและการเพิ่มรายได้ที่มากขึ้น 4.4 เพิ่มความมั่นคงในอาชีพและการผลิตอาหาร: เป็นการเพิ่มความมั่นคงในการมีอาชีพ และเพิ่มความสามารถในการผลิตอาหารเพื่อการบริโภคทั้งของตนเองและชุมชน 4.5 เพิ่มส่วนแบ่งในระบบเศรษฐกิจ: เป็นการเพิ่มส่วนแบ่งของก าไรในกระบวนการผลิต และการตลาด ท าให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน และเกิดการแบ่งปันรายได้ในระดับท้องถิ่น กล่าวโดยสรุป การพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร มีผลที่ดีต่อชุมชน ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเกิดความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษา สิ่งแวดล้อม เกิดความเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของ ประเทศให้มีความยั่งยืน


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 60 ภาคผนวก แนวทางการสร้างและพัฒนาเกษตรกรให้เป็นนักจัดการด้านการเกษตรสมัยใหม่มืออาชีพ (Super Farmer Model)


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 61 บรรณานุกรม กรมส่งเสริมการเกษตร. 2563. คู่มือการด าเนินงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร. กรุงเทพฯ. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2564. แผนปฏิบัติราชการกรมส่งเสริมการเกษตรระยะ 5 ปี(พ.ศ. 2566 – 2570). กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการเกษตร. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2560). แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ชาวนาของรัฐบาล พ.ศ. 2560- 2564. กรุงเทพฯ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2564. รายงานประจ าปี2564. กรุงเทพฯ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. .2564ข. แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570). สืบค้น 25 กันยายน 2565. จาก https://www.oae.go.th. ณัฐผไท สุทธิเสริม. 2565. การเป็นผู้ประกอบการ. สืบค้น 28 ตุลาคม 2565. จาก https://sites.google.com/site/natpatai24456/hnwy-thi4-kar-pen-phu-prakxb-kar. พระราชบัญญัติการจัดท ายุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2560. 2561. ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580). 2561. ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 135. ตอนที่ 82 ก. หน้า 1 – 5. สภาเกษตรกรแห่งประเทศไทย. 2561. การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรด้วยการเป็นผู้ประกอบการ. กรุงเทพฯ: สภาเกษตรกรแห่งประเทศไทย. สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. 2561. ศักยภาพและโอกาสในการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมอาหาร. กรุงเทพฯ: สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2565. แผนปฏิบัติราชการส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570). กรุงเทพฯ : ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2565. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม พ.ศ. 2566 – 2570. กรุงเทพฯ : ส านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ. Locke, E. A., & Latham, G. P. 1990. A Theory of Goal Setting & Task Performance. Prentice-Hall. Longenecker, Moore, Petty and Palich 2006. Ethical Attitudes in Small Businesses and Large Corporations: Theory and Empirical Findings from a Tracking Study Spanning Three Decades. Journal of Small Business Management. 44(2) : 167 – 183 Retrieved October 16, 2022, https://www.researchgate.net/publication/projectbased approach. Retrieved October 1, 2022, http://ieeexplore. ieee.org/xpl/freeabs_all.jsp?arnumber=1408501.


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 62 Mind Tools Content Team. SWOT Analysis: Discover New Opportunities, Manage and Eliminate Threats. MindTools. Available online: https://www.mindtools.com/ pages/article/newTMC_05.htm (Accessed 20 Aug 2023). Osterwalder, A., & Pigneur, Y. 2010. Business Model Generation: A Handbook for Visionaries, Game Changers, and Challengers. John Wiley & Sons.


เอกสารค าแนะน าเรื่อง "การพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเบื้องต้น" 63 ที่ปรึกษาและคณะผู้จัดท า ที่ปรึกษา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมด ารง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นางปุณยนุช วงศธรวรกุล ผู้อ านวยการกองพัฒนาเกษตรกร เรียบเรียงและบรรณาธิการ นางสาวฉัฐสิณี หาญกิตติชัย ผู้อ านวยการกลุ่มพัฒนาแม่บ้านเกษตรกรและเคหกิจเกษตร นางสาวพิชญาภัค จันทร์นิยมาธรณ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรช านาญการ นางสาวสุตาภา ทองสมจิต นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรช านาญการ นางสาวบุหงา จินดาวานิชสกุล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรช านาญการ นางสาวลลิดา ศิริเสาร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรช านาญการ นายจักวัน เอี่ยมประเสริฐ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรช านาญการ นายเบญจรงค์ บุญผ่อง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร กลุ่มพัฒนาแม่บ้านเกษตรกรและเคหกิจเกษตร กองพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร


Click to View FlipBook Version