2
เอกสารประกอบการเรยี นการสอนออนไลน์
หลกั สตู ร การวิจยั งานการศกึ ษา
ตลอดชวี ติ
หนว่ ยที่ 4
การวิเคราะหข์ อ้ มูลและนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
สถาบนั พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยภาคกลาง
สำนักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ก
คำนำ
ชุดการเรียนการสอนออนไลน์ เรื่อง การวิจัยงานการศึกษาตลอดชีวิต
ประกอบด้วยหน่วยการเรียนท้ังหมด 5 หน่วย ได้แก่ หน่วยท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกับ
การวิจัย หน่วยท่ี 2 การออกแบบและวางแผนการวิจัย หน่วยท่ี 3 เทคนิควิธีและ
เคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล หน่วยท่ี 4 การวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผล
การวิเคราะหข์ อ้ มลู และ หน่วยท่ี 5 การเขียนรายงานวิจยั
สำหรับเอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์เล่มน้ี เป็นหน่วยการเรียน
ที่ 4 มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อให้ผู้ศึกษาสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผล
การวเิ คราะหข์ อ้ มูลไดโ้ ดยมรี ายละเอยี ดเน้อื หาดงั น้ี
1. การวเิ คราะหข์ ้อมลู
2. การแปลความหมายและการตีความหมายข้อมูล
3. การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
การศึกษาหน่วยการเรยี นเรมิ่ จากการศึกษาเนือ้ หาวชิ า และการทำกิจกรรม
ในใบงานหลงั เรียน เพ่ือวัดความรูท้ ่ีไดร้ บั จากการศกึ ษาด้วยตนเอง การทำงานเป็นกลุ่ม
และการนำความรู้มาปรับใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นการพฒั นางานการศึกษาตลอดชีวิต
ผู้เขียนขอขอบพระคุณ นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนา
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน
ที่ให้คำแนะนำ ตรวจสอบ การจัดทำเอกสารจนสำเร็จตามวัตถุประสงค์ และหวังว่า
เอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาทุกท่าน
เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง สถานศึกษาและสร้างคุณภาพการศึกษาตลอดชีวิต
ตอ่ ไป
ณัฐภสั สร แดงมณี
ข
สารบัญ
หน้า
คำนำ………………………………………………………………………………………………….…. ก
สารบัญ………………………………………………………………………………………………….. ข
คำอธิบายหลักสูตร วจิ ยั งานการศกึ ษาตลอดชวี ติ ………………………………….…… ค
หนว่ ยท่ี 4 การวเิ คราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล.................... 1
เนื้อหา 4.1 การวิเคราะห์ข้อมูล........................................................... 3
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปริมาณ......................................... 3
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ........................................ 24
เนื้อหา 4.2 การแปลความหมายและการตีความหมายข้อมูล............... 26
การแปลความหมายข้อมูล................................................ 26
การตคี วามหมายข้อมลู ..................................................... 29
เนื้อหา 4.3 การนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ................................... 31
ตวั อย่างการนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู เชิงปรมิ าณ 32
ตัวอย่างการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู เชงิ คณุ ภาพ 39
ใบงาน................................................................................................... 41
บรรณานุกรม...................................................................................................... 42
ประวัติวทิ ยากรประจำหลกั สูตร......................................................................... 43
ประวัติผู้เขยี น..................................................................................................... 49
ผจู้ ดั ทำ............................................................................................................... 50
ค
คำอธบิ ายหลกั สูตร วิจัยงานการศกึ ษาตลอดชีวติ
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการวิจัย การออกแบบและวางแผนการวิจัย เทคนิควิธี
และเครื่องมือเก็บรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
และการเขยี นรายงานวจิ ยั
จดุ ประสงค์ทั่วไป
จุดประสงคท์ ว่ั ไปของหลักสตู ร วจิ ยั งานการศึกษาตลอดชวี ิต มดี งั นี้
1. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจระเบียบวธิ วี จิ ยั งานการศึกษาตลอดชวี ิต
เบอ้ื งต้น
2. เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถทำการวิจัยงานการศกึ ษาตลอดชีวิตได้
3. เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นสามารถเขียนรายงานการวิจยั ได้อย่างถูกต้อง
วิธกี ารเรยี นการสอน
1. ปฐมนิเทศออนไลน์ เพ่ือช้ีแจงรายละเอียดวิธกี ารเรยี นผา่ นชดุ การเรียน
การสอนออนไลน์
2. ใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาด้วยตนเองจากเอกสารประกอบการเรียนการสอนออนไลน์
หลักสตู รวิจยั งานการศกึ ษาตลอดชีวติ ทุกหน่วย ควบคู่ไปกับการศึกษาใน E-book
ทำกจิ กรรมท่ีปรากฏในเอกสาร
วธิ กี ารประเมนิ ผล
1. คะแนนสอบหลงั เรียน ผา่ นรอ้ ยละ 80
2. ประเมนิ จากผลงาน
ง
วธิ กี ารใช้ชุดการเรียนการสอนออนไลน์
1. ทดสอบก่อนเรียนผ่านชอ่ งทางออนไลน์ Google Form
2. ศกึ ษาขอบขา่ ยของเน้ือหา สาระสำคญั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
โดยละเอยี ด
3. ศกึ ษาชุดการเรียนการสอนออนไลนต์ ามลำดบั ขนั้ ตอน และทำใบงานจนครบ
ทุกหนว่ ยการเรียน
4. สง่ ผลงานไปยงั สถาบนั กศน.ภาคกลาง ทาง E-mail : [email protected]
เพื่อให้วทิ ยากรทปี่ รึกษาตรวจสอบ เสนอแนะและสง่ กลับไปยงั ผเู้ รยี น
5. หากผลงานแตล่ ะหนว่ ยผา่ นแลว้ ให้ดำเนินการศึกษาและทำกจิ กรรม
ในหนว่ ยต่อไปจนครบทกุ หนว่ ย
6. ทดสอบหลงั เรยี นผ่านช่องทางออนไลน์ Google Form
7. สง่ รายงานการวิจัยเพ่ือใหส้ ถาบัน กศน.ภาคกลางได้ดำเนินการเผยแพรต่ ่อไป
1
หน่วยท่ี 4
การวิเคราะหข์ อ้ มลู และนำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
เม่อื ผู้วจิ ัยได้ดำเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลดว้ ยเทคนิควธิ ตี ่าง ๆ มาเรยี บรอ้ ยแล้ว
ข้อมูลท่ีผู้วิจัยได้มา เรียกว่า “ข้อมูลดิบ” ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูล
เชิงคุณภาพ ข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาการวิจัยหรือ
ตอบวัตถุประสงค์การวิจัยท่ีผู้วิจัยต้องการได้ ดังนั้นผู้วิจัยจะต้องนำข้อมูลดิบมากระทำ
อย่างเป็นระบบ เพ่ือให้ได้สาระสำคัญที่สามารถตีความหมายได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน
และเช่ือถือได้ การจัดกระทำดังกล่าวกับข้อมูลเป็นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยสามารถเลือกวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ หรือ
เชิงคุณภาพ หรือท้ังสองอย่าง ตามที่ได้ออกแบบการวิจัยมาตั้งแต่ต้นเพ่ือสรุปข้อมูล
ทีร่ ายงานมาใหอ้ ยู่ในรูปทสี่ ามารถส่ือสารได้อยา่ งถกู ต้อง ชัดเจน และเชอ่ื ถือได้
โครงรา่ งเนอ้ื หา
4.1 การวิเคราะห์ข้อมูล
4.1.1 การวิเคราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ
4.1.2 การวเิ คราะห์ข้อมูลเชงิ คณุ ภาพ
4.2 การแปลความหมายและการตคี วามหมายข้อมลู
4.2.1 การแปลความหมายขอ้ มลู
4.2.2 การตีความหมายข้อมลู
4.3 การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
สาระสำคญั
1. การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลที่ผู้วิจัยได้จากการเก็บรวบรวมออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อหาคำตอบ
ตามวัตถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั และตามสมมตฐิ านทีไ่ ด้กำหนดไว้
2
2. การวเิ คราะห์ข้อมูล แบ่งได้ดงั น้ี
2.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ หมายถึง การนำสถิติมาใช้หาค่าของ
ข้อมูลท่ีแทนคุณลักษณะต่าง ๆ ของตัวแปรที่สามารถจำแนกนับตามกฎเกณฑ์ใด
กฎเกณฑ์หนึ่งได้เป็นจำนวนตัวเลขและมีความหมายข้อมูลท่ีเป็นตัวเลขเหล่าน้ีได้มาจาก
การวดั
2.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ หมายถึง การหาความหมาย หรือ
คำอธิบายแบบแผน พฤติกรรมและปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้น ในลักษณะท่ีแตกต่างกันไป
ได้แก่ การหาแบบแผนพฤติกรรม การให้คำอธิบาย และการวิเคราะห์โดยแบ่งเวลา
เป็นชว่ ง
3. ข้ันตอนหรือวธิ ีการในการวเิ คราะหข์ ้อมูล สามารถทำไดโ้ ดย
3.1 จัดหรือแยกประเภทข้อมูลทีจ่ ะศกึ ษาออกเป็นหมวดหมู่ เพ่ือสะดวกและ
ง่ายต่อการที่จะนำไปวิเคราะห์ต่อไป รวบรวมและจดบันทึกข้อมูลลงในกระดาษ
ทไ่ี ด้เตรยี มไว้
3.2 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเลือกใช้เทคนิคต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับ
ลกั ษณะของข้อมูลทแ่ี ละสามารถตอบคำถามตามจดุ มงุ่ หมายการวจิ ยั ท่ตี งั้ ไว้
3.3 แปลความหมายของข้อมูลตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไวต้ ามระเบียบวธิ ีวจิ ัย
4. การนำเสนอผลการวิเคราะห์ที่ได้ ควรนำเสนอให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ซ่ึง
นยิ มเสนอในรูปตาราง
.
จุดประสงค์การเรยี นรู้
เม่อื ศกึ ษาหนว่ ยนจี้ บแล้ว ผู้เรยี นสามารถ
1. เลือกวธิ ีวเิ คราะห์ข้อมลู ในงานวจิ ัยได้
2. วเิ คราะห์และแปลความหมายข้อมูลงานวจิ ยั ได้
3. นำเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ได้
3
เนอ้ื หา 4.1 การวิเคราะหข์ อ้ มูล
เม่ือกล่าวถึงการวิเคราะห์ข้อมูล มีนักวิชาการได้ให้ความหมายคล้ายคลึงกัน
ได้ แ ก่ Mills (2003), Johnson (2008) พิ ชิ ต ฤ ท ธิ์ จ รู ญ (2 5 5 9 ) ซ่ึ งก ล่ า ว ว่ า
การวิเคราะห์ข้อมูล หมายถึง การจัดกระทำหรือจัดการกับข้อมูลที่จะเข้าไปสู่
สว่ นประกอบต่าง ๆ ของข้อมลู โดยจัดระเบียบ จำแนกประเภท คำนวณคา่ และสรุปผล
เพื่อให้สามารถเข้าใจในส่ิงที่ต้องการศึกษาได้ง่าย เป็นการสรุปและนำเสนอข้อค้นพบ
จากการวจิ ัย ผ่านการส่อื สารทถ่ี ูกต้อง แนน่ อน ชดั เจน และเชอื่ ถอื ได้
การวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
และการวเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคณุ ภาพ ดังรายละเอยี ด
การวิเคราะหข์ อ้ มูลเชิงปริมาณ
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นการนำสถิติมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ที่ได้เก็บรวบรวมมาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลซ่ึงได้จากแบบสอบถาม แบ่งออกได้เป็น
2 ประเภท คือ
1 . ก า ร วิ เค ร า ะ ห์ ด้ ว ย ส ถิ ติ พ ร ร ณ น า (Descriptive Statistics) ใช้ ใน
การวิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปของกลุ่มตัวอย่าง มีลักษณะเป็นข้อมูลแบบนามบัญญัติ เช่น
เพศ อายุ อาชีพ ระดับการศึกษา โดยใช้สถิติ เช่น ค่าความถ่ี ร้อยละ ฐานนิยม หรือ
นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลของตัวแปรอิสระ และตัวแปรตามในแบบสอบถามแต่ละ
ข้อซ่ึงเป็นข้อมูลต่อเนื่อง เช่น ความพึงพอใจ ทัศนคติ ความคิดเห็น โดยใช้สถิติ เช่น
ค่าเฉล่ียหรอื ค่ามชั ฌิมเลขคณิต ( ) และค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เป็นต้น
2. การวิเคราะห์ด้วยสถิติอนุมาน (Inferential Statistics) สถิติอนุมาน เป็น
สถิติท่ีนำมาใช้ในการอ้างอิงไปหาค่าความเป็นจริงของประชากร สถิติอนุมาน
ถูกนำไปใช้ใน 2 เรื่อง คือ การประมาณค่าทางสถิติ และการทดสอบสมมติฐาน ซ่ึงใน
การวิจัยมกั นยิ มนำสถิติอนมุ านมาใช้ในการทดสอบสมมตฐิ าน ซ่ึงสมมติฐานการวิจยั ที่มัก
ใช้บ่อย ไดแ้ ก่
2.1 การทดสอบสมมติฐานที่เป็นค่าเฉล่ีย กรณีประชากรกลุ่มเดียว เช่น
การทดสอบสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่า “ความพึงพอใจของประชาชนต่อนโยบายการจัด
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมมี ากกว่าร้อยละ 80” ใชส้ ถติ ิ t-test
4
2.2 การทดสอบสมมติฐานความแตกต่างของค่าเฉลี่ย กรณีประชากร
2 กลมุ่ ท่เี ป็นอิสระจากกัน (Independent Samples) เป็นการทดสอบสมมติฐานเพื่อดู
ว่าค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่มท่ีเป็นอิสระต่อกันน้ัน มีค่าเฉลี่ยท่ีแตกต่างกันหรือไม่
เช่น การทดสอบสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่า “ประชาชนพึงพอใจการให้บริการของ
ห้องสมดุ ประชาชนขนาดใหญ่ มากกวา่ ห้องสมดุ ประชาชนขนาดเล็ก”
2.3 การทดสอบสมมติฐานความแตกต่างของค่าเฉลี่ย กรณีประชากรต้ังแต่
3 กลุ่มข้ึนไป มีค่าเฉลี่ยท่ีแตกต่างกันหรือไม่ เป็นการทดสอบสมมติฐานเพ่ือดูว่าค่าเฉล่ีย
ของประชากร 3 กลุ่มท่ีเป็นอิสระต่อกันน้ัน มีค่าเฉลี่ยที่แตกต่างกันหรือไม่ เช่น
การทดสอบสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่า “นักศึกษา กศน. ระดับประถมศึกษา ระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความคิดเห็นต่อการให้บริการของ
กศน.ตำบล.......แตกต่างกัน” ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว โดยใช้สถิติ
F-test
2.4 การทดสอบสมมติฐานความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
ท่ีเป็นตัวแปรระดับกลุ่ม เป็นการทดสอบสมมติฐานเพื่อดูว่าตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
ท่ีมีระดับการวัดในระดับกลุ่ม มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เช่น การทดสอบสมมติฐานท่ี
กำหนดไว้ว่า “รายได้มีความสมั พันธ์กับการทำงานในวันเสาร์ อาทิตย์” ใช้การวิเคราะห์
ไคแสควร์ (Chi-square Test)
2.5 การทดสอบสมมติฐานความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
ที่เป็นตัวแปรต้ังแต่ระดับช่วงเท่าข้ึนไป เป็นการทดสอบสมมติฐานเพื่อดูว่าตัวแปรอิสระ
และตวั แปรตามที่มีระดบั การวดั ต้ังแตร่ ะดับชว่ งเท่าขน้ึ ไป มคี วามสัมพันธ์กันหรือไม่ เช่น
การทดสอบสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่า “จำนวนคร้ังของการประชาสัมพันธ์
มีความสัมพันธ์กับจำนวนนักศึกษาท่ีมาสมัครเรียน กศน.” ใช้การวิเคราะห์สหสัมพันธ์
แบบเพยี รส์ ัน (Pearson Correlation)
2.6 การทดสอบสมมติฐานความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปรตาม
ทเี่ ปน็ ตัวแปรต้ังแต่ระดบั ช่วงเท่าขน้ึ ไป โดยมีตวั แปรอสิ ระตงั้ แต่ 2 ตัวแปรขึ้นไปและมตี ัว
แปรตาม 1 ตัวแปร เช่น การทดสอบสมมติฐานที่กำหนดไว้ว่า “ปัจจัยด้าน
การสนับสนุนการอ่านของครู ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมการอ่านในสถานท่ีพบกลุ่ม และ
ปัจจัยด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ มีอิทธิพลต่อนิสัยรักการอ่านของนักศึกษา กศน.”
ใชก้ ารวิเคราะห์การถดถอย
5
การวิเคราะหข์ อ้ มูลเชงิ ปรมิ าณโดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
ผู้เขียนเลือกนำเสนอวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลในหน่วยการเรียนนี้โดยใช้
โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับวิเคราะหข์ ้อมลู ที่ใช้กันทว่ั ไป และสถติ ิ
อย่างง่ายซ่ึงพบบ่อยในการวิจัยงานการศึกษาตลอดชีวิต เพ่ือให้ผู้วิจัยสามารถ
ฝึกวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเองได้
1. การนำเขา้ ข้อมูล
การนำเข้าข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรม SPSS สามารถดำเนินการ
ได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้
วิธีท่ี 1 การนำเข้าขอ้ มลู จากโปรแกรม Excel
1. นำเข้าข้อมูลท่ีจะนำมาวิเคราะห์หาค่าต่าง ๆ ในโปรแกรมสำเร็จรูป
SPSS โดยเริ่มต้นจากการคยี ข์ ้อมูลในโปรแกรม Excel ดงั ภาพ
2. ข้อมูลจาก Excel ที่ได้นำเข้าโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS โดยการเปิด
โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ไปที่ File → Open Database → New Query
6
3. เลือก Excel File → Next
4. เมอ่ื เลือก Next เสร็จ จะขึ้นตามภาพ เลอื กท่ี Browse
7
5. เลือก File งาน Excel ที่เราจัดเกบ็ ไวด้ งั ภาพ
6. กด Open → OK
8
7. จะปรากฏดงั ภาพ
8. เลือก Sheet1 กดลกู ศรตรงกลางสีน้ำเงินหรือลากไปวางท่กี รอบดา้ น
ขวามือ เม่ือดำเนินการข้างต้นแล้วจะปรากฎตารางดงั น้ี
9
9. สุดท้ายใหเ้ ลอื กคำสงั่ Finish ถือวา่ เป็นการสนิ้ สดุ ของการกรอกขอ้ มูล
ของแบบสอบถามที่คดั ลอกจากไฟล์งานExcel ดงั ภาพ
วิธีที่ 2 การคีย์ข้อมูลข้อมูลลงในโปรแกรม SPSS โดยตรง สามารถ
ดำเนินการได้ดังน้ี
1. เปิดโปรแกรม SPSS ข้ึนมาดังภาพ แล้วให้คลิกไปที่ Variable View
10
2. เลือกพิมพ์ในช่อง Name ตามหัวข้องจากลำดับเลขท่ี 1 ลงมา
ตัวอย่าง ช่องท่ี 1 ให้พิมพ์ เพศ ช่องที่ 2 ให้ พิมพ์ สถานภาพ ช่องท่ี 3 ให้พิมพ์ข้อที่ 1
ลงมาเรือ่ ยจนถงึ ขอ้ ท่ี ……..
3. เมือ่ ปอ้ นขอ้ มลู ดังกล่าวเสร็จ ให้เลือกทห่ี ัวข้อ Data View ขอ้ มูลจะ
แสดงดังภาพ
11
4. การแสดงผลของเพศ สถานภาพ และ คา่ ของตวั เลขระดับการตอบข้อ
คำถาม ให้เลือกไปทคี่ อลัม Values ตามตารางด้านล่าง เช่น การกำหนดคา่ เพศ
4.1 Value พิมพ์ “1“ → Value Lable พิมพ์ “ชาย” → Add
→ Value พมิ พ์ “2“ → Value Lable พมิ พ์ “หญิง” →Add
12
4.2 กด OK จะแสดงดงั ภาพ
4.3 ผลการแสดงข้อมูลทห่ี นา้ Data View จะแสดงผลดงั ภาพ
4.4 การกำหนดคา่ ของ อายุ สถานภาพ อาชีพ และ ค่าของตวั เลข
ระดับการตอบข้อคำถาม หรอื อ่ืนๆ ให้ทำเชน่ เดียวกัน
13
5. ใหค้ ียข์ ้อมูลของแบบสอบถามไปทลี ะชุดในช่องขวามือเรื่อยๆ จนถงึ
ข้อท…่ี ….จนครบตามแบบสอบถามของผ้วู จิ ัย จะไดต้ ารางดังภาพ
2. การตรวจสอบข้อมลู
2.1 การตรวจสอบข้อมูลว่าการคยี ์ข้อมลู ผิดพลาดหรือไม่ ใช้คำสง่ั ดงั ภาพ
Analyze → Descriptive Statistics → Descriptives..
14
2.2 จะปรากฏดงั ภาพ จากน้ันใหค้ ล๊กิ ที่ตวั แปรแรก
2.3 กด Shift →คลิ๊กตัวสุดท้าย →กดลูกศรตรงกลางเพื่อย้ายตวั แปร
มาชอ่ งว่างดา้ นขวา
15
2.4 กด OK โปรแกรมจะแสดงผลดังภาพ
ขอ้ มูลในด้านเพศจะมีค่า Minimum = 1 Maximum = 2 เท่านั้น
ข้อมลู ด้านขอ้ คำถามจะมีคา่ Minimum = 1 Maximum = 5 เทา่ นน้ั
**ถา้ หากคา่ ออกมาตามทีก่ ำหนดถือว่าการคยี ข์ ้อมลู ไม่มีการผดิ พลาด**
3. การสรา้ งตัวแปรคา่ เฉล่ยี รวม
3.1 ไปทเ่ี มนู Transform → Compute.. ดงั ภาพ
16
3.2 ทช่ี อ่ ง Target Varuable พมิ พ์คำวา่ “รวม” → ช่อง Numerice
Expression พมิ พ์ “mean(ข้อ1 to ข้อ....) → OK
3.3 โปรแกรมจะแสดงช่องค่าเฉลยี่ รวมตามตารางด้านลา่ ง
รวม
17
4. การหาคา่ ความเช่ือมั่นของแบบสอบถาม
4.1 การหาค่าความเชือ่ ม่ันของแบบสอบถาม ดำเนนิ การตามภาพ
ไปทเ่ี มนู Analyze → Scale → Reliability Analysis
4.2 จะปรากฏดังภาพ จากนั้นให้คลิ๊กไปที่เมนู Statistics
18
4.3 เมนู Descriptive for กดเลอื ก Item → Scale → Scale if
item deleted → Continue ดงั ภาพ
4.4 เลอื กข้อคำถาม (ขอ้ ท่ี 1- ขอ้ ท.่ี ...) แล้วเลอื ก OK
19
4.5 ค่าความเชื่อมัน่ รายข้อและภาพรวมจะแสดงผลดังภาพ
ค่าความเชอื่ ม่ันภาพรวมทง้ั ฉบบั
ค่าความเช่อื มน่ั รายขอ้
5. การหาคา่ ความถ่ี
5.1 ไปท่ีเมนู Analyze → Descriptive Statistics → Frequencies
20
5.2 จากนั้น เลือกตัวแปร ท่ผี ู้วจิ ัยต้องการหาค่าความถี่ ดงั ภาพ
5.3 คลก๊ิ OK จะแสดงผลดังภาพ
21
6. การหาคา่ เฉลยี่
6.1 ไปที่เมนู Analyze → Descriptive Statistics → Descriptives
6.2 จากนั้น เลอื กตวั แปร ที่ผู้วิจัยต้องการหาคา่ เฉล่ียและค่าส่วน
เบีย่ งเบนมาตรฐาน ใชล้ ูกศรส่งไปไวใ้ นช่องขวามือ ดังภาพ
22
6.3 กด OK โปรแกรมจะคำนวณคา่ เฉล่ียและค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
รายข้อและรายด้านออกมาดังภาพ
ผู้วิจัยสามารถเลือกข้อคำถามและข้อเฉล่ียรวมแต่ละด้านในการคำนวณ
1 ครั้ง เพ่ือปอ้ งกนั การสบั สนในการนำข้อมูลมาเสนอในตารางก็ได้
7. การเปรยี บเทียบคะแนน ก่อน -หลงั เรยี น (อบรม)
7.1 สรา้ งฐานขอ้ มลู คะแนน กอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น จากนัน้ เขา้ เมนู
Analyze → Compare Mean → Paired-Samples T Test..
23
7.2 เลอื กคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรยี นไปไวด้ า้ นขวา
7.3 คลกิ๊ OK จะแสดงค่าทางสถิติดังน้ี
จากตารางจะเห็นได้ว่า คะแนนหลังเรียนสูงกวา่ คะแนนก่อนเรียนอยา่ งมี
นยั สำคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01
24
การวิเคราะห์ข้อมลู เชิงคณุ ภาพ
กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนท่ีสำคัญในการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่ง
จะต้องเร่ิมดำเนินการควบคู่กันไปกับการเก็บรวบรวมข้อมูล ต้ังแต่การต้ังคำถาม
การนำเอาข้อมูลมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน การจัดกระทำกับข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ
เช่น การจัดหมวดหมู่ การเปรียบเทียบข้อมูล จนกระทั่งเห็นแนวทางของคำตอบเป็น
กระบวนการหรือข้ันตอนท่ีต้องทำซ้ำ ๆ ให้มีความก้าวหน้าไปเร่ือย ๆ ตลอดระยะเวลาที่
ปฏิบัติงานในสนาม ผลการวิเคราะหท์ ี่ได้จะนำมาใช้ปรับแนวคดิ ตรวจสอบความถูกต้อง
ของข้อมูล หรือปรับยุทธวิธีในเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและ
ครบถ้วน ฉะน้ันในการวิจัยประเภทนี้ ช่วงของการเก็บรวบรวมข้อมูลกับการวิเคราะห์
ข้อมูลจึงแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดไม่ได้ เพียงแต่ความเข้มข้นของกิจกรรมในแต่ละ
ช่วงจะแตกต่างกนั
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในงานวิจัยการศึกษาตลอดชีวิต ส่วนใหญ่
เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากเคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ เช่น แบบสอบถาม
ปลายเปดิ การสัมภาษณ์ การสงั เกตการณ์ และการวจิ ัยปฏบิ ัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR)
เป็นต้น มาทำการวิเคราะห์ ลักษณะของข้อมูลมักเป็นข้อมูลเก่ียวกับความรู้สึก
ความคดิ เห็น และพฤติกรรม
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้ึนอยู่กับลักษณะของข้อมูล ซึ่งหลัก ๆ
จะพบเห็นอยู่ 2 ประเภท ดังนี้
1. ข้อมูลจากแบบสอบถาม ได้แก่ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่งอยู่ส่วน
ท้ายสุดของแบบสอบถาม หรือข้อมูลจากการสัมภาษณ์ มักจะใช้วิธีการวิเคราะห์เน้ือหา
(Content Analysis) มขี ั้นตอนดงั น้ี
ขั้นตอนท่ี 1 เร่ิมด้วยการอ่านหรือพิจารณาข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้
กำหนดประเดน็ หรอื คำสำคญั ในข้อความนั้น ๆ นำมาจัดกลมุ่
ข้ันตอนท่ี 2 จำแนกประเภทเน้ือหา ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ
การวิจัย หรือนำไปสู่การตอบปัญหาการวิจัย มีความครอบคลุมในรายละเอียดของ
เน้ือหามากพอ ข้อมูลมีความเด่นชัด ไม่ซ้ำซ้อนหรือคล้ายคลึงกันและใช้หลักเดียวกันใน
การจำแนกประเภทของข้อมลู
ขัน้ ตอนที่ 3 กำหนดหน่วยของเนอ้ื หาที่จะลงมือจำแนกเพือ่ การแจงนบั
25
ขั้นตอนท่ี 4 กำหนดวิธีแจงนับ เช่น นับเวลา สถานที่ ความถี่ เป็นต้น
ท้งั นี้ผูว้ ิจยั จะตอ้ งไม่นำอคตหิ รอื ความรสู้ กึ ส่วนตัวเขา้ ไปเก่ยี วข้องในการกำหนด
2. ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม หรือการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มักจะนำมาเขียน
เปน็ ความเรียง มขี ้นั ตอนการวเิ คราะหด์ ังน้ี
ขั้นตอนท่ี 1 ถอดเนื้อหาข้อมูลท่ีได้จากการบันทึกเทปหรือจดบันทึก
อยา่ งละเอียด
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
ขน้ั ตอนท่ี 3 จำแนกขอ้ มลู และจดั ระบบขอ้ มูลท่ีได้ให้เป็นหมวดหมู่
ข้ันตอนที่ 4 ตคี วามสร้างข้อสรุปแบบอุปนยั ซ่ึงเปน็ การนำข้อมลู ที่ได้
จากเหตุการณท์ ่ีเกิดข้นึ มาหาบทสรปุ
ขั้นตอนท่ี 5 นำเสนอข้อมูลเป็นข้อความแบบบรรยาย ซ่ึงอาจเสริม
คำคำพูดของผู้สัมภาษณ์บางตอนเพ่ือส่ือความหมายให้ขัดเจนขึ้น และต้องเช่ือมโยง
ความสำคัญให้ครอบคลุมแต่ละประเด็นหรือคำสำคัญนั้น ๆ ในการเขียนร้อยเรียง
เป็นความเรยี ง เพ่ือนำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
สรุปได้ว่า การวิเคราะห์ข้อมูล หมายถึง การจัดกระทำหรือจัดการกับข้อมูลท่ี
จะเข้าไปสู่ส่วนประกอบต่าง ๆ ของข้อมูล โดยจัดระเบียบ จำแนกประเภท คำนวณค่า
และสรปุ ผล เพอ่ื ให้สามารถเข้าใจในส่ิงท่ีต้องการศึกษาได้งา่ ย เป็นการสรุปและนำเสนอ
ขอ้ คน้ พบจากการวิจยั ผ่านการส่อื สารที่ถกู ต้อง แน่นอน ชดั เจน และเชอ่ื ถอื ได้
26 การแปลความหมายและการตคี วามหมายข้อมลู
เน้ือหา 4.2
การแปลความหมายขอ้ มูล
ก า ร แ ป ล ค ว า ม ห ม า ย ข้ อ มู ล ห รื อ ก า ร แ ป ล ผ ล ก า ร วิ เค ร า ะห์ ข้ อ มู ล เป็ น ก า ร
แปลความและตีความหมายข้อมูล เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าการวิจัยได้ข้อค้นพบอะไรบ้าง
ผลของการวิจัยทค่ี น้ พบเป็นอยา่ งไร มักจะใช้ในการแปลความหมายของข้อมลู ตัวเลข
หลักการแปลผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู มีดังน้ี
1. หลักการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลโดยทวั่ ไป
1.1 การแปลผลใต้ตาราง เป็นการแปลผลที่นิยมใช้โดยท่ัวไป เนื่องจาก
ทำให้เข้าใจง่าย ทั้งความหมายและเน้ือหาข้อมูลท่ีเป็นตัวเลข โดยนิยมใช้คำว่า “จาก
ตารางที่...พบว่า หรือแสดงให้เห็นว่า” เป็นการสรุปให้ผู้อ่านเห็นภาพ และแปลผลการ
วิเคราะห์ข้อมูลหรือตัวเลขตามที่ปรากฏจริง ไม่เสริมเพิ่มเติมความคิดเห็นส่วนตัวใด ๆ
ลงไป
1.2 การแปลผลจากตาราง ให้แปลเฉพาะประเด็นท่ีสำคัญ เป็นข้อมูลท่ี
เหน็ เดน่ ชดั ใชภ้ าษาทีอ่ า่ นและเข้าใจงา่ ยและชัดเจนในการแปลผลข้อมลู
1.3 แปลผลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การประเมินและสมมติฐาน
(ถ้ามี) โดยพิจารณาว่าผลท่ไี ดพ้ าดพงึ ถงึ สง่ิ ใด ควรแปลในลักษณะใดจึงจะถกู ตอ้ ง
1.4 การแปลผลด้วยสถิติอ้างอิง หากพบว่ามีนัยสำคัญทางสถิติให้แปล
ด้วยว่ามีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับใด เช่น .05 หรือ .01 และหากพบว่าค่าสถิติไม่มี
นัยสำคัญทางสถิติ ให้แปลว่าไม่แตกต่างกัน หรือไม่มีความสัมพันธ์กัน (โดยไม่ต้องบอก
ระดบั .05 หรอื .01)
2. หลกั การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมลู ด้วยสถิตเิ ชิงบรรยาย
2.1 หลักการแปลรอ้ ยละ
2.1.1 การแปลร้อยละเก่ียวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบ เช่น เพศ
อายุ รายได้ ควรมีรวมใต้ตารางในช่องท่ีอยู่บรรทัดสุดท้ายซึ่งรวมแล้วต้องเท่ากับ
100.00 เสมอ
2.1.2 ควรใส่จำนวนที่หัวตารางกรณีกลุ่มตัวอย่างใช้ n กรณีศึกษา
กับประชากรใช้ N
27
2.1.3 หากกลุ่มตัวอย่างมจี ำนวนน้อยกว่า 30 คน ไม่ควรแปลร้อยละ
ให้เสนอความถเี่ ท่านั้น
2.1.4 การแปลผล นิยมแปลผลขอ้ มูลท่ีมคี ่าสูง 1 – 3 ลำดับแรกของ
แต่ละตวั แปร โดยแปลผลวา่ สว่ นใหญ่ไดแ้ กอ่ ะไร คิดเป็นรอ้ ยละ... หรือ(ร้อยละ...)
2.2 หลักการแปลผลคา่ เฉล่ีย
2.2.1 การนำเสนอตารางคา่ เฉลยี่ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานอาจใส่
(n=…) หลังชื่อตารางท่ี.... หรือบนหัวตารางด้วยเพื่อบอกให้ทราบว่า การหาค่าเฉล่ีย
และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานคำนวณจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนเท่าไร และควรนำเสนอ
คา่ เฉลยี่ ควบคู่กบั ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ด้วย
2.2.2 การแปลค่าเฉล่ีย ไม่นิยมใช้คำว่าส่วนใหญ่ ทั้งน้ีให้แปลผล
ภาพรวมใต้ตารางก่อน จากนั้นจึงแปลค่าเฉล่ียท่ีเรียงลำดับจากมากไป น้อยเรียง
ตามลำดับ หรืออาจจะแปลค่าเฉล่ียท่ีมากที่สุด 3 อันดับแรก และน้อยท่ีสุด 1 อันดับ
โดยท่ัวไปไม่นิยมแปล ส่วนเบ่ียงมาตรฐาน แต่นำเสนอมาให้เพื่อให้ผู้อ่านดูการกระจาย
คำตอบว่ามีความแตกต่างกระจายมากน้อยเพียงใด (หากพบค่า S.D. มีค่ามากกว่า
0.75 ควรนำไปใช้ประกอบอภิปรายผลการประเมินด้วย เพราะหมายถึงผู้ตอบมีความ
คิดเห็นต่างกันมาก ค่า S.D. ยิ่งต่ำแสดงว่ามีการกระจายน้อย ความเห็นจะคล้อยตามกัน
หรือเหมอื นกันในทางเดียว)
2.2.3 การแปลผลเฉล่ียรวมใต้ตาราง ข้อคำถามควรเป็นเร่ืองราว
เดียวกัน จึงจะสามารถนำค่าเฉลี่ยรายข้อในแต่ละด้านมารวมกันได้ หากมีการแบ่ง
เนื้อหาเป็นแต่ละเรื่อง หรือเป็นคนละเนื้อหากัน ไม่นิยมนำค่าเฉล่ียรายข้อซ่ึงอยู่ต่าง
หมวดมารวมกันเพราะจะทำให้ผลการแปลไม่ถูกตอ้ ง
2.2.4 ในการแปลความหมายข้อมูลท่ีเป็นค่าเฉลี่ย จะต้องกำหนด
เกณฑ์ในการแปลผล ซึ่งใช้คะแนนเฉล่ีย โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ดังนี้ (ปรีชา จันทรมณี.
2553)
คา่ เฉลี่ย หมายถึง
1.00 – 1.49 นอ้ ยทส่ี ุด
1.50 – 2.49 น้อย
2.50 – 3.49 ปานกลาง
3.50 – 4.49 มาก
4.50 – 5.00 มากที่สุด
28
2.3 หลกั การแปลผลความสมั พนั ธข์ องตวั แปร
การแปลผลสมั ประสทิ ธส์ิ หสัมพนั ธ์ในการบรรยายขอ้ มลู ให้แปลว่า
ตัวแปร 2 ตัวมีความสัมพันธ์กันในทิศทางเดียวกัน หรือทิศทางตรงกันข้ามและจะต้อง
แปลขนาดความสัมพันธ์ว่ามีความสัมพันธ์มากหรือน้อย ตัวอย่างเช่น อายุและ
ประสบการณ์ทำงานมีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านการสอน กศน. ในระดับมาก
และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนรายได้ไม่มีความสัมพันธ์กับความสามารถ
ด้านการสอน กศน.
ค่า r เทา่ กับ 0 แปลว่า ตวั แปรไมส่ ัมพนั ธก์ นั
r มีค่าน้อยกวา่ .40 แปลว่า ตวั แปรสัมพันธ์กันระดบั นอ้ ย
r มคี า่ 0.40 - 0.60 แปลวา่ ตวั แปรสัมพันธก์ นั ระดับปานกลาง
r มีค่ามากกว่า 0.60 แปลวา่ ตวั แปรสมั พนั ธก์ นั ระดบั มาก
3. หลักการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลดว้ ยสถติ เิ ชิงสถติ ิอา้ งองิ
3.1 หลกั การแปลผลการทดสอบค่าที (t-test)
3.1.1 โดยปกติการคำนวณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์คำนวณ
นิยมใส่ค่า Sig หรือ p ลงในตารางเพ่ือให้ผู้อ่านเห็นว่า ถ้า p มีค่าเท่ากับหรือ < .05
แปลว่ามนี ัยสำคญั ทางสถิติทร่ี ะดบั .05 ถ้า p มคี ่าเทา่ กับหรือ < .01 แปลว่ามนี ัยสำคัญ
ทางสถิติทร่ี ะดบั .01
ถ้าผลการทดสอบมีนัยสำคัญ ต้องแปลว่ามีนัยสำคัญทาง
สถิติท่ีระดับ .05 หรือระดับ .01 และจะต้องใส่เครื่องหมาย * ที่ค่าสถิติ t และใส่ *
ใต้ตารางเช่น *p< .05 t (.05,df 19) t = 1.769 หรือ *p< .05 หรือ * มีนัยสำคัญ
ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05 เปน็ ตน้
3.1.2 ถ้าผลการทดสอบ ไม่พบนัยสำคัญทางสถิตใิ ห้แปลวา่ ไม่แตกตา่ ง
กัน โดยไม่ตอ้ งบอกวา่ ไม่แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ระดบั ใด
3.2 หลกั การแปลผลการวเิ คราะหค์ วามแปรปรวน (ANOVA)
ถ้าผลการทดสอบไม่พบนัยสำคัญทางสถิติ ให้แปลว่าไม่แตกต่างกัน
และไม่ตอ้ งเปรยี บเทียบความแตกต่างเปน็ รายคู่ ถ้าผลการทดสอบพบนัยสำคัญทางสถิติ
ให้แปลวา่ มคี วามแตกตา่ งกันอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .05 หรอื .01 และจะต้อง
ทำการทดสอบรายค่ดู ้วยวิธีการของ Scheffe' หรอื Newman – Kuel
29
3.3 หลกั การแปลผลความสมั พันธ์
3.3.1 การแปลผล ไคสแควร์ ถ้าพบนัยสำคัญทางสถิติให้แปลว่า
ตวั แปร 2 ตวั มีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ิที่ระดับ .05 หรือ .01
3.3.2 การแปลผลสัมประสิทธิ์สหสมั พันธ์ในกรณี่ที่ต้องการอ้างอิงไป
ยังประชากร ถ้าพบนัยสำคัญทางสถิติให้แปลว่าตัวแปร 2 ตัวมีความสัมพันธ์กัน
ในทิศทางเดียวกัน หรือทิศทางตรงกันข้ามและจะต้องแปลขนาดความสัมพันธ์ว่า
มีความสัมพันธ์มากหรือน้อย โดยบอกระดับนัยสำคัญทางสถิติในระดับ .01 หรือ .05
ดว้ ย
การแปลผลและตีความข้อมูลมีความสำคัญมากในการวิจัยเพราะทำให้
ผลการวิจยั มีความถกู ต้อง ผู้อ่านเข้าใจไดง้ ่าย และมคี วามน่าเชอ่ื ถอื
การตีความหมายข้อมูล
ในการวิจัยเชิงคุณภาพ การตีความข้อมูลจะทำให้ผู้วิจัยเข้าใจตัวตนและสังคม
ของผู้ให้ข้อมูลได้ชัดเจนข้ึน อาร์โนลด์ (Arnold. 1982) กล่าวถึง ความหมายของข้อมูล
ในการวิจัยเชิงคุณภาพได้อย่างชัดเจนว่า “ถ้าเม่ือใดผู้วิจยั พรรณนาถึงส่ิงที่ประชากรท่ีได้
ไปศึกษา ทำหรือปฏิบัติโดยไม่ได้สอบถามถึงเหตุผลของการปฏิบัตินั้น แสดงว่ากำลัง
พรรณนาถึง พฤติกรรม แต่เม่ือใดที่ผู้วิจัยศึกษาไปถึงเหตุผลหรือความคิดในการกระทำ
น้ัน ๆ แสดงว่าผู้วิจัยกำลังค้นหาความหมาย” ซึ่งก็คือคำอธิบายซึ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่
ซ่อนอยู่
โดยท่ัวไปแล้วการตีความหมายหรือการอธิบาย จะมีอยู่ 4 ระดับ ระดับแรก
เป็นการตีความหรือให้เหตุผลตามความเช่ือของผู้ให้ข้อมูล หรือเป็นสิ่งท่ีปรากฏได้จาก
การสังเกตและพูดคุยกับผู้ให้ข้อมูล ระดับที่สอง เป็นการตีความของผู้วิจัยซึ่งค้นพบ
เหตุผลท่ีซ่อนเร้นอยู่ ระดับที่สาม เป็นการตีความเชื่อมโยงกับทฤษฎีที่ผู้อ่ืนได้พัฒนาข้ึน
และ ระดับทส่ี ่ี คือการทผ่ี วู้ จิ ยั สรา้ งทฤษฎีใหมข่ น้ึ มาอธบิ ายปรากฏการณ์ทเี่ กดิ ขึ้นน่ันเอง
ยกตัวอย่าง การศึกษาเก่ียวกับคุณภาพชีวิตของสตรีหม้ายในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ผู้วิจัยต้องการทำความเข้าใจถึงการดำรงชีวิตในสภาวะของสตรีหม้ายที่สามี
เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลกระทบจากการท่ีสามี
เสียชีวิต การปรับตัวหลังจากสามีเสียชีวิต การประกอบอาชีพ การเล้ียงดูบุตร และการ
ปฏิบัติท่ีชุมชนปฏิบัติต่อสตรีที่สามีเสียชีวิต ผู้วิจัยจะต้องทำความเข้าใจกับบริบท
30
ทางสังคม สถานการณ์ต่าง ๆ ความสัมพนั ธข์ องคนอยา่ งรอบด้านและลุ่มลกึ เมือ่ ผู้วิจัย
นำข้อมูลท่ีได้จากการสอบถาม สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักแล้ว จะสามารถทำความเข้าใจ
กับสภาวะการดำเนินชีวิต แรงกดดัน และผลกระทบที่สตรีเหล่านี้ได้รับจากสังคมได้
อย่างชัดเจนเสมือนตนเป็นเจา้ ของเร่ืองเอง
การตีความหมายหรือการหาความหมายในการวิจัยเชิงคุณภาพ ไม่มีรูปแบบ
ตายตัว ขึ้นอยู่กับปัญหาการวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย รวมทั้งบริบททางสังคมและ
วัฒนธรรมของประชากรกลุ่มตัวอย่างเป็นสำคัญ ผู้วิจยั จำเป็นตอ้ งรอบรใู้ นหลาย ๆ ด้าน
รวมทั้งสามารถเปรียบเทียบเหตุการณ์ ความคิด ความเช่ือ สถานการณ์ เวลา สถานทไี่ ด้
เป็นอย่างดี เพ่ือท่ีจะสามารถนำมาร้อยเรียงเรื่องราวเขียนรายงานเพ่ือส่ือสารและ
ถ่ายทอดใหผ้ อู้ ืน่ เขา้ ใจตอ่ ไป
สรุปได้ว่า การแปลผลข้อมูลเป็นการแปลความและตีความหมายข้อมูล
เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าการวิจัยได้ข้อค้นพบอะไรบ้าง ผลของการวิจัยที่ค้นพบเป็นอย่างไร
ส่วนการตีความข้อมูล เป็นการดึงความหมายออกจากข้อมูลท่ีมีอยู่ และทำความเข้าใจ
ว่าข้อมูลบอกอะไรบ้าง ซึ่งอาจตีความข้อมูลต่อจากการเปรียบเทียบข้อมูล โดยมีการ
เลือกกลุ่มคำหลัก ๆ ท่ีได้รับจากการสัมภาษณ์มาตีความเพ่ือหาความหมายที่แฝงเร้นอยู่
ร่วมกับคำอ่ืน ๆ ที่เป็นบริบทร่วมกันในคำตอบน้ัน ๆ เพ่ือสร้างข้อสรุปใหม่ แล้วเขียน
ข้อสรุปท่ีอธิบายพฤติกรรมหรือเหตุการณ์นั้น ๆ หรือนำผลการวิเคราะห์ไปสร้างเป็น
ข้อสรุปอปุ นยั ในท่ีสุด
31
เน้ือหา 4.3 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากการวิเคราะห์
ข้อมูล โดยท่ัวไปนิยมนำเสนอตามข้อรายการในแบบสอบถาม ส่ิงท่ีควรเสนอเป็น
ลกั ษณะของประชากรหรือกลุ่มตัวอยา่ งท่ใี ห้ขอ้ มูลเพอื่ สะท้อนภาพของกลุ่มตัวอย่างวา่ มี
คุณลักษณะเช่นใด และสามารถแทนประชากรท่ีมีลักษณะเช่นใด เช่น เพศ อายุ อาชีพ
จากนั้นนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับของวัตถุประสงค์การวิจัย ซ่ึงโดยมาก
จะนำเสนอในรูปตาราง (Table) และการพรรณนาความ (Description) โดยจะเริ่มต้น
จากการท่ีผู้วิจัยบรรยายว่าจะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร ในส่วนน้ีจะมีการ
นำเสนอตารางและภาพประกอบเท่าที่จำเป็น ท้ังนั้นจะต้องมีการบรรยายใต้ตารางหรือ
ใต้ภาพประกอบด้วย หากประเด็นท่ีศึกษามีหลายประเด็นและซับซ้อน ควรมี
การแบ่งตอนใหช้ ัดเจน
หลกั การนำเสนอผลการวิจัย มดี งั นี้
1. นำเสนอตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยเรียงตามลำดับของวัตถุประสงค์
และนำเสนอผลตามขอ้ ค้นพบจากการวิจัย
2. รูปแบบหรือวิธีการนำเสนอเรียบง่าย เน้นความชัดเจน มีมาตรฐานและ
เข้าใจง่าย เช่น การนำเสนอผลการวิเคราะห์จากสถิติพรรณนา มักจะถูกนำเสนอในรูป
ตารางและควรเสนอให้น้อยที่สุดแต่ครอบคลุมและสื่อความครบถ้วน ส่วนการนำเสนอ
ผลการทดสอบทางสถิติ เช่น การวิเคราะห์ด้วย t-test, ANOVA เหล่านี้ค่าท่ีต้อง
นำเสนอ คอื คา่ เฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คา่ สถติ ทิ ดสอบ และคา่ นัยสำคัญ (sig)
3. ใช้ภาษานำเสนอที่ชัดเจนถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และอ่านผล
อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่แปลผลเกินจริง เลือกอธิบายข้อมูลท่ีสำคัญไม่จำเป็นต้องอ่าน
ตัวเลขในตารางทกุ ตวั
4. ในการนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ประกอบด้วย 3 หวั ข้อย่อย คอื
4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยปกติแล้ว
การแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีสัญลักษณ์สถิติเกี่ยวข้อง เพื่อความสะดวกไม่ต้อง
อธิบายหลายคร้ัง ในการนำเสนอผู้วิจัยควรกำหนดสัญลักษณ์ บอกความหมายของ
สัญลักษณ์เพื่อความเข้าใจของผู้อ่านงานวิจัยเล่มนั้น ๆ หากพบสัญลักษณ์ที่กล่าวถึง
เช่น
32
แทน ค่าเฉล่ีย
S.D. แทน ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
t แทน ค่าพจิ ารณาในการแจกแจงแบบที (t-distribution)
df แทน คา่ ชั้นของความเปน็ อิสระ
F แทน คา่ สถติ ทิ ่ใี ช้พจิ ารณา F-distribution
SS แทน ผลบวกของกำลงั สองของคะแนน (Sum of Squares)
MS แทน คา่ คะแนนเฉลย่ี ของผลบวกกำลังของคะแนน
(Mean of Squares)
r แทน คา่ สัมประสทิ ธิ์สหสัมพนั ธ์
** แทน ความแตกต่างอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
* แทน ความแตกตา่ งอยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั .05
4.2 ลำดับขั้นตอนการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการอธิบายว่า
ผู้วิจัยจะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนก่ีตอน ซ่ึงอาจจะมีหลายตอนก็ได้ตาม
ความเหมาะสมที่จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของ
ผตู้ อบแบบสอบถาม เป็นตน้
4.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล เปน็ นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ
ขั้นตอนท่กี ล่าวไว้ ในขอ้ 4.2
ตัวอยา่ งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ
การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ที่พบเห็นในงานวิจัยส่วนใหญ่
จะมีอยู่ 2 ลักษณะ ได้แก่ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพ้ืนฐาน เช่น
ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และ การนำเสนอข้อมูลที่มีการ
ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติท่ีซับซ้อนกว่า เช่น t-test, ANOVA เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนได้
นำเสนอตัวอย่างประกอบการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อผู้อ่านจะได้มีแนวทาง
ในการสร้างตาราง การนำเสนอในเชงิ ตัวเลขและการบรรยายใตต้ าราง
33
ตัวอย่างที่ 1 กรณีผู้วิจัยนำเสนอผลค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และ
สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ดงั ตารางท่ี 1-3
ตารางท่ี 1 (ตวั อยา่ ง) จำนวนและรอ้ ยละของข้อมูลทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ท่ี ข้อมูลทั่วไป (n = 400 ) จำนวน รอ้ ยละ
1 เพศ 160 40.00
ชาย 240 60.00
หญิง 400 100.00
รวม 74 18.50
186 46.50
2. อายุ 140 35.00
50-60 ปี 400 100.00
61-70 ปี
71 ปีขึ้นไป
รวม
จากตารางที่ 1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เปน็ เพศหญิงคดิ เป็นรอ้ ย
ละ 60.00 เพศชาย คิดเป็นร้อยละ 40.00 มีอายุ 61-70 ปี คิดเป็นร้อยละ 46.50
รองลงมาอายุ 71 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 35.00 และ อายุ 50-60 ปี คิดเป็นร้อยละ
18.50 ตามลำดบั
ตารางที่ 2 (ตัวอยา่ ง) คา่ เฉล่ีย ( ) และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ความตอ้ งการ
การศึกษาตลอดชวี ติ สำหรบั ผ้สู ูงอายสุ ู่สงั คมสูงวัยในภาพรวม
ที่ ความตอ้ งการการศึกษาตลอดชวี ติ S.D. ระดับ
1. ดา้ นการดูแลสขุ ภาพ 3.83 0.37 มาก
2. ด้านอาชพี 3.65 0.46 มาก
3. ดา้ นสวัสดกิ ารและการอยู่ร่วมกนั ในสังคม 3.89 0.58 มาก
รวม 3.77 0.36 มาก
จากตารางท่ี 2 พบว่า ความต้องการการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับผู้สูงอายุสู่
สังคมสูงวัย โดยภาพรวมมีความต้องการอยู่ในระดับมาก ( = 3.77, S.D. = 0.36)
โดย ด้านสวัสดิการและการอยู่ร่วมกันในสังคมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( =3.89, S.D. =
34
0.58) รองลงมาคือ ด้านการดูแลสุขภาพ ( = 3.83, S.D. = 0.37) และด้านอาชีพ
( = 3.65, S.D. = 0.46) ตามลำดับ
ตารางท่ี 3 (ตัวอย่าง) ค่าเฉล่ีย ( ) และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดบั
ประสทิ ธผิ ลในการบรหิ ารจดั การขยะมลู ฝอยของเทศบาล...... ด้านปรมิ าณ
งานทที่ ำได้
ด้านปริมาณงานทีท่ ำได้ S.D. ระดบั
1 เทศบาลกำหนดใหม้ ีการเก็บขยะอย่างน้อยวนั 4.02 0.91 มาก
. ละ 1 ครง้ั 3.88 0.82 มาก
2. รถขยะสามารถออกวง่ิ เกบ็ ขยะได้ทกุ วัน 3.77 0.88 มาก
3. รถขยะออกว่ิงเก็บขยะตรงเวลาทกุ วนั
4. เจ้าหนา้ ที่ทอี่ ยู่รถขยะเกบ็ ขยะสามารถเก็บ 3.83 0.81 มาก
3.93 0.74 มาก
ขยะได้หมดในแตล่ ะวนั
รวมเฉล่ีย
จากตารางท่ี 3 พบว่า ระดับประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล.... ด้านปรมิ าณงานทีท่ ำไดโ้ ดยรวมมีประสทิ ธิผลอยู่ในระดับมาก ( = 3.93 )
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า เทศบาล..กำหนดใหม้ ีการเก็บขยะอย่างน้อยวัน
ละ 1 คร้ัง มีค่าเฉล่ียสูงท่ีสุด ( = 4.02) รองลงมาได้แก่ รถขยะสามารถออกว่ิงเก็บ
ขยะได้ทุกวนั ( = 3.88) และเจ้าหน้าท่ีที่อยู่รถขยะเก็บขยะสามารถเก็บขยะได้หมดใน
แต่ละวัน ( = 3.83) ส่วนรถขยะออกวิ่งเก็บขยะตรงเวลาทุกวันมีค่าเฉลี่ยต่ำท่ีสุด
เท่ากนั ( = 3.77)
35
ตัวอย่างท่ี 2 กรณีผู้วิจัยนำเสนอข้อมูลท่ีมีการทดสอบสมมติฐาน โดยมีการ
เปรียบเทียบ ดงั ตารางท่ี 4-6
ตารางที่ 4 (ตวั อยา่ ง) เปรยี บเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใชช้ ุด
วิชา…….. หน่วยที่ 1 .......
คะแนน N S.D. t Sig.
กอ่ นเรยี น
หลังเรยี น 9 1.89 0.78 14.546 0.00
9 4.44 0.73
จากตารางท่ี 4 พบว่า ผู้เรียนท่ีใช้ชุดวิชา........ หน่วยท่ี 1 ....... มีจำนวน 9 คน
คะแนนผลสัมฤทธิ์หลังเรียน มีคะแนนเฉล่ีย ( ) เท่ากับ 4.44 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.) เท่ากับ 0.73 และคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนมีคะแนนเฉล่ีย ( ) เท่ากับ1.89
ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.78 แสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนจาก
การใช้ชุดวิชาคร้ังนี้ ผู้เรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติทรี่ ะดับ .01
ตารางท่ี 5 (ตัวอย่าง) เปรียบเทียบสภาพปัญหาเก่ยี วกบั การพัฒนาบคุ ลากรของ
สถานศึกษาสงั กดั ....ตามความคดิ เหน็ ของผูบ้ ริหารและครูผ้สู อนโดยรวม
กลุม่ ตวั อย่าง N S.D. t Sig.
ผบู้ ริหาร
ครูผู้สอน 86 3.30 0.33 1.110 .044
162 3.25 0.41
จากตารางที่ 5 พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหา
เก่ียวกับการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาสังกัด.....โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .05
36
ตารางท่ี 6 (ตัวอย่าง) เปรียบเทียบสภาพปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรของ
สถานศึกษาสังกัด....ตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนด้านการ
พฒั นาบคุ ลากรโดยกระบวนการปฏบิ ตั งิ าน
กลมุ่ ตัวอย่าง N S.D. t Sig.
ผูบ้ รหิ าร
ครผู ู้สอน 86 3.37 0.59 1.326 .044
162 3.26 0.70
จากตารางท่ี 6 พบว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อสภาพปัญหา
เกี่ ยวกั บการพั ฒ นาบุ คลากรของสถานศึ กษาสั งกั ด..... ด้ า น ก า ร พั ฒ น า บุ ค ล า ก ร โด ย
กระบวนการปฏิบตั ิงาน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั .05
ตัวอย่างที่ 3 กรณีผู้วิจัยพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยใช้การ
ทดสอบความแปรปรวนทางเดียว One way ANOVA) และใช้การทดสอบรายคู่ด้วยวิธี
ของเชฟเฟ่ (Scheffe) ดงั ตารางที่ 7-9
ตารางท่ี 7 (ตัวอย่าง) เปรียบเทียบสภาพปญั หาเกี่ยวกบั การพัฒนาบุคลากรของ
สถานศกึ ษาสังกดั ....โดยรวม
การพัฒนาบคุ ลากรของสถานศกึ ษา df SS MS F P
สงั กัด......
โดยรวม ระหวา่ งกลุ่ม 2 5.915 2.958 23.403 .000
ภายในกลุ่ม 245 30.962 .126
รวม 247 36.877
* มีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .01
จากตารางที่ 7 พบว่า การศึกษาสภาพปัญหาการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษา
สังกัด.....ตามความคิดของผู้บริหารกับครูที่อยู่ในสถานศึกษาที่มีสังกัดแตกต่างกัน มีการ
พฒั นาบคุ ลากร โดยรวมแตกต่างกันอยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ .01
37
ตารางท่ี 8 (ตวั อย่าง) เปรยี บเทยี บสภาพปญั หาเกีย่ วกบั การพฒั นาบุคลากรของ
สถานศกึ ษาสงั กดั .... ด้านการพฒั นาบุคลากรโดยกระบวนการปฏบิ ัตงิ าน
การพัฒนาบุคลากรของ df SS MS F P
สถานศกึ ษาสงั กัด......
การพฒั นาบุคลากร ระหว่างกลุ่ม 2 10.192 5.096 12.544 .000
โดยกระบวนการ ภายในกลุม่ 245 99.533 .406
ปฏิบัตงิ าน รวม 247 107.725
* มีนยั สำคัญทางสถิตทิ ่รี ะดับ .01
จากตารางที่ 8 พบว่า การพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาสังกัด.....ด้านการ
พัฒนาบุคลากรโดยกระบวนการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01
ตารางท่ี 9 (ตวั อยา่ ง) การทดสอบรายคูข่ องสภาพปัญหาการพฒั นาบุคลากรของ
สถานศกึ ษาสงั กัด.... ด้านการพฒั นาบุคลากรโดยกระบวนการปฏบิ ัตงิ าน
สถานศึกษาสังกัด... อำเภอ ก. อำเภอ ข. อำเภอ ค.
3.13 3.48 3.57
อำเภอ ก. 3.13 - .346* .439*
อำเภอ ข. 3.48 .091
อำเภอ ค. 3.57 -
จากตารางที่ 9 พบว่า สถานศึกษาสังกัด อำเภอ ข. และสถานศึกษาสังกัด อำเภอ
ค. มีปัญหาในการพัฒนาบุคลากร โดยรวมแตกต่างจากสถานศึกษาสังกัด อำเภอ ก. อย่างมี
นัยสำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05 นอกน้นั ไมแ่ ตกต่างกัน
38
ตวั อย่างท่ี 4 กรณผี ้วู จิ ัยใช้สถิติ สัมประสิทธ์สิ หสัมพันธ์ (r) ดงั ตารางที่ 10
ตารางท่ี 10 (ตัวอย่าง) ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ ( r ) ระหว่างปัจจัยในการบริหาร
จัดการขยะมูลฝอยกับประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล.......
ปจั จยั ในการบรหิ าร คุณภาพ สมั ประสทิ ธิ์สหสัมพนั ธ์ ( r ) ประสทิ ธผิ ล
จดั การขยะมลู ฝอย ของงานที่ การดำเนนิ
ปริมาณ การพฒั นา การ
งานทท่ี ำ คณุ ภาพ พฒั นาการ
ทำได้ ได้ สว่ นบคุ คล จดั การ งาน
บรหิ าร
การวางแผน 0.641** 0.605** 0.641** 0.566** 0.518**
การจดั องค์กร 0.572** 0.557** 0.597** 0.579** 0.488**
การจดั บุคลากร 0.572** 0.545** 0.576** 0.576** 0.452**
งบประมาณ 0.610** 0.596** 0.551** 0.584** 0.509**
เทคโนโลยี 0.691** 0.657** 0.695** 0.610** 0.602**
รปู แบบการจัดการ
ขยะมลู ฝอย 0.720** 0.654** 0.670** 0.570** 0.576**
การมสี ่วนรว่ มของ
ประชาชน 0.725** 0.624** 0.552** 0.467** 0.585**
ภาพรวมปจั จยั ที่
สัมพันธ์ 0.703** 0.671** 0.625** 0.542** 0.577**
** p < .01
จากตารางที่ 10 พบว่า ปัจจัยในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยกับประสิทธิผล
ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาล....... ได้แก่ การวางแผน การจัดองค์การ
การจัดบุคลากร งบประมาณ เทคโนโลยี รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอย การมีส่วนร่วม
ของประชาชน มีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล…….. เมื่อพจิ ารณาเป็นรายด้านพบวา่
การวางแผนมีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล…….ในระดบั ปานกลางอย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .01 ( r = 0.518)
การจัดองค์กรมีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล…….ในระดบั ตำ่ อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01 ( r = 0.488)
39
การจดั บุคลากรมีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบรหิ ารจัดการขยะมลู ฝอยของ
เทศบาล…….ในระดับตำ่ อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01 ( r = 0.452)
งบประมาณ มีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาลเมือง…….ในระดบั ปานกลางอยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ .01 ( r = 0.509)
เทคโนโลยี มีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ
เทศบาล……. ในระดบั ปานกลางอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ .01 ( r = 0.602)
รูปแบบการจดั การขยะมลู ฝอย มีความสัมพันธ์ประสทิ ธิผลในการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอยของเทศบาล…….ในระดบั ปานกลางอย่างมนี ยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดับ .01
( r = 0.576)
การมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสัมพันธ์ประสิทธิผลในการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอยของเทศบาล…….ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคญั ทางสถิติท่ีระดบั .01
( r = 0.585)
สรุปได้ว่า ปัจจัยในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยมีความสัมพนั ธ์ประสิทธผิ ลใน
การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของเทศบาล…….ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถติ ทิ ร่ี ะดับ .01 ( r = 0.577)
ตัวอยา่ งการนำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู เชิงคุณภาพ
ผ้วู ิจยั ขอหยิบยกผลงานวจิ ัยที่มีลกั ษณะเปน็ การวจิ ัยแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นการ
นำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุม่ พอให้
เหน็ ภาพพอสังเขป ดงั น้ี
“ชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบันของสตรี ส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ บ้างก็ตกงาน ไม่มี
งานทำอีกทั้งเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ทำมาหากินไม่ได้ หากแต่สตรีท้ังหมด
ยังต้องเหน่ือย เล้ียงลูกตามลำพัง รับภาระในการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว
และเป็นค่าเช่าบ้าน(ไม่มีบ้านของตนเอง) โดยไม่มีผู้นำ ขาดที่พึ่งทำให้สภาพรา่ งกายและ
จิตใจค่อนข้างแย่ สับสน ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ขาดกำลังใจ บางคนมีโรคประจำตัว เช่น
มะเร็งเต้านม ไทรอยด์ กระดูกทับเส้น ผ่าตัดมดลูก ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เดินไม่
สะดวก เข่าเสื่อม ชาตามปลายมือปลายเท้า ทำงานหนักไม่ได้ บางคนเครียดต้องพ่ึง
จิตแพทย์ บางคนถกู ลูกหลงจากสถานการณ์เหตุรุนแรง แต่ก็ตอ้ งทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูก
40
ให้ได้เรียนหนังสือ บางคนทำงานจนไม่มีเวลาให้กับลูก ทำให้กลายเป็นเด็กมีปัญหา
ต้องจัดระบบชีวิตของตนเองทั้งทำงาน เล้ียงลูก งานบ้านบางคนบางวันต้องอด (ปอซอ)
ให้ลูกได้กินอิ่มบางวันไม่มีเงินซ้ือข้าวให้ลูกกิน ใช้หลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง หลัก
ศาสนา สตรบี างคนได้รบั การชแี้ นะใหศ้ กึ ษาต่อ กศน. จนจบมธั ยมศึกษาปีที่ 6 กูเ้ รยี นต่อ
จนจบอนุปริญญาและระดับปริญญาตรี จนสามารถยืนได้ด้วยตนเอง ลบล้างคำสบ
ประมาทของคนอื่นได้ มีอาชีพเลี้ยงตัวและดำเนินชีวิตได้จนเป็นปกติ และพยายามสร้าง
ความอบอุ่นในครอบครัว สตรีมีวิธีผ่านความทุกข์คือ การอดทน นึกถึงลูก ต้องยอมรับ
สภาพความเปน็ จริง เป็นทัง้ พอ่ และแมข่ องลกู ให้ได้ สง่ ลูกให้ถงึ ฝ่ัง หากตนไมเ่ ข้มแข็งแล้ว
ก็ไม่สามารถพาครอบครัวก้าวข้ามไปได้ มีความมุ่งมั่นที่จะไม่มีสามีใหม่ อยู่เพื่อลูกสู้เพ่ือ
ลูก เลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคม มีการศึกษาสูงๆ รู้บท บาทหน้าที่ตัวเอง
มีงานทำมีความสุขท่ีเห็นลูกได้เรียนหนังสือสร้างความเข้มแข็งเพ่ือปรับเปล่ียนชีวิตและ
สรา้ งความตระหนักในคณุ คา่ ของตวั เองและ ความภาคภูมใิ จที่ไดเ้ ปน็ “แม่ดเี ดน่ ”..”
สรุปได้ว่า การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอท่ีดีจะช่วยปูพ้ืนฐาน
ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะข้อความจริงต่าง ๆ ตลอดจนการเปรียบเทียบข้อมูลจะ
ได้รับการนำเสนอให้แลเห็นเด่นชัด ช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลเหล่าน้ันได้อย่างฉลาด และ
ถูกตอ้ ง
41
ใบงาน
ให้ท่านวิเคราะห์ข้อมูลจากเคร่ืองมือการวิจัยท่ีได้จากการเก็บรวบรวม และ
นำเสนอข้อมูลในรูปแบบตารางพร้อมบรรยายใต้ตาราง หรือนำเสนอในรูปแบบท่ี
เหมาะสมกับงานวิจยั
หมายเหตุ เม่ือท่านทำใบงานเสร็จแล้ว กรุณาสง่ กลบั มายงั
E-mail : [email protected]
42
บรรณานุกรม
ปรชี า จันทรมณี. (มปป.). ความรพู้ นื้ ฐานสำหรับการวิจยั . ศนู ยก์ ารศึกษานอก
โรงเรยี นภาคใต้ : เอกสารอัดสำเนา.
พชิ ติ ฤทธจ์ิ รญู . (2559). เทคนิคการวิจยั เพื่อพัฒนาการเรียนรู้. กรงุ เทพฯ :
สำนักพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
Arnold, D.D. (1982). Qualitative Field Methods. In Smith and Manning,
Handbook of Social Science Methods, Vol.2: Qualitative
Methods, pp.49-78 Cambridge : Ballinger Publishing Company.
Johnson, Andrew P. (2008). A Short Guide to Action Research. 3rded.
New York: Pearson Education.
Mills, Geoffrey E. (2003). Action Research: a guide for the teacher
researcher. 2nded. New Jersey: Prentice Hall.
43
ชื่อ-สกลุ นายวราวธุ พยคั ฆพงษ์
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการวิทยฐานะเช่ียวชาญ สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศยั ภาคกลาง
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปรญิ ญาโท สาขาการศกึ ษานอกระบบ (กศ.ม)
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
ประกาศนียบตั รบัณฑติ ทางการบริหารการศกึ ษา
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช
ประวัตกิ ารทำงาน ผู้อำนวยการดำรงตำแหน่งในระดบั 8 หรอื
1 เม.ย. 2547 – 5 ส.ค. 2551 ชำนาญการพิเศษ หรือเทียบเทา่
ผอู้ ำนวยการดำรงตำแหนง่ ในระดับ 9 หรือ
6 ส.ค. 2551- ปัจจบุ ัน เชีย่ วชาญ
ประสบการณ์ในการเปน็ คณะกรรมการทำงานต่าง ๆ
- คณะกรรมการจัดประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติงานการพัฒนาการศึกษา
พ้นื ทช่ี ายแดน ปงี บประมาณ พ.ศ.2562
- คณะกรรมการนิเทศเพ่ือขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น
สำนักงาน กศน. ปงี บประมาณ 2561
44
- คณ ะกรรมการขับเคล่ือนแผนบูรณ าการด้านการศึกษาระดับภ าค
(ภาคตะวนั ออก) ปีงบประมาณ 2561
- คณะกรรมการพัฒนาการศึกษาในพื้นท่ีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
- คณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ปี 2560
- คณะกรรมการบรหิ ารเครอื ขา่ ยส่อื สารองค์กร สำนักงาน กศน. ปี 2569
- คณะกรรมการบรหิ ารคา่ ยลกู เสอื ประจำปงี บประมาณ พ.ศ.2561
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมบุคลากรการวัดผลสัมฤทธ์ิ
ปลายภาคเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 เขตภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานประชุมปฏิบัติการคัดเลือกและตรวจ
คุณภาพข้อสอบวัดผลปลายภาคเรียน หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ
การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เขตภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการจัดประชุมติดต้ังระบบการทดสอบด้วยระบบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (E-Exam) ของศนู ย์ทดสอบด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์
- ประธานคณะกรรมการโครงการปฏิบัติการนำเสนอสู่การประกันคุณภาพ
การศึกษาสำหรบั ครู กศน. ภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการประเมินคัดเลือกบุคลากร/หน่วยงาน/สถานศึกษา/
ท่ีจัดและหรอื สนับสนุนการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ดีเด่น
ระดบั ประเทศ ประจำปี 2559
- ประธานคณะกรรมการประเมินผลคดั เลอื กบ้านหนงั สือชุมชนตน้ แบบ
ระดบั ประเทศ ปี 2559
- ประธานคณะกรรมการโครงการเสริมสร้างความรู้เก่ียวกับการพัฒนาเขต
เศรษฐกิจพเิ ศษพนื้ ทช่ี ายแดนภาคตะวนั ออก
- ประธานคณะกรรมการดำเนินงานประชุมปฏิบัติการผลิตและจัดทำส่ือ
ประกอบหลกั สูตรภาคตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพครู กศน. เพื่อส่งเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั เขตภาคตะวันออก