การบรหิ ารสถานศึกษายคุ ดจิ ทิ ัล
เสนอ
ดร.ธัญเทพ สทิ ธิเสือ
โดย
นางสาวชาคริยา เอบิ อ่ิม
รหสั นกั ศกึ ษา 65054010106
นวัตกรรมและสารสนเทศเพือ่ การบรหิ ารการศกึ ษา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภฎั สุรินทร์
การบริหารสถานศกึ ษายคุ ดจิ ิทัล
(School Management in Digital Era)
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีปัจจุบันและที่กาลังจะเกิดข้ึนในอนาคตมีอัตราการ เปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็วมากเมื่อ
เปรียบเทียบกับการเปล่ียนแปลงในอดีตท่ีผ่านมาซึ่งมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นอย่างมาก
ดงั นั้นในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาจงึ มีความจาเป็นท่ีต้องเปลี่ยนทัศนคติและแนวคิดการบริหารของตนเองให้ทันต่อ
สถานการณ์การเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น ท้ังน้ีเพื่อให้สถานศึกษามีความทันสมัยสามารถบริหารจัดการสถานศึกษาได้
อยา่ งมคี ุณภาพในทุกๆดา้ น
ยุคดจิ ทิ ลั (Digital Era) คอื ยุคของอเิ ลคโทรนคิ ส์ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั เทคโนโลยที ีม่ ีความรวดเร็วในการสอื่ สารการส่งผา่ น
ข้อมูลความรตู้ ่างๆทม่ี อี ย่ใู นสังคมไมว่ ่าจะเปน็ ข่าวสาร ภาพหรอื วิดีโอทท่ี กุ คนสามารถเขา้ ถึงไดอ้ ยา่ งรวดเร็วทุกทแ่ี ละ
ทุกเวลา
คณุ ลกั ษณะยคุ ดิจิทลั (Characteristicsof Digital Era)
พัฒนาการจากยุคอุตสาหกรรมมาสู่ยุคดิจิทัลในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีความแตกต่าง
กันอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในปัจจุบันน้ีนับได้ว่าเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร
และอเิ ตอรเ์ นต ซง่ึ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนี่เองที่ทาให้ครู อาจารย์และนักเรียน
ของสถานศึกษาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้โดยไม่มีข้อจากัดในเรื่องเวลา
หรือแม้แต่สถานท่ี คุณลักษณะยุคดิจิทัลที่สาคัญตามความคิดของผู้เขียนมี 3
ประการคือ
1. ความรวดเรว็ ในการสอ่ื สารไม่ว่าจะเปน็ การจดั เก็บ หรอื การเขา้ ถงึ
แหลง่ ข้อมูลขา่ วสาร ความรู้ตา่ งๆ ของผใู้ ช้
2. การใช้เทคโนโลยกี ารส่ือสารที่ไมม่ ีขอบเขตหรือข้อจากดั ในเรื่องเวลา
หรือสถานท่ี ทาให้สามารถเขา้ ถึง รบั รู้ และ เรียนรูไ้ ดท้ ุกท่ีและทกุ เวลา
3. การใชเ้ ทคโนโลยีมาบูรณาการเชื่อมโยงเครอื ขา่ ยตา่ งๆใหท้ ุกคนสามารถ
จัดเก็บ เข้าถงึ ใชพ้ ัฒนาความรู้ เผยแพร่และแบง่ ปนั ความรู้ไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง
คุณลักษณะสาคัญของยคุ ดิจิทัลข้างต้นน้ีจึงมีผลต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาของผู้บริหารเป็นอยา่ ง
มากโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในเรื่องของระบบสารสนเทศ (Information System) เพ่ือการบริหารและการ
จัดการความรู้ (Knowledge Management) ของสถานศึกษาซ่ึงมีความจาเป็นและมีความสาคัญต่อ
ประสิทธิภาพและประสิทฺธิผลของการบริหารสถานศึกษา ทัศนคติต่อเทคโนโลยีและความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันของผู้บริหารสถานศึกษาท่ีถูกต้องย่อมมีผลทาให้การลงทุนและการใช้
เทคโนโลยีต่าง ๆ ของสถานศึกษาเป็นไปอย่างเหมาะสมเกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการ
บริหารงานของสถานศกึ ษา
ดิจทิ ัลเทคโนโลยีกบั การบริหารสถานศกึ ษา
ดจิ ิทลั เทคโนโลยมี ผี ลกระทบตอ่ การบรหิ ารงานของสถานศกึ ษาในดา้ นตา่ งๆไมว่ า่ จะเป็นการ
บริหารงานวิชาการ การจดั การเรยี นการสอน การบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล การบรหิ ารอาคารสถานทแ่ี ละ
สภาพแวดลอ้ ม การบรหิ ารกิจการนกั เรยี น และการสร้างความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชน ซง่ึ งานของสถานศกึ ษา
ในทุกด้านจะตอ้ งมีระบบจัดการฐานขอ้ มลู ของสถานศึกษาเพือ่ การตดั สนิ ใจในการบรหิ ารงานของ
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา จึงมีความจาเปน็ อยา่ งยงิ่ ทต่ี ้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร ICT
(Information and Communication Technology) มาใชก้ ารเพอื่ สรา้ งระบบฐานขอ้ มูลเพอื่ การ
บรหิ ารและการจดั การความรู้ในงานดา้ นต่างๆตามทก่ี ลา่ วมาแลว้ ของสถานศกึ ษา
เทคโนโลยใี นปจั จบุ นั ท่ผี บู้ ริหารสถานศกึ ษาจะต้องร้จู กั นามาใช้
ให้เกิดประโยชนต์ ่อการบรหิ ารจัดการสถานศึกษาได้แก่
1. Cloud Computing เป็นเสมือนมีบริการ Server บน Internet ซึ่ง
สถานศึกษาไม่จาเป็นต้องวาง ระบบ Server ของตนเองในสถานศึกษา ซ่ึงเป็นการ
ประหยัดงบประมาณของสถานศึกษาในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ
การจดั เก็บข้อมูล (Storage) การใช้ Softwareและการลงทุนด้าน Hardware รวมท้ัง
การลงทุนด้านบุคลากรผู้ดูแลระบบ เนื่องจากผู้ใหบ้ ริการ Cloud จะเป็นผู้รับผิดชอบ
เอง เอกชนที่ให้บริการ Cloud เช่น Amazon Web Services (AWS),Microsoft
Azure, IBM/SoftLayer and Google Compute Engine. ค่าใช้จา่ ยในการใช้บรกิ าร
Cloud ข้ึนกับ Applications หรือ Software ที่จะใช้ขนาดความจทุ ี่ต้องการในการ
เก็บข้อมลู (Storage) และการเช่อื มตอ่ (Connectivity)
2. Mobility Devices ได้แก่อุปกรณ์พกพาท่ีสามารถใชง้ านได้
ทุกสถานที่ท้ังหลาย โทรศัพท์มือถือ Smart Phones, Tablet PC
และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อ่ืนๆมีความสามารถเข้าถึงอย่างอิสระเพ่ือ
การใช้งานแบบเคลื่อนที่ได้ เพราะอุปกรณ์เหล่าน้ีมี Applications ท่ี
ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นครู อาจารย์บุคลากรสถานศึกษา หรือแม้แต่
นักเรียนก็สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆท้ังภายในและ
ภายนอกสถานศึกษา จากสถิติผู้ใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ีในปี คศ. 1990
มีเพียง 0.2 %ของประชากร แต่ในปี คศ. 2015 เพิ่มข้ึนถึง 50%
ของประชากรในขณะที่อดีตใช้ได้พียงการโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
(Singlepurpose) แตป่ จั จุบันนีเ้ ป็นแบบ Multipurpose
3. Social Network ในยุคท่ีสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อทัศนคติ
พฤติกรรมและความเช่ือของคนในสังคมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น LINE,
Facebook, Twitter, WeChat หรือ Instagram ซ่งึ ผู้บริหารสถานศึกษาต้อง
สามารถท่ีจะเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์เหล่าน้ันอย่างถูกต้องเหมาะสมกับ
ลักษณะงานการบริหารของสถานศึกษา เช่น ไช้กลุ่ม LINE เพื่อการสื่อสารที่
รวดเร็วทวั่ ถึงเฉพาะกลมุ่ ในการสอ่ื สารขอ้ มูล ความรู้ความเข้าใจในการทางาน
ทไ่ี มเ่ ป็นทางการ แต่ไมค่ วรใช้ในการส่ังงานหรือการบรหิ ารทีเ่ ป็นทางการ เป็น
ต้น ปัจจุบันน้ีสื่อสังคมออนไลน์สามารถใช้เป็นเครื่องมือท่ีช่วยสนับสนุนการ
บริหารงานหรอื ทาลายบรรยากาศการบริหารงานของสถานศึกษาไดเ้ ช่นกนั
4. Internet of Things (IoT) ปัจจุบันและในอนาคตอัน
ใกล้ภายในปึ คศ. 2020 น้ีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน
จะใช้การเช่ือมต่อผ่านInternetเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ข้าว
ของเคร่ืองใช้สานักงานในบ้าน Smart Phones, Tablet PC หรือ
แม้กระท่ังนาฬิกาของใช้ส่วนบุคคล IoT น้ีจะสามารถนามาใช้ใน
การสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนการจัดโครงสร้างและ
ระบบการบริหารให้เป็นSmart Office ได้ หรือแม้แต่การนา
แนวคดิ Work at Home มาใช้ในอนาคต
จากที่กลา่ วมาแลว้ จะเหน็ ได้การบริหารสถานศึกษาในยคุ ดิจิทัลน้ีถ้ารู้จกั นาดจิ ทิ ัลเทคโนโลยมี าใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนใ์ น
ด้านต่างๆเชน่ การจัดการเรียนการสอน ครูตอ้ งไม่ใช้ Power Point หรอื โปรแกรมนาเสนองานอื่นๆแทนกระดานดา
เทา่ นน้ั แตค่ รตู อ้ งสามารถเชือ่ มโยงขอ้ มูลความรูจ้ ากโลกภายนอกสู่ห้องเรยี นโดยผา่ น Internet ก็จะทาให้นักเรยี นสนกุ
กบั การเรียนรู้มากขึ้น ครสู ามารถเล่นบทบาทเปน็ ผอู้ านวยการเรยี นรไู้ ด้ดี นักเรยี นสามารถเรยี นรแู้ บบสืบสอบ ( Inquiry
Learning) หรือเรียนร้แู บบรว่ มมอื ( Collaborative Learning) ในหอ้ งเรียนหรอื นอกห้องเรยี นได้อยา่ งสนุกสนาน
นอกจากน้ีครอู าจารย์ยังสามารถสร้างบรรยากาศชน้ั เรยี นให้เปน็ แบบช้ันเรยี นดจิ ิทลั (Digital Classroom) ได้อีกดว้ ย
ผู้เขียนเห็นว่าเทคโนโลยีไมส่ ามารถมาสอนแทนครูได้แต่ครทู ี่ไมใ่ ช้เทคโนโลยจี ะตอ้ งถูกแทนท่ีโดยครทู มี่ ีความสามารถใช้
เทคโนโลยี
ในการบรหิ ารดา้ นอ่ืนไมว่ า่ จะเปน็ การบริหางานบุคคล การบริหาร
กจิ การนักเรยี น การบริหารงบประมาณการเงนิ งานธรุ การ งานอาคาร
สถานท่แี ละสภาพแวดลอ้ มตลอดจนงานความสมั พันธก์ บั ชมุ ชน เหลา่ น้ี
สถานศกึ ษาจะตอ้ งสร้างระบบฐานขอ้ มลู เพือ่ การบริหารตอ้ งนาเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์และเครอื ขา่ ย มาใชใ้ นการบริหารจดั การสถานศึกษาอยา่ ง
เหมาะสมกับยุคสมยั อยา่ งคมุ้ ค่า
คณุ ลกั ษณะผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษายคุ ดิจิทัล
ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลจาเป็นท่ีจะต้องเรียนรู้
เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
(ICT) และผลกระทบทเี่ กิดขึ้นตอ่ การบริหารจัดการสถานศึกษา
เพ่ือการใช้ ICT ให้เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างคุ้มค่า
แท้จรงิ ดงั นัน้ คณุ ลกั ษณะของผู้บริหารสถานศึกษายคุ ดิจิทัลจึง
ควรเป็นดังต่อไปน้ี
1. กาหนดวิสัยทัศน์ด้าน ICTของสถานศึกษาให้ชัดเจนว่าต้องการไปในทิศทางใด และจะนามาใช้กับ
การบรหิ ารสถานศึกษาในเรอ่ื งใดบา้ ง
2. การบริหารจัดการโครงสร้างพ้ืนฐานให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
Hardware,Software, Network และเครือข่ายไร้สายต่างๆของสถานศึกษาให้ครู อาจารย์ บุคลากรและ
นักเรยี นทุกคนสามารถใช้และเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว สะดวกต่อการใช้งาน พร้อมท้ังจัดสรรทรัพยากรต่างๆเพื่อ
สนบั สนนุ อยา่ งเพยี งพอ
3. การสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศสถานศึกษาให้มีการใช้ ICT อย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นการ
จัดการเรียนการสอนของครู การบริหารงานสถานศึกษาในด้านต่างๆ ตลอดจนการให้นักเรียนสามารถใช้และ
เขา้ ถงึ แหล่งขอ้ มลู ความรู้ตา่ งๆผ่าน Internet ไดต้ ลอดเวลา
4.การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรทุกคนของสถานศึกษาให้มีความรู้ความสามารถด้าน ICT อย่างต่อเน่ือง
สมา่ เสมอ
5. ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาตอ้ งทาตนใหเ้ ป็นตัวอย่างท่ีดสี ามารถใช้ ICT ในการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งได้เหมาะสม
6. ส่งเสริมสนับสนนุ สรา้ งแรงจงู ใจครูอาจารย์บุคลากรทุคนของสถานศกึ ษาให้นาความรคู้ วามสามารถ
ดา้ นICT และเทคโนโลยีต่างๆทสี่ ถานศึกษาจดั ใหม้ าสร้างนวัตกรรมใหมๆ่ ในการจัดการเรยี นการสอนหรอื การ
ปฏิบตั ิงาน
7. จัดให้มรี ะบบการกากับติดตามและการให้คาปรึกษาเกย่ี วกบั การใช้ ICT ของสถานศึกษาท้งั ครู
อาจารย์ บุคลากรทกุ คนและนกั เรียนว่าสามารถใช้ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ เปน็ ไปตามนโยบายอยา่ งถูกต้อง
เหมาะสมหรือไม่
คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลข้างต้นนี้มีผลต่อการใช้ภาวะผู้นา
ICT (ICT Leadership) ของผู้บริหารสถานศึกษาเป็นอย่างมากเพราะภาวะผู้นา ICT
หมายถงึ ความสามารถของผบู้ ริหารในการเรยี นรู้เขา้ ใจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้าน
ICT สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้อย่าง เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ
สถานศึกษา
เม่ือก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Era) ทุกอยา่ งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และเป็นไปอย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีดิจิทัลทาให้เกิดรูปแบบการดาเนินชีวิตใหม่
ท้ังในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการ
สถานศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะยุคดิจิทัลเป็นยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอิเลคโทร
นิคส์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็วในการสื่อสาร การส่งผ่านข้อมูลความรู้
ตา่ งๆท่มี ีอยูใ่ นสงั คมไมว่ ่าจะเป็นข่าวสาร ภาพหรือวิดีโอท่ีส่งได้อย่างรวดเร็วทุกที่และ
ทุกเวลา ดังนั้น ผู้บริหารการศึกษาจึงมีความจาเป็นที่จะต้องเปล่ียนทัศนคติและ
แนวคดิ การบรหิ ารของตนเองให้ทันต่อสถานการณก์ ารเปลย่ี นแปลงที่เกิดขน้ึ
บทบาทสาคญั ของผ้นู าการศึกษาหรอื ผูบ้ ริหารการศกึ ษาทดี่ ีในยุคดิจิทัล
ในยุคที่โลกมีการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สามารถปรับตัว
และเตรียมความพร้อมเพ่ือให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดขึ้นกับโลก
อนาคตได้เร็วเท่าไรย่อมมีความได้เปรียบมากเท่าน้ัน การมีพ้ืนฐานการศึกษาและ
นวตั กรรมการศกึ ษาทด่ี ีถือเป็นกญุ แจสาคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กและ
บคุ คลากรของประเทศในยคุ ดิจิทลั ดงั นน้ั บทบาทของผู้บริหารการศึกษายุคดิจิทัล
ถือได้ว่าเป็นบทบาทที่มีส่วนสาคัญที่จะนาประเทศเปล่ียนผ่านไปสู่ยุคประเทศไทย
5.0 ซึ่งบทบาทสาคญั ของผู้นาการศึกษาหรือผู้บรหิ ารการศึกษาทีด่ ใี นยุคดจิ ิทลั
มดี งั นี้
1. ผู้บริหารการศึกษาทุกคนจะต้องวางตัวเองเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะในยุค 4.0 ก้าวสู่ยุค 5.0
ความรู้จะล่ืนไหล เกิดขึ้นตลอดเวลาและพัฒนาได้อย่างต่อเน่ือง ดังน้ัน ศูนย์กลางของนักการศึกษาทุกคน คือต้อง
เรียนรู้อย่างต่อเน่ืองและเปิดกว้างต่อการเรียนรู้ ทดสอบการปฏิบัติในปัจจุบันและเตรียมพร้อมท่ีจะปรับเปลี่ยน
และเปลี่ยนแปลง มากไปกว่านั้นควรเปิดโอกาสให้ครูและนักเรยี นเข้ามามีส่วนรว่ มในการคิดเพ่อื อนาคต และการ
เรียนรู้ท่ีเป็นนวัตกรรมใหม่ ในสงิ่ ที่นักเรียนตอ้ งการ บนพื้นฐานของสง่ิ แวดลอ้ มท่ตี ัวเองมีอยู่
2. ผู้บริหารการศึกษาต้องมีความคิดเชิงกลยุทธ์แบบอนาคตและรู้จักพฒั นาแนวปฏิบัติท่ีดีในยุคปัจจุบัน
ซึ่งความคดิ เชิงกลยทุ ธน์ ้คี ือ แนวคิดแบบอนาคตทมี่ คี วามเป็นไปได้และการแก้ปัญหา ที่อาจไม่สามารถแก้ไขได้โดย
ใช้นโยบาย ระบบ และแนวทางปฏบิ ัติแบบเดิม
3. ผู้บริหารการศึกษาต้อพ่ึงพา แบ่งปัน และกระจายความเป็นผู้นา เพื่อลดช่องว่างระหว่างผู้นาการคิด
แบบอนาคตและผู้นาแบบเดิม ความเป็นผู้นาเป็นกระบวนการท่ีมีอิทธิพล แต่ไม่ใช่ทาเพียงคนเดียว การกระจาย
ความเป็นผู้นาโดยเน้นการกระจายแหล่งท่ีมาของอิทธิพลและการเปลี่ยนแปลงไปสู่ท่ัวทุกกลุ่มคน จะทาให้ความ
เชี่ยวชาญและความรู้สามารถกระจายไปท่ัวกลุ่มคน เช่น การเชิญผู้นาการคิดแบบอนาคตและผู้นาแบบเดิมมา
แบ่งปันความเชี่ยวชาญและความรู้ของพวกเขา ส่ิงนี้อาจมีความท้าทายมากขึ้นเมื่อครูใหญ่ หรือผู้อานวยการ
โรงเรียนยังมีความคิดแบบเดิม แต่ในขณะที่ครูและนักเรียนอาจคิดแบบอนาคตไปแล้ว ฉะนั้นหากมีการแบ่งปัน
ความคิด จะช่วยให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ท่ีแตกต่าง นาไปสู่การพัฒนาและช่วยสนับสนุนเพื่อช่วยแก้ปัญหาท่ีจะ
เปล่ียนแปลงในอนาคตได้
4. ผูบ้ ริหารการศึกษาต้องไม่กลัวเทคโนโลยีใหม่ๆและกล้าที่จะทดลอง สาหรับกลุ่มผู้บริหารทางการศึกษา
ผู้อานวยการ หรือครูใหญ่ ที่มีความคิดเป็นแบบระบบเดิม อาจจะมีความลังเลหรือไม่มั่นใจกับเทคโนโลยีดิจิทัล
หรืออาจจะคิดว่ามันเป็นการยากเกินว่าที่ตัวเองจะสามารถพัฒนาวิธีการใหม่ในการสอนท่ีให้นักเรียนมาเป็นจุด
ศูนย์กลาง ฉะน้ันกุญแจสาคัญคือการชวนและสร้างแรงจูงใจเชิงบวกกับผู้ที่ลังเลที่จะเปล่ียนแปลง ไม่ใช่การฝืน
บังคับ หรือการตอ่ ต้านพวกเขา
5.ผู้บริหารการศกึ ษาตอ้ งไมเ่ พิกเฉยกับความคิดแบบเดิม บางความรู้และประสบการณ์แบบเดิมอาจยังคงมี
คุณค่า ผู้บริหารการศึกษาท่ีดีต้องระวังอย่าเพิกเฉยต่อภูมิปัญญา โดยเฉพาะที่เก่ียวข้องกับวัฒนธรรม ควรเรียนรู้
เช่ือมต่อ และสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกับผู้ที่มีความคิดและยึดถือวิธีทาแบบเก่าอาจให้ความสาคัญกับการมี
สว่ นร่วมและรบั ฟัง
ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ขในการบริหารสถานศกึ ษายคุ ดิจิทัล
การบริหารสถานศึกษาในยคุ ดิจิทัลนั้นอาจจะเกิด
ปั ญ ห า ด้ า น โ ค ร ง ส ร้ า ง พ้ื น ฐ า น ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น
Hardware,Software,หรือ Network ต่างๆ รวมท้ัง
ความรู้ความสามารถของผู้เกี่ยว ข้องไม่ว่าจะเป็นครู
อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และปัญหา
การใช้เทคโนโลยี ICT ที่ไม่เหมาะสม ต่างๆเหล่าน้ีจึง
จาเป็นท่ีผบู้ ริหารสถานศกึ ษาตอ้ งมีการดาเนนิ การดังน้ี
1.กาหนดมาตรฐานข้ันตา่ ของโครงสร้างพืน้ ฐานเกี่ยวกบั ICT ของสถานศึกษาไมว่ า่ จะเปน็ Hardware,Software,
หรอื Network ตา่ งๆในแต่ละชว่ งเวลาเช่น 2 ปี 3 ปี เป็นต้น และต้องจดั ทาคมู่ อื การใชร้ ะบบ ICT ของสถานศกึ ษา
สาหรับครู อาจารย์ บุคลากรและนกั เรยี นทุกคน
2.แต่งตัง้ คณะกรรมการหรอื บคุ คลทจ่ี ะให้ดูแลรบั ผดิ ชอบระบบ ICT ของสถานศึกษาทีช่ ัดเจนไม่ควรใหง้ าน ICT
เป็นงานฝากใหค้ รู อาจารยห์ รอื บุคลากรบางคนช่วยดแู ล เพราะจะขาดความตอ่ เน่อื งและทิศทางที่ชดั เจน
3.กาหนดตัวชวี้ ดั การใชง้ านของระบบ ICT ในการปฏบิ ัติงานต่างๆของสถานศึกษา เชน่ สัดสว่ นจานวนเครือ่ ง
คอมพิวเตอร์ตอ่ ครู ตอ่ นักเรยี น การใช้หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์ต้องไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 75 ของจานวนคาบท้ังหมดตอ่
สัปดาห์ นักเรยี นไมน่ ้อยกวา่ รอ้ บละ 60 เขา้ มาใชบ้ ริการสืบค้นข้อมูลความรู้หรอื เขา้ มาศึกษาหาความรู้ หรอื ฝกึ ทักษะ
ภาษาองั กฤษในระบบท่ีสถานศกึ ษาจัดไวใ้ ห้ เป็นตน้
4.จัดให้มรี ะบบการกากับตดิ ตาม ประเมินผลการใช้งาน ICT ของสถานศกึ ษา
ในทกุ ๆดา้ นทกุ สนิ้ ปีการศกึ ษาเพ่ือนามาเป็นข้อมูลในการปรับปรงุ พัฒนาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
5.แสวงหาแหล่งเงินทนุ จากชมุ ชนเพอ่ื ขอการสนับสนนุ เก่ียวกบั โครงสรา้ งพ้นิ ฐานดา้ น ICT ของสถานศกึ ษาเท่าทีจ่ ะ
ทาได้โดยใชม้ าตรการทางภาษที ่ผี ู้บริจาคเงนิ สนบั สนนุ สามารถนาใช้เปน็ คา่ ลดหย่อนไดถ้ งึ สองเท่า
โดยสรุปจะเหน็ ได้ว่าการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลนี้ ผู้บริหารจาเป็นต้องมีความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการส่ือสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถที่จะเลือกใช้
กับการบริหารสถานศึกษาให้ได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่าและเพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉพาะ
ผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการประชารัฐของกระทรวงศึกษาธิการท่ีร่วมมือกับภาคเอกชนใน
การพัฒนาการศึกษาของชาติ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องแสดงศักยภาพทางด้านการบริหาร
และจัดสภาพแวดล้อมต่างๆของสถานศึกษาให้มีความทันสมัยเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง
ทางเทคโนโลยีต่างๆท่ีเกิดขึ้น ซง่ึ นอกจากจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของสถานศึกษาในชุมชนแล้ว
ยงั จะทาใหส้ ถานศึกษาเปน็ ทไ่ี ว้วางใจของชุมชนในการจดั การศึกษาทมี่ ีคุณภาพได้อย่างยงั่ ยืน
Thank You