The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 5 - Ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pussorn9, 2020-11-12 02:27:04

เอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 5 - Ebook

เอกสารประกอบการเรียนหน่วยที่ 5 - Ebook

2

เอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์
หลักสูตร การวิจัยงานการศกึ ษา
ตลอดชวี ิต

หนว่ ยท่ี 5
การเขียนรายงานวจิ ยั

สถาบนั พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ภาคกลาง
สำนักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



คำนำ

ชุดการเรียนการสอนออนไลน์ เรื่อง การวิจัยงานการศึกษาตลอดชีวิต
ประกอบด้วยหน่วยการเรียนทั้งหมด 5 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกับ
การวิจัย หน่วยที่ 2 การออกแบบและวางแผนการวิจัย หน่วยท่ี 3 เทคนิควิธีและ
เคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล หน่วยท่ี 4 การวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผล
การวิเคราะห์ขอ้ มูล และ หนว่ ยที่ 5 การเขยี นรายงานวจิ ยั

สำหรับเอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์เล่มน้ี เป็นหน่วยการเรียน
ท่ี 5 มีจุดมุ่งหมายหลักเพ่ือให้ผู้ศึกษาสามารถเขียนรายงานวิจัยได้ โดยมีรายละเอียด
เนือ้ หาดังน้ี

1. ความหมายของรายงานวจิ ัย
2. ความสำคญั ของรายงานวิจัย
3. หลกั ในการเขียนรายงานวิจยั
4. รปู แบบของรายงานวจิ ยั
5. การพมิ พ์รายงานวิจัย
6. ขอ้ ผดิ พลาดในการเขยี นรายงานวิจยั
การศกึ ษาหน่วยการเรยี นเร่ิมจากการศึกษาเนื้อหาวชิ า และการทำกิจกรรม
ในใบงานหลงั เรยี น เพ่ือวัดความรู้ท่ไี ดร้ บั จากการศกึ ษาด้วยตนเอง การทำงานเป็นกลมุ่
และการนำความรมู้ าปรับใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นการพัฒนางานการศึกษาตลอดชวี ิต
ผู้เขียนขอขอบพระคุณ นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนา
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน
ที่ให้คำแนะนำ ตรวจสอบ การจัดทำเอกสารจนสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และหวังว่า
เอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์เล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาทุกท่าน
เพ่ือนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง สถานศึกษาและสร้างคุณภาพการศึกษาตลอดชีวิต
ต่อไป

ณัฐภสั สร แดงมณี



สารบญั

หนา้
คำนำ………………………………………………………………………………………………….…. ก
สารบญั ………………………………………………………………………………………………….. ข
คำอธิบายหลักสูตร วิจัยงานการศึกษาตลอดชวี ิต………………………………….…… ค
หนว่ ยที่ 5 การเขียนรายงานวิจัย........................................................................ 1

เนอื้ หา 5.1 ความหมายของรายงานวจิ ยั .............................................. 3
เนือ้ หา 5.2 ความสำคัญของรายงานวจิ ยั .............................................. 4
เนื้อหา 5.3 หลักในการเขียนรายงานวิจยั ............................................. 5
เนื้อหา 5.4 รูปแบบของรายงานวจิ ยั .................................................... 6
เนื้อหา 5.5 การพมิ พร์ ายงานวิจัย......................................................... 14
เน้ือหา 5.6 ข้อผดิ พลาดในการเขียนรายงานวิจยั ................................ 17
ใบงาน................................................................................................... 19
บรรณานุกรม...................................................................................................... 20
ประวตั วิ ิทยากรประจำหลกั สูตร......................................................................... 21
ประวตั ผิ เู้ ขยี น..................................................................................................... 27
ผู้จดั ทำ............................................................................................................... 28



คำอธบิ ายหลักสูตร วจิ ัยงานการศึกษาตลอดชีวิต

ความรู้พื้นฐานเก่ียวกับการวิจัย การออกแบบและวางแผนการวิจัย เทคนิควิธี
และเครื่องมอื เก็บรวบรวมขอ้ มูล การวเิ คราะหข์ ้อมูลและนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
และการเขียนรายงานวิจยั

จดุ ประสงค์ทว่ั ไป

จุดประสงคท์ ่วั ไปของหลกั สูตร วจิ ัยงานการศึกษาตลอดชีวิต มดี ังนี้
1. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจระเบียบวธิ วี ิจยั งานการศกึ ษาตลอดชวี ิต
เบ้อื งตน้
2. เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถทำการวจิ ยั งานการศึกษาตลอดชวี ติ ได้
3. เพื่อใหผ้ ้เู รียนสามารถเขียนรายงานการวิจยั ได้อยา่ งถกู ต้อง

วธิ ีการเรียนการสอน

1. ปฐมนิเทศออนไลน์ เพอ่ื ชี้แจงรายละเอียดวธิ กี ารเรียนผ่านชุดการเรยี น
การสอนออนไลน์

2. ให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองจากเอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์
หลักสูตรวิจัยงานการศึกษาตลอดชีวิตทุกหน่วย ควบคู่ไปกับการศึกษาใน E-book
ทำกจิ กรรมท่ปี รากฏในเอกสาร

วธิ ีการประเมินผล

1. คะแนนสอบหลังเรยี น ผา่ นรอ้ ยละ 80
2. ประเมนิ จากผลงาน



วิธีการใชช้ ดุ การเรียนการสอนออนไลน์

1. ทดสอบก่อนเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ Google Form
2. ศึกษาขอบข่ายของเนื้อหา สาระสำคัญ และจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
โดยละเอียด
3. ศกึ ษาชุดการเรียนการสอนออนไลนต์ ามลำดับข้ันตอน และทำใบงานจนครบ
ทุกหนว่ ยการเรียน
4. สง่ ผลงานไปยังสถาบนั กศน.ภาคกลาง ทาง E-mail : [email protected]
เพอ่ื ให้วทิ ยากรที่ปรึกษาตรวจสอบ เสนอแนะและสง่ กลบั ไปยังผู้เรียน
5. หากผลงานแต่ละหน่วยผ่านแล้ว ให้ดำเนินการศึกษาและทำกิจกรรม
ในหนว่ ยต่อไปจนครบทกุ หนว่ ย
6. ทดสอบหลังเรยี นผา่ นชอ่ งทางออนไลน์ Google Form
7. ส่งรายงานการวิจัยเพ่ือใหส้ ถาบัน กศน.ภาคกลางได้ดำเนินการเผยแพรต่ ่อไป

1

หน่วยท่ี 5
การเขียนรายงานวิจยั

ในการวิจัยใด ๆ การดำเนินการในข้ันสุดท้าย คือ การเขียนรายงานวิจัย ซ่ึง
ผู้วิจัยจะต้องเก็บรวบ รวม ข้อมูลรายละเอียด ห รือป ระเด็นที่ ส ำคัญ ทั้งห มด
ของการดำเนินการวิจยั มาเรียบเรียงให้ตอ่ เน่อื ง ต้งั แต่ต้นจนจบเพื่อเปน็ หลกั ฐานบอกเล่า
ถึงส่ิงที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ทันทีว่า งานวิจัยนั้นมี เหตุผล
ความเป็นมาและปัญหาสำคัญคืออะไร ผู้วิจัยต้องการศึกษาอะไร กรอบแนวคิด
ในการวิจัย ใช้วิธีการศึกษาอย่างไร แล้วได้ผลเป็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง
และมีประเด็นอะไรบ้างท่ีควรศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อนำเสนอหรือเผยแพร่ผลการวิจัย
ท่ผี ้วู ิจยั ได้ศกึ ษาคน้ คว้า ตอ่ ผู้บงั คบั บัญชา หน่วยงานต้นสงั กัด หรอื เผยแพร่สู่สาธารณชน

รายงานวิจัยจึงเป็นสื่อกลางสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างผู้วิจัยกับผู้สนใจ
งานวิจัย ซ่ึงจะก่อให้เกิดการขยายองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ และจะมีผล
ตอ่ การพฒั นาวิชาชีพตา่ ง ๆ ใหม้ ีมาตรฐานสูงข้ึน

โครงร่างเน้ือหา

5.1 ความหมายของรายงานวจิ ยั
5.2 ความสำคญั ของรายงานวจิ ยั
5.3 หลักในการเขียนรายงานวจิ ัย
5.4 รูปแบบของรายงานวจิ ัย
5.5 การพมิ พ์รายงานวจิ ัย
5.6 ขอ้ ผดิ พลาดในการเขยี นรายงานวจิ ยั

สาระสำคญั

1. รายงานวิจัย หมายถึง เอกสารท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล
มาวิเคราะห์แล้วเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ เพ่ือนำเสนอเหตุผลที่ต้องทำวิจัย กรอบ
แนวคดิ วิธดี ำเนนิ การวิจยั และข้อค้นพบที่ได้จากการวิจยั

2

2. รายงานวิจัยมีความสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนา
งาน องค์กรวิชาชีพและวชิ าการให้มีมาตรฐานสูงขึน้ อย่างตอ่ เน่ือง รวมไปถึงเป็นหลักฐาน

ในการสนับสนุนการทำงานหน่วยงานของรัฐเพ่ือพิจารณาขอรับการจัดสรรงบประมาณ
ต่าง ๆ

3. การเขียนรายงานวิจัย ผู้วิจัยหรือผู้เขียนรายงานวิจัยต้องคำนึงถึงความ
ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความสมบูรณ์ครบถ้วน ความเป็นเอกภาพของเนื้อหา
ความสัมพันธ์เช่ือมโยง ความสม่ำเสมอในการใช้คำ ความชัดเจน ความตรงประเด็น
และความเป็นระบบ โดยยึดหลกั ในการเขยี นผลงานวชิ าการเปน็ สำคญั

4. รูปแบบของการรายงาน สามารถเขียนได้หลายวิธีสุดแล้วแต่ว่าผู้วิจัยจะ
กำหนดออกมาในลักษณะใด อย่างไรก็ตามถึงแม้นว่ารูปแบบ และโครงสร้าง ของการ
เขียนในแต่ละบุคคล และแต่ละสถาบันจะแตกต่างกันตามความนิยม แต่ส่วนใหญ่แล้ว
จะต้องมีมาตรฐานร่วมกันอยู่บ้าง ซึ่งรูปแบบรายงานท่ีนิยมใช้กันส่วนใหญ่จะมี 3
รูปแบบ ได้แก่ 1) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ 2) รายงานวิจัยฉบับสั้น และ
3) บทความวจิ ยั ลงพิมพใ์ นวารสาร

5. การพิมพ์รายงานวิจัยเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญของผู้วิจัย ดังน้ันจึง
ต้องมีความถูกต้องท้ังด้านเนื้อหาและรูปแบบ โดยเนื้อหาเป็นส่วนท่ีบอกถึงองค์ความรู้
และกระบวนการวิจัยซ่ึงแสดงถึงองค์ความรู้ของผู้เขียน ส่วนรูปแบบเป็นลักษณะทาง
กายภาพ ซ่ึงถูกกำหนดข้ึนเป็นมาตรฐานของแต่ละสถานศึกษาหรือหน่วยงาน ความ
ถูกต้องของรูปแบบของผลงานข้ึนอยูก่ ับการจัดพิมพ์ การพิสูจน์อกั ษร และการประกอบ
เขา้ เปน็ ตัวเล่ม

6. ข้อผิดพลาดในการเขียนรายงานวิจัยที่พบบ่อย คือ ขาดความเป็นระบบ
การใช้ภาษาหรือรูปแบบในการเขียน ไม่นำหลักวิชาการมาใช้ในการเขียน ซึ่งสิ่งเหล่าน้ี
แม้จะผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนถึงความใส่ใจและภูมิรู้ของผู้วิจัยและผู้เขียน
รายงาน ดงั น้นั จงึ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบให้ดกี อ่ นที่จะเผยแพรอ่ อกสู่สาธารณชน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

เม่ือศกึ ษาหนว่ ยนจ้ี บแล้ว
1. ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการเขยี นรายงานวจิ ยั
2. ผู้เรยี นสามารถเขียนรายงานวิจยั ได้

3

เน้อื หา 5.1 ความหมายของรายงานวจิ ยั

รายงานวจิ ัย หมายถึง เอกสารท่ีผู้วจิ ัยเขียนขึ้นเพือ่ รายงานการทำวิจัยท่ีไดเ้ สร็จ
สิ้นแล้ว เป็นการอธิบายว่าผู้วิจัยมีวิธีการศึกษาอย่างไร มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร
มีข้ันตอนการทำงานอย่างไร และได้ค้นพบอะไรจากงานน้ี รายงานวิจัยจึงต่างจาก
ข้อเสนอโครงการวิจัยตรงท่ีข้อเสนอโครงการวิจัยยังไม่มีผลการวิจัย (สิทธิ์ ธีรสรณ์,
2550) ซึ่งสมชาย วรกิจเกษมสกุล (2554) กล่าวถึงรายงานวิจัยไว้ว่า เป็นเอกสาร
เชิงวิชาการที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นภายหลังได้ดำเนินการวิจัยเสร็จส้ินแล้ว เพื่อนำเสนอ
ผลการวิจัยให้แก่บุคคลท่ีสนใจ ผู้ให้การสนับสนุนทุน/หน่วยงานต้นสังกัด หรือบุคคล
ที่ต้องการใช้ประโยชน์ไดร้ บั ทราบ และศกึ ษาข้อเสนอแนะ รวมทั้งสามารถนำผลงานวิจัย
ไปใช้ประโยชน์ได้ และ พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2559) ได้กล่าวว่า รายงานวิจัยเป็นเอกสารท่ี
นักวิจัยได้เรียบเรียงขึ้นหลังจากท่ีได้ดำเนินการวิจัยเสร็จส้ินแล้ว เพ่ือนำเสนอเหตุผลที่
ต้องทำวิจัย กรอบแนวคิด วิธีดำเนินการวิจัยและข้อค้นพบท่ีได้จากการวิจัย เพื่อให้เป็น
แหล่งองค์ความรู้และหลักฐานทางวิชาการที่นำไปใช้ประโยชน์ในการเรียน รู้และพัฒนา
งาน องคก์ รวชิ าชีพและวชิ าการให้กว้างขวางต่อไป

สรุปได้ว่า รายงานวิจัย หมายถึง เอกสารที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า เก็บ
รวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์แล้วเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเสนอเหตุผลท่ีต้อง
ทำวิจยั กรอบแนวคดิ วิธีดำเนินการวิจัยและข้อค้นพบท่ีไดจ้ ากการวิจัย

4

เนือ้ หา 5.2 ความสำคญั ของรายงานวิจัย

1. เป็นเอกสารหลักฐานแสดงความมีคุณค่าหรือประโยชน์ของงานวิจัยท่ีทำ ซ่ึง
จะมีคุณค่าในเชิงวิชาการและการประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน พัฒนาคุณภาพ
การศึกษา พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และสงั คม

2. เป็นสื่อในการเช่ือมโยงความรู้ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิด
การพัฒนาอยา่ งตอ่ เนือ่ ง

3. กอ่ ใหเ้ กิดการยกระดับหรือพัฒนาวิชาชีพต่าง ๆ ใหม้ ีมาตรฐานสูงขึน้
4. ใช้ในการสนับสนุนการทำงานหน่วยงานของรัฐ ในการพิจารณาขอรับ
การจัดสรรงบประมาณตา่ ง ๆ เพ่ือมาพัฒนางาน

สรุปได้ว่า รายงานวิจัยมีความสำคัญในการนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้
และพัฒนางาน องค์กรวิชาชีพและวิชาการให้มีมาตรฐานสูงข้ึนอย่างต่อเน่ือง รวมไป

ถึงเป็นหลักฐานในการสนับสนุนการทำงานหน่วยงานของรัฐเพ่ือพิจารณาขอรับ

การจดั สรรงบประมาณต่าง ๆ

เน้อื หา 5.3 หลกั ในการเขียนรายงานวิจัย

การเขียนรายงานวจิ ัยให้มปี ระสิทธิภาพน้ัน มขี น้ั ตอนดังน้ี
ข้ันตอนแรก คือการเตรียมเน้ือหาของรายงาน การเขียนรายงานจะต้องมี
เนื้อหาครบถ้วนตามเนื้อหาของการวิจัย ต้องครอบคลุมปัญหาของงานวิจัยท่ีศึกษา
กระบวนการวิจัย การออกแบบการวจิ ยั การเกบ็ รวบรวมข้อมูล และผลทไี่ ด้รบั
ขั้นตอนที่สอง คือการกำหนดประเภทของผู้อ่าน ในขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผู้วิจัย
หรอื ผู้เขียนรายงานวิจยั กำหนดแนวทางของการใช้ภาษาได้
ขั้นตอนที่สาม ได้แก่การวางเค้าโครงของรายงาน ซึ่งการวางโครงเรื่องนั้นจะ
ช่วยให้ตอบปัญหาของงานวิจัยได้ครบถ้วน ไม่ออกนอกเรื่อง และเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ของงานวิจัย ช่วยทำให้งานเป็นระบบ สอดคล้อง และต่อเน่ือง เขียน
รายงานไดร้ วดเร็วขึ้น

5

ทง้ั นใ้ี นการเขยี นรายงานวิจยั ผู้วิจยั หรอื ผ้เู ขยี นรายงานวจิ ยั ควรยดึ หลักตอ่ ไปนี้
1. ความถูกต้อง เน้ือหาสาระต้องมีความถูกต้อง แม่นยำ มีหลักฐานและ
ขอ้ เทจ็ จรงิ ท่แี นช่ ดั สามารถอา้ งอิงได้ ไมเ่ ขียนโดยใช้อคติ บิดเบือนจากความจริง
2. ความน่าเช่ือถือ ผู้วิจัยหรือผู้เขียนรายงานวิจัยจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเร่ือง
นั้น ๆ เป็นอยา่ งดี เพือ่ ที่จะทำให้รายงานถกู ตอ้ ง และน่าเช่ือถอื
3. ความสมบูรณ์ครบถ้วน เน้ือหาสาระในรายงานวิจัยต้องมีครบทุกหัวข้อตาม
วตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัยและขน้ั ตอนการวจิ ัย
4. ความเป็นเอกภาพของเน้ือหา มีความกลมกลืนและต่อเน่ือง เป็นเอกภาพ
อ่านแลว้ ไม่สะดุด โดยใช้ภาษาทางวชิ าการทง่ี ่ายต่อการเข้าใจ
5. ความสัมพันธ์เช่ือมโยง การนำเสนอต้องจัดระเบียบระหว่างย่อหน้า หัวข้อ
และระหวา่ งบท ให้สมั พนั ธเ์ ชื่อมโยงกนั ตลอด มีเหตุมีผลซง่ึ กนั และกัน
6. ความสม่ำเสมอในการใช้คำ รายงานวิจัยที่ดีต้องมีการใช้คำหรือข้อความ
ทเ่ี หมือนกันตลอดท้งั เล่ม
7. ความชัดเจน การเขียนข้อความต่าง ๆ ต้องเขียนให้ชัดเจน ใช้ไวยกรณ์ และ
วรรคตอนถูกต้อง ระมัดระวังในเร่ืองคำย่อ ไม่ใช้คำคลุมเครือไม่มีความหมาย ใช้หัวข้อ
ย่อยเพอื่ ปอ้ งกนั สับสน และมปี ระโยคทเ่ี หมาะสมเมอื่ เริ่มยอ่ หนา้ ใหม่
8. ความตรงประเด็น นำเสนอเนื้อหาสาระให้กระชับ ตรงประเด็นท่ีต้องการ
นำเสนอ ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย เน้นการนำเสนอข้อมูลในส่วนท่ีเป็นประเด็น หรือหัวใจของ
การวิจยั โดยละเอียด และมีการอภปิ รายเพิม่ เติม
9. ความเป็นระบบ จัดรปู แบบการเขียนให้สวยงาม จัดระบบการกำหนดหัวข้อ
ใหญ่ หัวข้อย่อยให้เหมือนกันทั้งเล่ม รวมท้ังการอ้างอิง และการพิมพ์ต้องเป็นไปตาม
กรอบโครงสรา้ งของรายงานท่ีกำหนดไว้

สรุปได้วา่ การเขยี นรายงานวิจัย ผู้วิจัยหรือผเู้ ขยี นรายงานวิจัยตอ้ งคำนึงถึง
ความถูกตอ้ ง ความนา่ เชอื่ ถือ ความสมบูรณ์ครบถว้ น ความเป็นเอกภาพของเนื้อหา
ความสัมพันธ์เช่ือมโยง ความสม่ำเสมอในการใช้คำ ความชัดเจน ความตรง
ประเดน็ และความเปน็ ระบบ โดยยึดหลักในการเขียนผลงานวิชาการเปน็ สำคัญ

6

เนอ้ื หา 5.4 รูปแบบของรายงานวิจัย

ในการนำเสนอผลการวจิ ัย มีรูปแบบของการรายงานหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่
กบั ว่านักวิจยั ต้องการจะเผยแพรผ่ ลการวิจยั ใหใ้ ครรบั รู้ นำไปใช้ประโยชน์อะไร ในหนว่ ย
การเรยี นนี้ ผ้เู ขยี นได้นำเสนอรูปแบบรายงาน 3 รูปแบบ ดงั น้ี

1. รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณ์
2. รายงานวิจัยฉบบั สนั้
3. บทความวิจยั ลงพิมพ์ในวารสาร

รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณ์

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เป็นรายงานวิจัยท่ีมีรายละเอียดต่าง ๆ ครบทั้งหมด
ที่นักวิจัยทำ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเน้ือเร่ือง และส่วนประกอบท้าย
เรอ่ื งหรือส่วนอ้างอิง

1. ส่วนนำ มีรายละเอียดดงั นี้
1. ปกนอก ประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์ ชื่อเรื่องวิจัย ช่ือผู้วิจัยหรือ

คณะผู้วิจัย ชอ่ื แหล่งทนุ (ถ้าม)ี หรอื ชอ่ื หน่วยงานทีส่ งั กัด ปีท่ีทำการวจิ ัย
2. ปกใน รายละเอียดเหมือนปกนอกทุกประการ แต่ไม่ใสต่ ราสญั ลักษณ์
3. สันปก (ถ้ามี)
4. กิตติกรรมประกาศ เป็นข้อความกล่าวขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน

ชว่ ยเหลอื ควรมีความยาวไมเ่ กิน 1 หน้ากระดาษ
5. บทคัดย่อ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เป็นส่วนสรุปของรายงานวิจัย มี

รายละเอียดเกย่ี วกับ
5.1 ชือ่ เรื่องวจิ ยั
5.2 ชื่อผู้วจิ ยั
5.3 หนว่ ยงาน/คณะ
5.4 ปที จ่ี ัดพิมพ์
5.5 รายละเอียดบทคัดย่อ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์การวิจัย ขอบเขต

การวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย เคร่ืองมือที่ใช้ วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการวิจัยแบบย่อ

7

(ไม่จำเป็นต้องใส่สัญลักษณ์ เช่น  ลงไปอีก) บทคัดย่อท่ีดีควรมีความยาวไม่เกิน 1
หน้ากระดาษ

5.6 คำสำคัญ ควรมไี ม่เกิน 6 คำ

ตัวอยา่ ง บทคัดยอ่ ภาษาไทยและบทคดั ย่อภาษาอังกฤษ

8

6. สารบัญ เป็นรายการที่แสดงถึงเนื้อหาท้ังหมดของรายงานวิจัย
ประกอบด้วย สารบญั สารบัญตาราง และสารบัญภาพ ดงั ภาพ

2. ส่วนเน้อื เร่อื ง ประกอบดว้ ย
2.1 บทที่ 1 บทนำ เป็นการกล่าวให้ทราบถึงความสำคัญ ความเป็นมา

รวมทั้งปัญหาของเรื่อง วัตถุประสงค์การวจิ ัย สมมติฐานการวิจัย ขอบเขตการวจิ ัย (เป็น
ส่วนท่ีแสดงถึงขอบเขตของประชากร และขอบเขตเนื้อหา รวมทั้งขอบเขตระยะเวลา)
ข้อตกลงเบื้องต้น ข้อจำกัด (ถ้ามี) นิยามศัพท์หรือนิยามปฏิบัติการ และประโยชน์

9

ท่ีคาดว่าจะได้รับ ตามลำดับ ซ่ึงในบทนี้จะต้องเสนอแนวความคิด ทฤษฎีและรายงาน
การวจิ ัยท่ีเกยี่ วข้อง อยา่ งสรุปมาสนับสนนุ หลักการและเหตผุ ลของการทำวจิ ยั

2.2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง เป็นการนำรายละเอียดของ
การรวบรวมหลักการทฤษฎี แนวคิด หลักการ และผลการศึกษาวิจัยที่ได้จากการศึกษา
เอกสารหลายประเภท ทั้งตำรา หนังสือ บทความ งานวิจัยที่เก่ียวข้อง ฯลฯ
มาเรียบเรียงใหม่โดยยึดเนื้อหาของเร่ืองเป็นหลัก ต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกันเพ่ือใช้เป็น
กรอบหรือฐานความคิดและแนวทางในการดำเนนิ การวิจยั รวมทั้งกรอบแนวคิดการวจิ ัย
และสมมติฐานการวิจัย (ถา้ ม)ี

2.3 บทท่ี 3 วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการเสนอให้ทราบว่า มีวิธีการหา
คำตอบของปัญหาวจิ ัยไดอ้ ย่างไร โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
การรวบรวมข้อมูล และเคร่อื งมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
และสถิติทใ่ี ช้ ดังรายละเอยี ด

2.3.1 ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง/ ผ้ใู ห้ข้อมลู สำคัญ/แหล่งข้อมลู เป็น
ส่วนแสดงรายละเอียดว่า ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยครั้งนี้หมายถึงใครบ้าง ขอบเขต
ถึงไหน หากมีการใช้กลุ่มตัวอย่างต้องแสดงว่าได้กลุ่มตัวอย่างมาโดยการสุ่มแบบใด
และมีจำนวนหน่วยตัวอย่างเท่าไร และต้องพิจารณาว่ากลุ่มตัวอย่างท่ีใช้สามารถให้ข้อมูล
ตามตวั แปร หรือวตั ถุประสงคท์ ีส่ นใจศกึ ษาครบทั้งหมดหรือยงั

2.3.2 เคร่ืองมือในการวิจัย เป็นส่วนแสดงรายละเอียดว่ามีเครื่องมือ
ท่ีใช้ในการวจิ ัยกี่ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะเป็นอย่างไร มีวิธีการดำเนินการสร้างอย่างไร
มกี ารหาคุณภาพและได้ผลเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เครื่องมือในการวิจัยผู้วิจัยอาจใช้
จากงานวิจัยอ่ืนที่มีการสร้างและมีคุณภาพมาใช้ในงานวิจัยได้ โดยอาจมีการหาคุณภาพ
ซ้ำอีกครงั้ กอ่ นนำไปรวบรวมข้อมูลจรงิ ต่อไป

2.3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นส่วนแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ
การรวบรวมข้อมูลว่า ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละข้ันตอนอย่างไร ในแต่ละ
ข้ันตอนใช้เคร่ืองมือชุดไหนในการเก็บรวบรวมข้อมูล และใครเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูล
ซึง่ การรวบรวมข้อมลู ต้องครอบคลุมวตั ถปุ ระสงค์ทีต่ อ้ งการศึกษาท้งั หมดดว้ ย

2.3.4 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติท่ีใช้ เป็นส่วนแสดงรายละเอียด
เก่ียวกับการวิเคราะห์ข้อมูลท้ังหมดในการทำวิจัยเร่ืองนี้ นอกจากน้ีงานวิจัยบางเร่ือง
อาจมีเกณฑ์ในการแปลผลการวิเคราะห์ ผู้วิจัยสามารถเขียนไว้ในหัวข้อการวิเคราะห์
ขอ้ มูลและสถิตทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู

10

2.4 บทที่ 4 ผลการวิจัย เป็นการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จาก
การศึกษา และรวบรวมมาท้ังหมด ผู้วจิ ัยจะต้องแสดงผลการศึกษาวจิ ัยหรือขอ้ ค้นพบให้
ปรากฏชัด โดยอาจจะนำเสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรูป
ของตาราง กราฟ แผนภูมิหรือภาพประกอบ พร้อมคำอธิบาย หรือข้อมูลเชิงพรรณนา
ตามความเหมาะสม เพ่ือตอบวัตถุประสงค์การวิจัย หาข้อสรุปของคำตอบตามปัญหา
ท่ีต้องการทราบ ที่สำคัญห้ามนำความคิดเห็นของผู้วิจัยเข้าไปอธิบายประกอบ บางคร้ัง
ในการวิเคราะห์ข้อมูลอาจมีอักษรย่อและสัญลักษณ์จำนวนมาก ผู้วิจัยควรนำเสนอ
อกั ษรยอ่ และสญั ลักษณ์ก่อนที่จะนำเข้าสู่การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว

2.5 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สำหรับบทที่ 5 มีวิธี
การเขียนอยู่ 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับผู้วิจัยจะใช้คำว่า “สรุป อภิปรายผล และ
ข้อเสนอแนะ” หรือ “สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ”

ถ้าใช้คำว่า “สรุป” จะเป็นการเขียนตั้งแต่วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ
อย่างย่อ และผลการศกึ ษาต้งั แต่ตน้ จนจบมาสรปุ ให้อยูใ่ นลักษณะความเรียง แลว้ จึงคอ่ ย
สรปุ ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์การวจิ ัยอยา่ งชดั เจน

ถา้ ใช้คำว่า “สรุปผล” เป็นการสรุปผลการวิจัยโดยเสนอตามวัตถุประสงค์
ของการวจิ ัยเทา่ น้นั ไม่ตอ้ งนำวัตถปุ ระสงค์ วิธีดำเนนิ การมาเขียนรายงานอีก

ส่วนการอภิปรายผล เป็นการนำผลการวิจัยและข้อค้นพบมาอภิปราย
โดยผู้วิจัยจะต้องอภิปรายความเช่ือมโยงระหว่างผลงานวิจัยที่ได้กับผลการวิจัยอื่น
อ้างอิงทฤษฎีและผลงานวิจัยอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากข้ึน
นอกจากนี้ต้องระบุให้ชัดเจนว่า ผลงานของตนไปสนับสนุนหรือโต้แย้งผลงานวิจัยอื่น
เพียงใด จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตอบวัตถุประสงค์ให้ครบทุกข้อ กรณีที่มีการ
ต้ังสมมติฐาน จะต้องมีการทดสอบและตอบสมมติฐานให้ครบทุ กข้อ สำหรับ
ข้อเสนอแนะ เป็นการช้ีแนะแนวทางในการทำวิจัยครั้งต่อไป รวมไปถึงการช้ีแนะ
แนวทางสำหรับสถานศึกษา หน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องท่ีสามารถนำผลการวิจัยไปใช้
ประโยชน์ได้ โดยให้ยึดหลักว่า “ใครนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร และมีประเด็นอะไรอีก
บ้างที่ควรจะตอ้ งศึกษาวิจัยตอ่ ไป

3. สว่ นประกอบท้ายเร่อื งหรือส่วนอ้างอิง ประกอบด้วย
3.1 เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม เป็นส่วนของการรวบรวม เอกสาร

หลักฐาน และหนังสืออ่านประกอบทุกรายการที่ใช้อ้างทั้งหมด โดยนำมาจัดเรียงเป็น

11

หมวดหมู่ และเรียงลำดับตามตัวอักษร ก-ฮ ตามพจนานุกรมก่อน แล้วตามด้วยเอกสาร
ภาษาตา่ งประเทศ

3.2 ภาคผนวก เป็นส่วนขยายเพ่ิมเติมเพ่ือให้รายงาน นั้นมีความสมบูรณ์
ครบถ้วนมากขึ้น ส่วนมากจะได้แก่ เคร่ืองมือรวบรวมข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับการ
วิเคราะห์ ตารางตัวเลขมาก ๆ และภาพประกอบ กรณีมีหลายภาคผนวกในหน้าต่อไป
ให้พิมพ์วา่ ภาคผนวก ก, ข, ค, ....

3.3 ประวัติผู้วิจัย เป็นส่วนท่ีเสนอประวัติโดยย่อของผู้วิจัยและคณะ โดย
ประกอบด้วย ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด หน่วยงานและสถานที่ติดต่อ ตำแหน่ง ประวัติ
การทำงาน ประวัตกิ ารศึกษา ทนุ การวจิ ัยที่ได้รับ และประสบการณ์ในการวจิ ัย

ประวัตผิ วู้ ิจัย (ขนาด 18 pt หนา)
(เวน้ 1 บรรทดั )

ชื่อ-สกุล (ขนาด 16 pt ) ............................................................................

วนั เดือน ปเี กดิ ............................................................................

หน่วยงานและสถานทต่ี ิดตอ่ ....................................................................

(เว้น 1 บรรทดั )

ตำแหนง่ และประวัติการทำงาน

พ.ศ.2562 - ปัจจุบนั ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอ...........................

พ.ศ.2558 - 2562 ครู กศน.อำเภอ...........................................

(เวน้ 1 บรรทดั )

ประวัติการศึกษา

พ.ศ.2555 ครศุ าสตรมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลัยราชภฏั

บ้านสมเด็จเจา้ พระยา

พ.ศ.2553 บรหิ ารธรุ กิจบณั ฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัย

ธรรมาธิราช

(เว้น 1 บรรทัด)

ทนุ การวจิ ยั ทไี่ ด้รบั

พ.ศ.2561 งบประมาณแผน่ ดนิ สำนักปลัดกระทรวง

ศกึ ษาธิการ โดยไดร้ บั การสนบั สนุนจากสำนักงาน

การวิจัยแหง่ ชาติ (วช.) ปีงบประมาณ 2560

(เว้น 1 บรรทดั )

ประสบการณง์ านวจิ ยั ทงั้ ภายในและภายนอกประเทศ

รายชอ่ื งานวิจัยทท่ี ำเสร็จแลว้ /รายชอื่ งานวจิ ัยท่กี ำลังทำ

12

รายงานวจิ ัยฉบบั สน้ั

รายงานวิจัยฉบับส้ัน เป็นรายงานวิจัยที่มีรายละเอียดต่าง ๆ ย่อส่วนลงมาจาก
รายงานวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์ โดยทั่วไปจะมคี วามหนาประมาณ 50 หน้า ประกอบด้วย

1. ชอ่ื เรอื่ ง ช่อื นักวิจัย หน่วยงานที่สังกัด แหลง่ ทุน(ถ้าม)ี และปที ่ีทำการวจิ ัย
2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
3. วตั ถุประสงค์
4. สมมติฐาน (ถา้ มี)
5. ขอบเขตการวจิ ยั
6. เอกสารและรายงานการวจิ ัยท่เี กยี่ วข้อง
7. วิธีดำเนนิ การวิจัย
8. ผลการวจิ ยั
9. สรปุ อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ
10. เอกสารอา้ งอิงหรอื บรรณานุกรม

บทความวิจัยลงพิมพ์ในวารสาร

บทความวิจัยลงพิมพ์ในวารสาร เป็นรายงานวิจัยท่ีมีลักษณะการเขียนและ
การใช้ระบบเชิงอรรถแตกต่างกันตามวารสารที่จะลง แต่หลักการใหญ่ ๆ คล้ายคลึงกัน
คือ จะประกอบดว้ ยสว่ นตา่ ง ๆ ดังน้ี

1. ชอื่ เร่อื ง (ภาษาไทย- อังกฤษ)
2. ช่ือผทู้ ำการวจิ ัย และหนว่ ยงานสังกัด
3. บทคัดยอ่
4. ความนำหรอื บทนำ
5. ระเบียบวิธีวิจยั
6. ผลและการอภปิ รายผล
7. สรปุ และขอ้ เสนอแนะ
8. เอกสารอา้ งองิ หรือบรรณานกุ รม

13

สรุปได้ว่า รูปแบบของการรายงาน สามารถเขียนได้หลายวิธีสุดแล้วแต่ว่า
ผู้วิจัยจะกำหนดออกมาในลักษณะใด อย่างไรก็ตามถึงแม้นว่ารูปแบบ และโครงสร้าง
ของการเขียนในแต่ละบุคคล และแต่ละสถาบันจะแตกต่างกันตามความนิยม แต่ส่วน
ใหญ่แล้วจะต้องมีมาตรฐานร่วมกันอยู่บ้าง ซ่ึงรูปแบบรายงานท่ีนิยมใช้กันส่วนใหญ่จะมี
3 รูปแบบ ได้แก่ 1) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ 2) รายงานวิจัยฉบับสั้น และ
3) บทความวิจยั ลงพมิ พใ์ นวารสาร

14

เนือ้ หา 5.5 การพิมพ์รายงานวจิ ัย

การพิมพร์ ายงานวจิ ยั มีลกั ษณะการพมิ พ์ดงั นี้
1. การพมิ พ์ใช้กระดาษขาว ขนาด A4
2. ตัวพมิ พ์ ใช้ตัวอักษรสีดำ และใช้ตัวพมิ พ์ TH Sarabun PSK หรือ Angsana
New ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแบบเดียวกันทั้งเล่ม โดยช่ือบทให้ใช้ขนาด 20
พอยต์ หัวข้อหลักใช้ขนาด 18 พอยต์ ส่วนเน้ือหาให้ใช้ขนาด 16 พอยต์ยกเว้นการพิมพ์
ในตารางหรือภาพประกอบต่าง ๆ ใหใ้ ช้ขนาดของตวั พิมพ์เลก็ ลงได้ตามความเหมาะสม
3. การจัดหน้ากระดาษหรือการเว้นขอบกระดาษ ให้ต้ังค่าหน้ากระดาษให้มี
ระยะเป็นแนวเดยี วกันตลอดทัง้ เล่ม โดยใหร้ มิ กระดาษขอบบนและซ้ายเว้นระยะ 1.5 นิ้ว
(3.81 ซม.) รมิ กระดาษขอบขวาและลา่ งเวน้ ระยะ 1 นวิ้ (2.54 ซม.) ดงั ภาพ

1.5 นิ้ว

1.5 นิ้ว A4 1 นวิ้

1 น้ิว

15

4. หัวขอ้ รอง ให้พิมพ์ยอ่ หนา้ เข้าไป 8 ตัวอักษร โดยเรม่ิ พมิ พอ์ ักษรที่ 9 หรือตง้ั
tab ประมาณ 0.5 นิว้ และใช้ตัวอกั ษรตวั หนา ขนาด 16 พอยต์

5. การเวน้ ระยะระหว่างบรรทัด หวั ขอ้ หลักใหเ้ วน้ ระหวา่ งบรรทดั 1 เท่า สว่ น
เนื้อหางานวิจัยใหเ้ วน้ ระยะ 1 เท่า

6. ในหนา้ กระดาษเป็นแบบชิดขอบทง้ั ระยะขอบซ้ายและขอบขวาท้งั เล่ม
(ใชก้ ารกระจายแบบไทย : Justified)

7. การขน้ึ หนา้ ใหม่ กรณีท่ีทา้ ยกระดาษเปน็ หวั ขอ้ ใหม่ ต้องมีเนอื้ หาอยา่ งน้อย
2-3 บรรทดั หรือปรับย้ายไปขนึ้ หนา้ ถัดไปท้งั หมด

ตวั อยา่ งการเว้นระยะระหวา่ งบรรทัด

บทท่ี 1
ช่ือบท

หัวขอ้ ใหญ่

เกรนิ่ นำ………………………………………………………………………………………………
8 ตวั อกั ษ1ร.//หวั ข้อรองท่ี 1

..................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........

1.1//.............................................................................................. ...........
................................................................................................................

1.2//.........................................................................................................
................................................................................................................

1.2.1//.............................................................................................
................................................................................................................

1.2.1.2//..............................................................................
...............................................................................................................

1)…………………………………………………………………
................................................................................................................

16

8. การลำดับหน้า ในส่วนของกิตติกรรมประกาศ บทคัดย่อและสารบัญ ให้ใช้
อักษรไทย ก ข ค ... ตามลำดับ ส่วนหน้าเน้ือเรื่อง ให้พิมพ์ทุกหน้าโดยใช้ตัวเลขอารบิก
ขนาด 16 พอยต์ ตวั พมิ พ์เดียวกันกับเน้ือหาในเล่มตลอดทั้งเล่ม โดยให้พิมพ์เลขหนา้ ไวท้ ่ี
มมุ บนขวา ของหน้ากระดาษ ใช้ขนาด 16 พอยต์ เชน่ เดียวกัน เวน้ ระยะหา่ งด้านบนของ
หน้าถึงด้านบนของสว่ นหัว 1 นว้ิ โดยเริม่ ตั้งแต่บทท่ี 1 จนถึงประวัตผิ ู้วิจัย ยกเว้นหน้าที่
มชี ่ือบทและใบค่ันภาคผนวกไม่ตอ้ งแสดงหน้า

ในแต่ละบทไม่จำเป็นต้องแบ่งหัวข้อย่อยเหมือนกันทุกบท โดยทั่วไปบทสรุป
จะไม่มีหวั ขอ้ ย่อย

หมายเหตุ การแบ่งหัวข้อย่อยไม่ควรแบ่งมากกว่า 4 ช้ัน เพ่ือความเป็นระเบียบ
หากในหัวข้อย่อยลำดับที่สาม (เช่น 1.1.1.1) มีเน้ือเร่ืองท่ีต้องการบรรยายเป็นข้อ ๆ อีก
ใหแ้ สดงเปน็ ลำดบั รายการตามตวั อย่างหนา้ 15 และการแสดงรายการโดยมีตวั เลขแสดง
ลำดบั รายการ หากเลอื กใชร้ ูปแบบใด ก็ควรจะใชร้ ปู แบบนัน้ ตลอดทงั้ เลม่

สรุปได้ว่า การพิมพ์รายงานวิจัยเป็นเอกสารท่ีเป็นหลักฐานสำคัญของผู้วิจัย
ดงั นั้นจึงต้องมีความถูกตอ้ งทั้งด้านเน้ือหาและรูปแบบ โดยเนื้อหาเป็นส่วนที่บอกถึงองค์
ความรู้และกระบวนการวิจัยซึ่งแสดงถึงองค์ความรู้ของผู้เขียน ส่วนรูปแบบเป็นลักษณะ
ทางกายภาพ ซึ่งถูกกำหนดข้ึนเป็นมาตรฐานของแต่ละสถานศึกษาหรือหนว่ ยงาน ความ
ถกู ต้องของรูปแบบของผลงานขึ้นอย่กู ับการจดั พิมพ์ การพิสูจน์อักษร และการประกอบ
เขา้ เปน็ ตวั เลม่

17

เนือ้ หา 5.6 ขอ้ ผดิ พลาดในการเขียนรายงานวจิ ยั

จากประสบการณ์ของผู้เขียนทั้งในฐานะเป็นท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ ท่ีปรึกษา
ในการทำผลงานวิชาการของครูผู้สอน และจากการศึกษาเอกสารเพิ่มเติมพบว่า
ข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยจนทำให้รายงานวิจัยขาดคุณภาพมีหลายกรณี
ดงั นี้

1. การเขียนช่ือเรื่องท่ีไม่ชัดเจน กล่าวคือ ไม่มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย
และตัวแปรท่ีศกึ ษา ชอ่ื เรื่องไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย

2. การเขียนบทคัดย่อเย่ินเย้อ ไม่กระชับ ซ่ึงโดยปกติบทคัดย่อไม่ควรเกิน 1
หนา้ กระดาษ เพราะรายละเอียดผู้อา่ นจะเขา้ ไปอา่ นในบทที่ 4 และบทท่ี 5

3. การเขียนสารบญั เน้อื เรอ่ื งกับเลขหนา้ ไม่ตรงกนั
4. การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปญั หาทจ่ี ะชี้ให้เหน็ ถงึ ความสำคัญ
ทต่ี อ้ งทำวิจัย ยังขาดหลกั ฐานข้อมูลอา้ งองิ ไม่ไดน้ ำแนวคดิ ทฤษฎมี ากล่าวถงึ และปัญหา
ยงั เขยี นได้ไมช่ ัดเจน
5. ตวั แปรทตี่ ้องการศกึ ษาไม่สมั พนั ธก์ บั วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย
6. กรอบแนวคิดในการวจิ ัยไมไ่ ดน้ ำมาจากการศกึ ษาเอกสารแนวคดิ ทฤษฎีและ
งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ยกอ้างขึ้นมาลอย ๆ
7. การยกแนวคิด ทฤษฎีมากล่าวในบทท่ี 2 ส่วนใหญ่จะเป็นเอกสารที่ล้าสมัย
นานเกิน 10 ปี และไม่มีการสังเคราะห์สรุปออกมาเป็นแนวคิดของผู้วิจัยเอง นอกจากน้ี
งานวิจัยท่ีเก่ียวข้องมีน้อย และเป็นงานวิจัยที่ล้าสมัยเกินกว่า 10 ปีเช่นกัน ซึ่งจะทำให้
รายงานวิจยั นนั้ ด้อยคุณภาพ
8. เน้ือหาทีเ่ กรน่ิ นำกบั เนอื้ หาในบทไมส่ อดคลอ้ งกนั
9. ขาดการระบุขอบเขตการวิจัย ท้ังขอบเขตด้านประชากร ตัวแปรหรือเนื้อหา
ระยะเวลา
10. การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่างไม่ชัดเจน เช่น กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก
ไม่ระบุถึงคุณสมบัติของผู้ให้ข้อมูลหลักในการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง บางเร่ืองระบุ
กลุ่มตวั อย่างไมเ่ หมาะสม
11. การกำหนดเคร่ืองมือการวิจัย ไม่ได้อธิบายถึงวิธีการสร้างหรือพัฒนา
เคร่ืองมือว่าได้มาอย่างไร และเคร่ืองมือนั้นมีลักษณะอย่างไร และไม่ได้หาค่าความ
สอดคลอ้ ง (IOC) หรือค่าความเชื่อมนั่ ของเคร่อื งมือ

18

12. อธบิ ายข้นั ตอนการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลได้ไม่ละเอียดชัดเจนเพียงพอ
13. การเลือกใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ยังไม่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์
การวจิ ัย เช่น ถ้าศกึ ษาจากประชากร ไมส่ ามารถใช้ t-test หรอื F-test ได้
14. การเรียบเรียงสาระในรายงานไมเ่ ป็นหมวดหมู่ที่ดี ไมเ่ รยี งตามวัตถุประสงค์
หรือชนิดของเครื่องมือ เช่น การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลใต้ตาราง มีการนำผล
การวเิ คราะหจ์ ากแบบสัมภาษณม์ าบรรยายไว้ดว้ ย ไมไ่ ด้แยกออกจากกนั ใหช้ ัดเจน
15. การแปลผลในตารางผิดพลาด เช่น ค่าเฉล่ีย 4.43 อยู่ในระดับมาก แต่แปล
คา่ เปน็ ระดับมากทสี่ ดุ ซึ่งมีผลถงึ การบรรยายใตต้ ารางและการสรุปผลในบทที่ 5
16. การสรุปผลไม่ตรงกับวัตถุประสงค์การวิจัย ไม่ขาดก็เกิน บางเร่ืองไม่ได้
กำหนดไวใ้ นวัตถุประสงค์แตใ่ สม่ าในสรปุ ผล
17. การนำผลการวิจยั ไปใช้แกป้ ญั หาหรอื พัฒนางานมีนอ้ ย
18. ขาดการตรวจสอบบรรณานุกรมให้ครบถ้วนตรงกันกับเน้ือหาในเล่ม และ
การพิมพไ์ ม่เป็นไปตามรูปแบบเดียวกัน
19. รายงานวจิ ยั มหี วั ขอ้ ไมค่ รบถว้ นตามองค์ประกอบ
20. การพิมพ์ตกหล่น การเว้นวรรค การตัดคำ การย่อหน้า หรือรูปแบบการใช้
เลขข้อไมเ่ ปน็ ไปตามระบบ
21. การใช้ภ าษาไม่สม่ำเสมอ เช่น บทท่ี 1 ใช้คำว่า “การใช้ผู้เรียน
เป็นศูนย์กลาง” บทที่ 2 ใช้คำว่า “การใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง” เป็นต้น ซ่ึงจะทำให้
ผอู้ ่านเกดิ ความสับสน
ที่กล่าวมาเป็นเพียงความผิดพลาดที่พบในส่วนหนึ่งเท่าน้ัน ยังมีรายละเอียด
ปลกี ยอ่ ยอีกเยอะ

สรุปได้ว่า ข้อผิดพลาดในการเขียนรายงานวิจัยท่ีพบบ่อย คือ ขาดความเป็น
ระบบ การใช้ภาษาหรือรูปแบบในการเขียน ไม่นำหลักวิชาการมาใช้ในการเขียน ซ่ึงสิ่ง
เหล่าน้ีแม้จะผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนถึงความใส่ใจและภูมิรู้ของผู้วิจัยและ
ผู้เขียนรายงาน ดงั น้นั จงึ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบใหด้ ีก่อนทีจ่ ะเผยแพรอ่ อกสูส่ าธารณชน

19

ใบงาน

ให้ท่านเขียนรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ และเตรียม การนำเสนอด้วย
PowerPoint 5 บท ในการสมั มนาวจิ ยั ซ่ึงจดั โดยสถาบัน กศน.ภาคกลาง

หมายเหตุ เมอ่ื ทา่ นเขียนรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เสรจ็ แล้ว กรุณาส่งเล่มและไฟล์ข้อมูล
กลับมายัง E-mail : [email protected]

20

บรรณานกุ รม

พชิ ติ ฤทธิจ์ รญู . (2559). เทคนคิ การวจิ ยั เพอื่ พัฒนาการเรียนรู.้ กรงุ เทพฯ :
สำนกั พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมชาย วรกิจเกษมสกลุ . (2554). ระเบยี บวธิ ีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และ
สงั คมศาสตร์. เอกสารอัดสำเนา.

สทิ ธิ์ ธรี สรณ.์ (2550). เทคนคิ การเขยี นรายงานวจิ ยั . กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

21

ชื่อ-สกลุ นายวราวธุ พยคั ฆพงษ์
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการวิทยฐานะเช่ียวชาญ สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบ

และการศึกษาตามอัธยาศยั ภาคกลาง
ประวตั กิ ารศกึ ษา

ปรญิ ญาโท สาขาการศกึ ษานอกระบบ (กศ.ม)
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม

ประกาศนียบตั รบัณฑติ ทางการบริหารการศกึ ษา
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช

ประวัตกิ ารทำงาน ผู้อำนวยการดำรงตำแหน่งในระดบั 8 หรอื
1 เม.ย. 2547 – 5 ส.ค. 2551 ชำนาญการพิเศษ หรือเทียบเทา่
ผอู้ ำนวยการดำรงตำแหนง่ ในระดับ 9 หรือ
6 ส.ค. 2551- ปัจจบุ ัน เชีย่ วชาญ

ประสบการณ์ในการเปน็ คณะกรรมการทำงานต่าง ๆ
- คณะกรรมการจัดประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติงานการพัฒนาการศึกษา
พ้นื ทช่ี ายแดน ปงี บประมาณ พ.ศ.2562
- คณะกรรมการนิเทศเพ่ือขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น
สำนักงาน กศน. ปงี บประมาณ 2561

22

- คณ ะกรรมการขับเคล่ือนแผนบูรณ าการด้านการศึกษาระดับภ าค
(ภาคตะวนั ออก) ปีงบประมาณ 2561
- คณะกรรมการพัฒนาการศึกษาในพ้ืนที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
- คณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ปี 2560
- คณะกรรมการบรหิ ารเครอื ขา่ ยส่อื สารองค์กร สำนกั งาน กศน. ปี 2569
- คณะกรรมการบรหิ ารคา่ ยลกู เสอื ประจำปงี บประมาณ พ.ศ.2561
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมบุคลากรการวัดผลสัมฤทธ์ิ
ปลายภาคเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 เขตภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานประชุมปฏิบัติการคัดเลือกและตรวจ
คุณภาพข้อสอบวัดผลปลายภาคเรียน หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เขตภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการจัดประชุมติดตั้งระบบการทดสอบด้วยระบบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (E-Exam) ของศนู ย์ทดสอบด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
- ประธานคณะกรรมการโครงการปฏิบัติการนำเสนอสู่การประกันคุณภาพ
การศึกษาสำหรบั ครู กศน. ภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการประเมินคัดเลือกบุคลากร/หน่วยงาน/สถานศึกษา/
ท่ีจัดและหรอื สนับสนุนการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดเี ด่น
ระดบั ประเทศ ประจำปี 2559
- ประธานคณะกรรมการประเมินผลคัดเลอื กบ้านหนงั สอื ชุมชนตน้ แบบ
ระดบั ประเทศ ปี 2559
- ประธานคณะกรรมการโครงการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเขต
เศรษฐกิจพเิ ศษพนื้ ทช่ี ายแดนภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานประชุมปฏิบัติการผลิตและจัดทำสื่อ
ประกอบหลกั สูตรภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพครู กศน. เพื่อส่งเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยเขตภาคตะวันออก

23

- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาบุคลากรหลักสูตรการสร้าง
และพัฒนาเครื่องมือวิจัยการวิเคราะห์ผลสู่การจัดการข้อมูลด้วยโปแกรม
คำนวณสำเรจ็ รูป ภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการการพัฒนาจังหวัดตราด เมืองแห่ง
การเรียนรภู้ าคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการพฒั นาบุคลากรหลักสูตรเทคนิค
การวิจยั เพื่อประเมินโครงการพัฒนาสถานศึกษาภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประชุมปฏิบตั กิ ารจัดทำหนังสือ
สรปุ เนื้อหาที่ต้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาช่องทางการเข้าสู่อาชพี
(อช11001)
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการประชุมปฏบิ ัตกิ ารจัดทำหนังสือ
สรุปเนอ้ื หาทต่ี ้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาพฒั นาอาชีพให้มอี ยู่มีกนิ
(อช11003) ระดบั ประถมศกึ ษา
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการประชุมปฏิบัตกิ ารจัดทำหนังสือ
สรปุ เนือ้ หาทต่ี ้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวชิ าชอ่ งทางการพฒั นาอาชีพ
(อช21001) ระดับประถมศกึ ษา
- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประชมุ ปฏบิ ตั กิ ารจัดทำหนงั สือ
สรุปเนอ้ื หาทต่ี ้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวชิ าพฒั นาอาชีพให้มคี วาม
เข้มแข็ง (อช21003) ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประชมุ ปฏบิ ตั กิ ารจัดทำหนังสือ
สรุปเนือ้ หาที่ต้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาพฒั นาอาชีพให้มคี วาม
มั่นคง (อช31003) ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการประชมุ ปฏิบตั กิ ารจัดทำหนงั สือ
สรปุ เนื้อหาทต่ี ้องรู้ สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาช่องทางการขยายอาชพี
(อช31001) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประชุมปฏบิ ตั กิ ารจัดทำหนังสือ
สรุปเนื้อหาท่ตี ้องรู้ สาระความรูพ้ ื้นฐาน รายวิชาวิทยาศาสตร์ (พว11001)
ระดับประถมศึกษา

24

- ประธานคณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการประชุมปฏิบัติการจัดทำหนังสือ
สรุปเนอ้ื หาที่ต้องรู้ สาระความรู้พน้ื ฐาน รายวชิ าวิทยาศาสตร์ (พว๒1001)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
- ประธานคณะกรรมการตรวจคุณภาพหนังสือเรยี น กศน. รายวิชาเลือก
ภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการประชุมปฏบิ ตั ิการผลผลิตบทเรียนออนไลน์
- ประธานคณะกรรมการประเมินคณุ ภาพการศกึ ษาโดยต้นสงั กัด
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการจัดทำสื่อส่งเสริมการอ่านสำหรับ
ผลู้ มื หนังสือในภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการจดั ทำแผนปฏิบตั ิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557
2558 2559
- ประธานคณะกรรมการจดั ทำสรปุ รายงานผลการดำเนนิ งานประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2557 2558 - 2559
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานผลิตชดุ การเรยี นร้เู พื่อเสริมทกั ษะการอา่ น
สำหรบั นักศกึ ษา กศน. เรอื่ ง “ยล....ระยอง” ของสถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการจัดทำคมู่ ือนักศึกษา วิธีเรยี นทางไกล ประเภท
การศกึ ษาต่อเนอ่ื ง หลกั สตู รการเลย้ี งดเู ดก็ ปฐมวยั ภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการจดั ทำคูม่ อื ระบบประกนั คณุ ภาพภายใน สถาบัน กศน.
ภาคตะวนั ออก
- คณะกรรมการขบั เคล่ือนจงั หวัดตราด เมอื งแห่งการเรยี นรู้ สำนักงานจงั หวัด
ตราด
- คณะบรหิ ารเครือข่ายสือ่ สารองค์กร สำนักงาน กศน. ปี 2560
- คณะกรรมการประเมินข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาที่ขอเลอื่ น
เป็นวทิ ยฐานะเชี่ยวชาญ
- คณะกรรมการจดั ทำแผนอัตรากำลงั ของสำนกั งาน กศน. ปี 2460
- คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โครงการอา่ นสร้างสขุ
ยกกำลังสุขในสถานศึกษาและชุมชน ปี 2559
- คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนพฒั นาศาสนา ศิลปวัฒนธรรมของจังหวดั และ
ชมุ ชน น้อมนำเศรษฐกจิ พอเพียง ตามโครงการฝกึ อบรมหลักสตู รการพัฒนา
ศกั ยภาพผูบ้ รหิ ารงานวัฒนธรรมมอื อาชพี ร่นุ ที่ 1 ของกระทรวงวฒั นธรรม

25

- คณะกรรมการกลน่ั กรองผลการปฏิบตั ิงานและผลงานทางวิชาการของ
ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาที่ขอเล่อื นเปน็ วทิ ยฐานะเช่ยี วชาญ
ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
- คณะกรรมการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานสำหรบั วิทยาฐานะชำนาญการพิเศษ
สาขาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ของสำนักงาน
ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
- คณะกรรมการยกร่างระเบยี บสำนักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการว่าดว้ ย
การใช้หอพักและห้องประชุมสว่ นราชการ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
- คณะกรรมการโครงการยกระดับการศกึ ษาประชาชน จบ ม 6. อยา่ งมคี ุณภาพ
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
- คณะกรรมการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการศึกษานอกระบบระดับ
การศึกษาขนั้ พื้นฐาน
- คณะกรรมการกรอกคะแนนและรวมคะแนนการคดั เลอื กบคุ คลเพื่อบรรจแุ ละ
แต่งตงั้ เข้ารบั ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย
- คณะกรรมการพิจารณาจดั สรรอัตราขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ที่ได้รบั จัดสรรคืนจากการเกษียณอายรุ าชการและจดั สรรพนักงานราชการ
ทดแทนตำแหน่งลกู จา้ งประจำ
- ที่ปรกึ ษาคณะกรรมการโครงการพฒั นาศกั ยภาพอาสาสมัครผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ
ภาคตะวันออก
- ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการการดูแลและสง่ เสริมสุขภาพสำหรับผู้ดูแล
ผู้สูงอายุภาคตะวนั ออก
- ท่ีปรึกษาคณะกรรมการจดั ทำคู่มือเกม สำหรับครผู ู้ดแู ลเดก็ ปฐมวัย
- ทปี่ รกึ ษาคณะกรรมการจดั ทำแนวทางการวิเคราะห์ทุนชุมชนสำหรบั ครู กศน.
ภาคตะวันออก
- ท่ีปรึกษาคณะกรรมการจัดทำต้นฉบับสือ่ สิ่งพิมพ์อยา่ งมืออาชีพ ฯลฯ
- คณะกรรมการกรรมการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำเนินงานโครงการอา่ น
สรา้ งสขุ ยกกำลังสขุ ในสถานศกึ ษาและชุมชน ปี 2559
- คณะกรรมการดำเนินงานโครงการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัยโดยระบบดจิ ิทลั

26

- คณะกรรมการจดั ทำแผนพัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อัธยาศยั
- ประธานเปิดโครงการขับเคล่อื นนโยบายระดบั ภาคทกุ โครงการ ระหวา่ งปี พ.ศ.
2557 – พ.ศ. 25562 ภาคตะวนั ออก
- เปน็ คณะทำงานระดบั สำนกั งาน กศน. ระดับกระทรวงศกึ ษาธิการ

ผลงานวิขาการ
1. แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้อาชีพโฮมสเตย์ อำเภอวังนำ้ เขยี ว จังหวัด

นครราชสีมา
2. หลักสตู รการเรียนรูอ้ อนไลน์วชิ าเทคนคิ การปฏบิ ตั งิ านกับชุมชน สำหรบั ครู

การศึกษานอกโรงเรยี น

ผลงานวิจยั
1. รายงานผลการวิจยั ปฏบิ ตั ิงาน : การพัฒนารูปแบบการจัดกจิ กรรมการ

เรยี นรู้อาชีพ โฮมสเตย์ อำเภอวังนำ้ เขียว จังหวัดนครราชสีมา
2. วิจัยการแก้ปัญหาการขาดสอบของนักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ

ระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กรณศี กึ ษาในเขตการศกึ ษาภาคตะวนั ออก
3. วิจัยศึกษาสภาพการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ในเขตการศึกษา

ภาคตะวนั ออก
4. วิจยั ศึกษาสภาพปัญหาการจัดกระบวนการเรียนรู้ผา่ นรายการโทรทัศน์สถานี

ETV ในเขตการศกึ ษาภาคตะวันออก
5. วิจัยศึกษาสภาพการดำเนินงานโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ ในเขต

การศกึ ษาภาคตะวนั ออก
6. วิจัยศึกษาสภาพปัญหาการดำเนนิ งานเทียบระดับการศกึ ษาขั้นสูงสุด ในเขต

การศกึ ษาภาคตะวนั ออก
7. การศึกษาสภาพการดำเนินงานการจัดการเรียนรู้แผนรายบุคคลในเขตภาค

ตะวันออก
8. การสงั เคราะห์งานวิจยั เกย่ี วกับการศึกษาตลอดชวี ติ

27

นางสาวณัฐภัสสร แดงมณี ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง การศึกษาปรญิ ญาโท สาขาการบริหาร
การศกึ ษา มหาวิทยาลัยราชภฎั บ้านสมเดจ็ เจ้าพระยา

ประวตั กิ ารทำงาน - ครูศนู ย์การเรยี นชุมชน สำนักงาน กศน. จงั หวัดชมุ พร
พ.ศ.2541-2550 - ครอู าสาสมัคร กศน.อำเภอปะทวิ สำนักงาน กศน.
พ.ศ.2551-2555
จังหวัดชมุ พร
พ.ศ.2555-2557 - ข้าราชการครู ตำแหน่งครผู ู้ชว่ ย กศน.อำเภอ

พ.ศ.2557-2560 บางสะพาน สำนักงาน กศน.จงั หวัดประจวบคีรีขนั ธ์
พ.ศ.2561-2563 - ข้าราชการครู ตำแหน่งครู สถาบนั กศน.ภาคใต้
- ขา้ ราชการครูวทิ ยฐานะชำนาญการ ศูนยฝ์ กึ และ
พ.ศ.2563-ปัจจุบนั
พัฒนาอาชีพและราษฎรไทยบรเิ วณชายแดนชมุ พร
- รองผอู้ ำนวยการ สถาบนั กศน.ภาคกลาง

ประวตั ดิ า้ นการวจิ ัย : นักวิจัยเครือข่ายองคก์ รบรหิ ารงานวิจัยแหง่ ชาติ (คอบช.)
พ.ศ.2551-2560 - งานวจิ ัยระดับสถานศึกษา จำนวน 3 เรอ่ื ง
พ.ศ.2551-2562 - งานวจิ ยั ระดับภาค จำนวน 22 เรื่อง
คณะทำงานวจิ ัย สำนกั งาน กศน. จำนวน 3 เรอื่ ง
พ.ศ.2557-ปจั จุบัน - งานวิจัยได้รบั ทุนอุดหนนุ 3 เรอื่ ง
1. การประเมินความต้องการการเรียนรู้ของสตรี
หม้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
(สำนกั งานยเู นสโก กรุงเทพฯ)
2. การศกึ ษารปู แบบการจัดการศกึ ษาตลอดชีวิต
สำหรบั ผู้สงู อายุสูส่ ังคมสงู วยั ในเขตภาคใต้
ตอนบน (สำนักงานสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.))
3. การพฒั นากจิ กรรมการศกึ ษาตลอดชีวติ เพ่ือ
สร้างเสริมคุณภาพชีวติ ผู้สงู อายุในเขตภาคใต้
ตอนบน(สำนักงานสภาวจิ ยั แห่งชาติ (วช.))

28

ท่ปี รกึ ษา ผู้อำนวยการสถาบัน กศน.ภาคกลาง
นายวราวุธ พยคั ฆพงษ์

คณะทำงาน ครชู ำนาญการพิเศษ
1. นายบุญฤทธ์ิ วริ ยิ านุภาพพงศ์ ครชู ำนาญการพิเศษ
2. นางสาวกัณฐมณี ศรสี ุวรรณ์ ครูชำนาญการพิเศษ
3. นางสาวอรุณโรจน์ ทองงาม ครู
4. นางสาวปยิ ะพร ทองสขุ ครูผ้ชู ว่ ย
5. นางสาวณาณภัทร รีวรรณ ครูผชู้ ว่ ย
6. นางสาวอัญชิษฐา สุขกาย ครูผชู้ ว่ ย
7. นางพรปวีณ์ แสนอินทร์ ครูผชู้ ว่ ย
8. นางสาวลลดิ า ตปู้ ่นิ เพชร ครผู ชู้ ว่ ย
9. นางสาวกาญจนาวดี หงส์ทอง ครูผู้ชว่ ย
10. นางสาวศวิ พร ยศบรรดาศักด์ิ ครูผชู้ ว่ ย
11. นางสาวอารญี า เทศยิ้ม ครูผู้ช่วย
12. นางสาวปยิ ะนชุ ศรนวุ ตั ร

ผู้เขียน/พมิ พ์/ออกแบบรปู เล่ม รองผ้อู ำนวยการ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
นางสาวณฐั ภัสสร แดงมณี

บรรณาธกิ าร ครชู ำนาญการพเิ ศษ
นางสาวอรุณโรจน์ ทองงาม

29

สถาบันพัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ภาคกลาง
เลขที่ 139/2 หมู่ 4 ตำบลบา้ นฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบรุ ี 70120
โทรศพั ท์ 032-232207 website : http://www.centralnfe.com/


Click to View FlipBook Version