การวเิ คราะห์หลักสูตร
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ัด
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
นางสาวญาณินท์ อนิ ทรส์ งิ ห์
ตาแหนง่ ครู
โรงเรียนบา้ นห้วยลาน จงั หวัดเพชรบูรณ์
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต ๒
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
วิสัยทัศน์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุ่งพฒั นาผเู้ รียนทุกคน ซ่ึงเป็นกาลงั ของชาติให้
เป็ นมนุษยท์ ่ีมีความสมดุลท้งั ดา้ นร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็ นพลเมืองไทยและ
เป็นพลโลก ยึดมนั่ ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ัง เจตคติ ที่จาเป็ นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ
การศึกษาตลอดชีวิต โดยม่งุ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั บนพ้ืนฐานความเชื่อวา่ ทกุ คนสามารถเรียนรู้และ
พฒั นาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ
หลกั การ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มีหลกั การที่สาคญั ดงั น้ี
๑. เป็ นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็ นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน
การเรียนรู้เป็ นเป้ าหมายสาหรับพฒั นาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรม
บนพ้นื ฐานของความเป็นไทยควบคูก่ บั ความเป็นสากล
๒. เป็นหลกั สูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ ับการศึกษาอย่าง
เสมอภาค และมีคุณภาพ
๓. เป็ นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด
การศึกษาใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น
๔. เป็ นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้ เวลา และ
การจดั การเรียนรู้
๕. เป็นหลกั สูตรการศึกษาที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
๖. เป็ นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศัย
ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้ าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์
จดุ หมาย
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ม่งุ พฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศกั ยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็ นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผูเ้ รียน
เมื่อจบการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน ดงั น้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยีและ
มีทกั ษะชีวิต
๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสยั และรักการออกกาลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มนั่ ในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วฒั นธรรมและภูมิปั ญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
ส่ิงแวดลอ้ ม มีจิตสาธารณะท่ีม่งุ ทาประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสงั คม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคม
อยา่ งมีความสุข
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ในการพฒั นาผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุ่งเนน้ พฒั นาผเู้ รียนให้
มีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีกาหนด ซ่ึงจะช่วยใหผ้ เู้รียนเกิดสมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ดงั น้ี
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มุง่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวฒั นธรรมใน
การใชภ้ าษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเอง เพอ่ื แลกเปล่ียน
ขอ้ มูลข่าวสาร และประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจา
ต่อรองเพื่อขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยหลกั
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึง
ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพ่อื นาไปสู่การสร้าง องค์
ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ท่ีเผชิญได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ
เขา้ ใจความสัมพนั ธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้
มาใชใ้ นการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการตดั สินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบ
ท่ีเกิดข้ึนตอ่ ตนเอง สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไป
ใชใ้ นการดาเนินชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ือง การทางานและการ
อยู่ร่วมกันในสังคมดว้ ยการสร้างเสริ มความสัมพนั ธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและ
ความขัดแยง้ ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและ
สภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ่ีส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ ื่น
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยี
ดา้ นต่าง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้
การสื่อสาร การทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน มุ่งพฒั นาผูเ้ รียนให้มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เพอ่ื ใหส้ ามารถอย่รู ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
นอกจากน้ี สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคเ์ พิ่มเติมให้สอดคลอ้ ง
ตามบริบทและจุดเนน้ ของตนเอง
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ทาไมต้องเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลกั ษณ์ของชาติเป็นสมบตั ิทางวฒั นธรรมอนั ก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อส่ือสารเพ่ือ
สร้างความเขา้ ใจและความสัมพนั ธ์ท่ีดีต่อกนั ทาใหส้ ามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดารงชีวิต
ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็ นเครื่ องมือในการแสวงหาความรู้
ประสบการณ์จากแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศต่างๆ เพ่ือพฒั นาความรู้ พฒั นากระบวนการคิดวิเคราะห์
วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความกา้ วหน้าทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี ตลอดจนนาไปใชใ้ นการพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมน่ั คงทางเศรษฐกิจ นอกจากน้ียงั เป็น
ส่ือแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบตั ิล้าคา่ ควร
แก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานใหค้ งอยคู่ ชู่ าติไทยตลอดไป
เรียนรู้อะไรในภาษาไทย
ภาษาไทยเป็ นทกั ษะท่ีต้องฝึ กฝนจนเกิดความชานาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การ
เรียนรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ และเพ่อื นาไปใชใ้ นชีวติ จริง
• การอ่าน การอา่ นออกเสียงคา ประโยค การอา่ นบทร้อยแกว้ คาประพนั ธ์ชนิดต่างๆ
การอ่านในใจเพื่อสร้างความเขา้ ใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งท่ีอ่าน เพ่ือนาไป
ปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
• การเขยี น การเขียนสะกดตามอกั ขรวิธี การเขยี นสื่อสาร โดยใชถ้ อ้ ยคาและรูปแบบต่างๆ
ของการเขียน ซ่ึงรวมถึงการเขียนเรียงความ ยอ่ ความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ
วิเคราะห์วิจารณ์ และเขยี นเชิงสร้างสรรค์
• การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณ การพดู แสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก พูดลาดบั เรื่องราวต่างๆ อยา่ งเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ท้งั เป็นทางการ
และไม่เป็นทางการ และการพดู เพอ่ื โนม้ นา้ วใจ
• หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใชภ้ าษาให้ถูกตอ้ ง
เหมาะสมกับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของ
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
• วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศึกษาข้อมูล
แนวความคิด คุณค่าของงานประพนั ธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทาความเขา้ ใจบทเห่
บทร้องเล่นของเด็ก เพลงพ้ืนบา้ นท่ีเป็นภูมิปัญญาท่ีมีคุณค่าของไทย ซ่ึงไดถ้ ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิด
ความซาบซ้ึงและภมู ิใจ ในบรรพบุรุษท่ีไดส้ ั่งสมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบนั
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา
ในการดาเนินชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ
ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
คุณภาพผ้เู รียน
หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ าหนดคุณภาพผูเ้ รียนเม่ือจบ
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๓ และช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ไวด้ งั น้ี
จบช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓
อ่านออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความ เร่ืองส้ัน ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
คล่องแคล่ว เขา้ ใจความหมายของคาและขอ้ ความท่ีอ่าน ต้งั คาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์
คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ขอ้ คดิ จากเรื่องท่ีอ่าน ปฏิบตั ิตามคาสัง่ คาอธิบายจากเร่ืองท่ีอ่านได้
เขา้ ใจความหมายของขอ้ มูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่าเสมอและ
มีมารยาทในการอา่ น
มีทกั ษะในการคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั เขียนบรรยาย บนั ทึกประจาวนั เขียนจดหมาย
ลาครู เขยี นเรื่องเก่ียวกบั ประสบการณ์ เขยี นเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขยี น
เล่ารายละเอียดและบอกสาระสาคญั ต้งั คาถาม ตอบคาถาม รวมท้งั พูดแสดงความคิด
ความรู้สึกเก่ียวกบั เร่ืองที่ฟังและดู พดู สื่อสารเล่าประสบการณ์และพดู แนะนา หรือพูดเชิญชวนให้
ผอู้ ่ืนปฏิบตั ิตาม และมีมารยาทในการฟัง ดู และพดู
สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา ความแตกต่างของคาและพยางค์ หน้าท่ีของคา
ในประโยค มีทกั ษะการใชพ้ จนานุกรมในการคน้ หาความหมายของคา แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคา
คลอ้ งจอง แต่งคาขวญั และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
เขา้ ใจและสามารถสรุปขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนาไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีท่ีอ่าน รู้จกั เพลงพ้ืนบา้ น เพลงกล่อมเด็ก ซ่ึงเป็ น
วฒั นธรรมของทอ้ งถ่ิน ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในทอ้ งถ่ิน ทอ่ งจาบทอาขยานและบทร้อยกรอง
ท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจได้
จบช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองเป็ นทานองเสนาะไดถ้ ูกตอ้ ง อธิบายความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนยั ของคา ประโยค ขอ้ ความ สานวนโวหาร จากเร่ืองท่ีอ่าน เขา้ ใจ
คาแนะนา คาอธิบายในคู่มือต่าง ๆ แยกแยะขอ้ คิดเห็นและขอ้ เท็จจริง รวมท้งั จบั ใจความสาคญั
ของเรื่องที่อ่าน และนาความรู้ความคิดจากเร่ืองท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิตได้
มีมารยาทและมีนิสัยรักการอา่ น และเห็นคณุ ค่าส่ิงท่ีอ่าน
มีทกั ษะในการคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และคร่ึงบรรทดั เขยี นสะกดคา แต่งประโยค
และเขียนขอ้ ความ ตลอดจนเขียนส่ือสารโดยใชถ้ ้อยคาชดั เจนเหมาะสม ใช้แผนภาพ โครงเรื่อง
และแผนภาพความคิด เพื่อพฒั นางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตวั กรอก
แบบรายการต่างๆ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น เขียนเร่ืองตามจินตนาการอย่าง
สร้างสรรค์ และมีมารยาทในการเขยี น
พดู แสดงความรู้ ความคดิ เก่ียวกบั เรื่องที่ฟังและดู เล่าเร่ืองยอ่ หรือสรุปจากเร่ืองท่ีฟังและ ดู
ต้งั คาถาม ตอบคาถามจากเรื่องท่ีฟังและดู รวมท้งั ประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและ ดู
โฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดตามลาดบั ข้นั ตอนเร่ืองต่างๆ อย่างชดั เจน พูดรายงานหรือประเด็น
คน้ ควา้ จากการฟัง การดู การสนทนา และพดู โนม้ นา้ วไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล รวมท้งั มีมารยาทในการดูและพดู
สะกดคาและเขา้ ใจความหมายของคา สานวน คาพงั เพยและสุภาษิต รู้และเขา้ ใจ ชนิด
และหนา้ ที่ของคาในประโยค ชนิดของประโยค และคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใชค้ าราชาศพั ท์
และคาสุภาพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แต่งประโยค แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และ
กาพยย์ านี ๑๑
เขา้ ใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบา้ น ร้องเพลงพ้ืนบา้ น
ของท้องถิ่น นาข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจาบทอาขยาน
ตามท่ีกาหนดได้
ตัวชี้วดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพ่ือนาไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหา
ในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รักการอ่าน
ช้ัน ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และ การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของ
บทร้อยกรองไดถ้ กู ตอ้ ง บทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง ประกอบดว้ ย
๒. อธิบายความหมายของคา ประโยค - คาท่ีมีพยญั ชนะควบกล้า
และขอ้ ความที่เป็นโวหาร - คาที่มีอกั ษรนา
- คาท่ีมีตวั การันต์
- คาที่มาจากภาษาต่างประเทศ
- อกั ษรยอ่ และเคร่ืองหมายวรรคตอน
- วนั เดือน ปี แบบไทย
- ขอ้ ความท่ีเป็นโวหารตา่ งๆ
- สานวนเปรียบเทียบ
การอ่านบทร้อยกรองเป็นทานองเสนาะ
๓. อา่ นเรื่องส้ันๆ อยา่ งหลากหลาย โดย การอา่ นจบั ใจความจากส่ือตา่ งๆ เช่น
จบั เวลาแลว้ ถามเก่ียวกบั เร่ืองที่อา่ น - เรื่องส้นั ๆ
๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่อง - นิทานและเพลงพ้นื บา้ น
ท่ีอา่ น - บทความ
๕. อธิบายการนาความรู้และความคิด จาก - พระบรมราโชวาท
เรื่องท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหา ใน - สารคดี
การดาเนินชีวิต - เรื่องส้ัน
- งานเขียนประเภทโนม้ นา้ ว
- บทโฆษณา
- ข่าว และเหตุการณ์สาคญั
การอา่ นเร็ว
ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๖. อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสัง่ การอา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คาส่งั ขอ้ แนะนา
ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ิตาม และปฏิบตั ิตาม
- การใชพ้ จนานุกรม
- การปฏิบตั ิตนในการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คม
- ขอ้ ตกลงในการอยรู่ ่วมกนั ในโรงเรียน และ
การใชส้ ถานที่สาธารณะในชุมชนและทอ้ งถ่ิน
๗. อธิบายความหมายของขอ้ มลู จากการ การอ่านขอ้ มูลจากแผนผงั แผนท่ี แผนภูมิ และ
อา่ นแผนผงั แผนท่ี แผนภูมิ และ กราฟ
กราฟ
๘. อา่ นหนงั สือตามความสนใจ และ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น
อธิบายคณุ คา่ ท่ีไดร้ ับ - หนงั สือที่นกั เรียนสนใจและเหมาะสมกบั วยั
- หนงั สืออ่านที่ครูและนกั เรียนกาหนดร่วมกนั
๙. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. คดั ลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั การคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั และ
และคร่ึงบรรทดั คร่ึงบรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทย
๒. เขยี นสื่อสารโดยใชค้ าไดถ้ กู ตอ้ ง การเขียนสื่อสาร เช่น
ชดั เจน และเหมาะสม - คาขวญั
- คาอวยพร
- ประกาศ
๓. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและ การเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิด
แผนภาพความคดิ เพ่อื ใชพ้ ฒั นางาน
เขยี น
๔. เขยี นเรียงความ การเขียนเรียงความ
ช้ัน ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๕. เขยี นยอ่ ความจากเรื่องท่ีอ่าน การเขียนยอ่ ความจากสื่อต่าง ๆ เช่น นิทาน ความ
เรียงประเภทตา่ ง ๆ ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์
๖. เขยี นจดหมายส่วนตวั จดหมาย คาสอน โอวาท คาปราศรัย สุนทรพจน์
รายงาน ระเบียบ คาส่ัง
๗. กรอกแบบรายการตา่ งๆ การเขยี นจดหมายส่วนตวั
- จดหมายขอโทษ
๘. เขียนเร่ืองตามจินตนาการและ - จดหมายแสดงความขอบคุณ
สร้างสรรค์ - จดหมายแสดงความเห็นใจ
๙. มีมารยาทในการเขยี น - จดหมายแสดงความยนิ ดี
การกรอกแบบรายการ
- แบบคาร้องตา่ งๆ
- ใบสมคั รศึกษาตอ่
- แบบฝากส่งพสั ดุและไปรษณียภณั ฑ์
การเขยี นเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์
มารยาทในการเขยี น
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และ
ความรู้สึกในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจ การพดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจในจุดประสงคข์ อง
จุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดู เรื่องท่ีฟังและดจู ากส่ือตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่
๒. ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิง - สื่อสิ่งพิมพ์
เหตุผล จากเรื่องที่ฟังและดู - สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
๓. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟัง การวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากการฟังและดูส่ือ
และดสู ื่อโฆษณาอยา่ งมีเหตผุ ล โฆษณา
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๔. พดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ ท่ี การรายงาน เช่น
ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และ - การพดู ลาดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
การสนทนา - การพดู ลาดบั เหตกุ ารณ์
๕. พดู โนม้ นา้ วอยา่ งมีเหตุผล และ การพดู โนม้ นา้ วในสถานการณ์ตา่ ง ๆ เช่น
น่าเช่ือถือ - การเลือกต้งั กรรมการนกั เรียน
- การรณรงคด์ า้ นต่าง ๆ
- การโตว้ าที
๖. มีมารยาทในการฟัง การดูและ มารยาทในการฟัง การดูและการพดู
การพดู
สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของ ชนิดของคา
คาในประโยค - คานาม
- คาสรรพนาม
- คากริยา
- คาวเิ ศษณ์
- คาบพุ บท
- คาเชื่อม
- คาอทุ าน
๒. ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ คาราชาศพั ท์
และบุคคล ระดบั ภาษา
ภาษาถิ่น
๓. รวบรวมและบอกความหมาย คาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ
ของคาภาษาต่างประเทศที่ใช้
ในภาษาไทย
๔. ระบลุ กั ษณะของประโยค กลมุ่ คาหรือวลี
ประโยคสามญั
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
๕. แต่งบทร้อยกรอง ประโยครวม
ประโยคซอ้ น
กลอนสุภาพ
๖. วเิ คราะห์และเปรียบเทียบ สานวนที่เป็นคาพงั เพย และสุภาษติ
สานวนที่เป็นคาพงั เพย และ
สุภาษิต
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น
คณุ คา่ และนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
ช้ัน ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น
หรือวรรณกรรมที่อา่ น - นิทานพ้นื บา้ นทอ้ งถิ่นตนเองและทอ้ งถ่ินอื่น
๒. เล่านิทานพ้ืนบา้ นทอ้ งถ่ินตนเอง - นิทานคติธรรม
และนิทานพ้นื บา้ นของทอ้ งถ่ินอื่น - เพลงพ้ืนบา้ น
๓. อธิบายคณุ คา่ ของวรรณคดี และ - วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนและตามความ
วรรณกรรมท่ีอา่ นและนาไป สนใจ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
๔. ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนด บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่า
และบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตาม - บทอาขยานตามท่ีกาหนด
ความสนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ
๓. ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด บทอาขยานและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่า
และบทร้อยกรองที่มีคณุ ค่าตาม - บทอาขยานตามที่กาหนด
ความสนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ
คาอธิบายรายวิชา
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
อธิบายความหมายของคา ประโยค ขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร ความหมายของขอ้ มลู จากการอ่าน
แผนผงั แผนที่ แผนภมู ิ กราฟ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ ร้อยกรอง อ่านเร่ืองส้ันๆ งานเขยี น เชิง
อธิบาย คาส่งั แนะนา แยกขอ้ เทจ็ จริง และขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน อธิบายคณุ คา่ จากหนงั สือท่ีอ่าน
ตามความสนใจ สามารถนาความรู้จากการอ่านไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ
จดหมาย คดั ลายมือ กรอกแบบรายการตา่ งๆ เขียนส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม เขยี นเร่ืองตามจินตนาการ
และสร้างสรรคไ์ ด้ พดู แสดงความรู้ความเขา้ ใจ ตามจุดประสงคจ์ ากเรื่องที่ฟังและดู ต้งั คาถามและตอบ
คาถามเชิงเหตุผล วิเคราะหค์ วามน่าเช่ือถือเรื่องท่ีฟังและดู จากส่ือโฆษณา อยา่ งมีเหตุผล พดู โนม้ นา้ ว มี
เหตุผลน่าเช่ือถือ สามารถพดู รายงานประเดน็ ท่ีศึกษาคน้ ควา้ จากกการฟัง ดแู ละสนทนา ศึกษาวเิ คราะห์
ชนิด หนา้ ท่ีของคา ประโยค ระบุลกั ษณะของประโยค ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกาลเทศะ บคุ คล วเิ คราะห์
เปรียบเทียบ สานวนสุภาษิต สามารถแต่งบทร้อยกรองได้ แสดงความเห็นจากวรรณคดี วรรณกรรมท่ี
อ่าน ทอ่ งบทอาขยาน ถ่ายทอดนิทานพ้ืนบา้ น อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดี วรรณกรรมทอ้ งถ่ินที่อ่าน
นาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ใหส้ อดคลอ้ งกบั ขนบธรรมเนียม วฒั นธรรมและอาชีพต่างๆ ได้
เสริมสร้างลกั ษณะนิสยั พฒั นาบคุ ลิกภาพ มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู
และการพดู
รหสั ตวั ชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙
ท ๑.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙ ท ๔.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖
ท ๓.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔
รวม ๓๔ ตวั ชี้วดั
โครงสร้างเวลาเรียน
หลกั สูตรโรงเรียนบ้านห้วยลาน พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖
ท่ี รายวชิ า/ กจิ กรรม เวลาเรียน(ช่ัวโมง)
๑ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
๒ ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑๖๐
๓ ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๘๐
๔ ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ๘๐
๕ พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐
๖ ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๘๐
๗ ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๔๐
๘ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑๒๐
๙ ส ๑๖๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๔๐
๘๔๐
รวมเวลาเรียนพ้นื ฐาน ๔๐
รายวิชาเพิ่มเติม ๔๐
๑๒๐
หนา้ ท่ีพลเมือง ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
๔๐
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนกั เรียน ๑๐
ชมรม,ชุมนุม ๑,๐๐๐
ลกู เสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวมเวลาเรียน
โครงสร้างรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ประถมศึกษา
ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ลาดบั ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
ที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
๑ จากผาแตม้ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
สู่อียปิ ต์ ท ๒.๑ ป.๖/๑ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด
ท ๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ และสามารถใชภ้ าษาใน
การส่ือสาร
ไดถ้ ูกตอ้ งตลอดจนใชค้ าได้
เหมาะสมกบั บุคคลและ
กาลเทศะ
๒ ควาย ขา้ ว และ ท๑.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
ขาวนา ป.๖/๔ ป.๖/๘
ป.๖/๙ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด
ท๒.๑ ป.๖/๑
ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถใชภ้ าษาใน
การสื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง
ตลอดจนใชค้ าไดเ้ หมาะสม
กบั บคุ คลและกาลเทศะ
๓ อา่ นป้ ายไดส้ าระ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
ป.๖/๔ ป.๖/๕ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ
ป.๖/๖ และสามารถใชภ้ าษาใน
การสื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง
ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ตลอดจนใชค้ าไดเ้ หมาะสม
ท๔.๑ ป.๖/๖ กบั บุคคลและกาลเทศ
ลาดับ ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ท่ี หน่วยการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน
๔ กทลีตานี ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้าง ๙ ๕
ป.๖/๔ ความรู้ ความคิด เลือก
ท๓.๑ ป.๖/๓ แสดงความรู้สึกในการฟัง
ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ และดอู ยา่ ง
มีวจิ ารณญาณ สามารถใช้
ภาษาในการส่ือสารได้
ถกู ตอ้ งและเห็นคุณค่าของ
วรรณคดีและวรรณกรรม
๕ ละครยอ้ นคิด ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ น ๙๔
ป.๖/๕ การเขียน สร้างความรู้
ท๒.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๘ ความคิดและสามารถแสดง
ป.๖/๙ ความรู้สึกใน
ท๓.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ การเลือกฟังและดูอยา่ งมี
ป.๖/๖ วจิ ารณญาณ
๖ กลอนกานท์ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ น สร้าง ๑๐ ๔
จากบา้ นไทย ป.๖/๔ ป.๖/๕ ความรู้ ความคิด และ
ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ สามารถใชภ้ าษาในการ
ป.๖/๕ ส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง
๗ กวา่ แผน่ ดินจะ ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๕
กลบหนา้ ท ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ
ท๕.๑ ป.๖/๔ และสามารถใชภ้ าษาใน
ท๒.๑ ป๖/๔ , ป๖/๙ การสื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง
ท๒.๑ ป๖/๔ , ป๖/๙ ตลอดจนใชค้ าไดเ้ หมาะสม
ท๔.๑ ป๖/๑ , ป๖/๔ กบั บุคคลและกาลเทศะ
ลาดบั ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
ที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั
๑๐ ๕
๘ ไมง้ ามในสวน ท๑.๑ ป๖/๒ , ป๖/๓ , ใชก้ ระบวนการอ่าน สร้าง
๕ ๑๕
แกว้ ป๖/๔ , ป๖/๘ ความรู้ ความคิด และ ๘๐ ๕๐
สามารถใชภ้ าษาในการ
สื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง
สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบปลายภาคเรียนที่ ๑ )
รวม
ลาดับ ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ เวลา น้าหนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
ท่ี หน่วยการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสาคัญ
ภาคเรียนที่ ๒
๙ คร้ืนเครง ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๕
เขียน สร้างความรู้ ความคดิ
เพลงพ้ืนบา้ น ป.๖/๓ ป.๖/๕ และสามารถใชภ้ าษาใน ๑๐ ๕
การส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง และ ๑๐ ๔
ท๒.๑ ป.๖/๑ เห็นคณุ ค่าของวรรณคดี
และวรรณกรรม ๑๐ ๔
ท๔.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๕ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๙ ๕
เขียน สร้างความรู้ ความคิด
ท๕.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถพดู แสดงความ
คดิ เห็นอยา่ งมีวิจารณญาณ
ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ
เขียน สร้างความรู้ ความคดิ
๑๐ ชอ้ นกลางสร้าง ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ แงะสามารถใชภ้ าษาในการ
ส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ งและเห็น
สุขภาพ ป.๖/๓ ป.๖/๕ คณุ คา่ ของวรรณคดีและ
วรรณกรรม
ท๒.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ
เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ
ท ๓.๑ ป.๖/๔ ป.๖/๖ และสามารถพดู แสดงความ
คิดเห็นอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๑๑ สวยร้าย สายลบั ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ
เขียน สร้างความรู้ ความคดิ
ป.๖/๔ ป.๖/๕ และสามารถใชภ้ าษาใน
การสื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง และ
ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ เห็นคณุ ค่าของวรรณคดี
และวรรณกรรม
ป.๖/๕
ท๕.๑ ป.๖/๔
๑๒ ส่ีศิษยพ์ ระดาบส ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕
ท ๒.๑ ป.๖/๕ ป.๖/๗
ท ๓.๑ ป.๖/๕
๑๓ หน่ึงใน ท ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ประชาคม ป.๖/๔ ป.๖/๕
ป.๖/๗
ท ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒
ป.๖/๓ ป.๖/๕
ลาดบั ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ เวลา น้าหนกั
ที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด สาระสาคญั (ช่ัวโมง) คะแนน
๑๔ เสียแลว้ ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
ไม่กลบั คืน ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๕ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ
ป.๖/๖ และสามารถใชภ้ าษาใน
การส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง
๑๕ นิทานแสนสนุก ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๙ ๔
ป.๖/๔ ป.๖/๘ ป.๖/๙
ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ เขียน สร้างความรู้ ความคิด
ท๓.๑ ป.๖/๓
และสามารถพดู แสดงความ
คิดเห็นอยา่ งมีวิจารณญาณ
๑๖ พา่ งเพ้ียงพสุธา ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
ป.๖/๖ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ ๑๕
๑๐๐
ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถใชภ้ าษาใน
ป.๖/๗ ป.๖/๙ การส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง
ท ๔.๑ ป.๖/๒
สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบปลายภาค ) ๕
รวมท้งั สิ้นตลอดปี ๑๖๐